การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2567
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1301 คุณธรรมคู่ความรู้

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

Advertisement

1. จากผลการวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบแล้วนักศึกษาที่มีคุณธรรมสูงมักมีสิ่งใดมากกว่านักศึกษาที่มีคุณธรรมต่ำ
(1) ผลการเรียนที่ดีกว่า
(2) มีปัญหาชีวิตมากกว่า
(3) มีแฟนมากกว่า
(4) เรียนจบเร็วกว่า
ตอบ 1 หน้า 18, 24 คุณธรรมมีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษาและการทำงาน กล่าวคือ การวิจัยของ Duckworth and Seligman (2005) พบว่า นักศึกษาที่มีวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณธรรมสำคัญจะมีผลการเรียนดีกว่า และประสบความสำเร็จในระยะยาวมากกว่านักศึกษาที่มีคุณธรรมต่ำ ส่วนในด้านการทำงานนั้น องค์กรที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมมีแนวโน้มที่จะมีผลประกอบการที่ดี และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและสังคมมากกว่า

2. ความสงบสุขในสังคมเกิดขึ้นจาก
(1) คนในสังคมมีความเชื่อที่เหมือนกัน
(2) คนในสังคมนับถือศาสนาเดียวกัน
(3) คนในสังคมยึดถือหลักการที่ดีงาม
(4) คนในสังคมคิดแต่ประโยชน์ส่วนตน
ตอบ 3 หน้า 19, (คำบรรยาย) คุณธรรมช่วยสร้างความสงบสุขในสังคม เพราะเมื่อสมาชิกในสังคมมีคุณธรรม ก็จะทำให้คนในสังคมยึดถือหลักการที่ดีงาม ย่อมส่งผลให้สังคมนั้นมีความสงบสุขปราศจากความขัดแย้งและความรุนแรง

3. ความเมตตา หมายถึง
(1) การต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข
(2) การต้องการให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
(3) การยินดีไปกับความสุขของผู้อื่น
(4) การวางเฉย
ตอบ 1 หน้า 22 ความเมตตา ถือเป็นคุณธรรมที่แสดงถึงความปรารถนาดีต่อผู้อื่น การมีน้ำใจ และความเห็นอกเห็นใจ ต้องการให้ผู้อื่นประสบแต่ความสุข ความเมตตาจึงส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในสังคมและทำให้เรารู้สึกดีเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่น เช่น นักศึกษาอาจแสดงความเมตตากรุณาในรูปแบบของการช่วยเหลือเพื่อนที่เรียนไม่ทันหรือไม่เข้าใจบทเรียน เป็นต้น

4. การยอมรับความผิดพลาดของตนเอง เป็นคุณธรรมด้านใด
(1) ความกล้าหาญ
(2) ความรับผิดชอบ
(3) ความอดทน
(4) ความเมตตา
ตอบ 2 หน้า 22 ความรับผิดชอบ คือ การปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ ยอมรับผลจากการกระทำนั้นทางด้านบวกและด้านลบ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ดังนั้นความรับผิดชอบจึงเป็นคุณธรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งในสังคมประชาธิปไตย เนื่องจากทำให้สมาชิกในสังคมตระหนักถึงหน้าที่ของตนและผลกระทบของการกระทำของตนเองที่มีต่อผู้อื่น

5. ข้อใดเป็นคุณธรรมที่ควรส่งเสริมในระบบการศึกษา
(1) การแข่งขันกันอย่างรุนแรง
(2) การช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้น
(3) การโกงข้อสอบ
(4) การใช้ความรุนแรงในโรงเรียน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

6. จริยธรรมเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งได้อย่างไร
(1) ตัดสินใจตามความพอใจของตนเอง
(2) ตัดสินใจตามหลักการที่ถูกต้อง
(3) ตัดสินใจตามความเห็นของคนส่วนใหญ่
(4) ตัดสินใจตามความคาดหวังของผู้บังคับบัญชา
ตอบ 2 หน้า 32 ความสำคัญของจริยธรรมประการหนึ่ง คือ ช่วยแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งในสังคม เพราะการมีจริยธรรมทำให้รู้จักหันหน้าเข้าหากัน และตัดสินใจโดยอ้างอิงตามหลักการที่ถูกต้องซึ่งยึดถือร่วมกัน จึงช่วยให้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ตามควร

7. “ความรู้คู่คุณธรรม” หมายถึงอะไร
(1) การเรียนรู้แต่เพียงอย่างเดียว
(2) การเรียนรู้พร้อมกับการมีคุณธรรม
(3) การปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม
(4) การมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
ตอบ 2 หน้า 50, (คำบรรยาย) “ความรู้คู่คุณธรรม” หรือ “คุณธรรมคู่ความรู้” หมายถึง การรวมเอาความรู้และคุณธรรมมาใช้ควบคู่กัน เพื่อให้การใช้ความรู้นั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและส่วนรวม เนื่องจากการมีแต่ความรู้โดยปราศจากคุณธรรมอาจก่อให้เกิดการใช้ความรู้ในทางที่ผิดได้ เช่น การใช้ความรู้เพื่อหลอกลวงและเอาเปรียบผู้อื่น, เก่งแต่ไม่มีความรับผิดชอบ เป็นต้น ดังนั้นการมีคุณธรรมจะเป็นการกำกับให้ผู้มีความรู้ใช้ความรู้ไปในทางที่ถูกต้องและดีงาม

8. นักศึกษาคนใดปฏิบัติตามจริยธรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริต
(1) ฟ้าสวยทำรายงาน โดยมีการอ้างอิงผู้อื่น
(2) ฟ้าใสให้เพื่อนลอกการบ้าน
(3) ฟ้าภาเข้าเรียนสม่ำเสมอ
(4) ฟ้าฝนลอกข้อสอบ
ตอบ 1 (เอกสาร บทที่ 3), (คำบรรยาย) หลักจริยธรรมพื้นฐานสำหรับนักศึกษา ได้แก่
1. ความซื่อสัตย์สุจริต เช่น การไม่คดโกง ไม่ลอกการบ้านหรือข้อสอบ การอ้างอิงผลงานทางวิชาการอย่างถูกต้อง ฯลฯ
2. ความรับผิดชอบ เช่น การส่งงานตรงเวลา การเข้าเรียนสม่ำเสมอ ฯลฯ
3. การเคารพสิทธิของผู้อื่น เช่น การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ฯลฯ
4. ความมีวินัย เช่น การปฏิบัติตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย การตรงต่อเวลา ฯลฯ
5. ความเมตตากรุณา เช่น การช่วยเหลือเพื่อนที่ลำบาก การมีจิตอาสาช่วยส่วนรวม ฯลฯ

9. ความรู้เชิงจริยธรรม หมายถึงข้อใด
(1) การรู้ถึงการกระทำที่ผิด/ถูก, ควร/ไม่ควร
(2) ความพึงพอใจ/ไม่พอใจ, ชอบ/ไม่ชอบ
(3) การเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 33 องค์ประกอบของจริยธรรมตามแนวคิดของโคลเบิร์ก (Kohlberg, 1976) จะมีอยู่ 3 ประการ ดังนี้
1. ความรู้เชิงจริยธรรม คือ การมีความรู้ว่าอะไรถูก/อะไรผิด, อะไรควร/อะไรไม่ควรทำ
2. ทัศนคติเชิงจริยธรรม คือ ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทางจริยธรรม เช่น ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจ, ชอบ/ไม่ชอบ เป็นต้น
3. พฤติกรรมเชิงจริยธรรม คือ การกระทำหรือการแสดงออกทางจริยธรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น

10. ข้อใดถูกต้อง
(1) จริยธรรมสำคัญกว่าคุณธรรม
(2) จริยธรรมเป็นฐานของคุณธรรม
(3) คุณธรรมและจริยธรรมเป็นฐานของกันและกัน
(4) คุณธรรมเป็นฐานของจริยธรรม
ตอบ 4 หน้า 30 พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) (2546) ได้อธิบายความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของคุณธรรมและจริยธรรมว่า คุณธรรมเป็นฐานของจริยธรรม จริยธรรมเป็นพื้นฐานของจิตใจแล้ว ก็จะแสดงออกเป็นความประพฤติที่ดีงามอันเป็นจริยธรรม

11. จริยธรรมในวัฒนธรรม หมายถึงข้อใด
(1) วิถีชีวิตและการกระทำที่เหมาะสมของผู้ศรัทธา
(2) มาตรฐานและจรรยาบรรณที่กำหนดในแต่ละอาชีพ
(3) การกระทำที่สะท้อนถึงค่านิยมและวิถีชีวิตของคนในชาติ
(4) การพิจารณาหลักการทางศีลธรรมและเหตุผลในการตัดสินใจ
ตอบ 3 หน้า 32 จริยธรรมในวัฒนธรรม คือ วัฒนธรรมไทยมีจริยธรรมหรือการกระทำที่สะท้อนถึงค่านิยมและวิถีชีวิตของคนไทย เช่น ความกตัญญู ความมีน้ำใจ และความเคารพผู้อาวุโส

12. เหตุใดจึงกล่าวว่า “การวัดจริยธรรมเป็นเรื่องยาก”
(1) คำจำกัดความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางศาสนา
(2) จริยธรรมเป็นเรื่องที่ศึกษาและเข้าใจได้เฉพาะบุคคล
(3) คำจำกัดความและพฤติกรรมที่แสดงออกมามีความหลากหลาย
(4) เครื่องมือในการวัดพฤติกรรมด้านจริยธรรมนิยมใช้เพียงแบบสอบถามเท่านั้น
ตอบ 3 หน้า 31, (คำบรรยาย) การวัดจริยธรรมเป็นเรื่องยาก เนื่องจากจริยธรรมมีคำจำกัดความและพฤติกรรมที่แสดงออกมามีความหลากหลายตามบริบททางวัฒนธรรมและสังคมที่แตกต่างกัน ทำให้การกำหนดมาตรฐานกลางเป็นเรื่องท้าทาย เพราะสิ่งที่ถือว่ามีจริยธรรมในวัฒนธรรมหนึ่งอาจไม่ถือว่าเป็นเช่นนั้นในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง

13. ข้อใดไม่ถูกต้อง
(1) จริยธรรมมีลักษณะเป็นรูปธรรมที่สังเกตได้ เช่น การไม่ลักขโมย การช่วยเหลือผู้อื่น
(2) จริยธรรมมักเกิดจากแนวทางปฏิบัติของสังคม
(3) จริยธรรมใช้การสังเกตพฤติกรรมหรือการแสดงออกเป็นระยะเวลานานเพื่อประเมิน
(4) จริยธรรม คือ คุณงามความดีที่เป็นธรรมชาติอยู่ในจิตใจ
ตอบ 4 หน้า 31 คุณธรรม หมายถึง คุณความดีที่เป็นธรรมชาติอยู่ในจิตใจ เป็นความดีงามทางความประพฤติและจิตใจ เป็นสภาพคุณงามความดี (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นถูกต้อง)

14. การที่นักศึกษาเลือกที่จะไม่ลอกการบ้านเพื่อน แสดงถึงคุณธรรมด้านใด
(1) ความซื่อสัตย์
(2) ความอดทน
(3) ความเมตตา
(4) ความกล้าหาญ
ตอบ 1 หน้า 21 ความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งสำหรับนักศึกษานั้นมักเกี่ยวข้องกับการเรียนเป็นส่วนใหญ่ เช่น การไม่ลอกการบ้านหรือข้อสอบ รวมทั้งการประพฤติตนในสังคม เช่น การพูดความจริง ไม่พูดเท็จหรือโกหกหลอกลวง และการรักษาคำมั่นสัญญา เป็นต้น

15. ข้อใดเป็นคุณธรรมที่นักศึกษาควรยึดถือในการเรียนรู้
(1) ความเมตตาและความซื่อสัตย์
(2) ความหลอกลวงและการเอาเปรียบ
(3) ความละเลยและการดูถูกผู้อื่น
(4) ความยากลำบากและความเกลียดชัง
ตอบ 1 หน้า 21 – 23 องค์ประกอบสำคัญของคุณธรรมในสังคมไทยที่บุคคลควรยึดถือ มีดังนี้
1. ความซื่อสัตย์สุจริต
2. ความเมตตากรุณา
3. ความอดทน
4. ความรับผิดชอบ
5. ความเสียสละ
6. ความกตัญญู

16. การเรียนรู้โดยปราศจากคุณธรรมจะส่งผลอย่างไร
(1) ทำให้เกิดคนเก่ง แต่ไม่มีความรับผิดชอบ
(2) ทำให้มีความน่าเชื่อถือในสังคม
(3) ทำให้เกิดความเคารพและความไว้วางใจ
(4) ทำให้เกิดการยอมรับในสังคม
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

17. ข้อใดเป็นการแสดงถึงการใช้ความรู้ในทางที่ผิด
(1) ใช้ความรู้เพื่อพัฒนาความสามารถของตนเอง
(2) ใช้ความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
(3) ใช้ความรู้เพื่อหลอกลวงและเอาเปรียบ
(4) ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาสังคม
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

18. บุคคลในข้อใดถือเป็นผู้มีคุณธรรมและความรู้
(1) เทนนิสให้เพื่อนลอกข้อสอบ
(2) ปิงปองเข้าสอบแทนเพื่อน
(3) บาสเก่งวิชาคณิตศาสตร์ จึงเปิดสอนพิเศษให้เพื่อน
(4) บอลเป็นครู โดยจะบอกข้อสอบให้นักเรียนที่เรียนพิเศษกับตนเองเท่านั้น
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

19. “การศึกษาเพื่อความยั่งยืน (Education for Sustainability) ที่ส่งเสริมการใช้ความรู้อย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” เป็นการใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมด้านใด
(1) การแบ่งปันความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
(2) ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
(3) การพิจารณาผลกระทบทางสังคม
(4) จริยธรรมวิชาชีพ
ตอบ 2 หน้า 46 การใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมประการหนึ่ง คือ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามแนวคิดของ Orr (2004) เขาได้กล่าวถึงการใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นถึงความสำคัญของ “การศึกษาเพื่อความยั่งยืน (Education for Sustainability) ที่ส่งเสริมการใช้ความรู้อย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม”

20. ข้อใดคือประโยชน์ของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(1) มีความสามารถในการปรับตัว
(2) ได้รับความชื่นชมจากสังคม
(3) มีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์ได้มาก
(4) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 44 ความรู้กับการพัฒนาตนเองและสังคมประการหนึ่ง คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งตามแนวคิดของ Know.es (1975) เกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self – directed Learning) ชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องจะสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

21. บุคคลใดใช้ความรู้ในการพัฒนาตนเอง
(1) ชบานั่งอธิษฐานให้ตนเองเป็นคนเก่งและร่ำรวย
(2) กุหลาบปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
(3) มะลิโมโหและถ่ายคลิป เมื่อมีผู้ขับรถยนต์ปาดหน้ารถตนเอง
(4) โบตั๋นมักแสดงความคิดเห็นและไม่ยอมรับ เมื่อผู้อื่นคิดเห็นไม่เหมือนกับตน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 20. ประกอบ

22. “การรณรงค์ให้สังคมเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณธรรมควบคู่กับความรู้ ผ่านสื่อและกิจกรรมสาธารณะ” เป็นแนวทางแก้ไขและป้องกันอิทธิพลของวัตถุนิยมและความสำเร็จส่วนตัวในข้อใด
(1) ปฏิรูประบบการศึกษา
(2) สร้างแรงจูงใจทางสังคม
(3) สร้างความตระหนักรู้ในสังคม
(4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
ตอบ 3 หน้า 47 แนวทางการแก้ไขและป้องกันอิทธิพลของสื่อที่นำเสนอค่านิยมที่เน้นวัตถุนิยมและความสำเร็จส่วนตัวประการหนึ่ง คือ การสร้างความตระหนักรู้ในสังคม โดยการรณรงค์ให้สังคมเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณธรรมควบคู่กับความรู้ ผ่านสื่อและกิจกรรมสาธารณะ

23. นักบัญชีต้องไม่ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลทางการเงิน ถือเป็น
(1) จรรยาบรรณ
(2) คุณธรรม
(3) จริยธรรม
(4) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 34 – 35, (คำบรรยาย) จรรยาบรรณเกิดมาจากการกำหนดร่วมกันโดยกลุ่มวิชาชีพ เพื่อใช้เป็นหลักการสำคัญสำหรับการประพฤติปฏิบัติในวิชาชีพต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นจรรยาบรรณ จึงหมายถึง พฤติกรรมที่ “ต้อง” ประพฤติ เช่น นักบัญชีต้องไม่ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลทางการเงิน (ความซื่อสัตย์ที่นำมาเป็นข้อกำหนดเฉพาะวิชาชีพ), นักกีฬาอาชีพจะต้องไม่ใช้สารกระตุ้นในการแข่งขัน เป็นต้น

24. ข้อใดไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาคุณธรรมและความรู้
(1) สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
(2) ความรู้และวิทยาการที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
(3) การขาดแบบอย่างที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตาม
(4) แนวคิดเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่มุ่งเน้นการแข่งขันหารายได้
ตอบ 2 หน้า 47 ปัญหาและอุปสรรคในการบูรณาการความรู้และคุณธรรม มีดังนี้
1. ระบบการศึกษาเน้นความรู้มากกว่าคุณธรรม
2. สภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
3. การแข่งขันทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่มุ่งเน้นการแข่งขันหารายได้
4. การขาดแบบอย่างที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตาม

25. ครูในข้อใดเป็นผู้มีจรรยาบรรณต่อสังคม
(1) ครูหนึ่งเผาธงชาติไทย เพื่อประท้วงการทำงานของรัฐบาล
(2) ครูสองขายของให้นักเรียนในชั้นเรียน
(3) ครูสามอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
(4) ครูสี่เรียกรับเงินบริจาคเพื่อแลกกับการรับนักเรียนเข้าเรียน
ตอบ 3 หน้า 36 จรรยาบรรณวิชาชีพครูต่อสังคม คือ ครูพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

26. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณผู้ประกอบธุรกิจ
(1) ผู้ประกอบธุรกิจต้องเอารัดเอาเปรียบผู้ร่วมงาน
(2) ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ถือหุ้น
(3) ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่เอารัดเอาเปรียบพนักงาน
(4) ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่เอารัดเอาเปรียบผู้จัดส่งวัตถุดิบ
ตอบ 1 หน้า 38 – 39 การดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องมีจรรยาบรรณผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ทุก ๆ ฝ่ายได้รับผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้รับบริการและพนักงาน (ผู้ร่วมงาน) ตลอดจนต้องจัดสรรปันส่วนกำไรโดยชอบธรรมแก่หุ้นส่วนหรือผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเกิดความยั่งยืน (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นถูกต้อง)

27. ใครเป็นผู้กำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพ
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) นายกเทศมนตรี
(3) กระทรวงแรงงาน
(4) สมาคมวิชาชีพ
ตอบ 4 หน้า 34 จรรยาบรรณ (Code of Ethics) หมายถึง หลักความประพฤติที่เป็นมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพนั้น ๆ เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และมาตรฐานของวิชาชีพ

28. ข้อใดเป็นหลักการของธรรมาภิบาลที่สำคัญที่สุด
(1) ความรอบคอบ
(2) ความรับผิดชอบ
(3) ความยุติธรรม
(4) ความรวดเร็วในการทำงาน
ตอบ 2 หน้า 57 – 58, (คำบรรยาย) หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีสามารถจัดหมวดหมู่เป็น 4 หลักการสำคัญ ดังนี้
1. การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ประกอบด้วย หลักประสิทธิภาพ, หลักประสิทธิผล และหลักการตอบสนอง
2. ค่านิยมประชาธิปไตย ประกอบไปด้วย หลักความเปิดเผย/โปร่งใส, หลักภาระรับผิดชอบ/สามารถตรวจสอบได้, หลักนิติธรรม และหลักความเสมอภาค
3. ประชารัฐ ประกอบด้วย หลักการมีส่วนร่วม/การมุ่งเน้นฉันทามติ และหลักกระจายอำนาจ
4. ความรับผิดชอบทางการบริหาร ประกอบด้วย หลักคุณธรรม/จริยธรรม (ถือเป็นหลักการของธรรมาภิบาลที่สำคัญที่สุด)

29. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการรักษาจรรยาบรรณ
(1) ป้องกันการประพฤติมิชอบ
(2) เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ถูกต้องและเหมาะสม
(3) ผู้มีจรรยาบรรณย่อมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อสังคม
(4) เป็นแบบอย่างของผู้ที่ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาและควรได้รับการยกย่อง
ตอบ 4 หน้า 34 – 35 จรรยาบรรณวิชาชีพเป็นหลักประกันและแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพประพฤติปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสม อันจะธำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ซึ่งความสำคัญของจรรยาบรรณต่อวิชาชีพและสังคมมีอยู่หลายด้าน ดังนี้
1. รักษามาตรฐานวิชาชีพ
2. สร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม
3. ป้องกันการประพฤติมิชอบ
4. ส่งเสริมเกียรติภูมิของวิชาชีพ
5. เป็นแนวทางในการตัดสินใจ

30. ใครต่อไปนี้เป็นผู้ที่มีจรรยาบรรณ
(1) สมใจบอกข้อสอบนักเรียน เพราะกลัวนักเรียนสอบตก
(2) สมบัติไม่ใช้สารกระตุ้นในการแข่งขัน
(3) เกียรติอดนอน เพราะอยากทำงานให้เสร็จ
(4) แป้งไม่กินข้าวเย็น เพราะกลัวน้ำหนักขึ้นแล้วจะไม่มีใครจ้างไปเล่นละคร
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ

31. ข้อใดคือผลลัพธ์ที่เกิดจากธรรมาภิบาลที่ดี
(1) การแสวงหาผลประโยชน์จากสังคม
(2) การสูญเสียความน่าเชื่อถือ
(3) การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
(4) ความไว้วางใจจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ตอบ 4 (คำบรรยาย) การมีธรรมาภิบาลที่ดีในองค์กรส่งผลดีหลายประการ ดังนี้
1. สร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
3. ลดความเสี่ยงจากการทุจริต
4. ส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
5. สร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
6. สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว ฯลฯ

32. ข้อใดไม่ใช่หลักความโปร่งใส
(1) การร่วมตรวจสอบของสมาคมวิชาชีพ/สื่อมวลชนในโครงการต่าง ๆ
(2) การจัดให้มีการบริหารจัดการด้านการควบคุมภายในที่ดี
(3) การเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัย
(4) การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา
ตอบ 2 หน้า 60 – 61 “หลักความโปร่งใส” ตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การปฏิบัติงานราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น ถูกต้อง และเชื่อถือได้ให้ประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอ วางระบบให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นไปได้โดยง่าย ตลอดจนมีกระบวนการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบ และชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัย เช่น มีระบบการตรวจสอบภายในที่ครบถ้วน, การร่วมตรวจสอบของสมาคมวิชาชีพ/สื่อมวลชนในโครงการต่าง ๆ ฯลฯ

33. ข้อใดไม่ใช่การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่
(1) หลักประสิทธิผล
(2) หลักการตอบสนอง
(3) หลักประสิทธิภาพ
(4) หลักภาระรับผิดชอบ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 28. ประกอบ

34. ข้อใดไม่ใช่หลักธรรมาภิบาล
(1) ความโปร่งใส
(2) การมีส่วนร่วม
(3) การควบคุมการแสวงหาผลกำไร
(4) การตรวจสอบได้
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 28. ประกอบ

35. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
(1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
(2) มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
(3) ประชาชนได้รับการตอบสนองความต้องการ
(4) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์
ตอบ 2 หน้า 54 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ได้กำหนดขอบเขตเป้าหมายของคำว่า “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังนี้
1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3. ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจรัฐ
4. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ

36. การเอาเปรียบผู้บริโภคหรือผู้รับบริการ ย่อมส่งผลเสียต่อผู้ประกอบธุรกิจอย่างไร
(1) เกิดการคอร์รัปชันภายในหน่วยงาน
(2) สินค้าและบริการจะมีคุณภาพลดลงอย่างมาก
(3) ขาดความไว้วางใจจากผู้บริโภคหรือผู้รับบริการที่จะไม่สนับสนุนอีกต่อไป
(4) ผู้ประกอบธุรกิจจะขาดความน่าเชื่อถือ และทำให้เกิดภาวะการขาดทุนทางธุรกิจ
ตอบ 3 หน้า 38, (คำบรรยาย) จรรยาบรรณผู้ประกอบธุรกิจประการหนึ่ง คือ ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคหรือผู้รับบริการ ได้แก่ การไม่ใช้สินค้าปลอมหรือปลอมปนสินค้าเพื่อลดต้นทุนในการผลิต ไม่กักตุนสินค้าเพื่อฉวยโอกาสในการขึ้นราคา และไม่ค้ากำไรเกินควร เพราะย่อมส่งผลให้ขาดความไว้วางใจจากผู้บริโภคหรือผู้รับบริการที่จะไม่สนับสนุนอีกต่อไป

37. “การไม่เลือกปฏิบัติ” ตามหลักธรรมาภิบาล มีความหมายว่าอย่างไร
(1) พิจิตรแสดงบัญชีรายรับ/รายจ่ายของหน่วยงานให้ทุกคนรับทราบ
(2) พินัยปฏิบัติกับบุคลากรในหน่วยงานอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกัน
(3) พิริยาจัดประชุมทุกเดือน เพื่อแจ้งผลการดำเนินงานของหน่วยงาน
(4) พิมพ์วดีประกาศนโยบายไม่รับของขวัญตามเทศกาลต่าง ๆ จากผู้ใต้บังคับบัญชา
ตอบ 2 หน้า 61, (คำบรรยาย) การไม่เลือกปฏิบัติ (Non – discrimination) ตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อทุกคน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ สถานะทางสังคม หรือคุณสมบัติอื่นๆ ซึ่งหลักการนี้เป็นส่วนสำคัญของธรรมาภิบาล เพราะส่งเสริมความเสมอภาค และป้องกันการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการไม่ไว้วางใจในระบบ

38. ข้อใดเป็นผลจากการมีธรรมาภิบาลที่ดีในองค์กร
(1) เพิ่มความสามารถในการปกปิดข้อมูล
(2) ทำให้ไม่มีการตรวจสอบการทำงาน
(3) เพิ่มอำนาจในการบริหารของฝ่ายเดียว
(4) ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทุจริต
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 31. ประกอบ

39. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – 2509) เน้นการพัฒนาเรื่องใด
(1) การลงทุนในสิ่งก่อสร้างขั้นพื้นฐาน
(2) การกระจายรายได้และบริการทางสังคม
(3) เตรียมความพร้อมของคนและระบบให้มีภูมิคุ้มกัน
(4) ขยายการผลิตปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
ตอบ 1 หน้า 70, (คำบรรยาย) ประเทศไทยเริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – 2509) โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก และมุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การคมนาคมขนส่ง ระบบชลประทาน และพลังงานไฟฟ้า เพื่อปูทางสำหรับการลงทุนภาคเอกชน และส่งเสริมการผลิตภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

40. “ทำอะไรให้เหมาะสมกับฐานะของตัวเอง” พระราชบัญญัติในรัชกาลที่ 9 ดังที่กล่าวมา สอดคล้องกับสำนวนในข้อใด
(1) เอาเมือซุกหีบ
(2) นกน้อยทำรังแต่พอตัว
(3) ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม
(4) คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล
ตอบ 2 หน้า 71, (คำบรรยาย) พระราชดำรัสในรัชกาลที่ 9 ที่ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง ความหมายคือ ทำอะไรให้เหมาะสมกับฐานะของตัวเอง…” จะตรงกับสำนวน “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” หมายถึง การรู้จักประมาณตน ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เหมาะสมกับฐานะและกำลังของตน ไม่ทำอะไรเกินตัวหรือโอ้อวด (ส่วน “เอามือซุกหีบ” = หาเรื่องเดือดร้อนหรือความลำบากใส่ตัวโดยใช่ที่, “ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงาม” = ค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำแล้วจะสำเร็จผล, “คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” = ออกทะเลอย่าประมาททะเล เพราะอาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ)

41. ข้อใดเป็นนิยามของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
(1) กลไกตลาดเสรี
(2) มีสิทธิในการหากำไร
(3) สิทธิในการสะสมทรัพย์สิน
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 67 หลักเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมีหลักการ คือ สิทธิในการหากำไร สิทธิในการสะสมทรัพย์สิน กลไกตลาดเสรี และการที่รัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุนให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกบริโภค กล่าวกันว่า ระบบทุนนิยมนี้อาจไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นระบบที่สามารถจัดการระบบเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตและก้าวหน้าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

42. วิกฤตที่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศมาลงทุนมากมายในประเทศไทย ประมาณปี พ.ศ. 2540 เรียกว่าอะไร
(1) วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง
(2) วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์
(3) วิกฤตการณ์โรคระบาด
(4) วิกฤตการณ์หนี้สาธารณะ
ตอบ 1 หน้า 68 – 69 ในประเทศไทยเคยเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี พ.ศ. 2540 หรือเรียกว่า “วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง” อันเกิดจากการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศมาลงทุนมากมายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ประเทศไทยต้องลอยตัวค่าเงินบาทวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 เศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำลงอย่างมาก และความต้องการซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด

43. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยอะไรบ้าง
(1) 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
(2) 3 ห่วง 3 เงื่อนไข
(3) 2 ห่วง 2 เงื่อนไข
(4) 2 ห่วง 3 เงื่อนไข
ตอบ 1 หน้า 73 – 74 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ความพอเพียงประกอบไปด้วย 3 คุณลักษณะ (3 ห่วง) ซึ่งได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง นอกจากนี้การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องอาศัย 2 เงื่อนไข ได้แก่
1. เงื่อนไขความรู้ คือ รอบคอบ รอบรู้ ระมัดระวัง
2. เงื่อนไขคุณธรรม คือ ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน สติปัญญา แบ่งปัน

44. เศรษฐกิจแบบทุนนิยม คือข้อใด
(1) รัฐบาลเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่ แต่ยังคงให้เอกชนมีสิทธิในการยึดครองทรัพย์สินส่วนตัว
(2) เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต มีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่
(3) รัฐบาลและเอกชนรับผิดชอบร่วมกันในการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
(4) รัฐเป็นเจ้าของทุนและปัจจัยการผลิตทุกชนิด
ตอบ 2 หน้า 67, (คำบรรยาย) หลักการของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คือ ผู้คนสามารถสร้างความร่ำรวยโดยลงทุนเพื่อผลิตสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องการ จึงทำให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนและการหมุนเวียนของเงินขึ้นในประเทศ โดยรัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุนสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น สร้างถนนเพื่อการขนส่ง, ผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนโรงงาน, รักษาระเบียบการค้าเจรจาต่อรองการค้ากับต่างประเทศ และอื่น ๆ ส่วนเอกชนจะเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต และมีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

45. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญกับอะไร
(1) การพัฒนาแบบสมดุล
(2) การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป
(3) การพัฒนาแบบก้าวกระโดด
(4) การพัฒนาแบบรอบคอบ
ตอบ 1 หน้า 70 หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักปรัชญาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบองค์รวม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบสมดุลและยั่งยืน จึงเป็นหลักปรัชญาทางด้านเศรษฐกิจแบบหนึ่ง คือ เป็นหลักปรัชญา หมายถึง แนวคิด ส่วนคำว่า “เศรษฐกิจ” หมายถึง ระบบการผลิต การแลกเปลี่ยน และการบริโภค ทำให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรต่าง ๆ

46. ความหลากหลายทางเศรษฐกิจในเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชน์อย่างไร
(1) ลดโอกาสในการพัฒนา
(2) ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
(3) เพิ่มความซับซ้อนในระบบเศรษฐกิจ
(4) ช่วยกระจายความเสี่ยง
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ความหลากหลายทางเศรษฐกิจในเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยกระจายความเสี่ยงหรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ จึงนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ โดยมีหลักการคล้ายคลึงกัน คือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเองและสังคม

47. การใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงช่วยลดปัญหาใดได้บ้าง
(1) ความยากจน
(2) การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
(3) การขาดแคลนทรัพยากร
(4) ความรุนแรงในสังคม
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การใช้แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถช่วยลดปัญหาความยากจนได้หลายด้าน เช่น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยการยึดหลักความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัว ทำให้สามารถลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกและสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

48. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดเกี่ยวกับอะไร
(1) สังคม
(2) การเรียน
(3) เศรษฐกิจ
(4) การใช้ชีวิตคู่
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ

49. ผู้ใดปฏิบัติตามเงื่อนไขความรู้ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(1) บีแบ่งปันของที่ตนไม่ใช้ให้ผู้อื่นอยู่เสมอ
(2) เอฟเก็บขยะ แยกขยะ และนำขยะกลับมาใช้ใหม่
(3) โอตั้งใจปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาในพื้นที่เกษตรของตน
(4) เอมีความระมัดระวังรอบคอบในการทำงานเป็นอย่างมาก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 43. ประกอบ

50. ข้อใดอธิบายคำว่า “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ถูกต้องที่สุด
(1) พอกินเพียงเท่านี้ คือ ไม่ต้องทำอะไรอื่นอีก
(2) หลักการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบองค์รวม
(3) หลักเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้ดีในองค์กรภาครัฐ
(4) หลักเศรษฐกิจพอเพียงมีหลัก คือ ประชาชนไม่ต้องแข่งขันกัน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ

51. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(1) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
(2) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของเกษตรกรรม
(3) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคมเท่านั้น
(4) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจเท่านั้น
ตอบ 1 หน้า 74, (คำบรรยาย) การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจะนำไปสู่การสร้างความก้าวหน้าอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนทั้งในด้านชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

52. เป้าหมายของการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชุมชน คือข้อใด
(1) สามารถพึ่งตนเองได้
(2) รู้จักใช้ทรัพยากรที่นำเข้าจากต่างประเทศ
(3) ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล
(4) ทำตามนโยบายของรัฐบาล
ตอบ 1 หน้า 68 – 73, (คำบรรยาย) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญเด่นชัดในช่วงปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา เพราะเป็นแนวคิดเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้ ซึ่งคนไทยสามารถเลี้ยงชีพด้วยแนวคิดเศรษฐกิจในการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่ง “ทางสายกลาง และความไม่ประมาท” เช่น การปลูกผักในบ้านและการทำสวน เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน เป็นต้น

53. ผู้ใดในข้อต่อไปนี้ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
(1) นารีซื้อมือถือเครื่องใหม่ เพราะเครื่องเก่าเสีย
(2) ชัยอดข้าวเย็น เพราะจะเอาเงินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม
(3) น้อยกู้เงินมาสร้างฟาร์มเลี้ยงไก่ เพราะเห็นเพื่อนบ้านขายแล้วรวย
(4) นิดซื้อเสื้อตามเพื่อน เพราะเห็นว่าสวยดี
ตอบ 1 หน้า 73 เศรษฐกิจพอเพียง คือ ความไม่ประมาท การเติบโตด้วยความระมัดระวัง ไม่ก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น ใช้จ่ายให้น้อยกว่ารายได้ และมีเก็บออมเพื่อเกษียณ โดยต้องเข้าใจเรื่องการดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง จะทำสิ่งใดก็ควรทำให้พอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป เช่น การใช้จ่ายไม่ควรประหยัดมากเกินไปจนอดอยากหรือร่างกายขาดสารอาหาร แต่ก็ไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินไปเช่นกัน ต้องบริโภคตามความจำเป็นภายใต้ขอบเขตจำกัดของรายได้ เป็นต้น

54. มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดการเรียนการสอนขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2511
(2) พ.ศ. 2512
(3) พ.ศ. 2513
(4) พ.ศ. 2514
ตอบ 4 หน้า 2 มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดการเรียนการสอนขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ในระยะเริ่มแรกนั้นมีการเปิดการเรียนการสอน 4 คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 4 คณะนับว่าเป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

55. บุคคลในข้อใดปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(1) ฟ้ายืมเงินเพื่อน เมื่อเงินไม่พอ
(2) ลมซื้อของตามความจำเป็นของตัวเอง
(3) ฝนซื้อของทุกอย่างที่อยากได้
(4) น้ำได้เงินมาก็เนมาเก็บจนหมด ไม่ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 53. ประกอบ

56. รัฐบาลเปิดมหาวิทยาลัยรามคำแหงเพื่อ
(1) แก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน
(2) แก้ไขปัญหาขาดแคลนที่เรียนในสถาบันอุดมศึกษา
(3) แก้ไขปัญหาทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ
(4) แก้ไขปัญหาการทำมาหากินของกลุ่มชนชั้นนำของประเทศ
ตอบ 2 หน้า 1 – 2, (คำบรรยาย) มหาวิทยาลัยรามคำแหงก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนที่เรียนในสถาบันอุดมศึกษา โดยก่อตั้งเป็นสถาบันการศึกษาแบบ “ตลาดวิชา” หมายถึง การเปิดรับนักศึกษาโดยไม่มีการสอบคัดเลือกและไม่จำกัดจำนวน (แต่ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยรามคำแหงยังคงใช้ระบบ “ตลาดวิชา” (ไม่จำกัดรับ) ควบคู่ไปกับระบบจำกัดจำนวน (Selective System) ในบางหลักสูตรหรือโครงการพิเศษ)

57. ข้อใดอธิบายคำว่า “ตลาดวิชา” ถูกต้องที่สุด
(1) มหาวิทยาลัยแบบจำกัดรับ
(2) มหาวิทยาลัยแบบรับจำกัด
(3) มหาวิทยาลัยแบบไม่ตร้องสอบเข้า
(4) มหาวิทยาลัยแบบไม่มีการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัย
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 56. ประกอบ

58. มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปัจจุบันเป็นระบบ
(1) จำกัดรับ
(2) ไม่จำกัดรับ
(3) ทั้งจำกัดรับและไม่จำกัดรับ
(4) จำกัดรับเป็นบางกลุ่ม
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 56. ประกอบ

59. ในปัจจุบันคณะใดที่ไม่เปิดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย
(1) คณะวิทยาศาสตร์
(2) คณะพยาบาลศาสตร์
(3) คณะพาณิชยศาสตร์
(4) คณะศึกษาศาสตร์
ตอบ 3 หน้า 6 ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดการเรียนการสอน 14 คณะ ได้แก่
1. คณะนิติศาสตร์ (พ.ศ. 2514)
2. คณะบริหารธุรกิจ (พ.ศ. 2514)
3. คณะมนุษยศาสตร์ (พ.ศ. 2514)
4. คณะศึกษาศาสตร์ (พ.ศ. 2514)
5. คณะรัฐศาสตร์ (พ.ศ. 2516)
6. คณะวิทยาศาสตร์ (พ.ศ. 2517)
7. คณะเศรษฐศาสตร์ (พ.ศ. 2518)
8. คณะวิศวกรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2540)
9. คณะศิลปกรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2550)
10. คณะสาธารณสุขศาสตร์ (พ.ศ. 2551)
11. คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (พ.ศ. 2552)
12. คณะทัศนมาตรศาสตร์ (พ.ศ. 2555)
13. คณะสื่อสารมวลชน (พ.ศ. 2555)
14. คณะพยาบาลศาสตร์ (พ.ศ. 2566)

60. ข้อใดไม่ใช่ภารกิจของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(1) ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
(2) บริการวิชาการแก่สังคม
(3) ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม
(4) สร้างความเป็นเลิศในการเรียนรู้
ตอบ 4 หน้า 3 มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ปฏิบัติภารกิจหลักทั้ง 4 ประการของสถาบันอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้แก่
1. การจัดการเรียนการสอน
2. การวิจัย
3. การบริการทางวิชาการแก่สังคม
4. การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
(ต่อมามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เพิ่มภารกิจที่ 5 คือ มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม)

61. มหาวิทยาลัยรามคำแหงเขตบางนา มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
(1) สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติบางนา
(2) สาขาหัวหมาก 2
(3) วิทยาเขตปัจฉิมสวัสดิ์ – สุวรรณณภาศรี
(4) สาขาวิทยบริการวิโรจน์ สกลศรี
ตอบ 3 หน้า 6 มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เปิดวิทยาเขตที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ที่แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ชื่อว่า “วิทยาเขตปัจฉิมสวัสดิ์ – สุวรรณณภาศรี” (รามคำแหง 2 – บางนา)

62. คำว่า “อัตลักษณ์” (Identity) ต่างจาก “เอกลักษณ์” (Uniqueness) อย่างไร
(1) อัตลักษณ์ หมายถึง มุมมอง แต่เอกลักษณ์ หมายถึง ภารกิจ
(2) อัตลักษณ์ หมายถึง ภารกิจ แต่เอกลักษณ์ หมายถึง มุมมอง
(3) อัตลักษณ์ หมายถึง คุณสมบัติ แต่เอกลักษณ์ หมายถึง ความไม่เหมือนใคร
(4) อัตลักษณ์ หมายถึง ความไม่เหมือนใคร แต่เอกลักษณ์ หมายถึง คุณสมบัติ
ตอบ 3 หน้า 12, (คำบรรยาย) คำว่า “อัตลักษณ์” (Identity) เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว ซึ่งเป็นเครื่องบ่งบอกถึงลักษณะเฉพาะของตัวบุคคล สังคม ชุมชน หรือประเทศ เชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม ท้องถิ่น เป็นต้น ส่วนคำว่า “เอกลักษณ์” (Uniqueness) คือ ผู้ที่มีคุณสมบัติหรืออัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเน้นที่ความโดดเด่นและแตกต่างจากสิ่งอื่นอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นอัตลักษณ์ คือ สิ่งที่ทำสิ่งนั้นเป็นตัวของตัวเอง ในขณะที่เอกลักษณ์ คือ สิ่งที่ทำให้สิ่งนั้นไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

63. อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ
(1) ผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม
(2) เปิดการเรียนการสอนแบบออนไลน์
(3) เรียนดี กีฬาเด่น
(4) สำนึกดี มุ่งมั่น สร้างสรรค์ สามัคคี
ตอบ 1 หน้า 12 – 13 เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้แก่
1. อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ ผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม
2. เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ เป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดรับ
3. ปณิธานของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ พัฒนาให้เป็นแหล่งวิทยาการแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม และจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม ฯลฯ

64. ข้อใดเป็นปณิธานของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(1) พัฒนาให้เป็นแหล่งวิทยาการแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม และจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม
(2) ปัญญาของแผ่นดิน
(3) ชี้นำขับเคลื่อนสังคมไทยและสังคมโลก เน้นเพิ่มความร่วมมือ สังคม รัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์สุขต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมที่ยั่งยืน
(4) สร้างสรรค์ศาสตร์แห่งแผ่นดิน เพื่อการกินดีอยู่ดีของชาติและของประชาคมโลก
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 63. ประกอบ

65. จริยธรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสิ่งใด
(1) ตัวเอง
(2) เพื่อน
(3) สังคม
(4) รัฐบาล
ตอบ 3 หน้า 30 สาโรช บัวศรี (2526) ได้กล่าวว่า คุณธรรมเป็นหลักการพื้นฐานที่มั่นคง ในขณะที่จริยธรรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและสภาพสังคม

66. บุคคลในข้อใดสื่อสารอย่างมีจริยธรรม
(1) เอฟแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่สนใจว่าผู้อื่นจะได้รับผลกระทบอะไร
(2) เอ็มไม่แสดงความคิดเห็นเชิงลบในสื่อสังคมออนไลน์
(3) เอ็นโต้เถียงอย่างรุนแรงกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง
(4) โอใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการค้นหากลุ่มพนันออนไลน์
ตอบ 2 หน้า 50 นักศึกษาควรฝึกการสื่อสารอย่างมีจริยธรรม คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างรับผิดชอบและสร้างสรรค์ โดยฝึกการแสดงความคิดเห็นอย่างเคารพ และรับฟังความเห็นที่แตกต่าง เช่น การไม่แสดงความคิดเห็นเชิงลบในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น

67. จุดเริ่มต้นของการพัฒนาจิตสาธารณะควรเริ่มที่ใด
(1) ตนเอง
(2) โรงเรียน
(3) หมู่บ้าน
(4) สังคม
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การพัฒนาจิตสาธารณะควรเริ่มต้นที่ตนเองและครอบครัว โดยเริ่มจากการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของจิตสาธารณะ

68. บุคคลข้อใดเป็นผู้มีจิตสาธารณะ
(1) บาสอาสาขุดลอกคลองต่าง ๆ
(2) บอลทำเกษตรอินทรีย์
(3) เทนนิสเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย
(4) ปิงปองบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม เพื่อจะได้ประกาศเกียรติคุณ
ตอบ 1 หน้า 93 ผู้ที่มีจิตสาธารณะควรมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ยินดีที่จะสละเวลา แรงกาย ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม รวมทั้งอาสาสมัครทำงานเพื่อชุมชนและสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น การอาสาขุดลอกคลองต่าง ๆ เป็นต้น

69. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของจิตสาธารณะ
(1) การเสียสละเพื่อส่วนรวม
(2) ความตระหนักในสิทธิและหน้าที่
(3) ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 93, (คำบรรยาย) องค์ประกอบสำคัญของจิตสาธารณะ มีดังนี้
1. ความรับผิดชอบต่อสังคม
2. การเสียสละเพื่อส่วนรวม
3. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ
4. ความตระหนักในสิทธิและหน้าที่
5. ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม
6. ความเข้าใจในระบบนิเวศทางสังคม

70. ข้อใดถูกต้อง
(1) จิตสาธารณะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน
(2) จิตสาธารณะเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อประโยชน์ขององค์กร
(3) การมีจิตสาธารณะช่วยเพิ่มภาระให้ภาครัฐ
(4) จิตสาธารณะสร้างความไม่ไว้วางใจในสังคม
ตอบ 1 หน้า 94 มนูญพงศ์ ชัยพันธุ์ และคณะ (2565) อธิบายว่า จิตสาธารณะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้การมีจิตสาธารณะจะช่วยสร้างความไว้วางใจ ความเอื้ออาทร และเครือข่ายทางสังคม อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของทุนทางสังคม ลดภาระของภาครัฐ

71. บุคคลข้อใดเป็นผู้มีจิตสาธารณะในการสร้างความสามัคคี
(1) วารีช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
(2) อัคคีสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลาย
(3) วายุดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในชุมชน
(4) สายฟ้าส่งเสริมการมีวินัยและการเคารพกฎระเบียบของสังคม
ตอบ 2 หน้า 94 – 95 การมีจิตสาธารณะในการสร้างความสามัคคี คือ เสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชุมชนและสังคม ช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดจากการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลาย รวมทั้งส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายส่วนรวม ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในชุมชน

72. ข้อใดเป็นจริง
(1) คนที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจะปรับตัวเก่ง
(2) คนที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจะทำงานเก่งกว่าคนอื่น
(3) คนที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองมักจะเก็บตัว
(4) คนที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจะเป็นคนทันต่อเหตุการณ์
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 20. ประกอบ

73. ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญของหน้าที่พลเมือง
(1) หลักจริยธรรม
(2) กฎหมาย
(3) หลักคุณธรรม
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 86 หน้าที่พลเมืองที่ดีต้องมีความรับผิดชอบทางศีลธรรม หมายถึง การกระทำที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมและคุณธรรม เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น การรักษาสิ่งแวดล้อม หรือการต่อต้านการทุจริต ฯลฯ และปฏิบัติตามพันธะทางกฎหมาย ซึ่งถือเป็นหน้าที่พื้นฐานของพลเมืองในการปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศ เช่น การไม่กระทำความผิด การเสียภาษี และปฏิบัติตามกฎจราจรตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

74. เป้าหมายสำคัญของการเป็นผู้มีจิตสาธารณะ คืออะไร
(1) กำจัดความตระหนี่และเห็นแก่ตัวภายในตนเอง
(2) สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและส่วนรวม
(3) ฝึกความเห็นอกเห็นใจแก่ผู้อื่น
(4) เข้าใจในหลักธรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับความเมตตากรุณา
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เป้าหมายสำคัญของการเป็นผู้มีจิตสาธารณะ คือ การสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและส่วนรวม โดยไม่หวังผลตอบแทน ดังนั้นการเป็นผู้มีจิตสาธารณะจึงไม่ใช่แค่การทำความดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่ดีและมีความสุขร่วมกัน

75. การเป็นผู้มีจิตสาธารณะสอดคล้องกับคุณธรรมและจริยธรรมในข้อใด
(1) ความรู้สึกพลอยยินดี
(2) ความเมตตากรุณา
(3) ความซื่อสัตย์และอดทน
(4) ความขยันหมั่นเพียร
ตอบ 2 หน้า 95 การเป็นผู้มีจิตสาธารณะช่วยส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม คือ ปลูกฝังความเมตตากรุณา พัฒนาความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาต่อผู้อื่น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตระหนักในบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนที่มีต่อสังคม ส่งเสริมการมีวินัย และการเคารพกฎระเบียบของสังคม

76. ข้อใดผิด
(1) จิตสาธารณะคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
(2) จิตสาธารณะจะเคารพสิทธิของผู้อื่น
(3) จิตสาธารณะไม่สามารถทำได้คนเดียว
(4) จิตสาธารณะต้องไม่มีประโยชน์ทับซ้อน
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การมีจิตสาธารณะไม่จำเป็นต้องทำเป็นกลุ่มเสมอไป เพราะการทำความดีเล็ก ๆ น้อยๆ ด้วยตนเองก็สามารถแสดงออกถึงจิตสาธารณะได้ และยังสามารถช่วยสร้างความสุขและประโยชน์ต่อส่วนรวมได้เช่นกัน เช่น การบริจาคโลหิตให้ผู้ป่วยที่ต้องการ, การให้ความช่วยเหลือเพราะสงสารผู้พิการ/ผู้ยากไร้ในสังคม เป็นต้น

77. ใครมีจิตสาธารณะ
(1) ชัยเดินเก็บขวดน้ำในห้องประชุม เพราะจะเอาไปขาย
(2) โชคไปทำความความสะอาดห้องน้ำวัดแก้เคล็ด
(3) ชาติช่วยคนแก่ข้ามถนนต่อหน้าคนรัก
(4) นิมิตช่วยจูงคนตาบอดเดินลงจากรถเมล์ เพราะสงสาร
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 74. และ 76. ประกอบ

78. การพัฒนาจิตสาธารณะมีความสำคัญต่อการเป็นนักศึกษา เพราะเหตุใด
(1) เพื่อให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต
(2) เพื่อให้เป็นคนดีของสังคม
(3) เพื่อให้เป็นที่รักของคนทั่วไป
(4) เพื่อให้เป็นคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวม
ตอบ 1 หน้า 94 การพัฒนาจิตสาธารณะมีความสำคัญต่อการเป็นนักศึกษาเป็นพิเศษ ดังนี้
1. เป็นช่วงเวลาสำคัญในการหล่อหลอมบุคลิกภาพและค่านิยม
2. เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำและพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต
3. สร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะทางสังคมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
4. ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านประสบการณ์จริงในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
5. พัฒนาความเข้าใจในปัญหาสังคมและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

79. บุคคลในข้อใดเป็นพลเมืองที่ดี
(1) น้องใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
(2) หญิงทิ้งขยะทุกที่ที่สะดวก
(3) ชายแต่งรถยนต์ โดยนำที่กรองท่อไอเสียออก
(4) ไก่เปิดไฟทุกดวงในบ้าน
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 73. ประกอบ

80. บุคคลข้อใดมีความรับผิดชอบต่อสังคม
(1) เอสจัดทำแผนที่ปัญหาสังคมในชุมชนท้องถิ่น
(2) อาร์เข้าร่วมโครงการอาสาสมัครที่ตรงกับความสนใจและทักษะของตน
(3) แฮสจัดตั้งกลุ่มการเรียนรู้หรือชมรมในชุมชน
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 86 – 87 ความรับผิดชอบทางสังคม หมายถึง การมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของสังคม ได้แก่ การเป็นอาสาสมัคร การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน หรือการแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายสาธารณะ เช่น การเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครที่ตรงกับความสนใจและทักษะของตน, การจัดทำแผนที่ปัญหาสังคมในชุมชนท้องถิ่น, การจัดตั้งกลุ่มการเรียนรู้หรือชมรมในชุมชน เป็นต้น

81. ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม หมายถึงอะไร
(1) การตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลและชุมชน
(2) การตระหนักว่าทรัพยากรสาธารณะเป็นของส่วนรวม
(3) ตระหนักในหน้าที่ของตนเองที่มีต่อสังคม
(4) การอาสาสมัครทำงานเพื่อชุมชน
ตอบ 2 (คำบรรยาย), (ดูคำอธิบายข้อ 69. ประกอบ) องค์ประกอบสำคัญของจิตสาธารณะประการหนึ่ง คือ ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม หมายถึง การตระหนักว่าทรัพยากรสาธารณะเป็นของส่วนรวม ความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ในการใช้และดูแลรักษาธารารณสมบัติ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรส่วนรวม

82. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(1) การเลือกตั้งเป็นสิทธิ
(2) การเลือกตั้งทำให้เกิดความลำบากใจ
(3) การเลือกตั้งเป็นหน้าที่
(4) ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
ตอบ 4 หน้า 84, 87, (คำบรรยาย) การเลือกตั้งของไทยถือเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ของประชาชน คือ
1. การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งถือเป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนมี เพื่อแสดงออกถึงความต้องการและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ
2. การเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพื่อให้การปกครองประเทศเป็นไปโดยชอบธรรมและเป็นไปตามความต้องการของประชาชน

83. ข้อใดเป็นหน้าที่พื้นฐานของพลเมือง
(1) ล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
(2) ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน
(3) ทิ้งขยะในที่สาธารณะ
(4) เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
ตอบ 4 หน้า 88 – 90 หน้าที่พื้นฐานของพลเมืองประการหนึ่ง คือ การเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมที่สงบสุข โดยการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่เสมอ ดังนั้นจึงควรถ้อยทีถ้อยอาศัย รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่เอาแต่ใจตนเป็นใหญ่ เช่น เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น, เคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น

84. ข้อใดเป็นการเคารพสิทธิของผู้อื่น
(1) เล่นดนตรีเสียงดังในยามวิกาล
(2) ปีนรั้วเพื่อนบ้านเพื่อเก็บมะม่วง
(3) ต่อแถวเพื่อขึ้นรถโดยสารอย่างเป็นระเบียบ
(4) จุดพลุหรือโคมลอยในวันเทศกาล
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 83. ประกอบ

85. ข้อใดไม่ใช่การเป็นพลเมืองที่ดี
(1) กลับรถในที่ห้ามกลับรถ เพราะเห็นคนอื่นทำ
(2) สูบบุหรี่ในพื้นที่อาคารที่จัดไว้
(3) หาช่องทางส่งคืนโทรศัพท์ที่เก็บได้
(4) ปฏิบัติตามกฎการใช้รถไฟฟ้า
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 73. ประกอบ

86. ความรับผิดชอบทางศีลธรรม หมายถึงข้อใด
(1) การปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศ
(2) การกระทำที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมและคุณธรรม
(3) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของสังคม
(4) การคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนและประเทศชาติ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 73. ประกอบ

87. ข้อใดเป็นหน้าที่พลเมืองที่สำคัญ
(1) การแข่งขันในการเลือกตั้ง
(2) การหลีกเลี่ยงการเสียภาษี
(3) การบริโภคสินค้าอย่างมีกำลัง
(4) การปฏิบัติตามกฎหมาย
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 73. ประกอบ

88. การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองด้วยเหตุผลใด
(1) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและบริการสาธารณะ
(2) เพื่อซื้อสินค้าสำหรับครอบครัว
(3) เพื่อเพิ่มรายได้ส่วนบุคคล
(4) เพื่อแข่งขันทางธุรกิจ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของบุคคลที่ต้องจ่ายหรือชำระให้แก่รัฐตามรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะเป็นรายได้ให้รัฐได้นำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและบริการสาธารณะ สร้างสรรค์โอกาสให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและบุคคลอื่น ๆ ในสังคมสืบไป

89. หน้าที่ของพลเมืองในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต คืออะไร
(1) การปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต
(2) การสนับสนุนการทุจริต
(3) การหลีกเลี่ยงการรายงานการทุจริต
(4) การศึกษาเกี่ยวกับการตรวจสอบและการรายงานการกระทำทุจริต
ตอบ 4 (คำบรรยาย) หน้าที่ของพลเมืองในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต คือ การเป็นพลเมืองดีมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริต ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบและการรายงานการกระทำทุจริต รวมทั้งมีส่วนร่วมในการรณรงค์ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแสการประพฤติทุจริต โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐ

90. ข้อใดเป็นวิธีการต่อต้านการคอร์รัปชัน
(1) ส่งเสริมให้เพื่อนและคนรอบข้างคอร์รัปชัน
(2) เข้าร่วมกลุ่มหรือองค์กรที่คอร์รัปชัน
(3) แฮ็กข้อมูลของแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ
(4) ยึดถือหลักจริยธรรมในการดำเนินชีวิตและการทำงาน
ตอบ 4 หน้า 100 วิธีการต่อต้านการคอร์รัปชันประการหนึ่ง คือ การปฏิบัติตามกฎหมายและจริยธรรม เช่น ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน, ยึดถือหลักจริยธรรมในการดำเนินชีวิตและการทำงาน เป็นต้น

91. ครูส้มเลือกหนังสือให้นักเรียนจากร้านหนังสือที่นำของขวัญมาให้ การกระทำของครูส้มเป็นการคอร์รัปชันในรูปแบบใด
(1) การใช้ตำแหน่งหน้าที่เกินขอบเขต
(2) การให้สิทธิพิเศษ
(3) การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
(4) การรับสินบน
ตอบ 4 หน้า 102 การกระทำของครูส้มข้างต้นเป็นการคอร์รัปชันในรูปแบบการรับสินบน คือ การที่เจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจรับผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น เงิน ของขวัญ สินทรัพย์ หรือบริการต่าง ๆ เพื่อแลกกับการทำสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม

92. บุคคลในข้อใดสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชัน
(1) มิ้นรายงานการคอร์รัปชันที่พบเห็น
(2) มายด์รู้ว่ามีการคอร์รัปชัน แต่ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง
(3) มุกนำขนมมาให้เจ้าหน้าที่ เพราะหวังให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ
(4) วิทย์ชักชวนเพื่อนให้ไปเที่ยวแทนการไปทำกิจกรรมจิตอาสา
ตอบ 1 หน้า 100 – 101 วิธีการต่อต้านการคอร์รัปชันประการหนึ่ง คือ การรายงานการคอร์รัปชัน เช่น หากพบเห็นหรือทราบถึงการคอร์รัปชันควรรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ โดยใช้ช่องทางการรายงานที่ถูกต้องและปลอดภัย ไม่เกิดผลกระทบในทางลบกับตนเอง

93. การป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชัน เป็นหน้าที่ของใคร
(1) ตำรวจ
(2) ผู้แทนราษฎร
(3) ข้าราชการทุกคน
(4) ประชาชนทุกคน
ตอบ 4 หน้า 99, 104 การคอร์รัปชันเป็นปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในสังคม เพราะไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการปกครองและการบริหารงานของรัฐ แต่ยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอีกด้วย ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันจึงถือเป็นภารกิจที่ประชาชนทุกคนในสังคมต้องมีส่วนร่วม

94. การคอร์รัปชันมีผลกระทบทางการเมืองอย่างไร
(1) เกิดความไม่เสมอภาคในสังคม
(2) ลดทอนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ
(3) ทรัพยากรของรัฐสูญเสียไปอย่างไม่จำเป็น
(4) ลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ
ตอบ 4 หน้า 100 การคอร์รัปชันมีผลกระทบทางการเมือง คือ ลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ เนื่องจากการเรียกรับเงินและความไม่ยุติธรรมในการตัดสินต่าง ๆ จะเพิ่มความขัดแย้งในสังคม และทำให้เกิดการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ

95. ข้อใดคือคุณลักษณะของผู้นำที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจ
(1) ภูผาสามารถตัดสินใจดี รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
(2) คิรินเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และจริงใจในการทำงาน
(3) วิทยาจะคอยกระตุ้นให้เพื่อนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน
(4) โสภาสามารถสั่งงานได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ
ตอบ 3 หน้า 108 – 109 คุณลักษณะของผู้นำที่ดีประการหนึ่ง คือ การสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งผู้นำที่ดีต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ทีมงานมีความมุ่งมั่นในการทำงาน

96. ข้อใดคือการกระทำและความคิดที่ดีงาม ถูกกาลเทศะที่สังคมยอมรับ
(1) การสมาคม
(2) วัฒนธรรม
(3) อุปนิสัย
(4) มารยาท
ตอบ 4 หน้า 111, (คำบรรยาย) มารยาท หมายถึง กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อย การกระทำและความคิดที่ดีงาม และอาจรวมถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตน ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา และจิตใจ ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับกาลเทศะของแต่ละสังคม อันเป็นสิ่งที่สมาชิกของสังคมนั้นได้ยอมรับและยึดถือปฏิบัติ

97. ผู้นำจะต้องดูแลเรื่องใดบ้าง
(1) งาน ผู้อื่น
(2) ผู้อื่น ตนเอง
(3) งาน ผู้อื่น ตนเอง
(4) งาน ตนเอง
ตอบ 1 หน้า 108 ในปัจจุบันผู้นำมีหน้าที่พัฒนาผู้ตามให้พัฒนาศักยภาพของตนเต็มที่ สร้างโอกาส พัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติของผู้ตามทุกคน ซึ่งผู้นำจะต้องดูแลทั้งด้านการงานและดูแลผู้คนด้วย ดังนั้นการมีคุณธรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

98. การฝึกฝนในข้อใดทำให้เกิดภาวะผู้นำได้ดีที่สุด
(1) ติดตามข่าวสารบ้านเมือง
(2) เรียนรู้จากข้อผิดพลาด
(3) เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม
(4) เลียนแบบคนอื่น
ตอบ 2 หน้า 110 การพัฒนาภาวะผู้นำในตัวเองเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ โดยการฝึกฝนและการเรียนรู้จากประสบการณ์ ดังนี้
1. การเรียนรู้จากผู้อื่น
2. การฝึกฝนทักษะการสื่อสาร
3. การตั้งเป้าหมายและวางแผน
4. การสร้างความมั่นใจในตนเอง
5. การรับฟังและเรียนรู้จากความผิดพลาด

99. ข้อใดเป็นความสำคัญของมารยาท
(1) ทำให้ว่าผู้อื่นได้ง่าย
(2) ทำให้สังคมวุ่นวาย
(3) ทำให้เราอยู่ในสังคมได้ยาก
(4) บ่งบอกถึงความเคารพในผู้อื่น
ตอบ 4 หน้า 111, (คำบรรยาย) ความสำคัญของมารยาท มีดังนี้
1. มารยาทเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเคารพในผู้อื่น และการมีวัฒนธรรมทางสังคมที่ดี
2. การมีมารยาททำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุขและมีความสุข
3. การแสดงมารยาทที่ดีไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี แต่ยังส่งผลให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว
4. มารยาทเป็นสิ่งที่ช่วยให้สังคมมีระเบียบ และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

100. นักศึกษาในข้อใดปฏิบัติตนเหมาะสม
(1) เอใช้คำพูดไม่สุภาพกับเพื่อน
(2) บีไม่ยกมือไหว้ใครเลย
(3) เคไม่ทะเลาะกับใครเลย
(4) จีไม่พูดกับคนที่ไม่อยากพูดด้วย
ตอบ 3 หน้า 114 การปฏิบัติตนหรือการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น จึงต้องมีความเข้าใจ ปฏิบัติตามกฎระเบียบและวิถีปฏิบัติของบริบททางสังคมที่เราอาศัยอยู่

Advertisement