LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 2/2548

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายเอกเจ้ามรดกได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนางสาวแดงโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  และมีบุตรด้วยกันสองคนคือ  เด็กชายโตกับเด็กหญิงติ๋ว  ซึ่งนายเอกได้เลี้ยงดูอย่างเปิดเผยและส่งเสียเล่าเรียนเยี่ยงบิดามีต่อบุตร  นายเอกยังมีนายโทน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันอีกหนึ่งคนซึ่งยังมีชีวิตอยู่  นายโทได้จดทะเบียนสมรสกับนางรัศมีและมีบุตรชื่อเด็กชายหมู  ทั้งนี้นายเอกมีมรดกจำนวน  2  ล้านบาท  และได้ทำพินัยกรรมให้เด็กชายหมูจำนวน  1  ล้านบาท  ปรากฏว่าเด็กชายหมูได้ตายก่อนนายเอกหลังจากนั้นนายเอกจึงตาย  จงแบ่งมรดกของนายเอก

ธงคำตอบ

มาตรา  1603  กองมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายหรือโดยพินัยกรรม

ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมาย  เรียกว่า  ทายาทโดยธรรม

ทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรม  เรียกว่า  ผู้รับพินัยกรรม

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1)  ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นางสาวแดงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนายเอกเพราะไม่ใช่คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)  จึงไม่มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  ส่วนเด็กชายโตกับเด็กหญิงติ๋วเป็นทายาทโดยธรรมในฐานะของผู้สืบสันดานเพราะเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วโดยพฤติการณ์  โดยการเลี้ยงดูและส่งเสียเล่าเรียนเยี่ยงบิดามีบุตรตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  จึงมีสิทธิได้รับมรดก

นายโทเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  3  ในฐานะน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันตามมาตรา  1629(3)  แต่ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนายเอก เพราะนายเอกเจ้ามรดกมีทายาทโดยธรรมลำดับที่  1  ที่มีสิทธิได้รับมรดกอยู่ก่อนแล้วคือ  เด็กชายโตกับเด็กหญิงติ๋ว  นายโทซึ่งเป็นทายาทในลำดับถัดไปจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายเลย  อีกทั้งแม้เด็กชายหมูจะเป็นผู้รับพินัยกรรมจำนวน  1  ล้านบาท  แต่ก็ได้ตายก่อนนายเอกเจ้ามรดก  ด้วยเหตุนี้ข้อกำหนดตามพินัยกรรมจึงตกไปตามมาตรา  1698(1)  จำนวนเงินตามพินัยกรรมจึงกลับคืนสู่กองมรดกเพื่อแบ่งให้แก่ทายาทโดยธรรมต่อไปตามมาตรา  1603  มาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคแรก  ส่วนนางรัศมีคู่สมรสของนายโทนั้น  เป็นเพียงน้องสะใภ้ของนายเอกจึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกแต่อย่างใด  เพราะไม่มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของนายเอก

ดังนั้น  มรดกของนายเอกจำนวน  2  ล้านบาท  จึงตกทอดแก่เด็กชายโตและเด็กหญิงติ๋วคนละเท่าๆกัน  คือ  1  ล้านบาทตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1633

สรุป  มรดกของนายเอก  ตกทอดแก่เด็กชายโทและเด็กหญิงติ๋วคนละ  1  ล้านบาท

 

ข้อ  2  นายเออยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวบี  มีบุตรด้วยกัน  2  คน  ชื่อนายหนึ่งและนางสาวสอง  นายน้ำได้มาจดทะเบียนรับนายหนึ่งไปเป็นบุตรบุญธรรม  ต่อมานายหนึ่งได้อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวหน่อยทั้งสองไม่มีบุตรด้วยกัน  นายหนึ่งต้องการมีบุตรจึงได้ไปจดทะเบียนรับนางสาวหยาดมาเป็นบุตรบุญธรรม  โดยที่นางสาวหน่อยยังไม่ได้ให้ความยินยอม  ต่อมานายหนึ่งแยกทางกับนางสาวหน่อยแล้วได้ไปจดทะเบียนสมรสกับนางนิดทั้งสองคนมีบุตรด้วยกันชื่อนางสาวหวาน  ต่อมานางสาวหยาดถึงแก่ความตายโดยมีนายวันเป็นบุตรบุญธรรม  นางสาวหวานถึงแก่ความตายโดยมีนายทูเป็นบุตรที่เกิดจากการอยู่กินร่วมกันกับนายอำนาจอยู่ต่อมาอีก  2  ปี  นายหนึ่งก็ถึงแก่ความตายโดยมีทรัพย์มรดก  9  ล้านบาท  จงแบ่งมรดกนายหนึ่ง

ธงคำตอบ

มาตรา  1546  เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย  ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น 

มาตรา  1598/29  การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการณ์รับบุตรบุญธรรมนั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น  มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นายหนึ่งเจ้ามรดกเป็นบุตรที่เกิดจากการอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนสมรสของนายเอและนางสาวบี  นายหนึ่งจึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาวบีตามมาตรา  1546  แต่มิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเอ  ดังนั้นนายเอจึงมิใช่ทายาทตามมาตรา  1629(2)  แต่นางสาวบีมารดาเป็นทายาทตามมาตรา  1629(2)

ส่วนนางน้ำแม้เป็นผู้รับนายหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรม  ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมของนายหนึ่งตามมาตรา  1598/29  นางน้ำจึงไม่เป็นทายาทโดยธรรมของนายหนึ่งตามมาตรา  1629(2)

กรณีนางสาวสองเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนายหนึ่งเจ้ามรดกจึงเป็นทายาทตามมาตรา  1629(3)  ซึ่งพิจารณาตามความเป็นจริง

ในระหว่างที่นายหนึ่งอยู่กินกับนางสาวหน่อย  นายหนึ่งไปจดทะเบียนรับนางสาวหยาดมาเป็นบุตรบุญธรรม  นางสาวหยาดจึงเป็นผู้สืบสันดานเป็นทายาทตามมาตรา  1627  มาตรา  1629(1)  แม้นางสาวหน่อยภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายจะไม่ยินยอมก็ไม่มีผลทางกฎหมาย การจดทะเบียนรับนางสาวหยาดเป็นบุตรบุญธรรมจึงมีผลโดยสมบูรณ์

ในระหว่างนายหนึ่งจดทะเบียนสมรสกับนางนิด  ทั้งสองมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายชื่อ  นางสาวหวาน  นาวสาวหวานจึงเป็นผู้สืบสันดานเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(1)

แต่ปรากฏว่า  นางสาวหยาดทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(1)  ถึงแก่ความตายก่อนนายหนึ่งเจ้ามรดกโดยมีนายวันเป็นบุตรบุญธรรม  นายวันจึงเป็นผู้สืบสันดานของนางสาวหยาด  แต่ไม่อาจรับมรดกแทนที่นางสาวหยาดได้ตามมาตรา  1643  เพราะการรับมรดกแทนที่มีได้แต่โดยผู้สืบสันดานโดยตรงเท่านั้น  แต่นายวันเป็นเพียงผู้สืบสันดาน  แต่มิได้เกิดจากสายโลหิตของนางสาวหวานจึงมิใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงที่จะรับมรดกแทนที่ได้ส่วนกรณีนางสาวหวานทายาทตามมาตรา  1629(1)  ถึงแก่ความตายก่อนนายหนึ่งเจ้ามรดก  โดยมีบุตรชื่อนายทู  เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายที่เกิดขึ้นระหว่างการอยู่กินร่วมกันกับนายอำนาจ  ดังนั้นนายทูเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนางสาวหวานจึงสามารถรับมรดกแทนที่นางสาวหวานได้ตามมาตรา  1639  มาตรา  1643

ดังนั้น  นายหนึ่งมีคู่สมรสคือนางนิดเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  มีนางสาวบีเป็นมารดาเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(2)  มีนายทูเป็นผู้รับมรดกแทนที่นางสาวหวานตามมาตรา  1639  มาตรา  1643  ประกอบมาตรา  1629(1)  ดังนั้นมรดก  9 ล้านบาท  จึงได้คนละ  3  ล้านเท่าๆกัน  ตามมาตรา  1635(1)  และมาตรา  1630(1)

ส่วนนางสาวสอง  พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(3)  ไม่มีสิทธิได้รับ  เพราะมีทายาทในลำดับหนึ่งๆแล้ว  ลำดับถัดลงมาจึงไม่มีสิทธิได้รับตามมาตรา  1630  วรรคแรก

สรุป  มรดก  9  ล้านบาท  ได้แก่

นายนิดภริยา  3  ล้านบาท  ตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

นายทูแทนที่นางสาวหวาน  3  ล้านบาท  ตามมาตรา  1629(1)  ,  1639  ,  1643

นางสาวบีมารดา  3  ล้านบาท  ตามมาตรา  1629(2)

 

ข้อ  3  เอกเป็นหม้าย  มีบุตรชายที่ชอบด้วยกฎหมายสองคนคือโทกับตรี  ทั้งสองคนไม่เคยดูแลบิดาเลยเอกรู้สึกเหงาจึงไปขอบุตรสาวของคนงานก่อสร้างข้างบ้านคือจัตวามาเป็นภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  มีบุตรด้วยกันหนึ่งคนคือ  ดำ  ต่อมาเอกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกับจัตวา  โทและตรีจึงได้ดูแลดำแทนพ่อต่อมาโดยนำมาอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน  ดำมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหนึ่งคนคือ  แดง และตรีก็มีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหนึ่งคนคือ  ขาว  โทมีฐานะร่ำรวยกว่าน้องทั้งสองคน  เขามีเงินสดอยู่ในธนาคาร 1  ล้าน  6  แสนบาท จึงได้ทำพินัยกรรมยกให้ตรีและดำคนละ  8  แสนบาท  ต่อมาตรีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  ดำจึงได้นำขาวมาอุปการะเลี้ยงดูเหมือนเป็นบุตรบุญธรรมของตน  ดำเป็นคนโมโหร้าย  พูดจาโผงผาง  วันหนึ่งดำทะเลาะกับโทมีการโต้เถียงกันรุนแรง  โทจึงไปคว้าปืนมาเพื่อจะยิงขู่ บังเอิญดำแย่งปืนมาได้และได้ทำปืนลั่นใส่โทโดยไม่ได้ตั้งใจ  ทำให้โทถึงแก่ความตายทันที  ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกดำฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้โทตายโดยคำพิพากษาถึงที่สุด  จงวินิจฉัยว่า  มรดกของโทจะตกทอดแก่ทายาทคนใดบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1606  บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร  คือ

(1) ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ  หรือพยายามกระทำให้เจ้ามรดกหรือผู้มีสิทธิได้รับมรดกก่อนตนถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา  1620  วรรคสอง  ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้  แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก  ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม  หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

 (4)  พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

เอกบิดาและตรีน้องชายทั้งสองคนได้เสียชีวิตไปแล้ว  จึงไม่มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกได้

การที่ดำต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำโดยประมาททำให้โทซึ่งเป็นเจ้ามรดกตายนั้น  ไม่เป็นเหตุให้ดำถูกกำจัดมิให้รับมรดกตามมาตรา  1606(1)  แต่อย่างใด  เพราะไม่ได้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีเจตนากระทำให้โทถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  ดำจึงยังคงมีสิทธิรับมรดกของโทอยู่

โทได้ทำพินัยกรรมยกเงินในธนาคารให้ตรีและดำคนละ  8  แสนบาทนั้น  ถือว่าทั้งสองคนเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรม  แต่เนื่องจากตรีได้ตายก่อนโทเจ้ามรดก  จึงทำให้ข้อกำหนดในพินัยกรรมส่วนนี้ตกไปตามมาตรา  1698(1)  ต้องนำเงินไปแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมต่อไปตามมาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคสอง  ตรีเป็นผู้รับพินัยกรรม   ขาวซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของตรีเป็นทายาทของผู้รับพินัยกรรม  ดังนั้นขาวจึงไม่สามารถรับมรดกแทนที่ตรีในส่วนนี้ได้  เพราะการรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1642  ฉะนั้นเงินส่วนนี้จึงต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมของโทคือ  ตรีและดำ  คนละ  4  แสนบาทตามมาตรา  1629(4)  ในส่วนแบ่งของตรีนั้นตกแก่ขาวในฐานะผู้สืบสันดานโดยตรงของตรี  จึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่ได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643

สรุป  มรดกของโทคือเงินสดในธนาคารจำนวน  1  ล้าน  6  แสนบาท  จึงตกทอดแก่

ดำ  ในฐานะทายาทผู้รับพินัยกรรม  8  แสนบาทและในฐานะทายาทโดยธรรมอีก  4  แสนบาท  รวมเป็นเงิน  1  ล้าน 2  แสนบาท

ขาว  ในฐานะทายาทผู้รับมรดกแทนที่ของตรีเป็นเงิน  4  แสนบาท

 

ข้อ  4  นายเพชรมีมารดาชื่อ  นางไข่มุก  นายเพชรจดทะเบียนสมรสกับนางพลอย  มีบุตรด้วยกัน  1 คน  คือ  น.ส.เงิน  นายเพชรและนางพลอยรับนายทองมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  นายทองจดทะเบียนสมรสกับนางทับทิมมีบุตร  1  คน  คือ  ด.ญ.ไพลิน  นายเพชรทำพินัยกรรมยกที่ดิน  1  แปลงราคา  200,000  บาท  ให้กับ  น.ส.เงิน  ต่อมานายทองประสบอุบัติเหตุตาย  หลังจากนั้นนายเพชรถึงแก่ความตาย  นายเพชรมีทรัพย์มรดกคือที่ดิน  1  แปลงราคา  200,000  บาท  ตามพินัยกรรมและเงินสด  600,000  บาท  น.ส.เงินได้เอาเงินมรดกไปเป็นของตนเองโดยทุจริต  200,000  บาท  ดังนี้จงแบ่งมรดกของนายเพชร

ธงคำตอบ

มาตรา  1605  ทายาทคนใดยักย้าย  หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย  แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น

มาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม  ซึ่งผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง  ในอันที่จะได้รับทรัพย์สินนั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น  มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

เมื่อนายเพชรถึงแก่ความตาย  ทรัพย์มรดกคือ  เงินสด  600,000  บาท  ที่นายเพชรไม่ได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่ใคร  ย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรม  ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกของนายเพชรคือ  น.ส.เงิน  ตามมาตรา  1629(1)  และนายทองผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  ประกอบกับมาตรา  1627  นางไข่มุกมารดาตามมาตรา  1629(2)  และนางพลอยคู่สมรสตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  โดยทั้งสี่จะได้รับมรดกคนละเท่าๆกัน  คือคนละ  150,000  บาทตามมาตรา  1630  วรรคสอง  ประกอบกับมาตรา  1635(1)  แต่นายทองได้ถึงแก่ความตายก่อนนายเพชรเจ้ามรดก  ด.ญ.ไพลินซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนายทองจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่ในส่วนที่นายทองจะได้รับตามมาตรา  1639  ประกอบกับมาตรา  1643

การที่  น.ส.เงิน  ได้เอาเงินมรดกไปเป็นของตนเองโดยทุจริตจำนวน  200,000  บาทนั้น  เป็นการยักย้ายทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้  น.ส.เงินจึงถูกกำจัดมิให้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมเลยตามมาตรา  1605  วรรคแรก  ต้องนำส่วนที่  น.ส.  เงินถูกกำจัดมิให้รับมรดกจำนวน  150,000  บาท  ไปแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมของนายเพชร  คือ  ด.ญ.ไพลิน  นางไข่มุก  และนางพลอยโดยได้รับคนละ  50,000  บาท  ส่วนที่ดิน  1  แปลงราคา  200,000  บาท  เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่างที่นายเพชรได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่  น.ส.เงิน จึงเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา  1605  วรรคสอง  น.ส.เงินไม่ถูกกำจัดให้รับมรดกในที่ดินแปลงดังกล่าว  น.ส.เงินจึงยังคงมีสิทธิได้รับที่ดิน  1 แปลงตามพินัยกรรม

สรุป  ด.ญ.ไพลิน  นางไข่มุก  และนางพลอยได้รับมรดกคือ  เงินสดคนละ  200,000  บาท  ส่วน  น.ส.เงินได้รับมรดกคือ  ที่ดิน  1  แปลง  ราคา  200,000  บาท  ตามพินัยกรรม

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก ซ่อม S/2548

การสอบซ่อมภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 (LA 309),(LW 311) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นางสาวแต๋วได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนายโตโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  และมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนชื่อนายติ่ง  นายโตได้ส่งเสียเลี้ยงดูนายติ่งอย่างเปิดเผยเยี่ยงบิดามีต่อบุตร  นอกจากนี้นางสาวแต๋วยังมีน้องร่วมบิดามารดาอีกสองคนคือ  นางสาวดำกับนายแดง นางสาวดำได้มีบุตรกับคู่รักของตนชื่อเด็กหญิงส้มโอ  ปรากฏว่าในช่วงวันหยุด  นางสาวแต๋วกับนางสาวดำได้เดินทางไปเที่ยวด้วยกันและเกิดอุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิตทั้งสองคน  ต่อมานางเติ่งได้ถึงแก่ความตายและมีมรดกจำนวน  800,000  บาท  ดังนี้  จงแบ่งมรดกของนายติ่ง

ธงคำตอบ

มาตรา  1546  เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย  ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น 

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1)  ผู้สืบสันดาน

(2)  บิดามารดา

(6)  ลุง ป้า  น้า  อา

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นายติ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายโตซึ่งเป็นบิดาได้รับรองโดยพฤติการณ์เยี่ยงบิดามีต่อบุตรอย่างเปิดเผย  นายติ่งจึงเป็นผู้สืบสันดานของนายโตที่มีสิทธิรับมรดกของนายโตได้ในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1627  และมาตรา  1629(1)  แต่อย่างไรก็ดี  สถานะของนายติ่งก็ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายโต  และนายโตก็ไม่เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายติ่ง  นายโตจึงไม่ใช่ทายาทโดยธรรมของนายติ่ง  เพราะทายาทโดยธรรมลำดับที่  2  คือ  บิดามารดาตามมาตรา  1629(2)  หมายถึง  บิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น  ส่วนนางสาวดำและนายแดงมีฐานะเป็นน้าของนายติ่ง  จึงถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  6  ของนายติ่งตามมาตรา  1629(6)

ดังนั้น  มรดกของนายติ่งจำนวน  800,000  บาท  จะตกทอดแก่นายดำและนางแดงคนละส่วนเท่าๆกัน  คือ  คนละ  400,000  บาทตามมาตรา  1629(6)  และมาตรา  1633  แต่ปรากฏว่านางสาวดำได้ตายก่อนนายติ่งเจ้ามรดก  แต่นางสาวดำมีเด็กหญิงส้มโอเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นทายาทโดยธรรมและเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงตามมาตรา  1546  มาตรา  1629(1)  มาตรา  1639  มาตรา  1642  และมาตรา  1643  เด็กหญิงส้มโอจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นางสาวดำในมรดกของนายติ่งเจ้ามรดก

สรุป  มรดกของนายติ่งจำนวน  800,000  ตกทอด  ได้แก่

1       เด็กหญิงส้มโอ  จำนวน  400,000  บาท

2       นายแดง  จำนวน  400,000  บาท

 

 

ข้อ  2  ดำกับแดงเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ  ขาว  ทั้งคู่ไม่มีบุตรชาย  ดำจึงไปขอทองแดงจากสถานสงเคราะห์มาเป็นบุตรบุญธรรมโดยจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย  พร้อมทั้งแดงก็ได้ให้ความยินยอมแล้ว  เมื่อขาวและทองแดงเติบโตเป็นหนุ่มสาวจึงรู้ว่าไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ  จึงเกิดความรักกันขึ้นและตกลงใจแต่งงานกันอย่างเงียบๆโดยจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย  มีบุตรหนึ่งคนคือ  เหลือง  จากพฤติกรรมที่ทั้งสองปฏิบัติจึงทำให้ดำตรอมใจตาย  แดงเสียใจมากจึงได้ทำพินัยกรรมตัดขายบุตรสาวมิให้รับมรดกของตนและฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา  ก่อนตายแดงมีเงินในธนาคาร  1  ล้านบาท  บ้านอีก  1  หลัง  ราคา  2  ล้านบาท  จงวินิจฉัยว่ามรดกของแดงจะตกอยู่แก่ใคร

ธงคำตอบ

มาตรา  1598/25  ผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม  ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน  ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น

มาตรา  1598/27  การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย  แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน

มาตรา  1608  เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกก็ได้แต่ด้วยแสดงเจตนาชัดแจ้ง

(1) โดยพินัยกรรม

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1753  ภายใต้บังคับแห่งสิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก  เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม  หรือการตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดิน

วินิจฉัย

ทองแดงนั้นถือว่าเป็นบุตรบุญธรรมของนายดำโดยชอบด้วยกฎหมายแต่เพียงลำพัง  แม้ว่าแดงจะให้ความยินยอมในการรับเป็นบุตรบุญธรรมในฐานะเป็นคู่สมรส  ก็ไม่ได้ทำให้ทองแดงเป็นบุตรบุญธรรมของแดงแต่อย่างใด  ตามมาตรา  1598/25  ประกอบมาตรา  1598/27  ดังนั้นจึงไม่ถือว่าทองแดงเป็นทายาทโดยธรรมของแดง  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)

การที่แดงได้ทำพินัยกรรมตัดขาวบุตรสาวมิให้ได้รับมรดกนั้น  เป็นการตัดทายาทมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรม  ถือเป็นการตัดโดยชัดแจ้งตามมาตรา  1608  แล้ว  การตัดดังกล่าวถือว่าเป็นการตัดทายาทตลอดทั้งสาย  ซึ่งผู้ที่ถูกตัดคือ  ขาว  แม้มีทายาทคือเหลืองซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของขาวที่มิอาจรับมรดกแทนที่ได้  หรือสืบมรดกก็ไม่ได้เช่นกัน  ดังนั้น  มรดกของแดงคือเงินในธนาคารจำนวน  1  ล้านบาท  และบ้านอีก  1  หลัง  ราคา  2  ล้านบาท  จึงตกทอดแก่แผ่นดินตามมาตรา  1753

สรุป  มรดกของนายแดงตกทอดแก่แผ่นดิน

 

 

ข้อ  3  นายอ้วนและนางสาวผอม  เป็นพี่น้องที่เกิดจากการอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาของนายหนุ่มและนางสาวสวย  โดยทั้งสองให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรทั้งสองอย่างดี  มีอยู่วันหนึ่งนายหนุ่มได้จดทะเบียนรับนายชายเป็นบุตรบุญธรรม  โดยไม่ได้บอกให้นางสาวสวยทราบ  เพราะเกรงว่านางสาวสวยจะไม่ยินยอม  ต่อมานายอ้วนได้จดทะเบียนสมรสกับนางอนงค์  แต่ทั้งสองไม่มีบุตรด้วยกันจึงได้ร่วมกันจดทะเบียนรับ  ด.ญ.หญิง  เป็นบุตรบุญธรรม  ส่วนนางสาวผอมได้อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับนายผิวโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  มีบุตรชื่อ  ด.ญ.ผัดไท  โดยด.ญ.ผัดไทใช้นามสกุลนางสาวผอม  มีอยู่วันหนึ่งนางสาวผอมและนายอ้วนร่วมมือกันยักยอกทรัพย์นายหนุ่มไป  3  ล้านบาท  เพราะเกรงว่าตนเองจะไม่ได้รับมรดก  ส่วนนายชายได้ออกอุปสมบทที่วัดหัวหินจังหวัดเพชรบุรี  เช่นนี้  ถ้านายหนุ่มมีทรัพย์มรดกทั้งหมด  9  ล้านบาท  แต่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดก  3  ล้านบาทให้แก่นายชายและทำพินัยกรรมยกมรดก  6  ล้านบาทแก่นางสาวสวย  ต่อมาวันที่  10  สิงหาคม  2549  นายชายได้เดินทางมาเยี่ยมนายหนุ่มที่หัวหมาก  แต่นายชายประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายเพราะเรืออับปางที่ท่าเรือวัดระฆัง  ซึ่งในขณะนั้นนางสาวสวย  นายอ้วนและนางสาวผอมไปไหว้พระที่วัดระฆัง  เห็นเหตุการณ์ๆได้ลงไปช่วยแต่ก็จมน้ำตายเช่นกัน  เมื่อนายหนุ่มทราบข่าวจากทางโทรทัศน์ก็ตกใจถึงแก่ความตายตาม  เช่นนี้จงแบ่งมรดกทั้งหมด  9  ล้านบาทของนายหนุ่ม

ธงคำตอบ

มาตรา  1605  ทายาทคนใดยักย้าย  หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย  แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น

มาตรา  1608  วรรคท้าย  แต่เมื่อบุคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

 ในขณะที่นายหนุ่มมีชีวิตอยู่  ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดก  3  ล้านบาท  ให้แก่นายชายบุตรบุญธรรม  และทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกอีก  6  ล้านบาทให้แก่นางสาวสวยภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ถือว่าเป็นกรณีที่นายหนุ่มเจ้ามรดกทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกหมดแล้ว  ทำให้นายอ้วนและ  น.ส.ผอมบุตรนอกกฎหมายที่นายหนุ่มบิดารับรองโดยพฤตินัย  เพราะนายหนุ่มได้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา  ซึ่งถือว่าเป็นทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  ไม่ได้รับประโยชน์ตามพินัยกรรม  จึงเปรียบเสมือนหนึ่งว่านายอ้วนและ  น.ส.ผอมเป็นผู้ถูกตัดมิให้ได้รับมรดกโดยปริยายตามมาตรา  1608  วรรคท้าย

แต่ปรากฏว่าในระหว่างที่นายหนุ่มเจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่  นายอ้วนและ  น.ส.ผอมได้ร่วมกันยักยอกเงินนายหนุ่มไป  3  ล้านบาท  ดังนี้ยังไม่ถือว่าทั้งสองถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกเพราะยักย้ายหรือปิดบัง  ทรัพย์มรดก  ตามมาตรา  1605  วรรคแรก  เพราะกรณีที่จะถูกกำจัดตามมาตรานี้  ต้องเป็นการกระทำของทายาทภายหลังจากที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น  ดังนั้น  นายอ้วนและ  น.ส.ผอมจึงไม่ถูกกำจัดให้ได้รับมรดก  จึงยังเป็นทายาทโดยธรรมของนายหนุ่มอยู่  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)

ในระหว่างที่นายชายบุตรบุญธรรมของนายหนุ่มได้อุปสมบทอยู่ที่วัดหัวหิน  นายชายได้เดินทางกลับมาเยี่ยมนายหนุ่มที่กรุงเทพฯ  ปรากฏว่านายชายได้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำถึงแก่ความตายไป  และ  น.ส.สวยเห็นเหตุการณ์ได้ลงไปช่วยแต่ก็จมน้ำตายเช่นกัน  ถือได้ว่าเป็นกรณีที่นายชายและ  น.ส.สวยผู้รับพินัยกรรมถึงแก่ความตายก่อนนายหนุ่มผู้ทำพินัยกรรม  ดังนั้น  ข้อกำหนดในพินัยกรรมจึงตกไปทั้งฉบับ  ตามมาตรา  1698(1)  จึงต้องยกทรัพย์มรดกทั้งหมด  9  ล้านบาทแก่ทายาทโดยธรรมของนายหนุ่มเจ้ามรดกต่อไป  ตามมาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคแรก

เมื่อปรากฏว่านายหนุ่มได้อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับ  น.ส.สวยมีบุตรด้วยกัน  2  คน  ชื่อนายอ้วนและ  น.ส.ผอม  ซึ่งนายหนุ่มได้รับรองโดยพฤตินัยด้วยการอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา  ถือว่าเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองโดยพฤตินัยมีสิทธิรับมรดกของบิดาได้เสมือนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  แต่ทายาททั้งสองคนนี้ได้ถึงแก่ความตายก่อนนายหนุ่มเจ้ามรดก

นายอ้วนได้จดทะเบียนสมรสกับนางอนงค์  แต่ทั้งสองไม่มีบุตรด้วยกันจึงได้ร่วมกันจดทะเบียนรับ  ด.ญ.หญิง  เป็นบุตรบุญธรรม  จึงถือว่า  ด.ญ.หญิงเป็นผู้สืบสันดานของนายอ้วน  แต่ไม่ใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงของนายอ้วนเพราะ  ด.ญ.หญิงไม่ได้สืบสายโลหิตของนายอ้วน  ดังนั้น  ด.ญ.หญิงจึงรับมรดกแทนที่ในส่วนที่นายอ้วนมีสิทธิที่จะได้รับไม่ได้ตามมาตรา  1693  ประกอบมาตรา  1643  อีกทั้งนางอนงค์ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอ้วนก็ไม่มีสิทธิในการรับมรดกแทนที่นายอ้วนด้วยเช่นกัน  เพราะผู้ที่มีสิทธิในการรับมรดกแทนที่ต้องเป็นผู้สืบสันดานของทายาทเจ้ามรดก

ส่วนกรณี  น.ส.ผอม  ได้อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับนายผิว  โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมีบุตรชื่อ  ด.ญ.ผัดไท  โดย  ด.ญ.ผัดไท  ใช้นามสกุลนางสาวผอมจึงถือว่า  ด.ญ.ผัดไทเป็นบุตรที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้สมรสกับชาย  จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ  น.ส.ผอม ดังนั้น  ด.ญ.ผัดไทจึงเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของ  น.ส.ผอม  เป็นทายาทตามมาตรา  1629(1)  ด.ญ.ผัดไทจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่ น.ส.ผอมได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643  เพราะฉะนั้นมรดกทั้งหมด  9  ล้านบาทของนายหนุ่มจึงตกได้แก่  ด.ญ.ผัดไทโดยการรับมรดกแทนที่  น.ส.ผอม  แต่เพียงผู้เดียว

สรุป  มรดก  9  ล้านบาทของนายหนุ่มตกได้แก่  ด.ญ.ผัดไทแต่เพียงผู้เดียว

 

 

ข้อ  4  นายฉลองและนางเฉลียวเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่งงานได้  3  ปี  ทั้งสองยังไม่มีบุตรด้วยกัน  จึงได้ตัดสินใจร่วมกันจดทะเบียนรับนายฉลาดเป็นบุตรบุญธรรม  หลังจากนั้นนางเฉลียวได้ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชื่อนางสาวโฉม  ต่อมานายฉลาดได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวโฉมมีบุตรด้วยกันชื่อ  ด.ญ.ฉุยฉาย  เนื่องจากนายฉลองชอบเที่ยวกลางคืนเป็นประจำทำให้เกิดผิดใจกับนายฉนวนผู้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย  นายฉนวนจึงได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมด  15  ล้านบาท  ให้แก่นางสาวไฉไลบุตรสาวบุญธรรมแต่เพียงผู้เดียว  เมื่อนายฉลองทราบเรื่องทั้งหมดจึงได้ทำการปลอมพินัยกรรมของนายฉนวนใหม่ว่า  นายฉนวนขอตั้งนายฉลองเป็นผู้จัดการมรดก  ต่อมานายฉนวนถึงแก่ความตาย  นางสาวไฉไลได้ออกบวชเป็นแม่ชีและได้ทำการสละมรดกตามพินัยกรรมทั้งหมด  เช่นนี้  ถ้าหากว่านางสาวไฉไลมีนายฉงนเป็นบุตรบุญธรรม  จงแบ่งมรดกนายฉนวน  15  ล้านบาท

ธงคำตอบ

มาตรา  1606  บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร  คือ

(5) ผู้ที่ปลอม  ทำลาย  หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด

มาตรา  1608  วรรคท้าย  แต่เมื่อบุคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1617  ผู้รับพินัยกรรมคนใดสละมรดก  ผู้นั้นรวมตลอดทั้งผู้สืบสันดานไม่มีสิทธิจะรับมรดกที่ได้สละแล้วนั้น

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1634  ระหว่างผู้สืบสันดานที่รับมรดกแทนที่กันในส่วนแบ่งของสายหนึ่งๆ  ตามบทบัญญัติในลักษณะ  2  หมวด  4  นั้น  ให้ได้รับส่วนแบ่งมรดกดังนี้

(3) ถ้าในชั้นหนึ่งมีผู้สืบสันดานคนเดียว  ผู้สืบสันดานคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(3) เมื่อผู้รับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายฉนวนเจ้ามรดกมีนายฉลองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย  และมี  น.ส.ไฉไลเป็นบุตรสาวบุญธรรม  ดังนั้นทั้งนายฉลองและ  น.ส.ไฉไลเป็นผู้สืบสันดานของนายฉนวน  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  เป็นทายาทโดยธรรมลำดับเดียวกันย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่ากันตามมาตรา  1633

แต่ปรากฏว่านายฉนวนได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมด  15  ล้านบาทแก่  น.ส.ไฉไลแต่เพียงผู้เดียว  จึงถือว่านายฉลองซึ่งเป็นทายาทที่ไม่ได้ประโยชน์ตามพินัยกรรมถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกโดยปริยายตามมาตรา  1608  วรรคท้าย  เมื่อนายแลองทราบเรื่องพินัยกรรม  จึงทำการปลอมพินัยกรรมของนายฉนวนใหม่ว่า  นายฉนวนขอตั้งนายฉลองเป็นผู้จัดการมรดก  นายฉลองจึงถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร เพราะเป็นผู้ปลอมพินัยกรรมไม่ว่าเป็นเรื่องใด  ไม่ว่าทังหมดหรือบางส่วนก็ต้องถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกตามมาตรา  1606(5)  อีกทั้งเป็นการถูกกำจัดก่อนเจ้ามรดกตาย  เพราะนายฉลองได้ปลอมก่อนที่นายฉนวนเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

เมื่อนายฉนวนถึงแก่ความตาย  น.ส.ไฉไลได้ออกบวชเป็นแม่ชีและได้ทำการสละมรดกตามพินัยกรรม  ถือว่าข้อกำหนดพินัยกรรมทั้งหมด  15  ล้านบาท  ตกไปทั้งฉบับเพราะเป็นกรณีที่ผู้รับพินัยกรรมสละพินัยกรรมตามมาตรา  1698(3)  จึงต้องแบ่งทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของนายฉนวนต่อไปตามมาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคแรก  และกรณีนี้แม้ว่า  น.ส.ไฉไลจะมีนายฉงนเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งเป็นผู้สืบสันดานก็ตาม  นายฉงนก็ไม่มีสิทธิในการรับมรดกตามพินัยกรรมที่ได้สละแล้วตามมาตรา  1617

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า  น.ส.ไฉไลได้ทำการสละมรดกตามพินัยกรรมเท่านั้น  แต่ไม่ได้ทำการสละในฐานะทายาทโดยธรรม  ดังนั้น น.ส.ไฉไลจึงยังคงเป็นทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาส่วนโดยธรรมได้  7.5  ล้านบาท  ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง  คือ  7.5  ล้านบาท  ตกได้แก่นายฉลองบุตรนายฉนวนเจ้ามรดก  แต่เมื่อปรากฏว่านายฉลองได้ถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  โดยนายฉลองมีบุตรบุญธรรมชื่อ  นายฉลาด  และมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายชื่อ  น.ส.โฉมเป็นผู้สืบสันดาน  แต่นายฉลาดไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายแลอง  เพราะการรับมรดกแทนที่มิได้เฉพาะแต่ผู้สืบสันดานโดยตรงเท่านั้น  กล่าวคือผู้ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่ต้องเป็นผู้สืบสายโลหิตโดยตรง  แต่นายลาดเป็นเพียงผู้สืบสันดานที่ไม่ได้สืบสายโลหิตของนายฉลอง  ดังนั้นนายฉลาดจึงไม่สามารถรับมรดกแทนที่นายแลองได้  ตามมาตรา  1639  มาตรา  1643  แต่  น.ส.โฉมเป็นบุตรสาวที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นผู้สืบสายโลหิตของนายฉลองจึงเป็นผู้สืบสันดานโดยตรง  ดังนั้น  น.ส.โฉมจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายฉลองได้  7.5  ล้านบาทเพียงผู้เดียว  ตามมาตรา 1639  มาตรา  1643  และมาตรา  1634(3)

สรุป  มรดก  15  ล้านบาทตกได้แก่

1       น.ส.ไฉไล  บุตรบุญธรรมของนายฉนวนเป็นทายาทโดยธรรมเป็นเงิน  7.5  ล้านบาท  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)

2       น.ส.โฉม  โดยการรับมรดกแทนที่นายฉลองเป็นเงิน  7.5  ล้านบาท  ตามมาตรา  1639  มาตรา  1643  และมาตรา  1634(3)   

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก S/2548

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นางสาวแดง  ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนายดำ  โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน  1  คน  ชื่อนายโต  นายดำได้ส่งเสียเลี้ยงดูนายโตอย่างเปิดเผยเยี่ยงบิดามีต่อบุตร  นอกจากนี้นางสาวแดงยังมีน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันอีก  2  คน  คือ  นางสาวส้มกับนางสาวฟ้า  นางสาวส้มได้มีบุตรกับชายคนรักแบบลับๆ  คนหนึ่งชื่อเด็กชายบุญทิ้ง  ปรากฏว่านางสาวแดงกับนางสาวส้มได้ขับรถยนต์ไปด้วยกันและเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งสองคน  ต่อมานายโตได้ถึงแก่ความตายด้วยโรคมะเร็งและมีมรดกจำนวน  800,000  บาท  จงแบ่งมรดกของนายโต

ธงคำตอบ

มาตรา  1546  เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย  ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น 

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1)  ผู้สืบสันดาน

(2)  บิดามารดา

(6)  ลุง ป้า  น้า  อา

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นายโต  เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายดำซึ่งเป็นบิดาได้รับรองแล้วโดยพฤติการณ์เยี่ยงบิดามีต่อบุตรอย่างเปิดเผย  นายโตจึงเป็นผู้สืบสันดานของนายดำที่มีสิทธิรับมรดกของนายดำได้ในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1627  และมาตรา  1629(1)  แต่อย่างไรก็ดี นายโตก็มิได้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายดำ  และนายดำก็ไม่เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายโต  นายดำจึงไม่ใช่ทายาทโดยธรรมของนายโตเพราะทายาทโดยธรรมลำดับที่  2  คือ  บิดามารดาตามมาตรา  1629(2)  หมายถึง  บิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น  (ฎ. 1271/2506)  ส่วนนางสาวส้มกับนางสาวฟ้านั้นมีฐานะเป็นน้าของนายโต  ซึ่งถือเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  6  ของนายโตตามมาตรา  1629(6)

ดังนั้น  มรดกของนายโตจำนวน  800,000  บาท  ย่อมตกทอดได้แก่  นางสาวส้มกับนางสาวฟ้าคนละส่วนเท่าๆกัน  คือคนละ  400,000  บาท  ตามมาตรา  1629(6)  ประกอบมาตรา  1633  แต่ปรากฏว่านางสาวส้มได้ตายก่อนนายโตเจ้ามรดก  และนางสาวส้มมีเด็กชายบุญทิ้งเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นทายาทโดยธรรมและเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงตามมาตรา  1546  มาตรา  1629(1)  มาตรา  1639  และมาตรา  1643  เด็กชายบุญทิ้งจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นางสาวส้มในมรดกของนายโตเจ้ามรดก

สรุป  มรดกของนายโต  จำนวน  800,000  บาท  ตกทอดได้แก่

1       เด็กชายบุญทิ้ง  จำนวน  400,000  บาท

2       นางสาวฟ้า  จำนวน  400,000  บาท

 

ข้อ  2  นายหนึ่งและนางสองเป็นสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย  นายหนึ่งมีน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันชื่อนายหมู  และมีน้องร่วมมารดาชื่อนายช้าง  นายช้างมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายชื่อเด็กชายอ้น  นายหนึ่งได้ทำพินัยกรรมมีข้อความว่า  เมื่อข้าพเจ้าเสียชีวิตให้ทรัพย์มรดกทั้งหมดของข้าพเจ้าตกทอดแก่ทายาทนายช้างเพียงผู้เดียว  ต่อมานายช้างประสบอุบัติเหตุตกตึกถึงแก่ความตาย  หลังจากนั้นนายหนึ่งตาย  มีมรดกจำนวน  900,000  บาท  จงแบ่งมรดกของนายหนึ่ง

ธงคำตอบ

มาตรา  1620  วรรคสอง  ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้  แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก  ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม  หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(3)  พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

(4)  พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(2) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629 (3)  และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา  1629 (1)  แต่มีทายาทตามมาตรา  1629 (2)  แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายช้าง  ผู้รับพินัยกรรมได้ตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม  ดังนั้น  ข้อกำหนดในพินัยกรรมย่อมเสียไป  และมรดกทั้งหมดของนายหนึ่งย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1698(1)  มาตรา  1699  และมาตรา  1620  วรรคสอง  เด็กชายอ้นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายช้างเข้ารับมรดกแทนที่ไม่ได้  เพราะการรับมรดกแทนที่กันนั้นใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม  ไม่มีการรับมรดกแทนที่ในฐานะเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมตามมาตรา  1642

นายหนึ่งตาย  มีนายหมูเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  3  ตามมาตรา  1629(3)  และมีนายช้างเป็นน้องร่วมมารดาเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  4  ตามมาตรา  1629(4)  ดังนั้น  นายหมูย่อมมีสิทธิได้รับมรดกของนายหนึ่งในฐานะทายาทโดยธรรม ส่วนนายช้างเป็นทายาทโดยธรรมลำดับถัดไปย่อมไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายเลยตามมาตรา  1630  วรรคแรก  และเมื่อปรากฏว่านายหนึ่งมีภริยาคือนางสองซึ่งยังมีชีวิตอยู่  นางสองจึงได้รับมรดกของนายหนึ่งกึ่งหนึ่งตามมาตรา  1635(2)  ส่วนอีกกึ่งหนึ่งตกทอดแก่นายหมู

สรุป  มรดกของนายหนึ่ง  จำนวน  900,000  บาท  ตกทอดได้แก่

นางสอง  จำนวน  450,000  บาท

นายหมู  จำนวน  450,000  บาท

 

ข้อ  3  นายสี  มีบุตรชอบด้วยกฎหมาย  2  คน  คือ  นายดำกับนายแดง  นายสีได้ทำพินัยกรรมยกแหวนเพชรมูลค่า  5  แสนบาท  ให้แก่นายดำ  ต่อมานายสีถึงแก่ความตาย  โดยมีทรัพย์มรดกคือแหวนเพชรตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม  และเงินสดนอกพินัยกรรมอีกจำนวน  4 แสนบาท  เมื่อนายสีถึงแก่ความตาย  นายดำได้ยักยอกแหวนเพชรไปไว้ที่อื่นและปกปิดไม่ให้นายแดงทราบ  นอกจากนี้  นายดำยังได้ทุจริตเอาเงินที่เป็นมรดกของนายสีไปใช้อีกจำนวน  70,000  บาท  ให้ท่านแบ่งมรดกของนายสี

ธงคำตอบ

มาตรา  1603  กองมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายหรือโดยพินัยกรรม

ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมาย  เรียกว่า  ทายาทโดยธรรม

ทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรม  เรียกว่า  ผู้รับพินัยกรรม

มาตรา  1605  ทายาทคนใดยักย้าย  หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย  แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น

มาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม  ซึ่งผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง  ในอันที่จะได้รับทรัพย์สินนั้น

มาตรา  1621  เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้แสดงเจตนาไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น  แม้ทายาทโดยธรรมจะได้รับทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพินัยกรรม  ทายาทคนนั้นก็ยังมีสิทธิที่จะเรียกเอาส่วนโดยธรรมของตนจากทรัพย์มรดกส่วนที่ยังไม่ได้จำหน่ายโดยพินัยกรรมจนเต็มอีกก็ได้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1)  ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1651  ภายใต้บังคับบทบัญญัติลักษณะ  4

(2) เมื่อตามข้อกำหนดพินัยกรรม  บุคคลใดมีสิทธิที่จะได้รับทรัพย์สินเฉพาะสิ่งเฉพาะอย่างซึ่งเจาะจงไว้โดยเฉพาะ  หรือแยกไว้ต่างหากจากกองมรดก  บุคคลนั้นเรียกว่า  ผู้รับพินัยกรรมลักษณะเฉพาะ  และมีสิทธิและความรับผิดที่เกี่ยวกับทรัพย์สินเท่านั้น

วินิจฉัย

ในการรับมรดกของทายาทตามกฎหมายจะมีอยู่  2  ประเภท  คือ  เป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมตามมาตรา  1603  ซึ่งนายดำเป็นทั้งทายาทโดยธรรมและผู้รับพินัยกรรม  ส่วนนายแดงมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมเพียงฐานะเดียวของนายสี  แม้ว่านายสีจะมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินใดให้แก่นายแดง  นายแดงก็มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกของนายสีนอกพินัยกรรม  กรณีของนายดำนั้น  แม้จะได้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมแล้ว  ก็ยังมีสิทธิที่จะเรียกเอาส่วนที่เป็นทายาทโดยธรรมของตนในทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรมอีกก็ได้  ตามมาตรา  1621

สำหรับเงินสดจำนวน  4  แสนบาท  โดยปกตินายดำกับนายแดงจะได้รับส่วนแบ่งในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมลำดับเดียวกันคนละ  200,000  บาท  ตามมาตรา  1629(1)  และมาตรา  1633  แต่นายดำได้ยักย้ายเอาเงินสดในกองมรดกไปจำนวน  70,000  บาท  ซึ่งน้อยกว่าส่วนที่นายดำจะพึงได้รับ  ดังนั้น  นายดำจึงถูกกำจัดมิให้รับมรดกเท่าส่วนที่ตนได้ยักย้ายไปคือ  จำนวน  70,000  บาท  ตามมาตรา 1605  วรรคแรก  นายดำจึงได้รับเงินสดเพียง  130,000  บาท  ส่วนอีก  70,000  บาทที่ถูกกำจัดนั้นย่อมตกทอดได้แก่นายแดง  โดยเมื่อรวมกับส่วนที่นายแดงจะได้รับตามปกติอีกจำนวน  200,000  บาท  ทำให้นายแดงได้รับมรดกเป็นเงินสดทั้งหมด  270,000  บาท  ส่วนแหวนเพชรที่นายดำได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น  ถือเป็นพินัยกรรมเฉพาะสิ่งเฉพาะอย่างตามมาตรา  1651(2)  นายดำจึงไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดกในส่วนนี้ตามมาตรา  1605  วรรคท้าย

สรุป  นายดำได้รับมรดกเป็นแหวนเพชรตามพินัยกรรม  และเงินสดอีกจำนวน  130,000  ในฐานะเป็นทายาทโดยธรรม  ส่วนนายแดง  ไดรับมรดกเป็นเงินสด  จำนวน  270,000  บาท  ในฐานะเป็นทายาทโดยธรรม

 

ข้อ  4  นายอาทิตย์  มีบุตรชอบด้วยกฎหมายสามคนชื่อ  นายจันทร์  นายอังคาร  และนายพุธ  นายอังคารมีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายชื่อ  นางเมฆขลา  และนายอังคารได้ขอเด็กชายเสาร์บุตรของป้าตั้งแต่ยังแบเบาะมาอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาเยี่ยงบุตรของตน  ทั้งให้เรียกตนเองว่าพ่ออย่างเปิดเผย  เมื่อนายอาทิตย์ตายมีมรดกอยู่จำนวน  3  ล้านบาท  นายอังคารได้ไปทำหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ขอสละมรดกในส่วนของตน  เพราะเห็นว่าตนมีอาชีพและครอบครัวที่มั่นคงดีอยู่แล้ว  แต่ทายาทคนอื่นๆนั้นมีฐานะยากจน  การกระทำของนายอังคารทำให้นางเมฆขลาภริยาไม่พอใจเป็นอย่างมาก  เพราะนายอังคารยังมีเด็กชายเสาร์และตนที่จะต้องเลี้ยงดูอยู่นั่นเอง  นางเมฆขลาจึงมาปรึกษากับท่าน  ให้วินิจฉัยว่า  มรดกของนายอาทิตย์จะตกทอดได้แก่ผู้ใดบ้าง  อย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  1612  การสละมรดกนั้น  ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

มาตรา  1615  การที่ทายาทสละมรดกนั้น  มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย

เมื่อทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดก  ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้นสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนและชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับส่วนแบ่งที่ผู้สละมรดกนั้นจะได้รับ  แต่ผู้สืบสันดานนั้นต้องไม่ใช่ผู้ที่บิดามารดาผู้ปกครอง  หรือผู้อนุบาลแล้วแต่กรณี  ได้บอกสละมรดกโดยสมบูรณ์ในนามของผู้สืบสันดานนั้น

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1)  ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

วินิจฉัย

นายอาทิตย์  เจ้ามรดกมีมรดกจำนวน  3  ล้านบาท  และมีบุตรชอบด้วยกฎหมายสามคน  คือ  นายจันทร์  นายอังคาร  และนายพุธ  โดยเป็นผู้สืบสันดานในฐานะทายาทโดยธรรมลำดับที่  1  ตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งจะมีสิทธิได้รับมรดกเท่าๆกัน  คนละ  1  ล้านบาท  เพราะเป็นทายาทโดยธรรมลำดับเดียวกันตามมาตรา  1633  ปรากฏว่า  นายอังคารได้สละมรดกในฐานะที่ตนเป็นทายาทโดยธรรม  ด้วยการทำเป็นหนังสือมอบไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่  ดังนั้น  มรดกในส่วนนี้จำนวน  1  ล้านบาท  จึงกลับคืนสู่กองมรดกเพื่อแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมที่เหลืออยู่ต่อไป  ตามมาตรา  1621  และมาตรา  1615  วรรคแรก  โดยจะตกทอดได้แก่นายจันทร์  500,000  บาท  และนายพุธ  500,000  บาท  กรณีนี้  เด็กชายเสาร์ไม่สามารถสืบมรดกที่นายอังคารได้สละมรดกได้  ตามมาตรา  1615  วรรคสอง  เพราะเด็กชายเสาร์ไม่ใช่ผู้สืบสันดานของนายอังคาร  เป็นเพียงบุตรของป้าที่นายอังคารได้ขอมาเลี้ยงดูและให้การศึกษาเยี่ยงบุตรเท่านั้น  เมื่อเป็นบุตรของคนอื่นจึงไม่ใช่ผู้สืบสันดาน  ส่วนนางเมฆขลาเป็นลูกสะใภ้ของนายอาทิตย์  ไม่มีสิทธิได้รับมรดก  เพราะไม่ได้เป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมแต่อย่างใด

สรุป  มรดกของนายอาทิตย์จะตกทอดได้แก่

นายจันทร์  จำนวน  1,500,000  บาท

นายพุธ  จำนวน  1,500,000  บาท

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 1/2549

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  ดำเป็นหญิงหม้ายเพราะสามีประสบอุบัติเหตุตาย  ดำมีน้องชายร่วมบิดามารดาหนึ่งคนคือ  แดง  และมีน้องสารร่วมมารดาอีกหนึ่งคนคือ  ขาว  ขาวเป็นนักธุรกิจชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆในขณะที่ไปทำธุรกิจต่างประเทศก็ได้พบรักกับเหลือง  ซึ่งเป็นนักธุรกิจเหมือนกันจึงได้แต่งงานกัน  โดยจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  มีบุตร  1  คน  คือ  เขียว  ขณะที่เขียวอายุได้  5  ปีนั้น  ขาวและเหลืองซึ่งเป็นบิดามารดาได้เดินทางไปต่างประเทศด้วยกันและประสบอุบัติเหตุเพราะเครื่องบินโดยสารตกเสียชีวิตทั้งคู่  ดำซึ่งเป็นป้าจึงได้เลี้ยงดูเขียวเหมือนเป็นลูกของตนเองและคิดว่าจะนำไปจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรม  แต่ปรากฏว่าดำประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน  ดำตายลงมีทรัพย์มรดกคือมีที่ดินพร้อมบ้านราคา  6  ล้านบาท  และเงินสดในธนาคารอีก  4  ล้านบาท  โดยที่เธอไม่ได้ทำพินัยกรรมใดๆไว้  จงแบ่งมรดกของดำ

ธงคำตอบ

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

แดงและขาวถือเป็นทายาทโดยธรรมตามกฎหมายของดำ  เมื่อดำตายมรดกจึงตกทอดแก่คนทั้งสองตามมาตรา  1620  วรรคแรก  ประกอบกับมาตรา  1629(4)

แต่เนื่องจากขายได้ตายก่อนดำเจ้ามรดก  และขาวมีเขียวซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงจึงสามารถรับมรดกแทนที่ขาวในมรดกของดำได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1629(4)  มาตรา  1642  และมาตรา  1643

อย่างไรก็ตาม  แม้เขียวจะอยู่ในอุปการะของดำโดยการเลี้ยงดูและดำจะนำไปจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมแต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนแต่อย่างใด  ดังนั้น  เขียวจึงไม่ใช่ผู้สืบสันดานของดำ  แต่เขียวก็เป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของขาวจึงรับมรดกแทนที่ของขาวเพื่อรับมรดกของดำได้  โดยแบ่งกันกับแดงซึ่งเป็นลุงคนละครึ่งตามมาตรา  1633

สรุป  มรดกของดำคือบ้านพร้อมที่ดินราคา  6  ล้านบาท  และเงินในธนาคารอีก  4  ล้านบาท  รวมเป็นเงิน  10  ล้านบาท  จึงตกทอดแก่แดงและเขียวคนละ  5  ล้านบาท

 

ข้อ  2  นายเอกและนางโท  เป็นสามีภริยาชอบด้วยกฎหมายมีบุตรด้วยกันสามคนคือ  นายหนึ่ง  นายสอง  และนายสาม  โดยนายหนึ่งได้สมรสกับนางแดงและมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนคือ  เด็กหญิงอ๋อย  ส่วนนายสามได้สมรสกับนางส้มและมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนชื่อ  เด็กชายเปี๊ยก นายเอกมีมรดกอยู่จำนวน  4  ล้านบาท  ได้ทำพินัยกรรมยกให้นายหนึ่งจำนวน  2  ล้านบาท  และนายสามจำนวน  2  ล้านบาท  เพราะเห็นว่าบุตรทั้งสองคนนั้นมีครอบครัวประกอบกับความรักหลาน  ปรากฏว่านายหนึ่งได้ตายก่อนนายเอกหลังจากนั้นนายเอกได้ถึงแก่ความตาย นายสามเสียใจและสงสารมารดาของตนกับพี่จึงได้สละมรดกตามพินัยกรรมที่ตนได้รับนั้น  ดังนี้  จงแบ่งมรดกของนายเอก

ธงคำตอบ

มาตรา  1608  วรรคท้าย  แต่เมื่อบุคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1617  ผู้รับพินัยกรรมคนใดสละมรดก  ผู้นั้นรวมตลอดทั้งผู้สืบสันดานไม่มีสิทธิจะรับมรดกที่ได้สละแล้วนั้น

มาตรา  1618  ถ้าทายาทโดยธรรมผู้ที่ได้สละมรดกไม่มีผู้สืบสันดานที่จะรับมรดกได้  หรือผู้รับพินัยกรรมได้สละมรดก  ให้ปันส่วนแบ่งของผู้ที่ได้สละมรดกนั้นๆ  แก่ทายาทอื่นของเจ้ามรดกต่อไป

มาตรา  1620  วรรคสอง  ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้  แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก  ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม  หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น  มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

(3) เมื่อผู้รับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายเอกเจ้ามรดกมีมรดกอยู่จำนวน  4  ล้านบาท  ได้ทำพินัยกรรมยกให้บุตรของตนคือนายหนึ่ง  2  ล้านบาท  และนายสาม  2  ล้านบาท  ดังนั้นนายสองซึ่งเป็นบุตรอีกคนหนึ่งและนางโทภริยาจึงถือว่าเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกของนายเอกโดยปริยายด้วยการที่เจ้ามรดกจำหน่ายทรัพย์มรดกหมดตามมาตรา  1608  วรรคท้าย  นายหนึ่งผู้รับพินัยกรรมได้ตายก่อนนายเอกผู้ทำพินัยกรรม  ฉะนั้นข้อกำหนดตามพินัยกรรมจึงตกไปตามมาตรา  1698(1)  จำนวน  2  ล้านบาทตามพินัยกรรมจึงกลับคืนสู่กองมรดก  และกลายเป็นทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรม  ซึ่งจะต้องแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกต่อไปตามมาตรา  1699  และมาตรา  1620  ปรากฏว่าหลังจากนายเอกเจ้ามรดกตายแล้ว  นายสามผู้รับพินัยกรรมได้สละมรดกตามพินัยกรรมจำนวน  2  ล้านบาท  เป็นเหตุให้ข้อกำหนดตามพินัยกรรมเป็นอันตกไปเช่นกันตามมาตรา  1698(3)  ซึ่งจำนวนเงินตามพินัยกรรมที่นายสามสละนั้นจะกลับคืนสู่กองมรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาทโดยธรรมของนายเอกตามมาตรา  1618  มาตรา  1699  และมาตรา  1620  วรรคสอง  และเด็กชายเปี๊ยกผู้สืบสันดานของนายสามจะสืบมรดกที่นายสามผู้รับพินัยกรรมสละไปไม่ได้ตามมาตรา  1617

ดังนั้น  มรดกของนายเอกจำนวน  4  ล้านบาท  จะตกทอดได้แก่บุคคลใดบ้างสามารถพิจารณาได้ดังนี้

1       นางโทในฐานะคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

2       เด็กหญิงอ๋อยในฐานะผู้รับมรดกแทนที่นายหนึ่งบิดาของตนตามมาตรา 1629(1)  มาตรา  1639  มาตรา  1642  และมาตรา  1643

3       นายสองและนายสามในฐานะผู้สืบสันดานอันเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  1  ตามมาตรา  1629(1)

ทั้งนี้  ในการแบ่งมรดก  นางโทจะได้รับส่วนแบ่งจำนวน  1  ล้านบาท  เสมือนหนึ่งเป็นทายาทชั้นบุตรตามมาตรา  1635(1)  เด็กหญิงอ๋อยจะได้รับมรดกแทนที่นายหนึ่งจำนวน  1  ล้านบาท  นายสองและนายสามจะได้รับส่วนแบ่งคนละ  1  ล้านบาทในฐานะทายาทโดยธรรมลำดับเดียวกันย่อมได้รับส่วนแบ่งมรดกเท่ากันตามมาตรา  1633

สรุป  มรดกของนายเอกจำนวน  4  ล้านบาท  สามารถแบ่งได้ดังนี้

นางโท  จำนวน  1  ล้านบาท

เด็กหญิงอ๋อย  จำนวน  1  ล้านบาท

นายสอง  จำนวน  1  ล้านบาท

นายสาม  จำนวน  1  ล้านบาท

นางแดงและนางส้ม  ไม่ได้รับมรดกเพราะเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่ทายาทโดยธรรม

เด็กชายเปี๊ยก  ไม่สามารถสืบมรดกได้เพราะนายสามบิดาได้สละมรดกในฐานะผู้รับพินัยกรรม

 

ข้อ  3  นางส้มและนายขนุน  เป็นบุตรที่เกิดจากการอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาของนายมะยม  และ  น.ส.มังคุด  โดยนายมะยมได้ให้นางส้มใช้นามสกุลตนเอง  ส่วนนายขนุนใช้นามสกุล  น.ส.มังคุด  เพราะนายมะยมได้ไปจดทะเบียนสมรสกับนางมะนาวจึงไม่ได้มาสนใจ  น.ส.มังคุดและบุตรทั้งสองอีก  เมื่อนายมะไฟบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยมทราบเรื่องทั้งหมด  ก็ได้ทำพินัยกรรมยกบ้านราคา  3,000,000  บาท  ให้นางส้ม  และยกรถยนต์มูลค่า  4,500,000  บาท  ให้นายขนุน  ส่วนนางส้มจดทะเบียนสมรสกับนายองุ่น  มีบุตรชื่อ  นายมะม่วง  แต่นางส้มมีปากเสียงกันบ่อยกับนายองุ่นจึงแยกกันอยู่  แต่นายขนุนได้จดทะเบียนรับนายละมุดเป็นบุตรบุญธรรม  ปรากฏว่านายมะไฟ  นางส้ม  นายขนุน  และนายมะยมเดินทางไปเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก  ทั้งหมดได้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำ  ทำให้นางส้มและนายมะยมถึงแก่ความตายในทันที  ส่วนนายมะไฟและนายขนุนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล  เมื่อนายมะไฟรู้สึกตัวและทราบข่าวว่านางส้มและนายมะยมถึงแก่ความตายก็เสียใจมากและถึงแก่ความตาย  ส่วนนายขนุนได้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา  ถ้าหากว่านายมะไฟยังมีนางสาวมะเฟืองเป็นบุตรบุญธรรมอีกคนหนึ่ง  จงแบ่งมรดกนายมะไฟ

ธงคำตอบ

มาตรา  1608  วรรคท้าย  แต่เมื่อบุคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1620  วรรคสอง  ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้  แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก  ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม  หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

การที่นายมะยมอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับ  น.ส.มังคุด  มีบุตร  2  คน  ชื่อนางส้มซึ่งนายมะยมให้ใช้นามสกุล ถือว่านางส้มเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองโดยพฤติการณ์ตามมาตรา  1627  จึงมีฐานะเป็นผู้สืบสันดานของนายมะยม  และยังมีนายขนุนเป็นบุตรนอกกฎหมายอีกคน  แต่นายมะยมก็มิได้ให้การรับรองแต่อย่างใด  ดังนั้นนายขนุนจึงยังไม่มีฐานะเป็นผู้สืบสันดานของนายมะยม

เมื่อนายมะยมไปจดทะเบียนสมรสกับนางมะนาวแต่ไม่มีบุตรด้วยกันและไม่ได้มาสนใจ  น.ส.มังคุดและบุตรอีกเลย  เป็นเหตุให้นายมะไฟบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยมได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่นายขนุนได้รถยนต์  (4,500,000  บาท)  นางส้มได้บ้าน (3,000,000 บาท)  เป็นกรณีที่นายมะไฟทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกหมดทำให้นายมะยมซึ่งเป็นผู้สืบสันดานเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(1)  ไม่ได้รับประโยชน์ตามพินัยกรรม  จึงเป็นผู้ถูกตัดมิให้ได้รับมรดกโดยปริยายตามมาตรา  1608  วรรคท้าย

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  นางส้ม  นายมะยม  นายขนุน  นายมะไฟ  เดินทางไปพิษณุโลกและประสบอุบัติเหตุ  นางส้มและนายมะยมจมน้ำตายทันที  ดังนั้น  ข้อกำหนดพินัยกรรมในส่วนของบ้านที่นายมะไฟทำพินัยกรรมยกให้นางส้มจึงเป็นอันตกไปตามมาตรา  1698(1) เพราะนางส้มผู้รับพินัยกรรมถึงแก่ความตายก่อนนายมะไฟผู้ทำพินัยกรรม  จึงต้องปันทรัพย์มรดกในบ้าน  3,000,000  บาทนี้แก่ทายาทโดยธรรมของนายมะไฟเจ้ามรดกต่อไปตามมาตรา  1699  และมาตรา  1620  วรรคสอง

เมื่อนายมะไฟเจ้ามรดกถึงแก่ความตายโดยมีการทำพินัยกรรมในรถยนต์  (4,500,000  บาท)  ให้แก่นายขนุน  ซึ่งในขณะที่นายมะไฟตาย  นายขนุนผู้รับพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่  ดังนั้น  ข้อกำหนดพินัยกรรมในส่วนของรถยนต์ยังมีผลใช้บังคับอยู่รถยนต์จึงตกได้แก่นายขนุนทันที เพราะการตกทอดแห่งทรัพย์มรดกไม่ต้องแสดงเจตนาเข้ารับเอา  แต่เป็นไปโดยผลของกฎหมาย

ส่วนทรัพย์มรดกบ้านราคา  3,000,000  บาทนี้  ต้องนำไปแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมของนายมะไฟซึ่งนายมะไฟมีนายมะยมเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาวมะเฟืองเป็นบุตรบุญธรรม  ซึ่งทั้งสองมีฐานะเป็นผู้สืบสันดานในชั้นเดียวกันและมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่ากันคนละ  1,500,000  บาท  ตามมาตรา  1627  มาตรา  1629(1)  และมาตรา  1633  ปรากฏว่านายมะยมทายาทตามมาตรา  1629(1)  ถึงแก่ความตายไปก่อนนายมะไฟเจ้ามรดก  โดยมีนางส้มเป็นผู้สืบสันดานของนายมะยม  แต่นางส้มได้ตายไปก่อนเช่นกัน  แต่นางส้มยังมีนายมะม่วงเป็นผู้สืบสันดานโดยตรง  ดังนั้นในส่วนแบ่ง  1,500,000  บาทนี้  นายมะม่วงจึงมีสิทธิในการรับมรดกแทนที่นายมะยมได้ตามมาตรา   1639  และมาตรา  1643  ส่วนนางมะนาวภริยานายมะยมไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายมะยมเพราะไม่ใช่ผู้สืบสันดาน

สรุป

1       นายขนุน  รับมรดกในฐานะผู้รับพินัยกรรมในรถยนต์  4,500,000  บาท  (แม้ว่าในเวลาต่อมานายขนุนจะถึงแก่ความตายก็ตาม  แต่ตายภายหลังเจ้ามรดกตายแล้ว)

2       ทรัพย์มรดกที่เป็นบ้าน  3,000,000  บาท  ตกได้แก่

1)    น.ส.มะเฟือง  เป็นบุตรบุญธรรมของนายมะไฟ  ได้  1,500,000  บาท

2)    นายมะม่วง  ในฐานะรับมรดกแทนที่นายมะยม  ได้  1,500,000  บาท

 

ข้อ  4  นายเอกมีบุตร  2  คน  คือ  นายหนึ่ง  นายสอง  และยังมีบุตรบุญธรรมชื่อนายสาม  นายเอกทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกเป็นเงินสด 3  ล้านบาท  ให้นายสองแต่เพียงผู้เดียว  เมื่อนายหนึ่งทราบเรื่องจึงใช้ปืนขู่บังคับให้นายเอกทำพินัยกรรมบกเงินครึ่งหนึ่งให้นายขันบุตรบุญธรรมของนายหนึ่ง  แต่นายเอกไม่ยอมจึงขัดขืนใช้ปืนของตนเองยิงป้องกันตัว  เป็นเหตุให้นายหนึ่งบาดเจ็บสาหัสเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล  ซึ่งในขณะที่นายหนึ่งก่อเหตุนายสองและนายสามเห็นเหตุการณ์  นายสองจึงได้ทำหนังสือสละมรดกมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางซื่อโดยไม่ขอรับมรดกตามพินัยกรรม  ส่วนนายสามไปเที่ยวสุโขทัยก็ประสบอุบัติเหตุจมน้ำตาย  นายโทบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสามได้เดินทางไปรับศพนายสามกลับมาบำเพ็ญกุศลที่กรุงเทพฯ  เมื่อนายเอกทราบข่าวการตายของนายสามจึงเศร้าใจและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา  จงแบ่งมรดกของนายเอก 

ธงคำตอบ

มาตรา  1606  บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร  คือ

(3) ผู้ที่รู้แล้วว่าเจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนาแต่มิได้นำข้อความนั้นขึ้นร้องเรียนเพื่อเป็นทางที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ  แต่ข้อนี้มิให้ใช้บังคับถ้าบุคคลนั้นมีอายุยังไม่ครบสิบหกปีบริบูรณ์  หรือเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือถ้าผู้ที่ฆ่านั้นเป็นสามีภริยาหรือผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของตนโดยตรง

(4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ  หรือเพิกถอน  หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมดซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดกหรือไม่ให้กระทำการดังกล่าวนั้น

มาตรา  1608  วรรคท้าย  แต่เมื่อบุคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1612  การสละมรดกนั้น  ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

มาตรา  1619  ผู้ใดจะสละหรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยประการใด  ซึ่งสิทธิอันหากจะมีในภายหน้าในการสืบมรดกผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้

วินิจฉัย

การที่นายเอกทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมด  3,000,000  บาทให้แก่นายสองเพียงผู้เดียว  ทำให้นายหนึ่งบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและนายสามบุตรบุญธรรมของนายเอกเป็นผู้ไม่ได้รับประโยชน์ตามพินัยกรรม  ถือว่านายหนึ่งและนายสามถูกตัดมิให้ได้รับมรดกโดยปริยายตามมาตรา  1608  วรรคท้าย

เมื่อนายหนึ่งทราบเรื่องพินัยกรรม  ก็ได้ใช้ปืนขู่บังคับให้นายเอกเจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกมรดกให้นายขันบุตรบุญธรรมของนายหนึ่งเป็นเงิน  1,500,000  บาท  (ครึ่งหนึ่ง)  ดังนั้นนายหนึ่งจึงถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรตามมาตรา  1606(4)  ซึ่งเป็นการถูกกำจัดก่อนเจ้ามรดกตาย

แต่ปรากฏว่า  นายเอกได้ใช้ปืนยิงไปที่นายหนึ่งเป็นการป้องกันตัว  ทำให้นายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส  ในขณะเกิดเหตุตั้งแต่แรกนายสองและนายสามเห็นเหตุการณ์  แต่มิได้ไปร้องเรียนเพื่อนำตัวนายหนึ่งมาลงโทษ  แต่นายสองและนายสามก็ไม่ถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดก เพราะในการนี้นายเอกเจ้ามรดกยังไม่ได้ถูกนายหนึ่งฆ่าตาย  ทั้งสองคนนี้จึงไม่ถูกกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรตามมาตรา  1606(3)

การที่นายสองทำหนังสือแสดงเจตนาสละมรดกตามพินัยกรรมเป็นการแสดงเจตนาจำหน่ายสิทธิที่อาจเกิดมีขึ้นในอนาคต  ซึ่งการสละมรดกจึงไม่มีผลใช้บังคับ  แม้จะทำเป็นหนังสือมละมรดกมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางซื่อก็ตาม  ตามมาตรา  1612  ประกอบมาตรา  1619 เพราะนายสองทำการสละมรดกก่อนนายเอกเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย  ดังนั้นนายสองจึงยังมีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมได้อยู่

สรุป  นายสองเป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรม  จำนวน  3,000,000  บาท

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 2/2549

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายหนึ่งอยู่กินกับนางสองโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  มีบุตรด้วยกันหนึ่งคนคือ  นายเอก  ซึ่งนายหนึ่งได้เลี้ยงดูให้การศึกษาและให้ใช้นามสกุลด้วย  นอกจากนี้นายหนึ่งยังมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเกิดกับภริยาเดิมและได้เสียชีวิตไปแล้วอีกสองคนคือ  นายโทกับนายตรี  และเขายังมีน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกันอีก  1  คนคือ  นางดำ  นายโทได้ไปขอเด็กชายกมลจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเป็นบุตรบุญธรรมของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย  นายหนึ่งมีเงินสดฝากในธนาคารอยู่จำนวน  1  ล้าน  2  แสนบาท  จึงได้ทำพินัยกรรมยกให้ลูกทั้งสามคนคือ  นายเอก  นายโท  นายตรี  และน้องสาวของเขาคือ  นางดำด้วย  โดยให้ได้รับคนละ  3  แสนบาท  ต่อมานายหนึ่งได้ให้นายโทขับรถพานางดำไปธุระให้แก่ตนที่ต่างจังหวัด  ทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่  นายหนึ่งเสียใจมากคิดว่าเป็นความผิดของตนจึงตรอมใจตายในเวลาต่อมา  จงแบ่งมรดกของนายหนึ่ง

ธงคำตอบ

มาตรา  1620  วรรคสอง  ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้  แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก  ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม  หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายหนึ่งได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกของตนให้แก่นายเอก  นายโท  นายตรี  ซึ่งเป็นบุตร  และนางดำน้องสาวคนละ  3  แสนบาท  ปรากฏว่า  นายโทและนางดำผู้รับพินัยกรรมตายก่อนนายหนึ่งผู้ทำพินัยกรรม  ฉะนั้น  พินัยกรรมในส่วนของสองคนนี้จึงตกไปตามมาตรา  1698(1)  และกลับสู่กองมรดกของนายหนึ่ง  เพื่อนำไปแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมของนายหนึ่งต่อไปตามมาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคสอง

ฉะนั้นเงินสดจำนวน  6  แสนบาทของนายโทและนางดำตามพินัยกรรมจึงตกแก่ทายาทโดยธรรมของนายหนึ่ง  คือ  นายโท  นายตรี  และนายเอก  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของนายหนึ่งตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627  คนละส่วนเท่าๆกัน  คือคนละ  2  แสนบาทตามมาตรา  1633  ส่วนนางสองภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีส่วนในมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมที่เป็นคู่สมรสตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

นายโทมีบุตรบุญธรรมหนึ่งคนคือเด็กชายกมล  แต่เด็กชายกมลไม่สามารถรับมรดกแทนที่ของนายโทได้ตามมาตรา  1639  เพราะไม่ได้เป็นผู้สืบสันดานโดยตรง  (ตามหลักสายโลหิต)  ตามมาตรา  1643  ดังนั้นในส่วนของนายโทจึงตกแก่ทายาทโดยธรรมของนายหนึ่งอีกสองคนคือ  นายเอกและนายตรี  ซึ่งนายเอกนั้นแม้เป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายหนึ่ง  แต่มีการรับรองพฤติการณ์โดยนายหนึ่งได้เลี้ยงดู  ให้การศึกษา  และให้ใช้นามสกุลด้วย  นายเอกจึงเป็นผู้สืบสันดานและรับมรดกได้ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  ดังนั้นทั้งสองคนจึงได้รับส่วนแบ่งเท่าๆกัน  คือ  คนละ  1  แสนบาท  ตามมาตรา  1633

สรุป  มรดกของนายหนึ่งจำนวน  1  ล้าน  2  แสนบาท  จึงตกทอดแก่นายเอกและนายตรีคนละ  6  แสนบาท  โดยรับในฐานะทายาทโดยธรรมคนละ  3  แสนบาท  และในฐานะทายาทผู้รับพินัยกรรมอีกคนละ  3  แสนบาท 

 

ข้อ  2  นายเอกและนางโทเป็นสามีภริยาชอบด้วยกฎหมาย  นายเอกมีน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันชื่อนายดำ  และมีน้องสาวร่วมมารดาชื่อนางแดง  นางแดงมีบุตรชอบด้วยกฎหมายชื่อเด็กหญิงส้ม  นายเอกได้ทำพินัยกรรมมีข้อความว่า  เมื่อข้าพเจ้าตายไป  ให้ทรัพย์มรดกทั้งหมดของข้าพเจ้าตกทอดแก่นางแดงแต่เพียงผู้เดียว  นางแดงประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตาย  ต่อมานายเอกตายมีมรดกจำนวน  3 ล้านบาท  จงแบ่งมรดกของนายเอก

ธงคำตอบ

มาตรา  1620  วรรคสอง  ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้  แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก  ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม  หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(2) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629 (3)  และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา  1629 (1)  แต่มีทายาทตามมาตรา  1629 (2)  แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นางแดงผู้รับพินัยกรรมได้ตายก่อนนายเอกผู้ทำพินัยกรรม  จึงทำให้ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้นย่อมตกไปตามมาตรา  1698(1)  และมรดกดังกล่าวจะตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของนายเอกตามมาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคสอง  เด็กหญิงส้มซึ่งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนางแดง  ไม่สามารถเข้ารับมรดกแทนที่ได้  เพราะการรับมรดกแทนที่กันนั้น  กฎหมายให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1642

นายเอกตายมีนายดำเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  3  ตามมาตรา  1629(3)  และมีนางแดงเป็นน้องร่วมมารดาเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  4  ตามมาตรา 1629(4)  ดังนั้นนายดำมีสิทธิได้รับมรดกของนายเอกในฐานะทายาทโดยธรรมที่เป็นญาติตามมาตรา  1629(3)  ประกอบมาตรา  1630  วรรคแรก  ร่วมกับนางโทภริยาของนายเอกตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  โดยนางโทได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง  อีกกึ่งหนึ่งตกทอดแก่นายดำตามมาตรา  1635(2)

สรุป  มรดกของนายเอกจำนวน  3  ล้านบาทตกทอดได้แก่

1       นางโทจำนวน  1.5  ล้านบาท

2       นายดำจำนวน  1.5  ล้านบาท

 

ข้อ  3  นายหนึ่งและนางสาวสอง  อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสจนนางสาวสองตั้งครรภ์  ก่อนนางสาวสองจะคลอดบุตรได้เลิกกับนายหนึ่งและไปอยู่กินกับนายเมตตาอย่างลับๆไม่บอกให้นางกรุณาภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเมตตารู้  เมื่อนางสาวสองคลอดบุตรชื่อนายเอกแล้ว  นายเมตตาไดให้นายเอกใช้นามสกุลและให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี  ต่อมาเมื่อนางกรุณารู้เรื่องทั้งหมดจึงได้พานางสาวอุเบกขาบุตรสาวของตนที่เกิดกับนายเมตตาหนีออกจากบ้านและพากันไปอยู่บ้านนายโลภะพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกันของนายเมตตา  ด้วยความน้อยใจนางกรุณาจึงคิดฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนยิง  แต่ปรากฏว่านางสาวอุเบกขาเข้ามาเห็นจึงปัดปืน  ปืนลั่นถูกนางสาวอุเบกขาถึงแก่ความตาย  เมื่อนายเมตตาทราบข่าวหัวใจวายตาย  จงแบ่งมรดก  3  ล้านบาทของนายเมตตา

ธงคำตอบ

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(2) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629 (3)  และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา  1629 (1)  แต่มีทายาทตามมาตรา  1629 (2)  แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง

วินิจฉัย

การที่นายเมตตาเจ้ามรดกมีนางสาวอุเบกขาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายที่เกิดกับนางกรุณาภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ปรากฏว่านางสาวอุเบกขาผู้สืบสันดานทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(1)  ถึงแก่ความตาย  ดังนั้นนายโลภะพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายเมตตาซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  3  ตามมาตรา  1629(3)  จึงมีสิทธิรับมรดกได้ตามมาตรา  1630  วรรคแรก

เมื่อนายเมตตาเจ้ามรดกตายโดยมีนางกรุณาคู่สมรสและมีนายโลภะเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(3)  นางกรุณาคู่สมรสมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่งของ  3  ล้านบาท  เป็นเงิน  1.5  ล้านบาท  ส่วนอีก  1.5  ล้านบาท  ตกเป็นของนายโลภะตามมาตรา  1635(2)  ประกอบมาตรา  1633

ส่วนกรณีนายเอก  แม้นายเมตตาได้ให้นายเอกใช้นามสกุลของนายเมตตาก็ไม่ทำให้นายเอกเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองโดยพฤตินัย  เพราะการรับรองโดยพฤตินัยต้องเป็นการรับรองบุตรที่เกิดจากสายโลหิตของตนเองเท่านั้น  ไม่มีกรณีรับสมอ้าง  ดังนั้น  นายเอกไม่ใช่บุตรของนายเมตตาจึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนายเมตตาตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)

สรุป  มรดก  3  ล้านบาท  ตกได้แก่

นางกรุณา  1.5  ล้านบาท

นายโลภะ  1.5  ล้านบาท

 

ข้อ  4  นายชาตรีอยู่กินกันฉันสามีภริยากับนางชมโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  มีบุตรด้วยกัน  1  คน  คือนายเอก  นายชาตรีได้อุปการะเลี้ยงดูนายเอกร่วมกับนางชมมาโดยตลอด  นายเอกจดทะเบียนสมรสกับนางอ้นมีบุตร  2  คน  คือนายใหญ่และนางเล็ก  นายใหญ่ขอเงินจากนายเอกเพื่อจะไปใช้หนี้การพนัน  นายเอกได้ให้เงินกับนายใหญ่โดยให้นายใหญ่ทำหนังสือไว้กับนายเอกว่านายใหญ่จะไม่ขอเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของนายเอกอีก  และจะไม่ขอรับมรดกใดๆทั้งสิ้นของนายเอกด้วย  ต่อมานายเล็กจดทะเบียนสมรสกับนางลิน  มีบุตรด้วยกัน  1  คน  คือ  ด.ญ.หล้า  นายเล็กและนางลินรับ  ด.ญ.รัก  จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเป็นบุตรบุญธรรมโดยจดทะเบียนตามกฎหมาย  นายเล็กเป็นมะเร็งที่ตับถึงแก่ความตาย  หลังจากนั้นนายเอกประสบอุบัติเหตุตาย  นายเอกมีทรัพย์มรดกทั้งสิ้น  600,000  บาท  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  มรดกของนายเอกจะตกได้แก่ใคร  เพียงใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1612  การสละมรดกนั้น  ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

มาตรา  1619  ผู้ใดจะสละหรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยประการใด  ซึ่งสิทธิอันหากจะมีในภายหน้าในการสืบมรดกผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  วรรคสองแต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น  มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

เมื่อนายเอกถึงแก่ความตาย  มรดกทั้งสิ้น  600,000  บาท  ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของนายเอก  ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกของนายเอก  คือ  นายใหญ่และนายเล็ก  ในฐานะผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  นางชมในฐานะมารดาตามมาตรา  1629(2) และนางอ้นในฐานะคู่สมรสตามมาตรา  1629  วรรคสอง  ส่วนนายชาตรีไม่มีสิทธิรับมรดกของนายเอก  เพราะนายชาตรีไม่ใช่บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายการแบ่งมรดกเบื้องต้นในกรณีเช่นนี้ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา  1630  วรรคสอง  ประกอบกับมาตรา  1635(1)  คือ  นายใหญ่  นายเล็ก  นางชม  และนางอ้น  โดยนางอ้นได้รับส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตร  ดังนั้นทั้งสี่คนจึงได้รับมรดกคนละ  150,000  บาท

ส่วนการที่นายใหญ่ได้ทำหนังสือไว้กับนายเอกว่านายใหญ่จะไม่ขอเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของนายเอกอีก  และจะไม่ขอรับมรดกใดๆ  ทั้งสิ้นของนายเอกนั้น  ยังไม่ถือเป็นการสละมรดก  เหตุเพราะไม่ได้มอบหนังสือสละมรดกไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่  หรือไม่ได้ทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา  1612  และการสละมรดกซึ่งสิทธิอันหากจะมีภายหน้าในการสืบมรดกผู้ยังมีชีวิตอยู่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา  1619  ดังนั้น  นายใหญ่จึงยังคงมีสิทธิรับมรดกของนายเอก

เมื่อนายเล็กถึงแก่ความตายก่อนนายเอกเจ้ามรดก  ด.ญ.หล้า  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรง (ถือตามหลักสายโลหิต)  ของนายเล็กจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายเล็กได้ตามมาตรา  1639  ประกอบกับมาตรา  1643  ส่วน  ด.ญ.รัก  เป็นบุตรบุญธรรมซึ่งไม่ใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงของนายเล็ก  จึงไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายเล็กได้

สรุป  มรดกของนายเอก  600,000  บาท  ตกได้แก่  นายใหญ่  ด.ญ.หล้า  นางชม  และนางอ้นคนละ  150,000  บาท    

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก S/2549

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  ก. กู้เงิน ข.  หนึ่งล้านบาท  มีกำหนดเวลาสามปี  โดยมี  ค.  เป็นผู้ค้ำประกัน  หนี้เงินกู้ครบกำหนดแล้วแต่  ก.  ยังไม่ได้ชำระหนี้  ข.  ต่อมา  ค.  ผู้ค้ำประกันตาย  อยากทราบว่า  ข.  จะเรียกให้  ง.  ทายาทของ  ค.  ชำระหนี้ได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  203  วรรคสอง  ถ้าได้กำหนดเวลาไว้  แต่หากกรณีเป็นที่สงสัย  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่  แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้

มาตรา  204  วรรคสอง  ถ้าได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน  และลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามกำหนดไซร้  ท่านว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องเตือนเลย  วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการชำระหนี้  ซึ่งได้กำหนดเวลาลงไว้อาจคำนวณนับได้โดยปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว

มาตรา  686  ลูกหนี้ผิดนัดลงเมื่อใด  ท่านว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้น

มาตรา  1599  วรรคแรก  เมื่อบุคคลใดตาย  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท

มาตรา  1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้  กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย  ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ  เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

วินิจฉัย

ก.      กู้เงิน ข.  หนึ่งล้านบาท  มีกำหนดเวลา  3  ปี  โดยมี  ค.  เป็นผู้ค้ำประกัน  กรณีนี้จึงต้องเป็นไปตามมาตรา  203  วรรคสอง  กล่าวคือ  สัญญากู้เงินมีกำหนดระยะเวลาในการใช้คืน  คือ  3  ปี  ซึ่งบทสันนิษฐานมีว่าในกรณีที่มีการกำหนดเวลาไว้  แต่หากกรณีเป็นที่สงสัย  เจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงกำหนดเวลานั้นไม่ได้  แต่ลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหนี้เงินกู้ครบกำหนดแล้ว  แต่  ก.  ยังไม่ได้ชำระหนี้ให้  ข.  ต่อมา  ค.  ผู้ค้ำประกันตาย  จะเห็นว่า  เมื่อสัญญาเงินกู้มีกำหนดเวลาชำระตามมาตรา  203  วรรคสอง  เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลาในสัญญาดังกล่าว  ถือว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด  ตามมาตรา  204  วรรคสอง  อันจะส่งผลให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้  กล่าวคือสัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาซึ่งผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น  เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้  จึงเกิดความรับผิดตามกฎหมายของผู้ค้ำประกันแล้ว  ข.  จึงมีสิทธิเรียกให้  ค.  ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้  แต่ปรากฏว่า  ค.  ตายก่อน  จึงมีปัญหาว่า  ข.  เจ้าหนี้จะเรียกให้ทายาทของผู้ค้ำประกันรับผิดได้หรือไม่  เห็นว่า  เมื่อพิจารณาความหมายของคำว่า  มรดก  ตามมาตรา  1600  ที่ได้กำหนดว่ากองมรดกของผู้ตาย  ได้แก่  ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย  ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆซึ่งไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตาย  เมื่อการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของผู้ค้ำประกันเป็นหน้าที่และความรับผิดของผู้ตาย  ซึ่งไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัวแล้วจึงถือว่าเป็นมรดก  ตามมาตรา  1600  ด้วย  ดังนั้นเมื่อผู้ค้ำประกันตายภายหลังจากที่ลูกหนี้ผิดนัดหน้าที่และความรับผิดที่จะต้องชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน  จึงตกแก่ทายาทของผู้ค้ำประกันทันทีที่เจ้ามรดกตายตามมาตรา  1599  ซึ่งทายาทจะอ้างว่ามิใช่เป็นหนี้ของตนมิได้  เพราะผู้รับมรดกย่อมรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิด(หนี้)  ของผู้ตายเจ้ามรดกด้วย  อย่างไรก็ตามทายาทก็ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน

สรุป  ข.  เจ้าหนี้  สามารถเรียกให้  ง.  ทายาทของ  ค.  ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทน  ก.  ได้

 

ข้อ  2  หลังจากสนธิ์ผู้บิดาถึงแก่กรรม  สิทธิชัยบุตรของสนธิ์จัดการศพของบิดาเสร็จแล้ว  สัญผู้เป็นปู่ได้ถึงแก่ความตายโดยกะทันหันอีกคนหนึ่ง  หลังจากจัดงานศพให้ปู่แล้ว  สิทธิชัยร้องต่อศาลขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของปู่  สมนึกน้องของสนธิ์  ซึ่งเป็นอาของสิทธิชัยคัดค้านว่า  สิทธิชัยไม่ใช่ทายาทของสัญบิดา  ไม่มีอำนาจร้องขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก  ขอให้ยกคำร้อง  ข้อคัดค้านของสมนึกฟังขึ้นหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1713  ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เมื่อเจ้ามรดกตาย  ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป  หรืออยู่นอกราชอาณาเขต  หรือเป็นผู้เยาว์

(2) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ  หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ  หรือในการแบ่งปันมรดก

(3) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการไว้ไม่มีผลบังคับด้วยประการใดๆ

การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น  ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรม  ก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรมและถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์  และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก  แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร

วินิจฉัย

จากบทบัญญัติมาตรา  1713  จะเห็นได้ว่าทายาทสามารถมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้  ซึ่งทายาทตามนัยมาตรา  1713 หมายความรวมทั้งทายาทโดยธรรมและผู้รับพินัยกรรมที่มีสิทธิได้รับมรดกของเจ้ามรดก  สำหรับทายาทโดยธรรมนั้นย่อมหมายถึงทายาทในลำดับแรกๆ  ที่ยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ในลำดับหนึ่งๆที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทในลำดับถัดไปที่ไม่มีสิทธิรับมรดก  ก็ไม่สามารถมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า  สนธิ์เป็นบุตรของสัญ  จึงถือว่าสนธิ์เป็นผู้สืบสันดานซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของสัญ  ตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งได้ตายก่อนเจ้ามรดก  แต่สนธิ์มีบุตรคือ  สิทธิชัย  จึงถือว่าสิทธิชัยเป็นทายาทโดยธรรมของวนธิ์  กล่าวคือ  เป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของสนธิ์จึงเข้ารับมรดกแทนที่บิดาในมรดกของสัญซึ่งเป็นปู่ได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และมาตรา  1643

เมื่อสิทธิชัยมีสิทธิรับมรดกของสัญในฐานะผู้รับมรดกแทนที่  ย่อมมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกได้  ข้ออ้างของสมนึกที่ว่าสิทธิชัยไม่ใช่ทายาทของสัญ  ไม่มีอำนาจร้องขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก  จึงฟังไม่ขึ้น (ฎ. 616/2547)

สรุป  ข้อคัดค้านของสมนึกฟังไม่ขึ้น

 

ข้อ  3  พระภิกษุเผือกได้บรรพชาหน้าไฟเป็นสามเณรในวันเผาศพมารดา  ต่อมาเกิดเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุใช้ชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์คลอดมา  เมื่อโยมบิดาถึงแก่กรรมแล้วพระภิกษุเผือกมอบอำนาจให้ผันน้องชายไปโอนสวนยางพารา  25 ไร่  ที่ได้รับมรดกจากมารดา  และอีก  37  ไร่  ที่ได้รับมรดกจากบิดาเป็นของตน  นอกจากนั้นระหว่างอยู่ในสมณเพศ  พระภิกษุเผือกยังมีทรัพย์สินอื่นจากกิจนิมนต์  และเงินฝากในธนาคารอีก  1,500,000  บาท  แยกฝากธนาคาร  3  บัญชี  บัญชีละ  500,000  บาท  พระภิกษุเผือกได้ทำพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ  ยกทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในกุฏิของตนให้ผันน้องชาย  และลงลายมือชื่อ  แต่เขียนเพิ่มเติมด้านล่างว่า  ทั้งนี้ให้รวมทั้งสมุดเงินฝากต่างๆด้วย  ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้

ผันถึงแก่กรรมก่อนพระภิกษุเผือก  ทิ้งนวลนภาภรรยาให้เป็นม่าย  แต่ไม่มีลูกด้วยกัน  เมื่อพระภิกษุเผือกนำสมุดเงินฝากทั้ง  3  เล่ม  ฝากไว้ที่เจ้าอาวาสนั้นตกได้แก่ใคร  นวลนภาจะเข้ารับมรดกแทนที่ผันได้หรือไม่  เพราะเหตุใด 

ธงคำตอบ

มาตรา  1623  ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น  เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพ  ให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น  เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม

มาตรา  1624 ทรัพย์สินใดเป็นของบุคคลก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินนั้นหาตกเป็นสมบัติของวัดไม่  และให้เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของบุคคลนั้น  หรือบุคคลนั้นจะจำหน่ายโดยประการใดตามกฎหมายก็ได้

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1657  พินัยกรรมนั้นจะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้  กล่าวคือ  ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตนเองซึ่งข้อความทั้งหมด  วัน  เดือน  ปี  และลายมือชื่อของตน

การขูดลบ  ตก  เติม  หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้ทำด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อกำกับไว้

บทบัญญัติมาตรา  9  แห่งประมวลกฎหมายนี้  มิให้ใช้บังคับแก่พินัยกรรมที่ทำขึ้นตามมาตรานี้

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1753  ภายใต้บังคับแห่งสิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก  เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม  หรือการตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดิน

วินิจฉัย

จากบทบัญญัติตามมาตรา  1624  ที่กำหนดว่า  ทรัพย์สินใดเป็นของบุคคลก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินนั้นหาตกเป็นสมบัติของวัดไม่”  เห็นว่า  พระภิกษุ  ตามนัยของบทบัญญัติใน  ป.พ.พ.  ได้แก่พระภิกษุที่ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนาเท่านั้น  ไม่หมายความรวมถึงสามเณร  แม่ชี  นักพรต  หรือนักบวชในศาสนาอื่นด้วย  เช่นนี้สวนยางพารา  25  ไร่ที่พระภิกษุเผือกได้รับมรดกจากมารดาขณะเป็นสามเณร (มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันทีที่เจ้ามรดกตาย)  แม้จะได้จดทะเบียนโอนกันภายหลังอุปสมบทเป้นพระภิกษุแล้ว  ก็ยังถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุตามมาตรา  1624  ไม่ตกเป็นสมบัติของวัด  ต้องนำมรดกส่วนนี้แบ่งแก่ทายาทโดยธรรมของพระภิกษุเผือกต่อไป

เมื่อข้อเท็จจริงปรากกว่านายผันน้องชายซึ่งเป็นญาติคนที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว  และเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  3  เสียชีวิตไปก่อนพระภิกษุเผือกเจ้ามรดก  ข้อกำหนดในพินัยกรรมจึงตกไป  เพราะผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรมตามมาตรา  1698(1)  แม้ส่วนของพินัยกรรมที่มิได้ลงชื่อจะไม่สมบูรณ์ตามมาตรา  1657  ก็ตาม  เมื่อพระภิกษุเผือกไม่มีทายาทอื่นอีก  อีกทั้งนางนวลนภาภรรยาของนายผันซึ่งเป็นน้องสะใภ้ของพระภิกษุเผือก  ก็มิใช่ทายาทโดยธรรมของพระภิกษุตามมาตรา  1629  ด้วย

และนางนวลนภาจะเข้ารับมรดกแทนที่นายผันสามีตามมาตรา  1639  ก็ไม่ได้  เพราะการรับมรดกแทนที่ใช้บังคับในระหว่างผู้สืบสันดานโดยตรงและเป็นทายาทโดยธรรมเท่านั้น  ไม่มีบทบัญญัติใดให้ภรรยารับมรดกแทนที่สามีได้  ดังนั้นสวนยางพารา  25  ไร่  จึงตกทอดแก่แผ่นดินตามมาตรา  1753 (ฎ. 1191/2482 648/2497)

เมื่อพินัยกรรมเป็นอันตกไปตามมาตรา  1698(1)  จึงต้องนำไปแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1699  ประกอบมาตรา  1620  วรรคแรก  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินในพินัยกรรมทั้งหมด  รวมทั้งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร  และที่ดินที่ได้รับมรดกจากบิดา  ล้วนแต่เป็นทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น  จึงตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาตามมาตรา  1623

สรุป  สวนยางพารา  25  ไร่  ตกทอดแก่แผ่นดิน  ทรัพย์สินตามพินัยกรรม  บัญชีเงินฝากธนาคารและที่ดินอีก  37  ไร่  ตกเป็นสมบัติของวัด

 

ข้อ  4  สงบกับอำภามีบุตรด้วยกันคนหนึ่งพึ่งหย่ากันเมื่อปี  2543  เพราะอำภาทราบว่าสงบแอบไปมีคนอื่นจนมีบุตรด้วยกันชื่อ  อาภัสรา ซึ่งสงบได้ส่งเสียให้เล่าเรียน  หลังจากหย่าก็ยังไม่ได้แบ่งสมบัติกันปี  2546  สงบถึงแก่ความตาย  อำภาร้องต่อศาลขอเข้าเป็นผู้จัดการมรดกของสงบ  อาภัสราคัดค้านอ้างว่าอำภาไม่ใช่ทายาทของสงบ  คำคัดค้านฟังขึ้นหรือไม่  เพราะเหตุใด    

ธงคำตอบ

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1713  ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เมื่อเจ้ามรดกตาย  ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป  หรืออยู่นอกราชอาณาเขต  หรือเป็นผู้เยาว์

(2) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ  หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ  หรือในการแบ่งปันมรดก

(3) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการไว้ไม่มีผลบังคับด้วยประการใดๆ

การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น  ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรม  ก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรมและถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์  และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก  แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร

วินิจฉัย

จากบทบัญญัติมาตรา  1713  ดังกล่าว  ได้กำหนดถึงตัวบุคคลผู้มีสิทธิจะร้องขอต่อศาลให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกได้  3  ประเภท  คือ  ทายาท  ผู้มีส่วนได้เสีย  หรือพนักงานอัยการ

สำหรับกรณีทายาทนั้น  หมายความถึงทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมที่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดก  ซึ่งนอกจากจะร้องขอให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว  ยังมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกได้

ส่วนผู้มีส่วนได้เสียในกรณีนี้  หมายถึง  บุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในกองมรดกโดยชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยประการแรก  คือ  อาภัสรา  จะมีสิทธิร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่  เห็นว่า  เมื่อสงบมีบุตรที่เกิดจากตนซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาเด็ก  อาภัสราจึงเป็นบุตรนอกกฎหมายของนายสงบ  โดยหลักแล้วไม่มีสิทธิรับมรดก  แต่นายสงบมีพฤติการณ์รับรองอาภัสรา  โดยส่งเสียให้เล่าเรียน  จึงถือว่าอาภัสราเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วตามนัยมาตรา  1627  มีฐานะเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  จึงมีสิทธิรับมรดกของบิดา  เมื่อมีสิทธิในการรับมรดกของเจ้ามรดกจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก  รวมทั้งคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกได้

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อมาคือ  อำภาจะร้องขอต่อศาลเป็นผู้จัดการมรดกของนายสงบได้หรือไม่  เห็นว่า  เมื่ออำภาได้หย่าขาดจากนายสงบแล้ว  จึงไม่มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมที่เป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายตามนัยมาตรา  1629  วรรคท้าย  จึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนายสงบ  แต่แม้อำภาจะไม่อยู่ในฐานะทายาทที่จะร้องขอต่อศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก  แต่อำภาเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกโดยชอบด้วยกฎหมาย  กล่าวคือยังมิได้มีการแบ่งทรัพย์สิน (สินสมรส)  ระหว่างสามีภริยาเมื่อหย่ากันแล้วตามมาตรา  1533  จึงยังมีสิทธิร้องขอต่อศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกได้  ดังนั้นคำคัดค้านของอาภัสราจึงฟังไม่ขึ้น  (ฎ. 30/2549)

สรุป  อำภาย่อมร้องขอต่อศาลให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกได้  ตามมาตรา  1713  ข้อคัดค้านของอาภัสราฟังไม่ขึ้น

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 1/2550

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายหนึ่งเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายแดงซึ่งเป็นเจ้ามรดก  นายแดงมีน้องสาวร่วมมารดาเดียวกันหนึ่งคนคือนางสาวดำ นอกจากนี้นายแดงยังได้จดทะเบียนรับนายสองมาเป็นบุตรบุญธรรมอีกคนหนึ่ง  ต่อมานายหนึ่งได้นางสาวเขียวมาเป็นภริยาโดยมิชอบด้วยกฎหมายจนตั้งครรภ์ได้  4  เดือน  โดยที่ไม่มีใครทราบ  นายสองได้รับเด็กชายขาวมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  วันหนึ่งนายแดงได้ให้นายหนึ่งและนายสองเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่จังหวัดภูเก็ต  เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินระเบิดทำให้ทั้งคู่เสียชีวิต  นายแดงทราบข่าวก็หัวใจวายตายทันที  นายแดงตายลงมีมรดก  10  ล้านบาท  ต่อมานางเขียวได้คลอดบุตรออกมาชื่อเด็กชายเหลือง  ภายใน  310  วันนับแต่วันที่นายหนึ่งถึงแก่ความตาย  จงแบ่งมรดกของนายแดง

ธงคำตอบ

มาตรา  1604  วรรคท้าย  เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้  ให้ถือว่าเด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายนั้นเป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

มาตรา  1630  วรรคสองแต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นายแดงเจ้ามรดกมีนายหนึ่งเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  และมีนายสองเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งทั้ง  2  คน  เป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  1 กล่าวคือเป็นผู้สืบสันดาน  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  และได้ถึงแก่ความตายก่อนนายแดงเจ้ามรดก  โดยนายหนึ่งมีนางสาวเขียวเป็นภริยาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  แม้นางสาวเขียวจะคลอดเด็กชายเหลืองออกมาภายใน  310  วันนับแต่วันที่นายหนึ่งตายก็ตามก็ไม่สามารถทำให้เด็กชายเหลืองมีสิทธิรับมรดกแทนที่ของนายหนึ่งได้  ตามมาตรา  1639  เพราะในระหว่างที่นางสาวเขียวตั้งครรภ์นั้น  มิได้มีพฤติการณ์ในการรับรองทารกในครรภ์ของนางสาวเขียวว่าเป็นบุตรของนายหนึ่ง  ทั้งยังไม่มีใครทราบว่านางสาวเขียวตั้งครรภ์  ดังนั้น  เด็กชายเหลืองซึ่งเกิดมาโดยไม่มีสถานะเป็นผู้สืบสันดานที่จะรับมรดกแทนที่ของนายหนึ่งได้ตามมาตรา  1604  วรรคท้าย  ประกอบมาตรา  1627  และมาตรา  1639

กรณีที่นายสองรับเด็กชายขาวมาเป็นบุตรบุญธรรม  แม้จะโดยชอบด้วยกฎหมาย  และเป็นผู้สืบสันดานของนายสอง  ตามมาตรา  1627  แต่ก็ไม่ทำให้เด็กชายขาวรับมรดกแทนที่ของนายสองได้  เพราะมิใช่ผู้สืบสันดานสืบสายโลหิตโดยตรง  ตามมาตรา  1643  ประกอบมาตรา  1639

ส่วนกรณีที่นายแดงมีนางสาวดำเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกันนั้นถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  4  ตามมาตรา  1629(4)  จึงมีสิทธิรับมรดกของนายแดงทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว  ตามมาตรา  1629(4)  ประกอบมาตรา  1630  วรรคท้าย  และมาตรา  1633

สรุป  นางสาวดำมีสิทธิรับมรดกของนายแดง  10  ล้านบาทแต่เพียงผู้เดียว

 

ข้อ  2  นายโตมีบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย  ชื่อนายเอก  ต่อมานายเอกได้จดทะเบียนสมรสกับนางแต๋วแต่ไม่มีบุตรด้วยกัน  นายเอกและนางแต๋วจึงได้ไปจดทะเบียนรับนายดำเป็นบุตรบุญธรรม  ปรากฏว่านายเอกได้ถูกรถยนต์ชนตายในขณะเดินทางไปพบนายโต  หลังจากนั้นนายโตก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งและถึงแก่ความตาย  นายโตมีมรดกจำนวน  4  ล้านบาท  จงแบ่งมรดกของนายโต

ธงคำตอบ

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1753  ภายใต้บังคับแห่งสิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก  เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม  หรือการตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดิน

วินิจฉัย

นายเอกเป็นบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย  จึงเป็นผู้สืบสันดานของนายโตโดยเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  1  ตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  เมื่อนายเอกตาย  ต่อมานายโตตายมีมรดกจำนวน  4  ล้านบาท  นายดำบุตรบุญธรรมของนายเอกซึ่งไม่ถือว่านายดำเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงที่สืบสายดลหิตของนายเอก  ดังนั้นนายดำจึงเข้ารับมรดกแทนที่นายเอกในส่วนของนายโตไม่ได้  ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และมาตรา  1643

ส่วนกรณีของนางแต๋ว  ภริยาของนายเอกนั้น  ถือเป็นบุตรสะใภ้ของนายโต  จึงไม่ถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมของนายโต  ฉะนั้นเมื่อนายโตไม่มีทายาทโดยธรรมและไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้  มรดกของนายโตจำนวน  4  ล้านบาทจึงตกทอดแก่แผ่นดิน  ตามมาตรา  1753

สรุป  มรดกของนายโตจำนวน  4  ล้านบาท  จึงตกทอดแก่แผ่นดิน

 

ข้อ  3  นายอำนวยเป็นบุตรที่เกิดจากการอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสระหว่างนายอมรและนางสาวนงค์  โดยนายอมรให้นายอำนวยใช้นามสกุลของนายอมร  ต่อมานางอัมพรมารดาของนายอมรบังคับให้นายอมรจดทะเบียนสมรสกับนางอรพรรณ  เมื่อนายอมรแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนางอรพรรณได้  2  เดือน  จึงทราบว่านางสาวนงค์ตั้งครรภ์ได้  5  เดือนแล้ว  ซึ่งต่อมาคลอดและชื่อเด็กหญิงนุช  แต่นายอมรก็ไม่สามารถกลับไปอุปการะเลี้ยงดูนางสาวนงค์และลูกๆได้อีกเพราะถูกนางอัมพรกีดกันเมื่ออยู่กันมาได้  5  ปี  นายอมรและนางอรพรรณไม่มีบุตรด้วยกัน  นงอรพรรณจึงจดทะเบียนรับนางสาวอ่อนมาเป็นบุตรบุญธรรม  โดยได้รับความยินยอมจากนายอมร  วันที่  16  กันยายน  2550  นางอัมพรและนายอมรเดินทางไปเยี่ยมนายศุกร์ซึ่งเป็นอดีตสามีของนางอัมพรและเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอมรที่จังหวัดภูเก็ต  โดยสายการบิน  หนึ่ง  สอง  สาม  ปรากฏว่าเครื่องบินลำดังกล่าวประสบอุบัติเหตุ  เป็นเหตุให้นายอมรถึงแก่ความตาย  ณ  ที่เกิดเหตุ  และนางอัมพรได้รับบาดเจ็บสาหัส  ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล  และนางอัมพรก็ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล  ให้นักศึกษาแบ่งทรัพย์สินและสิทธิหน้าที่ต่างๆ  ของนางอัมพรเหล่านี้ว่าตกทอดเป็นมรดกแก่ใครบ้างหรือไม่  เพราะเหตุใด

1)    สิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ใบหน้าเสียโฉม  เนื่องจากเครื่องบินตกในครั้งนี้

2)    สิทธิในเงินฝากในบัญชีเงินฝากที่มีต่อธนาคารกรุงเทพ  จำนวน  5  ล้านบาท

ธงคำตอบ

มาตรา  1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้  กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย  ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ  เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1753  ภายใต้บังคับแห่งสิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก  เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม  หรือการตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดิน

วินิจฉัย

มาตรา  1600  ทรัพย์มรดก  ได้แก่  ทรัพย์สิน  สิทธิ  หน้าที่และความรับผิดของเจ้ามรดกเว้นแต่โดยสภาพ  หรือตามกฎหมาย  เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้  ดังนั้น  สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่ใบหน้าเสียโฉม  เป็นค่าเสียหายที่ไม่อาจคำนวณเป็นเงิน  ซึ่งตามมาตรา  446  บัญญัติให้เป็นการเฉพาะตัวของผู้ถูกกระทำละเมิดโดยแท้  สิทธิดังกล่าวนี้จึงไม่เป็นมรดกได้แก่ทายาทโดยธรรมของนางอัมพรเจ้ามรดก  ตามมาตรา  1600

ส่วนเงินฝากในธนาคาร  5  ล้านบาท  ตกได้แก่  ทายาทโดยธรรมของนางอัมพร  ดังนี้

นางอัมพรตายโดยมีนายอมรเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย  นายอมรจึงมีฐานะเป็นผู้สืบสันดาน  ของนางอัมพรตามมาตรา  1629(1)  แต่ปรากฏว่า  นายอมรทายาทตามมาตรา  1629(1)  ถึงแก่ความตายก่อนนางอัมพรเจ้ามรดก  โดยมีนายอำนวยเป็นบุตรนอกกฎหมายที่เกิดจากการอยู่กินกับ  น.ส.นงค์  โดยนายอมรให้ใช้นามสกุล  นายอำนวยจึงเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนายอมร  มีสิทธิรับมรดกของนางอัมพรแทนที่นายอมรได้ ตามมาตรา  1627 ,  1639  และ  1643  ส่วนเด็กหญิงนุช  แม้เป็นยุตรนอกกฎหมายของนายอมร  แต่นายอมรไม่ได้ให้การรับรองโดยพฤติการณ์  ด.ญ.นุชจึงไม่มีฐานะเป็นผู้สืบสันดานของนายอมร  จึงไม่อาจรับมรดกแทนที่นายอมรได้  ดังนั้นมรดกทั้งหมด  5  ล้านบาท  จึงตกได้แก่นายอำนวยโดยการรับมรดกแทนที่นายอมร  ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643

กรณีนางอรพรรณ  ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอมร  ไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่  เพราะนางอรพรรณไม่มีฐานะเป็นผู้สืบสันดานของนายอมร  ตามมาตรา  1639  ส่วนนางสาวอ่อน  เป็นบุตรบุญธรรมของนางอรพรรณ  เป็นผู้สืบสันดานของนางอรพรรณ  ตามมาตรา  1627 แต่นางสาวอ่อนไม่ใช่ผู้สืบสันดานของนายอมรและมิใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงของนายอมร  ดังนั้นนางสาวอ่อนจึงไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายอมรได้

ส่วนนายศุกร์  อดีตสามีของนางอัมพร  มิใช่เป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะที่นางอัมพรถึงแก่ความตาย  ดังนั้น  นายศุกร์จึงมิใช่ทายาทโดยธรรมในฐานะที่เป็นคู่สมรสของนางอัมพร  ตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

สรุป 

1)    สิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายที่ใบหน้าเสียโฉม  ไม่ใช่มรดกของนางอัมพร  ตามมาตรา  446  ประกอบมาตรา  1600

2)    เงินฝากในธนาคาร  5 ล้านบาท  ตกได้แก่  นายอำนวย  โดยการรับมรดกแทนที่ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643

 

ข้อ  4  นายเพชรและนางพลอยเป็นสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย  นายเพชรมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน  2  คน  คือนายเงินและนายทอง  นายเงินจดทะเบียนสมรสกับนางทับทิมแต่ไม่มีบุตรด้วยกัน  ทั้งคู่จึงไปขอ  ด.ญ.ไพลิน  จากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ามาเป็นบุตรบุญธรรมโดยจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  ต่อมานายเพชรทำพินัยกรรมยกรถยนต์  1  คัน  ราคา  300,000  บาท  ให้กับนายทอง  หลังจากนั้นนายเพชรประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกถึงแก่ความตาย  มีมรดกคือรถยนต์  1  คัน  ตามที่ได้ระบุในพินัยกรรม  และเงินสด 1,200,000  บาท  นายทองได้เอาเงินมรดกจำนวน  400,000  บาท  ไปเป็นของตนโดยฉ้อฉล  ต่อมานายเงินสละมรดกของนายเพชรโดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ  ดังนี้  จงแบ่งมรดกของนายเพชร 

ธงคำตอบ

มาตรา  1605  ทายาทคนใดยักย้าย  หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย  แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น

มาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม  ซึ่งผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง  ในอันที่จะได้รับทรัพย์สินนั้น

มาตรา  1612  การสละมรดกนั้น  ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

มาตรา  1615  การที่ทายาทสละมรดกนั้น  มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย

เมื่อทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดก  ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้นสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนและชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับส่วนแบ่งที่ผู้สละมรดกนั้นจะได้รับ  แต่ผู้สืบสันดานนั้นต้องไม่ใช่ผู้ที่บิดามารดาผู้ปกครอง  หรือผู้อนุบาลแล้วแต่กรณี  ได้บอกสละมรดกโดยสมบูรณ์ในนามของผู้สืบสันดานนั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(2) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629 (3)  และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา  1629 (1)  แต่มีทายาทตามมาตรา  1629 (2)  แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง

วินิจฉัย

การที่นายเพชรทำพินัยกรรมยกรถยนต์  1  คัน  ราคา  300,000  บาท  ให้กับนายทองนั้น  รถยนต์เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งอย่างที่นายเพชรเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่นายทองผู้รับพินัยกรรม  รถยนต์จึงตกแก่นายทองโดยผลของกฎหมาย  โดยเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา  1605  วรรคสอง

ส่วนเงินมรดก  1,200,000  บาท  ที่นายเพชรไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรม  ซึ่งทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับมรดก  คือนายเงินและนายทองในฐานะพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันตามมาตรา  1629(3)  และนางพลอยในฐานะคู่สมรสตามมาตรา 1629  วรรคท้าย  โดยนายเงินและนายทองได้รับมรดกกึ่งหนึ่งคือได้คนละ  300,000  บาท  และนางพลอยได้กึ่งหนึ่ง  คือ  600,000  บาท  ตามมาตรา  1635(2)  แต่นายทองได้เอาเงินมรดกจำนวน  400,000  บาท  ไปเป็นของตนโดยฉ้อฉล  ถือเป็นการยักย้ายทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้  นายทองจึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนายเพชรในฐานะทายาทโดยธรรมเลยตามมาตรา  1605  วรรคแรก  ดังนั้น  เงินสด  300,000  บาท  จึงต้องนำไปแบ่งแก่นายเงินและนางพลอยโดยได้อีกคนละ  150,000  บาท  ตามมาตรา  1635(2)

เมื่อนายเงินสละมรดกของนายเพชรโดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ  เป็นการสละมรดกที่ทำถูกต้องตามกฎหมายตามมาตรา  1612  มีผลทำให้  ด.ญ.ไพลินบุตรบุญธรรมซึ่งถือว่าเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)  มีสิทธิสืบมรดกตามมาตรา  1615  วรรคสองได้

สรุป  นายทองได้รับรถยนต์  1  คัน  ราคา  300,000  บาท  ตามพินัยกรรม  ด.ญ.ไพลินได้รับเงินสด  450,000  บาท  และนางพลอยได้รับเงินสด  750,000  บาท

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 2/2550

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายดำมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  คือนายเอก  นายโท  และนายตรี  นายเอกมี  ด.ญ.ขาว  เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  นายโทมีบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย  1  คน  คือ  ด.ญ.เขียว  ส่วนนายตรีได้สมรสกับ  น.ส.จัตวาโดยชอบด้วยกฎหมาย  มีบุตรชาย  1  คน คือ  ด.ช.แดง  แต่ปรากฏว่าได้ตกน้ำตายตั้งแต่อายุได้  2  ขวบ  นายดำได้ทำพินัยกรรมยกมรดกของตนซึ่งเป็นเงินสด  4  ล้านบาท   ให้แก่นายตรีเพียงคนเดียว  แต่เขาก็โชคไม่ดีเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อน  นายดำเสียใจมาก  และป่วยเป็นโรคหัวใจจนเสียชีวิตในที่สุด ก่อนนายดำตายนายเอกได้ทำพินัยกรรมปลอมว่านายดำยกทรัพย์มรดกให้แก่ตนสามในสี่ส่วน  หลังจากนายดำตายแล้ว  นายโทได้ไปบวชอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่บิดาที่วัดเทพลีลา  และยังไม่ยอมสึก  จากนั้นเขาก็ได้ทำการสละมรดกที่เขาจะได้รับโดยทำการสละไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย  จงวินิจฉัยว่า  มรดกของนายดำจะตกทอดแก่ใครบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1606  บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร  คือ

(5) ผู้ที่ปลอม  ทำลาย  หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด

มาตรา  1615  การที่ทายาทสละมรดกนั้น  มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย

เมื่อทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดก  ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้นสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนและชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับส่วนแบ่งที่ผู้สละมรดกนั้นจะได้รับ  แต่ผู้สืบสันดานนั้นต้องไม่ใช่ผู้ที่บิดามารดาผู้ปกครอง  หรือผู้อนุบาลแล้วแต่กรณี  ได้บอกสละมรดกโดยสมบูรณ์ในนามของผู้สืบสันดานนั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายดำได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นายตรีคนเดียว  แต่นายตรีผู้รับพินัยกรรมได้ตายก่อนนายดำผู้ทำพินัยกรรมจึงทำให้พินัยกรรมนั้นตกไปตามมาตรา  1698(1)  ประกอบมาตรา  1699  จัตวาซึ่งเป็นภริยาของนายตรี  และเป็นเพียงสะใภ้ของนายดำ  จึงไม่ถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมของนายดำ  และไม่สามารถรับมรดกแทนที่นายตรีได้เพราะเป็นภริยา  เนื่องจากผู้ที่จะรับมรดกแทนที่ได้นั้นต้องเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และ  1643  ส่วน  ด.ช.แดง  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนายตรีก็เสียชีวิตไปแล้วจึงไม่มีสภาพของการเป็นทายาทอยู่  (มาตรา  1604  วรรคแรกตอนต้น)

นายเอกได้ปลอมพินัยกรรมก่อนนายดำเจ้ามรดกจะเสียชีวิต  จึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกทั้งหมดฐานเป็นผู้ไม่สมควร  ตามมาตรา 1606(5)  และเป็นการถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ดังนั้นบุตรของนายเอกคอ  ด.ญ.ขาว  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงจึงเข้ารับมรดกแทนที่นายเอกบิดาได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และ  1643

นายโทได้สละมรดกทั้งหมดโดยชอบด้วยกฎหมายและบวชเป็นพระแล้ว  ดังนั้นการสละมรดกของเขาจึงทำให้นายโทไม่มีสถานะของการเป็นทายาท  ด.ญ.เขียว  ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของนายโทและเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627  จึงเข้าสืบมรดกของนายโทได้แม้จะไม่ใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงก็ตามและ  ด.ญ.เขียว  มีสิทธิได้รับมรดกเท่ากับส่วนที่นายโทจะพึงได้รับตามมาตรา  1615 วรรคสอง

ดังนั้น  โดยสรุปมรดกของนายดำจึงแบ่งเป็น  2  ส่วนเท่าๆกัน  โดย  ด.ญ.ขาว   และ  ด.ญ.เขียว  ได้รับคนละ  2  ล้านบาท  ตามมาตรา 1630

สรุป  มรดกของนายดำจะตกทอดแก่  ด.ญ.ขาว  และ  ด.ญ.เขียว  คนละ  2  ล้านบาท

 

ข้อ  2  นายไสวและนางสดใส  เป็นสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายและทั้งสองไม่มีบุตรด้วยกัน  ด้วยเหตุนี้จึงไปขอเด็กชายโตจากญาติมาเลี้ยงดูเยี่ยงบุตรและให้การศึกษา  แต่ไม่ได้จดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรม  ซึ่งนายไสวยังมีน้าชายอยู่คนหนึ่งชื่อนายดำ  และนายดำมีบุตรชอบด้วยกฎหมายชื่อนายแดง  นอกจากนี้ยังมีอาอีกหนึ่งคนชื่อ  นางตุ้ย  ปรากฏว่า  นายดำได้ตายก่อนนายไสว  หลังจากนั้นนายไสวตายมีมรดกจำนวน  6  ล้านบาท  จงแบ่งมรดกของนายไสว

ธงคำตอบ

มาตรา  1599  เมื่อบุคคลใดตาย  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท  ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(6) ลุง  ป้า  น้า  อา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(3) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629 (4) หรือ (6)  และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่  หรือมีทายาทตามมาตรา  1629 (5) แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่  มีสิทธิได้รับมรดกสองส่วนในสาม

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

เมื่อนายไสวถึงแก่ความตาย  มรดกของนายไสวย่อมตกทอดแก่ทายาทตามมาตรา  1599 นางสดใสเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายจึงถือเป็นทายาทของนายไสวตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  และมีสิทธิได้รับมรดกของนายไสวสองในสามส่วนเท่ากับ  4  ล้านบาท  ตามมาตรา  1635(3)  ส่วนเด็กชายโตไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนายไสว  เพราะไม่ได้จดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรม  จึงไม่ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา  1627

นายดำและนางตุ้ย  เป็นน้าและอาของนายไสว  ถือเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(6)  มีสิทธิได้รับมรดกของนายไสว  เพราะนายไสวไม่มีทายาทในลำดับก่อนตามกฎหมาย  นายดำและนางตุ้ยมีสิทธิได้รับมรดกของนายไสวจำนวนหนึ่งในสามเท่ากับ  2  ล้านบาท  โดยทั้งสองได้รับส่วนแบ่งเท่าๆกันคนละ  1  ล้านบาท  ตามมาตรา  1633  ปรากฏว่า  นายดำได้ตายก่อนนายไสว  และมีบุตรชอบด้วยกฎหมาย  1  คน  คือ  นายแดง  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงตามมาตรา  1629(1)  จึงเข้ารับมรดกแทนที่นายดำได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และมาตรา  1643

สรุป  มรดกของนายไสวจำนวน  6  ล้านบาท  ตกทอดได้แก่

1       นางสดใส จำนวน  4  ล้านบาท

2       นางตุ้ย  จำนวน  1  ล้านบาท

3       นายแดง  จำนวน  1  ล้านบาท

 

ข้อ  3  นายสมบัติอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวสมส่วน  มีบุตร  2  คน  ชื่อนายสมชายและนางสาวสมหญิง  โดยนายสมบัติให้การอุปการะส่งเงินให้นางสาวสมส่วน  เพื่อเลี้ยงดูบุตรทั้งสองจนโต  เนื่องจากว่านางสมรมารดาของนายสมบัติไม่ชอบนางสาวสมส่วน  จึงได้ให้นายสมบัติจดทะเบียนสมรสกับนางสมทรง  โดยนางสมทรงไม่ทราบว่านายสมบัติมีครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว  เมื่อนางสมทรงตั้งครรภ์ได้  5  เดือน  นายสมบัติแอบไปจดทะเบียนรับเด็กชายสมควรเป็นบุตรบุญธรรม  เพราะว่านายสมบัติต้องการมีบุตรชาย  ต่อมานางสมทรงคลอดบุตรชื่อเด็กหญิงสมพิศ  แต่นางสมทรงได้ถึงแก่ความตายเพราะตกเลือดมาก  ด้วยความเสียใจนายสมบัติจึงออกบวชที่วัดป่าอนงค์คาราม  เมื่อพระสมบัติออกธุดงค์ก็ถูกช้างตกมันเหยียบถึงแก่มรณภาพ  เมื่อนางสมรทราบข่าวก็หัวใจวายถึงแก่ความตาย  จงแบ่งมรดกของนางสมรมูลค่า  12  ล้านบาท

ธงคำตอบ

มาตรา  1598/25  ผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม  ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน  ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น

มาตรา  1598/27  การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย  แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1634  ระหว่างผู้สืบสันดานที่รับมรดกแทนที่กันในส่วนแบ่งของสายหนึ่งๆ  ตามบทบัญญัติในลักษณะ  2  หมวด  4  นั้น  ให้ได้รับส่วนแบ่งมรดกดังนี้

(2) ผู้สืบสันดานในชั้นเดียวกันได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นางสมรเจ้ามรดกมีบุตรชื่อนายสมบัติ  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน  เป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629 (1)  แต่นายสมบัติถึงแก่ความตายก่อนนางสมรเจ้ามรดก  โดยนายสมบัติมีผู้สืบสันดานคือนายสมชาย  น.ส.สมหญิง  และ  ด.ญ.สมพิศ  ซึ่งเป็นบุตร  โดยนายสมชายและ  น.ส.สมหญิง  เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เกิดจากการที่นายสมบัติอยู่กินกับ  น.ส.สมส่วน ซึ่งนายสมบัติได้รับรองโดยพฤติการณ์ด้วยการอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองจึงมีฐานะเป็นผู้สืบสันดานของนายสมบัติ  ตามมาตรา  1627  ส่วน  ด.ญ.สมพิศ  เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมบัติกับนางสมทรง  คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของนายสมบัติ  ดังนั้น  นายสมชาย  น.ส.สมหญิง  และ  ด.ญ.สมพิศ  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนายสมบัติจึงมีสิทธิรับมรดกของนางสมร  แทนที่นายสมบัติได้  ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643  เมื่อนางสมรมีมรดก  12  บ้านบาท  ทั้งสามคน  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานในชั้นเดียวกันย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่าๆกันคนละ  4  ล้านบาท  ตามมาตรา  1634 (2)

ส่วน  ด.ช.สมควร  ที่นายสมบัติแอบไปจดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรม  โดยที่นายสมบัติไม่ได้รับความยินยอมจากนางสมทรงคู่สมรสก่อน  เป็นการฝ่าฝืน  มาตรา  1598/25  และมาตรา  1598/27  จึงไม่มีผลเป็นการรับบุตรบุญธรรม  ด.ช.สมควร  จึงมิใช่บุตรบุญธรรมของนายสมบัติตามกฎหมาย  (อีกทั้งถ้าหากแม้ว่า  ด.ช.สมควรจะเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมบัติ  ทำให้ ด.ช.สมควรมีฐานะเป็นผู้สืบสันดาน  แต่ก็ไม่อาจรับมรดกแทนที่นายสมบัติได้  เพราะการรับมรดกแทนที่จะมีได้ก็แต่โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้สืบสันดานโดยตรงเท่านั้น  ตามมาตรา  1643)

สรุป  มรดก  12  ล้านบาท  ตกได้แก่  นายสมชาย  น.ส.สมหญิง  และ  ด.ญ.สมพิศ  คนละ  4  ล้านบาท  โดยการรับมรดกแทนที่ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643  และ  1634 (2)

 

ข้อ  4  นายเทพอยู่กินกันฉันสามีภริยากับนางทอนโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  มีบุตรด้วยกัน  1  คน  คือ  นายพงษ์  โดยนายเทพให้นายพงษ์ใช้นามสกุลตนและได้อุปการะเลี้ยงดูนายพงษ์ตั้งแต่เกิด  ต่อมานางพงษ์มีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายชื่อนางพิณ  มีบุตร  1  คน  คือ  นางสาวศรี  นายพงษ์และนางพิณอยากมีบุตรชายมาก  ทั้งสองจึงไปจดทะเบียนรับนายต่อเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย  นายต่อจดทะเบียนสมรสกับนางตู่  มีบุตร  1  คนคือ  ด.ญ.แต๋ว  นายต่อล้มป่วยและถึงแก่ความตายในที่สุด  หลังจากนั้นนายพงษ์ถึงแก่ความตาย นายพงษ์มีทรัพย์มรดกเป็นเงินสดทั้งสิ้น  120,000  บาท  นางสาวศรีได้เอาเงินมรดกไปเป็นของตนเองโดยทุจริต  40,000  บาท  ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่ามรดกของนายพงษ์จะตกได้แก่ใคร  เท่าใด  

ธงคำตอบ

มาตรา  1605  ทายาทคนใดยักย้าย  หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย  แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้  ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

เมื่อนายพงษ์ถึงแก่ความตาย  มรดกของนายพงษ์คือ  เงินสด  120,000  บาท  ย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรม  คือ  นางพิณในฐานะคู่สมรสตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  และนางสาวศรีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายกับนายต่อบุตรบุญธรรมในฐานะผู้สืบสันดานตามมาตรา  1627 ประกอบมาตรา  1629 (1)  และนางทอนมาดา  ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  2  ตามมาตรา  1629 (2)  มีสิทธิได้รับมรดกเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตรตามมาตรา  1630  วรรคสอง  โดยการแบ่งมรดกต้องเป็นไปตามมาตรา  1635 (1)  ประกอบกับมาตรา  1630  วรรคสอง  โดยทุกคนได้รับส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตร  คือได้รับคนละ  30,000  บาท  ส่วนนายเทพแม้มีพฤติการณ์รับรองนางพงษ์ว่าเป็นบุตรของตนโดยให้นายพงษ์ใช้นามสกุลและได้อุปการะเลี้ยงดูนายพงษ์ตั้งแต่เกิดก็ตาม  แต่นายเทพไม่ใช่บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายพงษ์  นายเทพจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนายพงษ์ได้

แต่นายต่อถึงแก่ความตายก่อนนายพงษ์  ด.ญ.แต๋ว  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนายต่อจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่ในส่วนที่นายต่อจะได้รับได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643

ส่วนนางสาวศรีได้เอาเงินมรดกไปเป็นของตนเองโดยทุจริตจำนวน  40,000  บาท  เป็นการยักย้ายทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้รับ นางสาวศรีจึงถูกกำจัดมิให้รับมรดกเลยตามมาตรา  1605  วรรคแรก

สรุป  ทรัพย์มรดกของนายพงษ์คือเงินสด  120,000  บาท  จะตกได้แก่  นางพิณ  ด.ญ.แต๋ว  และนางทอน  คนละ  40,000  บาท

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก S/2550

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายหนึ่งและนางสองอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  มีบุตรชายสองคนคือ  นายสามและนายสี่  โดยบุตรชายทั้งสองคนได้ใช้นามสกุลของนายหนึ่งบิดา  นายหนึ่งรู้สึกเบื่อหน่ายต่อชีวิตในทางโลกจึงได้ออกบวชเป็นพระภิกษุ  และจำพรราอยู่ที่วัดดอนหวาย  ก่อนบวชนายหนึ่งมีเงินสดในธนาคารอยู่สองแสนบาท  ในระหว่างบวชเป็นพระภิกษุพระหนึ่งได้รับบริจาคเงินที่ญาติโยมนำมาถวายเป็นเงินสด  2  ล้านบาท  และพระพุทธรูปทองคำ  1  องค์  ราคา  3  แสนบาท  ขณะบวชอยู่พระหนึ่งได้นำเงิน  2  ล้านบาทไปซื้อที่ดินไว้  1  แปลงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และต่อมาได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวให้แก่นางสองภริยา  ต่อมาพระภิกษุหนึ่งถึงแก่มรณภาพ  จงวินิจฉัยว่ามรดกของพระหนึ่งจะตกทอดแก่ใครบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1623  ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น  เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพ  ให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น  เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม

มาตรา  1624 ทรัพย์สินใดเป็นของบุคคลก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินนั้นหาตกเป็นสมบัติของวัดไม่  และให้เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของบุคคลนั้น  หรือบุคคลนั้นจะจำหน่ายโดยประการใดตามกฎหมายก็ได้

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1646  บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง  หรือในการต่างๆอันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้

วินิจฉัย

ในกรณีที่พระภิกษุเป็นเจ้ามรดก  มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระภิกษุตามกฎหมาย  ดังนี้

1       ถ้าพระภิกษุมีทรัพย์สินอยู่ก่อนที่จะอุปสมบทเป็นสมณเพศ  แม้จะมรณภาพลงในขณะที่ยังเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินนั้นย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม  ไม่ตกเป็นสมบัติของวัด  ตามมาตรา  1624

2       ถ้าพระภิกษุมีหรือได้ทรัพย์สินมาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ  เมื่อพระภิกษุนั้นมรณภาพขณะบวชเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินของพระภิกษุนั้นจะตกเป็นสมบัติของวัด  ตามมาตรา  1623  เว้นแต่

(ก)  จำหน่ายไปในระหว่างที่มีชีวิตอยู่

(ข)  ทำพินัยกรรมยกให้ผู้อื่นในระหว่างที่เป็นพระภิกษุ

กรณีตามอุทาหรณ์มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระภิกษุหนึ่งที่ถึงแก่มรณภาพดังนี้

1       เงินสดในธนาคาร  2  แสนบาท

ข้อเท็จจริงมีว่าเงินสดในธนาคาร  2  แสนบาท  เป็นทรัพย์สินที่พระภิกษุหนึ่งมีอยู่ก่อนบวชเป็นพระภิกษุ  เมื่อพระภิกษุหนึ่งมรณภาพ  ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1624

ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกในเงินจำนวนนี้  ได้แก่  นายสามและนายสี่  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาให้การรับรองแล้วโดยพฤตินัย  ตามมาตรา  1627  ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1629(1)  โดยได้รับส่วนแบ่งคนละ  1  แสนบาท  ตามมาตรา  1633  เพราะเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกัน  ส่วนนางสองเป็นภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  จึงไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรส  ตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

2       ที่ดิน  1  แปลงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ข้อเท็จจริงได้ความว่า  พระภิกษุหนึ่งนำเงินบริจาคที่ญาติโยมนำมาถวายไปซื้อที่ดินไว้  1  แปลงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งโดยหลักแล้วทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างอุปสมบท  ย่อมตกเป็นสมบัติของวัดแต่ต่อมาพระภิกษุหนึ่งได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวให้แก่นางสองภริยา  ตามมาตรา  1646  ถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายทรัพย์ไปโดยพินัยกรรม  เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย  มาตรา  1623  จึงไม่ตกเป็นสมบัติของวัดดอนหวาย  เมื่อพระภิกษุถึงแก่มรณภาพ  พินัยกรรมมีผลบังคับตามกฎหมาย  ที่ดินดังกล่าวจึงตกได้แก่นางสองผู้รับพินัยกรรม

3       พระพุทธรูปทองคำ  1  องค์  ราคา  3  แสนบาท

ข้อเท็จจริงมีว่าพระพุทธรูปทองคำนี้  พระภิกษุหนึ่งได้มาในระหว่างอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อไม่ปรากฏว่ามีการจำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม  ย่อมตกเป็นสมบัติของวัดดอนหวาย  ซึ่งเป็นวัดภูมิลำเนาของพระภิกษุหนึ่ง  ตามมาตรา  1623

สรุป 

1       เงินสดในธนาคาร  2  แสนบาท  ตกทอดแก่  นายสามและนายสี่

2       ที่ดิน  1  แปลง  ที่จังหวัดพระนครสรีอยุธยา  ตกทอดแก่  นางสอง

3       พระพุทธรูปทองคำ  ตกเป็นสมบัติของวัดดอนหวาย

 

ข้อ  2  นายดำและนางแดงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเหลืองและนางขาว  นายดำมีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายคือนางเขียว  นายเหลืองได้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนกเสียชีวิต  ต่อมานายดำซึ่งได้เฝ้าดูแลบิดาได้ติดเชื้อโรคนี้ด้วย  และตายลงในเวลาต่อมา  นายดำตายลงเขามีเงินสดอยู่ในธนาคาร  5  แสนบาท  พอนายแดงน้องชายทราบเข้าจึงขอมีส่วนในการรับมรดกของนายดำด้วย  ในฐานะที่ตนเป็นผู้สืบสันดานของนายเหลืองซึ่งถือว่าเป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายดำอยู่  โดยจะรับมรดกแทนที่นายเหลืองบิดาของตน  แต่นางเขียวภริยานายดำไม่ยอมแบ่งให้  จงวินิจฉัยว่าใครจะเป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกในเงิน  5  แสนบาทของนายดำบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1599  เมื่อบุคคลใดตาย  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท  ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา  1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้  กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย  ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ  เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

(5) ปู่  ย่า  ตา  ยาย

(6) ลุง  ป้า  น้า  อา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1635  ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(2) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629 (3)  และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา  1629 (1)  แต่มีทายาทตามมาตรา  1629 (2)  แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1641  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629(2)  หรือ  (5)  ถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้ามีทายาทในลำดับเดียวกันยังมีชีวิตอยู่ก็ให้ส่วนแบ่งทั้งหมดตกได้แก่ทายาทนั้นเท่านั้น  ห้ามมิให้มีการรับมรดกแทนที่กันต่อไป

วินิจฉัย

เงินสดในธนาคารเป็นทรัพย์สินที่นายดำมีอยู่ก่อนถึงแก่ความตาย  ย่อมเป็นมรดกตามมาตรา  1600  ตกทอดแก่ทายาทตามมาตรา  1599  โดยทายาทโดยธรรมตามกฎหมายของนายดำซึ่งมีสิทธิในกองมรดกของนายดำ  ได้แก่

1       นายเหลือง  บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1629 (2)

2       นางขาว  มารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1629 (2)

3       นายแดง  พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน  ตามมาตรา  1629 (3)

4       นางเขียว  คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1629 วรรคท้าย

โดยหลักแล้ว  เมื่อนายดำเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย  เงินสดในธนาคาร  5  แสนบาท  อันเป็นมรดกย่อมตกทอดแก่นายเหลือง  นางขาวและนางเขียว  ตามมาตรา  1629 (2)  และวรรคท้าย  ประกอบมาตรา  1635 (1)  โดยนางเขียวคู่สมรสมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง  คือ  2.5  แสนบาท  ส่วนนายเหลืองและนางขาวได้รับมรดกคนละ  1.25  แสนบาท  ส่วนนายแดงซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่  3  ตามมาตรา  1629 (3)  ซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาไม่มีสิทธิรับมรดก

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายเหลืองบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1629 (2)  ถึงแก่ความตายก่อนนายดำเจ้ามรดก  กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา  1641  ที่ว่าถ้ามีทายาทในลำดับเดียวกัน  ตามมาตรา  1629 (2)  ยังมีชีวิตอยู่  ก็ให้ส่วนแบ่งทั้งหมดตกได้แก่ทายาทนั้นเท่านั้น  ดังนั้นเงินมรดกในส่วนของนายเหลืองอีก  1.25  แสนบาท  จึงตกเป็นของนางขาวมารดาแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนประเด็นที่นายแดง  ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629 (3)  มาอ้างสิทธิในการรับมรดกแทนที่นายเหลืองบิดานั้น  เห็นว่า  การรับมรดกแทนที่  มีหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา  1639  กล่าวคือ  การรับมรดกแทนที่กันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะผู้สืบสันดานของทายาทตามมาตรา  1629 (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  เท่านั้น  ผู้สืบสันดานของทายาทตามมาตรา  1629  (2)  และ  (5)  จะรับมรดกแทนที่กันไม่ได้ ทั้งนี้ตามที่มาตรา  1641  ตอนท้ายบัญญัติห้ามไว้  ดังนั้นนายแดงพี่น้องร่วมบิดามารดากับนายดำ  ซึ่งเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (3)  และเป็นผู้สืบสันดานของนายเหลืองทายาทตามมาตรา  1629 (2)  จึงไม่อาจรับมรดกแทนที่นายเหลืองบิดาได้  ตามมาตรา  1641

สรุป  เงินสดในธนาคาร  5  แสนบาท  ตกทอดเป็นมรดกแก่นางขาวและนางเขียว  คนละ  2.5  แสนบาท 

 

ข้อ  3  นายเงินเป็นบุตรบุญธรรมของนายทองโดยชอบด้วยกฎหมาย  และในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเพ็ชรและนางทองแดงด้วย  ต่อมานางสาวตะกั่วสาวข้างบ้านได้ตั้งครรภ์ขึ้นมาโดยไม่ปรากฏบิดา  จึงมาขอให้นายเงินรับเป็นบิดาของเด็กให้  โดยทั้งคู่ได้อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  นายเงินได้ดูแลนางตะกั่วเป็นอย่างดีได้พาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลจนกระทั่งคลอดเด็กชายนาคออกมา  นายเงินก็ใช้ชื่อตนเป็นบิดา  และอุปการะเลี้ยงดูตลอดจนให้การศึกษา  ต่อมาอีกห้าปี  หลังเด็กชายนาคคลอด  นายเงินก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  ก่อนตายเขามีเงินสดอยู่ในธนาคาร  4 แสนบาท  และมีรถยนต์อยู่  1  คัน  ราคา  8  แสนบาท  จงแบ่งมรดกของนายเงิน

ธงคำตอบ

มาตรา  1598/27  การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย  แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน

มาตรา  1598/28  บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น  แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา  ในกรณีเช่นนี้  ให้บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว

ในนำบทบัญญัติในลักษณะ  2  หมวด  2  แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา  1598/29  การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการณ์รับบุตรบุญธรรมนั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

วินิจฉัย

เงินสดในธนาคาร  4  แสนบาท  และรถยนต์  1  คัน  ราคา  8  แสนบาท  เป็นทรัพย์สินที่นายเงินเจ้ามรดกมีอยู่ก่อนถึงแก่ความตาย  โดยมิได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ  จึงเป็นมรดกตามมาตรา  1600  ตกทอดแก่ทายาทของนายเงินเจ้ามรดกตามมาตรา 1599

นายเงินเป็นบุตรบุญธรรมของนายทองโดยชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1598/27  มีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายทอง  ตามมาตรา  1598/28  มีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้สืบสันดานของนายทอง  ตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627  แต่อย่างไรก็ตามผลทางกฎหมายในการรับบุตรบุญธรรมนั้น  ทำให้ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะเป็นบิดามารดาได้  ตามมาตรา  1598/29  ดังนั้นนายทองผู้รับบุตรบุญธรรมจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนายเงินบุตรบุญธรรม

นางสาวตะกั่วนั้น  แม้จะได้อยู่กินกับนายเงินฉันสามีภริยา  แต่ก็มิได้จดทะเบียนสมรส  จึงเป็นภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรสตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

ส่วนเด็กชายนาค  เป็นบุตรบุญธรรมของนางสาวตะกั่วซึ่งได้ตั้งครรภ์โดยไม่ปรากฏบิดา  แม้นายเงินจะรับเป็นบิดาให้เด็ก  ตลอดจนให้การรับรองโดยพฤตินัย  คือ  ให้ใช้ชื่อตนเป็นบิดาและอุปการะเลี้ยงดูตลอดจนให้การศึกษาก็ไม่ทำให้เด็กชายนาคเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วโดยพฤตินัย  ตามมาตรา  1627  อันจะทำให้มีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  เพราะการรับรองบุตรตามมาตรา  1627  นั้นหมายความเฉพาะบุตรที่สืบสายโลหิตเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน  และผู้รับรองต้องเป็นบิดาตามความเป็นจริงได้  ถ้าผู้รับรองไม่ใช่บิดาตามความเป็นจริงแล้ว  ถึงแม้จะมีพฤติการณ์ที่เป็นการรับรองบุตรก็ตาม  ก็ไม่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว  (ฎ. 4791/2542)  ดังนั้นเด็กชายนาคจึงไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้สืบสันดาน  ตามมาตรา  1629(1)

อย่างไรก็ดี  เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่านายเงินเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเพ็ชรและนางทองแดง  ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1629(2)  ทั้งสองคนจึงมีสิทธิรับมรดกของนายเงิน  โดยได้รับส่วนแบ่งในเงินสดที่อยู่ในธนาคารคนละ  2  แสนบาท  และส่วนแบ่งในราคารถยนต์คนละ  4  แสนบาท  ตามมาตรา  1633  รวมเป็นมรดกตกทอดคนละ  6  แสนบาท

สรุป  มรดกของนายเงินตกทอดแก่นายเพ็ชรและนางทองแดงคนละ  6  แสนบาท

 

ข้อ  4  นายเอรับนายบีมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  ต่อมานายเอได้จดทะเบียนสมรสกับนางดีทั้งคู่มีบุตรสาว  1  คน  คือ  นางสาวอี  และบุตรชายหนึ่งคนคือนายซี  ต่อมานายเอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  นางดีจึงรับภาระดูแลนายบี  นางสาวอีและนายซีตามลำพัง  ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมกันนายบีและนางสาวอีจึงเกิดความรักขึ้น  และได้แอบไปจดทะเบียนสมรสและอยู่กินกันฉันสามีภริยาจนมีบุตรสาว  1  คน  คือเด็กหญิงเค  จากการกระทำของทั้งสองคนดังกล่าว  ทำให้นางดีโกรธและเสียใจมาก  จึงได้ตัดนางอีบุตรสาวไม่ให้รับมรดก  โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้กับนายอำเภอพระประแดง  จากนั้นไม่นานนางดีก็เป็นโรคหัวใจวายตาย  ก่อนตายนางดีมีเงินสดอยู่ในธนาคาร  2  ล้านบาท  รถยนต์  1  คัน  ราคา  8  แสนบาท  และบ้านพร้อมที่ดินราคา  2  ล้านบาท  จงวินิจฉัยว่า  มรดกของนางดี  จะตกทอดแก่ใคร

ธงคำตอบ

มาตรา  1598/27  การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย  แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน

มาตรา  1608  เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกก็ได้แต่ด้วยแสดงเจตนาชัดแจ้ง

(1) โดยพินัยกรรม

(2) โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่

ตัวทายาทผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกนั้นต้องระบุไว้ให้ชัดเจน

แต่เมื่อบุคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

วินิจฉัย

เงินสดในธนาคาร  2  ล้านบาท  รถยนต์  1  คัน  ราคา  8  แสนบาท  และบ้านพร้อมที่ดินราคา  2  ล้านบาท  เป็นทรัพย์สินที่นางดีมีอยู่ก่อนถึงแก่ความตาย  ย่อมเป็นมรดก  ตามมาตรา  1600  ตกทอดแก่ทายาทของนางดี  ตามมาตรา  1599

การที่นายเอรับนายบีมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1598/27  นั้น  ได้กระทำก่อนจดทะเบียนสมรสกับนางดี  ดังนั้นนายบีจึงเป็นเพียงบุตรบุญธรรมของนายเอแต่เพียงคนเดียว  และไม่ถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมของนางดีตามมาตรา  1627  ประกอบมาตรา  1629(1)

โดยหลักแล้วเมื่อเหลืองตายลง  มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทั้งสองคน  คือ  นางสาวอีและนายซี  คนละส่วนเท่าๆกัน  ตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1633  ส่วนนายบีไม่มีสิทธิรับมรดกของนางดีเพราะไม่ใช่ทายาทโดยธรรมของนางดี

การที่นางดีตัดนางสาวอีบุตรสาวไม่ให้รับมรดกโดยทำเป็นหนังสือมอบไว้กับนายอำเภอพระประแดง  ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้น  เป็นการตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก  ถือเป็นการตัดโดยชัดแจ้งตามมาตรา  1608  ซึ่งเป็นการตัดตลอดทั้งสาย  มีผลทางกฎหมายต่อผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก  คือ  แม้ทายาทผู้ถูกตัดนั้นจะมีผู้สืบสันดาน  ผู้สืบสันดานนั้นก็ไม่อาจรับมรดกแทนที่  ตามมาตรา  1639  หรือสืบมรดกตามมาตรา  1607  ได้  ทั้งมีผลทำให้นางสาวอีผู้ถูกตัดหมดสภาพการเป็นทายาทด้วย  ดังนั้นเด็กหญิงเคจึงรับมรดกแทนที่หรือสืบมรดกของนางสาวอีมารดาไม่ได้  (ฎ. 178/2520)

ดังนั้น  มรดกของนางดีทั้งหมดจึงตกทอดไปยังทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวคือ  นายซี  ตามมาตรา  1620  วรรคแรก  ประกอบมาตรา  1629 (1)  และมาตรา  1633

สรุป  มรดกของนางดีตกทอดแก่นายซีแต่เพียงผู้เดียว

LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 1/2551

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายเอกและนางโท  อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  และมีนายแดงเป็นบุตรที่นายเอกยอมให้ใช้ชื่อนามสกุลและส่งเสียเล่าเรียน  ต่อมานางโทถึงแก่ความตาย  นายเอกจึงไปได้นางจัตวา  หญิงม่ายเป็นภริยาใหม่และจดทะเบียนสมรสถูกต้อง  ซึ่งนางจัตวามีบุตรอันเกิดจากสามีเดิมหนึ่งคนคือเด็กหญิงแต๋ว  โดยนายเอกได้จดทะเบียนรับเด็กหญิงแต๋วเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายหลังจากนั้น  นายแดงได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนตายและมีมรดกจำนวน  400,000  บาท  จงแบ่งมรดกของนายแดง

ธงคำตอบ

มาตรา  1546  เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย  ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น 

มาตรา  1599  เมื่อบุคคลใดตาย  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท  ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา  1604  วรรคแรก  บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา  15  แห่งประมวลกฎหมายนี้  ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(2)  บิดามารดา

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

(4)  พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

มาตรา  1753  ภายใต้บังคับแห่งสิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก  เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม  หรือการตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดิน

วินิจฉัย

เมื่อนายแดงถึงแก่ความตายตามมาตรา  1599  มรดกของนายแดงจำนวน  400,000  บาท จะมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องในการแบ่งมรดก ดังนี้

1       นายเอก  เป็นบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมาย  แม้จะยอมให้นายแดงใช้ชื่อสกุลและส่งเสียเล่าเรียน  ก็ไม่มีผลทำให้นายเอกเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่  2  ได้  จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนายแดงในฐานะทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1627   และมาตรา  1629(2)

2       นางโท  แม้เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็เสียชีวิตก่อนนายแดง  จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดก  ตามมาตรา  1546  มาตรา  1604  วรรคแรก  และมาตรา  1629(2)  เพราะจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายเท่านั้น

3       นางจัตวา  มีฐานะเป็นแม่เลี้ยง  จึงไม่ใช่ทายาทโดยธรรมที่จะมีสิทธิได้รับมรดกของนายแดง

4       เด็กหญิงแต๋ว  เป็นบุตรบุญธรรมของนายเอก  และไม่เป็นทายาทโดยธรรมในฐานะพี่น้องทั้งในลำดับที่  3  หรือลำดับที่  4  ตามมาตรา  1629  จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม

ดังนั้น  มรดกจำนวน  400,000  บาท  ของนายแดง  จึงตกทอดแก่แผ่นดินตามมาตรา  1753  เพราะเป็นมรดกที่ไม่มีผู้รับ

สรุป  มรดกของนายแดงตกแก่แผ่นดิน

 

ข้อ  2  นายหนึ่งจดทะเบียนสมรสกับนางสองมีบุตรด้วยกันคือ  นายบี  ต่อมานายหนึ่งจดทะเบียนหย่ากับนางสองด้วยเหตุผลทางธุรกิจ  แต่นายหนึ่งและนางสองยังคงอยู่กินกัน  และหลังจากนั้นมีบุตรด้วยกันอีกคือนายเอฟและนายเอ็ม  โดยนายหนึ่งได้ให้นายเอฟและนายเอ็มใช้นามสกุล  ในส่วนของนายบีนั้น  นายบีอยู่กินกับนางจันทร์โดยมิได้จดทะเบียนและมีบุตรด้วยกันคือเด็กชายเสาร์  ซึ่งนายบีได้แจ้งเกิดในสูติบัตรว่าตนเป็นบิดา  ต่อมานายเอ็มได้ทำพินัยกรรมยกเงิน  40,000  บาท  ให้นายบี  หลังจากนั้นนายบีและนางสองเดินทางไปต่างจังหวัดและประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายทั้งคู่  หลังจากนั้นนายเอ็มล้มป่วยและถึงแก่ความตาย  เช่นนี้  จงแบ่งมรดกของนายเอ็มซึ่งยังมีเงินสดนอกพินัยกรรมอีกจำนวน  200,000  บาท

ธงคำตอบ

มาตรา  1546  เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย  ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น 

มาตรา  1604  วรรคแรก  บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา  15  แห่งประมวลกฎหมายนี้  ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(2)  ผู้สืบสันดาน

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

1       เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

ตามพินัยกรรมนั้น  นายบีทายาทผู้รับพินัยกรรมถึงแก่ความตายก่อนเจ้ามรดก  ตามมาตรา  1698  และ  1620  ให้ปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมนั้นกลับสู่กองมรดกและตามมาตรา  1642  ไม่ให้ผู้สืบสันดานโดยตรงเข้ารับมรดกแทนที่ในส่วนนี้ได้  ดังนี้  เงิน  40,000  บาท  จึงตกกลับสู่กองมรดก

นอกจากนี้  นายเอ็มเจ้ามรดกเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายหนึ่งรับรองโดยการให้ใช้นามสกุลเท่านั้น  นายหนึ่งจึงเป็นบิดานอกกฎหมาย  ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม  อันเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา  1629(2)  ได้  ส่วนกรณีนางสอง  นางสองเป็นมารดาของนายเอ็มเจ้ามรดก  จึงเป็นมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา  1546  จึงเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(2)  แต่ปรากฏว่านางสองทายาทโดยธรรมในลำดับที่สองนี้ได้ถึงแก่ความตายก่อนเจ้ามรดก  จึงไม่มีสิทธิการเป็นทายาท  ตามมาตรา  1604  วรรคแรก  และต้องห้ามมิให้มีการเข้ารับมรดกแทนที่นางสอง  ตามมาตรา  1639  และ  1641

เช่นนี้  จะเห็นได้ว่านายเอ็มเจ้ามรดกยังมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน  (ฎ. 4828/2529)  อันถือเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(3) คือ  นายบีและนายเอฟ  และไม่มีทายาทโดยธรรมในลำดับก่อนหน้าที่ยังมีชีวิตจะมีสิทธิรับมรดกได้  นายบีและนายเอฟจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิเข้ารับมรดก  โดยมีสิทธิได้รับมรดกคนละส่วนเท่าๆกัน  ตามมาตรา  1633  แต่ปรากฏว่าในกรณีนายบีนั้น  นายบีเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา  1629(3)  ที่ถึงแก่ความตายไปก่อนเจ้ามรดก  จึงให้มีการเข้ารับมรดกแทนที่ได้ตามมาตรา  1639  โดยเด็กชายเสาร์บุตรนอกกฎหมายที่นายบีบิดารับรองแล้ว  จึงถือเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงอันจะมีสิทธิเข้ารับมรดกแทนที่นายบีเพื่อรับมรดกของนายเอ็มได้  ตามมาตรา  1639  และมาตรา  1643

ดังนี้  นายเอฟและเด็กชายเสาร์  ได้รับมรดก  โดยได้รับส่วนแบ่งมรดก  240,000  บาท  ไปคนละ  120,000  บาท  มาตรา  1633

สรุป  มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมลำดับที่  3  คือ  นายบีและนายเอฟ  เพราะนางสองทายาทโดยธรรมในลำดับสองถึงแก่ความตายก่อนเจ้ามรดก  แต่นายบีตายก่อนเจ้ามรดกทำให้เด็กชายเสาร์ผู้สืบสันดานโดยตรงของนายบีเข้ารับมรดกแทนที่นายบีได้

 

ข้อ  3  นายหนึ่งและนายสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายเอและนางบี  ทั้งคู่ไม่มีบุตรสาวจึงได้ไปขอนางสาวซีมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  นางสาวซีมีสามีที่อยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  มีบุตรสาวชื่อเด็กหญิงทอง  นายหนึ่งทำตัวเป็นนักเลงการพนันและชอบเที่ยวเตร่ไม่รู้จักทำมาหากินจนนายเอบิดาไม่พอใจ  เขาจึงได้ทำพินัยกรรมตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดกใดๆของตนทั้งสิ้น  พอนางบีมารดาทราบจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนให้นายหนึ่งเลิกพฤติกรรมต่างๆที่ไม่ดีเสีย  ต่อมานายหนึ่งก็ประพฤติตนเป็นคนดีได้  นายเอจึงได้ทำหนังสือถอนการตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดกของตนมอบไว้แก่นายอำเภอเมืองสุโขทัย  หลังจากนั้นไม่นานนางสาวซีก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  นายเอเสียใจมากจึงล้มป่วยลงเป็นโรคหัวใจวายตายในเวลาต่อมา  นายเอตายลงมีเงินสดฝากอยู่ในธนาคาร  120,000  บาท  (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท)  จงวินิจฉัยว่า  มรดกของนายเอจะตกทอดให้แก่ใครบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1608  เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกก็ได้แต่ด้วยแสดงเจตนาชัดแจ้ง

(1) โดยพินัยกรรม

มาตรา  1609  การแสดงเจตนาตัดมิให้รับมรดกนั้นจะถอนเสียก็ได้  ถ้าการตัดมิให้รับมรดกนั้นได้ทำโดยพินัยกรรม  จะถอนเสียก็ได้ก็แต่โดยพินัยกรรมเท่านั้น  แต่ถ้าการตัดมิให้รับมรดกได้ทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่  การถอนการตัดจะทำโดยพินัยกรรมหรือโดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1635  ถ้าลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นายเอตายลงโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้  มรดกของนายเอจึงตกแก่ทายาทโดยธรรมของเขา  ซึ่งได้แก่  นายหนึ่ง  และนายสอง  บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  และนางสาวซีบุตรบุญธรรม  ทั้ง  3  คน  เป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627  และนางบีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

การที่นายเอได้ทำพินัยกรรมตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดกใดๆ  ของตนทั้งสิ้น  โดยทำเป็นพินัยกรรมนั้น  จึงทำให้นายหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกโดยชัดแจ้ง  ตามมาตรา  1608(1)  แต่การที่นายเอถอนการตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดก  โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่นายอำเภอเมืองสุโขทัยนั้นไม่มีผลตามกฎหมาย  เพราะว่าถ้าเจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรม  การถอนการตัดดังกล่าวจะต้องถอนโดยพินัยกรรมเท่านั้น  ตามมาตรา  1609  ดังนั้นนายหนึ่งจึงยังคงเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกของนายเออยู่

ส่วนการที่นางสาวซีตายก่อนนายเอเจ้ามรดกนั้น  ส่งผลให้  ด.ญ.ทองผู้สืบสันดานโดยตรงของนางสาวซีมีสิทธิรับมรดกแทนที่นางสาวซีมารดาได้  ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1643

ดังนั้น  มรดกของนายเอจำนวน  120,000  บาท  จึงตกทอดแก่นายสอง  ด.ญ.ทอง  และนางบีคนละส่วนเท่าๆกัน  โดยได้รับส่วนแบ่งคนละ  40,000  บาท  ตามมาตรา  1629  ประกอบมาตรา  1635(1)  และมาตรา  1630(1)

สรุป  มรดกของนายเอตกทอดแก่นายสอง  ด.ญ.ทอง  และนางบี  คนละ  40,000  บาท

 

ข้อ  4  นายใหญ่และนางหญิงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  นายใหญ่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน  คือ  นายเล็ก  นายเล็กจดทะเบียนสมรสกับนางหลิน  มีบุตรด้วยกัน  2  คน  คือ  นายเอกและนายโท  นายเล็กถึงแก่ความตายด้วยโรคมะเร็ง  นายเอกสละมรดกของนายเล็กโดยทำถูกต้องตามกฎหมาย  ต่อมานายใหญ่ทำพินัยกรรมยกบ้านที่อาศัยอยู่ราคา  900,000  บาท  ให้กับนางหญิง  ส่วนทรัพย์สินอื่นๆนายใหญ่ไม่ได้ทำพินัยกรรมยกให้ใคร  นางหญิงได้เอาพินัยกรรมของนายใหญ่มาปลอมเป็นว่า  นายใหญ่ยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้กับนางหญิง  หลังจากนั้นนายใหญ่ถึงแก่ความตาย  นายใหญ่มีทรัพย์มรดกคือบ้าน  1  หลัง  ราคา  900,000  บาท  ตามพินัยกรรมและมีทรัพย์นอกพินัยกรรม  คือ  เงินสด  500,000  บาท  ดังนี้ให้แบ่งมรดกของนายใหญ่

ธงคำตอบ

มาตรา  1606  บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร  คือ

(5) ผู้ที่ปลอม  ทำลาย  หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1645  การที่บุคคลใดสละมรดกของบุคคลอีกคนหนึ่งนั้น  ไม่ตัดสิทธิของผู้สละที่จะรับมรดกแทนที่บุคคลอีกคนหนึ่งนั้นในการสืบมรดกของบุคคลอื่น

วินิจฉัย

การที่นางหญิงปลอมพินัยกรรมของนายใหญ่  นางหญิงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกในฐานะเป็นผู้ไม่สมควรตามมาตรา  1606(5)  ซึ่งนางหญิงไม่มีสิทธิรับมรดกใดๆ  ทั้งสิ้นของนายใหญ่เลย  ถึงแม้นายใหญ่จะทำพินัยกรรมยกบ้านให้กับนางหญิงก็ตาม

ทรัพย์มรดกของนายใหญ่คือ  บ้าน  1  หลัง  ราคา  900,000  บาท  ตามพินัยกรรม  และเงินสด  500,000  บาท  จึงตกได้แก่นายเล็กน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกัน  ตามมาตรา  1629(3)  แต่นายเล็กตายก่อนนายใหญ่เจ้ามรดก  นายเอกและนายโทในฐานะผู้สืบสันดานโดยตรงของนายเล็ก  จึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายเล็กในมรดกของนายใหญ่  ตามมาตรา  1639  ประกอบกับมาตรา  1643  โดยได้รับส่วนแบ่งคนละเท่าๆกัน  ตามมาตรา  1633  คือได้คนละ  700,000  บาท  โดยการที่นายเอกสละมรดกของนายเล็ก  ไม่ตัดสิทธิของนายเอกที่จะรับมรดกแทนที่นายเล็กในการสืบมรดกของนายใหญ่  ตามมาตรา  1645  นายเอกจึงมีสิทธิรับมรดกของนายใหญ่

ส่วนนางหลินภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายเล็กไม่มีสิทธิรับมรดกของนายใหญ่แทนที่นายเล็กเพราะการรับมรดกแทนที่กันจะมีได้เฉพาะผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่บิดามารดาเท่านั้น  ตามมาตรา  1639 และมาตรา  1642  คู่สมรสไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่

สรุป  ทรัพย์มรดกของนายใหญ่ตกได้แก่นายเอกและนายโท  คนละ  700,000  บาท