RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

แนวข้อสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2567

Advertisement

Directions: Choose the best answer.

Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

1. Emma loves music. __________ went to a rock concert last week.

  1. I

  2. They

  3. She

  4. It

ตอบ 3 เป็นเรื่องคำสรรพนาม โดยประโยคหลังใช้คำสรรพนามแทนประโยคแรกแทน Emma ซึ่งเป็นชื่อผู้หญิง ฉะนั้นคำสรรพนามบุรุษที่ 3 เอกพจน์ก็คือ She (เธอ หล่อน) แทนคำนามเพศหญิง คนเดียว

2. __________ word “impossible” is not in my dictionary.

  1. A

  2. The

  3. An

  4. (Blank)

ตอบ 2 ใช้ “The” นำหน้าคำนามที่เจาะจง เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่เฉพาะเจาะจง เช่น คำว่า “impossible” ซึ่งมีเครื่องหมายคำพูด (“ ”) ล้อมรอบ ถือเป็นสิ่งเฉพาะเจาะจง จึงต้องใช้ “The” นำหน้าคำนามที่เจาะจง

3. The King of England __________ in Buckingham Palace.

  1. live

  2. is living

  3. lives

  4. has lived

ตอบ 3 ใช้ Present Simple Tense (S + V1) ใช้กับเหตุการณ์ที่ทำทุกวัน เป็นประจำ แล้วยังใช้กับประโยคที่เป็นความจริงทั่วไปหรือจริงตามธรรมชาติ จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ จริงในปัจจุบัน สำนวน สุภาษิต ด้วย โดยที่โจทย์จะไม่มีคำบอกเวลาให้มา เราต้องสังเกตเอา จะมีออกแบบนี้ทุกเทอมแต่เปลี่ยนโจทย์ไปเรื่อย ๆ

  • Bangkok is the capital of Thailand. (กรุงเทพเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย)

  • The sun rises in the east, and sets in the west. (พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก) ใช้ V1

  • They speak English in USA. (ผู้คนพูดภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา) เป็นจริง

  • The King of England __________ in Buckingham Palace. (กษัตริย์แห่งอังกฤษอาศัยอยู่ที่พระราชวังบักกิงแฮม)

4. The travelers __________ photographs of the sunset of the beach now.

  1. take

  2. takes

  3. have taken

  4. are taking

ตอบ 4 ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are Ving) กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด มักคำบอกเวลา เช่น now, right now, at the/this moment, at present จากโจทย์มีคำบอกเวลา now ท้ายประโยคจึงตอบ are taking

5. Sarah __________ a movie last night.

  1. watches

  2. watched

  3. is watching

  4. has watched

ตอบ 2 ใช้ Past Simple Tense ( S + V2) แสดงถึงเหตุการณ์ที่สิ้นสุดลงไปแล้วในอดีตหรือเป็นการเล่าเรื่องราวในอดีต มักจะมีคำบอกเวลา เช่น yesterday, ago, in + ปีอดีต เช่น in 1989, in the past, last + เวลา เช่น last year, last night, last summer, last Sunday เป็นต้น จากโจทย์มีคำบอกเวลาท้ายประโยคคือ last night (เมื่อคืนนี้) จึงตอบ Past Simple Tense = V2 = watched

6. He doesn’t want to risk __________ his well-paid job.

  1. losing

  2. lose

  3. to lose

  4. to have lost

ตอบ 1 กริยาที่ตามมาจะเป็น Gerund ก็คือ ตามด้วย Ving ได้แก่

ด้วยคำเฉลยอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ

admit dread fancy resent consider
allow dislike imagine resist like
appreciate enjoy involve postpone permit
avoid endure keep prefer keep
consider escape mind prevent advise
delay excuse miss quit advise
defer finish practice stop hate
deny forgive risk suggest require

หลังคำกริยา risk จะต้องตามด้วย V-ing จึงตอบ losing

7. A quality life __________ cost you an arm and a leg.

  1. won’t

  2. needn’t

  3. shall not

  4. cannot

ตอบ 2 เป็นเรื่องกริยาช่วย จากโจทย์ “การมีชีวิตที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงเวอร์”

  1. won’t – เป็นอนาคตเชิงปฏิเสธ “จะไม่” แต่เข้ากับโจทย์ไม่ได้ และไม่ได้เน้นเรื่องความจำเป็น

  2. needn’t – แสดง “ไม่จำเป็นต้อง…” เข้ากับโจทย์ได้

  3. shall not – ใช้ในอนาคต, การเสนอหรือคำสั่งมากกว่า

  4. cannot – “ไม่สามารถ” เข้ากับประโยคไม่ได้

8. __________ you going to the party tonight?

  1. Is

  2. Am

  3. Are

  4. Were

ตอบ 3 เป็นประโยคคำถาม สังเกตจากหลังประธาน (you) มีกริยาช่วย going to ซึ่งข้างหน้าของ going to จะต้อง verb to be (is, am, are, was, were) เท่านั้น และท้ายประโยคมี tonight (คืนนี้) แสดงปัจจุบันหรืออนาคต ก็ต้องใช้ is, am, are เข้ากับประธาน you ได้คือ are จึงตอบ are going to

9. It took me __________ hour to get home.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 2 ใช้ “a/an” นำหน้าคำนามเอกพจน์ โดย “a” นำหน้าคำนามที่ออกเสียงขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ เช่น a boy, a man, a ticket เป็นต้น ส่วน “an” นำหน้าคำนามที่ออกเสียงขึ้นต้นด้วยสระ (a, e, i, o, u) เช่น an elephant, an egg, an ant เป็นต้น ยกเว้นคำนามบางตัวที่ถึงแม้ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะแต่ออกเสียงเป็นสระ เช่น hour (ออกเสียง “อาว”) จะใช้ “an” นำหน้า เป็น an hour (หนึ่งชั่วโมง) ตัวอย่างอื่นที่ยกเว้นก็มีเช่น an honest, an honor เป็นต้น

10. He’s __________ man in the village.

  1. the most handsome

  2. handsome

  3. more handsome

  4. the handsome

ตอบ 1 เป็นการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมีหลักอยู่ 3 ขั้นคือ

  1. ขั้นธรรมดา เปรียบเทียบเท่ากันใช้ as…………as ตรงกลางต้องใส่ขั้นธรรมดา

  2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบของ 2 อย่าง/คน/สิ่ง เช่นเจอคำว่า of the two หรือ ……than (ออกทุกเทอมนะ) เห็น than ให้ตอบข้างหน้าขั้นกว่าได้เลย

  3. ขั้นสุด เป็นการเปรียบเทียบของ 3 สิ่ง/อย่าง/คนหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป มีให้สังเกต เช่นเจอคำว่า of all (ของทั้งหมด), in + สถานที่ เช่น in the village (ในหมู่บ้าน เปรียบเทียบกับกลุ่มคนทั้งหมู่บ้าน) in the world (ในโลก) in the family (ใน ครอบครัว) , of the three , หรือคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด และมาดูว่าให้คุณศัพท์ตัวไหนมาจะใส่ขั้นสุดแบบไหน อย่างข้อนี้ให้ handsome สองพยางค์ ทำเป็นขั้นสุด ใส่ most นำหน้าและมี “the” ด้วย จึงตอบ the most handsome

11. The clouds are getting darker. It __________ soon.

  1. would rain

  2. was raining

  3. is going to rain

  4. rains

ตอบ 3 มีคำบอกเวลา soon (ในไม่ช้า) เป็นการแสดงอนาคต เราจะตอบ will rain แต่ตัวเลือกไม่มี ก็หาสิ่งที่สามารถตอบแทนอนาคตได้ เช่น ปัจจุบันคือ 1. Present Simple Tense 2. Present Continuous Tense และ 3. verb to be + going to + V1 (กำลังจะ เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้) ว่า ฝนอาจตกในไม่ช้า ดังนั้นจึงตรงกับตัวเลือกข้อ 3 คือ It is going to rain soon = It will rain soon.

12. Don’t get nervous. __________ calm and carry on.

  1. Sound

  2. Keep

  3. Feel

  4. Turn

ตอบ 2 คำที่ให้เลือกตอบในตัวเลือกล้วนเป็นกริยาประเภท linking verb ที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ (adj. ในข้อนี้คือ calm) คำที่เข้ากันได้คือ Keep calm = ใจเย็นไว้ (keep = คงไว้ รักษาไว้ ก็คือ รักษาความสงบ ก็คือใจเย็นไว้) ส่วนตัวเลือกอื่นเข้าไม่ได้ เช่น sound – ฟังดูเหมือน, feel = รู้สึก ไม่ใช่คำสั่งให้คงสภาพ และ turn = เปลี่ยน ไม่เข้ากับโจทย์

13. __________ ahead of time can help one feel relaxed when the exam time comes.

  1. Prepare

  2. Be prepared

  3. Prepares

  4. Preparing

ตอบ 4 คำที่เติมนั้นทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค โดยใช้กริยาเป็นประธานต้องใช้รูป Present Participle ในรูปของ Gerund (คือ Ving) ก็คือ Preparing (การเตรียมตัว) ซึ่งข้อสอบจะมีออกประจำ ประมาณหนึ่งข้อที่เราตอบเป็นรูปประธานขึ้นต้นประโยคเป็น Ving แล้วตามด้วยกริยาหลัก

14. If Maria __________ late, the teacher will send her to the principal.

  1. arrives

  2. arrived

  3. is arriving

  4. had arrived

ตอบ 1 ดูสูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ

1. If S + V1 , S + V1
2. If S + V1 , S + will V1
3. If S + V2 , S + would/could + V1
4. If S + had V3 , S + would have V3

การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น

1. S + V1 if/unless S + V1
2. S + will/can V1 if/unless S + V1
3. S + would V1 if/unless S + V2
4. S + would have V3 if/unless S + had V3

ตรงกับ If สูตรที่ 2 ซึ่งให้ส่วนหลังมาแล้วคือ will send (will + V1) ดังนั้นส่วนหน้าจึงตอบกริยาช่องที่ 1 คือ arrives

15. Wilasinee always has her aunt __________ her hair every morning.

  1. to braid

  2. braid

  3. braiding

  4. braided

ตอบ 2 เป็นโครงสร้างในเรื่อง Passive Voice โดยใช้ในรูปของ Verb to have

have/ has/had มีออกบ่อย 2 แบบคือ ดูสูตร

  1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3

  1. S + has/have/had + คน + V1

จากโจทย์ has + her aunt (ป้า) เป็นคน เป็นผู้กระทำ จึงตอบกริยาช่องที่ 1 = braid

เช่น – Jack has his elder sister wash his clothes. (elder sister เป็นคน ตอบ V1)

  • Jack has his clothes washed by his elder sister. (his clothes ตอบ V3)

16. Thailand is __________ beautiful country.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 1 ใช้ “a” กับคำนามเอกพจน์ที่นับได้ หมายถึง “สิ่งหนึ่ง, อย่างหนึ่ง, จำนวนหนึ่ง” เช่น country เป็นคำนามนับได้เอกพจน์จึงตอบ “a” = a beautiful country = เป็นประเทศหนึ่งที่สวยงาม

17. The little boy wants __________ by his father when crossing a brook.

  1. to carry

  2. carry

  3. to be carried

  4. carried

ตอบ 3 กริยา want ตามด้วย to + V1 และเนื่องจากประธาน (the little boy) ต้องการถูกกระทำ (ถูกอุ้ม) ให้สังเกตจากหลังประโยคมี by (โดย….) ให้เดาได้ว่าประธานถูกกระทำ ฉะนั้นจะใช้โครงสร้าง want + to be+ V3 (ถูกกระทำ) จึงตอบ wants to be carried

18. Ben isn’t in his office. I think he __________ home.

  1. went

  2. has gone

  3. is going

  4. was going

ตอบ 2 ประโยคกำลังพูดถึง สถานการณ์ปัจจุบัน (Ben ไม่อยู่ที่ทำงาน) และผู้พูดคาดว่าเขา “ไปแล้วและยังไม่กลับมา” เป็นเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในปัจจุบันและยังเห็นผลการกระทำต่อเนื่อง ว่าไม่อยู่ เขากลับไปแล้ว จึงใช้ Present Perfect Tense = has gone (ไปแล้ว) หรือจะเดาจากประโยคแรกมี isn’t เป็นปัจจุบันส่วนหลังก็ต้องเป็นปัจจุบัน ฉะนั้นตัวเลือกข้อ 1 และ 4 ผิดแน่ ๆ เพราะเป็นอดีต และตัวเลือกข้อ 3 is going แทนอนาคต ใช้กับโจทย์นี้ไม่ได้

19. The weather __________ be warmer next week.

  1. will

  2. ought

  3. must

  4. could

ตอบ 1 ใช้ Future Simple Tense (S + will/shall + V1) กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต มักมีคำ บอกเวลา เช่น next + เวลา เช่น next month, next Sunday, tomorrow (พรุ่งนี้), soon (ในไม่ช้า), in + ช่วงเวลา เช่น in five minutes (ใน 5 นาที) เป็นต้น ฉะนั้นข้อนี้มีคำบอกใบ้คือ next week (สัปดาห์หน้า) จึงตอบ will be ส่วน ought ต้องมี to ตามหลังเสมอ , must แสดง จำเป็นต้อง และ could เป็นอดีตของ can

20. This is one of __________ internet search engines.

  1. fast

  2. the fastest

  3. more fast

  4. the more fast

ตอบ 2 โครงสร้าง “one of + the + ขั้นสุด + นามพหูพจน์” เพราะกล่าวถึงหนึ่งในบรรดาหลาย ๆ จึงต้องตอบขั้นสุด ต้องใช้ “the fastest” ซึ่ง fast เป็นพยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่าหรือขั้นสุด ใส่ -er หรือ -est ท้ายคำ จึงตอบ the fastest

21. I saved my money for months, __________ I wanted to buy a new laptop.

  1. for

  2. although

  3. so

  4. therefore

ตอบ 1 ให้เติมคำเชื่อมความ ประโยคนี้มีเหตุผลตามมาหลังจากการกระทำ (เก็บเงิน) “เพราะฉันอยากได้แล็ปท็อปใหม่” ต้องการคำเชื่อมเหตุผล ใช้ because แต่ไม่มีในข้อนี้ต้องการ “for” เวลาใช้จะมีเครื่องหมายคอมม่า ( , ) คั่น ซึ่ง for ถ้าใช้ในความหมาย “สำหรับ” จะตามด้วยกลุ่มคำวลี แต่ถ้าใช้ในความหมาย “เพราะ” เหมือน because จะตามด้วยประโยค

  • I saved my money for months, for I wanted to buy a new laptop. (ฉันเก็บเงินมาหลายเดือน เพราะ อยากซื้อแล็ปท็อปใหม่) แต่ถ้าเขียนสลับกันจะเป็นดังนี้

  • I wanted to buy a new laptop, so I saved my money for months. (ฉันอยากซื้อแล็ปท็อปใหม่ ดังนั้น ฉันจึงเก็บเงินมาหลายเดือน)

22. Susan enjoys __________ alone in Japan.

  1. travel

  2. to travel

  3. travelling

  4. travelled

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ กริยา enjoy + Ving จึงตอบ travelling

23. This is Steve. Do you know __________?

  1. they

  2. him

  3. them

  4. his

ตอบ 2 ประโยคหน้ามีการกล่าวถึง Steve (สตีฟ ชื่อคนเพศชาย) เมื่อประโยคต่อไปกล่าวถึงสตีฟ ก็ต้องใช้คำสรรพนามแทนสตีฟ ก็คือ he, him, his ในประโยคให้ตอบหลังกริยา (know) ซึ่งเป็นกริยาที่ต้องการรูป กรรม จึงตอบ him

24. I have __________ dog. __________ dog is very friendly.

  1. a; The

  2. an; A

  3. the; The

  4. (blank), The

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ ใช้ “a” นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์แสดงถึง จำนวนหนึ่ง อย่างหนึ่ง สิ่งหนึ่ง อย่างเช่นข้อนี้ ฉันมีสุนัขตัวหนึ่ง (a dog) ประโยคต่อไปกล่าวนามคำนี้ซ้ำสองเป็นการย้ำกล่าวซ้ำ ถือว่าเป็นการชี้เฉพาะ หมายถึง สุนัขตัวนั้นที่กล่าวถึง ต้องใช้ “the” นำหน้า เมื่อกล่าวซ้ำสอง

25. __________ the excellent reviews, many people decided to try the new restaurant.

  1. Since

  2. Because of

  3. Consequently

  4. Therefore

ตอบ 2 ประโยคต้องการคำเชื่อมที่แสดงเหตุผลว่า “เพราะรีวิวดี คนเลยตัดสินใจไปลองร้านอาหารใหม่” หลังคำที่ให้เติมคือ the excellent reviews เป็นคำนามวลี ดังนั้นต้องใช้คำเชื่อมที่ตามด้วยคำนาม ก็คือ because of (+นามวลี) ส่วนตัวเลือกที่เหลือตามด้วยประโยค แต่ก็ไม่เข้ากับโจทย์

26. Montakan had a difficult time __________ her health after an operation.

  1. restore

  2. to restore

  3. being restoring

  4. restoring

ตอบ 4 สำนวนต่อไปนี้ ให้ตามด้วย Ving ได้แก่

can’t bear look forward to be accustomed to
can’t stand object to be opposed to
can’t resist adjust to be/get used to + Ving
can’t help devote to be subjected to
have a good time it’s no good it’ no use
have a hard time it’s worth have a difficult time
  • He can’t help falling in love with her.

  • He is accustomed to staying up late at night.

  • It’ s no use asking him questions because he never answers them.ฉะนั้นหลัง “have a difficult time” ตามด้วย Ving จึงตอบ restoring

27. That room is __________ mine.

  1. not as small as

  2. not small as as

  3. as not small as

  4. as not as small

ตอบ 1 ประโยคต้องการเปรียบเทียบไม่เท่ากัน ใช้โครงสร้าง not + as + adj. + as = not as small as โดยใส่ not ขึ้นก่อน แล้วตามด้วย as……….as

28. Adam was __________ first man.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าเลขอันดับที่ เช่น the first, the second, the third, the last, the next

29. The mangoes are very sour. Where did you buy __________?

  1. they

  2. them

  3. it

  4. its

ตอบ 2 ประโยคหน้ามีคำนาม “The mangoes” เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้สรรพนามรูปพหูพจน์ และตามหลังกริยา buy เป็นกริยาที่ต้องการกรรมตรงที่เป็นพหูพจน์เพื่อแทนคำว่า “mangoes” ก็คือ them

30. The boy __________ in the field is going to move to Chiang Rai next month.

  1. playing

  2. plays

  3. play

  4. be playing

ตอบ 1 เป็นเรื่อง Present Participle (Ving) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามก็ได้ โดยขยายคำนามมีความหมายเป็น ผู้กระทำเอง แบบนี้มีออกทุกเทอม 1 -2 ข้อ เทียบตัวอย่างอื่น

  • The crying girl is Sue’s younger sister. (เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้คือน้องสาวของซู)

  • The man standing in the field will be our new teacher. (ผู้ชายที่ยืนอยู่ในสนามจะเป็นครูคนใหม่ของเรา)

  • The woman talking with Mr. Benson will be our new manager.

  • The boy playing in the field is going to move to Chiang Rai next month.โดย playing อยู่หลังคำนาม ขยายคำนาม The boy ว่าเป็นเด็กผู้ชายที่กำลังเล่น

31. The book is Margaret’s. It’s __________ favorite book.

  1. hers

  2. she

  3. herself

  4. her

ตอบ 4 บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun)

รูปประธาน รูปกรรม Possessive adjective Possessive Pronoun สะท้อนตัวเอง
I me my mine myself
you you your yours yourself
he him his his himself
she her her มีคำนาม hers ไม่มีคำนาม herself
they them ตามหลัง theirs ตามหลัง themselves
we us their ours ourselves
it it our its itself
its

ประโยคหน้ามีคำนาม Margaret’s ว่าของมา กาเร็ต ซึ่งเป็นของผู้หญิง ประโยคต่อไปใช้คำสรรพนามแทนเพศหญิงก็คือ she, her, hers และส่วนหลังมีคำนาม (favorite book) ต่อหลัง จึงตอบสรรพนาม her + คำนาม = her favorite book

32. __________ in the stadium, Nick saw his favorite movie star.

  1. Exercise

  2. Exercising

  3. Exercised

  4. Exercised

ตอบ 2 ให้สังเกตหลังเครื่องหมายคอมม่า ( , ) เป็น Nick (นิค ชื่อคน) แสดงกำลังทำบางอย่างในขณะที่เขาเห็นดาราคนโปรด ต้องใช้รูป Present Participle (Ving) เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกันจึงตอบ Exercising

33. She’s __________ singer I know.

  1. bad

  2. worse

  3. the worse

  4. the worst

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ เมื่อเห็นคำว่า “I know” เท่าที่ฉันรู้ แสดงว่าตอบขั้นสุด และดูตัวเลือกให้คุณศัพท์อะไรมา ในข้อนี้ให้ขั้นธรรมดาคือ bad เมื่อทำเป็นขั้นกว่าและขั้นสุดจะเปลี่ยนรูปดังนี้ ให้จำคำที่เปลี่ยนรูป อาจดูยากบ้าง เป็นคำพยางค์เดียวจะเปลี่ยนรูป ดังนี้

ขั้นธรรมดา ขั้นกว่า ขั้นสุด ความหมายเรียงขั้นตามลำดับ
good better best ดี ดีกว่า ดีที่สุด
bad worse worst เลว/แย่ แย่กว่า แย่ที่สุด
little less least น้อย น้อยกว่า น้อยที่สุด
much/many more most มาก มากกว่า มากที่สุด
far further/farther furthest/farthest ไกล ไกลกว่า ไกลที่สุด หรืออื่น ๆ

ฉะนั้น จาก bad ทำเป็นขั้นสุดคือ the worst จึงตอบตัวเลือกข้อ 4

34. Kenny plays __________ saxophone very well.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าชื่อเครื่องดนตรี เช่น the guitar, the violin, the piano, the flute (ขลุ่ย), the trumpet, the xylophone (ระนาด), the saxophone (แซกโซโฟน) ฯลฯ

35. If they had followed the instructions, they __________ so many mistakes.

  1. weren’t made

  2. wouldn’t have made

  3. haven’t had made

  4. won’t be making

ตอบ 2 เป็นเรื่อง If ในสูตรที่ 4 ดังนี้

4 If S + had V3 , S + would/could have V3
ให้มา had followed ตอบ wouldn’t have made

36. My aunt and uncle live in Delhi. __________ often visit __________.

  1. They; I

  2. I; they

  3. I; me

  4. They; me

ตอบ 4 ประธานของประโยคคือ My aunt and uncle (ป้าและลุงของฉัน) มีสองคนเป็นพหูพจน์ เมื่อกล่าวประโยคต่อไปก็ใช้คำสรรพนามแทนรูปพหูพจน์และเป็นประธานของประโยคที่สองคือ “They” และตอบอีกช่องท้ายหลังกริยา (visit) ตอบรูปกรรม ว่าพวกเขาเยี่ยมฉันบ่อย ๆ ก็คือ me

37. Yeaji, from South Korea, doesn’t like spicy food, __________?

  1. does she

  2. doesn’t Yeaji

  3. does not she

  4. does Yeaji

ตอบ 1 เป็นเรื่อง tag ส่วนหาง มีหลักดังนี้ กำหนดว่าถ้าข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าข้างหลังจะต้องเป็นรูปปฏิเสธรูปย่อ มี 2 จุด ที่ต้องดูนั่นคือ 1. เรื่องกริยากับเรื่องคำสรรพนาม เราเห็นประโยคให้ข้อนี้มี doesn’t like เป็นปฏิเสธรูปย่อ ทำ tag ต้องเป็นบอกเล่าคือ does และ 2. ดูประธาน ถ้าให้คำนามมาเป็นเพศหญิงเช่น ชื่อYeaji ก็เปลี่ยนเป็นสรรพนาม she แต่ถ้าให้สรรพนามมาตัวไหนก็ยกตัวนั้นมาเลยในรูปประธาน ตัวอย่างอื่นเช่น

  • Jane will be here soon, won’t she?

  • There was a lot of rain, wasn’t there?

  • Maggi won’t be late, will she?

  • I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I

  • I am not late, am I?กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณีนะคะ ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)
  • Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we

  • Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you

38. It was __________ than I had expected.

  1. expensive

  2. more expensive

  3. the more expensive

  4. the most expensive

ตอบ 2 จากคำอธิบายที่ผ่านมา ให้เดาถ้าเห็น than ตอบขั้นกว่าได้เลย (ออกบ่อยมากกก) แล้วดูคุณศัพท์ที่ให้มาคือ expensive สามพยางค์ให้ใช้ more นำหน้า ไม่ต้องมี the จึงตอบ more expensive

39. The book __________ by Narong won a National Book Foundation Award.

  1. write

  2. wrote

  3. written

  4. writing

ตอบ 3 เมื่อเราเห็น by… (โดย) ทำให้เราคาดเดาได้ว่าประธานจะต้องถูกกระทำ แล้วดูประธานเป็นสิ่งของ (book = หนังสือ) ก็ยิ่งมั่นใจว่าถูกกระทำคือ ถูกเขียน จึงตอบ written ได้เลย เทียบตัวอย่างอื่น

  • The meeting canceled yesterday was about next year’s budget. (การประชุมที่ถูกยกเลิกเมื่อวานเป็นเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณปีหน้า)

40. How __________ did you pay for the tickets?

  1. a lot

  2. much

  3. many

  4. several

ตอบ 2 ในประโยคคำถามถึง “จำนวนเงิน” และนิยมใช้กับประโยคคำถามคือ How much (เท่าไร?) กับ how many…? ส่วน a lot, several ไม่นิยมในประโยคคำถาม และประโยคนี้ถามถึงจำนวนเท่าไรที่จ่ายเงิน ใช้กับคำนามนับไม่ได้เช่น money จึงตอบ how much แต่ถ้าใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์ใช้ How many

41. While playing basketball, I hurt __________.

  1. themselves

  2. ourselves

  3. myself

  4. herself

ตอบ 3 คำสรรพนามที่สะท้อนตัวเอง หลักคือดูประธานว่าตัวไหน ก็สะท้อนตัวนั้น เช่น

  • I สะท้อนตัวเอง เป็น myself – Mary สะท้อนตัวเองเป็น herself (เพศหญิง)

  • They สะท้อนตัวเองเป็น themselves (พหูพจน์) ดูตัวอย่างเพิ่มเติม

  • Tom and Ann blamed themselves for the accident. (ทอมและแอนโทษตัวเองเรื่องอุบัติเหตุ)

  • I made the cake myself.

  • I hurt myself.

  • She blamed herself for the accident.

42. __________ they know how to swim?

  1. Do

  2. Does

  3. Is

  4. Are

ตอบ 1 เป็นประโยคคำถามแบบ Yes/No question โดยสังเกตที่หลังประธานมีกริยาหลักเป็น V1 (know) ทำเป็นคำถามได้คือ Verb to do (do, does, did) ยกไว้หน้าประธาน และหลังประธานมีกริยาหลักช่องที่ 1 เช่น

  • Do you like seafood, Dan? “คุณชอบอาหารทะเลไหม,แดน?”

  • Do they know how to swim? กริยา know เป็น V1 ทำให้เรารู้ว่าข้างหน้าต้องใช้ verb to do

  • Are you seeing the doctor this afternoon? ถ้า Verb to be จะตามด้วย Ving เป็นต้น

43. She has a new antivirus program __________ in her computer every two years.

  1. install

  2. to install

  3. installing

  4. installed

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

  1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3

have + สิ่งของ (a new antivirus program = โปรแกรมแอนตี้ไวรัส) เป็นสิ่งของจึงตอบกริยาช่องที่ 3 คือ installed

44. A bicycle is __________ than a car.

  1. cheap

  2. cheaper

  3. much cheap

  4. more cheap

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ เมื่อเห็น than ให้ตอบขั้นกว่า จากคุณศัพท์ cheap พยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่าให้ใส่ -er ท้ายคำ จึงตอบ cheaper

45. I met Tom, __________ just returned from Belgium.

  1. who

  2. what

  3. where

  4. whose

ตอบ 1 ให้เติมประพันธ์สรรพนามโดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือ สิ่งของหรือสถานที่เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร

คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ is

คน whose + คำนาม + V

คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met

สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.

สถานที่ where + S + V. เช่น where I live

เวลา when + S + V

the reason why + S + V

ประโยคมีคำนาม Tom เป็นคน และส่วนหลังมีกริยา just returned จึงตอบ who

46. I bought this book for my sister. __________ often read it together.

  1. They

  2. We

  3. Our

  4. Them

ตอบ 2 ประโยคแรกมีบอก my sister (พี่สาวของฉัน) และในประโยคที่สอง ให้เติมรูปประธาน สังเกตจากกริยา read เป็นกริยาพหูพจน์ หรือดูตัวเลือกคงเหลือ They, We ประโยคที่สองจะกล่าวถึง My sister and I (พี่สาวและฉัน) รวมสองคนอ่านด้วยกัน จึงตอบคำสรรพนามที่มีฉันรวมเข้าไปด้วยเป็น We (พวกเรา)

47. How many brothers __________ Cindy have?

  1. has

  2. have

  3. do

  4. does

ตอบ 4 ประโยคเป็นคำถามเกี่ยวกับจำนวน ใช้โครงสร้าง How many + คำนาม + does + ประธาน + กริยา? หรือว่ายกกริยาขึ้นไว้หน้า Cindy เป็นกริยาช่วย verb to do และซินดี้คนเดียวเอกพจน์จึงตอบ does

48. Missing too many classes may __________ in lower grades and missed opportunities for learning.

  1. cause

  2. create

  3. result

  4. produce

ตอบ 3 ประโยคนี้ต้องการกริยา + “in” เพื่อเชื่อมกับผลลัพธ์ที่ตามมา จึงตอบ result in = ส่งผลให้/ก่อให้เกิด จากประโยคว่า “การขาดเรียนมากเกินไปอาจส่งผลให้เกรดตกและพลาดโอกาสในการเรียนรู้” ส่วนตัวเลือกข้อ 1 cause ใช้ได้แต่ไม่ตามด้วย “in” ส่วน create = ก่อให้เกิด ไม่ใช้กับ “in” แบบนี้ และ produce เช่นกันก็ไม่ใช้คู่กับ “in” ในความหมายนี้

49. Amy forgot to set an alarm; __________, she missed her morning class.

  1. so

  2. consequently

  3. for

  4. since

ตอบ 2 ประโยคแรก เป็นสาเหตุ และประโยคหลังเป็นผลลัพธ์ คำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคแบบ เหตุ ไปสู่ผล และตามหลังเครื่องหมาย semicolon ( ; ) ควรเป็นคำวิเศษณ์เชื่อม คือ consequently = ผลที่ตามมา “เอมิลืมตั้งนาฬิกาปลุก จึงเป็นผลให้พลาดคลาสเรียนตอนเช้า” คำเชื่อมอื่นเช่น so, for, since ไม่ใช้หลัง ;

50. How __________ people are in your family?

  1. lots

  2. great deal of

  3. many

  4. much

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 40. ประกอบ ใช้กับประโยคคำถามได้ เช่น How many, How much ในประโยคใช้กับ people (ผู้คนเป็นคำนามพหูพจน์) จึงตอบ how many

51. Many heads are __________ than one.

  1. better

  2. the better

  3. best

  4. the best

ตอบ 1 เห็น than ก็เดาตอบขั้นกว่าได้เลย (เจอแบบนี้เป็นข้อที่ 3 แล้ว) จากคุณศัพท์ good ทำเป็นขั้นกว่า เปลี่ยนรูปเป็น better จึงตอบตัวเลือกข้อ 1 ถ้าอยู่หน้า than ไม่ต้องมี the นะอย่าลืม

52. If Sara had studied harder, she __________ the course last semester.

  1. passes

  2. passes

  3. would have passed

  4. had passed

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 35. ประกอบ เราเห็นส่วนหน้าให้มาแล้ว had studied = had V3 ส่วนหลังก็ตอบ would have V3 = would have passed

53. I’m early for the appointment, __________?

  1. am not I

  2. aren’t I

  3. have not I

  4. haven’t I

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ เป็นเรื่อง tag (ส่วนหาง) ประธาน I’m ย่อมาจาก I am เมื่อทำ tag เป็นกรณียกเว้นเพราะ amn’t ตัวย่อนึ้ไม่มี จึงใช้ aren’t I แทน

54. If David __________ s busy, he would help us with the project.

  1. isn’t

  2. aren’t

  3. wasn’t

  4. weren’t

ตอบ 4 เป็น If ในสูตรที่ 3 ดังนี้

3. If S + V2 , S + would/could + V1
ตอบ weren’t ให้มา would help

55. They __________ when the earthquake happened.

  1. were sleeping

  2. have slept

  3. slept

  4. sleep

ตอบ 1 สูตรการเชื่อมด้วย when มีดังนี้

1. S + V2 + when + S + V2
2. S + was/were + Ving + when + S + V2
3. S + had V3 + when + S + V2

ตรงแบบที่ 2 ตอบ were sleeping ให้มา happened

56. Are you __________ than Sally?

  1. old

  2. older

  3. most old

  4. more old

ตอบ 2 เจอ than เป็นข้อที่ 4 แล้ว ตอบขั้นกว่าจากคุณศัพท์ old พยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่าคือ older

57. Madeline loves __________ to amusement parks by her parents.

  1. to take

  2. taking

  3. to be taking

  4. being taken

ตอบ 4 กริยา “loves” ตามด้วย Ving หรือ to + V1 ก็ได้ และในที่นี้เราเห็นข้างหลังมี by.. (โดย) แสดงว่าประธาน Madeline เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกพาไป) ต้องใช้รูป passive และรูป passive ของ Ving คือ being + V3 จึงตอบ being taken ตรงกับตัวเลือกข้อ 4 (ถ้าถูกกระทำของ to V1 จะเป็น to be + V3 = to be taken) แต่ไม่มีให้เลือก

58. If water reaches 0°C, it __________.

  1. to freeze

  2. freezes

  3. froze

  4. has frozen

ตอบ 2 เป็นสูตร If สูตรที่ 1 ดังนี้

1. If S + V1 , S + V1
ให้มา reaches ตอบ freezes กริยาเอกพจน์

59. A careful bus driver __________ talk while driving.

  1. might not

  2. cannot

  3. shall not

  4. must not

ตอบ 4 ประโยคนี้กล่าวถึง “ข้อห้ามหรือสิ่งที่ไม่ควรทำ” โดยเฉพาะสำหรับคนที่ “รอบคอบ” กริยาช่วยที่ถูกต้องเข้ากับโจทย์ที่สุดคือ “must not” ใช้แสดง “ข้อห้ามโดยเด็ดขาด” ว่า ต้องไม่คุยขณะขับรถ ตัวเลือกอื่น เช่น might not แสดง “อาจจะไม่” เป็นความเป็นไปได้เล็กน้อย ส่วน cannot “ไม่สามารถ” ไม่ได้เป็นข้อห้าม และ shall not เป็นทางการลาไม่ค่อยใช้ในบริบททั่วไป

60. __________ the new fitness routine, he felt heathier and more energetic.

  1. As a result of

  2. Because

  3. For

  4. In order to

ตอบ 1 ต้องการคำเชื่อมที่แสดงว่า “เพราะผลจากโปรแกรมฟิตเนสใหม่นี้ เขาจึงรู้สึกสุขภาพดีขึ้น” หลังคำที่ให้เติมนั้น “the new fitness routine” เป็นคำนามวลี ดังนั้นคำเชื่อมที่ตามด้วยคำนามวลี ได้คือ “As a result of” = เพราะเป็นผลจาก…. ส่วนคำเชื่อม because, for ตามด้วยประโยค และ in order to ใช้แสดง “เพื่อที่จะ…” ตามด้วยกริยา

61. Economic instability, inflation, and disruption of trade can be the __________ of war.

  1. cause

  2. outcome

  3. reason

  4. root

ตอบ 2 ต้องการคำที่หมายถึง “สิ่งที่เป็นผลจากสงคราม” ซึ่งสิ่งที่กล่าวถึงข้างหน้า (instability, inflation, trade disruption) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะสงคราม ดังนั้นต้องการใช้คำที่เรียกว่า “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ “สาเหตุ” จึงตอบ “outcome” = ผลลัพธ์ นอกนั้น cause (สาเหตุ) reason (เหตุผล) และ root (รากเหง้า สาเหตุเชิงลึก)

62. The carpet in the main hall needs __________ once every month.

  1. shampooing

  2. shampoo

  3. to be shampooed

  4. Both 1 and 3 are correct

ตอบ 4 หลังคำว่า “needs” สามารถตามได้ 2 อย่างคือ

  1. need + Ving จึงตอบ needs shampooing หรือ 2. รูปถูกกระทำ to be + V3 = needs to be shampooed ได้ทั้งตัวเลือก 1 และ 3

63. Unless you __________ your application by Friday, you won’t qualify for the scholarship.

  1. don’t submit

  2. submitted

  3. submit

  4. will submit

ตอบ 3 ตัวเชื่อม Unless เหมือน If ในการตอบกริยาทั้งสองส่วน แต่ความหมายต่างกัน Unless = If….not

2. Unless S + V1 , S + will V1
ตอบ submit ให้มา won’t qualify = will not qualify

ถ้าใช้ Unless ส่วนที่ตามไม่ต้องมี not อีกเพราะ unless มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ไม่ใช้ซ้อนกัน เมื่อตามด้วย V1 = submit ส่วนหลังก็เป็น will V1 = will not qualify ตรงตามสูตร

64. Marlinee got her house __________ last month.

  1. renovate

  2. renovated

  3. renovating

  4. to renovate

ตอบ 2 เป็นรูปกริยา get ถ้าตามด้วยสิ่งของ ตอบกริยาช่องที่ 3 ถ้าตามด้วยคน ตอบ to v1 ดูตัวอย่าง

S + get + something + V3 (ถ้าตามด้วยสิ่งของ + V3) อันนี้เหมือน have+สิ่งของ+V3

S + get/got + คน + to V1

  • Jack gets his elder sister to wash his clothes. (คน ตอบ to V1)

  • Jack gets his clothes washed by his elder sister. (สิ่งของ ตอบ V3)ข้อนี้ get (got) + her house (บ้านเป็นสิ่งของ) ก็ตอบตามด้วยกริยาช่องที่ 3 = renovated

65. Next year, a church __________ at the back of our school.

  1. will be built

  2. is built

  3. builds

  4. has built

ตอบ 1 เราเห็นคำบอกเวลา “Next year” (ปีหน้า) เป็นอนาคต และประธานคือ “a church” (เป็นสิ่งของ โบสถ์) ถูกกระทำ ต้องใช้ passive voice ใช้โครงสร้างจาก will V1 ถูกกระทำมาเป็น will be + V3 จึงตอบ will be built

66. Whenever it rains. the soccer match __________.

  1. cancels

  2. was canceling

  3. canceled

  4. gets canceled

ตอบ 4 เมื่อเห็นคำว่า “Whenever” (เมื่อไรก็ตาม) บอกถึงสิ่งที่เกิดเป็นประจำ ใช้ Present Simple (S + V1) แต่เนื่องจาก the soccer match (การแข่งขันฟุตบอล) เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกยกเลิก) ต้องใช้ passive voice จึงใช้โครงสร้าง gets + V3 = gets canceled (ถูกยกเลิก)

67. The new policy aims to created safer working conditions, __________ employees will feel more secure and satisfied.

  1. for

  2. because

  3. so

  4. thus

ตอบ 3 ประโยคนี้ต้องการคำเชื่อมที่แสดง ผลลัพธ์ จากนโยบายใหม่ คำว่า “so” เป็นคำเชื่อมที่ใช้บ่อยในโครงสร้าง “…so + ประธาน + กริยา” เพื่อแสดงเหตุและผล จากประโยคว่า “นโยบายใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยขึ้น เพื่อที่พนักงานจะได้รับรู้สึกมั่นใจและพึงพอใจมากขึ้น” จึงตอบ “so” แสดงผลจากสิ่งที่กล่าวไว้

68. __________ she taken the earlier train, she wouldn’t have missed the meeting.

  1. If

  2. Unless

  3. Is

  4. Had

ตอบ 4 เป็นเรื่อง If แต่ตัด if ออกไปมีสูตร 3 และ 4

  1. Were S + ส่วนขยาย , S + would V1

  2. Had S + V3 , S + would have V3

ข้อนี้ตรงกับสูตรที่ 4 ซึ่งสังเกตจากโจทย์หลังประธานมีกริยาช่องที่ 3 (taken) อยู่จึงตอบข้างหน้าเป็น Had ซึ่งมาจากประโยคเดิมว่า If she had taken…. เมื่อตัด If ออก จะเป็น Had she taken…

69. The program __________ since 1986.

  1. had organized

  2. has been organized

  3. organized

  4. is organized

ตอบ 2 เห็น “since…” บอกถึงเหตุการณ์ที่เริ่มในอดีตและยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) และประธาน “The program” เป็นผู้ถูกกระทำ ต้องใช้รูป passive voice ก็คือ has been + V3 จึงตอบ has been organized

70. __________ the unexpected traffic, Henry arrived late at the meeting.

  1. Due to

  2. Owing to

  3. In order to

  4. Both 1 and 2 are correct

ตอบ 4 ต้องการคำเชื่อมที่แสดง สาเหตุ และตามด้วย คำนามวลี (the unexpected traffic) ซึ่งคำเชื่อมทั้ง “Due to” และ “Owing to” ใช้ในความหมายว่า “เพราะว่า เนื่องจาก” และสามารถตามด้วยคำนามได้เหมือนกันจึงตอบถูกทั้ง 1 และ 2 ส่วน 3 In order to ใช้เพื่อแสดง “จุดประสงค์” และต้องตามด้วยกริยา ไม่ใช่คำนาม

71. At the moment, Daniel __________ how to get maple sap from a maple tree by his uncle in the backyard.

  1. is being taught

  2. teaches

  3. taught

  4. is teaching

ตอบ 1 ประโยคมีคำว่า “At the moment” ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are +Ving) และประธาน Daniel เป็นผู้ถูกสอน หรือดูข้างหลังมี by.. (โดย) ทำให้เรารู้ว่าต้องใช้รูป passive voice จึงตอบโครงสร้าง is being + V3 = is being taught

72. Jack isn’t around. He __________ his exams yet.

  1. may not finish

  2. might not have finished

  3. shouldn’t finish

  4. couldn’t have finished

ตอบ 2 มีคำว่า “yet” ซึ่งมักใช้ในรูปของ Present Perfect Tense (has/have + V3) หรือ กริยาช่วย + have + V3 ซึ่งต้องการสื่อว่า “เขาอาจจะยังสอบไม่เสร็จ” ใช้โครงสร้างบ “might not have finished” โดยใช้ might (มาจาก may อาจจะ) เพื่อแสดงความเป็นไปได้ในอดีตที่ยังไม่จบลง ณ ขณะนี้

73. Thank you very much for your help. I __________ it without you.

  1. couldn’t have managed

  2. needn’t have managed

  3. shouldn’t have managed

  4. might not have managed

ตอบ 1 เป็นการ ขอบคุณ และแสดงว่า “ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงทำไม่ได้” เหตุการณ์นี้เป็นอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยใช้โครงสร้าง “couldn’t have + V3” เพื่อแสดงความสามารถหรือไม่สามารถในอดีต จาก can/could not ไม่สามารถ

74. Follow me. I __________ show you to your room.

  1. must

  2. might

  3. will

  4. could

ตอบ 3 ประโยคนี้เป็นคำพูดในการเสนอความช่วยเหลือหรือบอกเจตนาของผู้พูดแสดงความตั้งใจจะทำในอนาคตอันใกล้ ใช้ will

75. I gained some weight. I __________ so much fried chicken.

  1. shouldn’t have eaten

  2. might not have eaten

  3. couldn’t have eaten

  4. wouldn’t have eaten

ตอบ 1 ประโยคนี้แสดงความเสียใจหรือรู้สึกผิดในอดีต ใช้โครงสร้าง “shouldn’t have + V3” เพื่อแสดงว่า “ไม่น่า/ไม่ควรจะกินเยอะขนาดนั้นเลย” จึงตอบ should /should not (ควร/ไม่ควร)

76. I don’t like tea, but I __________ like coffee.

  1. do

  2. have

  3. ought

  4. am

ตอบ 1 เราเห็นกริยา like เป็นกริยาช่องที่ 1 สามารถในกริยาช่วยที่สามารถตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ได้คือ do ซึ่ง do + V1 (like) ได้ โดย do/does/did นำหน้ากริยาช่องที่ 1 เป็นการเน้นย้ำกริยาช่องที่ 1 เช่น

  • I do like John. ใช้ do like เป็นการเน้นว่าชอบจริง ๆ ฉันชอบจอห์นจริง ๆ

77. She sings better than I __________.

  1. have

  2. do

  3. will

  4. am

ตอบ 2 กริยาหลักอยู่หน้าประโยคคือ sings แล้ว เมื่อต้องการใช้กริยาซ้ำ เราไม่ใช้ตัวเดิม แต่สามารถใช้กริยาช่วย do, does, did มาช่วยได้ อย่างประโยคนี้ใช้แทนกริยาช่องที่ 1 (sings) ก็คือ do/does และใช้กับประธาน I ก็ต้องเป็น do

78. A: __________ do you get to work, Mark?

B: I take the bus.

  1. What

  2. How often

  3. When

  4. How

ตอบ 4

A: มาร์ค คุณไปทำงานยังไงเหรอ?

B: ฉันนั่งรถบัสไป

B ตอบว่านั่งรถบัส นั่นแสดงว่า A ต้องถามเกี่ยวกับ “วิธี” การเดินทาง คือ “How” ยังไง

79. A: __________ .

B: I love pizza most!

  1. Why did you buy it?

  2. What’s your favorite food?

  3. Which restaurant should we go to this evening?

  4. How was the pizza you brought home last night?

ตอบ 2

A: อาหารโปรดของคุณคืออะไร?

B: ฉันชอบพิซซ่าที่สุดเลย!

B ตอบว่าชอบพิซซ่าที่สุด แสดงว่าถามคำถามเกี่ยวกับ ความชอบด้านอาหาร ตรงกับ “What’s your favorite food?” = อาหารโปรดของคุณคืออะไร

80. A: Have you ever been to Osaka, Jane?

B: __________, but I’d love to go there some day.

  1. Yes, I have

  2. Sure, I did

  3. No, I haven’t

  4. I’ll do that

ตอบ 3

A: เจน เคยไปโอซาก้าหรือเปล่า?

B: ยังไม่เคยเลย แต่ฉันอยากไปสักวันหนึ่ง

จากที่ B ตอบว่ายังไม่เคยไป แต่มีความตั้งใจในอนาคต แสดงว่าถามคำถามว่า “Have you ever been….” เคยไปหรือเปล่า

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

81. Can you speak any __________ languages?

  1. familiar

  2. fluent

  3. fairly

  4. foreign

ถาม คุณสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ไหม?

ตอบ 4 เมื่อเห็นคำว่า languages (ภาษา) ทำให้เราคำศัพท์ foreign = ต่างประเทศ ได้

  1. คุ้นเคย 2. คล่องแคล่ว 3. ค่อนข้าง 4. ต่างประเทศ

82. It is important to __________ good study skills.

  1. develop

  2. become

  3. pronounce

  4. translate

ถาม การพัฒนา ทักษะการเรียนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ

ตอบ 1 1. พัฒนา 2. กลายมาเป็น 3. ออกเสียง 4. การแปล

83. Would you help me correct my __________?

  1. commute

  2. difference

  3. pronunciation

  4. surprise

ถาม คุณช่วยแก้การออกเสียงของฉันได้ไหม?

ตอบ 3 1. การเดินทาง 2. ความแตกต่าง 3. การออกเสียง 4. ประหลาดใจ

84. I hope this will __________ you to change your mind.

  1. admit

  2. convince

  3. regret

  4. survive

ถาม ฉันหวังว่าสิ่งนี้จะโน้มน้าวให้คุณเปลี่ยนใจได้

ตอบ 2 1. ยอมรับ 2. โน้มน้าว 3. เสียใจ 4. รอดชีวิต

85. The movie didn’t __________ as well as the critics had predicted.

  1. curl up

  2. drop off

  3. put down

  4. turn out

ถาม หนังเรื่องนี้ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่นักวิจารณ์คาดไว้

ตอบ 4 1. ขดตัว 2. หลับ, ลดลง หย่อน 3. วางลง 4. ออกมาเป็น…

86. I’ll send the __________ to you by post.

  1. step

  2. original

  3. language

  4. owner

ถาม ฉันจะส่ง ต้นฉบับให้คุณทางไปรษณีย์

ตอบ 2 1. ขั้นตอน 2. ต้นฉบับ 3. ภาษา 4. เจ้าของ

87. Wanchai __________ to write a new novel next year.

  1. intends

  2. warns

  3. strikes

  4. occurs

ถาม วันชัยตั้งใจจะเขียนนิยายเล่มใหม่ในปีหน้า

ตอบ 1 1. ตั้งใจ 2. เตือน 3. โจมตี 4. เกิดขึ้น

88. My __________ food is fish and vegetables.

  1. tasty

  2. normal

  3. favorite

  4. usual

ถาม อาหารที่ฉันชอบที่สุดคือปลาและผัก

ตอบ 3 1. อร่อย 2. ปกติ ธรรมดา 3. ชอบที่สุด โปรดปราน 4. ตามปกติ

89. The incident was __________. Two people died at the scene.

  1. soaring

  2. amazing

  3. phenomenal

  4. fatal

ถาม เหตุการณ์นั้นถึงตายเลย มีคนเสียชีวิต 2 คนในที่เกิดเหตุ

ตอบ 4 1. เพิ่มสูงขึ้น คำราม 2. น่าทึ่ง 3. ยอดเยี่ยม 4. ถึงแก่ชีวิต ทำให้ตาย

90. Last night, Nicha had a(n) __________ sleep. That’s why this morning she looks very fresh.

  1. indescribable

  2. daring

  3. uninterrupted

  4. limited

ถาม เมื่อคืนนี้นิชาหลับแบบไม่ถูกรบกวน เช้านี้เธอเลยดูสดใสมาก

ตอบ 3 1. บรรยายไม่ถูก 2. กล้าหาญ 3. ไม่ถูกรบกวน 4. จำกัด

91. It’s __________ to take a shower or bath when there’s a lightning storm.

  1. worth

  2. inadvisable

  3. convincing

  4. unbelievable

ถาม การอาบน้ำขณะที่มีพายุฟ้าผ่า ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

ตอบ 2 1. มีคุณค่า 2. ไม่แนะนำ 3. น่าเชื่อ 4. ไม่น่าเชื่อ

92. We would appreciate an early __________.

  1. reply

  2. mind

  3. fight

  4. habit

ถาม เราจะขอบคุณมากหากได้รับการตอบกลับโดยเร็ว

ตอบ 1 1. การตอบกลับ 2. จิตใจ 3. ต่อสู้ 4. นิสัย

93. The rule is still in __________.

  1. society

  2. source

  3. effect

  4. guilt

ถาม กฎข้อนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

ตอบ 3 1. สังคม 2. แหล่งที่มา 3. มีผลบังคับ 4. ความผิด

94. He’s in treatment for cocaine __________.

  1. gain

  2. diet

  3. notice

  4. addiction

ถาม เขากำลังเข้ารับการรักษาอาการเสพติดโคเคน

ตอบ 4 1. การเพิ่ม 2. การควบคุมอาหาร 3. การแจ้งให้ทราบ 4. การเสพติด ติด

95. The __________ of getting up early is that you will have more time during the day to do things.

  1. spot

  2. fair

  3. benefit

  4. structure

ถาม ข้อดีของการตื่นเช้าคือคุณจะมีเวลามากขึ้นในแต่ละวันสำหรับทำสิ่งต่าง ๆ

ตอบ 3 1. จุด 2. ยุติธรรม 3. ประโยชน์/ข้อดี 4. โครงสร้าง

96. He couldn’t get to sleep because he was too __________.

  1. tough

  2. excited

  3. fast

  4. enjoy

ถาม เขานอนไม่หลับเพราะเขาตื่นเต้นเกินไป

ตอบ 2 1. แข็งแกร่ง/ยาก 2. ตื่นเต้น 3. เร็ว 4. สนุกสนาน

97. We made fruit salad and it was really __________.

  1. tasty

  2. wrong

  3. smart

  4. noticeable

ถาม พวกเราทำสลัดผลไม้กัน และมันก็อร่อยมาก

ตอบ 1 1. อร่อย 2. ผิด 3. ฉลาด 4. สังเกตได้ง่าย

98. The most annual meeting was very __________. It lasted for only an hour.

  1. popular

  2. fortunate

  3. heartbreaking

  4. brief

ถาม การประชุมประจำปีล่าสุดนั้นสั้นมาก ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง

ตอบ 4 1. เป็นที่นิยม 2. โชคดี 3. น่าเศร้า 4. สั้น กระชับ

99. Please don’t __________ to be good to me.

  1. worry

  2. spread

  3. pretend

  4. change

ถาม ได้โปรดอย่า แกล้งทำดี กับฉันเลย

ตอบ 3 1. กังวล 2. แพร่กระจาย 3. เสแสร้ง 4. เปลี่ยน

100. It’s __________ to feel tired after such a long trip.

  1. tough

  2. slow

  3. careful

  4. normal

ถาม มันเป็นเรื่อง ปกติที่จะรู้สึกเหนื่อยหลังจากเดินทางไกลขนาดนั้น

ตอบ 4 1. ยาก/แข็งแกร่ง 2. ช้า 3. ระมัดระวัง 4. ปกติ ธรรมดา

101. That burnt-out tower will be __________ next Saturday.

  1. torn down

  2. curled up

  3. credited

  4. rolled up

ถาม หอคอยที่ถูกไฟไหม้นั้นจะถูกรื้อถอนในวันเสาร์หน้า

ตอบ 1 1. รื้อถอน 2. ขดตัว 3. ให้ความเชื่อถือ 4. ม้วนขึ้น

102. The __________ where the accident took place was very terrifying.

  1. view

  2. scene

  3. architect

  4. coincidence

ถาม ที่เกิดเหตุที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นนั้นน่ากลัวมาก

ตอบ 2 1. ทัศนียภาพ 2. ที่เกิดเหตุ /ฉาก 3. สถาปนิก 4. เหตุบังเอิญ

103. Brad has an appointment with a dentist. His teeth are going to be __________.

  1. extracted

  2. conducted

  3. preserved

  4. supported

ถาม แบรดมีนัดกับหมอฟัน ฟันของเขากำลังจะถูกถอนออก

ตอบ 1 1. ถอนออก 2. ดำเนินการ 3. อนุรักษ์/ถนอมไว้ 4. สนับสนุน

104. Some scientists have __________ the existence of life on other planets.

  1. expected

  2. doubted

  3. created

  4. ignored

ถาม นักวิทยาศาสตร์บางคนได้แสดงความสงสัยต่อการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

ตอบ 2 1. คาดหวัง 2. สงสัย / ไม่เชื่อ 3. สร้าง / ก่อให้เกิด 4. เพิกเฉย

105. The __________ skydivers jumped from the plane despite the rain.

  1. sucking

  2. boring

  3. daring

  4. thrilling

ถาม นักโดดร่มผู้กล้าหาญกระโดดจากเครื่องบินแม้ฝนจะตก

ตอบ 3 1. การดูด 2. น่าเบื่อ 3. กล้า/ชอบเสี่ยง 4. น่าตื่นเต้น

106. When Jim saw her, Gina was carrying a small __________ of flowers.

  1. club

  2. part

  3. soul

  4. bunch

ถาม ตอนที่จิมเห็นเธอ จีน่ากำลังถือ ช่อดอกไม้เล็ก ๆ

ตอบ 4 1. ไม้ตี / สโมสร 2. ส่วนหนึ่ง 3. จิตวิญญาณ 4. ช่อ / กลุ่ม

107. The college has its own __________.

  1. vessel

  2. glacier

  3. salary

  4. chapel

ถาม วิทยาลัยแห่งนี้ มีโบสถ์เป็นของตัวเอง

ตอบ 4 1. เรือ/ภาชนะ 2. ธารน้ำแข็ง 3. เงินเดือน 4. โบสถ์เล็ก ๆ

108. They caused us great __________ by showing up without notice.

  1. inconvenience

  2. consideration

  3. independence

  4. cancellation

ถาม พวกเขาทำให้เราลำบากมากที่มาถึงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

ตอบ 1 1. ลำบาก /ไม่สะดวก 2. การพิจารณา/ความเกรงใจ 3. ความเป็นอิสระ 4. การยกเลิก

109. To promote their new album, the singers __________.

  1. hit the streets

  2. crossed that bridge

  3. broke a leg

  4. shed a few tears

ถาม เพื่อโปรโมตอัลบั้มใหม่ นักร้องจึงออกไปลุยเองถึงข้างนอก

ตอบ 1 1. ลงพื้นที่ /ออกไปโปรโมต 2. ค่อยว่ากันทีหลัง 3. อวยพรให้โชคดี 4. ร้องไห้

110. The tube is __________ with people at rush hours.

  1. less-known

  2. jam-packed

  3. mind-bending

  4. wide-legged

ถาม รถไฟใต้ดินแน่นขนัดไปด้วยผู้คนในช่วงเวลาเร่งด่วน

ตอบ 2 1. ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก 2. แน่นเอี๊ยด 3. ซับซ้อน/ทำให้มึนงง 4. ขาบาน

111. Can you prove that the Earth isn’t flat?

  1. cruise

  2. gain

  3. reveal

  4. verify

ถาม คุณสามารถพิสูจน์ได้ไหมว่าโลกไม่ได้แบน?

ตอบ 4 1. ล่องเรือ/ขับรถไปเรื่อย ๆ 2. ได้รับ 3. เปิดเผย 4. ตรวจสอบ/พิสูจน์

prove = verify = ตรวจสอบ/พิสูจน์ความถูกต้อง

112. Why should I give up my beliefs for your lies?

  1. abandon

  2. encourage

  3. gain

  4. reply

ถาม ทำไมฉันต้องละทิ้งความเชื่อของตัวเองเพราะคำโกหกของคุณด้วยล่ะ?

ตอบ 1 1. ละทิ้ง 2. สนับสนุน 3. ได้มา 4. ตอบกลับ

give up = abandon = ละทิ้ง

113. Don’t try too hard to make sense of whether the earth is flat or round.

  1. believe

  2. fetch

  3. pretend

  4. understand

ถาม อย่าพยายามมากเกินไปในการทำความเข้าใจว่าโลกแบนหรือกลม

ตอบ 4 1. เชื่อ 2. ไปเอามา 3. แกล้งทำ 4. เข้าใจ

make sense = understand = ทำความเข้าใจ

114. Long exposure to the sun without protection can lead to serious skin damage.

  1. conspiracy

  2. disclosure

  3. mortality

  4. tract

ถาม การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ได้ปกป้องผิวอาจส่งผลให้ผิวเสียหายอย่างรุนแรงได้

ตอบ 2 1. การสมรู้ร่วมคิด 2. การรับ /สัมผัส 3. ความตาย 4. ทางเดิน

exposure = disclosure = การสัมผัส การเปิดรับ

115. Ben’s promise to complete the project by Friday gave the team confidence to move forward with other plans.

  1. assurance

  2. effect

  3. highlight

  4. route

ถาม คำสัญญาของเบนว่าจะทำโครงการให้เสร็จภายในวันศุกร์ ได้สร้างความมั่นใจให้ทีมสามารถเดินหน้าแผนอื่นต่อได้

ตอบ 1 1. การรับประกัน/ ความมั่นใจ 2. ผลกระทบ 3. จุดเด่น 4. เส้นทาง

116. The silence in the room grew increasingly uncomfortable as everyone waited for someone to speak first.

  1. awesome

  2. discomforting

  3. pleasant

  4. relaxed

ถาม ความเงียบในห้องยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ทุกคนรอให้ใครสักคนเริ่มพูด

ตอบ 2 1. ยอดเยี่ยม 2. ทำให้อึดอัด/ไม่สบายใจ 3. น่ายินดี 4. ผ่อนคลาย

117. Flat-earthers use strange logic.

  1. experience

  2. harbor

  3. reason

  4. spot

ถาม ผู้ที่เชื่อว่าโลกแบนใช้เหตุผลที่แปลกประหลาด

ตอบ 3 1. ประสบการณ์ 2. ท่าเรือ 3. เหตุผล 4. จุด

118. After years of chronic back pain, Daryl finally found relief through a combination of physical therapy and meditation.

  1. fatal

  2. infinite

  3. obvious

  4. persisting

ถาม หลังจากทนกับอาการปวดหลังเรื้อรังมาหลายปี ดาริลก็พบทางบรรเทาอาการได้ในที่สุดด้วยการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการทำสมาธิ

ตอบ 4 1. ถึงแก่ชีวิต 2. ไม่มีที่สิ้นสุด 3. ชัดเจน 4. เรื้อรัง/ยังคงอยู่

119. People with breathing and heart problems, children and the elderly may be particularly sensitive to PM 2.5.

  1. breathtaking

  2. responsive

  3. fatal

  4. inadvisable

ถาม ผู้ที่มีปัญหาการหายใจและหัวใจ เด็กและผู้สูงอายุอาจไวต่อ PM 2.5 เป็นพิเศษ

ตอบ 2 1. หายใจไม่ออก 2. ตอบสนองรวดเร็ว 3. ถึงแก่ชีวิต 4. ไม่แนะนำ

sensitive = responsive = รู้สึกไว อ่อนไหวเร็ว ตอบสนองรวดเร็ว

120. Symptoms of the highly infectious illness include fever, cough, runny nose, eye irritation, and a signature rash.

  1. annoyance

  2. depression

  3. hermit

  4. shelter

ถาม อาการของโรคติดเชื้อสูง ได้แก่ ไข้ ไอ น้ำมูกไหล ระคายเคืองตาและผื่นขึ้นตามตัว

ตอบ 1 1. การระคายเคือง 2. ภาวะซึมเศร้า 3. นักบวช 4. ที่พักพิง

irritation = annoyance, inflammation = การระคายเคือง, การอักเสบ

 

Advertisement