RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Advertisement

แนวข้อสอบภาค 1 ปีการศึกษา 2567
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Directions: Choose the best answer.

Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

1. Wild animals __________ dangerous.
1. is
2. are
3. was
4. were
ตอบ 2
ใช้ Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ สม่ำเสมอ ทุกวัน เป็นนิสัย มักมีคำบอกเวลา เช่น always, usually, often (บ่อย), normally (โดยปกติ), regularly (อย่างสม่ำเสมอ), frequently (บ่อย), sometimes (บางครั้ง), every + ช่วงเวลา เช่น every month, every day (ทุกวัน) เป็นต้น และยังใช้กับโจทย์ที่เป็นข้อเท็จจริง (Facts) เช่น จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ จริงตามธรรมชาติ เช่น
– The sun rises in the east and sets in the west.
(พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก)
– Wild animals are dangerous. (สัตว์ป่าเป็นสัตว์อันตราย) ประโยคนี้เป็นจริงเสมอ และประธานเป็นพหูพจน์ จึงตอบกริยาพหูพจน์ คือ are = V1

2. The key you found is __________.
1. mine
2. him
3. her
4. our
ตอบ 1
บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun) ให้เดาเลยนะ ถ้าไม่มีคำนามหรืออะไรตามหลังโจทย์ให้เอารูปแสดงความเป็นเจ้ามาได้เลย เช่น mine, yours, hers, theirs, ours เพราะ mine มีค่าเท่ากับ my key แต่หน้าโจทย์มีคำนาม key แล้วก็ไม่ต้องยกมาซ้ำ เช่น
– This book is yours. หรือถ้าเลือกตอบในแถวที่ 3 จะเป็น This is your book.
– This key is mine. = This is my key.

3. This week, I __________ a train to work because my car is in the garage.
1. take
2. took
3. am taking
4. was taking
ตอบ 3
ต้นประโยคมีคำบอกเวลาแสดงถึง “อนาคตกาล” คือ This + คำบอกเวลา เช่น this month (เดือนนี้), this week, this year เป็นต้น เราสามารถใช้ปัจจุบันแทนอนาคตอันใกล้ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are + Ving) จึงตอบ I am taking a train. (ฉันจะนั่งรถไฟ…..)

4. We usually __________ together in the park.
1. exercise
2. are exercising
3. will exercise
4. have exercised
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ เมื่อเราเห็นคำบอกใบ้คือ usually (โดยปกติ) ทำเป็นประจำ ใช้ Present Simple Tense (S + V1) ได้เลย ก็คือ exercise

5. Mark’s mother makes him __________ up his room once a week.
1. to tidy
2. tidied
3. tidy
4. tidying
ตอบ 3
กริยา make/made หรือ let สองตัวนี้เป็นที่นิยมออกสอบออกมาให้ตอบกริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องมี to ตาม เช่น
– The sad movie always makes me cry.
– Let us go shopping
ฉะนั้นข้อนี้ makes + กรรม (him) + V1 จึงตอบ tidy เป็น V1 ไม่ต้องมี to หรือ -ed -ing

6. They __________ their 11th anniversary at this time last Friday.
1. celebrate
2. have celebrated
3. are celebrating
4. were celebrating
ตอบ 4
มีคำบอกเวลาท้ายโจทย์ที่แสดงถึงอดีตและระบุเวลาที่แน่ชัดลงด้วย ใช้ Past Continuous Tense (S+ was/were + Ving) เช่น (at) this time last year (เวลานี้เมื่อปีที่แล้ว มี at ก็ได้ไม่มี at ก็ได้) , at 6 o’clock last night, at 5 p.m. yesterday เป็นต้น ฉะนั้นข้อนี้มี at this time last Friday จึงตอบ were celebrating

7. If the weather clears up, we __________ for a hike tomorrow.
1. goes
2. will go
3. had gone
4. gone
ตอบ 2
ดูสูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ
1. If S + V1 , S + V1
2. If S + V1 , S + will V1
3. If S + V2 , S + would/could + V1
4. If S + had V3 , S + would have V3
การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น
ตรงกับ If ขึ้นต้นประโยคสูตรที่ 2 โดยสังเกตจากให้มาส่วนหน้าคือ clears เป็นกริยาช่องที่ 1 สามารถคู่กับส่วนหลังคือ V1 หรือ will V1 แต่ goes เป็นกริยาเอกพจน์ใช้กับประธาน We พหูพจน์ไม่ถูกต้อง จึงหันมาตอบ will V1 = will go

8. Jenny and I __________ each other for years.
1. know
2. knew
3. have known
4. were knowing
ตอบ 3
ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) หรือจะตอบ Present Perfect Continuous Tense (S + has/have been + Ving) แสดง เหตุการณ์ที่ เกิดติดต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต ออกสอบทุกเทอมนะคะจำคำบอกเวลาไว้ เช่น for (เป็นเวลา), since (ตั้งแต่), just (เพิ่งจะ), recently (เร็ว ๆนี้), lately, yet, already, ever, never, how long , all day (ตลอดวัน), all evening (ตลอดเย็น) สำหรับข้อนี้ มีคำบอกเวลาคือ for years (เป็นเวลาหลายปี) จึงตอบ have known

9. __________ that he has got a big bonus from his office, Tim couldn’t help smiling all day.
1. To know
2. Knowing
3. Know
4. Known
ตอบ 2
คำที่เติมนั้นทำหน้าที่เป็น Present Participle ในรูปของ Gerund (คือ Ving) ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์มักไว้หน้าประโยคและตามด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,) แล้วตามด้วยประธานหลักที่เป็นคนหรือสิ่งมีชีวิต แสดงอาการกระทำของ Ving (Knowing) นั้น นั่นคือ การรู้ (Knowing)………,ขึ้นด้วยคน แบบนี้ให้ตอบ Vingได้เลย

10. Albert __________ it before 6 o’clock. We’d better leave without him.
1. won’t finish
2. didn’t finish
3. haven’t finished
4. don’t finish
ตอบ 1
ช่องแรกที่ให้เติมนั้นบ่งบอกถึงการกระทำที่ต้องเกิดขึ้นก่อน หกโมง แสดงถึงอนาคตซึ่งใช้รูป will not finish น่าจะทำงานไม่เสร็จก่อนหกโมง เราควรจะออกไปโดยไม่มีเขา ใช้ Future Simple Tense = will + V1 และ will not V1 = will not finish = won’t finish จะไม่เสร็จ

11. __________ United States of America is a very big country.
1. A
2. An
3. The
4. (Blank)
ตอบ 3
หลักการใช้ Article “The” นำหน้าคำนามต่อไปนี้
1. the + คำนามเฉพาะ
2. ใช้ the กับชื่อตระกูล เช่น The Smiths (ตระกูลสมิธ)
3. ใช้ the นำหน้าชื่อประเทศที่มีคำว่า United, Republic เช่นข้อนี้ The United States, The Union, The Republic of China
4. ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีส่วนขยายชี้เฉพาะตามหลังคำนามเช่นเป็นบุพบท (in, on, at, under) หรืออนุประโยคขยายที่มี that, which, who, whom เป็นต้น
สำหรับข้อนี้ใช้ The นำหน้าชื่อประเทศที่มีคำว่า United จึงตอบ The United States of America

12. My brother will have his jeans __________ about 2 inches.
1. shorten
2. shortened
3. shortening
4. to shorten
ตอบ 2
เป็นโครงสร้างในเรื่อง Passive Voice โดยใช้ในรูปของ Verb to have
have/ has/had มีออกบ่อย 2 แบบคือ ดูสูตร
1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3
2. S + has/have/had + คน + V1
จากโจทย์ have his jeans (กางเกงยีนส์ เป็นสิ่งของ) จึงตอบกริยาช่องที่ 3 ในที่นี้คือ shortened

13. __________ we __________ up the house next weekend?
1. Do; clean
2. Are; cleaned
3. Have; cleaned
4. Shall: clean
ตอบ 4
ท้ายประโยคมีคำบอกเวลา next weekend (เสาร์อาทิตย์หน้า) เป็นการบ่งบอกถึงอนาคต ใช้รูป Present Simple Tense (S + will/shall + V1) ตรงกับตัวเลือกข้อ 4 ที่มี shall ทำเป็นประโยคคำถามยก Shall ไว้หน้าประธาน we นั่นเอง

14. __________ turn is it to choose the movie for movie night?
1. Who
2. Whom
3. Whose
4. Which
ตอบ 3
ข้อนี้เป็นคำถามแบบ Who-question ดังนี้
Who + Verb + obj, = ถามถึงคน
Whom + Verb + S. = ถามถึงบุคคลที่ 3
Whose + คำนาม + Verb + S…? = ถามถึงการเป็นเจ้าของ? ว่าของใคร
Which + Verb + S = ถามถึงการเลือกของชิ้นใด?
Which + คำนาม + V + S..? = ถามถึงของใดชิ้นหนึ่งแบบเจาะจง?
What + Verb + S…? = ถามถึงสิ่งของ?
When + Verb + S….? = ถามหาเวลา?
Where + Verb + S….? = ถามถึงสถานที่?
How + adj./adv. + V + S…? = ถามลักษณะ/จำนวน?
How/how to + Verb + S…? = ถามถึงความรู้สึก/วิธีการ?
โจทย์ต้องการถามการเป็นเจ้าของ
Whose + คำนาม + Verb + S
= Whose turn is it…? ถึงคิวใครที่จะเลือกหนังสำหรับการดูหนังคืนนี้?

15. I forgot to turn off the light, is __________ still on?
1. them
2. it
3. itself
4. him
ตอบ 2
ส่วนหลังให้ตอบเป็นคำถามและต้องการถามโดยใช้คำสรรพนาม (Pronoun) และใช้เป็นประธานของประโยคคำถาม? โดยคำที่ให้เติมกล่าวซ้ำคำนามที่เอ่ยในประโยคหน้า นั่นคือ the light (ไฟ) เป็นสิ่งของจึงใช้สรรพนาม it แทนและเป็นประธาน จึงตอบ it จากประโยคว่า “ฉันลืมปิดไฟ มันยังเปิดอยู่ใช่ไหม? มันก็คือไฟ”

16. Henry is __________ chef in town.
1. good
2. better
3. as good
4. the best
ตอบ 4
ต้องการให้ตอบการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมีหลักอยู่ 3 ขั้นคือ
1. ขั้นธรรมดา เปรียบเทียบเท่ากันใช้ as…………as ตรงกลางต้องใส่ขั้นธรรมดา
2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบของ 2 อย่าง/คน/สิ่ง เช่นเจอคำว่า of the two หรือ ……than (ออกทุกเทอมนะ) เห็น than ให้ตอบข้างหน้าขั้นกว่าได้เลย
3. ขั้นสุด เป็นการเปรียบเทียบของ 3 สิ่ง/อย่าง/คนหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป มีให้สังเกต เช่นเจอคำว่า of all (ของทั้งหมด), in + สถานที่ เช่น in town (ในเมือง อย่างโจทย์ข้อนี้) in the world (ในโลก) in the family (ในครอบครัว) , of the three , หรือคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น ดูในข้อ 17 ต่อไปเจอเลยค่ะ) ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด
เมื่อรู้ว่าตอบขั้นไหน ก็มาดูตัวเลือกวาให้คำอะไรมาอย่างข้อนี้ให้ good มาเมื่อผันเป็นขั้นกว่าขั้นสุด จะเปลี่ยนรูป ให้จำคำที่เปลี่ยนรูป มักดูยาก ถ้าบางคำพยางค์เดียวอาจลงท้าย -er, -est หรือหลายพยางค์ใส่ more, most นำหน้า ฉะนั้นเมื่อเราเห็น in town ตอบขั้นสุด จาก good better best และใส่ the หน้าขั้นสุดเป็น the best

17. That is __________ movie I’ve ever seen.
1. bad
2. worse
3. the worst
4. more worse
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเห็นคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่เคยเห็น) ให้ตอบขั้นสุด จาก bad ทำขั้นสุดเปลี่ยนรูปเป็น worst และใส่ the นำหน้า เป็น the worst (แย่ที่สุด เลวร้ายที่สุด)

18. Not __________ the president of the association, Doug was very disappointed.
1. elected
2. electing
3. elect
4. having elected
ตอบ 1
ใช้ Perfect participle phrase มาจากประโยคโครงสร้างเต็มว่า Because he was not elected…. เมื่อลดรูปจะตัดตัวเชื่อม,ประธาน he และกริยา was ออก แล้วยกรูปปฏิเสธ Not ขึ้นเป็น Not + V3 คือ Not elected (ไม่ได้รับถูกเลือกเป็นประธานสมาคม) แล้วประโยคที่ตามมามีคอมม่าคั่น (,) หลังคอมม่าจะเป็นคนหรือชื่อคนที่แสดงอาการกระทำกริยาในประโยคต้น
– Not elected the president of the association, Doug was very disappointed.

19. Natalie __________ scared of being left alone at night.
1. stays
2. tastes
3. feels
4. wounds
ตอบ 3
จากตัวเลือกเป็นกริยาที่ต่างความหมายกัน ก็ต้องเลือกกริยาที่เข้ากับโจทย์ได้ ซึ่งกริยาทั้ง 4 ตัวเลือกเป็นกริยาที่มีความหมายต่างกัน ที่โจทย์ scared เป็น adj. หมายถึง หวาดกลัว กริยาที่ใส่ข้างหน้าก็จะเป็น feels (รู้สึก) = รู้สึกหวาดกลัว ตัวกริยาตัวอื่นเช่น stays calm (นิ่งสงบ) tastes sweet (รสชาติหวาน) wounds (บาดเจ็บ)

20. Right now, Tony __________ by his father for causing a big dent on his new car.
1. scolds
2. is scolding
3. scolded
4. is being scolded
ตอบ 4
หน้า 38 ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are Ving) กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด เดามักคำบอกเวลาจำนะออกทุกเทอม เช่น now, right now, at the/this moment , at present เป็นต้นก็คือ is scolding และโจทย์มีคำว่า by….(โดย ….) บ่งบอกถึง ประธานถูกกระทำโดย …………ใช้โครงสร้าง passive voice จาก is/am/are + Ving ถูกกระทำ มาเป็น is/am/are+ being + V3 จึงตอบ is being scolded (โทนี่กำลังถูกพ่อดุ)

21. __________ you please repeat what you just said, Wendy?
1. Could
2. Should
3. May
4. Shall
ตอบ 1
เป็นประโยคคำถามในกริยาช่วย แสดงการขอร้อง สังเกตจากคำว่า please (โปรด กรุณา) ให้ใช้
1. การขอร้อง ใช้ Could you / Would you please + V1……..?
2. การขออนุญาต ใช้ May I, Can I/ Shall I + V1 ……..?
3. การให้คำเสนอแนะ ใช้ Should you / Ought you to + V1 ………..?
ฉะนั้นข้อนี้ จึงตอบ Could หรือไม่ก็ Would ก็ได้

22. We’re considering __________ a new air-conditioner.
1. buy
2. to buy
3. buying
4. bought
ตอบ 3
กริยาที่ตามมาจะเป็น Gerund ก็คือ ตามด้วย Ving ได้แก่
ด้วยคำเฉลยอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ
(ตารางคำศัพท์: admit, allow, appreciate, avoid, consider, delay, defer, deny, dread, dislike, enjoy, endure, escape, excuse, finish, forgive, fancy, imagine, involve, keep, mind, miss, practice, risk, resent, resist, postpone, prefer, prevent, quit, stop, suggest, consider, like, permit, keep, advise, advise, hate, require)
ฉะนั้น consider + Ving จึงตอบ buying

23. If I had known about the flood problems, I __________ a different route.
1. might have taken
2. must have taken
3. shall take
4. should take
ตอบ 1
ดูสูตรการใช้ If ในข้อ 7. ประกอบ ข้อนี้ตรงกับสูตรที่ 4
[ 4. If S + had V3 , S + would/could/might have V3 ]
ให้มา had known (V3) จึงตอบส่วนหลัง might have V3 = might have taken

24. Anne is __________ intelligent student.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 2
ใส่ article มีหลักดังนี้
1. ใช้ “a” นำหน้าคำนามทั่วไปที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ เป็นกล่าวถึง สิ่งหนึ่ง อย่างหนึ่ง โดยทั่วไปไม่เจาะจง เช่น a man (ผู้ชายคนหนึ่ง) หรือ “a” นำหน้าคำนามอาชีพ เช่น a teacher, a doctor, a student
2. ใช้ “an” นำหน้าคำนามที่มีสระนำหน้า (a, e, i, o, u) เช่น an ant, a elephant, an egg และถ้ามีคุณศัพท์ (adj.) มาขยาย ก็ให้ผันตามคำคุณศัพท์นั้น เช่น an important person, an intelligent student

25. __________ young man who is singing is my friend’s brother.
1. A
2. An
3. The
4. (Blank)
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีส่วนขยายชี้เฉพาะตามหลังคำนามเช่นเป็นบุพบท (in, on, at, under) หรืออนุประโยคขยายที่มี that, which, who, whom เป็นต้น อย่างเช่นข้อนี้ ถ้าใช้ a young man หมายถึง คนหนุ่มคนหนึ่ง แต่มีคำว่า who is …….. ขยายต่อ เป็นการชี้เฉพาะว่าเป็นหนุ่มที่กำลังร้องเพลงนะ ไม่ใช่คนอื่นใด จึงเป็นการชี้เฉพาะใช้ the นำหน้า

26. I can’t find Bob here. He __________ already.
1. will leave
2. could have left
3. ought to leave
4. must have left
ตอบ 4
ใช้ must have + V3 เป็นรูปอดีต บอกถึงสิ่งที่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นในอดีต เพราะจากโจทย์ “ผมหาบ๊อบไม่เจอที่นี่ เขาต้องออกจากที่นี่ไปแล้ว” เทียบตัวอย่างอื่น
– I didn’t see you at the wedding. You must have left before I got there.
(ฉันไม่เห็นคุณที่งานแต่งงาน คุณต้องออกไปก่อนที่ฉันจะไปถึงที่นั่น)

27. Lan’s shoes need __________.
1. replace
2. replaced
3. replacing
4. replaces
ตอบ 3
การใช้กริยา want/need ถ้าใช้ในรูปถูกกระทำ จะตอบได้ 2 รูปแบบ ดูจากประธานเป็นสิ่งของใช้รูปถูกกระทำ (passive voice) คือ
[ want/need + Ving หรือ want/need + to be V3 ก็ได้ ]
– The book needs fixing. = The book needs to be fixed.
ฉะนั้นข้อนี้ lan’s shoes need replacing = lan’s shoes need to be replaced.

28. __________ we call on Amily this afternoon?
1. May
2. Shall
3. Would
4. Could
ตอบ 2
ท้ายประโยคมีคำบอกเวลาที่แสดงอนาคตคือ this afternoon (บ่ายนี้) เป็นเหตุการณ์ที่เป็นอนาคต ใช้ Future Simple (S + will/shall + V1) จึงสามารถใช้ shall แสดงอนาคตหรือขออนุญาตก็ได้

29. It’s no use __________ Sam for help.
1. ask
2. to ask
3. asked
4. asking
ตอบ 4
สำนวนต่อไปนี้ ให้ตามด้วย Ving ได้แก่
(ตาราง: can’t bear, can’t stand, can’t resist, can’t help, have a good time, have a hard time, look forward to, object to, adjust to, devote to, it’s no good, it’s worth, be accustomed to, be opposed to, be/get used to, be subjected to, it’s no use, have a difficult time + Ving)
– He can’t help falling in love with her.
– He is accustomed to staying up late at night.
– It’s no use asking him questions because he never answers them.

30. I made the cake __________.
1. itself
2. herself
3. myself
4. themselves
ตอบ 3
คำสรรพนามที่สะท้อนตัวเอง หลักคือดูประธานว่าตัวไหน ก็สะท้อนตัวนั้น เช่น
– I สะท้อนตัวเอง เป็น myself
– Mary สะท้อนตัวเองเป็น herself (เพศหญิง)
– They สะท้อนตัวเองเป็น themselves (พหูพจน์) ดูตัวอย่างเพิ่มเติม
– Tom and Ann blamed themselves for the accident.
(ทอมและแอนโทษตัวเองเรื่องอุบัติเหตุ)
– I made the cake myself.
– She blamed herself for the accident.

31. I have two cats. One is black, and __________ is white.
1. neither
2. a little
3. such
4. the other
ตอบ 4
จากประโยคแรกบอกว่ามีแมว 2 ตัว และประโยคต่อไปบอกความแตกต่างว่าตัวหนึ่งสีดำ อีกตัวหนึ่งสีขาว หลักความแตกต่างของ 2 อย่าง/สิ่งนั้น อันแรกใช้ one แทนตัวแรก และอีกอันหนึ่งใช้ the other หมายถึง อีกอันหนึ่งที่เหลือ ใช้กับความแตกต่าง 2 อย่าง เทียบตัวอย่างอื่น
– I have two brothers. One is a doctor, and the other is a soldier.
(ฉันมีพี่ชายสองคน คนหนึ่งเป็นหมอ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นทหาร)

32. Dan can play __________ piano beautifully.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 3
ใช้ “the” นำหน้าชื่ออุปกรณ์ดนตรีชนิดต่าง ๆ เช่น the guitar (กีตาร์) the violin (ไวโอลิน) the flute (ขลุ่ย) the saxophone (แซคโซโฟน) the xylophone (ระนาด) the piano (เปียโน) แต่ถ้าเป็นเกมกีฬาก็มักออกสอบเหมือนกัน จะไม่มี article นำหน้า เช่น football, tennis, basketball, hockey, volleyball, soccer เป็นต้น

33. __________ is your proudest accomplishment?
1. What
2. When
3. Where
4. Why
ตอบ 1
อยู่ในรูปคำถามประเภท Wh-question ดูคำอธิบายข้อ 14 ประกอบ เมื่อต้องการถามถึงสิ่งของ ใช้ What มาตั้งคำถาม? ว่า “อะไรคือความสำเร็จที่ภาคภูมิใจมากที่สุดของคุณ?”

34. I’m eligible for the sum of 10,000, __________?
1. am I
2. do I
3. aren’t I
4. don’t I
ตอบ 3
เป็นเรื่อง tag ส่วนหาง มีหลักดังนี้ กำหนดว่าถ้าข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าข้างหลังจะต้องเป็นรูปปฏิเสธรูปย่อ มี 2 จุด ที่ต้องดูนั่นคือ 1. เรื่องกริยากับเรื่องคำสรรพนาม เราเห็นประโยคให้ข้อนี้มี ‘m ย่อมาจาก am ทำ tag บอกเล่า ทำส่วนหลังต้องเป็นปฏิเสธรูปย่อ am not มีแต่ตัวเต็มไม่มีรูปย่อ จึงใช้ aren’t แทน และประโยคมีคำสรรพนาม I มาแล้วก็ใช้ตัวเดิมคือ I ดูตัวอย่างอื่นประกอบ
– Jane will be here soon, won’t she?
– There was a lot of rain, wasn’t there?
– Maggi won’t be late, will she?
– I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I
– I am not late, am I?
กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณีนะคะ ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)
– Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we
– Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you
ฉะนั้น ประธาน I’m ย่อมาจาก I am ส่วนหาง จึงตอบเป็น aren’t I

35. If I __________ more free time, I would do some outdoor activities.
1. have
2. had
3. will have
4. would have
ตอบ 2
ตรงกับการใช้ If สูตรที่ 3 ดังนี้
[ 3. If S + V2 , S + would/could + V1 ]
ตอบ had เป็นกริยาช่องที่ 2 โจทย์ให้มา would do

36. A: __________ I keep this pen?
B: Sure.
1. May
2. Must
3. Need
4. Will
ตอบ 1
ประโยคคำถามที่แสดงการขออนุญาต (Permission) ดูคำอธิบายข้อ 21. เพิ่มเติม สามารถใช้กริยาช่วย May ที่ถือว่าสุภาพมากที่สุด เช่น May I come in? (ฉันขอเข้าไปได้ไหม?)

37. The iPad __________ to Linda as a birthday present.
1. is giving
2. gave
3. was given
4. has given
ตอบ 3
เป็นเรื่อง Passive Voice (S + verb to be + V3) จำไว้ว่าถ้าเป็นเรื่องถูกกระทำ กริยาที่จะตอบต้องลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 เสมอไม่ว่าจะในรูปกาล Tense ใดก็ตาม สำหรับข้อนี้เรารู้ว่าเป็นถูกกระทำเพราะ ประธานเป็นสิ่งของคือ ไอแพด ซึ่งให้เองไม่ได้ จะต้องถูกให้กับลินดา ฉะนั้นกริยา ถูกให้ (เมื่อแปลความออกมาก็คือได้รับ) จึงใช้รูป verb to be + V3 = was given ส่วน has given เป็นรูป Present Perfect Tense ไม่ใช่รูปถูกกระทำ (ถ้าถูกกระทำของ Tense นี้จะเป็น has been given)

38. His three dogs __________ care of by his uncle for about two weeks.
1. take
2. have been taken
3. are taking
4. could be taken
ตอบ 2
เมื่อเจอข้อ 37 ก็มาอธิบายต่อว่ารูปกระทำบางโจทย์เราสังเกตจากคำว่า by …. (โดย) ก็ได้ว่าถูกกระทำ โดย และประธานเป็นสุนัข ก็ถูกได้รับการดูแลโดยลุง และมีคำบอกเวลา for ….. (เป็นเวลา) ซึ่งปกติเมื่อเราเจอคำบอกเวลานี้ เราตอบ Present Perfect Tense (S + has/have + V3) ทันที เมื่อทำเป็นรูป passive ถูกกระทำ ก็จะเป็น has/have been + V3 จึงตอบ have been taken

39. It rained heavily; __________, the streets were flooded.
1. thus
2. so
3. because
4. for
ตอบ 1
คำถามมีลักษณะเป็นประโยคสมบูรณ์ 2 ประโยคมารวมกัน ลักษณะนี้เรียกว่า “ประโยคความรวม” (Compound Sentence) เดี๋ยวนี้ข้อสอบอาจทำให้เราเดาได้โดยไม่ต้องแปล นั่นคือดูเครื่องหมายที่ให้มาในโจทย์ สามารถเดาโดยดูได้ดังนี้
ตัวเชื่อมประเภท ,and ,but ,so ,for (เพราะว่า) ,or ,nor ,yet จะมีเครื่องหมายคอมม่า (,) อยู่หน้า
ตัวเชื่อมประเภท ;however, ;thus, ;therefore, ;consequently, ;as a result, ;moreover, ;accordingly, จะมีเครื่องหมาย semi-colon (;) ตัวเชื่อม และปิดหลังด้วยคอมม่า (,)
ส่วน because เชื่อมต่อได้เลย ไม่มีเครื่องหมายใด ๆ คั่น
ดังนั้นข้อนี้มี ; __________, สามารถใช้ตัวเชื่อมได้คือ thus (ดังนั้น)
“ฝนตกอย่างหนัก ดังนั้น ถนนจึงน้ำท่วม”

40. You __________ if you don’t want to.
1. mustn’t have gone
2. mightn’t go
3. needn’t go
4. couldn’t go
ตอบ 3
จะเห็นในประโยคมี if คั่นกลางประโยค และส่วนหลังมีกริยาช่องที่ 1 เป็นรูปปัจจุบันคือ do not want (don’t want ตัวย่อ) ฉะนั้นส่วนหน้าก็ต้องใช้รูปปัจจุบันด้วย มาดูตัวเลือกกัน
1. must have V3 เป็นรูปอดีต จึงไม่ถูกต้อง รูปปัจจุบัน must + V1
2. might not V1 มาจาก may/might + V1 เป็นรูปปัจจุบัน มีความหมายว่า “อาจจะ” ไม่เข้ากับประโยค
3. need not + V1 โดย need เป็นกริยาช่วย มีความหมายว่า “จำเป็น, ต้อง”
4. could not + V1 เป็นอดีตมาจาก can + V1 จึงไม่ถูก
“คุณไม่จำเป็นต้องไป ถ้าคุณไม่ต้องการเช่นนั้น” ใช้กริยาช่วย need not ไม่จำเป็นต้อง

41. If you __________ sugar to tea, it becomes sweet.
1. add
2. added
3. had added
4. will add
ตอบ 1
ตรงกับ If ขึ้นต้นประโยคสูตรที่ 1 (If S + V1, S + V1) ใช้กับความจริงตามธรรมชาติ (Zero Conditional) เมื่อเติมน้ำตาลลงในชา มันก็ต้องหวาน (becomes เป็น V1) ดังนั้นช่องว่างก็ต้องเป็น V1 คือ add

42. The man __________ on the stage is my classmate at RU.
1. sings
2. is singing
3. sang
4. singing
ตอบ 4
เป็นเรื่อง Present Participle (Ving) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามก็ได้ โดยขยายคำนามมีความหมายเป็น ผู้กระทำเอง แบบนี้มีออกทุกเทอม 1 -2 ข้อ เทียบตัวอย่างอื่น
– The crying girl is Sue’s younger sister. (เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้คือน้องสาวของซู)
– The man standing in the field will be our new teacher.
(ผู้ชายที่ยืนอยู่ในสนามจะเป็นครูคนใหม่ของเรา)
– The woman talking with Mr. Benson will be our new manager.
โดย talking อยู่หลังคำนาม ขยายคำนาม The woman ว่าเป็นผู้หญิงที่กำลังคุย
ข้อนี้ก็เช่นกันใช้ singing ขยายคำนาม The man แสดงถึง ผู้ชายที่กำลังร้องเพลง

43. The book is __________ than the move we saw.
1. funnier
2. the funny
3. funniest
4. the funniest
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ ที่ว่า เห็น than ให้ตอบขั้นกว่าได้เลย ออกข้อสอบทุกเทอมนะ แล้วมาดูให้คำอะไรเอาตัวดั้งเดิมคือ funny เมื่อทำเป็นขั้นกว่าต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อนแล้วจึงเติม -er ดังนั้นเมื่อผันจะเป็น funny funnier funniest เราตอบขั้นกว่า จึงเป็น funnier

44. Ought I to __________ a bouquet of flowers to her?
1. sends
2. send
3. sending
4. sent
ตอบ 2
ข้อนี้ไม่ยากนะ กริยาช่วย ought มี to + V1 ตามในรูปปัจจุบันเมื่อทำเป็นคำถามยก Ought ไว้หน้าประธาน และหลังประธาน มี to + V1 คำว่า V1 เป็นกริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องเติมอะไรทั้งสิ้นจึงตอบ send

45. Dan had made some big mistakes; __________, the entire team had to work overtime to meet the project deadline.
1. since
2. for
3. owing to
4. as a result
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 39. ประกอบ เดาจากเครื่องหมาย ; ______, ใช้ได้คือตัวเชื่อม as a result = ผลที่ตามมา ดังนั้น จากประโยค “แดนได้ทำข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ ส่งผลให้ทั้งทีมต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อตรงตามกำหนดเวลาของโครงการ”
since = ตั้งแต่ เพราะว่า ใช้ตัวเชื่อมนี้จะไม่มีเครื่องหมายคั่น
for จากที่กล่าวในข้อ 39 ถ้าใช้ความหมายเพราะว่า มีเครื่องหมายคอมม่า (,) คั่นหน้า
owing to = เนื่องจาก ตามด้วยกลุ่มคำหรือวลี ไม่ใช่ประโยค เช่นตามคำนาม (คือวลี)

46. If he __________ his work early, he’ll join us for dinner.
1. would finish
2. finished
3. finishes
4. would have finished
ตอบ 3
ตรงกับ if สูตรที่ 2
[ 2. If S + V1 , S + will V1 ]
ตอบ finishes ให้มา ‘ll join = will join

47. This drawing is __________ one I’ve ever seen.
1. fine
2. the fine
3. finer
4. the finest
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเห็น I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) ออก 2 ข้อทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด จาก fine ทำขั้นสุดเป็น finest และใส่ the นำหน้า จึงตอบ the finest

48. When I was young, all my clothes __________ by my mother.
1. were sewed
2. sew
3. sewed
4. were sewing
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 6 / 20 ประกอบ เมื่อเห็น by …… แสดงประธานถูกกระทำ (passive voice) ใช้โครงสร้าง verb to be + V3 = were sewed

49. People cut down trees, __________ the natural habitats of many animals are destroyed.
1. for
2. so
3. but
4. or
ตอบ 2
เติมตัวเชื่อมความ ประโยคทั้งสองเป็นเหตุ-เป็นผล ซึ่งประโยคที่ 2 เป็นผลที่ตามมาจากประโยคที่ 2 “ผู้คนโค่นต้นไม้ลง ดังนั้นแหล่งที่อยู่อาศัย (habitats) ตามธรรมชาติของพวกสัตว์จำนวนมากถูกทำลาย”
คำเชื่อม for = because = เพราะว่า ส่วน so = ดังนั้น
but = แต่ แสดงความขัดแย้ง or = หรือ มิฉะนั้น

50. I asked for volunteers, but __________ didn’t respond.
1. yourselves
2. them
3. one
4. many
ตอบ 4
จากตัวเลือกมีให้ตอบหลากหลาย เราต้องดูความหมายของประโยคก่อน “ฉันขออาสาสมัครหลายคน แต่มีจำนวนมากไม่ตอบรับ” คำที่เติมช่องว่างได้เข้ากับประโยคคือ many แสดงจำนวนมาก ส่วนตัวเลือกอื่นไม่เข้ากับโจทย์ เช่น 1. เป็นสรรพนามสะท้อนตัวคุณเอง ใช้กับประธาน I ไม่ได้ และ 2. them เป็นรูปกรรม ไม่ถูกต้อง เพราะประโยคมีกริยา didn’t respond ใช้รูปกรรมไม่ได้ ต้องใช้รูปประธาน ส่วนตัวเลือก 3. one หมายถึง หนึ่งคน หรือคนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้เจาะจง ไม่เข้ากับประโยค

51. She’s made many friends since __________ moved to the new neighborhood.
1. hers
2. her
3. she
4. herself
ตอบ 3
เป็นเรื่องคำสรรพนามดูได้จากตัวเลือก 1. รูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ไม่มีคำนามนาม 2. รูปแสดงความเป็นเจ้าของ ตามด้วยคำนาม ตัวเลือกที่ 3 she รูปประธาน ซึ่งตามด้วยกริยา จากโจทย์มีกริยาตามคือ moved จึงตอบ she ส่วนตัวเลือกข้อ 4. herself สะท้อนตัวเธอเอง มักวางไว้ติดกริยา หรือหลังบุพบท

52. Leonardo DiCaprio is __________ actor in Hollywood.
1. handsome
2. the most handsome
3. more handsome
4. the more handsome
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเราเห็นคำว่า in + สถานที่ แสดงว่าต้องตอบขั้นสุดจากคำคุณศัพท์ handsome หลายพยางค์ทำเป็นขั้นสุดใน the most ข้างหน้า จึงตอบ the most handsome

53. __________ you __________ able to work late next week?
1. Can; are
2. Do; have to be
3. Must; been
4. Will; be
ตอบ 4
ประโยคมีคว่ำ able to ก็ต้องหากริยาที่สามารถนำหน้า able to + V1 ได้ นั่นคือ will be + able to ได้ เมื่อทำเป็นประโยคคำถาม จึงยก Will ไว้หน้าประธาน (you) และ be อยู่หลังประธาน จึงเป็น Will you be able to work

54. In Sweden, all workers must adjust to __________ in all kinds of weather.
1. work
2. working
3. worked
4. be working
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ กลุ่มคำ adjust to + Ving จึงตอบ working

55. David offered __________ the lawn for Cranny Smith, living next door.
1. to mow
2. mow
3. mowing
4. mowed
ตอบ 1
กริยาที่ตามด้วย to + V1 ได้แก่ กริยาต่อไปนี้
(ตาราง: afford, agree, appear, arrange, ask, attempt, beg, care, choose, consent, dare, decide, expect, fail, happen, help, hesitate, hope, intend, manage, mean, need, neglect, offer, prepare, pretend, promise, propose, refuse, seem, swear, want, wish)
– I want to learn how to make clips for YouTube.
– He managed to come first in the race.
– He expects to pass all his exams this semester.
– They hoped to arrive home before dark.
ข้อนี้ กริยา offer ตามด้วย to จึงตอบ offer to mow

56. Lack of communication __________ misunderstandings.
1. results of
2. looks for
3. leads to
4. askes of
ตอบ 3
คำกริยาที่เติมเข้าไปให้ได้ใจความสมบูรณ์กับประโยคที่ให้มา “การขาดการสื่อสารก่อให้เกิดการเข้าใจผิด” กริยา leads to = ก่อให้เกิด นำไปสู่ เป็นผล ส่วนตัวเลือกที่ 1 result มักใช้กับ in เป็นผลให้เกิด ตัวเลือกที่ 2 มองหา ค้นหา ตัวเลือกที่ 4 ร้องขอ เรียกร้อง

57. John hates __________ at school.
1. to bully
2. bullied
3. bullying
4. being bullied
ตอบ 3
โดยทั่วไปแล้ว คำกริยา hate, love, like และ prefer (ชอบมากกว่า) มักจะถูกตามด้วย Ving เมื่อต้องการอธิบายความหมายทั่ว ๆ ไป เช่น
– He loves swimming. (เขาชอบการว่ายน้ำ)
ข้อนี้ก็เช่นกัน กริยา hate + Ving จึงตอบ bullying

58. The music is as __________ as a starry night sky, where each notes twinkles like a distant star.
1. beautiful
2. more beautiful
3. beautiful that
4. most beautiful
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเห็น as ………..as เป็นการเปรียบเทียบเท่ากัน ตรงกลาง as ……as ต้องตอบคุณศัพท์ขั้นธรรมดา คือ ไม่ต้องมี more most เลย จึงตอบ beautiful (adj.) ไม่ต้องมี more most หรือ that มาแทรก

59. The tree houses __________ by his father.
1. made
2. was made
3. has made
4. makes
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 20 และ ข้อ 38 ประกอบ เมื่อเห็น by………(โดย) และประธานเป็นสิ่งของ (บ้านไม้) ก็ถูกสร้าง ถูกทำ เพราะต้นไม้ทำเองไม่ได้อยู่แล้ว จึงตอบรูป Passive Voice (S + verb to be + V3) = was made

60. To finish her degree this semester is __________ Sue’s been studying very hard.
1. the outcome of
2. the cause of
3. the reason why
4. the result of
ตอบ 3
ให้ตอบคำเชื่อมความประโยค จากประโยค “การที่ซูเรียนจบภาคเรียนนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมซูถึงเรียนหนักมาก” ประโยคแรกเป็นเหตุผลจึงเชื่อมด้วย the reason why และตามด้วยสาเหตุ และคำเชื่อม the reason why ตามด้วยประโยคตามโจทย์ที่ให้มาได้ ส่วนตัวเลือกอื่นที่ลงท้าย of ในตัวเลือกที่ 1, 2, และ 4 ตามด้วยกลุ่มคำหรือวลี เทียบตัวอย่างอื่น
– Bill told us the reason why he had left the house without telling anyone.
(บิลบอกเราถึงเหตุผลที่เขาออกจากบ้านโดยไม่บอกใคร)
– The result of too much exposure to PM 2.2 can be asthma and disease.
(ผลของการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กมากเกินไปอาจเป็นโรคหืดหอบและโรคภัยไข้เจ็บได้)

61. If you drop something, it __________ to the ground.
1. falls
2. fell
3. had fallen
4. would fall
ตอบ 1
เป็นการใช้ If สูตรที่ 1 แบบเดียวกับข้อ 41
[ 1. If S + V1 , S + V1 ]
ให้มา drop (V1) ตอบ falls เป็นกริยาช่องที่ 1 เอกพจน์

62. __________ were you born, Max?
1. Who
2. What
3. Whom
4. Where
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 14. ประกอบ เป็นประโยคคำถามประเภท Wh-question ใช้ Where ตั้งคำถาม เพื่อถามถึงสถานที่ ว่า “คุณเกิดที่ไหน,แม็กซ์?

63. Derek invited __________ close friends to his wedding reception.
1. a lot
2. little
3. a few
4. the most
ตอบ 3
คำที่เติมบอกปริมาณ นำหน้าคำนาม เราต้องดูก่อนให้คำนามประเภทไหน จากโจทย์ close friends เป็นคำนามพหูพจน์ ก็ต้องดูว่าคำไหนนำหน้าคำนามพหูพจน์ ดังนี้
1. a lot ไม่ถูกต้องมีแต่ a lot of กับ lots of + คำนามได้ทุกประเภท นิยมในประโยคบอกเล่า
2. little, a little + คำนามนับไม่ได้ เช่น little money, a little sugar, little time
3. a few, few + คำนามพหูพจน์ เช่น few friends, few workers, a few close friends ตอบข้อนี้
4. the most เป็นขั้นสุดใช้กับการเปรียบเทียบมากที่สุดใน….. แต่ข้อนี้ไม่ได้เปรียบเทียบ

64. Paul goes to Phuket every year __________ its beautiful beaches.
1. because of
2. because
3. consequently
4. a consequence of
ตอบ 1
จะเห็นว่าส่วนหลังของโจทย์ its beautiful beaches (its + adj.ส่วนขยาย + คำนาม) เป็นกลุ่มคำ หรือกลุ่มวลีไม่ใช่ประโยค จึงตัด because, consequently ออกได้เลยเพราะสองตัวนี้ตามด้วยประโยค ส่วน because of (เพราะว่า เนื่องจาก) ตามด้วยกลุ่มวลี และ a consequence of (ผลลัพธ์ ผลที่ตามมา) จากโจทย์ “พอลไปภูเก็ตทุกปีเนื่องจากชายหาดที่สวยงามของภูเก็ต” จึงตอบ because of ดูตัวอย่างอื่น
– The traffic jams happened because of the heavy rainfall.
(รถติดเพราะฝนตกหนัก) ตัวเชื่อมยกเหตุมาก่อน
– Unemployment is a major consequence of the pandemic.
(การว่างงานเป็นผลให้เกิดปัญหาในวงกว้างตามมา) ตัวเชื่อมยกผลมาก่อน

65. The book on the left is mine, and the one on the right is __________.
1. them
2. his
3. your
4. her
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ คำที่ให้เติมจะเป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ไม่มีคำนามตามหลัง เพราะสังเกตง่าย ๆ ให้ตอบท้ายประโยคไม่มีอะไรตามหลังเลย กลุ่มสรรพนามนี้ได้แก่ mine, yours, his, hers, theirs, ours จึงตอบตัวเลือกที่ 2 คือ his (ซึ่งคำนี้เป็นรูปเดิมกับมีคำนามหรือไม่มีคำนามตามก็ได้) เทียบตัวอย่างอื่น
– The book on the left is mine.
– The book on the right is yours.
– The book on the right is his.

66. __________ you like seafood, Dan?
1. Do
2. Why
3. Are
4. What
ตอบ 1
เป็นประโยคคำถามแบบ Yes/No question โดยสังเกตที่หลังประธานมีกริยาหลักเป็น V1 (like) ทำเป็นคำถามได้คือ Verb to do (do, does, did) ยกไว้หน้าประธาน และหลังประธานมีกริยาหลักช่องที่ 1 เช่น
– Do you like seafood, Dan? “คุณชอบอาหารทะเลไหม,แดน?”
– Are you seeing the doctor this afternoon? ถ้า Verb to be จะตามด้วย Ving/V3 หรือ คำนาม, adj.
– What is Vatican City like? ถ้าใช้ What + กริยาช่วย + ประธาน + กริยาหลัก
– Why did he go home? Why + กริยาช่วย + ประธาน + กริยาหลัก

67. If it had rained, the game __________ canceled.
1. will be
2. was
3. would have been
4. would be
ตอบ 3
การใช้ If ตรงกับสูตรที่ 4
[ 4 If S + had V3 , S + would have V3 ]
ให้มา had rained ตอบ would have been

68. Let’s go inside __________ it’s getting dark now.
1. because
2. since
3. while
4. Both 1 and 2 are correct
ตอบ 4
เติมคำเชื่อมในประโยคที่มีความหมายเป็นเหตุ-ผล กัน คำเชื่อมบอกสาเหตุ คือ because = since = เพราะว่า เนื่องจาก มีความหมายเดียวกัน ส่วน while (ในขณะที่) แสดงความแย้งหรือ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“พวกเราเข้าข้างในกันเถอะ เนื่องจากตอนนี้ใกล้จะมืดแล้ว”

69. Tom is three months __________ than my son.
1. young
2. younger
3. most young
4. more young
ตอบ 2
เห็น than ตอบขั้นกว่าได้เลย จากคุณศัพท์ young เป็น younger

70. If Nancy __________ harder, she would get better grades.
1. studied
2. studying
3. had studied
4. would study
ตอบ 1
เป็นเรื่อง If สูตร 3
[ 3. If S + V2 , S + would/could + V1 ]
ตอบ studied ให้มา would get

71. If I __________ the sign, I would have stopped.
1. see
2. saw
3. will see
4. had seen
ตอบ 4
ลักษณะเดียวกับข้อ 67. if สูตรที่ 4 แต่ให้ตอบข้างหน้า
[ 4 If S + had V3 , S + would have V3 ]
ตอบ had seen ให้มา would have stopped

72. Peter has __________ big house near the park.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ ใช้ “a” นำหน้าคำนามนับได้ แสดง จำนวนหนึ่ง บ้านหลังหนึ่ง

73. __________ people will go to the concert at MBK Hall.
1. A lot
2. Much
3. Many
4. Little
ตอบ 3
ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในข้อ 63.
much + คำนามนับไม่ได้ เช่น much money, much time เป็นต้น
many + คำนามพหูพจน์ เช่น people เป็นคำนามรูปพหูพจน์ many people, many friends

74. Jane has __________ sugar left.
1. a lot
2. a few
3. many
4. a little
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 63. ประกอบ sugar (น้ำตาล) เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงตอบ a little

75. __________ his son’s sickness, Jack cancelled the trip to Denmark.
1. Due to
2. As a result
3. Therefore
4. Owing
ตอบ 1
เติมคำเชื่อม “เนื่องจากอาการป่วยของลูกชายของเขา แจ็คจึงยกเลิกการเดินทางไปเดนมาร์ก”
1. Due to + กลุ่มวลีหรือคำนาม อย่างเช่นโจทย์นี้ his son’s sickness เป็นกลุ่มคำนามวลี
2. As a result จะมี of ตามด้วย จึงไม่ถูก
3. Therefore ดังนั้น มักวางไว้กลางประโยค
4. Owing ตามด้วย to = เนื่องจาก ถ้ามี to ก็ถูก เทียบตัวอย่างอื่น
– The flight to Los Angeles was delayed due to/owing to the crew’s strike.
(เที่ยวบินไปลอสแองเจลิสล่าช้าเนื่องจากการนัดหยุดงานของลูกเรือ)

76. Gong is __________ than his friend.
1. the tallest
2. tall
3. taller
4. the tall
ตอบ 3
เจอ than เป็นข้อที่ 3 ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นกว่าจากคุณศัพท์ขั้นธรรมดาคือ tall ทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุดคือ tall taller tallest จึงตอบ taller ไม่ต้องมี the

77. A: __________.
B: Not yet. I need a few more minutes.
1. May I help you, sir?
2. It’s very nice today, isn’t it?
3. Are you ready to order, madam?
4. How’s everything with you today?
ตอบ 3
A ถามอะไร B แสดงการตอบปฏิเสธ Not yet. เป็นการตอบ Yes/No question ซึ่งมีตัวเลือก 2 ข้อ
คือ ข้อ 1 May I … = มีอะไรให้ช่วยไหมครับ ท่าน? (เสนอความช่วยเหลือ)
ข้อ 3 Are you …. = พร้อมที่จะสั่งอาหารหรือยังครับ ท่านผู้หญิง?
เมื่อ B ตอบว่า ยังเลย ฉันขอเวลาอีกสัก 2 – 3 นาที แสดงว่าตัวเลือกข้อ 3 เป็นคำถามที่สัมพันธ์กัน

78. A: __________.
B: It starts at 7:30 p.m. Let’s go now.
1. Doesn’t it start this evening?
2. What time does the film start?
3. Where shall we go at 7:30 p.m.?
4. Let’s start the game at 7:30, shall we?
ตอบ 2
A ถาม….. B ตอบเป็นเวลา แสดงว่า A ถามถึงเวลา? นั่นคือคำถามว่า What time….? กี่โมง
A ถามว่า “หนังเรื่องนี้เริ่มฉายกี่โมง? B ตอบว่า หนังเริ่มฉาย 1 ทุ่มครึ่ง ไปกันได้แล้ว
การถามเวลา ขึ้นต้นด้วย What time ……? หรือ When….? เมื่อไร

79. A: How often do the buses come?
B: __________.
1. 10 miles per hour
2. Very convenient
3. They’re clean and nice
4. Every 15 minutes
ตอบ 4
A ถามขึ้นต้นด้วย How often? เป็นการถามหาความถี่ ความบ่อยครั้งว่า บ่อยแค่ไหน?
ฉะนั้น B ต้องตอบเป็นความถี่ ว่า every 15 minutes = ทุก ๆ 15 นาที จึงตอบตัวเลือกที่ 4
ส่วนตัวเลือกที่ 1 = 10 ไมล์ต่อชั่วโมง ต้องถามเป็น speed (ความเร็ว)
ตัวเลือกที่ 2 – 3 ควรตั้งคำถามแบบ How …..? (อย่างไร)

80. A: __________.
B: Yes, that’s right. Do you have this shirt in blue?
1. You’re looking for a new outfit, aren’t you?
2. Where is the kid’s apparel section?
3. Do you prefer this blouse, miss?
4. Is everything OK, Nick?
ตอบ 1
A ถาม …… B ตอบ Yes เป็นคำถาม Yes/No question มีในตัวเลือก 1, 3, 4
1. คุณกำลังมองหาชุดเสื้อผ้าใหม่สักชุดใช่ไหม?
3. คุณชอบกระโปรงตัวนี้ใช่ไหม คุณผู้หญิง? (ถาม blouse กระโปรง)
4. ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยดีไหม นิค?
A ถามว่า “คุณกำลังมองหาชุดเสื้อผ้าใหม่ใช่ไหม?
B ตอบว่า ใช่แล้ว(เสื้อเชิ้ตแบบตัวนี้)สีฟ้าไหม? จะเห็นว่าตัวเลือกข้อ 1 สอดคล้องกับคำถามมากที่สุด
เมื่อถามถึง outfit = เสื้อผ้า ส่วนข้อ 3 เจาะจงถามกระโปรง ไม่ถูกต้อง และข้อ 4 ไม่สัมพันธ์กับบทสนทนา

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

81. The hikers managed to __________ three days in the wilderness before being rescued.
1. extract
2. release
3. prepare
4. survive
ถาม นักเดินป่าสามารถเอาชีวิตรอดในป่าได้สามวันก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ
ตอบ 4
1. สกัดออก
2. ปล่อย
3. ตระเตรียม
4. อยู่รอด รอดชีวิต

82. The __________ little cafe quickly became a favorite spot for locals and tourists alike.
1. charming
2. foreign
3. original
4. limited
ถาม ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว
ตอบ 1
1. มีเสน่ห์
2. ต่างประเทศ
3. ดั้งเดิม
4. ถูกจำกัด

83. Her extensive __________ in marketing made her an ideal candidate for the position.
1. appearance
2. experience
3. creature
4. hermit
ถาม ประสบการณ์ที่กว้างขวางในด้านการตลาด ทำให้เธอเป็นผู้สมัครในอุดมคติสำหรับตำแหน่งนี้
ตอบ 2
1. ลักษณะภายนอก
2. ประสบการณ์
3. สิ่งมีชีวิต สัตว์โลก
4. ความลึกลับ

84. The old stone __________ where we can pray, stood quietly at the edge of the village.
1. bunch
2. chapel
3. inconvenience
4. seclusion
ถาม โบสถ์หินเก่าแก่ที่เราสวดมนต์ได้ตั้งอยู่อย่างเงียบ ๆ ตรงหัวมุมของหมู่บ้าน
ตอบ 2
1. ช่อ พวง
2. โบสถ์ วิหาร
3. ไม่สะดวก ไม่สบาย
4. สถานที่เงียบสงบ
อาจดูข้างเคียงมาเดาความหมายเช่นคำว่า we can pray = เราสวดมนต์

85. After a(n) __________ day of moving furniture, they collapsed on the coach.
1. immediate
2. refreshing
3. exhausting
4. surprising
ถาม หลังจากวันที่เหนื่อยล้าของการขนเฟอร์นิเจอร์มาทั้งวัน พวกเขาก็ล้มลงบนโซฟา
ตอบ 3
1. ทันทีทันใด
2. สดชื่น
3. เหนื่อยล้า หมดแรง
4. ประหลาดใจ
สังเกตจากกลุ่มคำว่า they collapsed on the coach = พวกเขาล้มลงบนโซฟา

86. Sunee looks very fresh this morning. She must have had a(n) __________ sleep.
1. rolling
2. frightening
3. uninterrupted
4. protected
ถาม เช้านี้สุนีย์ดูสดชื่นมาก เธอคงจะนอนหลับอย่าง __________.
ตอบ 3
1. การกลิ้ง ม้วน
2. น่ากลัว ตื่นตกใจ
3. ต่อเนื่อง ไม่มีการรบกวน
4. ได้รับปกป้อง

87. They have found a well-preserved ancient painting, which is __________ more than two million dollars.
1. standing
2. surprising
3. incredible
4. worth
ถาม พวกเขาได้พบภาพวาดโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านดอลลาร์
ตอบ 4
1. จุดยืน
2. ประหลาดใจ
3. ไม่น่าเชื่อ เหลือเชื่อ
4. มูลค่า มีค่า
สังเกตจากคำว่า more than two million dollars = มากกว่าสองล้านดอลลาร์

88. That movie had __________ subtitles.
1. ancient
2. foreign
3. cause
4. drive
ถาม ภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคำบรรยายต่างประเทศ
ตอบ 2
1. เก่าแก่ โบราณ
2. ต่างประเทศ
3. สาเหตุ ก่อให้เกิด
4. ขับรถ ผลักดัน
สังเกตจากคำว่า subtitle = คำบรรยายใต้เรื่อง

89. Be careful when using a phone during a thunderstorm, for it can __________ the electricity from the lightning.
1. conduct
2. known
3. strike
4. occur
ถาม ระวังการใช้โทรศัพท์ขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองเพราะโทรศัพท์สามารถนำพากระแสไฟฟ้าที่เกิดจากฟ้าผ่า
ตอบ 1
1. นำพา พาหะ
2. รับรู้
3. โจมตี
4. เกิดขึ้น
สังเกตจากคำว่า from lightening = จากการฟ้าผ่า

90. You need to practice a lot to become __________ in a new language.
1. enormous
2. unfortunate
3. limited
4. fluent
ถาม คุณต้องฝึกฝนมากเพื่อที่จะพูดภาษาใหม่ได้อย่างคล่องแคล่ว
ตอบ 4
1. ใหญ่โต มากมาย
2. โชคร้าย
3. จำกัด
4. คล่องแคล่ว
สังเกตจากคำว่า a new language = ภาษาใหม่

91. Although he did the major part of the project, he gave the __________ to his dad.
1. structure
2. credit
3. entrance
4. benefit
ถาม แม้ว่าเขาจะมีส่วนสำคัญของโครงการนี้ แต่เขาก็ให้เครดิตพ่อของเขา
ตอบ 2
1. โครงสร้าง
2. ความเชื่อถือ
3. ทางเข้า
4. ข้อดี ประโยชน์

92. When the police arrived at the __________, the injured had already been went to the hospital.
1. scene
2. fair
3. alteration
4. coincident
ถาม เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว
ตอบ 1
1. สถานที่เกิดเหตุ
2. ยุติธรรม
3. การเปลี่ยน
4. โดยบังเอิญ
สังเกตจากคำว่า police arrived = ตำรวจมาถึง …

93. She’ll __________ her new song in the studio.
1. encourage
2. follow
3. record
4. spin
ถาม เธอจะบันทึกเพลงใหม่ของเธอในห้องบันทึกเสียง
ตอบ 3
1. ส่งเสริม สนับสนุน
2. ทำตาม
3. บันทึก
4. หมุน
สังเกตจากคำว่า studio = ห้องบันทึกเสียง

94. He tried to hide his __________ from his friends.
1. heartbreak
2. possibility
3. activity
4. repair
ถาม เขาพยายามที่จะปกปิด __________ ของเขาไม่ให้เพื่อนของเขาเห็น
ตอบ 1
1. อาการอกหัก
2. ความเป็นไปได้
3. กิจกรรม
4. ซ่อมแซม

95. A good team needs __________ members.
1. reckless
2. flashy
3. furious
4. dependable
ถาม ทีมที่ดีจำเป็นต้องมีสมาชิกที่ __________.
ตอบ 4
1. สะเพร่า ไม่ระมัดระวัง
2. อย่างเงางาม
3. โกรธรุนแรง
4. เชื่อถือได้ ไว้วางใจได้

96. The details were __________, so we had to guess.
1. knowledgeable
2. vague
3. busy
4. furry
ถาม รายละเอียดไม่ชัดเจน ดังนั้นเราจึงต้องเดา
ตอบ 2
1. มีความรู้
2. คลุมเครือ ไม่ชัดเจน
3. ยุ่ง ไม่ว่าง
4. นุ่มฟู
สังเกตจากคำว่า had to guess = ต้องเดา แสดงว่าไม่ชัด

97. It’s __________ to start with the easy tasks first.
1. equal
2. doubtful
3. logical
4. impressive
ถาม มีเหตุผลที่จะเริ่มต้นด้วยงานง่าย ๆ ก่อน
ตอบ 3
1. เท่าเทียมกัน
2. สงสัย ข้องใจ
3. มีเหตุผล
4. น่าประทับใจ
ข้อความข้างเคียงมีความหมายในทางบวก และบอกการทำเป็นขั้นตอน มีเหตุผล

98. __________ can be a difficult struggle to overcome.
1. Addiction
2. Control
3. Attention
4. Habit
ถาม __________ อาจเป็นการต่อสู้ที่ยากต่อการเอาชนะ
ตอบ 4
1. การเสพติด
2. ควบคุม
3. ความตั้งใจ
4. นิสัย

99. Bill started a new __________ to improve his health.
1. post
2. spread
3. diet
4. mind
ถาม บิลเริ่ม __________ ใหม่ เพื่อทำให้สุขภาพของเขาดีขึ้น
ตอบ 3
1. ส่ง
2. แพร่กระจาย
3. อาหาร
4. จิตใจ
มีสังเกตจากคำว่า improve his health = ทำให้สุขภาพดีขึ้น

100. They enjoyed a delicious __________ at the new restaurant.
1. argue
2. meal
3. notice
4. place
ถาม พวกเขามีความสุขกับ __________ ที่แสนอร่อยในร้านภัตตาคารใหม่
ตอบ 2
1. ถกเถียง
2. มื้ออาหาร
3. สังเกต
4. สถานที่
มีสังเกตจากคำว่า delicious = อร่อยและ new restaurant = ภัตตาคารใหม่

101. The children were __________ about the upcoming field trip.
1. usual
2. tough
3. favorite
4. excited
ถาม พวกเด็ก ๆ รู้สึก __________ กับทริปการเดินทางที่กำลังจะมาถึง
ตอบ 4
1. ปกติ
2. ทนทาน แข็งแรง
3. ชื่นชอบ
4. รู้สึกตื่นเต้น
สังเกตจากคำว่า trip = การเดินทาง ทำให้คาดเดาคำศัพท์ excited = รู้สึกตื่นเต้น

102. We should __________ at the airport two hours before the flight.
1. arrive
2. patient
3. complete
4. tasty
ถาม เราควรจะ __________ ที่สนามบิน 2 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบินออก
ตอบ 1
1. มาถึง
2. อดทน
3. ทำให้สมบูรณ์
4. ได้รสชาติ
สังเกตจากคำว่า airport = สนามบิน มักใช้กับเดินทาง arrive = มาถึง

103. The company’s rapid __________ led to the opening of new offices across the country.
1. vessel
2. proof
3. expansion
4. conspiracy
ถาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัทนำไปสู่การเปิดสำนักงานใหม่ทั่วประเทศ
ตอบ 3
1. หลอดเลือด ท่อ
2. หลักฐาน
3. การขยายตัว
4. การสมรู้ร่วมคิด
สังเกตจากคำว่า opening of new offices = เปิดสำนักงานใหม่แสดงถึงการขยาย = expansion

104. The weak radio __________ made it difficult to communicate with the remote research station.
1. signal
2. performer
3. development
4. energy
ถาม สัญญาณวิทยุอ่อนทำให้การสื่อสารกับสถานีวิจัยระยะไกลทำได้ยาก
ตอบ 1
1. สัญญาณ
2. ผู้ปฏิบัติ กระทำ
3. การพัฒนา
4. พลังงาน
สังเกตจากคำว่า communicate = สื่อสาร ทำให้คาดเดาคำว่า signal = สัญญาณ ได้

105. Could you please __________ my coat from the closet before we leave?
1. bother
2. prepare
3. spread
4. fetch
ถาม คุณช่วยเอาเสื้อโค้ทของฉันออกจากตู้เสื้อผ้าก่อนที่เราจะออกไปได้ไหม?
ตอบ 4
1. รบกวน
2. ตระเตรียม
3. แพร่กระจาย
4. ไปเอามา นำเอา
fetch = ไปเอามา โดยสังเกตจากการขอร้องให้หยิบ coat มาให้

106. His explanation didn’t __________ , so we asked him to explain.
1. reply
2. make sense
3. result in
4. mention
ถาม คำอธิบายของเขาไม่ได้ __________ ทำให้พวกเขาต้องถามเขาอีกครั้ง
ตอบ 2
1. ตอบกลับ
2. ทำให้เข้าใจ สมเหตุผล
3. เป็นผล
4. กล่าวถึง พูดถึง
เดาจากคำว่า asked him to explain = ขอให้อธิบายอีกครั้ง แสดงว่า didn’t make sense ไม่สมเหตุผล

107. Sara wanted to attend the concert; __________, she had to work late that night.
1. and
2. so
3. however
4. consequently
ถาม ซาร่าต้องการเข้าชมคอนเสิร์ต แต่ เธอจึงต้องทำงานเลยเวลาไปในคืนนั้นจนดึกดื่น
ตอบ 3
1. และ
2. ดังนั้น
3. อย่างไรก็ตาม
4. ผลลัพธ์
ประโยคนี้ต้องการคำเชื่อมที่แสดงความขัดแย้ง ระหว่างความต้องการของซาร่าและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น นั่นคือคำเชื่อม however (แต่ อย่างไรก็ตาม) ซึ่งใช้คำเชื่อมที่ข้างหน้าเป็นเครื่องหมาย semi-colon ( ; ) และข้างหลังเป็นคอมม่า ( , ) ส่วนคำเชื่อมตัวเลือกอื่น and – ใช้เชื่อมสิ่งที่เป็นไปในทางเดียวกัน , so – (ดังนั้น) ใช้แสดงผลลัพธ์ และ consequently – ใช้แสดงผลลัพธ์ แต่ไม่เข้ากับโจทย์เพราะไม่มีเหตุให้ตามด้วยผล

108. They discovered his __________ for acting at a young age.
1. talent
2. language
3. meaning
4. pattern
ถาม พวกเขาค้นพบพรสวรรค์ในการแสดงของเขาตั้งแต่อายุยังน้อย
ตอบ 1
1. พรสวรรค์
2. ภาษา
3. ความหมาย
4. รูปแบบ
สังเกตจากคำว่า at a young age = ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็คาดเดาคำว่า talent = พรสวรรค์

109. The teacher __________ that there would not be many students coming to her class due to the heavy rain.
1. attracted
2. predicted
3. curled up
4. intended
ถาม ครูทำนายว่าคงมีนักเรียนมาชั้นเรียนไม่มาก เนื่องจากฝนตกหนัก
ตอบ 2
1. ดึงดูดความสนใจ
2. ทำนาย
3. งอตัว คดตัว
4. ตั้งใจ

110. Nancy’s __________ came quickly via text message.
1. reply
2. viewed
3. anxiety
4. effect
ถาม การตอบกลับของแนนซี่เกิดขึ้นมาทางข้อความอย่างรวดเร็ว
ตอบ 1
1. การตอบกลับ
2. มุมมอง
3. ความวิตกกังวล
4. ผลกระทบ
reply = การตอบกลับ คำตอบ

111. They tried to restore the old houses to its __________ look.
1. personal
2. brief
3. popular
4. original
ถาม พวกเขาพยายามซ่อมแซมบ้านเก่าแก่หลังนั้นให้กลับมามีรูปลักษณ์ดั้งเดิม
ตอบ 4
1. เป็นส่วนตัว
2. กระชับ สั้น
3. เป็นที่นิยม แพร่หลาย
4. ดั้งเดิม แรกเริ่ม
สังเกตจากคำว่า restore = ซ่อมแซมให้กลับคืนมาจึงสอดคล้องกับ original = ดั้งเดิม

112. The proposal to painted the entire town pink screened ridiculous to most residents.
1. breathtaking
2. fantastic
3. infinite
4. silly
ถาม ข้อเสนอที่จะทาสีเมืองทั้งเมืองเป็นสีชมพูเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่
ตอบ 4
1. รู้สึกมึนงง
2. มหัศจรรย์
3. ไม่มีสิ้นสุด
4. ไร้สาระ โง่เขลา
ridiculous = silly = โง่เขลา ไร้สาระ น่าขัน

113. Mary refused to give up on her dream of becoming an astronaut.
1. abandon
2. depend on
3. determinate
4. shrink
ถาม แมรี่ปฏิเสธที่จะล้มเลิกตามความฝันที่จะเป็นนักบินอวกาศ
ตอบ 1
1. ล้มเลิก ละทิ้ง
2. พึ่งพา ขึ้นอยู่กับ
3. มุ่งมั่น ตั้งใจ
4. หดตัว ถอย
give up = abandon, stop = ล้มเลิก ยอมแพ้

114. The giant redwood trees in California can grow in over 300 feet tall.
1. flat
2. huge
3. tiny
4. round
ถาม ต้นสนขนาดใหญ่ในแคลิฟอร์เนียสามารถโตได้สูงกว่า 300 ฟุต
ตอบ 2
1. แบนราบ
2. ใหญ่โต มหึมา
3. เล็ก
4. กลม
giant = huge = gigantic = ใหญ่โต ขนาดใหญ่

115. The procedure of making cheese requires patient and attention to detail.
1. effects
2. crust
3. logic
4. process
ถาม กรรมวิธีของการทำเนยแข็งจำเป็นต้องใช้ความอดทนและความตั้งใจต่อรายละเอียด
ตอบ 4
1. ผลกระทบ
2. เปลือกนอก
3. ตรรกะ เหตุผล
4. ขั้นตอน กรรมวิธี
procedure = process = กรรมวิธี ขั้นตอน กระบวนการ

116. The medication had a positive effect on her symptoms.
1. diet
2. outcome
3. gain
4. form
ถาม ยามีผลในทางบวกต่ออาการของโรคของเธอ
ตอบ 2
1. อาหาร
2. ผลที่ได้
3. ได้มา
4. รูปแบบ
effect = outcome = ผลที่ได้ ผลกระทบ ผลที่ออกมา

117. It’s a normal to feel nervous before a big presentation.
1. boring
2. costly
3. usual
4. small
ถาม การรู้สึกประหม่าเป็นเรื่องปกติก่อนการนำเสนอครั้งใหญ่
ตอบ 3
1. น่าเบื่อหน่าย
2. แพง
3. ปกติ ธรรมดา
4. เล็ก
normal = usual = ปกติ ธรรมดา

118. After the floods, all the concerned people rushed to provide the victims with food and necessities.
1. complete
2. inform
3. establish
4. support
ถาม หลังจากน้ำท่วม ผู้คนที่ห่วงใยหลายคนต่างก็เร่งรีบให้การช่วยเหลือแก่ผู้เคราะห์ร้ายทั้งอาหารและของจำเป็น
ตอบ 4
1. ทำให้เสร็จสิ้น สมบูรณ์
2. แจ้งให้ทราบ
3. ก่อตั้ง สร้าง
4. ให้การช่วยเหลือ
provide = support = จัดหาให้ ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน

119. Time is limited to make the most of every moment and focus on what truly matters.
1. addictive
2. fluent
3. separate
4. restricted
ถาม เวลาถูกจำกัด ทำให้การดำเนินการทุกอย่างต้องมุ่งเน้นต่อสาระสำคัญที่แท้จริง
ตอบ 4
1. เสพติด
2. คล่องแคล่ว
3. แยกออก
4. จำกัด เคร่งครัด
limited = restricted = ถูกจำกัด

120. The institute doubts whether these modern dinosaurs will be kept on reservations or not.
1. intends
2. suspects
3. crawls
4. repliers
ถาม สถาบันสงสัยว่าไดโนเสาร์ยุคใหม่เหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในพื้นที่เขตอนุรักษ์หรือไม่
ตอบ 2
1. ตั้งใจ
2. สงสัย
3. คลาน
4. ตอบกลับ
doubts = suspect = สงสัย สังเกตจากการใช้ whether……or not = แสดงความไม่แน่ใจ
ดังนั้นความหมายข้างเคียงคำศัพท์ doubts จึงมีความหมายว่า สงสัย

Advertisement