การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2566
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM1301 (RAM 1000) คุณธรรมคู่ความรู้

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ในกรณีที่ไม่มีตัวเลือกใดถูกต้องให้นักศึกษาตอบตัวเลือกที่ 5 (แต่ละข้อมี 4 ตัวเลือก)

Advertisement

1. องค์ประกอบของคุณธรรมจริยธรรมด้านใดสำคัญที่สุดในการควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์
(1) จิตใจ
(2) ปัญญา
(3) พฤติกรรม
(4) ความคิด
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ในองค์ประกอบของจริยธรรมทั้ง 3 ส่วน คือ ปัญญา จิตใจ และพฤติกรรม จะเห็นได้ว่า “ปัญญา” เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะชี้นำให้จิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ให้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า “สพฺเพ ธมฺมา ปญฺญุตฺตรา” แปลว่า ธรรมทั้งหลายมีปัญญาเป็นเยี่ยมยอด

2. “คดในข้อ งอในกระดูก” เกี่ยวข้องกับคุณธรรมพื้นฐานในข้อใดมากที่สุด
(1) ประหยัด
(2) สามัคคี
(3) วินัย
(4) ซื่อสัตย์
ตอบ 4 (คำบรรยาย) กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ให้แก่เยาวชนไทย โดยมีจุดเน้นเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข ดังนี้
1. ขยัน
2. ประหยัด
3. ซื่อสัตย์
4. มีวินัย
5. สุภาพ
6. สะอาด
7. สามัคคี
8. มีน้ำใจ
(สำนวน “คดในข้อ งอในกระดูก” = คนไม่ซื่อสัตย์ มีนิสัยคดโกงเอาเปรียบผู้อื่นจนเป็นสันดาน)

3. เมื่อเพื่อนเรียนจบก่อนเรา และเราร่วมยินดีด้วยจากใจจริง แสดงถึงหลักคุณธรรมในข้อใด
(1) อุเบกขา
(2) กรุณา
(3) จิตตะ
(4) มุทิตา
ตอบ 4 หน้า 42, 223, (คำบรรยาย) พรหมวิหาร 4 หรือเรียกว่า “พรหมวิหารธรรม” ถือเป็นหลักคุณธรรมประจำใจ ประกอบด้วย
1. เมตตา คือ ความรักปรารถนาดีเป็นมิตร อยากให้ผู้อื่นพบความสุข
2. กรุณา คือ ความสงสารอยากช่วยเหลือให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
3. มุทิตา คือ ความพลอยยินดีพร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนผู้ที่ประสบความสำเร็จให้มีความสุข ไม่คิดอิจฉาริษยาในความดีของผู้อื่น
4. อุเบกขา คือ การวางตัว การวางใจเป็นกลางเพื่อรักษาธรรม

4. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด
(1) สุตตะ คือ การคิด
(2) ศีล 5 เป็นระดับคุณธรรมของสภาวะพ้นโลก
(3) ลอยกระทง คือ แหล่งที่มาของคุณธรรมจริยธรรมประเภทสังคม
(4) ลิขิต คือ การถาม
ตอบ 3 (คำบรรยาย) แหล่งที่มาของคุณธรรมและจริยธรรม ได้แก่
1. ปรัชญา (ความรักในความรู้) คือ วิชาที่ว่าด้วยหลักแห่งความรู้และความจริง
2. ศาสนาต่างๆ เช่น ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือศาสนาอื่นๆ

3. วรรณคดี เป็นหนังสือที่มีมาตรฐานทั้งด้านเนื้อหาสาระ คุณค่า และวิธีแต่ง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งมีแนวคิดคำสอนที่เป็นแนวปฏิบัติได้ เช่น สุภาษิตพระร่วง โคลงโลกนิติ ฯลฯ
4. สังคม คือ สิ่งที่สังคมกำหนดนับถือร่วมปฏิบัติด้วยกัน ได้แก่ ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ถือปฏิบัติกันในสังคมและยอมรับสืบทอดกันมา
5. การเมืองการปกครอง ซึ่งได้กำหนดข้อบังคับ ระเบียบ กฎหมายของบ้านเมือง รวมทั้งจรรยาบรรณต่างๆ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเพื่อความยุติธรรมโดยทั่วกัน

5. จรรยาบรรณของแพทย์ ข้อใดไม่ถูกต้อง
(1) มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน
(2) ควรมีการเข้าเวรมากกว่าแพทย์ผู้อื่น
(3) ไม่โลภเห็นแก่ลาภของผู้ป่วยแต่ฝ่ายเดียว
(4) มีเมตตาจิตแก่คนไข้ ไม่เลือกชั้นวรรณะ
ตอบ 2 หน้า 92, (คำบรรยาย) จรรยาบรรณของแพทย์/คุณธรรม 10 ประการ ได้แก่
1. มีเมตตาจิตแก่คนไข้ ไม่เลือกชั้นวรรณะ
2. มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน
3. มีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป
4. มีความละเอียดรอบคอบ สุขุม มีสติใคร่ครวญเหตุผล
5. ไม่โลภเห็นแก่ลาภของผู้ป่วยแต่ฝ่ายเดียว
6. ไม่โอ้อวดวิชาความรู้ให้ผู้อื่นหลงเชื่อ
7. ไม่เป็นคนเกียจคร้าน เผอเรอ มักง่าย
8. ไม่ลุอำนาจแก่อคติ 4 คือ ความลำเอียงด้วย ความรัก ความโกรธ ความกลัว ความหลง (โง่)
9. ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่เป็นโลกธรรม 8 คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และความเสื่อม
10. ไม่มีสันดานชอบความมัวเมาในหมู่บายมุข

6. จรรยาบรรณของตำรวจ ข้อใดที่ไม่ควรกระทำ
(1) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
(2) สุภาพ อ่อนน้อม และให้เกียรติประชาชน
(3) ควรทำความรู้จักผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ของตน
(4) พกพาอาวุธตามระเบียบแบบแผน
ตอบ 3 (คำบรรยาย) จรรยาบรรณของตำรวจ ได้แก่
1. อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ขออนุญาต ขอข้อมูลข่าวสาร
2. สุภาพ อ่อนน้อม และให้เกียรติประชาชนเพื่อให้เกิดความน่าเคารพยำเกรง
3. ขณะที่อยู่ในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบ จะต้องดำรงตนให้อยู่ในสภาพที่พร้อมและเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความน่าเชื่อถือและน่าไว้วางใจ
4. พกพาอาวุธตามระเบียบแบบแผน
5. พกพาเอกสารหรือตราประจำตัว และแสดงเอกสารหรือตราประจำตัวเมื่อมีบุคคลร้องขอ

7. นักดนตรีควรมีจรรยาบรรณใด
(1) การแสดงดนตรีควรแสดงในห้องประชุมเท่านั้น
(2) แสดงแต่ดนตรีไทยเท่านั้น
(3) ขยันในการฝึกซ้อม
(4) เล่นดนตรีเมื่อมีผู้จ้างเล่น
ตอบ 3 หน้า 92 – 93 จรรยาบรรณของนักแสดง/นักดนตรี ได้แก่
1. ขยันในการฝึกซ้อม
2. หมั่นศึกษาหาความรู้ทางดนตรีเพิ่มเติมเสมอ
3. สนใจในรายละเอียดการฟัง การเล่น การเขียน การอ่าน
4. หมั่นดูแลรักษาเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบอาชีพ
5. ลดอัตตาในตัวเองให้มากที่สุด จงเป็นคนถ่อมตัว อย่าถือเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่
6. อย่าตำหนิติเตียนผู้ที่มีฝีมือด้อยกว่า
8. เป็นคนตรงต่อเวลา ฯลฯ

8. ข้อใดคือจรรยาบรรณของสื่อมวลชน
(1) มีความอดทนต่อการค้นหาข่าว
(2) เสนอความเห็นส่วนตัวอย่างจริงจัง
(3) มีความเป็นกลาง
(4) สั่งสมความเชี่ยวชาญ
ตอบ 3 หน้า 85 – 86, (คำบรรยาย) จรรยาบรรณของสื่อมวลชน ได้แก่
1. มีความเที่ยงธรรมและเป็นกลางในการนำเสนอข้อเท็จจริงในการรายงานข่าว โดยปราศจากอคติและความรู้สึกส่วนตัว
2. การใช้แหล่งข่าวปิด ควรปิดบังแหล่งข่าว
3. ไม่ควรรับของขวัญจากแหล่งข่าว
4. ให้สิทธิส่วนบุคคลและสิทธิในการรับรู้ข่าวสาร
5. ควรแสดงตัวว่าเป็นนักข่าว และไม่ควรใช้อภิสิทธิ์ในการเป็นนักข่าวเพื่อเลี่ยงความผิด
6. ไม่ควรแอบแฝงผลประโยชน์ใด ๆ ในการรายงานข่าว ฯลฯ

9. นักศึกษาควรมีจรรยาบรรณข้อใดที่ควรปฏิบัติมากที่สุด
(1) ซื่อสัตย์ในการทำข้อสอบ
(2) พึงหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว
(3) มาเรียนให้ทันเวลา
(4) ประหยัดอดออมให้เพื่อน ๆ
ตอบ 1 หน้า 83 – 84 จรรยาบรรณของนักเรียน/นักศึกษา ได้แก่
1. หาโอกาสเรียนรู้ให้เข้าใจวิธีการใช้เหตุผล
2. มีความซื่อสัตย์สุจริตในการทำการบ้านและการสอบ
3. พึงถือว่าเกียรติอยู่เหนือประโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น
4. พึงฝึกน้ำใจนักกีฬาในการแข่งขันทุกประเภท
5. ให้เกียรติครูอาจารย์และเพื่อนเสมอ
6. พึงถือว่าสิทธิจะต้องควบคู่กับหน้าที่และความรับผิดชอบเสมอ ฯลฯ

10. จรรยาบรรณของผู้ประกอบการทางธุรกิจ คือข้อใด
(1) ทุ่มเงินการโฆษณาสินค้า
(2) ราคาสินค้าแปรผันตามความต้องการของผู้บริโภค
(3) ให้ข้อมูลสินค้าที่เป็นจริง
(4) กำไร คือ จุดมุ่งหมายสูงสุด
ตอบ 3 หน้า 83 – 84 จรรยาบรรณของผู้ประกอบการทางธุรกิจที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ความรับผิดชอบที่มีต่อลูกค้า ได้แก่
1. ปฏิบัติตามสัญญาข้อตกลงหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีต่อลูกค้า
2. มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า
3. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า/การบริการอย่างเป็นจริง ครบถ้วน ถูกต้อง
4. จัดระบบบริการลูกค้า ให้ลูกค้าร้องเรียนความไม่พอใจและดำเนินการตอบสนองอย่างเร็ว
5. ดำเนินการโดยให้มีต้นทุนที่เหมาะสม โดยยังรักษาคุณภาพของการบริการ ฯลฯ

11. จรรยาบรรณ ตรงกับข้อใดมากที่สุด
(1) การมีหลักประกันในการทำงาน
(2) กรอบปฏิบัติและกฎระเบียบ
(3) ความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน
(4) ความเป็นอิสระในวิชาชีพของตน
ตอบ 2 หน้า 76, (คำบรรยาย) จรรยาบรรณเป็นข้อควรประพฤติที่ดีงามสำหรับสมาชิกในวิชาชีพนั้น ๆ โดยข้อควรประพฤตินี้ถ้าหากเราฝ่าฝืนจะเกิดโทษ ดังนั้นจรรยาบรรณวิชาชีพจึงเป็นมาตรฐานความประพฤติและวิจารณญาณทางศีลธรรมและวิชาชีพที่เป็นกฎระเบียบ/กฎเกณฑ์ แบบแผนของความประพฤติสำหรับยึดถือเป็นกรอบปฏิบัติของผู้ประกอบวิชาชีพหนึ่ง ๆ ซึ่งหลักปฏิบัติดังกล่าวอาศัยหลักธรรมความถูกต้อง ส่วนใหญ่จะกำหนดโดยสมาคมวิชาชีพนั้น ๆ

12. จรรยาบรรณข้อใดที่ควรปฏิบัติ
(1) แพทย์รักษาเฉพาะรายที่ป่วยใหม่ ๆ
(2) ครูตีเด็กนักเรียนเป็นรอยแผล เพื่อสั่งสอนให้เป็นคนดี
(3) จิตอาสาช่วยทำอาหารส่งร้านค้า
(4) นางพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยใจบริการ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) จรรยาบรรณของพยาบาล ได้แก่
1. ชี้แจงให้ผู้รับบริการเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการพยาบาลก่อนลงมือปฏิบัติด้วยคำพูดที่ไพเราะ มีน้ำเสียงชวนฟัง มีความชัดเจน ใช้ภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ
2. ปฏิบัติต่อผู้รับบริการด้วยท่าทีสุภาพ
3. ประกอบวิชาชีพด้วยความเมตตากรุณา เคารพในคุณค่าของชีวิต
4. ให้การพยาบาลต่อผู้รับบริการด้วยกฎเกณฑ์และหลักการเดียวกันทุกคน
5. ให้การพยาบาลช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยทุกคนด้วยใจบริการ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา
6. เป็นผู้ที่ผู้ป่วยไว้วางใจได้ ไม่นำความลับของผู้ป่วยไปเปิดเผย ฯลฯ

13. ในปี พ.ศ. 2566 นี้ จะครบรอบกี่ปีในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(1) ครบรอบ 52 ปี
(2) ครบรอบ 42 ปี
(3) ครบรอบ 55 ปี
(4) ครบรอบ 45 ปี
ตอบ 1 หน้า 1, 23 มหาวิทยาลัยรามคำแหงก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ดังนั้นในปี พ.ศ. 2566 จะครบรอบ 52 ปี ในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง

14. “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คล้องจองกับพุทธศาสนสุภาษิตข้อใด
(1) “ปญฺญา เว ธเนน เสยฺโย”
(2) “พาโล อปริณายโก”
(3) “ททมาโน ปิโย โหติ”
(4) “อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ”
ตอบ 4 หน้า 23 คติพจน์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ “อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ” แปลว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (เป็นวลีในยุคแรกเมื่อปี พ.ศ. 2514 ที่ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ เป็นอธิการบดี โดยใช้วลีนี้ในข่าวรามคำแหง)

15. วันที่ 26 พฤศจิกายนของทุกปี มีความสำคัญอย่างไรกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(1) วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย
(2) วันพระราชทานปริญญาบัตร ปี พ.ศ. 2514
(3) วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 32, (ความรู้ทั่วไป) รัชกาลที่ 9 และสมเด็จฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 พร้อมทั้งพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นเวลารวม 2 วัน ได้แก่ วันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 ดังนั้นในวโรกาสมหามงคลยิ่งนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงได้ถือเอาวันที่ 26 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

16. ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือข้อใด
(1) กระถินณรงค์
(2) ชมพูพันธุ์ทิพย์
(3) สุพรรณิการ์
(4) เหลืองปรีดียาธร
ตอบ 3 หน้า 22, (ความรู้ทั่วไป) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานต้นสุพรรณิการ์ หรือ ฝ้ายคำ เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งในขณะนี้ปลูกไว้บริเวณหน้าอาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2542

17. อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือข้อใด
(1) รศ.สุขุม นวลสกุล
(2) รศ.รังสรรค์ แสงสุข
(3) รศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์
(4) รศ.คิม ไชยแสนสุข
ตอบ 3 หน้า 22 – 23 อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ รศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ ดำรงตำแหน่ง 3 วาระ ดังนี้
1. 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 – 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 (วาระที่ 1)
2. 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 – 22 มิถุนายน พ.ศ. 2516 (วาระที่ 2)
3. 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 – 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 (วาระที่ 3)

18. คำขวัญแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือข้อใด
(1) รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ
(2) สร้างความรู้สู่สากล สร้างคนคู่คุณธรรม
(3) เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง
(4) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ตอบ 1 หน้า 22 – 23 คำขวัญมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีขึ้นตั้งแต่ระยะแรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยจวบจนปัจจุบัน ตามลำดับดังนี้
1. “รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ” เป็นคำขวัญแรกที่อดีตอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ เป็นผู้คิดขึ้นเมื่อระยะแรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2514
2. “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง” เป็นคำขวัญที่ชนะการประกวดเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยนางสาวยงเยาว์ อาจผักปัง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ได้รับรางวัลชนะเลิศ
3. “สร้างความรู้สู่สากล สร้างคนคู่คุณธรรม” เป็นคำขวัญที่ชนะการประกวดคำขวัญเนื่องในโอกาส 40 ปี รามคำแหง เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 และใช้มาถึงปัจจุบัน ฯลฯ

19. สีประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง สีน้ำเงิน – สีทอง มีความหมายถึงอะไร
(1) พระมหากษัตริย์และผู้เรียน
(2) ประชาชนและแหล่งความรู้
(3) ความรู้และคุณธรรม
(4) พระมหากษัตริย์และความเจริญรุ่งเรือง
ตอบ 4 หน้า 22 สีประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ “สีน้ำเงิน – ทอง” หมายถึง
1. สีน้ำเงิน เป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ คือ พ่อขุนรามคำแหง
2. สีทอง เป็นเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรือง สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย

20. มหาวิทยาลัยรามคำแหงก่อตั้งด้วยวัตถุประสงค์ใด
(1) เพื่อลดช่องว่างในการเรียนรู้
(2) เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี
(3) เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา
(4) เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ว่างเปล่าของรัฐ
ตอบ 3 หน้า 1 จุดกำเนิดของมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นแตกต่างจากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งอื่น ๆ ตรงที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดจากความต้องการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มองเห็นปัญหาจำนวนที่เรียนไม่เพียงพอในมหาวิทยาลัยปิดต่าง ๆ เพราะในยุคนั้นมีนักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปิดปีละจำนวนไม่น้อย ส่วนผู้ที่มีฐานะก็ต้องส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ ดังนั้น ส.ส. จึงได้ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ. ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา อันเป็นการแก้ไขปัญหานักศึกษาไม่มีที่เล่าเรียนจะได้หมดสิ้นไป

21. RU. Cyber Classroom ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ การเรียนรู้ในลักษณะใด
(1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์
(2) การถ่ายทอดสดการบรรยายผ่านอินเทอร์เน็ต
(3) การเรียกดูบทเรียนย้อนหลัง
(4) การถ่ายทอดบทเรียนผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด
ตอบ 2 หน้า 293, 295, (คำบรรยาย) RU. Cyber Classroom หมายถึง การถ่ายทอดสดการเรียนการสอนจากห้องเรียนผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการเรียนการสอนชนิดหนึ่งของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งนี้นักศึกษาสามารถเข้าฟังถ่ายทอดสดการบรรยายผ่านอินเทอร์เน็ตได้ที่ http://cyberclassroom.ru.ac.th/

22. ข้อใดหมายถึง การเรียกดูบทเรียนย้อนหลังของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(1) Course on Classroom
(2) Online on Demand
(3) Course on Demand
(4) Course Online on Demand
ตอบ 3 หน้า 293, 295, (คำบรรยาย) Course on Demand หมายถึง การเรียกดูบทเรียนย้อนหลังของมหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือวิดีโอคำบรรยายย้อนหลังจากห้องเรียน ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีการเรียนการสอนชนิดหนึ่งของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และถือเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่ประสานเวลา (Asynchronous Learning) คือ การเรียนในลักษณะต่างเวลา (Anytime) ต่างสถานที่ (Anywhere) โดยผู้เรียนจะเรียนเมื่อใดและที่ไหนก็ได้ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ที่ http://www.m-learning.ru.ac.th/

23. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการเรียนรู้
(1) ผู้เรียน
(2) แหล่งเรียนรู้
(3) ผู้สอน
(4) สภาพแวดล้อม
ตอบ 4 (คำบรรยาย) องค์ประกอบของการเรียนรู้ มีดังนี้
1. ผู้สอน คือ แหล่งเรียนรู้ชนิดหนึ่ง
2. ผู้เรียน
3. สื่อ/แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เช่น ตำรา หนังสือ สื่อออนไลน์ สถานที่ต่าง ๆ ฯลฯ

24. บทเรียนออนไลน์ คือ แหล่งเรียนรู้ลักษณะใด
(1) แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต
(2) แหล่งเรียนรู้แบบเปิด
(3) แหล่งเรียนรู้สารสนเทศ
(4) แหล่งเรียนรู้ออฟไลน์
ตอบ 3 (คำบรรยาย) แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสื่อสารสนเทศ เช่น สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ สื่ออินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ช่วยสอน บทเรียนออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ ผลงานประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมต่าง ๆ

25. แหล่งเรียนรู้มีความสำคัญอย่างไร
(1) แสดงถึงความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม
(2) ช่วยพัฒนาสถาบันการศึกษา
(3) สามารถถ่ายทอดความรู้แบบต่าง ๆ
(4) บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของมนุษย์
ตอบ 3 (คำบรรยาย) ความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ มีดังนี้
1. เป็นแหล่งการศึกษาตามอัธยาศัย
2. เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
3. เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การศึกษาค้นคว้า และแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
4. เป็นแหล่งที่ใช้สร้างเสริมความรู้ความคิด วิทยาการ และประสบการณ์ ผ่านการถ่ายทอดความรู้ในแบบวิธีต่าง ๆ
5. เป็นแหล่งสร้างเสริมประสบการณ์ภาคปฏิบัติ

26. ข้อใด คือ รูปแบบการถ่ายทอดความรู้ในลักษณะ Explicit Knowledge
(1) นาย A เป็นนักเขียน
(2) นาย B เป็นนักวาดภาพ
(3) นาย C เป็นนักเขียนข่าว
(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 285 – 286, (คำบรรยาย) ความรู้ 2 ประเภท มีดังนี้
1. ความรู้ฝังลึก หรือความรู้ที่ซ่อนเร้นไม่เปิดเผย (Tacit Knowledge) คือ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคนหรืออยู่ในสมองของคน โดยเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของบุคคลที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน จึงเป็นความรู้ติดตัวที่เรียนรู้จากการสั่งสมประสบการณ์การทำงานต่าง ๆ รวมทั้งความเชื่อ ค่านิยม ซึ่งจะไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด เช่น เชฟทำอาหาร, นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ, ครูสอนหนังสือ ฯลฯ
2. ความรู้ชัดแจ้ง หรือความรู้ที่เปิดเผย (Explicit Knowledge) คือ ความรู้ชัดแจ้งที่สามารถสัมผัสหรือจับต้องได้ ซึ่งจะถ่ายทอดออกมาในรูปของตำรา หนังสือพิมพ์ นวนิยาย ภาพวาด รวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

27. ข้อใดคือรูปแบบการถ่ายทอดความรู้ในลักษณะ Tacit Knowledge
(1) นาย A เป็นครูสอนหนังสือ
(2) นาย B เป็นนักเขียนนวนิยาย
(3) นาย C ชอบเขียนบทความลงเว็บไซต์
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ

28. การ Reskill หมายถึงข้อใด
(1) การเสริมทักษะจากงานเดิม
(2) การเพิ่มความสามารถในการทำงาน
(3) การพัฒนาทักษะจากงานเดิม
(4) การสร้างทักษะใหม่ในการทำงาน
ตอบ 4 (คำบรรยาย) การ Reskill คือ การสร้างทักษะใหม่ในการทำงานที่แตกต่างไปจากงานเดิมที่ทำอยู่ เป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อนำไปใช้กับบริบทอื่นของตำแหน่งงาน และเพื่อให้สามารถตอบโจทย์กับการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีและดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา (ส่วนการ Upskill คือ การเสริมและพัฒนาทักษะจากงานเดิม เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงาน และส่วนใหญ่เป็นการนำเทคโนโลยีหรือดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับการทำงาน เช่น เรียนรู้เทคโนโลยีเพิ่มเติม เมื่อบริษัทนั้นนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ เป็นต้น)

29. ถ้านักศึกษาต้องการสั่งซื้อตำราเรียนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ข้อใดให้ประโยชน์มากที่สุด
(1) www.ru.ac.th
(2) www.lib.ru.ac.th
(3) www.edu.ru.ac.th
(4) www.rupress.ru.ac.th
ตอบ 4 หน้า 295, (ความรู้ทั่วไป) การสั่งซื้อตำราเรียนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง สามารถสั่งซื้อได้โดยตรงที่อาคารสำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) หรือสั่งซื้อตำราแบบออนไลน์ ได้ที่ www.rupress.ru.ac.th

30. ข้อใดกล่าวถึงความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง
(1) สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างรอบด้าน
(2) ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์
(3) บ่งบอกถึงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตของมนุษย์
(4) แสดงถึงวิวัฒนาการการเรียนรู้
ตอบ 2 หน้า 293, (คำบรรยาย) พันธ์ประภา พุนสิน ได้กล่าวว่า ในการดำเนินชีวิตปัจจุบันนั้น แหล่งการเรียนรู้มีความสำคัญสำหรับผู้เรียน ดังนี้
1. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสภาพชีวิตจริง สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ช่วยให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน ครอบครัว และท้องถิ่น
2. ผู้เรียนได้เรียนในสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมายต่อชีวิต

3. ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ท้องถิ่นสู่ความรู้สากล
4. ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น
5. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย สร้างเสริมประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เกิดทักษะการแสวงหาความรู้ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ฯลฯ

31. เครื่องหมายสัญญาอนุญาต BY – NC – ND ดังกล่าว หมายถึงข้อใด
(1) ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา
(2) ให้เผยแพร่ โดยต้องระบุที่มา แต่ห้ามดัดแปลงและห้ามใช้เพื่อการค้า
(3) ห้ามใช้เพื่อการค้าและต้องเผยแพร่งานดัดแปลง โดยใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดียวกัน
(4) ให้เผยแพร่ โดยต้องระบุที่มา แต่ห้ามดัดแปลง
ตอบ 2 หน้า 301 เครื่องหมายสัญญาอนุญาต CC ดังกล่าว เป็นการกำหนดสัญญาโดยการระบุเงื่อนไขร่วมกัน ได้แก่ Attribution CC – BY – NC – ND หมายถึง อนุญาตให้เผยแพร่ได้ โดยต้องระบุที่มา แต่ห้ามดัดแปลงและห้ามใช้เพื่อการค้า

32. Open Educational Resources หมายถึงข้อใด
(1) ระบบการเรียนรู้รายบุคคล
(2) แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้
(3) การจัดการศึกษาแบบเปิด
(4) คลังทรัพยากรการเรียนรู้แบบเปิด
ตอบ 4 หน้า 296, 298 คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด (Open Educational Resources : OER) คือ แหล่งการเรียนรู้ทางด้านการศึกษาที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือค่าธรรมเนียมการใช้ ดังนั้นจึงเป็นแหล่งทรัพยากรการศึกษาแบบเปิดที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือสนับสนุน และมีเป้าหมายใช้เพื่อการศึกษาไม่ใช่เพื่อการค้า ซึ่งผู้นำไปใช้อาจจะเป็นการเรียนรู้เพื่อตนเอง ใช้เป็นเอกสารอ้างอิง หรือเป็นส่วนหนึ่งของสื่อการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น เช่น สื่อมัลติมีเดียใหม่ ๆ วิดีโอบรรยาย ตำราเรียน ฯลฯ

33. http://www.lib.ru.ac.th/ คือ เว็บไซต์ของหน่วยงานใดในมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(1) สำนักพิมพ์
(2) สำนักบริการทางวิชาการและอิเล็กทรอนิกส์
(3) สำนักเทคโนโลยีการศึกษา
(4) สำนักหอสมุดกลาง
ตอบ 4 หน้า 294 สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดให้บริการพร้อมกับการเปิดบรรยายของมหาวิทยาลัยในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2514 เป็นศูนย์กลางในการค้นคว้าทางวิชาการสำหรับอาจารย์และนักศึกษา ปัจจุบันสำนักหอสมุดกลางมีเว็บไซต์เพื่อสืบค้นข้อมูลและหนังสือต่าง ๆ คือ http://www.lib.ru.ac.th/

34. หน่วยงานใดในมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ให้บริการสำเนาสื่อคำบรรยายรายกระบวนวิชา
(1) สำนักพิมพ์
(2) สำนักบริการทางวิชาการและอิเล็กทรอนิกส์
(3) สำนักเทคโนโลยีการศึกษา
(4) สำนักหอสมุดกลาง
ตอบ 3 หน้า 294, (คำบรรยาย) ศูนย์กลางแหล่งสืบค้นข้อมูลแห่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งเป็นองค์กรแห่งการผลิต พัฒนา และให้บริการสื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยรามคำแหงทุกแขนงวิชา ดังนั้น สำนักเทคโนโลยีการศึกษาจึงถือเป็นแหล่งรวมของสื่อการศึกษาที่มีความหลากหลายในทุกสาขาวิชาและทุกชั้นปี ผ่านทาง www.techno.ru.ac.th/new/ เช่น ให้บริการสำเนาสื่อคำบรรยายกระบวนวิชาต่าง ๆ ด้วย DVD และ Flash Drive, ให้บริการยืมสื่อการศึกษา, การผลิตรายการ RU Radio Podcast แนะแนวการศึกษา “มีคำถาม มีคำตอบ” ฯลฯ

35. ข้อใดกล่าวถึง Massive Open Online Courseware ได้ถูกต้องที่สุด
(1) บทเรียน E-learning
(2) รายวิชาออนไลน์ที่เรียนได้ฟรี
(3) แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่าย
(4) แหล่งเรียนรู้รายบุคคล
ตอบ 2 หน้า 281 – 282, 304 – 305 การเรียนรู้แบบเปิดสำหรับมหาชน (Massive Open Online Courseware : MOOC) คือ หลักสูตร (Course) หรือรายวิชาที่เรียนออนไลน์ (Online) จากระบบที่เปิดให้ใช้งานฟรี (Open) และรองรับผู้เรียนจำนวนมาก (Massive) ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความชอบ โดยเชื่อมต่อเข้าไปดูวิดีโอการบรรยาย เข้าไปฝึกปฏิบัติ ทำแบบทดสอบ หรือแบบฝึกหัด ตลอดจนร่วมสนทนากับผู้เรียนคนอื่น ๆ ได้แบบไม่จำกัดเวลาและสถานที่เรียนผ่านทางอินเทอร์เน็ต

36. ความหมายของพลเมือง ข้อใดถูกต้อง
(1) ประชาชนทั้งหมดของประเทศ
(2) ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
(3) สิทธิและหน้าที่ในฐานะประชาชน
(4) จิตสาธารณะของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ตอบ 3 หน้า 103 – 104, (คำบรรยาย) “พลเมือง” (Citizen) หมายถึง คนที่มีสิทธิและหน้าที่ในฐานะประชาชนของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือประชาชนที่อยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดียวกัน มักจะมีวัฒนธรรมเดียวกัน ดังนั้นพลเมืองจึงเป็นบุคคลในสังคมที่แสดงถึงความเป็นผู้มีสิทธิและเสรีภาพอย่างอิสระในการอยู่ร่วมกันในสังคม

37. พลเมืองดีสามารถปฏิบัติตนอย่างไรในสังคม
(1) การพัฒนางานอาชีพให้ก้าวหน้า
(2) การประหยัดและอดออมในครอบครัว
(3) การมีจิตสาธารณะ
(4) หางาน สร้างอาชีพใหม่
ตอบ 3 หน้า 112 ณัฐนันท์ ศิริเจริญ (2555) ได้กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีชีวิตประชาธิปไตยทางด้านสังคม ได้แก่
1. การแสดงความคิดอย่างมีเหตุผล
2. การรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่น
3. การยอมรับเมื่อผู้อื่นมีเหตุผลที่ดีกว่า
4. การตัดสินใจโดยใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
5. การเคารพระเบียบของสังคม
6. การมีจิตสาธารณะ คือ เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและรักษาสาธารณสมบัติ

38. พิพิธภัณฑ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทใด
(1) แหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติ
(2) แหล่งเรียนรู้ในชุมชน
(3) แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสื่อสารสนเทศ
(4) แหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ตอบ 2 (คำบรรยาย) แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นชุมชนหรือสถานที่ เช่น โรงเรียน ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ บ้าน วัด แปลงเกษตร ศาสนสถาน ศูนย์ราชการ ศาล พรรคการเมือง รัฐสภา ฯลฯ

39. การแสดงออกทางการเมืองตามหลักประชาธิปไตย พลเมืองควรจะมีการชุมนุมอย่างไร
(1) ชุมนุมโดยใช้เครื่องกระจายเสียงตัวใหญ่หลายตัว
(2) ชุมนุมกันอย่างสันติ มีเหตุมีผล และเคารพสิทธิผู้อื่น
(3) ชุมนุมอย่างต่อเนื่องให้ได้รับชัยชนะอย่างแท้จริง
(4) ชุมนุมตามสิทธิ เรียกร้องความเป็นธรรมอย่างรุนแรงทุกวิธี
ตอบ 2 หน้า 119 ทิพย์พาพร ตันติสุนทร (2554) ได้กล่าวถึงคุณลักษณะที่สำคัญของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยไว้ว่า ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีการศึกษา เคารพความเสมอภาคและสิทธิของผู้อื่น ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมและสังคมเป็นหลัก สามารถที่จะคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผลเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชน ยอมรับความแตกต่างในความเป็นพหุสังคม เคารพกฎหมายและยึดหลักนิติรัฐ รวมทั้งยึดมั่นในหลักสันติวิธี โดยการไม่ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

40. ข้อใดเป็นคุณสมบัติที่ดีของ “พลเมืองดิจิทัล” มากที่สุด
(1) ข้อมูลต่าง ๆ ช่วยกันส่งต่อจะสร้างรายได้อย่างแน่นอน
(2) เช็คข้อมูลก่อนส่งแชร์ให้ผู้อื่น
(3) กินเที่ยวเล่นควรเปิดเผยให้สาธารณชนทราบตลอดเวลา
(4) เข้าถึงสื่อทุกช่องทางทุกชั่วโมง
ตอบ 2 หน้า 120 – 121, (คำบรรยาย) ความเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) คือ พลเมืองที่มีความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ตในการบริหารจัดการ ควบคุม กำกับตน รู้ผิด รู้ถูก และรู้เท่าทัน เป็นบรรทัดฐานในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม มีความรับผิดชอบ เรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดและปลอดภัย เช่น การเช็คข้อมูลก่อนส่งแชร์ให้ผู้อื่น เป็นต้น

41. พลเมืองดีควรปฏิบัติอย่างไร
(1) ปฏิบัติตามที่ตนเองถนัด
(2) ส่งเสริมให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
(3) เข้ารับการศึกษาภาคบังคับ
(4) กระตือรือร้นในการทำงาน
ตอบ 2 หน้า 105 ประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองที่อำนาจสูงสุดในประเทศเป็นของประชาชน ดังนั้นไม่ว่าประชาชนจะแตกต่างกันอย่างไร ทุกคนล้วนแต่เท่าเทียมกันในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ พลเมืองที่ดีจึงต้องเคารพหลักความเสมอภาค และส่งเสริมให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน เพราะทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรีของความเป็นเจ้าของประเทศอย่างเสมอกัน

42. ข้อใดเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทย
(1) เสียภาษีให้น้อย เพื่อมีเงินเหลือครอบครัว
(2) พยายามช่วยเหลือครอบครัวตนเองก่อน
(3) เคารพผู้อาวุโสที่มีตำแหน่งสูงกว่า
(4) การไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ตอบ 4 หน้า 113 – 114, (คำบรรยาย) พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยได้กำหนดให้บุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฯ ฉบับปัจจุบัน จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง

43. นักศึกษาที่ดีของมหาวิทยาลัยควรมีหน้าที่ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร
(1) บริจาคเงินหารายได้ เพื่อเด็กที่ต้องการเกียรตินิยม
(2) ปฏิบัติตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย
(3) กิจกรรมรับน้องต้องใช้เงินจัดกิจกรรมทุกสัปดาห์
(4) แข่งกันเรียนให้ได้เหรียญทอง
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การปฏิบัติตนเป็นนักศึกษาที่ดีของมหาวิทยาลัย คือ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย เช่น แต่งตัวให้ถูกต้องตามระเบียบการเข้าสอบของมหาวิทยาลัย โดยแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่สวมรองเท้าแตะเข้ามาในห้องสอบ นักศึกษาชายไม่สวมเสื้อที่ไม่มีคอปก ชายเสื้อสอดไว้ในกางเกง นักศึกษาหญิงต้องสวมกระโปรง ห้ามสวมกางเกงหรือกระโปรงกางเกง เป็นต้น

44. พลเมืองดีควรประพฤติตัวเช่นใด
(1) น้อยหน่าช่วยเหลือเพื่อนที่ทำผิดให้รอดจากการจำคุก
(2) ประเสริฐช่วยเหลือเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น
(3) จักรภพเคารพกฎหมายและเคารพสิทธิของผู้อื่น
(4) อรศรีจิตอาสาช่วยผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 39. ประกอบ

45. หน้าที่พลเมืองใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่ออายุเท่าไร
(1) 15 ปี
(2) 18 ปี
(3) 20 ปี
(4) ไม่มีข้อถูก
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 42. ประกอบ

46. หน้าที่พลเมืองใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่าสุด เมื่อวันที่
(1) 10 พฤษภาคม 2566
(2) 14 พฤษภาคม 2566
(3) 10 มิถุนายน 2566
(4) 14 มิถุนายน 2566
ตอบ 2 (ความรู้ทั่วไป) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยครั้งที่ 27 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 หลังจากที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไทยชุดที่ 25 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566

47. ความเป็นพลเมืองดิจิทัล คือข้อใด
(1) ส่งข้อมูลข่าวสารออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ตนเองได้
(2) การมีออนไลน์ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน สะดวกรวดเร็ว
(3) ความสามารถใช้อินเทอร์เน็ตอย่างชาญฉลาดและปลอดภัย
(4) สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อประกอบธุรกิจให้มีกำไร
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 40. ประกอบ

48. หน้าที่ของปวงชนชาวไทยในปัจจุบัน ถูกระบุไว้ในที่ใด
(1) พระราชบัญญัติ
(2) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
(3) กฎหมายบ้านเมือง
(4) ข้อบังคับของกระทรวง
ตอบ 2 (ความรู้ทั่วไป) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวดที่ 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
3. ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
4. รับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ
5. รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ ฯลฯ

49. ข้อใดถูกต้องในเรื่องมารยาทในการประชุม
(1) มาก่อนเวลาและงดแสดงความคิดเห็น
(2) งดส่งเสียงดังและตั้งใจฟังการประชุม
(3) ปิดโทรศัพท์ และแทรกเสริมประเด็นสำคัญก่อนประธาน
(4) เก็บสิ่งของมีค่า และออกเสียงลงมติในที่ประชุมก่อนใครเสมอ
ตอบ 2 หน้า 136 – 137 มารยาทในการประชุมที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้
1. มาก่อนเวลา
2. งดส่งเสียงดัง
3. ปิดเครื่องมือสื่อสาร
4. ตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้พูดนำเสนอ
5. เก็บเก้าอี้ให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องประชุม
6. มารยาทในการถามคำถาม หรือซักถามข้อสงสัย ต้องดูจังหวะให้ดี เพื่อไม่ให้เป็นการขัดจังหวะการนำเสนอของผู้นำเสนอ ฯลฯ

50. ข้อใดไม่ใช่คำกล่าวของมารยาทในการพูด
(1) สวัสดี
(2) ขอบคุณ
(3) ขอโทษ
(4) ช่างเถอะ
ตอบ 4 หน้า 128 – 129 มารยาทในการพูดที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้
1. คำกล่าว “สวัสดี” เป็นการกล่าวทักทายเมื่อได้พบเจอกัน
2. คำกล่าว “ขอบคุณ” จะใช้เมื่อมีผู้อื่นให้สิ่งของ ให้ความช่วยเหลือ
3. คำกล่าว “ขอโทษ” จะใช้เมื่อทำสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ผิด สิ่งที่ผิดพลาด สิ่งที่ไม่เหมาะสม
4. คำพูดที่ใช้เมื่อสนทนาหรือกล่าวถึงผู้อื่น ควรมีลักษณะให้เกียรติผู้อื่น ฯลฯ

51. หลักสำคัญของการแต่งกาย ข้อใดถูกต้อง
(1) ถูกต้องตามกาลเทศะและเสื้อผ้าราคาสมฐานะ
(2) มีความสุภาพเรียบร้อยและมีความเหมาะสมกับวัย
(3) มีความเหมาะสมกับรูปร่างและแฟชั่นระดับแนวหน้า
(4) มีความเหมาะสมตามโอกาสที่จะไปและสีสันควรสดใส
ตอบ 2 หน้า 142 หลักสำคัญของการแต่งกาย มีดังนี้
1. ถูกต้องตามกาลเทศะ
2. มีความสะอาด
3. มีความสุภาพเรียบร้อย
4. มีความเหมาะสมกับวัย
5. มีความเหมาะสมกับรูปร่าง
6. มีความเหมาะสมกับฐานะและความเป็นอยู่
7. มีความประหยัด

52. การกระทำใดที่ควรมีเกี่ยวกับมารยาทการรับประทานอาหาร
(1) ควรตำหนิเมื่ออาหารไม่ถูกปาก
(2) ไม่ควรพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารนานเกินไป
(3) สูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งบนโต๊ะอาหารได้
(4) อาหารที่ตักมาควรรับประทานให้หมด
ตอบ 4 หน้า 138, 140 มารยาทในการรับประทานอาหารแบบสากล มีดังนี้
1. ไม่ส่งเสียงดังขณะรับประทานอาหาร
2. ควรตักอาหารคำเล็ก ๆ ไม่เลือกตักเฉพาะอาหารที่ชอบ
3. อาหารแบบบุฟเฟต์ที่ตักมาต้องรับประทานให้หมด
4. อย่าบ่นเมื่ออาหารไม่ถูกปาก
5. พยายามพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารบ้าง เพื่อไม่ให้โต๊ะอาหารเงียบจนเกินไป
6. ไม่สูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งบนโต๊ะอาหาร
7. ไม่รับประทานอาหารมูมมาม ฯลฯ

53. มารยาทในการขับรถข้อใดถูกต้อง
(1) ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
(2) ปาด แทรก เบียด เมื่อมีความจำเป็น
(3) เปิดไฟเลี้ยวเมื่อจำเป็น
(4) ควรใช้ไฟสูงหรือไฟตัดหมอกตลอดเวลา
ตอบ 1 หน้า 144 – 148 มารยาทในการขับรถเบื้องต้น มีดังนี้
1. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
2. ไม่ควรเปิดไฟสูงหรือไฟตัดหมอกโดยไม่จำเป็น
3. ไม่ควรเหยียบเบรกบ่อย
4. ขับรถช้ากับเร็วควรอยู่เลนให้ถูก
5. เปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน
6. ไม่ปาด แทรก เบียดในทุกกรณีของการใช้รถ
7. ใช้แตรเฉพาะตอนจำเป็น ฯลฯ

54. มารยาทในการพูดระหว่างบุคคลที่ควรปฏิบัติ
(1) เรื่องที่พูดควรเป็นเรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
(2) พูดแต่เรื่องสำคัญของตนเองไปก่อน
(3) ควรฟังในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด
(4) สอดแทรกเรื่องประสบการณ์จริงเท่านั้น
ตอบ 3 หน้า 149 มารยาทในการพูดระหว่างบุคคล มีดังนี้
1. เรื่องที่พูดควรเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจและพอใจร่วมกัน
2. ไม่พูดเรื่องของตนเองมากเกินไป ควรฟังในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด ไม่สอดแทรกเมื่อเขาพูดยังไม่จบ
3. พูดตรงประเด็น อาจออกนอกเรื่องบ้างเพื่อผ่อนคลายอารมณ์
4. เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่บังคับให้ผู้อื่นเชื่อหรือคิดเหมือนตน

55. ข้อใดไม่ใช่มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ
(1) ใช้คำพูดที่ให้เกียรติแก่ผู้ฟังเสมอ
(2) ไม่พูดพาดพิงถึงเรื่องส่วนตัวของบุคคลอื่นในที่ประชุม
(3) ไม่พูดหยาบโลนหรือตลกคะนอง
(4) ไม่พูดตามขั้นตอนพิธีการมากมาย
ตอบ 4 หน้า 149 – 150 มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ มีดังนี้
1. แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยเหมาะแก่โอกาสและสถานที่
2. มาถึงสถานที่พูดให้ตรงเวลาหรือก่อนเวลาเล็กน้อย
3. ก่อนพูดควรแสดงความเคารพต่อผู้ฟังตามธรรมเนียมนิยม
4. ไม่แสดงกิริยาอาการอันไม่สมควรต่อหน้าที่ประชุม
5. ใช้คำพูดที่ให้เกียรติแก่ผู้ฟังเสมอ
6. ไม่พูดพาดพิงถึงเรื่องส่วนตัวของบุคคลอื่นในที่ประชุม
7. ไม่พูดหยาบโลนหรือตลกคะนอง
8. พูดให้ดังพอได้ยินทั่วกัน และไม่พูดเกินเวลาที่กำหนด

56. ข้อใดคือมารยาทในการเข้าลิฟต์
(1) ควรกดลิฟต์ทุกชั้น เพื่อบริการคนในลิฟต์
(2) คุยกันเฉพาะกลุ่มเพื่อน ๆ เท่านั้นในลิฟต์
(3) เมื่อเข้าไปในลิฟต์ควรยืนอยู่ข้างหน้าประตู
(4) ไม่ควรเดินสวนเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่ยังมีคนเดินออกมา
ตอบ 4 หน้า 151 มารยาทในการเข้าลิฟต์ มีดังนี้
1. ไม่ควรเดินสวนเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่ยังมีคนเดินออกมา
2. อย่าเร่งกดปิดประตูลิฟต์ เพราะตนรีบเร่ง
3. เมื่อเข้าไปในลิฟต์ควรชิดใน เพื่อให้คนอื่นเข้ามาได้บ้าง ไม่ควรยืนขวางทางออก
4. ควรเลี่ยงที่จะคุยกันในลิฟต์
5. ขณะอยู่ในลิฟต์ไม่ควรก้มหน้าจดจ่อกับหน้าจอมือถือมากเกินไป ฯลฯ

57. มารยาทในห้องเรียน ข้อใดถูกต้อง
(1) ควรนั่งข้างหลังจะได้ลุกนั่งสะดวก
(2) แต่งกายสุภาพตามกฎระเบียบ
(3) เล่นไลน์ ใช้โทรศัพท์ทำงาน
(4) รักษาเวลารีบออกจากห้องก่อนคุณครู
ตอบ 2 หน้า 154 มารยาทในห้องเรียน มีดังนี้
1. ไม่คุยเสียงดัง ไม่เล่นไลน์ ไม่ใช้โทรศัพท์คุยงาน
2. ให้เกียรติอาจารย์/เพื่อนที่เรียนร่วมกัน แต่งกายสุภาพตามกฎระเบียบ
3. รักษาเวลา เช่น การเข้าเรียนตรงต่อเวลา
4. มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ทำกิจกรรมกลุ่ม

58. คำว่า “มารยาท” หมายถึง
(1) การแสดงออกที่เป็นพฤติกรรมจนเป็นนิสัย
(2) ทำแล้วสบายใจ สบายกาย
(3) การแสดงออกให้อีกฝ่ายเห็นความจริงใจของตน
(4) การแสดงออกทางกาย วาจา และใจ ถ้าไปในทางที่สุภาพเรียบร้อย
ตอบ 4 หน้า 126 คำว่า “มารยาท” หมายถึง การแสดงออกทางกาย วาจา และใจ ถ้าไปในทางที่สุภาพเรียบร้อยก็ถือว่ามีมารยาทดี โดยการมีมารยาทดีเปรียบเสมือนมีอาภรณ์ประดับกายที่งดงาม เป็นที่ชื่นชม และยอมรับของบุคคลรอบข้าง

59. มารยาทมีความสำคัญอย่างไร
(1) บ่งบอกถึงความเป็นสัญชาติไทย
(2) เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
(3) สามารถถ่ายทอดอบรมสู่บุตรหลาน
(4) พื้นฐานของชาติตระกูลจะส่งเสริมถึงอนาคต
ตอบ 3 หน้า 127 – 128 ความสำคัญของมารยาท มีดังนี้
1. สามารถครองใจคนได้ เพราะกิริยาสุภาพ พูดจาถูกกาลเทศะ ย่อมเป็นที่นิยมรักใคร่ของบุคคลทั่วไป
2. ทำให้มีระเบียบแบบแผน ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดี
3. ผู้ที่มีกิริยามารยาทดีสามารถถ่ายทอดอบรมสู่บุตรหลาน เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมอีกรูปแบบหนึ่ง
4. ทำให้ส่งเสริมพัฒนาบุคลิกภาพให้งดงามน่าเลื่อมใสได้
5. เป็นตัวบ่งชี้ให้ทราบพื้นฐานของชาติตระกูล การอบรม การศึกษา และอาชีพ

60. มารยาทการพูดโทรศัพท์โดยทั่วไป ควรมีพฤติกรรมอย่างไร
(1) ควรพูดเฉพาะเรื่องของตนเองฝ่ายเดียว
(2) น้ำเสียงเป็นธรรมชาติและสุภาพอ่อนโยน
(3) พูดเฉพาะวิชาการเท่านั้น
(4) ตัดบททุกครั้ง เมื่อต้องการพูดให้เสร็จอย่างรวดเร็ว
ตอบ 2 หน้า 135 – 136 มารยาทการพูดโทรศัพท์โดยทั่วไป มีดังนี้
1. น้ำเสียงเป็นธรรมชาติและสุภาพอ่อนโยน
2. ไม่ควรพูดช้าหรือเร็วเกินไป
3. ไม่พูดความลับ หรือเรื่องไร้สาระ
4. ไม่ผูกขาดการพูดเพียงฝ่ายเดียว
5. เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่พูดแทรกหรือขัดจังหวะ
6. หากต้องการตัดบทควรพูดอย่างสุภาพและนุ่มนวล ฯลฯ

61. Webster ให้ความหมายของผู้นำว่าอย่างไร
(1) บุคคลที่จูงใจคนอื่นให้ทำตามได้
(2) บุคคลที่เสมือนเป็นผู้บังคับบัญชาตามตำแหน่ง
(3) บุคคลที่เป็นหัวหน้าสั่งการได้ทุกอย่างตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ
(4) บุคคลที่เป็นหัวหน้าสั่งการ แนะนำ หรือชี้แนะให้กลุ่มปฏิบัติตาม
ตอบ 4 หน้า 160 Webster (1985) ให้ความหมายของ “ผู้นำ” ไว้ว่า บุคคลที่เป็นหัวหน้าทำหน้าที่ในการสั่งการ แนะนำ หรือชี้แนะให้กลุ่มปฏิบัติตาม หรือมีบทบาทในการนำด้านการปฏิบัติการ แสดงความคิดเห็น ตลอดจนความเคลื่อนไหวต่าง ๆ

62. ภาวะผู้นำ หมายถึง
(1) ตำแหน่งจะนำพามาสู่จุดหมาย
(2) ผู้บังคับบัญชาในหน้าที่
(3) ความเป็นหัวหน้าของกลุ่มหนึ่ง
(4) หัวหน้าโดยตำแหน่ง

ตอบ 3 หน้า 161 “ภาวะผู้นำ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 อธิบายว่า ภาวะผู้นำ เป็นคำผสมระหว่างคำว่า “ภาวะ” กับ “ผู้นำ” โดยคำว่า “ภาวะ” เป็นคำนาม แปลว่า “ความมี หรือความเป็น หรือความปรากฏ” ส่วนคำว่า “ผู้นำ” ไม่ได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรมโดยตรง แต่มีคำที่ใกล้เคียงกันมาก คือ คำว่า “หัวหน้า” เป็นคำนาม แปลว่า ผู้ใหญ่ในหมู่หนึ่ง ๆ และที่บัญญัติไว้อีกคำหนึ่ง คือ “ผู้จัดการ” เป็นคำนาม แปลว่า บุคคลที่มีหน้าที่บริหารและควบคุมดูแลกิจการ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรากศัพท์ที่กล่าวไปแล้วพอจะสรุปได้ว่า “ภาวะผู้นำ” หมายถึง ความเป็นหัวหน้าของกลุ่มหนึ่ง

63. ข้อใดไม่ใช่ผู้นำกับหลักธรรมาภิบาล
(1) การมีส่วนร่วม
(2) นิติธรรม
(3) แบ่งปันความรู้
(4) ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
ตอบ 3 หน้า 178 – 179 ผู้นำกับหลักธรรมาภิบาลสากล ประกอบด้วย หลัก 9 ประการ ดังนี้
1. การมีส่วนร่วม
2. นิติธรรม
3. ความโปร่งใส
4. การตอบสนอง
5. การมุ่งเน้นฉันทามติ
6. ความเสมอภาค/ความเที่ยงธรรม
7. ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
8. ภาระรับผิดชอบ
9. วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์

64. ข้อใดไม่ใช่ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ศตวรรษที่ 21 : Thailand 4.0
(1) การวางแผน
(2) การจัดองค์กร
(3) การบังคับบัญชา
(4) การจัดเจ้าหน้าที่
ตอบ 4 หน้า 176 ทักษะของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ศตวรรษที่ 21 : Thailand 4.0 ที่จะประสบความสำเร็จและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรได้นั้น ต้องมีการสร้างทีมงานที่มีประสิทธิผลสูง สามารถแก้ปัญหา โดยมีแนวทางดังนี้
1. การวางแผน
2. การจัดองค์กร
3. การบังคับบัญชา
4. การประสานงาน
5. การควบคุม

65. แนวคิดภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ข้อใดถูกต้อง
(1) พิจารณาจากผลงานให้องค์กรมีความสำเร็จ
(2) พิจารณาจากตำแหน่งหน้าที่
(3) พิจารณาจากการประหยัดเงิน ทรัพยากร แรงงาน
(4) พิจารณาจากความสามารถ
ตอบ 3 หน้า 163 แนวคิดภาวะผู้นำที่มี “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) หมายถึง ผลการทำงานที่บรรลุเป้าหมายและต้องการให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยมองความสัมพันธ์ระหว่างความสำเร็จของงานกับการใช้ทรัพยากร พิจารณาจากการประหยัดเงิน ทรัพยากร แรงงาน เวลา และคนปฏิบัติงานมีความพึงพอใจ ส่วน “ประสิทธิผล” (Effectiveness) หมายถึง ผลของการทำงานที่สำเร็จตามที่คาดหวังไว้ เป็นการพิจารณาผลลัพธ์ คือ ผลงานที่ออกมาว่าบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่

66. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้นำที่มีประสิทธิผล มีคุณลักษณะ 7 ประการ
(1) มีวิสัยทัศน์
(2) มีความสามารถ
(3) มีการกำกับทีมงาน
(4) สั่งการได้อย่างดี
ตอบ 4 หน้า 163 – 164 คุณลักษณะ 7 ประการ ของผู้นำที่มีประสิทธิผล ได้แก่
1. คุณลักษณะเบื้องต้นลำดับแรกของผู้นำ คือ ต้องมีวิสัยทัศน์
2. ผู้นำจะกระตุ้นให้ทีมงานมีการแข่งขันในด้านความสามารถ
3. ผู้นำจะถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้แก่ทีมงาน

4. ผู้นำจะกำกับการดำเนินการของทีม
5. ผู้นำจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม
6. คุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำนอกจากต้องมีความรู้ความสามารถแล้ว ก็จะต้องมีความทุ่มเท เสียสละ ลดความเสี่ยงในการทำงานให้น้อยที่สุด
7. สิ่งสำคัญที่ผู้นำประสบความสำเร็จ คือ เข้าใจความต้องการของผู้อื่น เสียสละในการทำงาน โดยคำนึงถึงว่าความสำเร็จขององค์กรต้องอาศัยความร่วมมือของคนในองค์กรเป็นสำคัญ

67. ข้อใดไม่ใช่ทฤษฎีของผู้นำและภาวะผู้นำ
(1) ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
(2) ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะและคุณสมบัติ
(3) ทฤษฎีเกี่ยวกับผู้สร้างทีม
(4) ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
ตอบ 3 หน้า 167 ทฤษฎีของผู้นำและภาวะผู้นำแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญดังนี้
1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ (Trait) และคุณสมบัติ (Qualities) ของผู้นำที่มีประสิทธิผล (Trait Theories)
2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม (Behavior Theories)
3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ (Situational Theories)

68. ข้อใดไม่ใช่ผู้นำยุคใหม่
(1) มีวิสัยทัศน์
(2) แก้ไขปัญหาได้
(3) ทำงานเฉพาะหน้าได้ดี
(4) ทำงานเป็นทีม
ตอบ 3 หน้า 171 – 172 ลักษณะของผู้นำในยุคสมัยใหม่จะต้องเป็นผู้นำที่สามารถวางแผนและบริหารองค์กร ซึ่งเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล รู้จักการใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร นอกจากนี้ ผู้นำในสังคมยุคใหม่ยังต้องสามารถทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าหากเป็นองค์กรขนาดใหญ่และสลับซับซ้อน จำเป็นต้องมีผู้นำที่มีความสามารถ ต้องเป็นนักพัฒนาสามารถสร้างความร่วมมือร่วมใจ เพื่อให้ทุกคนทำงานเป็นทีมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

69. ผู้นำแบบตามสบาย ข้อใดถูกต้อง
(1) ผู้นำที่เน้นโครงสร้างองค์กร
(2) ผู้นำที่ให้อิสระกับสมาชิกในการกระทำสิ่งต่าง ๆ
(3) ผู้นำฝึกฝนให้สมาชิกมีความเชี่ยวชาญ
(4) ผู้นำสั่งการอย่างสบาย ๆ
ตอบ 2 หน้า 164 – 165 ประเภทของผู้นำที่แบ่งตามลักษณะหรือวิธีการใช้อำนาจประการหนึ่ง ได้แก่ ผู้นำแบบตามสบาย คือ ผู้นำจะอยู่แบบปล่อยตามสบาย ให้อิสระกับสมาชิกในการกระทำสิ่งต่าง ๆ ใครจะตัดสินใจทำอะไรก็ได้ ผู้นำจะไม่เข้าไปก้าวก่าย โดยผู้นำมีหน้าที่หลักเพียงเป็นผู้ผ่านเรื่องระบบการกำกับ ควบคุมติดตาม และตรวจสอบ

70. ข้อใดไม่ใช่การแบ่งประเภทของผู้นำตามวิธีการทำงาน
(1) แบบร่วมมือ
(2) แบบจูงใจ
(3) แบบบงการ
(4) แบบเจ้าระเบียบ
ตอบ 1 หน้า 165 Etzioni ได้แบ่งประเภทของผู้นำตามวิธีการทำงานไว้ 4 รูปแบบ ดังนี้
1. แบบเจ้าระเบียบ (Regulative)
2. แบบบงการ (Directive)
3. แบบจูงใจ (Persuasive)
4. แบบร่วมใจ (Participative)

71. ข้อใดคือผู้นำแบบมีคุณลักษณะพิเศษหรือแบบพระคุณ (Charismatic)
(1) ผู้นำเน้นที่การทำงานเป็นทีม
(2) ผู้นำที่เน้นผลงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(3) ผู้นำที่เน้นกฎระเบียบ ข้อบังคับ
(4) ผู้นำเน้นการใช้ศิลปะในการจูงใจให้ปฏิบัติตาม
ตอบ 4 หน้า 165 อุทัย หิรัญโต แบ่งภาวะผู้นำตามลักษณะการได้มาซึ่งอำนาจเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. แบบตามกฎหมายหรือแบบพระเดช (Legal) คือ ผู้นำจะใช้อำนาจตามตำแหน่งที่ดำรงอยู่อย่างเคร่งครัด
2. แบบคุณลักษณะพิเศษหรือแบบพระคุณ (Charismatic) คือ ผู้นำเน้นการใช้ศิลปะในการจูงใจให้ปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ มีบุคลิกภาพโดยรวมเป็นผู้ที่มีท่าทีสง่างาม น่านับถือ เป็นที่เลื่อมใสของผู้ร่วมงาน
3. แบบสัญลักษณ์ (Symbolic) คือ ผู้นำจัดแสดงบทบาทในฐานะบุคคลที่ควรเคารพบูชา เป็นศูนย์รวมแห่งความภักดีจนได้รับการยอมรับ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในองค์กร

72. ข้อใดคือประเภทของผู้นำที่แบ่งตามการได้มาซึ่งอำนาจ
(1) แบบประชาธิปไตย
(2) แบบเผด็จการ
(3) แบบสัญลักษณ์
(4) แบบสั่งการ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 71. ประกอบ

73. ข้อใดคือความหมายของจิตสาธารณะ
(1) ความรู้สึกตระหนักถึงส่วนรวม
(2) ความคิดถึงส่วนรวม
(3) คำนึงถึงความต้องการของส่วนรวม
(4) ความรักชาติบ้านเมือง
ตอบ 1 หน้า 225, 237 จิตสาธารณะ คือ ความรู้สึกตระหนักถึงส่วนรวม หรือเป็นการตระหนักรู้ตนที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อรับผิดชอบต่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก

74. ข้อใดคือความหมายของจิตอาสา
(1) จิตที่ตระหนักถึงส่วนรวม
(2) จิตที่คำนึงถึงความต้องการของส่วนรวม
(3) ผู้ที่สมัครใจทำงานเพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม
(4) จิตของบุคคลที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อสาธารณประโยชน์
ตอบ 4 หน้า 225, 237 จิตอาสา หมายถึง จิตของบุคคลที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อสาธารณประโยชน์ เป็นจิตใจที่มีความสุขเมื่อได้ทำความดีในการช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม เพื่อให้ผู้อื่นมีความสุขด้วยความสมัครใจ โดยจะแสดงออกทางพฤติกรรมที่เสียสละเวลา แรงกาย และสติปัญญา เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

75. ข้อใดคือความหมายของอาสาสมัคร
(1) พฤติกรรมที่ตระหนักถึงส่วนรวม
(2) บุคคลที่ทำประโยชน์ให้ส่วนรวม โดยมีค่าตอบแทน
(3) บุคคลที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ
(4) พฤติกรรมที่เกิดจากจิตที่ตั้งใจทำเพื่อสังคม
ตอบ 3 หน้า 225, 237 อาสาสมัคร หมายถึง ผู้ที่สมัครใจทำงานเพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงินหรือสิ่งอื่นใด เป็นบุคคลที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ เสียสละแรงกาย แรงใจ และสติปัญญา เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนาสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

76. หลักการในข้อใดที่ใช้ในการพัฒนาจิตสาธารณะ
(1) หลักจริยธรรม
(2) หลักคุณธรรม
(3) หลักศีลธรรม
(4) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตอบ 4 หน้า 230, 238, (คำบรรยาย) แนวคิดที่ใช้ในการพัฒนาจิตสาธารณะที่ดีที่สุด คือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนเองของผู้มีจิตสาธารณะอย่างแท้จริง

77. การปลูกฝังจิตสาธารณะควรเริ่มทำในวัยใด
(1) แรกเกิด
(2) ก่อนอายุ 6 ขวบ
(3) ช่วงเริ่มเข้าโรงเรียน
(4) หลังอายุ 15 ปี
ตอบ 2 หน้า 230 การปลูกฝังจิตสาธารณะควรเริ่มทำก่อนอายุ 6 ปี เพราะตามหลักการทางจิตวิทยา การเกิดจิตสำนึกของเด็กจะถูกพัฒนามาจากการอบรมเลี้ยงดูในช่วงแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่การเลี้ยงดูเด็กได้ผลอย่างสูง

78. ในฐานะ “นักศึกษา” ท่านจะสามารถนำจิตสาธารณะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
(1) เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องในครอบครัว
(2) เดินขบวนรณรงค์ให้กับประชาชนทั่วไป
(3) ไม่ทิ้งขยะในมหาวิทยาลัย
(4) เข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดให้
ตอบ 4 หน้า 236 ในฐานะ “นักศึกษา” สามารถนำจิตสาธารณะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ คือ การเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ การออกค่ายอาสาพัฒนา และการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ทางกลุ่มเพื่อน ชมรมวิชาการ หรือทางมหาวิทยาลัยจัดให้

79. ในฐานะ “สมาชิกของสังคม” ท่านจะสามารถนำจิตสาธารณะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
(1) เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม
(2) การยกย่องชมเชยเด็กที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม
(3) การใช้น้ำ ไฟฟ้า หรือน้ำมันอย่างประหยัด
(4) การจัดโครงการบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ
ตอบ 3 หน้า 236 – 237 ในฐานะ “สมาชิกของสังคม” สามารถนำจิตสาธารณะไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มจากตนเองในกิจกรรมเล็ก ๆ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำ น้ำมัน หรือไฟฟ้าอย่างประหยัดและคุ้มค่า ฯลฯ จนไปถึงกิจกรรมใหญ่ ๆ ในระดับชุมชน อันได้แก่ การพัฒนาชุมชน, การรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน (เช่น การไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง) ฯลฯ หรือจนถึงระดับประเทศชาติ เช่น การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์ต่าง ๆ ฯลฯ

80. การยกย่องชมเชยแก่เด็กและเยาวชนที่เป็นตัวอย่างในด้านต่าง ๆ เป็นบทบาทของสถาบันใดในการพัฒนาจิตสาธารณะ
(1) สถาบันครอบครัว
(2) สถาบันการศึกษา
(3) สถาบันศาสนา
(4) สื่อมวลชน
ตอบ 4 หน้า 235, (คำบรรยาย) บทบาทของสถาบันสื่อมวลชนในการพัฒนาจิตสาธารณะให้แก่เด็กและเยาวชน ได้แก่ สื่อควรส่งเสริมและเพิ่มการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ โดยสร้างสื่อการ์ตูนที่เป็นแบบอย่างที่ดี ส่งเสริมรายการเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น มีรายการบันเทิงที่แฝงไปด้วยสาระความรู้ มีเวทีให้เด็กได้แสดงออกซึ่งความสามารถอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนมีเวทีให้รางวัลหรือยกย่องชมเชยแก่เด็กและเยาวชนที่เป็นตัวอย่างในด้านต่าง ๆ

81. การอบรมขัดเกลานิสัยใจคอให้มีความรักในชุมชน เป็นบทบาทของสถาบันใดในการพัฒนาจิตสาธารณะ
(1) สถาบันครอบครัว
(2) สถาบันการศึกษา
(3) สถาบันศาสนา
(4) สื่อมวลชน
ตอบ 3 หน้า 235, (คำบรรยาย) สถาบันศาสนา เป็นสถาบันที่มีบทบาทและอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อการปลูกฝังและพัฒนาจิตสาธารณะให้กับคนในสังคม ซึ่งสถาบันศาสนาจะเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกต่อส่วนรวมให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะวัดนับได้ว่ามีอิทธิพลสูงต่อการอบรมขัดเกลานิสัยใจคอให้มีความรักในชุมชน รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เจือจานแก่ผู้อื่น มีเมตตาอาทรต่อกัน เห็นแก่ผู้อื่นเสมือนเห็นแก่ตนเอง

82. การแสดงตนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นบทบาทของสถาบันใดในการพัฒนาจิตสาธารณะ
(1) สถาบันครอบครัว
(2) สถาบันการศึกษา
(3) สถาบันศาสนา
(4) สื่อมวลชน
ตอบ 1 หน้า 235, (คำบรรยาย) สถาบันครอบครัว ถือเป็นสถาบันอันดับแรกในการพัฒนาจิตสาธารณะให้กับเด็ก โดยการแสดงตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะสังคมจะได้สมาชิกมีบุคลิกลักษณะแบบใด มีแนวคิดและพฤติกรรมอย่างไร เป็นผลมาจากครอบครัวมากที่สุด ดังนั้นความอบอุ่นของสถาบันครอบครัวจึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรกที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนเกิดจิตสำนึกที่จะมองเห็นความสำคัญของส่วนรวม

83. การพัฒนาจริยธรรมพื้นฐานทางวิชาชีพ เป็นบทบาทของสถาบันใดในการพัฒนาจิตสาธารณะ
(1) สถาบันครอบครัว
(2) สถาบันการศึกษา
(3) สถาบันศาสนา
(4) สื่อมวลชน
ตอบ 2 หน้า 235, (คำบรรยาย) สถาบันการศึกษา เป็นรากฐานของการพัฒนาจิตสาธารณะให้กับสังคม โดยจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีจิตสำนึกความเป็นมนุษย์ที่เต็มที่ มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกภายใน อันเป็นการพัฒนาจิตใจที่เป็นรากฐานของความเป็นมนุษย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้ รวมทั้งเน้นไปที่การพัฒนาจริยธรรมพื้นฐานทางวิชาชีพ เพราะหากไม่พัฒนาจิตใจด้วยแล้ว คนที่ปราศจากพื้นฐานทางคุณธรรม จริยธรรม อาจนำความรู้ออกไปประกอบวิชาชีพด้วยการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น มุ่งแต่หาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในทุกวงการและอาชีพได้

84. รูปธรรมของการแสดงความมีจิตสาธารณะ คือ
(1) ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน
(2) ไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ
(3) ต่อต้านนายทุนที่บุกรุกป่า
(4) เป็นตัวแบบที่ดีให้น้อง ๆ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 79. ประกอบ

85. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ
(1) พอประมาณ สมดุล มีเหตุผล
(2) มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน มั่นคง
(3) พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน
(4) มีเหตุผล มั่นคง ยืนได้ด้วยตนเอง
ตอบ 3 หน้า 254, (คำบรรยาย) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบไปด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ความพอเพียงประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ (3 ห่วง) ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง นอกจากนี้การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องอาศัย 2 เงื่อนไข คือ
1. เงื่อนไขความรู้
2. เงื่อนไขคุณธรรม

86. การปฏิบัติตามหลักความพอเพียงควรเริ่มจากที่ใด
(1) ตนเอง
(2) เพื่อน
(3) ครอบครัว
(4) ประเทศ
ตอบ 1 หน้า 270, (คำบรรยาย) การปฏิบัติตนหรือดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ควรเริ่มจากตนเองก่อนเป็นลำดับแรก เมื่อตนเองสามารถยืนหยัดอยู่ได้แล้วก็ย่อมจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นนำไปประพฤติปฏิบัติตาม จากนั้นจึงเป็นครอบครัว ชุมชน รัฐหรือประเทศชาติ

87. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึงข้อใด
(1) กล้าเสี่ยงในการลงทุน
(2) ยอมรับสภาพสังคมได้ทั้งสภาพดีและไม่ดี
(3) มีความพร้อมที่จะเผชิญต่อผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง
(4) ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
ตอบ 3 หน้า 229, 247, 253, 256, (คำบรรยาย) การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับกับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านวัตถุ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ และต้องประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล เพื่อให้สามารถปรับตัวและพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพด้วยเวลาที่เหมาะสม เช่น การที่นักศึกษาวางแผนการทบทวนบทเรียนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงเพื่อความพร้อมในการเข้าสอบ เป็นต้น

88. ปัจจุบันประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใด
(1) ฉบับที่ 11
(2) ฉบับที่ 12
(3) ฉบับที่ 13
(4) ฉบับที่ 14
ตอบ 3 (ความรู้ทั่วไป) ในปัจจุบันประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งเริ่มต้น ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 โดยมีการกำหนดทิศทางของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ให้ประเทศสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ เพื่อให้ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ชาติ

89. หากนักศึกษามีสภาวะจิตใจไม่เข้มแข็ง ยังไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ขาดจิตสำนึกที่ดี ไม่มีความเอื้ออาทร ไม่รู้จักประนีประนอม นึกถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว นักศึกษาขาดความพอดีด้านใด
(1) ขาดความพอดีด้านจิตใจ
(2) ขาดความพอดีด้านสังคม
(3) ขาดความพอดีด้านเทคโนโลยี
(4) ขาดความพอดีด้านเศรษฐกิจ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ปัญหาอันเกิดจากการขาดภูมิคุ้มกันที่ดี คือ การที่บุคคลยังพึ่งพาตนเองไม่ได้และขาดความพอดีในเรื่องสำคัญรวม 5 ประการ ซึ่งประการแรก ได้แก่ ขาดความพอดีด้านจิตใจ คือ คนส่วนมากมีสภาวะจิตใจไม่เข้มแข็ง ยังไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ขาดจิตสำนึกที่ดี ไม่มีความเอื้ออาทร ไม่รู้จักประนีประนอม นึกถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว

90. ข้อใดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลในการรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
(1) แนวคิดหลัก
(2) เป้าประสงค์
(3) หลักการ
(4) เงื่อนไขพื้นฐาน
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เป้าประสงค์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี โดยเป้าประสงค์ในการพัฒนาตนเองนั้นต้องสามารถสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นในวิถีของการพัฒนาได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ

91. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่เกี่ยวกับความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
(1) ความพอประมาณ
(2) ความมีเหตุผล
(3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
(4) ความไม่ประมาท
ตอบ 1 หน้า 229, 247, 250 – 252, 256 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปจนขาดแคลน ไม่มากเกินศักยภาพ โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นความพอดีในการผลิตและการบริโภคที่พิจารณาแล้วว่า จำเป็นและเหมาะสมกับสถานะของตนเอง สิ่งแวดล้อมโดยรอบ รวมทั้งสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่

92. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงระดับความพอเพียงอย่างมีเหตุผลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักจริยธรรม และวัฒนธรรมอันดีงาม
(1) ความพอประมาณ
(2) ความมีเหตุผล
(3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
(4) ความไม่ประมาท
ตอบ 2 หน้า 229, 250, 252 ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงระดับความพอเพียงอย่างมีเหตุผลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักศีลธรรม หลักจริยธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วน และตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และส่วนรวมอย่างรอบคอบ

93. นักศึกษามีการวางแผนทบทวนบทเรียนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และมีการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อความพร้อมในการเข้าสอบ เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะในข้อใด
(1) ความพอประมาณ
(2) ความมีเหตุผล
(3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
(4) ความไม่ประมาท
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 87. ประกอบ

94. การเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของตนให้เป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ รู้รักสามัคคี ไม่โลภ และรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น เกี่ยวข้องกับข้อใด
(1) เงื่อนไขคุณธรรม
(2) เป้าประสงค์
(3) เงื่อนไขหลักวิชา
(4) เงื่อนไขชีวิต
ตอบ 1 หน้า 250, 254 เงื่อนไขคุณธรรมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของตนให้เป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต รู้รักสามัคคี ไม่โลภ ไม่ตระหนี่ และรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น เช่น นักศึกษาแบ่งปันความรู้ให้เพื่อน ไม่ทุจริตในการสอบ และพึงพอใจในผลสอบที่ตนได้รับ เป็นต้น

95. การที่บุคคลมีการช่วยกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบของสภาพแวดล้อมโดยรอบ และการให้ความร่วมมือสร้างภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในระดับใด
(1) ความพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัว
(2) ความพอเพียงระดับธุรกิจ
(3) ความพอเพียงระดับชุมชน
(4) ความพอเพียงระดับประเทศ
ตอบ 3 หน้า 230, 264 – 265, (คำบรรยาย) ความพอเพียงระดับชุมชน คือ การสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาชุมชน ซึ่งมีผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ประกอบด้วย

1. สวัสดิการชุมชน
2. การช่วยกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบของสภาพแวดล้อมโดยรอบ
3. การช่วยกันดูแลความสงบและความปลอดภัย
4. การให้ความร่วมมือสร้างเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม

96. การตระหนักถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภายนอกชุมชน ด้วยการติดต่อหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนด้านการลงทุนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เป็นทฤษฎีใหม่ขั้นใด
(1) ทฤษฎีใหม่ขั้นที่หนึ่ง
(2) ทฤษฎีใหม่ขั้นที่สอง
(3) ทฤษฎีใหม่ขั้นที่สาม
(4) ทฤษฎีใหม่ขั้นที่สี่
ตอบ 3 หน้า 261, (คำบรรยาย) ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริขั้นที่ 3 คือ การตระหนักถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภายนอกชุมชน โดยการติดต่อหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนในด้านการลงทุนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ได้แก่
1. หน่วยงานที่สนับสนุนด้านการวิจัย เพื่อการพัฒนาผลผลิตให้ได้คุณภาพดีขึ้น ต้นทุนต่ำลง
2. ธนาคารที่จะให้การสนับสนุนเงินทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงเกินไปนัก
3. บริษัทเอกชนที่รับซื้อผลผลิตโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลาง

97. ข้อใดมิใช่ผลกระทบจากปัญหาคอร์รัปชัน
(1) เกิดความไม่น่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม
(2) ปัญหาอาชญากรรมสูงขึ้น
(3) ประชาชนต้องเสี่ยงจากโครงการที่ไม่ได้มาตรฐาน
(4) ประชาชนต้องซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ผลกระทบจากปัญหาคอร์รัปชันที่มีต่อประชาชน มีดังนี้
1. ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพจากรัฐลดลง หรือประชาชนต้องเสี่ยงจากโครงการที่ไม่ได้มาตรฐาน
2. ทำให้การใช้จ่ายเงินในการทำธุรกิจสูงขึ้น เนื่องจากต้องจ่ายเงินเป็นค่าสินบน ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง ประชาชนต้องซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น
3. เกิดความไม่น่าเชื่อถือหรือเสื่อมศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
4. ประชาชนไม่เต็มใจจ่ายภาษีเนื่องจากไม่เชื่อถือการดำเนินงานของรัฐบาล ฯลฯ

98. การใช้อำนาจในการกำหนดกติกาพื้นฐาน เช่น การออกกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจของตนหรือพวกพ้อง เป็นรูปแบบการทุจริตในลักษณะใด
(1) ทุจริตตามผู้ที่เกี่ยวข้อง
(2) ทุจริตตามกระบวนการที่ใช้
(3) ทุจริตตามลักษณะรูปธรรม
(4) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การทุจริตที่แบ่งตามกระบวนการที่ใช้ จะมีอยู่ 2 ประเภท ดังนี้
1. เกิดจากการใช้อำนาจในการกำหนดกติกาพื้นฐาน เช่น การออกกฎหมาย และกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจของตนหรือพวกพ้อง
2. เกิดจากการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากกฎและระเบียบที่ดำรงอยู่ ซึ่งมักเกิดจากความไม่ชัดเจนของกฎและระเบียบเหล่านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ความคิดเห็นของตนในทางที่ผิดหรือไม่ยุติธรรมได้

99. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประเภทของรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชันที่กำหนดโดยคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาสอบสวน และศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภา
(1) การทุจริตในการคัดเลือกบุคคล
(2) การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
(3) การทุจริตในการให้สัมปทาน
(4) การทุจริตโดยการทำลายระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ตอบ 1 (คำบรรยาย) คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาสอบสวน และศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภา ได้แบ่งรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชันออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
1. การทุจริตเชิงนโยบาย
2. การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
3. การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
4. การทุจริตในการให้สัมปทาน
5. การทุจริตโดยการทำลายระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

100. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นสาเหตุของการทุจริต
(1) มีสถานการณ์หรือโอกาสที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตได้เป็นจำนวนมาก และมีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การทุจริต
(2) การออกกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ
(3) กฎหมายและประมวลจริยธรรมไม่ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัย
(4) ประชากรในประเทศยังคงจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) สาเหตุของการทุจริต ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายในต่าง ๆ ที่เอื้อหรือสนับสนุนต่อการเกิดการทุจริต มีดังนี้
1. แรงขับเคลื่อนที่ทำให้อยากมีรายได้เป็นจำนวนมาก
2. มีสถานการณ์หรือโอกาสที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตได้เป็นจำนวนมาก และมีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การทุจริต
3. การออกกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เข้มแข็ง
4. กฎหมายและประมวลจริยธรรมไม่ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัย
5. ประชากรในประเทศยังคงจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก
6. ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง และเจตจำนงทางการเมืองที่ไม่เข้มแข็ง

101. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นเงื่อนไข/สาเหตุที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ได้จากการศึกษาวิจัยโครงการประเมินสถานการณ์ด้านการทุจริตในประเทศไทยของเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์
(1) ด้านเศรษฐกิจ
(2) ด้านการแข่งขัน
(3) ด้านการเมือง
(4) การตรวจสอบ
ตอบ 2 (คำบรรยาย) จากการศึกษาวิจัยโครงการประเมินสถานการณ์ด้านการทุจริตในประเทศไทยของเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ได้ระบุถึงเงื่อนไข/สาเหตุที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก ประกอบด้วย
1. ด้านเศรษฐกิจ
2. ด้านสังคม
3. ด้านวัฒนธรรม
4. ด้านการเมือง
5. ด้านระบบราชการ
6. กฎหมายและระเบียบ
7. การตรวจสอบ
8. สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ อิทธิพลของภรรยาหรือผู้หญิง และการพนัน

102. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นรูปแบบของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม
(1) Accepting Benefits
(2) Pork – barreling
(3) Nepotism or Organization Relations
(4) Influence
ตอบ 3 (คำบรรยาย) รูปแบบของการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม สามารถสรุปออกเป็น 9 รูปแบบ ดังนี้
1. การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ (Accepting Benefits)
2. การทำธุรกิจกับตนเอง (Self – dealing) หรือเป็นคู่สัญญา (Contracts)
3. การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ (Post – employment)

4. การทำงานพิเศษ (Outside Employment or Moonlighting)
5. การรู้ข้อมูลภายใน (Inside Information)
6. การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว (Using your Employer’s property for Private Advantage)
7. การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork – barreling)
8. การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือข่ายหรือพวกพ้อง (Nepotism)
9. การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น (Influence)

103. ต่อไปนี้คือลักษณะของคนที่มีระบบความคิดที่ไม่ถูกต้อง ยกเว้นข้อใด
(1) ไม่แยกแยะตำแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน
(2) เอาประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นประโยชน์ส่วนตน
(3) เห็นประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนรวม
(4) เห็นประโยชน์เครือญาติสำคัญกว่าประโยชน์พวกพ้อง
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ลักษณะของคนที่มีระบบความคิดที่ไม่ถูกต้อง มีดังนี้
1. ไม่สามารถแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมได้
2. ไม่แยกแยะตำแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน
3. เอาประโยชน์ส่วนรวมไปตอบแทนบุญคุณส่วนตน
4. เอาประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นประโยชน์ส่วนตน
5. เห็นประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนรวม หรือเห็นประโยชน์เครือญาติพวกพ้องสำคัญกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ

104. ข้อใดไม่ถือว่าเป็นการคิดแบบ Analog
(1) ทุจริตบ้างไม่เป็นไร ถ้าเกิดประโยชน์
(2) ยอมรับการมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะไม่ทำให้ใครเสียหาย
(3) ติดสินบนเพื่อนำเงินเข้ารัฐ
(4) เห็นประโยชน์ส่วนตนมาหลังประโยชน์ส่วนรวม
ตอบ 4 หน้า 314, (คำบรรยาย) ระบบคิดฐานสิบ (Analog) เป็นระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่มีตัวเลขหลายตัว หรือโอกาสที่จะเลือกได้หลายทาง จึงเป็นระบบการคิดที่แยกประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันไม่ได้ โดยมีลักษณะการคิดดังนี้
1. ยอมรับกับคำพูดที่ว่า “ทุจริตบ้างไม่เป็นไร ถ้าเราได้ประโยชน์”
2. ยอมรับการมีผลประโยชน์ทับซ้อน การติดสินบน และการทุจริตคอร์รัปชัน
3. ยอมรับระบบอุปถัมภ์ ชอบนำความสัมพันธ์ส่วนตัวมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง
4. เห็นประโยชน์ส่วนตนมาก่อนประโยชน์ส่วนรวม ฯลฯ

105. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นหลักการทำงานของ ป.ป.ช. ภาคประชาชน
(1) มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
(2) ติดอาวุธให้กับตัวเอง
(3) ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
(4) การเฝ้าระวังพื้นที่ที่เห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์
ตอบ 2 (คำบรรยาย) หลักการทำงานของ ป.ป.ช. ภาคประชาชน มีดังนี้
1. มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
2. ติดอาวุธทางปัญญาให้กับตัวเอง
3. ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

4. การเฝ้าระวังพื้นที่ที่เห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์
5. ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างต่อเนื่องในชุมชน
6. ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปมีบทบาทในการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งทุกระดับ
7. จัดให้มีกิจกรรมเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณ ยกย่องให้กำลังใจ และช่วยกันรณรงค์ปกป้องคนทำความดี มีความซื่อสัตย์สุจริต ฯลฯ

106. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นหลักการทำงานของ ป.ป.ช. ภาคประชาชน
(1) การเฝ้าระวังพื้นที่ที่เห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์
(2) ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างต่อเนื่อง
(3) จัดให้มีกิจกรรมเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณ ยกย่องให้กำลังใจ
(4) หามาตรการหลีกเลี่ยงและทางหลบหนีให้แก่ ป.ป.ช. ภาคประชาชน และเครือข่าย
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 105. ประกอบ

107. ข้อใดไม่ใช่การฝึกตนให้มีความพอเพียง ซึ่งถือเป็นวิธีการพัฒนาตนด้านคุณธรรมจริยธรรมด้วยตนเองขั้นสูง
(1) การฝึกวินัยขั้นสูง
(2) การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน
(3) การทำสมาธิ
(4) ฝึกการเป็นผู้ให้
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การฝึกตนให้มีความพอเพียง เป็นวิธีการพัฒนาตนในด้านคุณธรรมจริยธรรมด้วยตนเองขั้นสูงสุด ซึ่งประกอบด้วย
1. การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง ฯลฯ
2. การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน
3. การทำสมาธิ
4. ฝึกการเป็นผู้ให้ เช่น การรู้จักให้อภัย รู้จักการแบ่งปันความรู้ ฯลฯ

108. ทมะเป็นหนึ่งในฆราวาสธรรม 4 ประการ หมายถึงตามข้อใด
(1) ความจริง คือ ดำรงมั่นในสัจจะ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจริง ทำจริง จะทำอะไรก็ให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจได้
(2) การข่มใจ คือ บังคับควบคุมตนเองได้ รู้จักปรับตัวและแก้ไขปรับปรุงตนให้ก้าวหน้าดีงามยิ่งขึ้นอยู่เสมอ
(3) อดทน คือ มุ่งหน้าทำหน้าที่การงานด้วยความขยันหมั่นเพียร เข้มแข็ง อดทนไม่หวั่นไหว ไม่ท้อถอยมั่นคงในจุดหมาย
(4) เสียสละ คือ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บำเพ็ญประโยชน์ สละโลภ ละทิฐิมานะได้ ร่วมงานกับผู้อื่นได้ ไม่ใจแคบเห็นแก่ตัวหรือเอาแต่ใจตน
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ฆราวาสธรรม 4 เป็นหลักคุณธรรมสำหรับฆราวาส หรือหลักการครองชีวิตให้มีความสุข ถูกต้องและเหมาะสม ประกอบด้วย
1. สัจจะ (ความจริง) คือ ดำรงมั่นในสัจจะ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจริง ทำจริง จะทำอะไรก็ให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจได้
2. ทมะ (การข่มใจ) คือ บังคับควบคุมตนเองได้ รู้จักปรับตัวและแก้ไขปรับปรุงตนให้ก้าวหน้าดีงามยิ่งขึ้นอยู่เสมอ
3. ขันติ (อดทน) คือ มุ่งหน้าทำหน้าที่การงานด้วยความขยันหมั่นเพียร เข้มแข็ง อดทนไม่หวั่นไหว มั่นคงในจุดหมาย ไม่ท้อถอย
4. จาคะ (เสียสละ) คือ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บำเพ็ญประโยชน์ สละโลภ ละทิฐิมานะได้ ร่วมงานกับผู้อื่นได้ ไม่ใจแคบเห็นแก่ตัวหรือเอาแต่ใจตน

109. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ซึ่งเป็นแนวทางในการจัดระเบียบเพื่อให้สังคมของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และตั้งอยู่ในความถูกต้องเป็นธรรมตามหลักพื้นฐานการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
(1) หลักนิติธรรม (The Rule of Law)
(2) หลักความโปร่งใส (Accountability)
(3) หลักการมีส่วนร่วม (Participation)
(4) หลักการลงทุน (Cost-effectiveness or Economy)
ตอบ 4 หน้า 191 – 192, (คำบรรยาย) หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) เป็นแนวทางการจัดระเบียบเพื่อให้สังคมของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และตั้งอยู่ในความถูกต้องเป็นธรรมตามหลักพื้นฐานของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็น 6 ประการ ได้แก่
1. หลักนิติธรรม (The Rule of Law)
2. หลักคุณธรรม (Morality)
3. หลักความโปร่งใส (Accountability)
4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation)
5. หลักความรับผิดชอบ (Responsibility)
6. หลักความคุ้มค่า (Cost – effectiveness or Economy)

110. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความโปร่งใสด้านการให้โทษ
(1) มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ
(2) มีวิธีการพิจารณาลงโทษผู้ทำผิดอย่างรุนแรง
(3) มีการลงโทษจริงจัง หนักเบาตามเหตุแห่งการกระทำผิด
(4) มีระบบการฟ้องร้องผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ
ตอบ 2 หน้า 191, (คำบรรยาย) ความโปร่งใสด้านการให้โทษ ประกอบด้วยพฤติการณ์ต่อไปนี้
1. มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ
2. มีวิธีการพิจารณาลงโทษผู้ทำผิดอย่างยุติธรรม
3. มีการลงโทษจริงจัง หนักเบาตามเหตุแห่งการกระทำผิด
4. มีระบบการฟ้องร้องผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ
5. หัวหน้างานลงโทษผู้ทุจริตอย่างจริงจัง ฯลฯ

111. หลักการมีส่วนร่วมประกอบไปด้วยหลักการสำคัญ 4 หลักการต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
(1) ระดับการให้ข้อมูล
(2) ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน
(3) ระดับการวางแผนของผู้บริหาร และการตัดสินใจ
(4) ระดับการพัฒนาศักยภาพในการมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจให้กับสาธารณชน
ตอบ 3 หน้า 192, (คำบรรยาย) หลักการมีส่วนร่วม (Participation) ประกอบด้วย 4 หลักการ ดังนี้
1. ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับที่ต่ำที่สุดและเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้วางแผนโครงการกับประชาชน
2. ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก
3. ระดับการวางแผนร่วมกัน และการตัดสินใจ เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าการปรึกษาหารือ
4. ระดับการพัฒนาศักยภาพในการมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจให้กับสาธารณชน จัดเป็นระดับขั้นสูงสุดของการมีส่วนร่วม

112. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็น 1 ใน 6 ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)
(1) สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย
(2) พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรับ
(3) ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(4) ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ยุทธศาสตร์ชาติที่ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) กำหนดวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” (Zero Tolerance & Clean Thailand) แบ่งออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์หลัก ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นกระบวนการปรับสภาพทางสังคมให้เกิดภาวะ “ไม่ทนต่อการทุจริต” ได้แก่
1. สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต
2. ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต
3. สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย
4. พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก
5. ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต
6. ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต

113. การสร้างฐานคิดจิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตให้เกิดขึ้น เป็นพื้นฐานความคิดของปัจเจกบุคคลโดยมีการประยุกต์หลักบูรณาการ “STRONG” เป็นแนวทางในการพัฒนา โดยตัวอักษร G ในหลัก STRONG คืออะไร
(1) Generality
(2) Generosity
(3) Genocide
(4) Geography
ตอบ 2 (คำบรรยาย) หลักบูรณาการ “STRONG” เป็นแนวทางในการพัฒนาวัฒนธรรมของหน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วย
1. S = Sufficient (ความพอเพียง)
2. T = Transparent (ความโปร่งใส)
3. R = Realize (ความตื่นรู้)
4. O = Onward (การมุ่งไปข้างหน้า)
5. N = KNowledge (ความรู้)
6. G = Generosity (ความเอื้ออาทร)

114. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นหลักในการพึ่งตนเอง 5 ประการ สำหรับประชาชนทั่วไป
(1) หลักด้านจิตใจ
(2) หลักด้านครอบครัว
(3) หลักด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(4) หลักด้านเทคโนโลยี
ตอบ 2 หน้า 259, (คำบรรยาย) หลักการพึ่งตนเองต้องมีความพอดี 5 ประการ ได้แก่
1. ความพอดีด้านจิตใจ
2. ความพอดีด้านสังคม
3. ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4. ความพอดีด้านเทคโนโลยี
5. ความพอดีด้านเศรษฐกิจ

115. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นหนึ่งใน 7 หลักการของหลักนิติธรรม
(1) หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
(2) หลักความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายตุลาการและนิติบัญญัติ
(3) หลักความชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา
(4) หลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา
ตอบ 2 หน้า 191, (คำบรรยาย) หลักนิติธรรม (The Rule of Law) ประกอบด้วย 7 หลักการ ได้แก่
1. หลักการแบ่งแยกอำนาจ
2. หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
3. หลักความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายตุลาการและฝ่ายปกครอง
4. หลักความชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา
5. หลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา

6. หลัก “ไม่มีความผิด และไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย”
7. หลักความเป้นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ

116. หลักการปฏิบัติตามแนวทางของความพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้ประมวลหลักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงแสดงให้ประชาชนได้เห็นมาโดยตลอดได้ 10 ข้อ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็น 1 ในหลัก 10 ประการ ตามรอยพระยุคลบาท
(1) ทำงานอย่างผู้รู้จริง และมีผลเป็นที่ประจักษ์
(2) มีความอดทน มุ่งมั่น ยึดความเหมาะสมและกาลเทศะ
(3) มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายและประหยัด
(4) มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) หลัก 10 ประการ ตามรอยพระยุคลบาท มีดังนี้
1. ทำงานอย่างผู้รู้จริง และมีผลเป็นที่ประจักษ์
2. มีความอดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะและความถูกต้อง
3. มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายและประหยัด
4. มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก
5. รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพความคิดที่แตกต่าง
6. มีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร
7. มีความสุจริตและความกตัญญู
8. พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง
9. รักประชาชน
10. การเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

117. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นระดับของความพอเพียง
(1) ความพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัว
(2) ความพอเพียงระดับชุมชน
(3) ความพอเพียงในภาคธุรกิจเอกชน
(4) ความพอเพียงระหว่างประเทศ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ระดับของความพอเพียงมีอยู่ 4 ระดับ ดังนี้
1. ความพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัว
2. ความพอเพียงระดับชุมชน
3. ความพอเพียงระดับธุรกิจเอกชน
4. ความพอเพียงระดับประเทศ

118. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารราชการที่ดีตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
(1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
(2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของตนเอง
(3) ประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจรัฐ
(4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
ตอบ 2 หน้า 197, 203 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ได้กำหนดขอบเขตเป้าหมายของคำว่า “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังนี้
1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3. ประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจรัฐ
4. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ

119. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นองค์ประกอบการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี
(1) ความเชื่อของผู้มีอำนาจว่า อำนาจสามารถแบ่งปันได้
(2) กลไกการแบ่งปันอำนาจ
(3) กลไกการคานอำนาจ
(4) ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจและการแบ่งปันอำนาจ
ตอบ 4 หน้า 199 องค์ประกอบการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีมี 4 ประการ คือ
1. ความเชื่อของผู้มีอำนาจว่า อำนาจสามารถแบ่งปันได้
2. กลไกการแบ่งปันอำนาจ
3. กลไกการคานอำนาจ
4. ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจและการคานอำนาจ

120. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์ต่อประชาชนในการนำเอาหลักธรรมาภิบาลมาใช้
(1) ประชาชนผู้รับบริการได้รับการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย
(2) การบริหารงานของภาครัฐเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม มีคุณภาพ สามารถรองรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
(3) ทำให้สามารถลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ส่งผลทำให้ช่วยลดงบประมาณค่าใช้จ่าย
(4) ระบบการตัดสินใจและการบริหารจัดการโดยรวมของหน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เสมอภาค
ตอบ 3 หน้า 215 ประโยชน์ต่อประชาชน/ผู้รับบริการในการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ มีดังนี้
1. ทำให้ระบบการตัดสินใจและการบริหารจัดการโดยรวมของหน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เสมอภาค และมีความยุติธรรมอย่างแท้จริง อันนำมาซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธาแก่ประชาชน/ผู้รับบริการ
2. ทำให้ประชาชน/ผู้รับบริการได้รับการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็น รวมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชน/ผู้รับบริการได้มากขึ้น
3. ทำให้การบริหารงานของภาครัฐเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม มีคุณภาพ สามารถรองรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะส่งผลทำให้ประชาชน/ผู้รับบริการมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
(ส่วนตัวเลือกข้อ 3 เป็นประโยชน์ต่อสังคม/ประเทศชาติ)

 

Advertisement