การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2567
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1301 (RAM1000) คุณธรรมคู่ความรู้
คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. การปฏิบัติอย่างไรที่ส่งเสริมจริยธรรมในองค์กร
(1) การทำงานเป็นทีมและสนับสนุนกัน
(2) การแข่งขันกันอย่างรุนแรง
(3) การปกปิดความผิดพลาดของตนเอง
(4) การขโมยความคิดของผู้อื่น
ตอบ 1 หน้า 29, (คำบรรยาย) จริยธรรม (Ethics) เป็นหลักการและกฎเกณฑ์ว่าด้วยพฤติกรรมของบุคคลที่กำหนดเอาไว้ว่า การกระทำใดนับเป็นพฤติกรรมหรือการกระทำที่เหมาะที่ควรในสังคมแต่ละแห่ง ดังนั้นจริยธรรมจึงมีความสำคัญมากในทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในด้านการศึกษา การดำเนินชีวิตประจำวัน หรือการทำงานในองค์กร
2. จริยธรรมเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งได้อย่างไร
(1) ตัดสินใจตามความพอใจของตนเอง
(2) ตัดสินใจตามความเห็นของคนส่วนใหญ่
(3) ตัดสินใจตามความคาดหวังของผู้บังคับบัญชา
(4) ตัดสินใจตามหลักการที่ถูกต้อง
ตอบ 4 หน้า 32 ความสำคัญของจริยธรรมประการหนึ่ง คือ ช่วยแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งในสังคม เพราะการมีจริยธรรมทำให้รู้จักหันหน้าเข้าหากัน และตัดสินใจโดยอ้างอิงตามหลักการที่ถูกต้องซึ่งยึดถือร่วมกัน จึงช่วยให้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ตามควร
3. ข้อใดถูกต้อง
(1) จริยธรรมสำคัญกว่าคุณธรรม
(2) จริยธรรมเป็นฐานของคุณธรรม
(3) คุณธรรมและจริยธรรมเป็นฐานของกันและกัน
(4) คุณธรรมเป็นฐานของจริยธรรม
ตอบ 4 หน้า 30 พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) (2546) ได้อธิบายความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของคุณธรรมและจริยธรรมว่า คุณธรรมเป็นฐานของจริยธรรม เมื่อมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานของจิตใจแล้ว ก็จะแสดงออกมาเป็นความประพฤติที่ดีงามอันเป็นจริยธรรม
4. หลักการพื้นฐานของจริยธรรมคืออะไร
(1) การให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุด
(2) การใช้ความรุนแรงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
(3) การทำทุกวิธีเพื่อให้ได้ชัยชนะ
(4) การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความ เคารพและเสมอภาค
ตอบ 4 หน้า 30 – 31 จริยธรรม หมายถึง หลักความประพฤติที่ดีงาม ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในสังคม เป็นแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งของตนเองและส่วนรวม โดยจริยธรรมนั้นมักเกิดจากการกำหนดเป็นกฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติของสังคม และแสดงออกมาเป็นรูปธรรมที่สังเกตเห็นได้ เช่น การไม่ลักขโมย, ไม่พูดนินทา, การช่วยเหลือผู้อื่น, การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและเสมอภาค เป็นต้น
5. พฤติกรรมใดเข้าข่ายการมีจริยธรรมที่เหมาะสม
(1) จอยลอกการบ้านเพื่อน
(2) จิ๊บแกล้งหลับบนรถไฟฟ้า
(3) แจงไหว้ศาลพระภูมิขอเลขเด็ด
(4) จุ๋มไม่ชอบนินทาเพื่อนร่วมงาน
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ
6. พฤติกรรมเชิงจริยธรรมคือข้อใด
(1) การรู้ถึงการกระทำที่ผิด/ถูก ควร/ไม่ควร
(2) ความพึงพอใจ/ไม่พอใจ ชอบ/ไม่ชอบ
(3) การเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3 หน้า 33 องค์ประกอบของจริยธรรมตามแนวคิดของโคลเบิร์ก (Kohlberg, 1976) จะมีอยู่ 3 ประการ ดังนี้
1. ความรู้เชิงจริยธรรม คือ การมีความรู้ว่าอะไรถูก/อะไรผิด อะไรควร/อะไรไม่ควรทำ
2. ทัศนคติเชิงจริยธรรม คือ ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทางจริยธรรม เช่น ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจ ชอบ/ไม่ชอบ เป็นต้น
3. พฤติกรรมเชิงจริยธรรม คือ การกระทำหรือการแสดงออกทางจริยธรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น
7. การปลูกฝังจริยธรรมควรเริ่มจากใครเป็นสำคัญ
(1) พ่อแม่
(2) ครู
(3) เพื่อน
(4) พระสงฆ์
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การปลูกฝังจริยธรรมควรเริ่มต้นจากสถาบันครอบครัวก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเด็กในช่วงอายุก่อน 6 ปี จะสามารถเรียนรู้และซึมซับจริยธรรมในช่วงนั้นได้มากที่สุด ดังนั้นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และผู้ใกล้ชิดของเด็กในวัยนี้จึงมีบทบาทสำคัญมากในการปลูกฝังจริยธรรม และควรกระทำอย่างต่อเนื่องผ่านทางกิจกรรมต่าง ๆ
8. ข้อใดไม่ใช่หลักจริยธรรมพื้นฐานสำหรับนักศึกษา
(1) ความซื่อสัตย์
(2) ความรักสันโดษ
(3) ความอดทน
(4) ความเพียร
ตอบ 2 (เอกสาร บทที่ 3), (คำบรรยาย) หลักจริยธรรมพื้นฐานสำหรับนักศึกษา ได้แก่
1. ความซื่อสัตย์สุจริต เช่น การไม่คดโกง ไม่ลอกการบ้านหรือข้อสอบ ฯลฯ
2. ความรับผิดชอบ เช่น การส่งงานตรงเวลา การเข้าเรียนสม่ำเสมอ ฯลฯ
3. การเคารพสิทธิของผู้อื่น เช่น การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ฯลฯ
4. ความมีวินัย เช่น การปฏิบัติตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย การตรงต่อเวลา ฯลฯ
5. ความเมตตากรุณา เช่น การช่วยเหลือเพื่อนที่ลำบาก การมีจิตอาสาช่วยส่วนรวม ฯลฯ
6. ความอดทน ไม่ย่อท้อ
7. ความเพียรพยายาม ฯลฯ
9. ข้อใดไม่เกี่ยวกับการมีจริยธรรม
(1) มานะไม่ลอกการบ้านหรือข้อสอบ
(2) พิชิตเข้าเรียนสม่ำเสมอ
(3) ใจใสให้เพื่อนยืมเงินไปจ่ายค่าเทอม
(4) นารีให้อภัยเพื่อนที่ขโมยเงิน แต่กลับไปเอาเงินมาคืน
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 4. และ 8. ประกอบ (นักศึกษาอาจแสดงความเมตตากรุณาในรูปแบบของการช่วยเหลือเพื่อนที่เรียนไม่ทัน/ไม่เข้าใจบทเรียน, การบริจาค/ทำงานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการให้กำลังใจ/แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนที่กำลังประสบปัญหา)
10. “ความรู้คู่คุณธรรม” หมายถึงอะไร
(1) การเรียนรู้แต่เพียงอย่างเดียว
(2) การเรียนรู้พร้อมกับการมีคุณธรรม
(3) การปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม
(4) การมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
ตอบ 2 หน้า 50, (คำบรรยาย) “ความรู้คู่คุณธรรม” หรือ “คุณธรรมคู่ความรู้” หมายถึง การรวมเอาความรู้และคุณธรรมมาใช้ควบคู่กัน เพื่อให้การใช้ความรู้นั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและส่วนรวม เนื่องจากการมีแต่ความรู้โดยปราศจากคุณธรรมอาจก่อให้เกิดการใช้ความรู้ในทางที่ผิดได้ เช่น การโกงในทางวิชาการ, เก่งแต่ไม่มีความรับผิดชอบ เป็นต้น ดังนั้นการมีคุณธรรมจะเป็นการกำกับให้ผู้มีความรู้ใช้ความรู้ไปในทางที่ถูกต้องและดีงาม
11. ข้อใดแสดงถึงการใช้ความรู้คู่คุณธรรมในการตัดสินใจ
(1) การแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ
(2) การใช้ความรู้เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์สูงสุด
(3) การตัดสินใจที่คำนึงถึงความถูกต้องและจริยธรรม
(4) การตัดสินใจตามความคิดเห็นของผู้อื่น โดยไม่วิเคราะห์
ตอบ 3 หน้า 44, (คำบรรยาย) การบูรณาการระหว่างคุณธรรมและความรู้ คือ การผสมผสานระหว่างคุณธรรมและความรู้นำไปสู่ปัญญา (Wisdom) ซึ่งเป็นความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดและมีคุณธรรม ทั้งนี้การใช้ความรู้คู่คุณธรรมในการตัดสินใจนั้นจะต้องคำนึงถึงความถูกต้องและพิจารณาถึงผลกระทบทางจริยธรรมด้วย
12. การทำงานที่ต้องใช้ความรู้และจริยธรรมไปพร้อมกัน สำคัญอย่างไร
(1) ช่วยให้ทำงานเสร็จเร็วขึ้น
(2) ช่วยพัฒนาความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้อื่น
(3) ช่วยเพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาชั่วคราว
(4) ช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับตนเอง
ตอบ 2 หน้า 24 การวิจัยของ Duckworth and Seligman (2005) พบว่า คุณธรรมมีบทบาทสำคัญในการศึกษาและการทำงาน กล่าวคือ นักเรียนที่มีวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณธรรมสำคัญ จะมีผลการเรียนที่ดีและประสบความสำเร็จในระยะยาว ส่วนในด้านการทำงานนั้น องค์กรที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมมีแนวโน้มที่จะมีผลประกอบการที่ดี มีความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและสังคม
13. ข้อใดเป็นหลักสำคัญของความรู้คู่คุณธรรม
(1) การใช้ความรู้เพื่อแข่งขันกัน
(2) การใช้ความรู้เพื่อทำลายคู่แข่ง
(3) การใช้ความรู้เพื่อควบคุมผู้อื่น
(4) การใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาและคำนึงถึงผลกระทบทางจริยธรรม
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ
14. การให้ความช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรู้ที่ตนมี เป็นการแสดงออกถึงคุณธรรมใด
(1) ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
(2) ความเห็นแก่ตัว
(3) ความเกลียดชัง
(4) ความกลัว
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คือ การอุดหนุน การเจือจาน แสดงน้ำใจดีต่อผู้อื่นด้วยกาย วาจา และใจ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรู้ที่ตนมี แบ่งปันวัตถุและสิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ใจแคบ ไม่เห็นแก่ตัว
15. ข้อใดแสดงถึงการใช้ความรู้คู่คุณธรรมในวิชาชีพ
(1) การใช้ความรู้เพื่อเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน
(2) การโกงเพื่อให้ได้เลื่อนตำแหน่ง
(3) การไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ลูกค้า
(4) การใช้ความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) การใช้ความรู้คู่คุณธรรมในวิชาชีพ เป็นการใช้ความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นหลักความประพฤติเฉพาะของแต่ละวิชาชีพ เพื่อใช้กำกับการประพฤติปฏิบัติในวิชาชีพต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม
16. การเรียนรู้โดยปราศจากคุณธรรมจะส่งผลอย่างไร
(1) ทำให้เกิดความเก่ง แต่ไม่มีความรับผิดชอบ
(2) ทำให้มีความน่าเชื่อถือในสังคม
(3) ทำให้เกิดการยอมรับในสังคม
(4) ทำให้เกิดความเคารพและความไว้วางใจ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ
17. การมีคุณธรรมและใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ส่งผลอย่างไรต่อสังคม
(1) ทำให้สังคมขาดความสมดุล
(2) ทำให้เกิดความสามัคคีและพัฒนาสังคม
(3) ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม
(4) ทำให้สังคมเสื่อมลง
ตอบ 2 หน้า 48, (คำบรรยาย) การมีคุณธรรมและใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมจะส่งผลทำให้เกิดความสามัคคีและพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน เพราะผู้ที่มีทั้งความรู้และคุณธรรมมักจะใช้ความสามารถของตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
18. ข้อใดต่อไปนี้แสดงถึงการใช้ความรู้โดยปราศจากคุณธรรม
(1) การโกงในทางวิชาการ
(2) การใช้ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรม
(3) การช่วยเหลือผู้อื่นในการแก้ปัญหา
(4) การพัฒนาตนเองด้วยความรับผิดชอบ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ
19. บุคคลในข้อใดถือเป็นผู้มีคุณธรรมและความรู้
(1) เทนนิสให้เพื่อนลอกข้อสอบ
(2) ปิงปองเข้าสอบแทนเพื่อน
(3) บาสเก่งวิชาคณิตศาสตร์ จึงเปิดสอนพิเศษให้เพื่อน
(4) บอลเป็นครู โดยจะบอกข้อสอบให้นักเรียนที่เรียนพิเศษกับตนเองเท่านั้น
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 10. และ 17. ประกอบ
20. ข้อใดคือประโยชน์ของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(1) มีความสามารถในการปรับตัว
(2) ได้รับความชื่นชมจากสังคม
(3) มีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์ได้มาก
(4) ไม่มีข้อถูก
ตอบ 1 หน้า 44 การเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแนวคิดของ Knowles (1975) ในเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed Learning) ชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องจะสามารถปรับตัวได้ดีในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
21. การปฏิบัติตามหลักคุณธรรมอย่างถูกต้องจะทำให้
(1) ได้เปรียบผู้อื่นในสังคม
(2) ต่อสู้กับผู้อื่นชนะทุกครั้ง
(3) รวย
(4) เป็นผู้มีความรับผิดชอบ
ตอบ 4 หน้า 16 คุณธรรมเป็นแนวคิดทางปรัชญา ซึ่งคนในสังคมนำมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงาน โดยการปฏิบัติตามหลักคุณธรรมอย่างถูกต้องจะช่วยให้นักศึกษาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม และประสบความสำเร็จ นักศึกษาจึงควรทำความเข้าใจและยึดมั่นในคุณธรรม เพราะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักศึกษาที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคตต่อไป
22. คุณธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เนื่องจาก
(1) เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความร่ำรวย
(2) สามารถวัดและประเมินได้ชัดเจน
(3) เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
(4) สามารถสังเกตและเรียนรู้จากแบบอย่างที่ดีในสังคม
ตอบ 3 หน้า 18 – 19 คุณธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตของมนุษย์และการอยู่ร่วมกันในสังคมประการหนึ่ง คือ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพราะคุณธรรมช่วยให้มนุษย์มีหลักในการดำเนินชีวิต ทำให้จิตใจมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปตามกระแสของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
23. คุณธรรม หมายถึง
(1) ความดีงามในจิตใจ
(2) ความประพฤติดี
(3) จริยธรรมที่ดี
(4) เป้าหมายชีวิตที่ดี
ตอบ 1 หน้า 17 คุณธรรม คือ คุณค่าความดีงามที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์ ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น เป็นฐานในการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข และมีความเจริญก้าวหน้า
24. ทุกศาสนามีคุณธรรมหลายข้อที่คล้ายคลึงกัน ข้อใดต่อไปนี้แสดงถึงคุณธรรมที่หลายศาสนาระบุตรงกัน
(1) การประกอบอาชีพ
(2) ความระลึกได้
(3) ความเมตตา
(4) การไม่ดื่มสุรา
ตอบ 3 หน้า 20 ทุกศาสนามีคุณธรรมหลายข้อที่คล้ายคลึงกัน แต่คุณธรรม “ความเมตตา” ถือเป็นสิ่งที่หลายศาสนาระบุตรงกัน กล่าวคือ
1. พุทธศาสนา มีหลักเบญจธรรมหรือธรรม 5 ซึ่งข้อแรกได้สอนถึงความเมตตากรุณา คือ ความรักและความปรารถนาดีต่อผู้อื่น
2. คริสต์ศาสนามีหลักคุณธรรมสอนถึงความรัก ความเมตตา และการให้อภัย ซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคล
3. ศาสนาอิสลามมีหลักคุณธรรมสอนถึงการเป็นคนซื่อสัตย์ มีเมตตา และมีความรับผิดชอบต่อพระเจ้าและสังคม
25. ข้อใดไม่ใช่ความซื่อสัตย์ในชีวิตประจำวันของนักศึกษา
(1) การพูดความจริง
(2) การรักษาสัญญา
(3) การไม่เอาของผู้อื่นมาเป็นของตน
(4) การเชื่อเพื่อนตลอดเวลา
ตอบ 4 หน้า 21 ความซื่อสัตย์สำหรับนักศึกษานั้น มักจะเกี่ยวข้องกับการเรียนเป็นส่วนใหญ่ เช่น การไม่ลอกการบ้านหรือข้อสอบ รวมทั้งเกี่ยวข้องกับการประพฤติตนในสังคม เช่น การพูดความจริง ไม่พูดเท็จหรือโกหกหลอกลวง การไม่เอาของผู้อื่นมาเป็นของตน และการรักษาคำมั่นสัญญา เป็นต้น
26. นักศึกษาสามารถแสดงความเมตตาได้ดังนี้
(1) ให้กำลังใจเพื่อนที่กำลังประสบปัญหา
(2) รักษาคำมั่นสัญญาของตน
(3) รับมือกับความเครียดโดยไม่ท้อแท้
(4) ทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน
ตอบ 1 หน้า 22, (ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ) ความเมตตา ถือเป็นคุณธรรมในชีวิตประจำวันที่แสดงถึงความปรารถนาดีต่อผู้อื่น การมีน้ำใจ และความเห็นอกเห็นใจต้องการให้ผู้อื่นประสบแต่ความสุข ดังนั้นความเมตตาจึงช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม และทำให้เรารู้สึกดีเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่น
27. ข้อใดเป็นการแสดงออกถึงความมีคุณธรรมในชีวิตประจำวัน
(1) การช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
(2) การหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับผู้อื่น
(3) การเลี้ยงภาระหน้าที่
(4) การมองโลกในแง่ร้าย
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ
28. ความอดทน เป็นคุณธรรมที่สำคัญในสถานการณ์ใด
(1) เมื่อเกิดความขัดแย้งในที่ทำงาน
(2) เมื่อประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
(3) เมื่อไม่มีปัญหาในชีวิต
(4) เมื่อไม่มีสิ่งใดที่ต้องการแก้ไข
ตอบ 1 หน้า 22 ความอดทน หมายถึง ความสามารถในการเผชิญกับความยากลำบาก ความท้าทาย หรือสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์โดยไม่ย่อท้อ เช่น รู้จักอดทนอดกลั้น เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในที่ทำงาน ฯลฯ ดังนั้นความอดทนจึงเป็นเกราะป้องกันจิตใจ ช่วยให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบากในชีวิตได้ โดยไม่สูญเสียความมั่นคงทางอารมณ์
29. การไม่พูดเท็จ เป็นการปฏิบัติตามคุณธรรมด้านใด
(1) ความอ่อนน้อม
(2) ความซื่อสัตย์
(3) ความกล้าหาญ
(4) ความรับผิดชอบ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ
30. การที่บุคคลแสดงความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงาน เป็นการแสดงถึงคุณธรรมด้านใด
(1) ความเมตตา
(2) ความกล้าหาญ
(3) ความรับผิดชอบ
(4) ความอดทน
ตอบ 2 หน้า 20 – 21 Peterson and Seligman (2004) ได้แบ่งคุณธรรมหลักในมุมมองทางจิตวิทยาออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่
1. ปัญญาและความรู้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความอยากรู้อยากเห็น การเปิดใจกว้าง
2. ความกล้าหาญ เช่น ความกล้าหาญทางจิตใจ ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์
3. มนุษยธรรม เช่น ความรัก ความเมตตา ความฉลาดทางสังคม
4. ความยุติธรรม เช่น การทำงานเป็นทีม ความเป็นธรรม ภาวะผู้นำ
5. การควบคุมตนเอง เช่น การให้อภัย ความถ่อมตน ความรอบคอบ
6. การก้าวข้ามตัวตน หรือการทำเพื่อผู้อื่น เช่น การซาบซึ้งในความงาม ความกตัญญู การเป็นคนดีของสังคม
31. การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นคุณธรรมด้านใด
(1) ความอดทน
(2) ความอ่อนน้อมถ่อมตน
(3) ความซื่อสัตย์
(4) ความกล้าหาญ
ตอบ 2 (คำบรรยาย), (ดูคำอธิบายข้อ 30. ประกอบ) ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคุณธรรมที่ช่วยให้บุคคลสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคนที่ถ่อมตนจะให้เกียรติคนที่อยู่รอบตัว ไม่มองหาความเด่นดังหรือมองว่าตัวเองพิเศษสำคัญกว่าคนอื่น จึงรู้จักเคารพผู้อื่นและเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ยอมรับการเรียนรู้เพิ่มเติม และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองได้อยู่เสมอ
32. คุณธรรมใดที่ช่วยให้บุคคลสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(1) ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
(2) ความอ่อนน้อมถ่อมตน
(3) ความซื่อสัตย์
(4) ความเมตตา
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 31. ประกอบ
33. การกระทำที่เป็นการแสดงออกถึงความมีคุณธรรมในครอบครัว คืออะไร
(1) การแบ่งทรัพย์สินของพี่น้อง
(2) การช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานบ้าน
(3) การใช้คำพูดไม่สุภาพในครอบครัว
(4) การไม่สนใจปัญหาของสมาชิกในครอบครัว
ตอบ 2 หน้า 23, (คำบรรยาย) นักศึกษาสามารถแสดงออกถึงความมีคุณธรรมในครอบครัว คือ ความกตัญญู เช่น การเคารพและเชื่อฟังคำสอนของบิดามารดา, การช่วยเหลืองานบ้านเมื่อกลับไปเยี่ยมครอบครัว, การระลึกถึงและตอบแทนบุญคุณบิดามารดายามที่ท่านแก่ชราหรือต้องการความช่วยเหลือ เป็นต้น
34. ข้อใดเป็นคุณธรรมที่ควรส่งเสริมในระบบการศึกษา
(1) การแข่งขันกันอย่างรุนแรง
(2) การช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้น
(3) การโกงข้อสอบ
(4) การใช้ความรุนแรงในโรงเรียน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ
35. การกระทำใดถือว่าเป็นการละเมิดจริยธรรมในที่ทำงาน
(1) การพูดคุยเรื่องงานอย่างตรงไปตรงมา
(2) การคัดค้านการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
(3) การแอบใช้อุปกรณ์ของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
(4) การสนับสนุนเพื่อนร่วมงานในการทำงาน
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 1. และ 4. ประกอบ
36. นักศึกษาคนใดปฏิบัติตนตามจริยธรรมด้านความรับผิดชอบ
(1) ฟ้าใสลอกการบ้านเพื่อน
(2) ฟ้านภาเข้าเรียนสม่ำเสมอ
(3) ฟ้าสวยทำรายงาน โดยมีการอ้างอิงผู้อื่น
(4) ฟ้าฝนไม่ส่งงาน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ
37. บุคคลในข้อใดสื่อสารอย่างมีจริยธรรม
(1) เอฟแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่สนใจว่าผู้อื่นจะได้รับผลกระทบอะไร
(2) เอ็มไม่แสดงความคิดเห็นเชิงลบในสื่อสังคมออนไลน์
(3) เอ็นโต้เถียงอย่างรุนแรงกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง
(4) โอใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการค้นหากลุ่มพนันออนไลน์
ตอบ 2 หน้า 50 นักศึกษาควรฝึกการสื่อสารอย่างมีจริยธรรม คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างรับผิดชอบและสร้างสรรค์ โดยฝึกการแสดงความคิดเห็นอย่างเคารพ และรับฟังความเห็นที่แตกต่าง
38. คุณธรรมและความรู้มีความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุน ยกเว้นข้อใด
(1) ความรู้ช่วยพัฒนาคุณธรรม
(2) ประเมินลำดับชั้นทางสังคมของบุคคล
(3) ชี้นำการแสวงหาและนำความรู้ไปใช้งาน
(4) คุณธรรมเป็นรากฐานของการศึกษาที่แท้จริง
ตอบ 2 หน้า 44 คุณธรรมและความรู้มีความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ดังนี้
1. คุณธรรมชี้นำการแสวงหาและนำความรู้ไปใช้งาน
2. ความรู้ช่วยพัฒนาคุณธรรม
3. การบูรณาการระหว่างคุณธรรมและความรู้ไปสู่ปัญญา
4. คุณธรรมเป็นรากฐานของการศึกษาที่แท้จริง
39. บุคคลในข้อใดถือเป็นผู้มีคุณธรรมและความรู้
(1) ลูกเกดยอมรับผิดเมื่อทำความผิด
(2) ส้มเป็นแม่ค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี
(3) กล้วยปลอมใบปริญญาบัตร เพื่อใช้สมัครงาน
(4) แตงโมบอกอาจารย์ว่า ตนเองมีความจำเป็นต้องผ่านวิชานี้
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ
40. ข้อใดคือแนวคิดการส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์
(1) การเชื่อมโยงความรู้กับประเด็นทางคุณธรรมในสถานการณ์จริง
(2) การวิเคราะห์และประเมินข้อมูลอย่างมีเหตุผลและมีคุณธรรม
(3) การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
(4) การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์
ตอบ 2 หน้า 46 การส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์ตามแนวคิดของ Paul and Elder (2006) ได้เน้นย้ำความสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์ที่มีจริยธรรม (Ethical Critical Thinking) ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนวิเคราะห์และประเมินข้อมูลอย่างมีเหตุผลและมีคุณธรรม
41. ข้อใดคืออุปสรรคของการใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม
(1) ระบบการศึกษาเน้นความรู้มากกว่าคุณธรรม
(2) การขาดแบบอย่างที่ดี
(3) สภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลง
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 47 ปัญหาและอุปสรรคในการบูรณาการความรู้และคุณธรรม มีดังนี้
1. ระบบการศึกษาเน้นความรู้มากกว่าคุณธรรม
2. สภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลง
3. การแข่งขันทางเศรษฐกิจ
4. การขาดแบบอย่างที่ดี
42. ข้อใดเป็นความสำคัญของจรรยาบรรณต่อวิชาชีพและสังคม
(1) เป็นทฤษฎี
(2) เป็นความสุขความเจริญ
(3) เป็นแนวทางในการตัดสินใจ
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3 หน้า 34 – 35 จรรยาบรรณมีความสำคัญต่อวิชาชีพและสังคมในหลายด้าน ดังนี้
1. รักษามาตรฐานวิชาชีพ
2. สร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม
3. ป้องกันการประพฤติมิชอบ
4. ส่งเสริมเกียรติภูมิของวิชาชีพ
5. เป็นแนวทางในการตัดสินใจ
43. คุณธรรมและความรู้สัมพันธ์กันอย่างไร
(1) เป็นเครื่องควบคุมการกระทำให้ถูกต้องและเหมาะสม
(2) เป็นทักษะพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ
(3) เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของบุคคลในยามทุกข์ หรือประสบปัญหาในชีวิต
(4) เป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความสงบสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต
ตอบ 1 หน้า 44, (คำบรรยาย), (ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ) คุณธรรมและความรู้สัมพันธ์กัน คือ คุณธรรมชี้นำการแสวงหาและนำความรู้ไปใช้งาน โดยคุณธรรมช่วยกำกับการแสวงหาความรู้ให้อยู่ในกรอบของจริยธรรม ซึ่งเป็นเครื่องควบคุมการกระทำให้ถูกต้องและเหมาะสม และชี้นำการใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ที่ดีงาม
44. ข้อใดเป็นค่านิยมประชาธิปไตย
(1) หลักการกระจายอำนาจ
(2) หลักความเสมอภาค
(3) หลักการมีส่วนร่วม
(4) หลักคุณธรรม
ตอบ 2 หน้า 57 ค่านิยมประชาธิปไตย (Democratic Value) ประกอบด้วย
1. หลักภาระรับผิดชอบ/สามารถตรวจสอบได้ (Accountability)
2. หลักความเปิดเผย/โปร่งใส (Transparency)
3. หลักนิติธรรม (Rule of Law)
4. หลักความเสมอภาค (Equity)
45. ข้อใดเป็นหลักของธรรมาภิบาล
(1) การทำงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความต้องการของประชาชนสูงที่สุด
(2) ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบ้านเมือง
(3) การทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 64 หลักของธรรมาภิบาลจะมุ่งเน้นให้ทราบถึงปัจจุบันที่มีการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความต้องการของประชาชนสูงที่สุด และเป็นการเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบ้านเมือง
46. ข้อใดไม่ใช่ธรรมาภิบาลในการบริหารที่ดีของกิจการภาครัฐ
(1) แสวงหาผลกำไร
(2) สามารถทำงานร่วมกับภาคธุรกิจได้
(3) ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
(4) ถือประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด
ตอบ 1 หน้า 54 ธรรมาภิบาลในการบริหารที่ดีของกิจการภาครัฐ จะต้องปฏิรูปบทบาทหน้าที่ โครงสร้าง และกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้มีความโปร่งใสและยุติธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรง มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล โดยถือประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุดในการทำงาน และสามารถทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนได้อย่างราบรื่น
47. “การไม่เลือกปฏิบัติ” ตามหลักธรรมาภิบาล มีความหมายว่าอย่างไร
(1) การแก้ปัญหาภายในหน่วยงานด้วยวิธีการเดียวกัน
(2) การระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายร่วมกัน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา
(3) การปฏิบัติต่อทุกคนโดยเสมอภาค
(4) การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์
ตอบ 3 หน้า 61, (คำบรรยาย) “หลักความเสมอภาค” ตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ลำเอียง มีการปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมโดยเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยก ทุกคนในสังคมอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายเดียวกัน
48. หากผู้นำขาดธรรมาภิบาล อาจส่งผลกระทบต่อบุคลากรในหน่วยงาน ยกเว้นข้อใด
(1) เกิดความขัดแย้งภายในองค์กร
(2) การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า
(3) บุคลากรในหน่วยงานขาดประสิทธิภาพ
(4) บุคลากรในหน่วยงานถูกลดอัตราเงินเดือน
ตอบ 4 (คำบรรยาย) หากผู้นำขาดธรรมาภิบาล อาจส่งผลกระทบต่อบุคลากรในหน่วยงาน ดังนี้
1. เกิดความขัดแย้งภายในองค์กรจากระบบอุปถัมภ์ การเล่นพรรคเล่นพวก
2. บุคลากรในหน่วยงานขาดประสิทธิภาพ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน
3. การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า ไม่ได้มาตรฐาน ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ฯลฯ
49. อุปสรรคที่สำคัญในการกระจายอำนาจ คืออะไร
(1) การเพิ่มจำนวนประชากร
(2) การลดจำนวนเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน
(3) การขาดการสนับสนุนและมีส่วนร่วมจากประชาชน
(4) การขาดความพร้อมด้านเงินทุนที่สนับสนุนบุคลากรภายในหน่วยงาน
ตอบ 3 หน้า 62, (คำบรรยาย) หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization) คือ การมอบอำนาจและกระจายความรับผิดชอบในการตัดสินใจและการดำเนินการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการโอนถ่ายบทบาทและภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคม แต่อุปสรรคที่สำคัญในการกระจายอำนาจ คือ การขาดการสนับสนุนและมีส่วนร่วมจากประชาชนตั้งแต่การร่วมรับรู้ ไปจนถึงร่วมทำ และร่วมรับผล
50. ธรรมาภิบาลมีบทบาทสำคัญในเรื่องใด
(1) การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
(2) การส่งเสริมผลประโยชน์ส่วนตัว
(3) การลดบทบาทของผู้บริหาร
(4) การปกปิดข้อมูล
ตอบ 1 หน้า 59 “หลักประสิทธิภาพ” ตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การปฏิบัติราชการจะต้องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด เกิดผลิตภาพที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ทั้งนี้ต้องลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนยกเลิกภารกิจที่ล้าสมัยและไม่มีความจำเป็น
51. ข้อใดเป็นตัวอย่างของธรรมาภิบาลที่ดี
(1) การทำงานโดยไม่สนใจผลกระทบต่อสังคม
(2) การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
(3) การปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันความเสียหาย
(4) การใช้อำนาจในทางที่ผิด
ตอบ 2 หน้า 60 “หลักความโปร่งใส” ตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การปฏิบัติงานราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น ถูกต้อง และเชื่อถือได้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ วางระบบให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นไปได้โดยง่าย มีกระบวนการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบและชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัย
52. ข้อใดเป็นหลักการที่สนับสนุนธรรมาภิบาล
(1) การมีส่วนร่วมของประชาชน
(2) การทำงานในที่ลับ
(3) การไม่เปิดเผยข้อมูล
(4) การปกปิดข้อเท็จจริง
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ
53. ข้อใดคือหลักการสำคัญของธรรมาภิบาลในภาครัฐ
(1) การบริหารจัดการที่เน้นผลประโยชน์ส่วนตัว
(2) การทำงานด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
(3) การจำกัดสิทธิของประชาชน
(4) การปกปิดข้อมูลจากสาธารณะ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 46. ประกอบ
54. การมีธรรมาภิบาลในองค์กรช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ใด
(1) ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า
(2) การปกปิดข้อมูลจากพนักงาน
(3) การใช้อำนาจในการควบคุม
(4) การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากภายนอก
ตอบ 1 หน้า 65, (คำบรรยาย) ธรรมาภิบาลภาคเอกชน หมายถึง การบริหารจัดการภายในองค์กรหรือธุรกิจที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงความยั่งยืนและความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า และสังคม
55. ธรรมาภิบาลในองค์กรภาครัฐช่วยลดปัญหาใด
(1) การทุจริตและความไม่โปร่งใส
(2) การมีส่วนร่วมของประชาชน
(3) การตรวจสอบที่เข้มงวด
(4) การเปิดเผยข้อมูลมากเกินไป
ตอบ 1 หน้า 65, (คำบรรยาย) ธรรมาภิบาลภาครัฐ หมายถึง การบริหารงานของหน่วยงานรัฐที่โปร่งใส ยุติธรรม และมีความรับผิดชอบ โดยยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อช่วยลดปัญหาการทุจริตและความไม่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐ
56. ข้อใดเป็นนิยามของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
(1) กลไกตลาดเสรี
(2) มีสิทธิในการหากำไร
(3) สิทธิในการสะสมทรัพย์สิน
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 67 หลักเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมีหลักการ คือ สิทธิในการหากำไร สิทธิในการสะสมทรัพย์สิน กลไกตลาดเสรี และการที่รัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุนให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกบริโภค กล่าวกันว่า ระบบทุนนิยมอาจไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นระบบที่สามารถจัดการระบบเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตและก้าวหน้าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
57. ข้อใดคือผู้คิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(1) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
(2) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
(3) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
(4) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ตอบ 2 หน้า 69 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มแนวคิด “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” จากการเสด็จพระราชดำเนินไปช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ ได้ทอดพระเนตรเห็นและช่วยพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงได้ทรงนำข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ มาบูรณาการเข้ากับหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตแบบพอเหมาะพอควร ตกผลึกเป็นหลักปรัชญาที่พระองค์ทรงพัฒนาขึ้น โดยเน้นการดำเนินชีวิต การพัฒนา และการสร้างความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
58. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดเกี่ยวกับอะไร
(1) สังคม
(2) การเรียน
(3) เศรษฐกิจ
(4) การใช้ชีวิตคู่
ตอบ 3 หน้า 70 หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักปรัชญาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบองค์รวม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบสมดุลและยั่งยืน จึงเป็นหลักปรัชญาทางด้านเศรษฐกิจแบบหนึ่ง คือ เป็นหลักปรัชญา หมายถึง แนวคิด ส่วนคำว่า “เศรษฐกิจ” หมายถึง ระบบการผลิต การแลกเปลี่ยน และการบริโภค ทำให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรต่าง ๆ
59. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยอะไรบ้าง
(1) 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
(2) 3 ห่วง 3 เงื่อนไข
(3) 2 ห่วง 2 เงื่อนไข
(4) 2 ห่วง 3 เงื่อนไข
ตอบ 1 หน้า 73 – 74 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ความพอเพียงประกอบไปด้วย 3 คุณลักษณะ (3 ห่วง) ซึ่งได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง นอกจากนี้การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องอาศัย 2 เงื่อนไข ได้แก่
1. เงื่อนไขความรู้ คือ รอบคอบ รอบรู้ ระมัดระวัง
2. เงื่อนไขคุณธรรม คือ ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน สติปัญญา แบ่งปัน
60. บุคคลในข้อใดปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
(1) ฟ้ายืมเงินเพื่อน เมื่อเงินไม่พอ
(2) ฝนซื้อของทุกอย่างที่อยากได้
(3) ลมซื้อของตามความจำเป็นของตัวเอง
(4) น้ำได้เงินมาก็นำมาเก็บจนหมด ไม่ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว
ตอบ 3 หน้า 73 เศรษฐกิจพอเพียง คือ ความไม่ประมาท การเติบโตด้วยความระมัดระวัง ไม่ก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น ใช้จ่ายให้น้อยกว่ารายได้ และมีเก็บออมเพื่อเกษียณ โดยต้องเข้าใจเรื่องการดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง จะทำสิ่งใดก็ควรทำให้พอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป เช่น การใช้จ่ายไม่ควรประหยัดมากเกินไปจนอดอยากหรือร่างกายขาดสารอาหาร แต่ก็ไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินไปเช่นกัน ต้องบริโภคตามความจำเป็นภายใต้ขอบเขตจำกัดของรายได้ เป็นต้น
61. ผู้ใดปฏิบัติตนตามเงื่อนไขความรู้ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(1) บีแบ่งปันของที่ตนไม่ใช้ให้ผู้อื่นอยู่เสมอ
(2) เอฟเก็บขยะ แยกขยะ และนำขยะกลับมาใช้ใหม่
(3) ไอตั้้งใจปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ในพื้นที่เกษตรของตน
(4) เอมีความระมัดระวัง รอบคอบในการทำงานเป็นอย่างมาก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ
62. เป้าหมายของการนำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชุมชน คือข้อใด
(1) สามารถพึ่งตนเองได้
(2) รู้จักใช้ทรัพยากรที่นำเข้าจากต่างประเทศ
(3) ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล
(4) ทำตามนโยบายของรัฐบาล
ตอบ 1 หน้า 68 – 73, (คำบรรยาย) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญเด่นชัดในช่วงปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา เพราะเป็นแนวคิดเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้ ซึ่งคนไทยสามารถเลี้ยงชีพด้วยแนวคิดเศรษฐกิจในการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่ง “ทางสายกลาง และความไม่ประมาท” เช่น การปลูกผักในบ้านและการทำสวน เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน เป็นต้น
63. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) มุ่งเน้นการพัฒนาเรื่องใด
(1) การลงทุนในสิ่งก่อสร้างขั้นพื้นฐาน
(2) การกระจายรายได้และบริการทางสังคม
(3) เตรียมความพร้อมของคนและระบบให้มีภูมิคุ้มกัน
(4) ขยายการผลิตปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
ตอบ 3 หน้า 71, (คำบรรยาย) ในระยะของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายบริบท ทั้งที่เป็นโอกาสและข้อจำกัดต่อการพัฒนาประเทศ จึงต้องเตรียมความพร้อมของคนและระบบให้มีภูมิคุ้มกัน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยังคงอัญเชิญ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวปฏิบัติในการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่มี “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9
64. เศรษฐกิจแบบทุนนิยม คือข้อใด
(1) รัฐบาลเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่ แต่ยังคงให้เอกชนมีสิทธิในการยึดครองทรัพย์สินส่วนตัว
(2) เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต มีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่
(3) รัฐบาลและเอกชนรับผิดชอบร่วมกันในการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
(4) รัฐเป็นเจ้าของทุนและปัจจัยการผลิตทุกชนิด
ตอบ 2 หน้า 67, (คำบรรยาย) หลักการของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คือ ผู้คนสามารถสร้างความร่ำรวยโดยลงทุนเพื่อผลิตสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องการ จึงทำให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนและการหมุนเวียนของเงินขึ้นในประเทศ โดยรัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุนสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น สร้างถนนเพื่อการขนส่ง, ผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนโรงงาน, รักษาระเบียบการค้าเจรจาต่อรองการค้ากับต่างประเทศ และอื่นๆ ส่วนเอกชนจะเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต และมีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่
65. บุคคลในข้อใดเป็นผู้มีความพอประมาณ
(1) ดินชอบรับประทานบุฟเฟ่ต์ จนเป็นโรคอ้วน
(2) ลมชอบซื้อของเลียนแบบดารา
(3) น้ำรู้ความต้องการของตัวเองเป็นอย่างดี
(4) ไฟอยากผอมจึงอดอาหาร จนเป็นโรคกระเพาะ
ตอบ 3 หน้า 75 – 76, (คำบรรยาย) หลักการ “ความพอประมาณ” ในเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความพอดี ไม่น้อยเกินไปไม่มากเกินไป รู้จักตน รู้จักประมาณตนได้อย่างถ่องแท้ว่า ตนเองมีขอบเขตความสามารถหรือทรัพยากรมากน้อยเพียงใด แล้วใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกินความจำเป็น ดังนั้นจึงเป็นความพอดีในการผลิตและการบริโภคที่พิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมกับความต้องการ สถานะของตนเอง สิ่งแวดล้อมโดยรอบ รวมทั้งสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่
66. วิกฤตทางเศรษฐกิจไทย พ.ศ. 2540 ส่งผลกระทบอย่างไรกับคนไทย
(1) ค่าเงินไทยมีมูลค่าเท่ากับค่าเงินสหรัฐอเมริกา
(2) กิจการในประเทศไทยไม่สามารถทำกำไรได้ แต่ไม่ขาดทุน
(3) ความต้องการขายของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด
(4) ความต้องการซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ตอบ 4 หน้า 68 – 69 วิกฤตทางเศรษฐกิจไทย พ.ศ. 2540 หรือเรียกกันว่า “วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง” ได้ส่งผลกระทบให้ประเทศไทยต้องลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ทำให้ค่าเงินบาทลดลงจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 25 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เปลี่ยนไปเป็นประมาณ 52 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้ที่กู้เงินหรือซื้อสินค้าจากต่างประเทศเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จึงต้องชำระหนี้เพิ่มขึ้นอีกมากกว่าเท่าตัว นอกจากนี้เศรษฐกิจของประเทศได้ตกต่ำลงอย่างมาก ทำให้ความต้องการซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด
67. “ความไม่ประมาท” ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความหมายว่าอย่างไร
(1) ซื่อสัตย์ อดทน ศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้
(2) ระมัดระวัง รอบคอบ วางแผนล่วงหน้า
(3) คาดการณ์ได้ คำนึงถึงข้อดีและข้อจำกัด
(4) คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ตอบ 2 หน้า 73, (คำบรรยาย), (ดูคำอธิบายข้อ 62. ประกอบ) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเน้นการปฏิบัติที่ไม่ประมาท หมายถึง มีความรอบคอบในการนำความรู้ต่าง ๆ มาพิจารณาให้เชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างรอบด้าน และนำไปใช้วางแผนล่วงหน้าและดำเนินการพัฒนาอย่างระมัดระวัง เป็นไปตามลำดับขั้นตอน มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
68. การพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การลดภาษีให้แก่ธุรกิจขนาดใหญ่
(2) การเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศ
(3) การใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย
(4) การพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ตอบ 4 หน้า 72 – 74, (คำบรรยาย) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน หมายถึง การพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่พัฒนาเร็วหรือช้าจนเกินควร พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
69. หลักการ “ความพอประมาณ” ในเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การขยายการผลิตให้มากที่สุด
(2) การบริโภคอย่างมากเพื่อความสะดวก
(3) การพึ่งพาต่างประเทศในการพัฒนาทรัพยากร
(4) การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกินความจำเป็น
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 65. ประกอบ
70. แนวคิดหลักของเศรษฐกิจพอเพียง มีอะไรบ้าง
(1) ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน
(2) การใช้ทรัพยากรสูงสุด การสนับสนุนการค้าเสรี และการลดต้นทุน
(3) การพึ่งพาตลาดโลก การลงทุนระยะยาว และการลดภาษี
(4) การบริโภคอย่างฟุ่มเฟือย การขยายธุรกิจ และการทำกำไรสูงสุด
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ
71. ข้อใดเป็นตัวอย่างของการปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน
(1) การซื้อของแพงเพื่อความสะดวก
(2) การพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากต่างประเทศ
(3) การใช้ทรัพยากรอย่างไม่ประหยัด
(4) การปลูกผักในบ้านและการทำสวน
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 62. ประกอบ
72. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญกับอะไร
(1) การพัฒนาแบบสมดุล
(2) การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป
(3) การพัฒนาแบบก้าวกระโดด
(4) การพัฒนาแบบรอบคอบ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 58. และ 68. ประกอบ
73. ข้อใดอธิบายคำว่า “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ถูกต้องที่สุด
(1) พอกินเพียงเท่านี้ คือ ไม่ต้องทำอะไรอื่นอีก
(2) หลักเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้ดีในองค์กรภาครัฐ
(3) หลักการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบองค์รวม
(4) หลักเศรษฐกิจพอเพียงมีหลัก คือ ประชาชนไม่ต้องแข่งขันกัน
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 58. ประกอบ
74. ข้อใดคือลักษณะของคนที่ใช้คุณธรรมชี้นำความรู้
(1) สมชายช่วยงานครู เพราะอยากได้คะแนนดี ๆ
(2) เล็กลอกการบ้านเพื่อน เพราะไม่อยากเหนื่อย
(3) มานียอมอดข้าว เพราะจะเอาเงินไปซื้อมือถือเครื่องใหม่
(4) ชัยไปโรงเรียนแต่เช้า เพราะกลัวรถติด
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 10. และ 11. ประกอบ
75. ข้อใดถูกต้อง
(1) จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเกิดขึ้นโดยสังคม
(2) จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติที่เป็นมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพนั้น ๆ เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และมาตรฐานของวิชาชีพ
(3) จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติที่เกิดขึ้นเอง เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และมาตรฐานของวิชาชีพ
(4) จรรยาบรรณ หมายถึง ความประพฤติที่ดีเพื่อรักษาเกียรติคุณ ชื่อเสียงของตนเอง
ตอบ 2 หน้า 34 จรรยาบรรณ (Code of Ethics) หมายถึง หลักความประพฤติที่เป็นมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพนั้น ๆ เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และมาตรฐานของวิชาชีพ
76. นักบัญชีต้องไม่ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลทางการเงิน ถือเป็น
(1) จรรยาบรรณ
(2) คุณธรรม
(3) จริยธรรม
(4) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 34 – 35 จรรยาบรรณเกิดจากการกำหนดร่วมกันโดยกลุ่มวิชาชีพ เพื่อใช้เป็นหลักการสำคัญสำหรับกำกับการประพฤติปฏิบัติในวิชาชีพต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นจรรยาบรรณ จึงหมายถึง พฤติกรรมที่ “ต้อง” ประพฤติ เช่น นักบัญชีต้องไม่ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลทางการเงิน (ความซื่อสัตย์ที่นำมาเป็นข้อกำหนดเฉพาะวิชาชีพ) เป็นต้น
77. จรรยาบรรณผู้ประกอบธุรกิจถูกคิดขึ้นโดยผู้ใด
(1) ผู้ประกอบธุรกิจ
(2) ผู้บริโภค
(3) ผู้รับบริการ
(4) องค์กรที่ดูแลเรื่องการประกอบธุรกิจ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 75. ประกอบ
78. ใครเป็นผู้กำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพ
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) นายกเทศมนตรี
(3) กระทรวงแรงงาน
(4) สมาคมวิชาชีพ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 75. ประกอบ
79. จรรยาบรรณวิชาชีพ หมายถึงข้อใด
(1) หลักการปฏิบัติในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นสุข
(2) หลักสวัสดิการที่พึงได้รับในการประกอบอาชีพ
(3) หลักความประพฤติที่เป็นมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ
(4) หลักความประพฤติที่เหมาะสมกับการสร้างอัตลักษณ์ส่วนบุคคล
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 75. ประกอบ
80. ข้อใดคือความสำคัญของจรรยาบรรณในการสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม
(1) ป้องกันและควบคุมมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพใช้วิชาชีพไปในทางที่ผิด
(2) ปฏิบัติงานในวิชาชีพสำหรับการประกอบวิชาชีพเป็นไปอย่างมีคุณภาพ
(3) ยึดมั่นและปฏิบัติตามจรรยาบรรณ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากสังคม
(4) การปฏิบัติตามหลักการเพื่อตัดสินใจ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งทางจริยธรรม
ตอบ 3 หน้า 34, (ดูคำอธิบายข้อ 42. ประกอบ) ความสำคัญของจรรยาบรรณในการสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม คือ เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพยึดมั่นและปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากสังคม
81. ครูไก่กาแอบอ้างแสดงความเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล ครูไก่กาประพฤติผิดด้านใดบ้าง
(1) คุณธรรม
(2) จริยธรรม
(3) จรรยาบรรณ
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 35 – 36 จากโจทย์ข้างต้น ครูไก่กาประพฤติผิดในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. คุณธรรม คือ ความซื่อสัตย์ (คุณลักษณะหรือหลักยึดภายในจิตใจ)
2. จริยธรรม คือ การไม่ทุจริต ไม่โกหกหลอกลวง (ความซื่อสัตย์ที่แสดงออกมาทางพฤติกรรม)
3. จรรยาบรรณ คือ ครูต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อวิชาชีพ เป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ (จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ)
82. บุคคลใดต่อไปนี้ขาดจรรยาบรรณวิชาชีพครู
(1) ครูอารีย์กล่าวสั่งสอนนักเรียนมาโรงเรียนสาย
(2) ครูนิพัฒน์ชอบให้นักเรียนออกสตางค์ซื้อของกินมาให้
(3) ครูสถาพรให้รางวัลแก่นักเรียนที่สอบวิชาคณิตศาสตร์ได้เป็นอันดับหนึ่งของระดับชั้น
(4) ครูวิชชุดาสอนหนังสือโดยไม่ได้ใช้สื่อออนไลน์ตลอดทั้งคาบเรียน ทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย
ตอบ 2 หน้า 36 จรรยาบรรณวิชาชีพครู มีดังนี้
1. จรรยาบรรณต่อตนเอง ครูต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ครูต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อวิชาชีพ
3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ครูต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
4. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม
5. จรรยาบรรณต่อสังคม ครูพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม
83. พฤติกรรมของผู้ขายสินค้าในข้อใดแสดงว่าขาดจรรยาบรรณสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ
(1) อวดอ้างสรรพคุณเกินความเป็นจริง
(2) ให้ข้อมูลแก่ลูกค้าผ่านระบบออนไลน์
(3) โน้มน้าวให้เห็นความสำคัญของสินค้าและบริการนั้นอย่างมีเหตุผล
(4) อธิบายข้อดีและข้อจำกัดของสินค้าและบริการนั้นอย่างตรงไปตรงมา
ตอบ 1 หน้า 38 – 39 จรรยาบรรณผู้ประกอบธุรกิจประการหนึ่ง คือ ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่เอารัดเอาเปรียบสังคม ต้องคำนึงถึงหลักการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่โฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง อันจะทำให้ผู้รับบริการหลงผิด นอกจากนี้สินค้าต้องได้มาตรฐานและมีราคาเหมาะสม
84. แนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ มุ่งเน้นการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในกี่หมวด
(1) 4 หมวด
(2) 5 หมวด
(3) 7 หมวด
(4) 8 หมวด
ตอบ 3 หน้า 56 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐนำแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ และเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นเกณฑ์ระดับนานาชาติเพื่อประเมินคุณภาพองค์กรมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐใน 7 หมวด ได้แก่
1. การนำองค์กร
2. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
3. การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้
5. การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล
6. การจัดการกระบวนการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
7. ผลลัพธ์การดำเนินได้ตามที่กำหนด
85. ใครไม่มีจรรยาบรรณ
(1) กรเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ รับสอนพิเศษในวิชาที่ตนสอน
(2) แป้งเป็นพยาบาล รับจ้างเฝ้าไข้ตอนกลางคืน
(3) สมศักดิ์เป็นหมอที่เปิดคลินิกในตอนเย็น
(4) เกษมทำงานที่อำเภอ รับขนมที่คนมาติดต่องานเอามาให้เพื่อลัดคิว
ตอบ 4 หน้า 35, (ดูคำอธิบายข้อ 42. ประกอบ) ความสำคัญของจรรยาบรรณในการป้องกันการประพฤติมิชอบ คือ จรรยาบรรณถือเป็นเครื่องมือในการป้องกันและควบคุมมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพใช้วิชาชีพไปในทางที่ผิด
86. ข้อใดถูกต้อง
(1) ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง
(2) บางสิ่งบางอย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้
(3) การค้าขายทำภายในหมู่บ้านเดียวกัน
(4) ไม่มีการค้าขายกับต่างประเทศ
ตอบ 2 หน้า 71, (คำบรรยาย) พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงตอนหนึ่งว่า “…ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้…”
87. ใครใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
(1) นารีซื้อมือถือเครื่องใหม่ เพราะเครื่องเก่าเสีย
(2) ชัยอดข้าวเย็น เพราะจะเอาเงินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม
(3) น้อยกู้เงินมาสร้างฟาร์มเลี้ยงไก่ เพราะเห็นเพื่อนบ้านขายแล้วรวย
(4) นิดซื้อเสื้อตามเพื่อน เพราะเห็นว่าสวยดี
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 60. ประกอบ
88. การเกษตรแบบพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การทำเกษตรอย่างฟุ่มเฟือย
(2) การพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป
(3) การทำเกษตรแบบยั่งยืนและพึ่งพาตนเอง
(4) การใช้สารเคมีในการผลิต
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การเกษตรแบบพอเพียง หรือการเกษตรทฤษฎีใหม่ หมายถึง การทำเกษตรแบบยั่งยืนและพึ่งพาตนเอง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ช่วยให้เกษตรกรจำนวนมากมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น และมีชีวิตที่เป็นสุขตามสมควรแก่อัตภาพ พ้นจากการเป็นหนี้และความยากจน สามารถพึ่งตนเองได้ มีครอบครัวที่อบอุ่นและเป็นสุข
89. การพัฒนาทักษะในชุมชนมีความสำคัญอย่างไรในเศรษฐกิจพอเพียง
(1) เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
(2) ทำให้ชุมชนต้องพึ่งพาผู้อื่น
(3) สร้างความรู้และความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
(4) ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชน ควรเน้นที่การสร้างความร่วมมือและการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก คือ ประชาชนและชุมชนจะต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือชุมชนอื่นจนเกินไป โดยมีการพัฒนาทักษะในชุมชน สร้างความรู้ ความสามารถ และความร่วมมือของชุมชนในการผลิตสินค้าและบริการในลักษณะที่ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยต่าง ๆ ที่ประชาชนหรือชุมชนไม่ได้เป็นเจ้าของ
90. หลักเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยให้มีการพัฒนาอะไร
(1) มุ่งเน้นผลกำไร
(2) มุ่งเน้นการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
(3) มุ่งเน้นการแข่งขัน
(4) มุ่งเน้นความยั่งยืน
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 58. ประกอบ
91. การส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชน ควรเน้นที่ใดเป็นหลัก
(1) การสร้างความร่วมมือและการพึ่งพาตนเอง
(2) การแข่งขันกันในตลาด
(3) การพึ่งพาอุตสาหกรรมใหญ่
(4) การบริโภคอย่างฟุ่มเฟือย
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 89. ประกอบ
92. เศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างไร
(1) ใช้อย่างฟุ่มเฟือย
(2) ใช้อย่างประหยัดและมีคุณค่า
(3) ไม่สนใจทรัพยากร
(4) ใช้ทรัพยากรตามความต้องการ
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างพอดี ใช้อย่างประหยัดและมีคุณค่า เกิดประโยชน์สูงสุด เน้นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งทรัพยากรจากภายนอก โดยไม่เบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป พร้อมกับมีการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
93. การศึกษาในหลักเศรษฐกิจพอเพียง ควรมุ่งเน้นอะไร
(1) การแข่งขันที่สูง
(2) การเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็น
(3) การใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
(4) การไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การศึกษาในหลักเศรษฐกิจพอเพียง ควรเริ่มต้นจากการมุ่งเน้นเสริมสร้างตนเองให้เรียนรู้วิชาการ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้มีความพร้อมรองรับต่อการเปลี่ยนแปลง ต่อผลกระทบในด้านต่าง ๆ
94. การผลิตอาหารแบบพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การผลิตอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ
(2) การผลิตอาหารที่พึ่งพาสารเคมี
(3) การไม่สนใจเรื่องอาหาร
(4) การผลิตอาหารที่เพียงพอและมีคุณภาพ
ตอบ 4 หน้า 72, (คำบรรยาย) การผลิตอาหารแบบพอเพียง หมายถึง การผลิตอาหารที่มีคุณภาพและเพียงพอกับความต้องการบริโภค หากเหลือจึงจะจำหน่ายแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นที่เราต้องการมาจากต่างชุมชนหรือต่างประเทศ
95. การใช้การตลาดแบบพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การแข่งขันเพื่อกำไรสูงสุด
(2) การใช้กลยุทธ์การตลาดที่มีจริยธรรมและยั่งยืน
(3) การไม่ให้ความสำคัญกับลูกค้า
(4) การใช้โฆษณาที่เกินจริง
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การใช้การตลาดแบบพอเพียง หมายถึง การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่มีจริยธรรมและยั่งยืน โดยใช้เครื่องมือทางการตลาดแต่เพียงพอดี มีจริยธรรมในการขายสินค้า ไม่ยัดเยียดผู้บริโภค รวมถึงไม่สร้างจิตสำนึกหรือสร้างความจำเป็นที่เกินพอดีให้กับผู้บริโภค
96. การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในเศรษฐกิจพอเพียง ควรมีลักษณะอย่างไร
(1) ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป
(2) ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
(3) ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี
(4) ใช้เทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสอดคล้องกับพื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้าน ความต้องการ และสภาพแวดล้อมของชุมชน รวมทั้งควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของชุมชนเอง และต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
97. การพึ่งพาตนเองในหลักเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การพึ่งพาผู้อื่น
(2) การพัฒนาความสามารถของตนเอง
(3) ควรหลีกเลี่ยงการเรียนรู้
(4) การทำงานคนเดียว
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การพึ่งพาตนเองในหลักเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การยึดหลักการตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เพื่อให้เกิดความคิดพึ่งตนเอง โดยเน้นการพัฒนาความสามารถของตนเองและใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในการแก้ปัญหา
98. การประหยัดในเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงอะไร
(1) การใช้จ่ายอย่างไม่มีระเบียบ
(2) การใช้จ่ายอย่างมีสติและมีเหตุผล
(3) การไม่สนใจการวางแผนการเงิน
(4) การลงทุนที่ไม่มีการวิเคราะห์
ตอบ 2 หน้า 73, (คำบรรยาย) การประหยัดในเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การใช้จ่ายอย่างมีสติ รอบคอบ มีเหตุผล และชาญฉลาด โดยกำหนดการใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือน และมีเป้าหมายใช้จ่าย 3 ส่วน ออม 1 ส่วน ดังนี้
1. จัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายในครัวเรือน เพื่อให้รู้ภาวะหนี้สิน รายได้ และรายจ่ายของครัวเรือน
2. ควบคุมการใช้จ่ายของครัวเรือน และวางแผนการใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบ โดยจัดทำแผนการใช้จ่ายเงินของครัวเรือน
3. สร้างวินัยการใช้เงิน และออมเงินส่วนที่เหลือจ่าย
4. ไม่สร้างหนี้ ลดภาระหนี้สินของตนเอง
5. ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และรู้เท่าทันกระแสบริโภคนิยม
6. พยายามที่จะลด ละ เลิกอบายมุข
99. การใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลอย่างไร
(1) ลดการพึ่งพาแหล่งทรัพยากรภายนอก
(2) ทำให้เกิดการขาดแคลน
(3) ทำให้เกิดการแข่งขัน
(4) ไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ
100. ความหลากหลายทางเศรษฐกิจในเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชน์อย่างไร
(1) ลดโอกาสในการพัฒนา
(2) ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
(3) ช่วยกระจายความเสี่ยง
(4) เพิ่มความซับซ้อนในระบบเศรษฐกิจ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) ความหลากหลายทางเศรษฐกิจในเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยกระจายความเสี่ยงหรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ จึงนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ โดยมีหลักการคล้ายคลึงกัน คือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเองและสังคม