LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 1/2551

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ 1.      เอก และโท ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยจะจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน เอกได้นำเงินสดมาลงหุ้นจำนวน 2 ล้านบาท โทได้นำอาคารตึกแถวพร้อมที่ดินมาลงหุ้นโดยให้ที่ดินและตึกแถวตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ห้างหุ้นส่วน และตีราคาเป็นทุนลงหุ้น 3 ล้านบาท แต่โทไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมในการโอน จึงได้ส่งมอบอาคารตึกแถวพร้อมที่ดินให้ห้างฯ ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการตลอดมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว ต่อมาโทถึงแก่กรรม ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลจึงเลิกกัน แต่ตรีบุตรชายของโท ต้องการตึกแถวและที่ดินที่โทนำมาลงหุ้นคืน เพราะขณะนี้อาคารและที่ดินดังกล่าวราคาสูงขึ้นมาก แต่เอกไม่ยอมให้คืนโดยอ้างว่าที่ดินและตึกแถว
ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ห้างหุ้นส่วนแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1030 ตรีมีสิทธิรับเงิน        3 ล้านบาท พร้อมกำไรอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่ตรีเถียงว่าบิดาตนมิได้ไปทำหนังสือและจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ห้างหุ้นส่วนฯ จึงมิได้กรรมสิทธิ์ จึงขอรับตึกแถวและที่ดินคืนพร้อมเงินส่วนแบ่งกำไรอีกจำนวนหนึ่ง ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า ข้ออ้างดังกล่าวของฝ่ายใดจะชอบด้วยหลักของกฎหมายแนวคำตอบหลักกฎหมาย  มาตรา 1030วินิจฉัย  ข้ออ้างของเอกชอบด้วยกฎหมาย  เนื่องจากตามมาตรา 1030  การนำทรัพย์สินมาลงหุ้นและให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ห้างฯ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้ลงหุ้นกับห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นให้นำหลักเรื่องการส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยซื้อขายมาใช้บังคับ  การซื้อขายทรัพย์นั้นเมื่อผู้ขายส่งมอบทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อแล้ว  กรรมสิทธิ์ก็ตกไปเป็นของผู้ซื้อทันทีโดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ดังนั้นเมื่อโทส่งมอบที่ดินพร้อมตึกแถวให้ห้างหุ้นส่วนฯ ได้เข้าครอบครองและใช้สอยแล้ว  กรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวก็ตกเป็นของห้างหุ้นส่วนโดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

สรุป  ข้ออ้างของเอกชอบด้วยกฎหมาย

 

ข้อ 2.      นายจันทร์และนายอังคารตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีนายจันทร์เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ นายอังคารเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ได้จดทะเบียนถูกต้องเรียบร้อยแล้วดำเนินกิจการมาได้ 3 ปีเศษ ก็ขาดเงินสดหมุนเวียน นายจันทร์จึงได้ไปกู้เงินนายพุธมา 5 แสนบาท เพื่อนำมาใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด และได้นำรถยนต์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำนวน 1 คันไปให้นายพุธยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้รายดังกล่าว ทำให้นายอังคารไม่พอใจ นายอังคารประสงค์จะฟ้องคดีต่อศาลให้เพิกถอนการจำนำรายนี้ จึงมาปรึกษาท่านว่า นายอังคารจะมีอำนาจฟ้องคดีดังกล่าวได้หรือไม่ ให้ท่านแนะนำนายอังคาร

แนวคำตอบ

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า นายอังคารจะมีอำนาจฟ้องคดีให้เพิกถอนการจำนำรายนี้หรือไม่

หลักกฎหมาย  มาตรา 1087 ….

ตามมาตรา 1087  นี้  ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดเท่านั้นเป็นผู้จัดการ จึงมีปัญหาว่าการฟ้องคดีจะถือว่าเป็นการจัดการงานของ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือไม่  ซึ่งจะต้องพิเคราะห์ว่า การจัดการนั้นก็คือการดูแลรักษาหาผลประโยชน์ให้แก่ห้างฯ และการระมัดระวังไม่ให้ห้างฯ ได้รับความเสียหาย ตลอดจนการทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของห้างฯ ตามที่ได้จดทะเบียนไว้  ดังนั้นจึงต้องถือว่าการฟ้องคดีแทนห้างฯ ก็เป็นการจัดการงานของห้างฯ อย่างหนึ่ง  ซึ่งหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไม่มีสิทธิทำแทนห้างหุ้นส่วนจำกัด

ดังนั้น จึงต้องแนะนำนายอังคารว่า  นายอังคารไม่มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอนการจำนำ

 

ข้อ 3.      ข้อบังคับของบริษัทใบตองจำกัดในเรื่องการโอนหุ้นมีว่า “หากผู้ถือหุ้นประสงค์จะโอนหุ้นไปยังบุคคลภายนอก ต้องขอความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทจำกัดเสียก่อนจึงจะโอนได้ เว้นแต่เป็นการ       ตกทอดโดยทางมรดก และมติของคณะกรรมการให้ถือว่าเป็นที่สุด”

                นางสกุณา มีหุ้นในบริษัทดังกล่าวจำนวน 10,000 หุ้น โดยแบ่งเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นจำนวน 5,000 หุ้น และหุ้นชนิดที่ออกให้แก่ผู้ถือจำนวน 5,000 หุ้น นางสกุณาประสงค์จะโอนหุ้นทั้งหมดให้แก่บุตรสาวของตนซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อายุ 18 ปี จึงได้ขออนุญาตจากคณะกรรมการบริษัท แต่คณะกรรมการฯ ไม่ยอมให้มีการโอนหุ้นทั้งสองชนิด เพราะมีความเห็นว่า บุตรสาวของนางสกุณาเป็นบุคคลภายนอก มิใช่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใบตองจำกัด ดังนี้นางสกุณาจึงมาปรึกษาท่านว่า มติของคณะกรรมการดังกล่าวชอบด้วยข้อบังคับของบริษัทและหลักกฎหมายหรือไม่             

แนวคำตอบ

หลักกฎหมาย  มาตรา 1129 วรรคแรก  มาตรา 1135

 วินิจฉัย  จากหลักกฎหมายดังกล่าวจึงต้องถือว่า ผู้ถือหุ้นนั้นย่อมจะโอนหุ้นของตนได้เสมอ  เว้นแต่เป็นหุ้นชนิดระบุชื่อซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น  ตามปัญหาบริษัทใบตอง จำกัดได้ออกข้อบังคับในเรื่องการโอนหุ้นไว้ว่า  หากผู้ถือหุ้นประสงค์จะโอนหุ้นไปยังบุคคลภายนอก  จะต้องขอความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัท จำกัดเสียก่อน จึงจะโอนได้  เว้นแต่เป็นการตกทอดโดยทางมรดก  ข้อบังคับดังกล่าวจึงใช้บังคับได้  เพราะเป็นไปตามหลักกฎหมายมาตรา 1129 วรรคแรก  เมื่อนางสกุณาได้ขออนุญาตจากคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อจะโอนหุ้นระบุชื่อและโอนหุ้นชนิดที่ออกให้แก่ผู้ถือให้แก่บุตรสาวของตน  แต่คณะกรรมการฯไม่ยินยอมให้โอนหุ้นทั้งสองชนิด  มติของคณะกรรมการในเรื่องการไม่อนุญาตให้โอนหุ้นระบุชื่อย่อมถูกต้อง เพราะเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท  โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่า บุตรสาวของนางสกุณาเป็นบุคคลภายนอกมิใช่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใบตอง จำกัด  เพราะบุคคลภายนอกตามข้อบังคับนี้ก็คือ บุคคลที่มิใช่ผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด เมื่อบุตรสาวของนางสกุณามิได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด จึงถือว่าเป็นบุคคลภายนอก มติของคณะกรรมการในเรื่องไม่ยอมให้โอนหุ้นระบุชื่อจึงถูกต้องด้วยข้อบังคับของบริษัทและชอบด้วยหลักกฎหมาย  แต่สำหรับหุ้นที่มีใบหุ้นชนิดที่ออกให้แก่ผู้ถือนั้น  ย่อมโอนกันได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1135 โดยส่งมอบใบหุ้นให้แก่กัน และเมื่อจะโอนก็ไม่ต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการบริษัทฯ เพราะข้อบังคับในเรื่องการโอนหุ้นนั้นจะใช้บังคับเฉพาะหุ้นที่มีใบหุ้นชนิดระบุชื่อเท่านั้นที่ต้องทำตามข้อบังคับของบริษัท  ดังนั้นมติของคณะกรรมการที่ห้ามโอนหุ้นผู้ถือจึงไม่ถูกต้อง และขัดต่อกฎหมาย

สรุป  1. มติในเรื่องการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อชอบด้วยข้อบังคับและหลักของกฎหมาย

        2. มติในเรื่องการโอนหุ้นชนิดที่ออกให้แก่ผู้ถือไม่ชอบด้วยหลักของกฎหมาย                         

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 2/2551

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  ชมพู่  น้ำอ้อย  และแอปเปิ้ล  เข้าหุ้นส่วนกันเปิดร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับสตรี  โดยจดทะเบียนภายใต้ชื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสี่สาวแพรพรรณ  ต่อมาห้างจะขยายกิจการจึงไปกู้เงินจากธนาคารไทยกสิกร  จำนวนห้าแสนบาท  เมื่อวันที่  2  มกราคม  2547

ต่อมาวันที่  1  ธันวาคม  2547  น้ำอ้อยมีเรื่องบาดหมางกับหุ้นส่วนอื่นจึงออกจากการเป็นหุ้นส่วน  ชมพู่แหม่ม  และแอปเปิ้ลยังคงเข้าหุ้นส่วนดำเนินการค้าต่อไปโดยไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อห้างเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสามสาวแพรพรรณ  ต่อมาวันที่  2  มกราคม  2548  ธนาคารไทยกสิกรเรียกให้ห้างหุ้นส่วนชำระหนี้เงินกู้  แต่ห้างฯผัดผ่อนเรื่อยมา  

วันที่  3  มกราคม  2550  ธนาคารจึงฟ้องห้างหุ้นส่วนฯ  ชมพู่  แอปเปิ้ล  และน้ำอ้อย  ให้ชำระหนี้จำนวนห้าแสนบาท  น้ำอ้อยต่อสู้ว่า  น้ำอ้อยไม่ต้องรับผิดต่อธนาคารเพราะน้ำอ้อยออกจากการเป็นหุ้นส่วน  ในห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสามสาวแพรพรรณแล้ว  จึงไม่ต้องรับผิด  ดังนี้  ข้อต่อสู้ของน้ำอ้อยรับฟังได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1068  ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น  ย่อมมีจำกัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน

วินิจฉัย

น้ำอ้อยออกจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสี่สาวแพรพรรณ  ตั้งแต่  1  ธันวาคม  2547  จึงยังคงต้องร่วมรับผิดในหนี้สินที่ห้างก่อขึ้นตั้งแต่ก่อนตนออกจากหุ้นส่วน  แต่รับผิดไม่เกิน  2  ปี  ตามหลักเกณฑ์ของมาตรา  1068  เมื่อห้างหุ้นส่วนได้กู้ยืมเงินจากธนาคารไทยกสิกร  เมื่อวันที่  2  มกราคม  2547  ก่อนนั้นน้ำอ้อยจะลาออกจากการเป็นหุ้นส่วน  ดังนั้นน้ำอ้อยจึงต้องร่วมรับผิด  แต่รับผิดไม่เกินวันที่  1  ธันวาคม  2549  การที่ธนาคารฟ้องให้น้ำอ้อยร่วมรับผิดใช้หนี้เงินกู้ต่อธนาคารในวันที่  3  มกราคม  2550  จึงเกินกำหนด  2  ปี  นับจากวันที่น้ำอ้อยออกจากการเป็นหุ้นส่วน  น้ำอ้อยจึงไม่ต้องร่วมรับผิดชดใช้หนี้แก่ธนาคาร

สรุป  ข้อต่อสู้ของน้ำอ้อยรับฟังได้

 

ข้อ  2  หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  จะต้องรับผิดไม่จำกัดจำนวนในกรณีใดบ้าง  ให้นักศึกษาอธิบายพร้อมยกตัวอย่างมา  3  กรณี

ธงคำตอบ

โดยหลักแล้ว  หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด  ย่อมจะต้องรับผิดโดยจำกัดจำนวนหาต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนไม่  อย่างไรก็ตามหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอาจรับผิดอย่างไม่จำกัดจำนวนได้  หากเป็นไปตามกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้  เช่น

1       ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนไม่ว่าจะตกลงเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  หรือไม่จำกัดความรับผิดก็ต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวน  ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  1079  อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น  ถ้ายังมิได้จดทะเบียนอยู่ตราบใด  ท่านให้ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดย่อมต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวนจนกว่าจะได้จดทะเบียน

2       ในกรณีที่หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดยินยอมให้ใช้ชื่อของตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด

มาตรา  1082  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้าง  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

แต่ในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนกันเองนั้น  ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเช่นนี้  ท่านให้คงบังคับตามสัญญาหุ้นส่วน

ตัวอย่างเช่น  ศรีเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ส่วนสมรเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยใช้ชื่อว่า  ห้างหุ้นส่วนศรีสมร  เช่นนี้หากห้างฯเป็นลูกหนี้  เจ้าหนี้ของห้างฯย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ศรีและสมรรับผิดได้ทันทีโดยไม่จำกัดจำนวน  เพราะศรีใช้ชื่อระคนปนเป็นชื่อห้างนั่นเอง

3  ในกรณีที่หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดแสดงให้บุคคลภายนอกทราบว่าตนได้ลงหุ้นไว้มากกว่าจำนวนซึ่งได้จดทะเบียน

มาตรา  1085  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้แสดงด้วยจดหมายหรือใบแจ้งความหรือด้วยวิธีอย่างอื่นให้บุคคลภายนอกทราบว่าตนได้ลงหุ้นไว้มากกว่าจำนวนซึ่งได้จดทะเบียนเพียงใดท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดเท่าถึงจำนวนเพียงนั้น

ตัวอย่างเช่น  เอกเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ลงหุ้นเพียง  5  หมื่นบาท  แต่มักจะบอกกับผู้มาติดต่อค้าขายกับห้างฯ  ว่าตนได้ลงหุ้นเป็นเงิน  5  ล้านบาท  ดังนี้เอกก็ต้องรับผิดเท่าถึงจำนวน  5  ล้านบาทเป็นต้น

 

ข้อ  3  เอกเป็นหุ้นส่วนของบริษัทแห่งหนึ่งอยู่จำนวน  50  หุ้น  โดยบริษัทออกใบหุ้นชนิดระบุชื่อให้เอกถือไว้  และยังเรียกเก็บค่าหุ้นไม่ครบ  เอกตกลงขายหุ้นทั้งหมดให้แก่โท  เมื่อตกลงพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วเอกบอกว่าจะเป็นผู้แจ้งไปยังบริษัทเอง  ต่อมาเอกมีหนังสือไปที่บริษัทแจ้งให้ทราบว่าตนขายหุ้นแก่โททั้งหมดแล้ว  ขอให้บริษัทเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นในทางทะเบียนเป็นชื่อโท  ดังนี้  การโอนหุ้นระหว่างเอกและโทได้ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  และบริษัทจะเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นตามที่เอกร้องขอได้หรือไม่  เพราะเหตุใด  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

มาตรา  1129  อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท  เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น  ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน  มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้นๆด้วยแล้ว  ท่านว่าเป็นโมฆะ  อนึ่งตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

การโอนเช่นนี้จะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้  จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น

วินิจฉัย

การโอนหุ้นนั้นโดยหลักแล้ว  ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัท  แต่ถ้าเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น  และบริษัทมีข้อกำหนดการโอนอย่างไรไว้  ก็ให้เป็นไปตามนั้น  มิฉะนั้นการโอนย่อมไม่ชอบ  ตามมาตรา  1129  วรรคแรก

อย่างไรก็ตาม  การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น  จะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ไม่ตกเป็นโมฆะจะต้องปฏิบัติตามมาตรา  1129  วรรคสองด้วย  กล่าวคือ 

1       ต้องทำเป็นหนังสือ

2       ลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน

3       มีพยานอย่างน้อย  1  คน  ลงชื่อรับรองลายมือชื่อนั้นๆ

4       ในตราสารการโอนนั้น  ต้องแสดงหมายเลขของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

กรณีตามอุทาหรณ์  เป็นเรื่องการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น  เมื่อทำการโอนด้วยวาจาไม่ได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน  และมีพยานรับรองลายมือชื่ออย่างน้อย  1  คน  รวมทั้งแถลงหมายเลขหุ้นด้วย  การโอนย่อมถือว่าไม่ได้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ในมาตรา  1129  วรรคสอง  จึงมีผลเป็นโมฆะ  บริษัทจึงไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือหุ้นตามที่เอกเรียกร้องได้

สรุป  การโอนไม่ถูกต้องตามกำหมาย  และบริษัทไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือหุ้นได้ 

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน S/2551

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  แดง  ดำ  และขาว  ตกลงเข้าหุ้นส่วนกัน  โดยตั้งเป็นหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน  มีดำเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ห้างหุ้นส่วนนี้มีวัตถุประสงค์รับจ้างตกแต่งภายในอาคารดำเนินกิจการมาได้สามปีเศษแล้ว  มีกำไรดีทุกปี

ต่อมา  เขียวซึ่งเป็นเพื่อนของแดงได้มาชักชวนแดงให้ร่วมลงหุ้นเปิดร้านรับจ้างตกแต่งภายในเช่นเดียวกัน  โดยให้แดงลงหุ้นเป็นเงินหนึ่งล้านบาท  ส่วนเขียวจะเป็นผู้ลงแรงดำเนินการทั้งหมดและถ้ามีกำไรก็จะแบ่งกำไรเท่าๆกัน  เมื่อมีหนี้สินก็จะร่วมกันรับผิดชอบแดงก็ตกลงร่วมหุ้นกับเขียว  ดำเนินกิจการมาได้หนึ่งปี  ดำและขาวทราบเรื่องว่าแดงร่วมหุ้นกับเขียวเปิดกิจการแข่งขันกับห้างฯ

จึงต้องการฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากแดง  ทั้งสองคนจึงมาปรึกษาท่านว่า  ในกรณีดังกล่าวดำและขาวจะเรียกค่าเสียหายจากแดงได้หรือไม่  ให้ท่านแนะนำบุคคลทั้งสอง

ธงคำตอบ

มาตรา  1038  ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น  โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ

ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ไซร้  ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆชอบที่จะเรียกเอาผลกำไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด  หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายเพราะเหตุนั้น  แต่ท่านห้ามมิให้ฟ้องเรียกเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่วันทำการฝ่าฝืน

วินิจฉัย

ในกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนนั้น  มาตรา  1038  ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการค้าขายแข่งกับห้างฯ  หากผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งฝ่าฝืนไปประกอบกิจการที่มีลักษณะค้าขายแข่งกับห้าง  ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นสามารถเรียกเอาผลกำไรทั้งหมด  หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นได้

แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งไปร่วมลงทุนหรือลงหุ้นกับผู้อื่นโดยมิใช่เป็นผู้ดำเนินกิจการในห้างหุ้นส่วนอันใหม่  แม้กิจการอันใหม่จะมีลักษณะเป็นการค้าขายกับห้างก็ตาม  ไม่ถือว่าเป็นการค้าขายแข่งกับห้างหุ้นส่วนสามัญเดิม

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า  ดำและขาวจะเรียกค่าเสียหายจากแดงได้หรือไม่  เห็นว่า  การที่แดง  ดำ  และขาว  ตกลงเข้าหุ้นกันโดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์รับจ้างตกแต่งภายในอาคาร  ต่อมาปรากฏว่า  แดงได้ไปร่วมลงทุนกับเขียวเปิดร้านตกแต่งภายในเช่นเดียวกัน  โดยแดงลงหุ้น  1  ล้านบาท  ส่วนเขียวจะเป็นผู้ลงแรงดำเนินกิจการทั้งหมด  และถ้ามีกำไรจะแบ่งเท่าๆกัน  กรณีไม่ถือว่าแดงประกอบกิจการซึ่งมีลักษณะค้าขายแข่งกับห้าง  แม้กิจการนั้นจะมีสภาพดุจเดียวกันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนเดิมเพราะเนื่องจากแดงมิได้เข้าไปดำเนินกิจการในห้างอันใหม่ที่แดงร่วมลงหุ้นกับเขียว  ทั้งกฎหมายก็ไม่มีข้อห้ามมิให้หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนไปลงหุ้นกับบุคคลอื่นเพื่อประกอบกิจการอันเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างฯ  แต่อย่างใด

เมื่อกรณีไม่เข้าตามมาตรา  1038  ดำและขาวจึงเรียกค่าสินไหมทดแทนจากแดงไม่ได้

สรุป  ดำและขาวไม่สามารถเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากแดงได้

 

ข้อ  2  เอก  โท  และตรี  ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  มีเอกเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  ส่วนโทและตรีเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  แต่ก่อนที่จะไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  เอกได้ทำสัญญาซื้อสินค้าจากจัตวาเพื่อจะนำมาค้าขายตามวัตถุประสงค์ของห้างฯ  และยังไม่ชำระหนี้  ต่อมาได้มีการจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด  แต่หนี้ดังกล่าวก็ยังมิได้มีการชำระ  จัตวาจึงเรียกร้องให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด  เอก  โท  และตรี  ร่วมกันรับผิดแทนห้างฯ  แต่โทและตรีได้ต่อสู้ว่า  ห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  เจ้าหนี้ของห้างฯ  จะเรียกร้องในหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมิได้  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  ข้ออ้างของโทและตรีรับฟังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  1079  อันหางหุ้นส่วนจำกัดนั้น  ถ้ายังมิได้จดทะเบียนอยู่ตราบใด  ท่านให้ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดย่อมต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวนจนกว่าจะได้จดทะเบียน

มาตรา  1095  วรรคแรก  ตราบใดห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้

วินิจฉัย

โดยหลักตามมาตรา  1095  วรรคแรก  เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดจะฟ้องหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไม่ได้  ถ้าห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  แต่ก็มีข้อยกเว้นในกรณีต่อไปนี้คือ

 1       หนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  หรือเกิดขึ้นภายหลังจดทะเบียนแต่ก่อนที่จะประกาศโฆษณาข้อความในหนังสือราชกิจจานุเบกษา (มาตรา  1079)

2       หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดใช้ชื่อตนหรือใช้ชื่อระคนเป็นชื่อห้างฯ  (มาตรา  1082)

3       หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดแสดงให้บุคคลภายนอกทราบว่าตนได้ลงหุ้นไว้มากกว่าจำนวนซึ่งได้จดทะเบียน  (มาตรา  1085)

4       หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างฯ  (มาตรา  1088)

เอก  โท  และตรี  ตกลงเข้าหุ้นจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด  โดยมีเอกเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  ส่วนโทและตรีเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าก่อนที่ห้างฯ  จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  เอกได้ทำสัญญาซื้อสินค้าจากจัตวาเพื่อนำมาค้าขายตามวัตถุประสงค์ของห้างฯ  และยังไม่ชำระหนี้  เช่นนี้จัตวามีสิทธิเรียกร้อง  เอก  โท  และตรีร่วมกันรับผิดแทนห้างฯได้  เพราะว่าหนี้ตามสัญญาซื้อขายสินค้าเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  กฎหมายให้ถือว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนสามัญ  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดหรือจำพวกไม่จำกัดความรับผิดจะต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวน  ตามมาตรา  1079  จัตวาเจ้าหนี้ของห้างฯ  จึงสามารถฟ้องเรียกให้เอก  โท และตรีรับผิดได้  แม้ว่าห้างจะยังมิได้เลิกกันก็ตาม  ดังนั้นข้อต่อสู้ของตรีที่ว่า  ห้างหุ้นส่วนจำกัดมิได้เลิกกัน  เจ้าหนี้ของห้างฯ  จะเรียกร้องให้หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดรับผิดมิได้นั้นจึงฟังไม่ขึ้น  เพราะบทบัญญัติมาตรา  1079  เป็นข้อยกเว้นของมาตรา  1095  วรรคแรกนั่นเอง

สรุป  ข้ออ้างของโทและตรีรับฟังไม่ได้

 

ข้อ  3  สมชาย  สมศักดิ์  และดุสิต  เป็นผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทจำกัดแห่งหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์รับจ้างก่อสร้างบ้าน  เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเสร็จสิ้นแล้ว  สมชายจึงไปทำสัญญาซื้อปูนซีเมนต์จากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย  จำกัด  จำนวน  100  ตัน  โดยสมชายได้บอกกับผู้ขายว่า  จะนำปูนซีเมนต์ดังกล่าวมาใช้ในกิจการของบริษัทซึ่งกำลังจะจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในเร็วๆนี้  หลังจากที่มีการขายหุ้นครบถ้วนแล้ว  จึงได้มีการประชุมผู้ถือหุ้นและที่ประชุมได้อนุมัติในสัญญาสั่งซื้อปูนซีเมนต์แล้ว    และที่ประชุมได้เลือกสมศักดิ์และดุสิตเป็นกรรมการชุดแรกของบริษัท  ทำให้สมชายไม่พอใจจึงขอถอนการลงทุนโดยอ้างว่าสำคัญผิดคิดว่าตัวเองจะได้เป็นกรรมการบริษัท  แต่สมศักดิ์และดุสิตไม่ยอมให้ถอน  จึงเกิดการทะเลาะกัน  และไม่สามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้  บริษัทปูนซีเมนต์จึงมาปรึกษาท่านว่า  ถ้าหนี้ค่าปูนซีเมนต์ถึงกำหนดชำระแล้ว  จะเรียกร้องค่าปูนซีเมนต์จากผู้ใดได้บ้าง  ให้ท่านแนะนำบริษัทปูนซีเมนต์ไทย

ธงคำตอบ

มาตรา  1113  ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้และการจ่ายเงิน  ซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ  และแม้จะได้มีอนุมัติก็ยังคงต้องรับผิดอยู่เช่นนั้นไปจนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท

วินิจฉัย

ตามมาตรา  1113  นั้น  บัญญัติให้ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องร่วมรับผิดกันโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้และการจ่ายเงิน  ซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ  และแม้ที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้อนุมัติแล้ว  ผู้เริ่มก่อการก็ยังต้องรับผิดอยู่จนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท  ดังนั้นผู้ก่อการจะหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้ของบริษัทก็ต่อเมื่อที่ประชุมบริษัทได้อนุมัติหนี้ดังกล่าวแล้วและบริษัทได้จดทะเบียนตั้งขึ้น

เหตุที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้เริ่มก่อการยังต้องรับผิดอยู่ถึงแม้ว่าที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้อนุมัติแล้วก็ตาม  ทั้งนี้ก็เพราะว่าบริษัทยังมิได้จดทะเบียนจึงยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย  จึงไม่มีสิทธิและหน้าที่ต่างๆไม่สามารถเป็นจำเลยได้  ดังนั้นเจ้าหนี้จึงต้องฟ้องผู้เริ่มก่อการเท่านั้น

แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าที่ประชุมตั้งบริษัทได้อนุมัติสัญญาสั่งซื้อปูนซีเมนต์แล้วก็ตาม  แต่เมื่อบริษัทไม่สามารถจดทะเบียนตั้งขึ้นได้  ผู้ก่อการจัดตั้งบริษัททั้งหมดจึงต้องรับผิดในหนี้ค่าปูนซีเมนต์ดังกล่าว  ตามมาตรา  1113  หาได้หลุดพ้นจากความรับผิดไปไม่  ดังนั้นเมื่อหนี้ค่าปูนซีเมนต์ถึงกำหนดชำระแล้ว  บริษัทปูนซีเมนต์ไทยฯ  เจ้าหนี้จึงเรียกให้สมชาย  สมศักดิ์  และดุสิตซึ่งเป็นผู้ก่อการจัดตั้งบริษัทรับผิดได้

สรุป  บริษัทปูนซีเมนต์ไทย  จำกัด  มีสิทธิเรียกร้องให้สมชาย  สมศักดิ์  และดุสิตรับผิดชำระหนี้ค่าปูนซีเมนต์ได้

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 1/2552

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2552

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  เอก  โท  และตรี  ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน  มีเอกเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ห้างหุ้นส่วนนี้มีวัตถุประสงค์รับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดินของผู้ว่าจ้าง  กิจการของห้างฯมีกำไรบ้างเล็กน้อย  เอกต้องการให้หุ้นส่วนทุกคนได้รับส่วนแบ่งกำไรมากขึ้น  จึงไปซื้อที่ดินและสร้างบ้านจัดสรรขาย  โดยมิได้หารือหุ้นส่วนคนอื่นๆเลย  เป็นหนี้ค่าที่ดินและวัสดุก่อสร้างจำนวน  10  ล้านบาท  ดังนี้  ถ้าเอกไม่ชำระหนี้ดังกล่าวเจ้าหนี้จะเรียกให้โทและตรีร่วมรับผิดกับเอกได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1050  การใดๆอันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย  และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้  อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น

วินิจฉัย

ห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้สินทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่จำกัด  ทั้งนี้หมายความถึงบรรดาหนี้สินที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำในทางธรรมดาการค้าของห้างหุ้นส่วนและได้กระทำไปในฐานะหุ้นส่วนมิใช่ฐานะส่วนตัว  การกระทำที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  อาจเป็นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้  คือ

 1       การกระทำภายในวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วน

2       การกระทำซึ่งเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือจำเป็นในการดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วน

การกระทำของเอกไม่อยู่ในวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วน  และมิใช่กิจการที่เป็นทางธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วน  เพราะห้างหุ้นส่วนมีวัตถุประสงค์รับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดินของผู้มาว่าจ้างเท่านั้น  แต่เอกซื้อที่ดินและสร้างบ้านจัดสรรขายโดยมิได้หารือกับหุ้นส่วนคนอื่นๆเลย  ดังนั้นโทและตรีย่อมไม่ต้องผูกพันในการกระทำของเอกในหนี้ค่าที่ดินและวัสดุก่อสร้างจำนวน  10  ล้านบาท  เป็นหนี้ส่วนตัวของเอก  ถ้าเอกไม่ชำระหนี้ดังกล่าว  เจ้าหนี้จะเรียกโทและตรีร่วมรับผิดกับเอกไม่ได้

สรุป  เจ้าหนี้เรียกโทและตรีไม่ได้

 

ข้อ  2  ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรทวีวัฒน์ค้าผ้าไหม  มีนางสาวพรเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  นายทวีเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  แต่ก่อนที่จะไปจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  นางสาวพรได้กู้ยืมเงินจากนางสาวเดือนมา  2  ล้านบาท  เพื่อนำมาใช้จ่ายในห้างฯต่อมาเมื่อห้างฯ  ได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว  ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรมวีวัฒน์ค้าผ้าไหมก็ยังมิได้ชำระหนี้รายนี้  ต่อมานางสาวพรหุ้นส่วนผู้จัดการได้เดินทางไปต่างประเทศ  จึงได้มอบหมายให้นายทวีเป็นผู้จัดการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรทวีวัฒน์แทน  นายทวีจึงได้ทำสัญญาซื้อผ้าไหมมาขายในกิจการของห้าง  และยังไม่ชำระหนี้  ต่อมาหนี้เงินกู้  ที่นางสาวเดือนเป็นเจ้าหนี้และหนี้ค่าผ้าไหมถึงกำหนดชำระ  แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีเงินชำระหนี้  ดังนี้เจ้าหนี้ทั้งสองรายจะเรียกให้นายทวีรับผิดร่วมกับห้างฯได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1079  อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น  ถ้ายังมิได้จดทะเบียนอยู่ตราบใด  ท่านให้ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดย่อมต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวน  จนกว่าจะได้จดทะเบียน

มาตรา  1082  วรรคแรก  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดั่งว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

มาตรา  1088  วรรคแรก  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วน  ท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนนั้นโดยไม่จำกัดจำนวน

วินิจฉัย

 (1) หนี้กู้ยืมเงิน  เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าก่อนที่ห้างฯ  จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  นางสาวพรได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนางสาวเดือนมา  2  ล้านบาท  เพื่อนำมาใช้จ่ายในกิจการของห้างฯ  และยังไม่ชำระหนี้  เช่นนี้นางสาวเดือนเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องจากนายทวีหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดให้ร่วมกันรับผิดกับห้างฯได้  เพราะว่าหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  กฎหมายให้ถือว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนสามัญ  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดหรือจำพวกไม่จำกัดความรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวนตามมาตรา  1079

 (2) หนี้ค่าผ้าไหม  เนื่องจากหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดนั้นไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด  ถ้าหากสอดเข้าไปจัดการงานของห้างจะต้องรับผิดในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน  การสอดเข้าไปจัดการตามมาตรา  1088  นี้  จะเป็นการจัดการด้วยความสมัครใจเอง  หรือโดยหุ้นส่วนผู้จัดการได้มอบหมาย  หรือได้ขอร้องให้เข้ามาช่วยจัดการ  หรือเป็นการรับฝากงานไว้เพื่อจัดการชั่วคราวก็ตาม  ก็ถือว่าเป็นการสอดเข้าไปจัดการงานทั้งสิ้น  ดังนั้นกรณีนายทวีต้องรับผิดร่วมกับห้างฯ  ด้วยเช่นกันตามมาตรา  1088  วรรคแรก  (กรณีถ้านักศึกษาตอบตามมาตรา  1082  เนื่องจากใช้ชื่อระคนเป็นชื่อห้างฯ  ก็ได้คะแนนเช่นเดียวกัน)

สรุป  เจ้าหนี้ทั้งสองสามารถเรียกให้นายทวีรับผิดร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัดได้

 

ข้อ  3  บริษัท  ใบตอง  จำกัด  มีนางสาวใบเตยเป็นกรรมการผู้จัดการ  นางสาวใบเตยต้องการขยายกิจการของบริษัทฯ  จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อขอมติเพิ่มทุน  ที่ประชุมคณะกรรมการได้ลงมติเอกฉันท์ให้เพิ่มทุนได้โดยออกหุ้นใหม่  100,000  หุ้น  มูลค่าเท่าเดิมคือหุ้นละ  100  บาท  ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1194  การใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ  ที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติในเรื่องนั้นโดยคะแนนเสียงข้างมาก  ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา  1220  บริษัทจำกัดอาจเพิ่มทุนของบริษัทขึ้นได้ด้วยออกหุ้นใหม่โดยมติพิเศษของประชุมผู้ถือหุ้น

วินิจฉัย

การเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดนั้น  กฎหมายกำหนดให้ทำโดยการออกหุ้นใหม่และต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติพิเศษ  ซึ่งมติพิเศษดังกล่าว  ที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติในเรื่องนั้นโดยคะแนนเสียงข้างมาก  ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามมาตรา  1194  และมาตรา  1220

การเพิ่มทุนของบริษัทใบตอง  จำกัด  ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เนื่องจากเป็นการประชุมของคณะกรรมการบริษัทจำกัด  ซึ่งตามกำหมายดังกล่าวข้างต้นคณะกรรมการบริษัทจำกัดไม่มีอำนาจให้เพิ่มทุนได้  นอกจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะได้ลงมติพิเศษเท่านั้น

สรุป  การเพิ่มทุนไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เพราะการเพิ่มทุนต้องประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติพิเศษตามมาตรา  1194  และมาตรา  1220 

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2552

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2552

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  เอก  โท  และตรี  ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน  มีเอกเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ห้างฯดำเนินกิจการมาได้  5  ปี  โทก็ลาออกจากห้างฯโดยมีจัตวาเข้ามาเป็นหุ้นส่วนแทนที่ซึ่งเอกและตรีก็ยินยอม  แต่การลาออกของโทและการเข้าเป็นหุ้นส่วนใหม่ของตรี  มิได้มีการทำเป็นหนังสือกันไว้  และยังไม่ได้ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนฯ  เพราะจัตวายังไม่ได้จ่ายเงินลงหุ้นมาเลย  หลังจากนายโทออกจากห้างฯมาได้  3  ปีแล้ว

ห้างฯก็ถูกกรมสรรพากรเรียกให้ชำระภาษีที่ค้างชำระ  แต่ห้างฯไม่มีเงินชำระค่าภาษี  สรรพากรจึงเรียกให้เอก  โท  ตรี  และจัตวาร่วมกันรับผิด  แต่โทได้ต่อสู้ว่าออกจากห้างฯไป  3  ปีแล้ว  จึงไม่ต้องรับผิด  ส่วนจัตวาต่อสู้ว่ายังไม่ได้จดทะเบียนเข้าเป็นหุ้นส่วนจึงยังมิใช่หุ้นส่วนและไม่ขอรับผิดในหนีดังกล่าว  ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า  ข้ออ้างของโทและจัตวาฟังขึ้นหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1023  วรรคแรก  ผู้เป็นหุ้นส่วนก็ดี  ห้างหุ้นส่วนก็ดี  หรือบริษัทก็ดี  จะถือเอาประโยชน์ประโยชน์แก่บุคคลภายนอกเพราะเหตุที่มีสัญญาหรือเอกสาร  หรือข้อความอันบังคับให้จดทะเบียนตามลักษณะนี้ยังไม่ได้  จนกว่าจะได้จดทะเบียนแล้ว  แต่ฝ่ายบุคคลภายนอกจะถือเอาประโยชน์เช่นว่านั้นได้

มาตรา  1052  บุคคลผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนย่อมต้องรับผิดในหนี้ใดๆ  ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย

มาตรา  1068  ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น  ย่อมมีจำกัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน

วินิจฉัย

ตามกฎหมาย  กรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนนั้น  ในการจดทะเบียนจะต้องมีการจดแจ้งชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน  และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้เป็นหุ้นส่วน  ก็จะต้องนำความนั้นไปจดทะเบียนเช่นเดียวกัน  และเมื่อได้จดทะเบียนแล้ว  ผู้เป็นหุ้นส่วน  ห้างหุ้นส่วน ก็สามารถที่จะถือเอาประโยชน์จากบุคคลภายนอกได้  และถ้ายังไม่ได้จดทะเบียน  ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือห้างหุ้นส่วนจะถือเอาประโยชน์จากบุคคลภายนอกตามข้อความที่กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนหาได้ไม่  แต่บุคคลภายนอกจะถือเอาประโยชน์เช่นว่านั้นได้แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียน  (มาตรา  1023  วรรคแรก)

ตามปัญหา  การที่โทถูกกรมสรรพากรเรียกให้ชำระภาษีที่ค้างชำระ  แต่โทได้ต่อสู้ว่าตนได้ออกจากห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนไป  3  ปีแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ของห้างฯ  ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะได้ออกจากห้างฯไปตามมาตรา  1068  นั้น  ข้อต่อสู้ของโทฟังไม่ขึ้น  ทั้งนี้เพราะแม้ว่าโทจะได้ออกจากห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนไปเกิด  2  ปีแล้วก็ตาม  แต่การออกจากการเป็นหุ้นส่วนของโทนั้น  ยังไม่ได้นำไปจดทะเบียนเพื่อให้นายทะเบียนคัดชื่อโทออกจากการเป็นหุ้นส่วน  ดังนั้นโทจะนำข้อความที่โทได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน  และเป็นข้อความที่ยังไม่ได้จดทะเบียนขึ้นต่อสู้กรมสรรพากรซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ตามมาตรา  1023  วรรคแรก

จัตวาซึ่งได้ตกลงเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับเอกและตรีแทนที่โทนั้น  แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเพื่อชื่อจัตวาในทางทะเบียน  ก็ถือว่าจัตวาเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนนั้นแล้ว  และมีผลทำให้กรมสรรพากรซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสามารถที่จะถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงนั้นได้ตามมาตรา  1023  วรรคแรก  ดังนั้นจัตวาจึงต้องรับผิดในหนี้ของห้างฯ  ก่อนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา  1052  ข้อต่อสู้ของจัตวาจึงฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

สรุป  ข้ออ้างของโทและจัตวาฟังไม่ขึ้น  ด้วยเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

 

ข้อ  2  สมชายและลินดา  ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  มีสมชายเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ลินดาเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ห้างหุ้นส่วนนี้มีวัตถุประสงค์ค้าขายวัสดุก่อสร้าง  ต่อมาสมชายได้เดินทางไปต่างประเทศ  จึงมอบหมายให้ลินดาดูแลจัดการงานของห้างฯ  ลินดาได้ขายวัสดุให้อุไร  โดยให้นครลูกจ้างขับรถนำสินค้าไปส่งให้อุไร  ขากลับจากส่งสินค้า  นครขับรถหลับในชนรถสมศักดิ์เสียหาย  สมศักดิ์ต้องการเรียกค่าเสียหายจากห้างฯและสมชาย  แต่ห้างฯและสมชายไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อมรถ  ส่วนลินดาไม่ยอมรับผิดโดยอ้างว่าได้ลงหุ้นครบถ้วนแล้ว  และห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกับเจ้าหนี้ของห้างฯ  จะฟ้องหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมิได้  และยังต่อสู้อีกว่าหนี้ละเมิดครั้งนี้มิใช่หนี้ตามสัญญาที่ลินดาเป็นผู้กระทำ  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  ข้ออ้างของลินดารับฟังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1088  วรรคแรก  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วน  ท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนนั้นโดยไม่จำกัดจำนวน

มาตรา  1095  วรรคแรก  ตราบใดห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว  ตราบใดที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างฯย่อมไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  (มาตรา  1095  วรรคแรก)  แต่อย่างไรก็ดี  ถ้ามีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องรับผิดเพื่อหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนแล้ว  เจ้าหนี้ของห้างฯย่อมมีสิทธิฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนนั้นได้  แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจะยังมิได้เลิกกัน

ตามอุทาหรณ์  เมื่อลินดาซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้เข้ามาดูแลจัดการงานของห้างฯ  ตามที่ได้รับมอบหมายจากสมชาย  การกระทำของลินดาถือว่าเป็นการสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วนจึงต้องรับผิดเพื่อหนี้ของห้างฯโดยไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา  1088  วรรคแรก  และเมื่อห้างฯเกิดหนี้ขึ้นมา  แม้ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้ที่เกิดจากการทำละเมิดของนครซึ่งเป็นลูกจ้างก็ตาม  แต่เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นผลโดยตรงของการสอดเข้าไปจัดการงานของห้างฯของลินดา  ดังนั้นลินดาจึงต้องรับผิดในหนี้ละเมิดที่เกิดขึ้นนั้นด้วย  และสมศักดิ์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ย่อมสามารถฟ้องลินดาให้รับผิดได้  แม้ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นจะยังมิได้เลิกกันตามมาตรา  1095  วรรคแรก  ประกอบกับมาตรา  1088  วรรคแรก

สรุป  ข้ออ้างของลินดารับฟังไม่ได้  ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

 

ข้อ  3  ประเทือง  ประทีป  และเพ็ญศรี  เป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทสามสหายจำกัด  ซึ่งมีวัตถุประสงค์ผลิตเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดและตรวจสอบยาเสพติด  ก่อนที่จะมีการประชุมผู้เข้าชื่อหุ้น  ประเทืองได้สั่งซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากเสงี่ยมพ่อค้าแถวบริเวณคลองถม  เพื่อนำมาใช้ประกอบเป็นเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด  แต่ที่ประชุมผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเห็นอุปกรณ์ดังกล่าวแล้วไม่เชื่อว่า  จะตรวจกู้วัตถุระเบิดได้ จึงไม่ไห้ความเห็นชอบในการซื้ออุปกรณ์ครั้งนี้  ต่อมาได้มีการประชุมตั้งบริษัทจนเสร็จ  โดยที่ประชุมได้เลือกเพ็ญศรีและประทีปเป็นกรรมการบริษัทชุดแรก  เพ็ญศรีจึงได้นำความไปจดทะเบียนตั้งบริษัทจำกัด  ส่วนเสงี่ยมพ่อค้าซึ่งขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ประเทืองจึงเรียกให้บริษัทชำระราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  แต่บริษัทไม่ยอมชำระ  เสงี่ยมจึงทวงถามประเทือง  ประทีปและเพ็ญศรีให้รับผิดชอบร่วมกัน  แต่ประทีปและเพ็ญศรีไม่ยอมรับผิดโดยกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นผู้สั่งซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  ข้ออ้างของประทีปและเพ็ญศรีชอบด้วยหลักกฎหมายหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ธงคำตอบ

มาตรา  1108  กิจการอันจะพึงทำในที่ประชุมตั้งบริษัทนั้น  คือ

(2) ให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้ริเริ่มก่อการได้ทำไว้  และค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งเขาต้องออกไปในการเริ่มก่อบริษัท

มาตรา  1113  ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้และการจ่ายเงินซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ  และแม้จะได้มีอนุมัติก็ยังคงต้องรับผิดอยู่เช่นนั้นไปจนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว  ผู้เริ่มก่อการบริษัทจะต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดจำนวนในบรรดาหนี้สินและการจ่ายเงินซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้หรือได้ออกไปในการเริ่มก่อตั้งบริษัท  ผู้เริ่มก่อการบริษัทจะหลุดพ้นจากความรับผิดในบรรดาหนี้สินและการจ่ายเงินดังกล่าวนั้น  จะต้องเข้าหลักเกณฑ์  2  ประการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  1113  คือ

 1       ที่ประชุมตั้งบริษัทได้อนุมัติหรือให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้หรือค่าใช้จ่ายซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ออกไปในการเริ่มก่อตั้งบริษัทนั้นแล้ว  และ

2       บริษัทได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

ตามอุทาหรณ์  แม้ว่าบริษัทจะได้จดทะเบียนแล้วก็ตาม  แต่เมื่อหนี้ค่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประเทืองซึ่งเป็นผู้เริ่มก่อการคนหนึ่งได้ไปทำสัญญาซื้อมาจากเสงี่ยมนั้น  ที่ประชุมผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นในที่ประชุมตั้งบริษัทไม่ให้ความเห็นชอบคือไม่อนุมัติแก่สัญญาดังกล่าวตามมาตรา  1108(2)  จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ทั้ง  2  ประการ  ตามมาตรา  1113  ดังกล่าวข้างต้น  ดังนั้นประเทือง  ประทีป  และเพ็ญศรี  ในฐานะผู้เริ่มก่อการบริษัท  จึงต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นแก่เสงี่ยม  ข้ออ้างของประทีปและเพ็ญศรีที่ว่าตนมิได้เป็นผู้สั่งซื้ออุปกรณ์นั้นจึงไม่ชอบด้วยหลักกฎหมาย

สรุป  ข้ออ้างของประทีปและเพ็ญศรีไม่ชอบด้วยหลักกฎหมาย

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2552

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2552

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายอาทิตย์และนายจันทร์ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันทำกิจการปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบนถนนรามคำแหง  โดยทั้งสองคนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการร่วมกัน  ต่อมานายอาทิตย์รับเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องยี่ห้อมีชื่อของต่างประเทศยี่ห้อหนึ่ง  และส่งขายตามปั๊มน้ำมันต่างๆ  ยกเว้นปั๊มน้ำมันที่ตนและนายจันทร์เข้าหุ้นกันอยู่  เพราะเกรงนายจันทร์รู้ว่าตนแอบมีรายได้ทางอื่นเพิ่ม  นายอาทิตย์เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องได้  8  เดือน  นายจันทร์รู้จึงฟ้องให้นายอาทิตย์ชดใช้เงินในจำนวนผลกำไรที่นายอาทิตย์ทำมาหาได้จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่อง  ดังนี้  นายอาทิตย์ต้องชดใช้แก่ห้างหุ้นส่วนตามที่นายจันทร์ฟ้องหรือไม่  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1038  ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น  โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ

ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ไซร้  ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆชอบที่จะเรียกเอาผลกำไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด  หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายเพราะเหตุนั้น  แต่ท่านห้ามมิให้ฟ้องเรียกเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่วันทำการฝ่าฝืน

วินิจฉัย

ตามบทบัญญัติมาตรา  1038  กฎหมายได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน  ประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน  คือ  มีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ  ดังนั้นถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนได้ไปประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด  แต่กิจการที่ไปกระทำนั้นไม่มีสภาพเป้นอย่างเดียวกันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนที่ตนเป็นหุ้นส่วนอยู่เลย  ย่อมสามารถกระทำได้  ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา  1038  วรรคแรก  แต่อย่างใด

กรณีตามปัญหา  การที่นายอาทิตย์และนายจันทร์เข้าหุ้นส่วนกันเพื่อทำกิจการปั๊มน้ำมัน  เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการจดทะเบียน  จึงถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน  การที่นายอาทิตย์ได้ไปประกอบกิจการอีกอย่างหนึ่ง  คือการรับเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องส่งขายตามปั๊มน้ำมันต่างๆนั้น  ไม่ถือว่าเป็นการประกอบกิจการที่มีสภาพเป้นอย่างเดียวกันกับกิจการของห้างหุ้นส่วน  ทั้งนี้เพราะนายอาทิตย์ประกอบกิจการโดยการเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องเท่านั้น  มิได้ให้บริการจำหน่ายน้ำมันเช่นเดียวกับกิจการของห้างหุ้นส่วนแต่อย่างใด  ดังนั้นการประกอบกิจการของนายอาทิตย์จึงไม่อยู่ในความหมายของการประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน  ตามมาตรา 1038  วรรคแรก  และเมื่อนายจันทร์ได้ฟ้องให้นายอาทิตย์รับผิดชดใช้เงินให้แก่ห้างหุ้นส่วนตามจำนวนผลกำไรที่นายอาทิตย์ทำมาหาได้นั้น  นายอาทิตย์จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินให้แก่ห้างหุ้นส่วนตามที่นายจันทร์ฟ้อง

สรุป  นายอาทิตย์ไม่ต้องรับผิดชดใช้แก่ห้างหุ้นส่วนตามที่นายจันทร์ฟ้อง

 

ข้อ  2  ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนผล  มีวัตถุประสงค์รับเหมาก่อสร้างทั่วราชอาณาจักร  มีนายพูนผลเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  มีนางเดือนเพ็ญเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  เมื่อห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนจัดตั้งแล้วห้างฯได้กู้ยืมเงินจำนวนห้าแสนบาทจากนายมั่งมี  โดยนางเดือนเพ็ญเป็นผู้เขียนสัญญากู้และลงนามในสัญญาในฐานะเป็นผู้เขียนสัญญาและพยาน  ส่วนนายพูนผล ลงนามในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ  เป็นผู้กู้ในนามของห้างฯ  ต่อมาเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ  นายมั่งมีจึงฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนผล  นายพูนผลและนางเดือนเพ็ญ  ในฐานะเป็นผู้เขียนสัญญาและพยานโดยถือว่าเป็นการสอดเข้าจัดกิจการของห้างฯ  ต้องร่วมรับผิดด้วย  ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยความรับผิดของนางเดือนเพ็ญ

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1088  วรรคแรก  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วน  ท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนนั้นโดยไม่จำกัดจำนวน

มาตรา  1095  วรรคแรก  ตราบใดห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้

วินิจฉัย

ตามบทบัญญัติมาตรา  1088  วรรคแรก  กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่า  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดได้สอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด  ผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นก็จะต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนนั้นโดยไม่จำกัดจำนวน

การกระทำที่จะถือว่าเป็นการสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วนนั้น  จะต้องเป็นการกระทำถึงขนาดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานในอำนาจหน้าที่ของห้างหุ้นส่วนผู้จัดการ  หรือของผู้จัดการ  และต้องเป็นการกระทำที่เป็นการติดต่อกับบุคคลภายนอก  จนทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจผิดคิดว่ามีอำนาจจัดการ

กรณีตามปัญหา  การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนผลได้กู้ยืมเงินจากนายมั่งมี  โดยมีนายพูนผลลงนามในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้กู้ในนามของห้างฯ    ส่วนนางเดือนเพ็ญซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดเป็นเพียงผู้เขียนสัญญากู้  และลงนามในสัญญาในฐานะเป็นผู้เขียนสัญญาและพยานเท่านั้น  ดังนั้นการกระทำของนางเดือนเพ็ญจึงไม่ถือว่าเป็นการสอดเข้าไปจัดการงานของห้างฯ  ตามมาตรา  1088  วรรคแรก  นายมั่งมีจึงไม่มีสิทธิฟ้องนางเดือนเพ็ญในขณะที่ห้างฯยังไม่เลิกกันตามมาตรา  1095  วรรคแรก  เพราะนางเดือนเพ็ญเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ถ้าจะฟ้องนางเดือนเพ็ญ  ก็จะต้องฟ้องเมื่อห้างฯเลิกกันแล้วเท่านั้น

สรุป  นายมั่งมีจะฟ้องให้นางเดือนเพ็ญรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวในขณะที่ห้างฯยังไม่เลิกกันไม่ได้  เพราะการกระทำของนางเดือนเพ็ญไม่ถือว่าเป็นการสอดเข้าไปจัดการงานของห้างฯ

 

ข้อ  3  บริษัทนพเก้า  จำกัด  มีวัตถุประสงค์ซื้อขายและประกอบการเกี่ยวกับเครื่องประดับ  มีนางสาวหยกเป็นกรรมการผู้จัดการ  ต่อมาบริษัทประสบภาวะขาดทุนติดต่อกันถึงห้าปี นางสาวหยกเห็นว่าคงประกอบกิจการต่อไปไม่ไหวจึงเรียกผู้ถือหุ้นทั้งหลายมาประชุมเพื่อขอมติในเรื่องการเลิกบริษัท  เมื่อถึงวันประชุมมีผู้ถือหุ้นมาประชุมรวมกัน  5  คน  รวมหุ้นได้ครบองค์ประชุมแล้ว  ที่ประชุมได้ทำการประชุมมีผู้ลงมติโดยวิธีชูมือเห็นด้วยกับการเลิกบริษัท  3  คน  อีก  2  คนไม่เห็นด้วย  ดังนี้  นางสาวหยกจะนำมติของที่ประชุมไปดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทได้หรือไม่  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1194  การใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ  ที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติในเรื่องนั้นโดยคะแนนเสียงข้างมาก  ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา  1236(4)  อันบริษัทจำกัดย่อมเลิกกันด้วยเหตุดังจะกล่าวต่อไปนี้  คือ

 (4) เมื่อมีมติพิเศษให้เลิก

วินิจฉัย

กรณีตามปัญหา  การที่นางสาวหยกซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทนพเก้า  จำกัด  มีความประสงค์จะเลิกบริษัท  และได้เรียกผู้ถือหุ้นทั้งหลายมาประชุมเพื่อขอมติพิเศษในเรื่องการเลิกบริษัท  ย่อมสามารถทำได้ตามมาตรา  1236
(4)  แต่อย่างไรก็ดี  การลงมติพิเศษเพื่อให้เลิกบริษัทนั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา  1194  กล่าวคือ  จะต้องได้รับมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงคะแนน

แต่จากข้อเท็จจริงตามปัญหา  ปรากฏว่า  ในวันประชุมมีผู้ถือหุ้นมาประชุม  5  คน  และในการลงมติโดยวิธีชูมือ  มีผู้ถือหุ้นที่เห็นด้วยกับการเลิกบริษัท  3  คน  อีก  2  คน  ไม่เห็นด้วย  จึงถือว่าคะแนนเสียงที่ลงมติให้เลิกบริษัทนั้นไม่ถึงสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมด  ดังนั้นมติของที่ประชุมดังกล่าวจึงไม่ใช่มติพิเศษตามมาตรา  1194  นางสาวหยกจะนำมติของที่ประชุมไปดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทไม่ได้

สรุป  นางสาวหยก  จะนำมติดังกล่าวไปดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทไม่ได้

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ 1 นายแพทย์สมชายเข้าหุ้นกับนายแพทย์สมนึก เปิดคลินิกเสริมความงามและลดความอ้วน แต่การเข้าหุ้นของนายแพทย์ทั้งสองมิได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ทั้งสองได้นำเงินมาลงหุ้นคนละ 3 ล้านบาท เปิดกิจการที่ห้างบิ๊กซี สาขาบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยเปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 นาฬิกา ถึง 21.00 นาฬิกา มีนายแพทย์สมชายเป็นผู้ดำเนินกิจการทั้งหมด ส่วนนายแพทย์สมนึกนำเงินมาลงหุ้นแต่เพียงอย่างเดียว

หากมีกำไรจะแบ่งกำไรเป็นสามส่วน นายแพทย์สมชายได้สองส่วน นายแพทย์สมนึกได้หนึ่งส่วน กิจการดำเนินไปมีกำไรดีทุกปี นายแพทย์สมนึกจึงชักชวนแพทย์หญิงกุลธิดา ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศัลยกรรมตกแต่งและเสริมความงามมาเข้าหุ้นกันเปิดคลินิกเสริมความงามอีกแห่งหนึ่ง 

โดยเปิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาบางพลีเช่นเดียวกัน แต่อยู่กันคนละชั้น มีแพทย์หญิงกุลธิดาเป็นผู้ดำเนินกิจการทั้งหมด ส่วนนายแพทย์สมนึกมิได้ดำเนินกิจการแต่อย่างใด คงนำเงินมาลงหุ้นแต่เพียงอย่างเดียว นายแพทย์สมชายเห็นว่า นายแพทย์สมนึกมาเปิดคลินิกเสริมความงามที่ห้างบิ๊กซี สาขาบางพลี

ทำให้กิจการของห้างหุ้นส่วนที่ตนลงหุ้นกับนายแพทย์สมนึกมีกำไรลดลง จึงกล่าวหาว่านายแพทย์สมนึกประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วน และประสงค์จะเรียกเอากำไรที่นายแพทย์สมนึกได้รับมาจากการลงหุ้นด้วย จึงได้มาปรึกษาท่านว่า ในกรณีดังกล่าว นายแพทย์สมชายจะเรียกร้องเอากำไรจากนายแพทย์สมนึกได้หรือไม่ ให้ท่านแนะนำนายแพทย์สมชายด้วย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1038 ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ

ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ไซร้ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆชอบที่จะเรียกเอาผลกำไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายเพราะเหตุนั้น แต่ท่านห้ามมิให้ฟ้องเรียกเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่วันทำการฝ่าฝืน

วินิจฉัย

ตามมาตรา 1038 บัญญัติห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนประกอบกิจการที่มีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการค้าขายแข่งกับห้างฯ หากผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นสามารถเรียกเอาผลกำไรทั้งหมด หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นได้

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเพียงแต่ไปลงหุ้นกับผู้อื่นโดยมิได้เป็นผู้ดำเนินกิจการในห้างหุ้นส่วนอันใหม่นั้น แม้ว่ากิจการที่ร่วมลงหุ้นนั้นจะมีลักษณะเป็นการค้าขายแข่งกับห้างหุ้นส่วนเดิม ก็ไม่ถือว่าเป็นการประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนเดิมแต่อย่างใด

ตามอุทาหรณ์ การเข้าหุ้นเปิดคลินิกเสริมความงามและลดความอ้วนระหว่างนายแพทย์สมชายกับนายแพทย์สมนึก เมื่อมิได้มีการจดทะเบียนจึงถือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน และการที่นายแพทย์สมนึกได้เข้ามาหุ้นกับแพทย์หญิงกุลธิดาเปิดคลินิกเสริมความงามอีกแห่งหนึ่งนั้น ถึงแม้กิจการดังกล่าวจะมีสภาพดุจเดียวกันและมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการค้าขายแข่งกับห้างหุ้นส่วนเดิม แต่เมื่อนายแพทย์สมนึกเพียงแต่นำเงินมาลงหุ้น มิได้เข้าดำเนินกิจการในห้างหุ้นส่วนอันใหม่แต่อย่างใด จึงไม่ถือว่านายแพทย์สมนึกได้ประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนเดิมตามมาตรา 1038 วรรคแรก ดังนั้นนายแพทย์สมชายจึงเรียกเอากำไรที่นายแพทย์สมนึกได้รับมาจากการลงหุ้นจากการเข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับแพทย์หญิงกุลธิดาไม่ได้

สรุป นายแพทย์สมชายจะเรียกร้องเอาผลกำไรจากนายแพทย์สมนึกไม่ได้ เพราะการกระทำของนายแพทย์สมนึก ไม่ถือว่าเป็นการประกอบกิจการค้าขายแข่งขันกับห้างฯ ตามมาตรา 1038 วรรคแรก

 

ข้อ 2 ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเดช มีนายพรเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด นายเดชเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ได้จดทะเบียนแล้ว ดำเนินกิจการมาได้สามปี เป็นหนี้นายสมศักดิ์ 8 แสนบาท นายพรเห็นว่ากิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีกำไรเลย จึงได้โอนหุ้นที่ตนลงไว้ทั้งหมด 1 แสนบาท ให้นายอภิชาติ และได้ออกจากห้างหุ้นส่วนจำกัดไป แต่ก่อนออกจากห้างฯไปนั้น นายพรได้ไปจดทะเบียนออกจากห้างฯด้วย เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553 และได้จดทะเบียนเพิ่มชื่อนายอภิชาตลงไปว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดลงหุ้นไว้เป็นเงิน 1 แสนบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเดชยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปในชื่อเดิมทุกประการ ต่อมาหนี้จำนวน 8 แสนบาท ซึ่งนายสมศักดิ์เป็นเจ้าหนี้ถึงกำหนดชำระ และห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเดชยังเป็นหนี้ค่าสินค้าอีกจำนวน 8 หมื่นบาท นายสมศักดิ์ประสงค์จะฟ้องให้นายพรรับผิดชอบร่วมกับห้างฯด้วย จึงมาปรึกษากับท่านเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 นี้ว่า ในกรณีดังกล่าว นายสมศักดิ์จะเรียกร้องให้นายพรรับผิดได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1051 ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไป

มาตรา 1068 ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน อันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น ย่อมมีจำกัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน

มาตรา 1080 วรรคแรก บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนสามัญข้อใดๆ หากมิได้ยกเว้นหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปโดยบทบัญญัติแห่งหมวด 3 นี้ ท่านให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย

มาตรา 1082 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้ ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์ การที่นายพรซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้ยินยอมให้ใช้ชื่อของตนเองระคนเป็นชื่อของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเดช นายพรจึงต้องรับผิดในหนี้สินของห้างฯ เสมือนว่าตนเองเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดตามมาตรา 1082 วรรคแรก

และเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเป็นหนี้นายสมศักดิ์ 8 แสนบาท และนายพรได้โอนหุ้นที่ตนลงไว้ให้นายอภิชาติและได้จดทะเบียนออกจากห้างฯไปนั้น กรณีนี้แม้นายพรจะได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไปแล้ว แต่หนี้สินดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่นายพรได้ออกจากหุ้นส่วนไป นายพรจึงต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวด้วยตามมาตรา 1051 ประกอบกับมาตรา 1080 วรรคแรก และเมื่อปรากฏว่านายสมศักดิ์ได้มาปรึกษาข้าพเจ้าเพื่อที่จะฟ้องนายพรให้รับผิดชอบร่วมกับห้างฯนั้น คือวันที่ 28 กันยายน 2553 ซึ่งยังไม่ครบกำหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันที่นายพรได้ออกจากห้างหุ้นส่วนไป ดังนั้นนายสมศักดิ์ย่อมสามารถฟ้องให้นายพรรับผิดร่วมกับห้างฯได้ตามมาตรา 1068 ประกอบมาตรา 1080 วรรคแรก

สรุป นายสมศักดิ์เรียกร้องให้นายพรรับผิดได้

 

ข้อ 3 นางสาวเพ็ญ นางสาวพร และนายเพชร เป็นผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท น้ำเพชร จำกัด แต่ก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด นายเพชรได้สั่งซื้อสินค้าจากนายทองเพื่อจะนำมาขายในบริษัท น้ำเพชรจำกัด ไว้เป็นเงิน 5 แสนบาท เนื่องจากเกรงว่าหากไม่สั่งซื้อไว้ก่อนสินค้าดังกล่าวจะขึ้นราคาไปมากกว่านี้ แต่เมื่อวันประชุมตั้งบริษัท นายเพชรไม่ได้นำสัญญาที่สั่งซื้อสินค้านั้นมาให้ที่ประชุมตั้งบริษัทให้ความเห็นชอบ แต่เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนตั้งขึ้นเรียบร้อยแล้ว นายเพชรซึ่งได้รับเลือกเป็นกรรมการบริษัทก็ได้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นทุกคน เมื่อถึงวันประชุม ผู้ถือหุ้นทุกคนก็มีมติให้การรับรองสัญญาที่นายเพชรได้ทำไว้ทั้งหมดรวมทั้งสัญญาที่สั่งซื้อสินค้าจากนายทองด้วย แต่การบริหารงานของนายเพชรทำให้บริษัทขาดทุนไม่อาจใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้ นายทองจึงมาปรึกษาท่านว่าในกรณีดังกล่าว นายทองจะเรียกร้องให้ผู้ใดรับผิดในหนี้ค่าสินค้าจำนวน 5 แสนบาทได้บ้าง ให้ท่านแนะนำนายทอง

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1113 ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้และการจ่ายเงินซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ และแม้จะได้มีอนุมัติก็ยังคงต้องรับผิดอยู่เช่นนั้นไปจนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท

วินิจฉัย

ตามมาตรา 1113 นั้น บัญญัติให้ผู้เริ่มก่อการต้องร่วมรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้และการจ่ายเงิน ซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ และแม้ที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้อนุมัติแล้ว ผู้เริ่มก่อการก็ยังต้องรับผิดจนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท ดังนั้นผู้เริ่มก่อการจะหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้ของบริษัทก็ต่อเมื่อที่ประชุมตั้งบริษัทได้อนุมัติหนี้ดังกล่าวแล้วและบริษัทได้จดทะเบียนตั้งขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ตามอุทาหรณ์ การที่นายเพชรซึ่งเป็นผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท น้ำเพชร จำกัด ร่วมกับนางสาวเพ็ญ และนางสาวพร ได้สั่งซื้อสินค้าจากนายทองเพื่อจะนำมาขายในบริษัท น้ำเพชร จำกัด ถือเป็นหนี้ที่ผู้เริ่มก่อการบริษัทได้ทำไว้ในการเริ่มก่อตั้งบริษัท เมื่อปรากฏว่าในวันประชุมตั้งบริษัท นายเพชรไม่ได้นำสัญญาที่สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวมาให้ที่ประชุมตั้งบริษัทให้ความเห็นชอบและอนุมัติ นายเพชรและผู้เริ่มก่อการทั้งหมดจึงยังไม่หลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้ตามสัญญานั้นตามมาตรา 1113

และกรณีตามข้อเท็จจริง เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนตั้งขึ้นแล้ว ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ให้การรับรองสัญญาที่นายเพชรสั่งซื้อสินค้าจากนายทองด้วย จึงเท่ากับว่าบริษัท น้ำเพชร จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลได้ยินยอมรับผิดชดใช้หนี้ดังกล่าวแล้ว ดังนั้นนายทองจึงเรียกร้องให้บริษัท น้ำเพชร จำกัด พร้อมทั้งนายเพชร นางสาวเพ็ญและนางสาวพร ซึ่งเป็นผู้เริ่มก่อการบริษัทรับผิดในหนี้ค่าสินค้าได้

สรุป นางทองเรียกร้องให้บริษัท น้ำเพชร จำกัด นายเพชร นางสาวเพ็ญ และนางสาวพร รับผิดในหนี้ค่าสินค้าดังกล่าวได้

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2553

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ 1 ก เข้าหุ้นกับ ข เปิดร้านขายอาหารชื่อว่าห้างหุ้นส่วนสามัญชวนชิม โดยมิได้จดทะเบียนห้างฯ ต่อมาทั้งสองคนได้ชวน ค เข้ามาเป็นหุ้นส่วนใหม่ในร้านนี้หลังจากเปิดร้านมาได้สองปี หลังจากที่ ค เข้ามาเป็นหุ้นส่วนได้หกเดือน ธนาคารสยามเจ้าหนี้รายหนึ่งของห้างฯฟ้องให้ ก และ ข ชำระหนี้ที่ห้างฯกู้มาลงทุนตั้งแต่ตอนเริ่มเปิดร้านจำนวนสองแสนบาท ดังนี้ ก และ ข จะเรียกให้ ค เข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับตนเพื่อรับผิดในหนี้เงินกู้ต่อธนาคารสยามได้หรือไม่ จงอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1050 การใดๆอันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้ อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น

มาตรา 1052 บุคคลผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนย่อมต้องรับผิดในหนี้ใดๆ ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย

วินิจฉัย

ตามบทบัญญัติมาตรา 1050 ได้บัญญัติไว้ว่า ในกรณีของห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดในบรรดาหนี้สินที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้ก่อให้เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน

กรณีตามอุทาหรณ์ หนี้เงินกู้จากธนาคารสยามนั้น เป็นหนี้ที่ ก และ ข กู้มาใช้ในการลงทุนตอนเริ่มเปิดร้านขายอาหาร จึงเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างฯ ดังนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจึงต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา 1050

สำหรับกรณีของ ค นั้น แม้จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในภายหลัง แต่ตามมาตรา 1052 ได้บัญญัติให้ผู้ที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนต้องรับผิดในหนี้ของห้างฯที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย ดังนั้น ก และ ข จึงเรียกให้ ค เข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับตนเพื่อรับผิดในหนี้เงินกู้ต่อธนาคารสยามได้

สรุป ก และ ข เรียกให้ ค เข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับตนเพื่อรับผิดในหนี้เงินกู้ต่อธนาคารสยามได้

 

ข้อ 2 นายเอก นายโท และนายตรี เข้าหุ้นกันจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเพื่อรับเหมาก่อสร้างทั่วไป โดยมีนายเอกเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ นายโทและนายตรีเป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด ห้างฯได้ตกลงใช้ชื่อว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดมีทรัพย์ โดยใช้ชื่อสกุลของนายโทเป็นชื่อห้างฯ เพราะเห็นว่ามีความหมายดี หลังจากประกอบกิจการมาได้ห้าปี ห้างฯมีหนี้ค้างชำระบริษัท ปูนตราเสือ จำกัด อยู่สี่แสนบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ซื้อวัสดุก่อสร้างมาใช้ในการรับเหมาและยังไม่มีการชำระหนี้ ดังนี้ นายโทและนายตรีจะต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีทรัพย์หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1081 ห้ามมิให้เอาชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมาเรียกขานระคนเป็นชื่อห้าง

มาตรา 1082 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้ ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

มาตรา 1095 วรรคแรก ตราบใดห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้

แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนนั้นได้เลิกกันแล้ว เจ้าหนี้ของห้างมีสิทธิฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้เพียงจำนวนดังนี้ คือ

(1) จำนวนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนเท่าที่ยังค้างส่งแก่ห้างหุ้นส่วน

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ นายโทและนายตรีจะต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีทรัพย์หรือไม่นั้น เห็นว่า

กรณีของนายโท แม้จะเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด แต่เมื่อยอมให้ใช้ชื่อตนระคนเป็นชื่อห้างฯ (แม้จะเป็นชื่อสกุลก็อยู่ในความหมายของชื่อด้วย) ตามที่มาตรา 1081 ได้บัญญัติห้ามไว้ จึงมีผลตามมาตรา 1082 วรรคแรก คือ นายโทต้องรับผิดต่อบริษัท ปูนตราเสือ จำกัด เจ้าหนี้ เสมือนเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด และทำให้บริษัท ปูนตราเสือ จำกัด สามารถฟ้องนายโทได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ห้างฯเลิกแต่อย่างใดตามมาตรา 1095 วรรคแรก

ส่วนกรณีของนายตรีนั้น เมื่อนายตรีเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด จึงยังไม่ต้องรับผิดใดๆต่อบริษัทฯ ปูนตราเสือ จำกัด เจ้าหนี้ จนกว่าห้างฯนั้นจะได้เลิกกันแล้วตามมาตรา 1095

สรุป นายโทจะต้องรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีทรัพย์เสมือนเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด และบริษัท ปูนตราเสือ จำกัด สามารถฟ้องนายโทได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ห้างฯเลิก ส่วนนายตรียังไม่ต้องรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีทรัพย์จนกว่าห้างฯจะเลิกกันแล้ว

 

ข้อ 3 บริษัท ศรีคราม จำกัด มีนายศรีและนายรามเป็นกรรมการ บริษัทมีความต้องการเพิ่มทุนโดยการออกหุ้นใหม่จำนวน 1,000 หุ้น กรรมการจึงมีหนังสือเรียกผู้ถือหุ้นทั้งหมดมาประชุมเรื่องการเพิ่มทุนบริษัท โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ครั้นถึงวันนัดประชุมคือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้ถือหุ้นมาประชุมเพียง 8 คน อีก 2 คน ไม่มาประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เพิ่มทุนโดยออกหุ้นใหม่อีก 1,000 หุ้น ดังนี้ หากผู้ถือหุ้น 2 คนที่ไม่มาประชุมต้องการขอให้เพิกถอนมติที่ประชุม หลังจากการประชุมผ่านไปแล้ว 7 วัน จึงมาปรึกษาท่าน ท่านจะให้คำปรึกษาอย่างไร

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1175 คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษให้กระทำการดังว่านั้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่นั้น ให้ระบุสถานที่ วัน เวลา และสภาพแห่งกิจการที่จะได้ประชุมปรึกษากัน และในกรณีที่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษให้ระบุข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติด้วย

มาตรา 1195 การประชุมใหญ่นั้นถ้าได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน หรือได้ลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทก็ดี เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขึ้นแล้ว ให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย แต่ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น

วินิจฉัย

ในเรื่องการบอกกล่าวนัดเรียกประชุมใหญ่ของบริษัทนั้นตามมาตรา 1175 ได้บัญญัติหลักไว้ว่าคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่จะต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราว และส่งไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท ซึ่งหากฝ่าฝืน การนัดเรียกประชุมใหญ่นั้น จะเป็นการนัดเรียกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่กรรมการของบริษัทมีหนังสือเรียกผู้ถือหุ้นทั้งหมดมาประชุมเรื่องการเพิ่มทุนของบริษัทซึ่งถือเป็นการประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษนั้น เมื่อเพียงแต่ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวแต่อย่างใด การนัดเรียกประชุมใหญ่ดังกล่าวจึงฝ่าฝืนบทบัญญัติของมาตรา 1175 และเป็นการนัดเรียกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทำให้มติของที่ประชุมใหญ่ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย

ดังนั้น เมื่อการนัดเรียกประชุมใหญ่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของมาตรา 1175 หากผู้ถือหุ้น 2 คน ที่ไม่มาประชุมต้องการขอให้เพิกถอนมติที่ประชุม จึงสามารถร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนมติของที่ประชุมอันผิดระเบียบนั้นได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติตามมาตรา 1195

สรุป ข้าพเจ้าจะให้คำแนะนำแก่ผู้ถือหุ้น 2 คนที่ไม่ประชุมดังกล่าวข้างต้น

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2553

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายเอกตั้งโรงงานขนมปังอยู่แล้ว  นายโทและนายตรีชวนนายเอกให้เข้าหุ้นส่วนตั้งโรงงานทำขนมปังอีกโรงหนึ่ง  นายเอกก็ตกลง แล้วจดทะเบียนให้นายโทเป็นผู้จัดการโรงงานขนมปังของห้างหุ้นส่วนแต่เพียงผู้เดียว  ปรากฏต่อมาว่า  โรงงานขนมปังของนายเอกขายดี ส่วนโรงงานขนมปังของห้างหุ้นส่วนขายไม่ดี  จึงขาดทุนไป  100,000  บาท  ดังนี้  ห้างหุ้นส่วนจะเรียกร้องแก่นายเอกได้อย่างไรหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1066  ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน  และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น  ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น  หรือไปเข้าเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนอื่น  ซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน  และแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้น เว้นไว้แต่จะได้รับคำยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นทั้งหมด

แต่ข้อห้ามเช่นว่ามานี้  ท่านว่าจะไม่พึงใช้ได้  ถ้าหากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายได้รู้อยู่แล้วในเวลาเมื่อลงทะเบียนห้างหุ้นส่วนนั้นว่า  ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งได้ทำกิจการหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนอยู่ในห้างหุ้นส่วนอื่นอันมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน  และในสัญญาเข้าหุ้นส่วนที่ทำไว้ต่อกันนั้นก็ไม่ได้บังคับให้ถอนตัวออก

มาตรา  1067  วรรคแรก  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดกระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติในมาตราก่อนนี้ไซร้  ท่านว่าห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนนั้นชอบที่จะเรียกเอาผลกำไรอันผู้นั้นหาได้ทั้งหมด  หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายซึ่งห้างหุ้นส่วนได้รับเพราะเหตุนั้น

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า  นายเอกได้ประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน  และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือไม่  เห็นว่าการที่นายเอกได้ตั้งโรงงานขนมปังอยู่ก่อนแล้ว  เมื่อนายโทและนายตรีได้ชวนนายเอกให้เข้าหุ้นส่วนตั้งโรงงานขนมปังอีกโรงหนึ่ง  ซึ่งนายเอกได้ตกลงและได้จดทะเบียนให้นายโทเป็นผู้จัดการนั้น  จะเห็นได้ว่าแม้นายเอกจะยังคงประกอบกิจการโรงงานขนมปังต่อไปซึ่งเป็นกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันกับกิจการของห้างหุ้นส่วน  แต่เมื่อในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนนั้นก็ไม่ได้บังคับให้นายเอกเลิกกิจการ  ดังนั้น  จะถือว่าการกระทำของนายเอกเป็นการประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนไม่ได้  ตามมาตรา  1066  วรรคสอง

และเมื่อไม่ถือว่านายเอกได้กระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา  1066  วรรคแรก  ดังนั้น  ห้างหุ้นส่วนจะใช้สิทธิตามมาตรา  1067  วรรคแรก  เพื่อเรียกร้องเอาผลกำไรหรือเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนใดๆ  แก่นายเอกไม่ได้เลย

สรุป  ห้างหุ้นส่วนจะเรียกร้องแก่นายเอกเพื่อเรียกเอาผลกำไรที่นายเอกหาได้ทั้งหมด  หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนใดๆไม่ได้เลย

 

ข้อ  2  ห้างหุ้นส่วนจำกัดแดงดำ  มีนายแดงและนายดำเป็นหุ้นส่วนกัน  2  คน  โดยนายแดงเป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดไว้  100,000  บาท  แต่ได้ส่งเงินไปแล้ว  50,000  บาท  ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดแดงดำนั้น  เป็นหนี้นายขาว  100,000  บาท  ดังนี้  ขาวจะฟ้องนายแดงและนายดำให้ใช้หนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดได้อย่างไรหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1081  ห้ามมิให้เอาชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมาเรียกขานระคนเป็นชื่อห้าง

มาตรา  1082  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

มาตรา  1095  วรรคแรก  ตราบใดห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้

แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนนั้นได้เลิกกันแล้ว  เจ้าหนี้ของห้างมีสิทธิฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้เพียงจำนวนดังนี้  คือ 

(1) จำนวนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนเท่าที่ยังค้างส่งแก่ห้างหุ้นส่วน

วินิจฉัย

โดยหลักตามมาตรา  1095  วรรคแรก  ถ้าห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน  เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด  จะฟ้องหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไม่ได้  จะฟ้องได้ก็แต่เฉพาะหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น  เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นบางกรณีที่เจ้าหนี้สามารถฟ้องหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดแม้ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นจะยังมิได้เลิกกัน  เช่น  กรณีที่หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้ยินยอมให้ใช้ชื่อตนเรียกขานระคนเป็นชื่อห้าง  เป็นต้น

ตามอุทาหรณ์  การที่นายแดงซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา  1081  โดยยินยอมให้ใช้ชื่อของตนเรียกขานระคนเป็นชื่อห้าง  ดังนั้น  นายแดงจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดตามมาตรา  1082 และอาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องได้แม้ห้างหุ้นส่วนจำกัดแดงดำจะยังมิได้เลิกกัน

ดังนั้นตามอุทาหรณ์  เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดแดงดำเป็นหนี้นายขาว  100,000  บาท  นายขาวย่อมสามารถฟ้องให้นายดำหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  และนายแดงซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดร่วมกันรับผิดชำระหนี้ทั้งหมดให้แก่ตนได้

สรุป  นายขาวสามารถฟ้องนายแดงและนายดำให้ใช้หนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำนวน  100,000  บาทแก่ตนได้

 

ข้อ  3  บริษัท  สยาม  จำกัด  จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคม  2554  มีทุนจดทะเบียน  3,000,000  บาท  มีมูลค่าหุ้นละ  100  บาท  มีนายหนึ่งและนายสองเป็นกรรมการ  ต่อมาในเดือนมีนาคม  2554  บริษัทฯขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ  จึงขอยืมเงินจากนายหนึ่งจำนวน  1,000,000  บาท  อย่างไรก็ตาม  ในเดือนสิงหาคม  2554  กิจการของบริษัทฯดีขึ้น  ผู้ถือหุ้นประสงค์จะตอบแทนความช่วยเหลือของนายหนึ่ง  ผู้ถือหุ้นจึงได้ประชุมกันลงมติพิเศษให้บริษัทฯ  ออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้น  10,000  หุ้น  โดยให้เสนอขายให้นายหนึ่งคนเดียวในราคาหุ้นละ  90  บาท  โดยให้ถือว่า  เงินที่กู้ยืมส่วนหนึ่งจำนวน  900,000  บาท  ที่บริษัทฯยืมไปจากนายหนึ่งเป็นเงินชำระค่าหุ้นและให้คืนเงินที่กู้ยืมที่เหลืออีก  100,000  บาท  ให้นายหนึ่ง  ให้วินิจฉัยว่ามติพิเศษของผู้ถือหุ้นดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1105  วรรคแรก  อันหุ้นนั้น  ท่านห้ามมิให้ออกโดยราคาต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้

มาตรา  1220  บริษัทจำกัดอาจเพิ่มทุนของบริษัทขึ้นได้ด้วยออกหุ้นใหม่โดยมติพิเศษของประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา  1222  วรรคแรก  บรรดาหุ้นที่ออกใหม่นั้น  ต้องเสนอให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามส่วนจำนวนหุ้นซึ่งเขาถืออยู่

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่ผู้ถือหุ้นได้ประชุมกันและลงมติพิเศษให้บริษัทฯ  ออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน  10,000  หุ้นนั้น  แม้การเพิ่มทุนของบริษัทฯ  โดยการออกหุ้นใหม่เพิ่มขึ้นจะได้กระทำถูกต้องตามมาตรา  1220  แต่การที่บริษัทได้เสนอขายหุ้นทั้งหมดให้แก่นายหนึ่งคนเดียวในราคาหุ้นละ  90  บาทนั้น  ถือว่าเป็นการขัดต่อบทบัญญัติมาตรา  1222  วรรคแรก  ที่กำหนดให้หุ้นที่ออกใหม่นั้นต้องเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามจำนวนหุ้นซึ่งเขาถืออยู่  และเป็นการขัดต่อบทบัญญัติมาตรา  1105  วรรคแรก  ซึ่งกำหนดห้ามมิให้นำหุ้นออกขายในราคาต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้  ดังนั้น  มติพิเศษของผู้ถือหุ้นดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุป  มติพิเศษของผู้ถือหุ้นที่ให้เสนอขายหุ้นออกใหม่ทั้งหมดให้แก่นายหนึ่งคนเดียวในราคาหุ้นละ  90  บาท  ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2554

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2554

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายไก่  นายเป็ด  และนายห่าน  สามพี่น้องได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำธุรกิจร่วมกัน  ในกิจการรับถมดินโดยมีข้อตกลงกันว่า  ถ้าดำเนินธุรกิจไปแล้วมีกำไรก็จะแบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน  แต่ไม่พบว่าทั้งสามพี่น้องได้นำกิจการของตนไปทำการจดทะเบียนแต่อย่างใด ต่อมานายเป็ดเพียงผู้เดียวได้ไปตกลงทำสัญญาซื้อรถแบคโฮจากบริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ราคา  2  ล้านบาท  เพื่อใช้ในกิจการถมดิน  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า

1       นายไก่และนายห่านจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ด  ในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮราคา  2  ล้านบาทให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  หรือไม่  อย่างไร

2       ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่า  นายเป็ดได้ทำการชำระราคาค่ารถแบคโฮให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ไปแล้ว  แต่บริษัทฯยังไม่ยอมส่งมอบรถแบคโฮให้  นายไก่และนายห่านจะมีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1012  อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

มาตรา  1025  อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกัน  เพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

มาตรา  1049  ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใดๆแก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่

มาตรา  1050  การใดๆอันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย  และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้  อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์  การที่นายไก่  นายเป็ด  และนายห่าน  ได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำธุรกิจร่วมกัน  ในกิจการรับถมดิน  โดยมีข้อตกลงกันว่าถ้ามีกำไรก็จะแบ่งผลกำไรจากกิจการนั้น  ถือได้ว่าทั้งสามคนได้ทำสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา  1012  แล้ว  และเมื่อทั้งสามคนมิได้นำห้างหุ้นส่วนนั้นไปจดทะเบียน  จึงถือว่าห้างหุ้นส่วนนั้นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดเพื่อหนี้ของหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา  1025

และเมื่อต่อมานายเป็ดเพียงผู้เดียวได้ไปตกลงทำสัญญาซื้อรถแบคโฮจากบริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ราคา  2  ล้านบาท  เพื่อใช้ในกิจการถมดิน  ดังนี้

1       การดำเนินการของนายเป็ด  ถือว่า  เป็นการจัดทำไปในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนและได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ดังนั้น  นายไก่และนายห่านย่อมต้องมีความผูกพันในการนั้นด้วย  คือ  จะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ดโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮจำนวน  2  ล้านบาทให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ตามมาตรา  1050  (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่  2624/2551)

2       ถ้านายเป็ดได้ทำการชำระราคาค่ารถแบคโฮให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ไปแล้ว  แต่บริษัทฯ  ยังไม่ยอมส่งมอบรถแบคโฮให้  ดังนี้เฉพาะนายเป็ดเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญา  ทั้งนี้เพราะแม้นายไก่และนายห่านจะเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นด้วย  แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  เป็นห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียน  จึงต้องนำมาตรา  1049  มาใช้บังคับ  กล่าวคือ  เมื่อนายเป็ดเพียงผู้เดียวเป็นผู้ปรากฏชื่อในการทำสัญญาซื้อขายรถแบคโฮ  นายไก่และนายห่านมิได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ  จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทฯ  ดังนั้น  นายไก่และนายห่านจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญาได้  เพราะสิทธิเรียกร้องให้บริษัทฯ  ส่งมอบรถแบคโฮเป็นสิทธิของนายเป็ดแต่เพียงผู้เดียว  (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่  7721/2543)

สรุป

1       นายไก่และนายห่านจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ด  ในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮราคา  2  ล้านบาท  ให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด

2         นายไก่และนายห่านไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญา

 

ข้อ  2  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  งามวิไล  มีวัตถุประสงค์รับตัดเย็บชุดวิวาห์  มีนางวิไลเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  นางสาวงามเนตรเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้เป็นหนี้ค่าผ้าที่ซื้อมาตัดชุดวิวาห์  200,000  บาท  ต่อมานางสาวงามเนตรซึ่งมีชื่อเล่นว่า  งาม  ได้ทะเลาะกับนางวิไลเนื่องจากไม่พอใจที่นางวิไลจัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้วเกิดการขาดทุนหลายแสนบาท  นางสาวงามเนตรจึงขอลาออกจากการลงหุ้นโดยโอนหุ้นของตนทั้งหมดให้นางสาววลัยพร  และได้จดทะเบียนออกจากห้างหุ้นส่วนไป  โดยนางสาววลัยพรได้จดทะเบียนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดแทนที่  ทั้งนี้ได้มีการจดทะเบียนเมื่อวันที่  26 กันยายน  2553  ต่อมาหนี้ค่าผ้า  จำนวน  200,000  บาท  ถึงกำหนดชำระ  แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีเงินชำระหนี้  ดังนี้เจ้าหนี้จะเรียกร้องให้นางสาวงามเนตรรับผิดได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1051  ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไป

มาตรา  1068  ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น  ย่อมมีจำกัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน

มาตรา  1080  วรรคแรก  บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนสามัญข้อใดๆ  หากมิได้ยกเว้นหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปโดยบทบัญญัติแห่งหมวด  3  นี้  ท่านให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย

มาตรา  1082  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

มาตรา  1091  ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะโอนหุ้นของตนปราศจากความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นๆก็โอนได้

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์  การที่นางสาวงามเนตรซึ่งมีชื่อเล่นว่า  งาม  ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ได้ยินยอมให้ใช้ชื่อของตนเองระคนเป็นชื่อของห้างหุ้นส่วนจำกัด  งามวิไล  นางสาวงามเนตรจึงต้องรับผิดในหนี้สินของห้างฯ  เสมือนว่าตนเองเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดตามมาตรา  1082  วรรคแรก  คือต้องรับผิดในหนี้สินของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน

การที่นางสาวงามเนตรได้ขอลาออกจากการเป็นหุ้นส่วน  และได้โอนหุ้นของตนทั้งหมดให้แก่นางสาววลัยพรนั้น  ย่อมสามารถทำได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ  ตามมาตรา  1091 

และข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์  เมื่อปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด  งามวิไล  เป็นหนี้ค่าผ้าที่ซื้อมาตัดชุดวิวาห์  200,000  บาท  หนี้รายนี้แม้นางสาวงามเนตรจะได้โอนหุ้นให้นางสาววลัยพรและได้จดทะเบียนออกจากห้างฯไปแล้วก็ตาม  แต่เมื่อเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่นางสาวงามเนตรจะได้ออกจากหุ้นส่วนไป  นางสาวงามเนตรจึงต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวด้วย  และต้องรับผิดเป็นเวลา  2  ปี  นับแต่วันที่ได้ออกจากหุ้นส่วนไปตามมาตรา  1051  มาตรา  1068  ประกอบกับมาตรา  1080  วรรคแรก  ดังนั้น  เมื่อหนี้ค่าผ้าจำนวน  200,000  บาท  ถึงกำหนดชำระ  แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีเงินชำระหนี้  เจ้าหนี้ย่อมสามารถเรียกร้องให้นางสาวงามเนตรรับผิดในหนี้ดังกล่าวได้

สรุป  เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องให้นางสาวงามเนตรรับผิดในหนี้ดังกล่าวได้ 

 

ข้อ  3  บริษัท  ต้นกล้า  จำกัด  ได้นัดประชุมผู้ถือหุ้น  เมื่อวันที่  26  สิงหาคม  2554  แต่เมื่อถึงวันเวลาประชุมแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  จนเวลาล่วงเลยไปถึงหนึ่งชั่วโมงเศษแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  นายต้นกล้าประธานกรรมการจึงมาปรึกษาท่านว่า  บริษัทมีความจำเป็นต้องประชุมผู้ถือหุ้นเป็นอย่างยิ่ง  ดังนี้  บริษัทควรจะทำอย่างไรต่อไป  จึงจะประชุมได้แม้ผู้ถือหุ้นจะมาไม่ครบองค์ประชุมในครั้งต่อไปก็ตาม  ดังนี้  ให้ท่านแนะนำนายต้นกล้าด้วย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1179  การประชุมใหญ่เรียกนัดเวลาใด  เมื่อล่วงเวลานัดนั้นไปแล้วถึงชั่วโมงหนึ่ง  จำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาเข้าประชุมยังไม่ครบถ้วนเป็นองค์ประชุมดังบัญญัติไว้ในมาตรา  1178  นั้นไซร้  หากว่าการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ  ท่านให้เลิกประชุม

ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมิใช่ชนิดซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอไซร้  ท่านให้เรียกนัดใหม่อีกคราวหนึ่งภายในสิบสี่วัน  และการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ท่านไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่บริษัท  ต้นกล้า  จำกัด  ได้นัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่  26  สิงหาคม  2554  แต่เมื่อถึงวันและเวลาประชุมแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  จนเวลานัดล่วงเลยไปถึงหนึ่งชั่วโมงเศษแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  ดังนี้  เมื่อการประชุมใหญ่ดังกล่าวมิใช่การประชุมใหญ่ซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ  และเมื่อบริษัทมีความจำเป็นต้องประชุมผู้ถือหุ้นเป็นอย่างยิ่ง บริษัทก็ต้องเรียกนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นใหม่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่  26  สิงหาคม  2554  กล่าวคือ  บริษัทจะต้องบอกกล่าวเรียกนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นใหม่ภายในวันที่  9  กันยายน  2554  ซึ่งในการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้เมื่อถึงวันและเวลานัดประชุมตามที่ได้ส่งคำบอกกล่าวไปแล้ว  ถ้าผู้ถือหุ้นมาไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็สามารถประชุมกันได้  ตามมาตรา  1179

สรุป  เมื่อนายต้นกล้าประธานกรรมการบริษัทมาปรึกษาข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าจะแนะนำนายต้นกล้าตามที่ได้อธิบายไว้ดังกล่าวข้างต้น