การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2564
ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2105 ทฤษฎีการเมืองและจริยธรรม 2
คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. ผู้ใดที่ไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลทางความคิดของล็อค
(1) มองเตสกิเออ
(2) รุสโซ
(3) เดอ ทอคเกอร์วิลล์
(4) เฮเกล
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 31 – 32 ล็อค เป็นนักปราชญ์ทางการเมืองชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชารัฐศาสตร์ในประเทศฮอลแลนด์ และถูกขนานนามว่าเป็นผู้ให้กำเนิดแนวความคิดเสรีนิยม นอกจากนี้แนวความคิดของเขายังมีอิทธิพลและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักคิด ทั้งมองเตสกิเออ, รุสโซ, เดอ ทอคเกอร์วิลล์ และนักคิดร่วมสมัยในฝรั่งเศสก็ได้ใช้ทฤษฎีของล็อค ในการวิเคราะห์ระบบเก่าอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
2. ข้อใดเป็นคำอธิบายการเกิดขึ้นของรัฐที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องกระบวนการวิภาษวิธีของเฮเกล
(1) ครอบครัวเป็น Antithesis ต่อสังคมพลเรือน ทำให้จำเป็นต้องสถาปนารัฐขึ้นมา
(2) สังคมพลเรือนเป็น Synthesis อันเป็นผลมาจากการปะทะขัดแย้งกันระหว่างรัฐกับครอบครัว
(3) ครอบครัวเป็น Thesis, รัฐเป็น Antithesis, ก่อให้เกิดสังคมพลเรือนซึ่งเป็น Synthesis
(4) รัฐเป็น Antithesis ทั้งต่อครอบครัวและสังคมพลเรือน
(5) รัฐเป็นการผสมผสาน (Synthesis) ระหว่างครอบครัวกับสังคมพลเรือน
ตอบ 5 หน้า 116 – 117, 121 ตามแนวคิดเรื่องกระบวนการวิภาษวิธีของเฮเกลนั้น รัฐเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างครอบครัว (ความรัก) ซึ่งเป็น Thesis กับสังคมพลเรือน (การแข่งขัน) ซึ่งเป็น Antithesis ดังนั้นรัฐจึงถือได้ว่าเป็นภาวะผสมผสาน (Synthesis) ซึ่งมีความสมบูรณ์กว่าคือ มีเหตุมีผลและเสรีภาพมากกว่านั่นเอง
3. ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์มีลักษณะใดดังต่อไปนี้
(1) การรวมศูนย์ความคิดที่ถูกต้อง
(2) ประชาชนเบื้องล่างมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล
(3) สภาทุกระดับของประชาชนส่งตัวแทนในการเลือกรัฐบาล
(4) เมื่อพรรคและรัฐบาลตัดสินนโยบายแล้ว ถือเป็นเด็ดขาดห้ามโต้แย้ง
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 231 – 232, 236 ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ มีลักษณะดังต่อไปนี้
1. การรวมศูนย์ความคิดที่ถูกต้อง
2. ประชาชนเบื้องล่างมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล
3. สภาประชาชนทุกระดับจะส่งตัวแทนในการเลือกรัฐบาล
4. เมื่อพรรคและรัฐบาลตัดสินนโยบายแล้ว ถือเป็นเด็ดขาด ผู้ใดจะโต้แย้งหรือขัดคำสั่งมิได้
4. ระหว่างบุคคลและสิ่งต่อไปนี้ มาเคียเวลลี่สอนให้เคารพสิ่งใดมากที่สุด
(1) ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง
(2) คำสั่งของมุขบุรุษ
(3) ผู้นำทางศาสนา
(4) ผู้ที่ออกกฎหมายอย่างมีคุณธรรม
(5) กฎหมาย
ตอบ 5 หน้า 9 มาเคียเวลลี่ เชื่อว่า กฎหมายเป็นสิ่งสูงสุดในการปกครองและเป็นหลักประกันสำหรับทุก ๆ คนในรัฐ ซึ่งถึงแม้ว่าคนจะเป็นผู้บัญญัติ ตีความ หรือบริหารกฎหมายก็ตาม แต่เราควรจะเคารพกฎหมายมากกว่าผู้บัญญัติกฎหมาย เพราะกฎหมายนั้นเป็นหลักการสำหรับการพิพากษาข้อขัดแย้งซึ่งผ่านการตรวจสอบโดยสถาบันต่าง ๆ และพัฒนามาเป็นระยะเวลายาวนานก่อนที่จะได้รับการเชื่อถือ
5. มนุษย์สามารถสนองตอบต่อสัญชาตญาณที่ต้องการความสมบูรณ์ได้โดยวิธีใด
(1) การร่วมมือระหว่างกัน
(2) การดำรงชีพแบบต่างคนต่างอยู่
(3) การทำสัญญาประชาคม
(4) การแข่งขันระหว่างกัน
(5) การทำอะไรตามใจปรารถนา
ตอบ 1 หน้า 69, (คำบรรยาย) รุสโซ เห็นว่า การมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในสังคมธรรมชาติย่อมจะหาความสมบูรณ์ได้ยาก เพราะความสมบูรณ์นั้นมนุษย์หาได้จากการร่วมมือหรือการพึ่งพิงบุคคลอื่นเท่านั้น ดังนั้นผลอันเกิดจากการสนองตอบต่อสัญชาตญาณที่มนุษย์ต้องการความสมบูรณ์คือ การร่วมมือระหว่างกันหรือการร่วมมือกับผู้อื่นนั่นเอง
6. ข้อใดคือรูปการปกครองที่มีเสถียรภาพมากที่สุด
(1) ประชาธิปไตย
(2) สมบูรณาญาสิทธิราชย์
(3) อภิชนาธิปไตย
(4) สาธารณรัฐแบบผสม (ประชาธิปไตยกับอภิชนาธิปไตย)
(5) เผด็จการเบ็ดเสร็จ
ตอบ 4 หน้า 8 มาเคียเวลลี่ เชื่อว่า ระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างประชาธิปไตยและอภิชนาธิปไตยนั้น เป็นระบบการปกครองที่ดีเพราะมีเสถียรภาพและเสรีภาพมากที่สุด
7. เพราะเหตุใดผู้ปกครองถึงไม่บอกเลิกสัญญาประชาคม
(1) การบอกเลิกก่อความวุ่นวายทางการเมือง
(2) การบอกเลิกสัญญาเป็นการปฏิวัติ
(3) การบอกเลิกก่อให้เกิดรัฐบาลทรราช
(4) การบอกเลิกสัญญาเป็นการทำร้ายตัวเอง
(5) เงื่อนไขสัญญากำหนดไว้แล้วว่าบอกเลิกไม่ได้
ตอบ 4 หน้า 21, 24 ฮอบส์ เห็นว่า การทำสัญญาประชาคมถือเป็นข้อตกลงระหว่างมนุษย์ที่จะยุติการกระทำอันตรายต่อกันและกัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การทำสัญญาประชาคม ก็คือการสละสิทธิตามธรรมชาติในส่วนที่จะทำร้ายผู้อื่นเพื่อปกป้องและรักษาตนเองให้ปลอดภัย ดังนั้นการบอกเลิกสัญญาจึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่พึงกระทำ เพราะจะขัดแย้งกับกฎธรรมชาติของมนุษย์ที่ว่ามนุษย์จะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายตัวเอง
8. ความมีเหตุผลของมนุษย์ ล็อคเชื่อว่าเกิดจาก
(1) ประสบการณ์
(2) การเอาตัวรอด
(3) พระผู้เป็นเจ้า
(4) พรสวรรค์
(5) การมีปัญญา
ตอบ 3 หน้า 33 ล็อค เห็นว่า โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์มีคุณสมบัติประจำตัว คือ ความมีเหตุผล อันเป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้แก่มนุษย์ทุกคน ซึ่งนอกจากความมีเหตุผลแล้วมนุษย์ยังมีความเมตตาธรรม ใฝ่สันติ และสุขุมรอบคอบอีกด้วย
9. “ความปรารถนาของขุนนางหรือข้าราชการ” คือ
(1) การฉ้อราษฎร์บังหลวง
(2) การประจบสอพลอ
(3) การกดขี่ข่มเหงประชาชน
(4) การใช้อภิสิทธิ์
(5) จงรักภักดีต่อผู้ให้อำนาจแก่ตน
ตอบ 3 หน้า 3 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า การได้อำนาจมาด้วยวิธีการปราบดาภิเษกหรือการปฏิวัตินั้น อาจจะเป็นผลมาจากการสนับสนุนของกลุ่มขุนนาง (ข้าราชการ) หรือประชาชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้วหากผู้ปกครองต้องการความมั่นคงหรือเสรีภาพที่แท้จริงในอำนาจ ก็จำต้องแสวงหาการสนับสนุนจากประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการมีเพียงสิ่งเดียวคือ อิสรภาพหรือเสรีภาพจากการกดขี่ข่มเหง ซึ่งต่างจากกลุ่มขุนนางที่ต้องการกดขี่ข่มเหงประชาชน
10. ความรักของผู้ใต้ปกครองในที่สุดแล้วมักจะนำไปสู่สิ่งใด
(1) ความมั่นคงของผู้ปกครองเอง
(2) ความร่วมมือ
(3) ความยำเกรง
(4) ความไม่ยำเกรง
(5) ความสามัคคี
ตอบ 4 หน้า 6, (คำบรรยาย) มาเคียเวลลี่ เห็นว่า ระหว่างความรักและความยำเกรงของประชาชนนั้น หากผู้ปกครองเลือก “ความรัก” ประชาชนจะไม่ยำเกรง แต่ถ้าเลือก “ความยำเกรง” ประชาชนจะไม่รัก ซึ่งถ้าจำเป็นแล้วผู้ปกครองจะต้องเลือกเอาความยำเกรงมากกว่าความรัก เพราะความยำเกรงนั้นจะทำให้ผู้ใต้ปกครองเกิดความเชื่อฟังไม่กระด้างกระเดื่อง
11. ปัจจัยทางการเมืองใหม่ที่เลนินเสนอ ไม่ใช่ข้อใดดังต่อไปนี้
(1) การปฏิวัติสังคมเกิดด้วยความรุนแรงเท่านั้น
(2) การเน้นให้พรรคเป็นผู้นำในการปฏิวัติ
(3) เผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพต้องเป็นการปกครองเด็ดขาด มีกำลังอาวุธ
(4) การพัฒนาขั้นสุดท้ายของระบบทุนนิยมคือ ระบบสังคมนิยม
(5) เน้นยุทธวิธีในการปฏิวัติ ซึ่งมีการสร้างพันธมิตร
ตอบ 4 หน้า 211 ปัจจัยทางการเมืองใหม่ที่เลนินเสนอ มีดังนี้
1. การเน้นให้พรรคเป็นผู้นำในการปฏิวัติ
2. เน้นยุทธวิธีในการปฏิวัติ ซึ่งมีการสร้างพันธมิตร
3. การปฏิวัติสังคมเกิดในประเทศเดียวก็ได้ และเกิดด้วยวิธีรุนแรงเท่านั้น
4. เผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพต้องเป็นการปกครองที่เด็ดขาด มีกำลังอาวุธ ดำเนินการโดยพรรค และมีวินัยอย่างเคร่งครัด
5. การพัฒนาขั้นสุดท้ายของระบบทุนนิยมคือ ระบบจักรวรรดินิยม เป็นต้น
12. อะไรคือตัวบ่งชี้ความล้มเหลวของลัทธิมาร์กซ์
(1) การสลายตัวของระบบสังคมนิยม
(2) การเสื่อมสลายของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
(3) การยอมรับและนำระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมาใช้
(4) การนำระบบเศรษฐกิจแบบตลาดมาใช้
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 171, (คำบรรยาย) ตัวบ่งชี้ความล้มเหลวของลัทธิมาร์กซ์ ได้แก่
1. การเสื่อมสลายของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมในด้านการปฏิบัติ
2. การสลายตัวของระบบสังคมนิยม
3. การนำระบบเศรษฐกิจแบบตลาดมาใช้
4. การยอมรับและนำระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมาใช้ เป็นต้น
13. ล็อค เห็นว่าสัญญาประชาคมเกิดขึ้นโดย
(1) ความเกรงกลัวต่อภัยคุกคามจากภายนอก
(2) การยินยอมสมัครใจเพื่อการดำรงอยู่ร่วมกัน
(3) อัตโนมัติตามสภาวะธรรมชาติ
(4) การตกลงทำสัญญาสันติภาพ
(5) ผู้ที่เข้มแข็งกว่าหยิบยื่นให้
ตอบ 2 หน้า 36 ล็อค เห็นว่า การทำสัญญาประชาคมเพื่อการดำรงอยู่ร่วมกันเป็นสังคมหรือประชาคมเดียวกันนั้น จะเป็นไปด้วยความสมัครใจหรือความยินยอมของทุกคน โดยทุกคนมุ่งหวังที่จะดำรงชีวิตอย่างสะดวกสบาย มีความปลอดภัย และมีความสงบสุขในการใช้ทรัพย์สินของตนอย่างมั่นคง และเป็นความมั่นคงที่ยิ่งใหญ่กว่าผู้ที่ไม่เข้าร่วมหรือมีความมั่นคงกว่าเดิม
14. แนวความคิดที่สำคัญของมาเคียเวลลี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ
(1) เผด็จการที่มีคุณธรรม
(2) เป้าหมายแห่งรัฐ
(3) เงื่อนไขระบอบประชาธิปไตย
(4) ยุทธวิธีในการขยายดินแดน
(5) ภาวะความเป็นผู้นำ
ตอบ 5 หน้า 9 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า คุณค่าของรัฐบาลแห่งประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐมีผู้นำที่เข้มแข็ง โดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนอาจเป็นผู้วางรูปแบบหลักการแห่งรัฐธรรมนูญ แต่เขาทั้งหลายจะต้องอยู่ภายใต้การนำของผู้นำที่เข้มแข็ง เสถียรภาพและความไพบูลย์แห่งสาธารณรัฐจึงจะบังเกิดขึ้นได้ ดังนั้นแนวความคิดที่สำคัญของเขาจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ภาวะความเป็นผู้นำ” นั่นเอง
15. เมื่อทำสัญญาประชาคมแล้ว ผู้ใต้ปกครองสามารถทำอะไรได้บ้าง
(1) การถอดถอนองค์อธิปัตย์
(2) การไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นบางครั้ง
(3) เปลี่ยนตัวผู้ปกครอง
(4) การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งคราว
(5) การบอกเลิกสัญญาที่ทำไปแล้ว
ตอบ 5 หน้า 24, (คำบรรยาย) ฮอบส์ อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงหรือถอดถอนองค์อธิปัตย์นั้นแม้จะกระทำมิได้ แต่ประชาชนในฐานะผู้ใต้ปกครองก็มีสิทธิขัดขืนต่อองค์อธิปัตย์ได้ นั่นคือเมื่อประชาชนตกอยู่ในสภาวะอันตรายเนื่องด้วยองค์อธิปัตย์จะทำลายชีวิตของตนเองแล้ว การใช้สิทธิตามธรรมชาติเพื่อการคุ้มครองตนเองของมนุษย์ย่อมกระทำได้ โดยการร่วมกันบอกเลิกสัญญาที่ทำไปแล้ว เพื่อเริ่มต้นทำสัญญากันใหม่
16. ผู้เป็นเจ้าของหรือทรงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยจะมีโอกาสใช้อำนาจนี้ของตนเมื่อใด
(1) เป็นรัฐบาล
(2) บัญญัติกฎหมาย
(3) ทำสัญญาประชาคม
(4) เปลี่ยนแปลงรัฐบาล
(5) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ตอบ 2 หน้า 78 รุสโซ เห็นว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนทั้งหมด (ประชาชนทั้งมวล) และประชาชนสามารถใช้อำนาจอธิปไตยนี้ได้โดยการทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย เพราะว่าในการบัญญัติกฎหมายนั้นประชาชนมีอำนาจเต็มที่ไม่ต้องเชื่อฟังใคร
17. เมื่อสัญญาประชาคมได้กระทำแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้แก่
(1) รัฐ
(2) รัฐบาล
(3) สังคม
(4) ข้อ 2 และ 3
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 22, 38, (คำบรรยาย) ฮอบส์ เห็นว่า เมื่อสัญญาประชาคมได้กระทำขึ้นแล้วเพียงครั้งเดียว สังคม รัฐ และรัฐบาลก็จะเกิดขึ้นตามมาทันที ทั้งนี้เพราะสังคม รัฐ และรัฐบาลเป็นสิ่งเดียวกัน ดังนั้นการล้มล้างรัฐบาลจึงเป็นการกลับไปสู่สภาวะธรรมชาติตามเดิม เนื่องจากฮอบส์ไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างสังคม รัฐ และรัฐบาลออกจากกันนั่นเอง
18. นอกจากความมีเหตุผลแล้ว ล็อคเชื่อว่ามนุษย์ยังมี
(1) ความซื่อสัตย์และความตรงไปตรงมา
(2) ความฝันและจินตนาการอันสูงส่ง
(3) ความดุร้ายและการแก่งแย่งชิงดี
(4) ความเมตตาและการใฝ่สันติ
(5) ความเฉลียวฉลาดและการชิงไหวชิงพริบ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ
19. สิ่งใดที่รัฐสามารถนำมาใช้เป็นมาตรการควบคุมความเห็นแก่ตัวของมนุษย์
(1) อำนาจบังคับ
(2) การยกเลิกกรรมสิทธิ์
(3) การศึกษาอบรม
(4) ศาสนา
(5) การสถาปนาระบบกรรมสิทธิ์ร่วม
ตอบ 1 หน้า 2 – 3 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า ธรรมชาติของมนุษย์นั้นเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ก้าวร้าว แสวงหาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงอันตราย และโลภในผลกำไร จึงทำให้มีชีวิตอยู่ในภาวะของการดิ้นรนและแข่งขันกันเองอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นคนยังปล่อยจิตให้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของกิเลสตัณหา ดังนั้นจึงเกิดสังคมหรือรัฐขึ้นมาเพื่อทำให้ละเลิกกิเลสและควบคุมความเห็นแก่ตัวอันเป็นธรรมชาติที่ชั่วร้ายของคนโดยการใช้อำนาจบังคับ
20. ตามทฤษฎีสัญญาประชาคมนั้น “องค์อธิปัตย์ไม่มีวันที่ล่วงละเมิดสัญญา” ข้อความที่ขีดเส้นใต้อธิบายได้จากเหตุผลใด
(1) การเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
(2) การเป็นตัวแทนเจตจำนงทั่วไป
(3) การผูกมัดจากสัญญา
(4) การไม่ถูกผูกมัดโดยสัญญา
(5) การปฏิบัติไปตามตัวบท-กฎหมาย
ตอบ 4 หน้า 24 ตามทฤษฎีสัญญาประชาคมของฮอบส์นั้น องค์อธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจตามที่คู่สัญญาหรือประชาชนทั้งหลายได้ตกลงกันไว้ ดังนั้นองค์อธิปัตย์จึงไม่มีข้อผูกพันใด ๆ ที่จะต้องปฏิบัติตามหรือรับผิดชอบต่อคู่สัญญา ซึ่งในเมื่อเป็นผู้ที่อยู่นอกเหนือสัญญาแล้ว ก็จะไม่มีการกระทำใด ๆ ขององค์อธิปัตย์ที่จะถือว่าเป็นการละเมิดสัญญา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ว่าองค์อธิปัตย์จะทำอะไรก็ไม่มีความผิดนั่นเอง
21. ลัทธิมาร์กซ์ไม่เกี่ยวข้องกับอะไร
(1) นักคิดชื่อ Karl Marx
(2) แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์
(3) แนวคิดอรรถประโยชน์นิยม
(4) แนวคิดแบบสังคมนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 172 – 173, (คำบรรยาย) ลัทธิมาร์กซ์ ก่อกำเนิดขึ้นโดยนักคิดที่ชื่อว่า คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าตำรับหรือบิดาแห่งคอมมิวนิสต์ หรือแนวคิดแบบสังคมนิยม โดยมาร์กซ์นั้นเกิดที่เมืองทรีเออร์ ประเทศเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1818 บิดาเป็นทนายความที่มีชื่อเสียง มาร์กซ์เคยมีสัญญาติยิว แต่เมื่ออายุได้ 6 ขวบ ก็เปลี่ยนเป็นโปรเตสแตนต์
22. ฮอบส์ เชื่อว่าสภาวะแห่งพันธะสัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อองค์อธิปัตย์
(1) ถูกโค่นล้มโดยขุนนางอำมาตย์
(2) ถูกโค่นล้มโดยปวงชน
(3) ถูกรัฐอื่นรุกราน
(4) ตกลงกับปวงชนที่จะยกเลิกสัญญา
(5) ไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
ตอบ 5 หน้า 24 ฮอบส์ เห็นว่า ในกรณีที่องค์อธิปัตย์ไม่สามารถปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้ หรือไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้ นั่นหมายความว่า เขาได้สูญเสียอำนาจและหมดสภาพความเป็นองค์อธิปัตย์ไปแล้วโดยปริยาย สภาวะแห่งพันธะสัญญาก็จะสิ้นสุดลง แต่ละคนก็จะตกอยู่ในสภาวะธรรมชาติตามเดิม
23. ทหารรับจ้างมีปัญหาเรื่องความสวามิภักดิ์เพราะ
(1) เห็นแก่อามิสสินจ้าง
(2) ขาดประสิทธิภาพ
(3) ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
(4) ถูกแทรกแซงได้ง่าย
(5) ไม่ใช่คนท้องถิ่น
ตอบ 1 หน้า 4 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า กองทัพที่ดีจะต้องประกอบด้วยทหารประจำการหรือทหารเกณฑ์ไม่ใช่ทหารรับจ้าง เพราะทหารเกณฑ์เท่านั้นที่จะมีความกล้าหาญและพร้อมจะสละชีวิตในสมรภูมิ ส่วนทหารรับจ้างมักจะมีปัญหาเรื่องความสวามิภักดิ์เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างมากกว่าหน้าที่ในสมรภูมิ ดังนั้นแทนที่จะส่งเสริมอำนาจผู้ปกครอง กลับจะทำลายอำนาจของผู้ปกครองในที่สุด
24. “ผลอันเกิดจากที่มนุษย์ต้องการความสมบูรณ์”
(1) ความขยันขันแข็ง
(2) ความสุขในอนาคต
(3) การร่วมมือกับผู้อื่น
(4) ความอิจฉาริษยา
(5) สภาวะสงคราม
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 5. ประกอบ
25. มาเคียเวลลี่ เห็นว่าผู้ที่ได้อำนาจมาด้วยการสืบสันตติวงศ์ย่อม
(1) ปกครองอย่างเป็นธรรม
(2) มีแนวโน้มจะขยายอาณาจักรได้ง่ายกว่าผู้อื่น
(3) มีศักยภาพในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข
(4) มีขนบธรรมเนียมประเพณีรองรับความชอบธรรม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 3 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า สิ่งฉลาดที่ผู้ปกครองที่ขึ้นสู่บัลลังก์ด้วยการสืบสันตติวงศ์ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง คือ การรักษาแบบแผนประเพณีดั้งเดิมของประเทศไว้ อย่าพยายามเสี่ยงเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมของเดิมเสียใหม่ ทั้งนี้เพราะสิ่งแวดล้อมและขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมนั้นสนับสนุนการครองอำนาจอันชอบธรรมของผู้ปกครองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
26. มาเคียเวลลี่ แนะนำว่าการรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของผู้นำทำให้
(1) ผู้นำไม่ต้องรักษาสัจจะ
(2) ผู้นำต้องกล้าได้กล้าเสีย
(3) ผู้นำต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา
(4) ผู้นำต้องรักษาสัจจะ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 7 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า ผู้ปกครองต้องเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมและไม่รักษาสัจจะ หากสัจจะนั้นจะทำลายผลประโยชน์ของตนเอง โดยเขาให้เหตุผลว่า “การรักษาสัจจะนั้นเป็นสิ่งดี หากคนทั้งหมดเป็นคนดี แต่คนตามธรรมชาตินั้นเลว และไม่รักษาสัจจะกับผู้ปกครอง ดังนั้นผู้ปกครองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรักษาสัจจะกับเขา”
27. ตามทัศนะของมาเคียเวลลี่ หนทางในการรักษาไว้ซึ่งอำนาจสำหรับผู้ที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการสืบสันตติวงศ์ คือ
(1) การดำเนินรอยตามแบบแผนประเพณีดั้งเดิม
(2) มีการรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย
(3) การใช้นโยบายที่ถูกต้องในการปกครองประเทศ
(4) ใช้กำลังเข้าจัดการกับผู้แข็งข้อ
(5) การใช้เมตตาธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเสมอหน้ากัน
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ
28. ข้อใดเป็นผลงานของรุสโซ
(1) The Spirit of the Laws
(2) Confessions และ The Old Regime
(3) Social Contract และ The Prince
(4) Social Contract และ Emile
(5) Emile และ Das Capital
ตอบ 4 หน้า 66 – 67 ผลงานที่สำคัญของรุสโซ ได้แก่
1. The Origin of Inequality
2. Political Economy
3. La Nouvelle Heloise
4. Social Contract
5. Emile
6. Confessions
7. Dialogues
8. Constitution for Corsica
9. Consideration on the Government of Poland
29. ลัทธิมาร์กซ์มองว่า ระบบทุนนิยมทำลาย ลดทอนความเป็นมนุษย์ เนื่องด้วยเหตุผลใดดังต่อไปนี้
(1) เพราะแรงงานที่เขาทำงานไม่สามารถทำงานสนองความต้องการของเขา แต่เป็นของนายทุน
(2) นายจ้างที่เป็นชนชั้นนายทุนใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อผลกำไร
(3) แรงงานที่ทำให้กับนายทุนเป็นแรงงานที่ถูกบังคับมากกว่าความเต็มใจ
(4) เพราะนายทุนเป็นผู้กำหนด
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 182 – 183, (คำบรรยาย) ลัทธิมาร์กซ์ มองว่า ระบบทุนนิยมจะทำลายและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ เนื่องจาก
1. แรงงานต้องทำงานตามความต้องการของนายทุน เพราะนายทุนเป็นผู้กำหนด ไม่สามารถทำงานสนองความต้องการของเขาเองได้ เป็นแต่เพียงของนายทุน
2. นายจ้างที่เป็นชนชั้นนายทุนใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อผลกำไร
3. แรงงานที่ทำให้กับนายทุนเป็นแรงงานที่ถูกบังคับมากกว่าความเต็มใจ เป็นต้น
30. การปฏิวัติเพื่อสร้างสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบใหม่ของเหมา เจ๋อ ตุง มีลักษณะที่ไม่ใช่ลักษณะใดดังต่อไปนี้
(1) การปฏิวัติชาติเพื่อกำจัดจักรวรรดินิยม
(2) การปฏิวัติเพื่อทำลายลัทธิทุนนิยม
(3) การปฏิวัติเพื่อกำจัดพวกปฏิกิริยา
(4) การปฏิวัติเพื่อประชาชนทุกชนชั้น
(5) การปฏิวัติเพื่อกำจัดเจ้าของที่ดิน
ตอบ 2 หน้า 229, (คำบรรยาย) เหมา เจ๋อ ตุง ได้ประกาศเป้าหมายการปฏิวัติเพื่อประชาชนทุกชนชั้น ว่าเป็นการสร้าง “สาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบใหม่” โดยมีลักษณะสำคัญคือ การปฏิวัติชาติเพื่อกำจัดจักรวรรดินิยม และการปฏิวัติประชาธิปไตยเพื่อกำจัดเจ้าของที่ดินใหญ่ ๆ ซึ่งการปฏิวัติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อล้มล้างการปกครองจักรวรรดินิยมต่างชาติและพวกปฏิกิริยา แต่ไม่ได้ทำลายส่วนหนึ่งของลัทธิทุนนิยม
31. มาเคียเวลลี่เชื่อว่าปัญหาของรูปแบบการปกครองเฉพาะ เช่น ราชาธิปไตย อภิชนาธิปไตย หรือประชาธิปไตย
(1) การไร้เมตตาธรรม
(2) การเน้นแต่เพียงประสิทธิภาพ
(3) การไม่มีนโยบายที่ชัดเจน
(4) การขาดเสถียรภาพ
(5) การสนับสนุนตัวบุคคล
ตอบ 4 หน้า 8 มาเคียเวลลี่ เชื่อว่า ระบบการปกครองเฉพาะแบบ เช่น ราชาธิปไตย อภิชนาธิปไตย และประชาธิปไตยเป็นสิ่งดี แต่ระบบการปกครองเฉพาะแบบนี้ก็มีข้อบกพร่องที่สำคัญ คือ การขาดเสถียรภาพ และความดีของระบบก็มักจะถูกทำลายลงด้วยตัวของมันเองในเวลาไม่นานนัก
32. บทความเรื่อง “ครอบครัวอันศักดิ์สิทธิ์” เป็นข้อเขียนร่วมกันระหว่าง
(1) ฟรีดริช เองเกลส์ + คาร์ล มาร์กซ์
(2) ลุดวิก ฟอยเออร์บาร์ค + คาร์ล มาร์กซ์
(3) อดัม สมิธ + เดวิด ริคาร์โด
(4) คาร์ล มาร์กซ์ + เฮเกล
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 175 ผลงานของฟรีดริช เองเกลส์ และคาร์ล มาร์กซ์ ได้ร่วมกันเขียนขึ้นมา ได้แก่
1. ครอบครัวอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Family)
2. อุดมการณ์เยอรมัน (The German Ideology)
3. คำประกาศคอมมิวนิสต์ (The Communist Manifesto)
33. หนังสือและบทความใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อเขียนของนิโคไล เลนิน
(1) คำประกาศคอมมิวนิสต์ (The Communist Manifesto)
(2) จะทำอะไร (What to be done)
(3) สังคมนิยมและสงคราม (Socialism and War)
(4) รัฐและการปฏิวัติ (State and Revolution)
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 200 ผลงานที่สำคัญของนิโคไล เลนิน ได้แก่
1. จะทำอะไร (What to be done)
2. สังคมนิยมและสงคราม (Socialism and War)
3. รัฐและการปฏิวัติ (State and Revolution)
4. จักรวรรดินิยม : ขั้นสุดท้ายของระบบทุนนิยม (Imperialism : The Highest Stage of Capitalism) เป็นต้น
34. คุณูปการของคาร์ล มาร์กซ์ ที่สำคัญคืออะไร
(1) แนวทางวิพากษ์แบบวิภาษวิธี Dialectic
(2) แนวคิดวัตถุนิยม
(3) หลักเศรษฐกิจกำหนด
(4) หลักอรรถประโยชน์นิยม
(5) ถูกเฉพาะข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 180, (คำบรรยาย) คุณูปการที่สำคัญของคาร์ล มาร์กซ์ ได้แก่
1. แนวทางวิพากษ์แบบวิภาษวิธี (Dialectic)
2. แนวคิดวัตถุนิยม (Materialism)
3. หลักเศรษฐกิจกำหนด (Economic Determinism)
35. ชื่อหนังสือบทความต่อไปนี้เรื่องใดไม่ได้เขียนโดย คาร์ล มาร์กซ์
(1) Socialism : Utopian and Scientific
(2) The Communist Manifesto
(3) The German Ideology
(4) Capital
(5) The Holy Family
ตอบ 1 หน้า 176 ในช่วงที่ คาร์ล มาร์กซ์ ใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงลอนดอนนั้น เขาได้เขียนบทความมากมายที่พยายามอธิบายความทุกข์ยากในสังคมทุนนิยม เช่น วิพากษ์เศรษฐกิจการเมือง (The Critique of Political Economy), ทฤษฎีมูลค่าส่วนเกิน (Theories of Surplus Values), ทุน (Capital) เป็นต้น (ดูคำอธิบายข้อ 32. ประกอบ)
36. “รัฐบาล” ตามแนวคิดสัญญาประชาคม หมายถึงบุคคลหรือสถาบันใด
(1) นิติบัญญัติ
(2) บริหาร
(3) ตุลาการ
(4) องค์อธิปัตย์
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 79 ตามทฤษฎีสัญญาประชาคม รุสโซ อธิบายว่า “รัฐบาล” หมายถึงผู้ที่ใช้อำนาจบริหารซึ่งมีฐานะเป็นเพียงแค่องค์กรที่รับมอบอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชนเท่านั้น อีกทั้งรัฐบาลเป็นเพียงคณะบุคคลที่นำเอาเจตจำนงทั่วไปมาปฏิบัติ รัฐบาลไม่ใช่องค์อธิปัตย์ ทั้งนี้เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นผลมาจากกฎหมายมิใช่เป็นการทำสัญญา
37. วาทะสำคัญของมาเคียเวลลี่ คือ
(1) การปกครองโดยประชาชน เพื่อประชาชน และของประชาชน
(2) ทหารแก่ไม่เคยตาย เพียงแต่เลือนหายไปจากความทรงจำ
(3) อนุสาวรีย์แห่งปรีชาญาณย่อมยืนนานกว่าอนุสาวรีย์แห่งอำนาจ
(4) อย่าถามว่าประเทศชาติจะทำอะไรให้ท่าน แต่ควรถามว่าท่านจะทำอะไรให้แก่ประเทศชาติ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ตัวอย่างวาทะของบุคคลสำคัญ ๆ เช่น
1. รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน – อับราฮัม ลินคอล์น
2. ทหารแก่ไม่เคยตาย เพียงแต่เลือนหายไปจากความทรงจำ – ดักลาส แมคอาร์เธอร์
3. อนุสาวรีย์แห่งปรีชาญาณย่อมยืนนานกว่าอนุสาวรีย์แห่งอำนาจ – ฟรานซิส เบคอน
4. อย่าถามว่าประเทศชาติจะทำอะไรให้ท่าน แต่ควรถามว่าท่านจะทำอะไรให้แก่ประเทศชาติ – จอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นต้น
38. นักคิดที่สนับสนุนระบอบคอมมิวนิสต์มีความคิดที่เหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นใดดังต่อไปนี้
(1) ต้องการให้ปัจเจกบุคคลสามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินได้โดยเสรี
(2) ต้องการสังคมที่ทุกคนมีความเสมอภาค
(3) มองสังคมทุนนิยมเป็นต้นตอของความแปลกแยก เอารัดเอาเปรียบ
(4) การเปลี่ยนแปลงสังคมใช้วิธีการรุนแรงหรือด้วยการปฏิวัติ
(5) ต้องการให้ชนชั้นกรรมาชีพเป็นผู้ชนะการต่อสู้ในสงครามแห่งชนชั้น
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ประเด็นสำคัญที่คล้ายกันของนักคิดที่สนับสนุนระบอบคอมมิวนิสต์ ได้แก่
1. มองสังคมทุนนิยมเป็นต้นตอของความแปลกแยก เอารัดเอาเปรียบ
2. ต้องการให้ชนชั้นกรรมาชีพเป็นผู้ชนะการต่อสู้ในสงครามแห่งชนชั้น
3. การเปลี่ยนแปลงสังคมใช้วิธีการรุนแรงหรือด้วยการปฏิวัติ
4. ต้องการสังคมที่ทุกคนมีความเสมอภาค เป็นต้น
39. เหตุผลใดที่เฮเกลใช้ในการสนับสนุนความคิดที่ว่า รัฐควรเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในสังคม
(1) การเปลี่ยนแปลงสังคมแบบรุนแรงและถอนรากถอนโคน
(2) ความเสมอภาคของปัจเจกบุคคล
(3) รัฐเป็นเครื่องมือของชนชั้น
(4) รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
(5) รัฐเป็นผู้ทำให้ความคิดทางจริยธรรมและเสรีภาพของพลเมืองเป็นจริงขึ้นมา
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ
40. บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือได้ว่าเป็นองค์อธิปัตย์แห่งรัฐที่แท้จริง
(1) ประชาชนส่วนใหญ่
(2) ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐบาล
(3) ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด
(4) ประชาชนทั้งหมด
(5) ผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
ตอบ 4 หน้า 40 ล็อค เห็นว่า ประชาชนทั้งมวล (ประชาชนทั้งหมด) จะอยู่ในฐานะเป็นองค์อธิปัตย์แห่งรัฐที่แท้จริง แต่สามารถใช้อำนาจอธิปไตยได้เป็นครั้งคราวในกรณีที่รัฐบาลถูกยุบเท่านั้น
41. แนวความคิดใดของเฮเกลที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อการศึกษาเรื่องอำนาจทางการเมืองการปกครอง
(1) ครอบครัว
(2) สังคมเข้มแข็ง
(3) รัฐ
(4) พระเจ้า
(5) องค์อธิปัตย์
ตอบ 3 หน้า 116, 121, (คำบรรยาย) ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับรัฐ ถือว่าเป็นหัวใจของปรัชญาการเมืองของเฮเกล ซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการศึกษาเรื่องอำนาจทางการเมืองการปกครอง โดยเขาเห็นว่ารัฐควรเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในสังคม ทั้งนี้เพราะรัฐเป็นผู้ทำให้ความคิดทางจริยธรรมและเสรีภาพของพลเมืองปรากฏเป็นจริงขึ้นมาในสังคม
42. หลักวิภาษวิธี (Dialectic Method) มีสูตรที่เป็นวงจรการปะทะทางความคิดที่ไม่สิ้นสุด มีสูตรดังนี้
(1) ข้อเสนอหลัก + ข้อรอง = การสังเคราะห์
(2) ข้อเสนอยืน + ข้อเสนอแย้ง = การสังเคราะห์
(3) ข้อเสนอหลัก + ข้อเสนอรอง = การสังเคราะห์ = ข้อเสนอหลัก (ใหม่)
(4) ข้อเสนอยืน + ข้อเสนอแย้ง = การสังเคราะห์ = ข้อเสนอยืน (ใหม่)
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 178, (คำบรรยาย) หลักวิภาษวิธี (Dialectic Method) มีสูตรที่เป็นวงจรการปะทะทางความคิดที่ไม่สิ้นสุด ดังนี้
ข้อเสนอยืน + ข้อเสนอแย้ง = การสังเคราะห์
หรือ
Thesis + Antithesis = Synthesis
43. รุสโซ เชื่อว่ามนุษย์เราจะปราศจากเสรีภาพ หากปราศจาก
(1) กฎหมายที่เป็นธรรม
(2) ระบบการตรวจสอบที่ดี
(3) หลักประกันทางกฎหมาย
(4) ผู้นำที่ทรงคุณธรรม
(5) ความเสมอภาค
ตอบ 5 หน้า 81 รุสโซ เชื่อว่า ถ้ามนุษย์ปราศจากเสียซึ่งความเสมอภาค การใช้เสรีภาพของมนุษย์นั้นย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ถ้าคน ๆ หนึ่งตกเป็นทาสของอีกคนหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าเขาได้สูญเสียความเสมอภาคของความเป็นมนุษย์ไปแล้ว เสรีภาพของเขาจึงขึ้นอยู่กับเจ้านายเท่านั้น
44. “ความไม่สมบูรณ์”
(1) สังคมการเมือง
(2) สังคมอุตสาหกรรม
(3) สังคมบุพกาล
(4) สังคมธรรมชาติ
(5) สังคมเมือง
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 5. ประกอบ
45. ตามแนวความคิดเรื่องจิตนิยม (Idealism) เฮเกลแบ่งความเป็นจริงออกเป็น 2 ส่วน อะไรบ้าง
(1) ตัวตนและไม่ใช่ตัวตน
(2) สสารกับอสสาร
(3) กายภาพกับชีวภาพ
(4) จิตกับวัตถุ
(5) จิตกับกาย
ตอบ 2 หน้า 110 ในเรื่องจิตนิยม (Idealism) นั้น เฮเกล เห็นว่า สรรพสิ่งทั้งหลายที่เป็นจริงจะมีองค์ประกอบอยู่ 2 ส่วน ได้แก่
1. สสาร คือ เป็นวัตถุ มองเห็น และจับต้องได้
2. อสสาร คือ ไม่เป็นวัตถุ มองไม่เห็น และจับต้องไม่ได้
46. ในทัศนะของมาเคียเวลลี่ มุขบุรุษต้องเล่นการเมืองเพื่อ
(1) รักษาไว้ซึ่งอำนาจของตนเอง
(2) เพื่อสร้างความชอบธรรม
(3) เพื่อขยายฐานอำนาจ
(4) ข้อ 2 และ 3
(5) ข้อ 1 และ 3
ตอบ 5 หน้า 9 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ นักการเมืองปรารถนาที่จะได้มาหรือผดุงรักษาไว้ซึ่งอำนาจ ดังนั้นจุดประสงค์ที่ผู้ปกครองหรือมุขบุรุษต้องเข้ามาเล่นการเมืองก็เพื่อการรักษาไว้ซึ่งอำนาจของตนหรือเพื่อการเพิ่มขยายฐานอำนาจทางการเมืองโดยเฉพาะ
47. ผลอะไรจะเกิดขึ้นตามมา หากผู้ปกครองถึงแก่กรรมลงภายหลังที่สัญญาประชาคมได้กระทำไปแล้ว
(1) เลือกตั้งผู้ปกครองใหม่แทนคนเก่า
(2) สัญญาที่ผูกมัดก็หมดโดยปริยาย
(3) เสียงข้างมากสามารถแก้ไขสัญญาเดิมได้
(4) สิ้นสุดสัญญา สังคม และรัฐ
(5) สัญญายังคงผูกมัดคู่สัญญา
ตอบ 4 หน้า 22 – 24 ฮอบส์ เห็นว่า การจัดตั้งรัฐเป็นผลมาจากการทำสัญญาประชาคม องค์อธิปัตย์จะมีฐานะเป็นคนธรรมดา (Natural Person) และเป็นคนสมมุติ (Artificial Person) โดยฮอบส์ไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างสังคม รัฐ และรัฐบาลออกจากกัน ดังนั้นถ้าไม่มีคนธรรมดา (ผู้ปกครองหรือองค์อธิปัตย์) ที่มีอำนาจบังคับใช้เจตนารมณ์แล้ว ก็ย่อมจะเป็นการสิ้นสุดสัญญาสังคม และรัฐ มนุษย์ก็จะกลับไปสู่สภาวะธรรมชาติตามเดิม
48. ความเท่าเทียมกันทางร่างกาย หมายถึง
(1) ในด้านอวัยวะ
(2) ในด้านกำลังกาย
(3) ในด้านการใช้อาวุธ
(4) ในด้านการต่อสู้ความคิดอ่าน
(5) ในด้านความอ่อนแอเหมือน ๆ กัน
ตอบ 4 หน้า 16 ฮอบส์ เห็นว่า ความเท่าเทียมกันทางร่างกาย หมายถึง ความเท่าเทียมกันในด้านการต่อสู้ความคิดอ่าน โดยเขาอธิบายว่า แม้คนเราจะมีความแตกต่างกันในด้านกำลังกายและความคิดอ่านก็ตาม แต่เขาไม่อาจจะอาศัยเหตุผลแห่งความแตกต่างนี้เป็นข้ออ้างเพื่อประโยชน์ของตนเหนือคนอื่นได้ตลอดไป ทั้งนี้เพราะว่าแม้คนที่อ่อนแอที่สุดก็มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะกำจัดคนที่แข็งแรงที่สุดได้ ซึ่งถ้าไม่กระทำการด้วยเล่ห์ก็โดยการร่วมมือกับผู้อื่น
49. บทความเรื่อง “ระเบียบทางสังคม” เป็นข้อเขียนของใคร
(1) ปรีดี พนมยงค์
(2) กุหลาบ สายประดิษฐ์
(3) เสนีย์ เสาวพงศ์
(4) เปลื้อง วรรณศรี
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 261, (คำบรรยาย) นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือที่รู้จักกันในนามปากกาว่า “ศรีบูรพา” เป็นผู้เขียนบทความเรื่อง “ระเบียบทางสังคม” ขึ้นในปี ค.ศ. 1954 โดยได้เขียนตามแนวความคิดของเองเกลส์ที่เขียนในเรื่อง “The Origin of Family, Private Property and State”
50. ฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะสูงสุดหรือ Supreme Power นั้นตรงกับข้อใด
(1) เป็นองค์กรที่ใช้สิทธิพิเศษ
(2) เป็นที่มาของฝ่ายบริหาร
(3) เป็นองค์อธิปัตย์
(4) เป็นผู้ออกกฎหมายควบคุมประชาชน
(5) เป็นองค์กรที่แสดงเจตจำนงของรัฐ
ตอบ 4 หน้า 39 – 40 ในทัศนะของล็อคนั้น ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจสูงสุดภายในรัฐ เหนืออำนาจอื่นทั้งหมด (Supreme Power) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ออกกฎหมายควบคุมประชาชนเท่านั้น อย่างไรก็ตามฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่ได้เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยหรือเป็นองค์อธิปัตย์ที่มีอำนาจสูงสุดภายในรัฐแต่อย่างใด
51. มาเคียเวลลี่ เชื่อว่าผู้ปกครองควรมีความเด็ดขาดมากกว่าความเมตตา เนื่องจาก
(1) ความเด็ดขาดเป็นคุณสมบัติของผู้ชาย
(2) ความอ่อนแอแสดงให้เห็นถึงความโลเล
(3) ความอ่อนแอเป็นคุณสมบัติของอิสตรีเพศ
(4) ความเด็ดขาดทำให้เกิดความยำเกรง
(5) ไม่ควรมีเหตุผลกับผู้อยู่ใต้ปกครอง
ตอบ 4 หน้า 6 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า ผู้ปกครองต้องมีความเมตตาและความเด็ดขาดควบคู่กันไป จะมีแต่เพียงความเมตตาไม่ได้ เพราะความเมตตาหมายถึงความอ่อนแอ ซึ่งอาจทำให้เกิดความยุ่งเหยิงตามมา ดังนั้นด้วยพันธะหน้าที่ผู้ปกครองจึงต้องใช้ความเด็ดขาดมากกว่าความเมตตา เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความยำเกรงและเชื่อฟังไม่กระด้างกระเดื่อง รวมทั้งเพื่อรักษาผู้ที่ถูกปกครองให้มีเอกภาพและซื่อสัตย์ต่อผู้ปกครองด้วย
52. ฮอบส์ เชื่อว่ามนุษย์เราสมัครใจมอบอำนาจให้แก่ผู้อื่น เพราะ
(1) เป็นธรรมชาติของการเมือง
(2) เพื่อยุติความทะเยอทะยานของผู้มีอำนาจ
(3) ต้องการป้องกันตนเองจากภัยภายนอก
(4) เป็นความประสงค์ของพระเจ้า
(5) เพื่อพิทักษ์เสรีภาพ
ตอบ 3 หน้า 21 ฮอบส์ เชื่อว่า การที่มนุษย์สมัครใจยอมมอบอำนาจให้แก่ผู้อื่นนั้น เป็นเพราะว่ามนุษย์ต้องการป้องกันตนเองจากการรุกรานจากภายนอก และต้องการป้องกันไม่ให้มนุษย์ทำอันตรายต่อกันและกัน
53. คำทำนายของมาร์กซ์ ที่มีต่อสังคมทุนนิยมที่สะท้อนข้อเท็จจริง
(1) สังคมมีสองชนชั้น
(2) สังคมเกิดความขัดแย้งจากปัจจัยทางเศรษฐกิจเท่านั้น
(3) สังคมไร้ชนชั้น
(4) ชนชั้นกรรมาชีพจะเป็นผู้ชนะในการต่อสู้กับชนชั้นนายทุน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 5 หน้า 190, 192 – 193 คำทำนายของคาร์ล มาร์กซ์ ที่มีต่อสังคมทุนนิยม คือ
1. ต้องมีสองชนชั้นเกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับมีชนชั้นใหม่เกิดขึ้น
2. ชนชั้นกรรมาชีพจะต้องมีความทุกข์ยากมาก แต่ในความเป็นจริงกลับมิได้ทุกข์ยากมากนักเพราะสังคมทุนนิยมมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวหน้า สังคมเจริญขึ้น รวยขึ้น
3. การปฏิวัติจะเกิดขึ้นในประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสูงสุด แต่ในความเป็นจริงกลับเกิดในประเทศที่มีการเกษตรกรรมเป็นหลัก
4. ความขัดแย้งในสังคมเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงกลับมีปัจจัยทางจิตวิทยาและทางสังคมวิทยาร่วมด้วย
54. ลัทธิมาร์กซ์ เชื่อว่าอย่างไร
(1) ระบบทุนนิยมทำให้เกิดการแบ่งแยกทางชนชั้น
(2) นายทุนเอาเปรียบกรรมกร
(3) ชัยชนะของชนชั้นแรงงานทำให้เกิดความเท่าเทียม
(4) เศรษฐกิจเป็นปัจจัยหลักของความขัดแย้ง
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 182, 186 – 187, (คำบรรยาย) ความเชื่อของลัทธิมาร์กซ์ มีดังนี้
1. เศรษฐกิจเป็นปัจจัยหลักของความขัดแย้ง
2. สังคมทุนนิยมเป็นสังคมที่นายทุนเอาเปรียบกรรมกร
3. ชัยชนะของชนชั้นแรงงานทำให้เกิดความเท่าเทียม คือทุกคนเป็นกรรมกร ไม่มีชนชั้นอื่น
4. ระบบทุนนิยมทำให้เกิดการแบ่งแยกสังคมเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นกรรมาชีพ (Proletariat) และชนชั้นนายทุน (Bourgeois) เป็นต้น
55. “สภาวะสงคราม” ในทัศนะของล็อค หมายถึง
(1) สงครามระหว่างรัฐ
(2) สภาพที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตามธรรมชาติ
(3) ความขัดแย้งทำลายเสรีภาพ
(4) ความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง
(5) การใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ
ตอบ 3 หน้า 35 ล็อค เห็นว่า ข้อบกพร่องของสภาวะธรรมชาติเป็นสาเหตุที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งจนกระทั่งนำไปสู่ “สภาวะสงคราม” ซึ่งจะทำลายเสรีภาพของมนุษย์ในที่สุด
56. “เสรีภาพของผู้ปกครอง”
(1) เผด็จการเบ็ดเสร็จ
(2) สมบูรณาญาสิทธิราชย์
(3) ประชาธิปไตย
(4) อภิชนาธิปไตย
(5) สาธารณรัฐแบบผสม (ประชาธิปไตยกับอภิชนาธิปไตย)
ตอบ 4 หน้า 8 ในทัศนะของมาเคียเวลลี่นั้น เสรีภาพแบ่งออกได้เป็น 2 ประการ คือ
1. เสรีภาพของผู้บริหารหรือผู้ปกครอง หมายถึง อิสรภาพในการบังคับบัญชา หรืออาจจะเลยเถิดไปถึงการกดขี่ข่มเหงก็ได้ ซึ่งเกิดจากการปกครองแบบอภิชนาธิปไตย
2. เสรีภาพของประชาชนทั่วไปหรือผู้ใต้ปกครอง หมายถึง อิสรภาพจากการกดขี่ข่มเหง และประสบความมั่นคงในชีวิตส่วนตัว ซึ่งเกิดจากการปกครองแบบประชาธิปไตย
57. อะไรเป็นเหตุที่ทำให้เฮเกลได้ชื่อว่าเป็นนักปรัชญาคนสำคัญในสำนัก “จิตนิยม”
(1) เน้นความสำคัญของ “จิต” ว่าเป็นต้นกำเนิดของวัตถุและการเปลี่ยนแปลงในโลก
(2) อธิบายเรื่องรัฐว่าเป็นอสสาร
(3) เน้น “เนื้อหา” มากกว่า “รูปแบบ”
(4) “อรูป” สำคัญกว่า “รูป”
(5) เน้นสิ่งที่มองเห็นไม่ได้ว่าอยู่เหนือสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา
ตอบ 1 หน้า 110 – 111, (คำบรรยาย) เฮเกล ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปรัชญาเมธีคนสำคัญในสำนักจิตนิยม ทั้งนี้เพราะเขาได้ให้ความสำคัญในเรื่องของจิตเป็นอย่างมาก โดยเห็นว่าจิตนั้นเป็นต้นกำเนิดของวัตถุและการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในโลก
58. มาเคียเวลลี่ เห็นว่ากลุ่มคนที่จะเป็นอันตรายต่อมุขบุรุษ คือ
(1) ปัญญาชน
(2) ประชาชนหัวแข็ง
(3) คนยากจน
(4) คนต่างด้าว
(5) ขุนนางข้าราชการรอบข้าง
ตอบ 5 หน้า 5 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า คนรอบข้างผู้ปกครอง (มุขบุรุษหรือมุขชน) ทั้งพวกขุนนางหรือข้าราชการมักชอบประจบสอพลอ ชอบเพ็ดทูลสิ่งที่ผู้ปกครองชอบได้ยินมากกว่าสิ่งที่ควรจะฟัง หรือชอบปิดกั้นความจริงที่ผู้ปกครองควรจะทราบ ซึ่งหากผู้ปกครองค้นพบคุณสมบัติดังกล่าวนี้ในตัวข้าราชการผู้ใด ก็ควรที่จะลงโทษหรือกำจัดโดยเร็ว เพราะพวกนี้เองที่จะเป็นผู้ทำลายเสถียรภาพของผู้ปกครอง
59. หากรัฐบาลถูกยุบ ประชาชนจะต้องทำอะไรในอันดับต่อไป
(1) ทำสัญญาก่อตั้งสังคมใหม่
(2) ดูแลความปลอดภัยให้แก่ตนเอง
(3) ใช้อำนาจสหพันธ์
(4) เลือกตั้งรัฐบาลใหม่
(5) ใช้สิทธิพิเศษ
ตอบ 4 หน้า 38, 43, (คำบรรยาย) ล็อค กล่าวว่า รัฐบาลกับสังคมไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลสามารถกระทำได้โดยไม่กระทบต่อสังคม หากรัฐบาลถูกยุบ ประชาชนต้องทำการเลือกตั้งหรือสถาปนารัฐบาลขึ้นใหม่ที่เรียกว่าเปลี่ยนความยินยอม ซึ่งต้องเป็นไปตามเสียงข้างมากเท่านั้น
60. มุขบุรุษต้องมีคุณสมบัติของสุนัขจิ้งจอก เพราะ
(1) ต้องทำร้ายผู้อื่นลับหลัง
(2) ต้องมีพรรคพวก
(3) ต้องมีความเฉลียวฉลาด
(4) ต้องมีความเย่อหยิ่ง
(5) ต้องรักษาสัจจะ
ตอบ 3 หน้า 7, (คำบรรยาย) มาเคียเวลลี่ เห็นว่า ผู้ปกครองหรือมุขบุรุษควรมีคุณสมบัติแห่งจิ้งจอกและราชสีห์รวมเข้าไว้ด้วยกัน กล่าวคือ ผู้ปกครองควรมีความเฉลียวฉลาดดุจดังสุนัขจิ้งจอก และมีความเข้มแข็งอย่างราชสีห์ ทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถผจญกับเล่ห์เหลี่ยมและปราบปรามผู้ที่ตนปกครองได้นั่นเอง
61. เมื่อสัญญาได้กระทำกันแล้ว สิทธิในทรัพย์สินถูกเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะอย่างไร
(1) มีความมั่นคงน้อยกว่าเดิม
(2) เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล
(3) กลายเป็นที่มาแห่งสิทธิในทรัพย์สิน
(4) มีความมั่นคงกว่าเดิม
(5) กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลกลายเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ
62. ฮอบส์ เชื่อว่าพฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากแรงกระตุ้น 2 ประการ คือ
(1) การเคลื่อนไหวและการหยุดนิ่ง
(2) กิเลสและตัณหา
(3) ความรุนแรงและความสงบ
(4) โลกียธรรมและโลกุตรธรรม
(5) ความอยากและความไม่อยาก
ตอบ 5 หน้า 16 ฮอบส์ เชื่อว่า พฤติกรรมของมนุษย์นั้นเป็นผลมาจากแรงกระตุ้นภายใน 2 ประเภท คือ
1. ความอยากหรือความต้องการ (Appetite/Desire)
2. ความไม่อยากหรือความไม่ต้องการ (Aversion)
นอกจากนี้ความรักหรือความเกลียด ความดีหรือความชั่ว ก็เป็นความรู้สึกที่เกิดจากแรงกระตุ้นทั้ง 2 ประเภทนี้เช่นเดียวกัน
63. “สภาวะสงคราม” เกิดขึ้น ณ ที่ใด
(1) สังคมบุพกาล
(2) สังคมสมัยใหม่
(3) สังคมเกิดจากสัญญา
(4) สภาพธรรมชาติ
(5) สังคมการเมือง
ตอบ 4 หน้า 17 – 20 สภาวะธรรมชาติในทัศนะของฮอบส์ หมายถึง สภาวะที่ปราศจากรัฐบาลซึ่งอาจจะเป็นสภาวะก่อนที่จะเกิดสังคมการเมือง หรือเป็นสภาวะที่ยังไม่มีผู้ปกครองที่มีอำนาจที่แท้จริงในบ้านเมือง โดยเชื่อว่าสังคมการเมืองยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งในสภาวะธรรมชาตินั้นทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพ และมีอิสรภาพที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อตอบสนองความต้องการของตน แต่เมื่อมีความต้องการในสิ่งเดียวกัน ปัญหาการแบ่งปันจึงเกิดขึ้น ทำให้มนุษย์ต้องแข่งขันกันแสวงหาอำนาจเหนือคนอื่นอยู่ร่ำไป จนนำไปสู่ “สภาวะสงคราม” ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองในที่สุด
64. คำว่า “ความยุติธรรม และ อยุติธรรม” ใช้เกณฑ์อะไรเป็นเครื่องตัดสิน
(1) ความสามัคคี
(2) ผลประโยชน์ส่วนรวม
(3) กฎหมาย
(4) สัญญา
(5) ความชอบธรรม
ตอบ 4 หน้า 26 ในทัศนะของฮอบส์นั้น ความยุติธรรมหรืออยุติธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้มีการทำสัญญาประชาคมแล้ว กล่าวคือ เมื่อได้ทำสัญญากันแล้ว ผู้ละเมิดสัญญาหรือการไม่ปฏิบัติตามสัญญาก็คือความอยุติธรรม ส่วนความยุติธรรมก็คือสิ่งที่ไม่อยุติธรรมหรือการปฏิบัติตามสัญญานั่นเอง
65. คำถามใดเป็นคำถามที่มาเคียเวลลี่สนใจมากที่สุด
(1) ทำอย่างไรผู้ปกครองจึงจะสามารถรักษาอำนาจไว้ได้
(2) อะไรคือคุณธรรมที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ปกครอง
(3) เหตุใดอาณาจักรโรมันจึงล่มสลาย
(4) ทำอย่างไรผู้ปกครองจึงจะสามารถขยายอำนาจได้
(5) ความชอบธรรมทางการเมืองคืออะไร
ตอบ 1 หน้า 9, (คำบรรยาย) ในหนังสือเรื่อง The Prince (เจ้าผู้ปกครอง) นั้น มาเคียเวลลี่ เห็นว่า เป้าหมายของการเมืองก็คือ การรักษาหรือเพิ่มอำนาจการเมืองโดยเฉพาะ ซึ่งในการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนี้ มาเคียเวลลี่ยอมรับวิธีการทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่มาเคียเวลลี่สนใจมากที่สุดก็คือ ทำอย่างไรผู้ปกครองจึงจะสามารถรักษาอำนาจไว้ได้ ทั้งนี้เพราะการรักษาไว้ซึ่งอำนาจเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการได้มาซึ่งอำนาจเสียอีก
66. สาเหตุที่นิโคโล มาเคียเวลลี่ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักปราชญ์ที่สำคัญที่สุดของยุคนวสมัยเพราะเป็นผู้
(1) ศึกษาการเมืองตามสภาพที่เป็นจริง
(2) ศึกษาการเมืองอย่างมีอุดมการณ์
(3) ใช้สถิติประกอบการศึกษา
(4) ฝักใฝ่ความทันสมัย
(5) ใฝ่ความเป็นประชาธิปไตย
ตอบ 1 หน้า 2, (คำบรรยาย) มาเคียเวลลี่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคนวสมัย (Modern Time)” โดยเขาเป็นเมธีคนแรกที่บุกเบิกการศึกษาวิชาปรัชญาการเมือง และได้เสนอทัศนะที่มีลักษณะผิดแผกไปจากลักษณะความคิดทางการเมือง (เชิงอุดมคติ) ในสมัยกลางอย่างชัดเจน ซึ่งจะศึกษาและถ่ายทอดความคิดทางการเมืองในเชิงปรัชญาตามสภาพที่เป็นจริง นอกจากนี้งานเขียนทางการเมืองของเขาส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ปกครองในการวิเคราะห์เพื่อแสวงหาวิธีการ (Means) ที่สามารถปฏิบัติในการที่จะได้มาซึ่งอำนาจ
67. “มนุษย์ในสังคมอารยะเป็นทาสที่ถูกจองจำอยู่ในจักรวรรดิแห่งความคิด (The Empire of Opinion) ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง” ข้อความที่ขีดเส้นใต้ หมายถึงอะไร
(1) พฤติกรรมของเราถูกกำหนดโดยบุคคลอื่น
(2) การคำนึงถึงผลประโยชน์ผู้อื่น
(3) ผลประโยชน์ส่วนรวม
(4) การไม่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
(5) การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ตอบ 5 หน้า 72 ในทัศนะเกี่ยวกับความเป็นทาสนั้น รุสโซ เห็นว่า ทั้งผู้กดขี่และถูกกดขี่ต่างก็อยู่ในเครื่องพันธนาการเช่นกัน ซึ่งพวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และต่างก็ตกอยู่ในหลุมพรางของกันและกัน นั่นคือ มนุษย์ในสังคมอารยะเป็นทาสที่ถูกจองจำอยู่ในจักรวรรดิแห่งความคิด (The Empire of Opinion) ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง
68. ตามทัศนะของมาเคียเวลลี่ ศัตรูโดยธรรมชาติสำหรับนักปฏิรูปคือ
(1) อาณาจักรข้างเคียง
(2) ปัญญาชนประเภทอนุรักษนิยม
(3) ผู้ที่ได้ประโยชน์จากแบบแผนเก่า
(4) ทหารในระบอบเก่า
(5) เหล่าอำมาตย์ขุนนาง
ตอบ 3 หน้า 3 มาเคียเวลลี่ กล่าวว่า ผู้ที่ทำการปฏิรูปจะสร้างศัตรูหรือมีแนวโน้มถูกต่อต้านจากผู้ที่เคยได้รับผลประโยชน์จากแบบแผนเก่า ๆ ส่วนผู้ที่ได้ประโยชน์จากระเบียบใหม่ ๆ นั้น อาจจะสนับสนุนผู้ปกครองคนใหม่ แต่การสนับสนุนนั้นยังหาความมั่นคงไม่ได้ อาจเป็นการสนับสนุนเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะยังไม่เชื่อในความมั่นคงของสิ่งใหม่รวมทั้งผู้ปกครองใหม่มากนัก
69. “ศาสนาเป็นสิ่งมัวเมาเหมือนยาเสพติด” เป็นต้อตอความคิดของใคร
(1) เหมา เจ๋อ ตุง
(2) สตาลิน
(3) นิโคไล เลนิน
(4) มุสโสลินี
(5) คาร์ล มาร์กซ์
ตอบ 5 หน้า 196 คาร์ล มาร์กซ์ ปฏิเสธศาสนา เพราะเชื่อว่า “ศาสนาเป็นสิ่งมัวเมาเหมือนยาเสพติด” ที่ทำให้คนอยู่แต่ในโลกจินตนาการ และลืมความเป็นจริงในโลก
70. หากการปฏิรูปหมายถึงการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มีแนวโน้มต่อต้านคือ
(1) ปัญญาชน
(2) ผู้ที่ได้ประโยชน์จากแบบแผนเก่า
(3) ขุนนางอำมาตย์
(4) ทหาร
(5) เครือญาติ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 68. ประกอบ
71. “ผลที่ตามมาจากการทำสัญญาประชาคม”
(1) การมีหลักประกันการใช้ทรัพย์สิน
(2) ความรู้สึกที่ไม่ถูกกดขี่โดยกฎหมาย
(3) การมีอิสรภาพทางการเมือง
(4) ความรู้สึกที่ไม่ถูกกดขี่จากองค์อธิปัตย์
(5) การมีหลักประกันความปลอดภัย
ตอบ 2 หน้า 73 – 76 รุสโซ เห็นว่า ผลที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาประชาคมมี 2 ประการ ได้แก่
1. เสรีภาพ (แบบใหม่) อันเกิดจากการออกกฎหมายมาใช้บังคับตนเอง ซึ่งทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าไม่ถูกกดขี่จากกฎหมาย
2. ความเสมอภาค เป็นภาวะที่ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยหรือเจตจำนงทั่วไป และการเป็นผู้บัญญัติกฎหมาย
72. ในผลงานเรื่อง “เจ้าผู้ปกครอง” ผู้เขียนต้องการชี้ให้เห็นว่า
(1) เมตตาธรรมของผู้ปกครองเท่านั้นที่จะครองโลก
(2) ภูมิปัญญาของผู้นำเปรียบเสมือนเข็มทิศของสังคม
(3) การจูงใจมวลชนเป็นภารกิจที่ยากที่สุด
(4) การรักษาไว้ซึ่งอำนาจยากเสียยิ่งกว่าการได้มาซึ่งอำนาจ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 65. ประกอบ
73. นักคิดที่ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มลัทธิมาร์กซ์ คือ
(1) เหมา เจ๋อ ตุง
(2) เลนิน
(3) ฮิตเลอร์
(4) คาร์ล มาร์กซ์
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 171 – 172 นักคิดที่จัดอยู่ในกลุ่มลัทธิมาร์กซ์ ได้แก่ 1. คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) 2. นิโคไล เลนิน (Nicolai Lenin) 3. เหมา เจ๋อ ตุง หรือ เมา เซ ตุง (Mao Tse Tung)
74. เรื่องของเสรีภาพนั้นเป็นความปรารถนาของกลุ่มใด
(1) ผู้ปกครอง
(2) ผู้แทนราษฎร
(3) ผู้ใต้ปกครอง
(4) ข้อ 1 และ 3
(5) ข้อ 2 และ 3
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 56. ประกอบ
75. จุดแข็งของลัทธิมาร์กซ์คืออะไร
(1) เห็นรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้ง
(2) ไม่มีการแบ่งแยกของชนชั้น
(3) ทุกคนเท่าเทียมกัน
(4) ผิดทุกข้อ
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 (คำบรรยาย) จุดแข็งของลัทธิมาร์กซ์ คือ การนำกระบวนการวิภาษวิธีมาอธิบายสังคม ทำให้เห็นรากเหง้าของปัญหาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม โดยเห็นว่าเมื่อสังคมพัฒนาไปถึงจุดสูงสุดแล้ว สังคมจะไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น และทุกคนเท่าเทียมกัน
76. แนวความคิดใดที่ไม่ใช่แนวคิดของรุสโซ
(1) สัญญาประชาคม
(2) ความเน่าเฟะของวิทยาศาสตร์
(3) เสรีภาพและความเสมอภาค
(4) สุนัขจิ้งจอกกับราชสีห์
(5) เจตจำนงทั่วไป
ตอบ 4 หน้า 69 – 77, (คำบรรยาย) แนวความคิดที่สำคัญของรุสโซ ได้แก่
1. การเกิดระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัว จะนำไปสู่ความไม่เสมอภาคในหมู่มนุษย์
2. มนุษย์เราเกิดมาย่อมใฝ่หาเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ
3. การปฏิเสธเสรีภาพ คือ การปฏิเสธในการแยกแยะสิ่งที่ผิดและสิ่งที่ถูก
4. มนุษย์เราเกิดมาถูกจองจำในอาณาจักรแห่งความคิด
5. คนจะยินดีอยู่ในรัฐมากขึ้นเมื่อมีส่วนร่วมในการออกกฎหมายมากขึ้น
6. การทำสัญญาประชาคมจะก่อให้เกิดเสรีภาพ (แบบใหม่) และความเสมอภาคขึ้น
7. เจตจำนงทั่วไป คือ เจตจำนงของคนทุกคน
8. ความเน่าเฟะของวิทยาศาสตร์ในทำนองว่าความเจริญก้าวหน้าทางศิลปะและวิทยาศาสตร์จะทำให้คนหนีไกลออกไปจากธรรมชาติ เป็นต้น
77. เนื้อหาในการวิพากษ์เศรษฐกิจการเมืองของคาร์ล มาร์กซ์ มุ่งวิพากษ์
(1) การรีดส่วนเกินของชนชั้นนายทุนจากชนชั้นแรงงาน
(2) ระบบทุนนิยมกับการรีดส่วนเกินของชนชั้นนายทุนจากชนชั้นแรงงานสังคมนิยม
(3) สังคมนิยม
(4) การคอร์รัปชั่น
(5) ระบบทุนนิยม
ตอบ 2 หน้า 182 – 183, (คำบรรยาย) คาร์ล มาร์กซ์ ได้สร้างทฤษฎีเศรษฐกิจการเมืองขึ้นเพื่ออธิบายว่า ในระบบทุนนิยมนั้นสิ่งที่นายทุนคำนึงคือกำไร นายทุนจะได้เปรียบกรรมกร เพราะว่ามีการรีดส่วนเกินของชนชั้นนายทุนจากชนชั้นแรงงาน (กรรมกร) หรือที่เรียกว่า “มูลค่าส่วนเกิน” นำเอาไปเป็นกำไรของตัวเอง
78. ข้อใดเป็นแนวความคิดของล็อค
(1) มนุษย์เกิดมาพร้อมความป่าเถื่อน
(2) ความเสมอภาคได้มาด้วยการต่อสู้
(3) มนุษย์มีเหตุผลและมีเมตตาธรรม
(4) ไม่มีสังคมใดที่มีเสรีภาพโดยสมบูรณ์
(5) คนคือสัตว์การเมือง
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ
79. “เสรีภาพแบบใหม่” อันหมายถึงการเคารพเชื่อฟังเจตจำนงของตนเองนั้นเกิดขึ้นจากอะไร
(1) การเชื่อฟังเจตจำนงทั่วไป
(2) การเคารพกฎหมายที่ดี
(3) การใช้สิทธิเลือกตั้ง
(4) การใช้เหตุผลกำกับการกระทำ
(5) การกระทำนอกเหนือจากที่กฎหมายห้าม
ตอบ 1 หน้า 78 รุสโซ เชื่อว่า เสรีภาพแบบใหม่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนทุกคนเป็นผู้มีส่วนในการบัญญัติกฎหมายหรือการร่วมกันแสดงเจตจำนงทั่วไป และขณะเดียวกันก็เคารพกฎหมายหรือเชื่อฟังเจตจำนงทั่วไปที่ตนเองเป็นผู้บัญญัติขึ้น
80. ผลสำเร็จของการแย่งชิงอำนาจในรูปของการปราบดาภิเษกหรือปฏิวัติมาจากข้อใด
(1) ความร่วมมือจากประชาชนและขุนนางหรือข้าราชการ
(2) ความร่วมมือจากประชาชน
(3) ความช่วยเหลือของขุนนางหรือข้าราชการ
(4) ความร่วมมือจากกองทัพประชาชน
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ
81. สาระสำคัญของงานเขียนทางการเมืองมุ่งเน้นในเรื่องใดเป็นพิเศษ
(1) การใช้เล่ห์เหลี่ยม
(2) จุดหมายปลายทาง (Ends)
(3) รัฐในอุดมคติ
(4) เสรีภาพของผู้ปกครอง
(5) วิธีการ (Means)
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 66. ประกอบ
82. ล็อคเห็นว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคลเกิดจาก
(1) การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตามกฎหมาย
(2) การใช้แรงงานต่อสิ่งของนั้น ๆ
(3) การถ่ายโอนเป็นมรดกตกทอด
(4) การประกาศความเป็นเจ้าของ
(5) การยอมรับความเป็นเจ้าของของผู้ใดผู้หนึ่งโดยผู้อื่น
ตอบ 2 หน้า 34 ล็อค เห็นว่า สรรพสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ตามธรรมชาติในโลกนี้ทั้งหมดเป็นของทุกคน (ชาวโลกทั้งมวล) หรือทุกคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินร่วมกัน โดยแต่ละคนสามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัวหรือส่วนบุคคล (Private Property) ได้ ก็ต่อเมื่อเขาได้ใช้แรงงานจากร่างกายเคลื่อนย้ายหรือเก็บเกี่ยวของสิ่งนั้น รวมทั้งในการสะสมทรัพย์สินก็จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นด้วย
83. ผู้ที่ได้รับความยินยอมจากเสียงข้างมากของประชาชนตามหลักแห่งสัญญาประชาคม คือผู้ใด
(1) นิติบัญญัติ
(2) บริหาร
(3) ทรัสตี
(4) องค์อธิปัตย์
(5) ตุลาการ
ตอบ 2 หน้า 36 – 38 ตามหลักการแห่งสัญญาประชาคมนั้น ล็อค อธิบายว่า การสถาปนารัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องของการให้ความยินยอมเช่นเดียวกับการสถาปนาสังคมการเมืองหรือรัฐ กล่าวคือ การสถาปนารัฐจะเป็นไปในลักษณะของการให้ความยินยอมโดยเอกฉันท์ ส่วนการสถาปนารัฐบาล (ฝ่ายบริหาร) นั้นจะเป็นไปในลักษณะของการให้ความยินยอมโดยเสียงข้างมากของประชาชน
84. ข้อใดคือรูปการปกครองที่นำมาซึ่งความวุ่นวายทางการเมือง
(1) สมบูรณาญาสิทธิราชย์
(2) อภิชนาธิปไตย
(3) เผด็จการเบ็ดเสร็จ
(4) ประชาธิปไตย
(5) สาธารณรัฐแบบผสม (ประชาธิปไตยกับอภิชนาธิปไตย)
ตอบ 4 หน้า 8 มาเคียเวลลี่ เห็นว่า รูปการปกครองแบบประชาธิปไตยจะก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวายทางการเมืองได้ เพราะถ้าให้ประชาชนทั่วไปเป็นผู้พิทักษ์เสรีภาพแล้ว พวกอภิชนจะไม่ไว้วางใจและอาจก่อการขัดขืนหรือปฏิวัติขึ้นได้
85. สิ่งที่ถือว่าเป็น “ความไม่เท่าเทียมกันในสภาวะธรรมชาติ”
(1) ความปลอดภัยในชีวิต
(2) ทรัพย์สิน
(3) ร่างกาย
(4) ความเสมอภาค
(5) เสรีภาพ
ตอบ 3 หน้า 69, 75 รุสโซ เชื่อว่า สภาวะธรรมชาตินั้นเป็นสภาวะที่มีแต่สันติภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาคอย่างบริบูรณ์เท่าเทียมกัน แต่ในขณะเดียวกันมนุษย์มีความไม่เท่าเทียมกันโดยธรรมชาติอยู่บ้างบางประการ เช่น ความแข็งแรงของร่างกาย ความมากน้อยของอายุ เพศ พละกำลัง ความสามารถของสติปัญญา เป็นต้น
86. ในสภาวะธรรมชาติ ฮอบส์เชื่อว่าสังคมการเมือง
(1) ขาดความเข้มแข็ง
(2) เต็มไปด้วยนักเลงการเมือง
(3) ปราศจากกฎหมาย
(4) ยังไม่เกิดขึ้น
(5) มีแต่การแก่งแย่งชิงดี
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 63. ประกอบ
87. สัญญาประชาคมเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ
(1) มนุษย์ต้องการความหลุดพ้น
(2) มนุษย์ขาดวินัย
(3) มนุษย์รักและเคารพกติกา
(4) ธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบทำร้ายซึ่งกันและกัน
(5) ความอ่อนแอของพลังศาสนจักร
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ
88. “มนุษย์เกิดมาอย่างเสรี แต่ต้องตกอยู่ภายใต้พันธนาการทุกแห่งหน” คำว่า “พันธนาการ” หมายถึง
(1) สภาวะแห่งความเป็นทาส
(2) การบีบบังคับโดยผู้ปกครอง
(3) ความเชื่อในศาสนา
(4) การตกเป็นทาสแห่งอารมณ์ของตนเอง
(5) ขนบธรรมเนียมประเพณีและข้อบังคับต่าง ๆ
ตอบ 5 หน้า 67, 71 – 72 จากคำกล่าวข้างต้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของสังคมสมัยใหม่ ซึ่งความเป็นอิสระหรือภาวะที่เป็นเสรีนั้นได้ถูกทำลายลงโดยสถาบันการปกครองและอารยธรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นเครื่องพันธนาการหรือโซ่ตรวนบั่นทอนเสรีภาพของมนุษย์ในลักษณะที่แฝงมาในรูปอื่น เช่น กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี ปทัสถานของสังคม ข้อบังคับต่าง ๆ เป็นต้น
89. “อำนาจบังคับ”
(1) สังคมการเมือง
(2) การปราบดาภิเษก
(3) ผู้ปกครอง
(4) เสรีภาพผู้ปกครอง
(5) กองทัพ
ตอบ 1 หน้า 2 – 3, (คำบรรยาย) มาเคียเวลลี่ เห็นว่า หากไม่มีอำนาจใดมาบังคับให้มนุษย์เกิดความเกรงกลัวได้แล้ว มนุษย์ก็มักจะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมหรือธรรมชาติอันชั่วร้ายอยู่เสมอ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่รัฐหรือสังคมการเมืองจะสามารถนำมาใช้เป็นมาตรการควบคุมความเห็นแก่ตัวอันเป็นธรรมชาติที่ชั่วร้ายของมนุษย์ได้ก็คือ การใช้อำนาจบังคับ
90. ประวัติการต่อสู้ของคอมมิวนิสต์ทั่วโลกรวมทั้งไทย เป็นการต่อสู้ที่ได้รับอิทธิพลจากคนกลุ่มใดเป็นสำคัญ
(1) นักปรัชญาการเมือง
(2) ผู้นำทางการเมือง
(3) ข้าราชการ
(4) นักธุรกิจ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ประวัติการต่อสู้ของคอมมิวนิสต์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยนั้น พบว่าเป็นการต่อสู้ที่ได้รับอิทธิพลจากนักปรัชญาการเมืองเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น คาร์ล มาร์กซ์, ฟรีดริช เองเกลส์, อดัม สมิธ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลของคาร์ล มาร์กซ์ ซึ่งจะเห็นตัวอย่างได้จากการต่อสู้ของบุคคลสำคัญ ๆ เช่น นิโคไล เลนิน (รัสเซีย), เหมา เจ๋อ ตุง (จีน), นายปรีดี พนมยงค์ (ไทย), นายจิตร ภูมิศักดิ์ (ไทย) เป็นต้น
91. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ เหมา เจ๋อ ตุง
(1) เหมาเขียนบทความชื่อ On New Democracy
(2) เหมาร่วมปฏิวัติราชวงศ์ถังเป็นผลสำเร็จ
(3) เหมาเป็นผู้นำของซุน ยัด เซน
(4) เหมาร่วมมือกับชนชั้นกระฎุมพี
(5) เหมาเป็นลูกนายทหาร
ตอบ 1 หน้า 222, (คำบรรยาย) ผลงานที่สำคัญของ เหมา เจ๋อ ตุง (หรือ เมา เซ ตุง) ได้แก่
1. On Tactics Against Japanese Imperialism (1935)
2. On Practice (1937)
3. On Contradiction (1937)
4. On New Democracy (1940) เป็นต้น
92. ล็อคถูกขนานนามว่าเป็นผู้ให้กำเนิดแนวความคิด
(1) อนุรักษนิยม
(2) เสรีนิยม
(3) สังคมนิยม
(4) ประชานิยม
(5) วัตถุนิยมวิภาษวิธี
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ
93. “อำนาจอธิปไตย” อันเป็นผลมาจากการทำสัญญาประชาคมเป็นของใครโดยเฉพาะ
(1) บุคคลที่สาม
(2) คู่สัญญา
(3) ประชาชน
(4) สภาผู้แทนราษฎร
(5) คณะรัฐมนตรี
ตอบ 1 หน้า 21 – 22, 24 ฮอบส์ เห็นว่า อำนาจร่วม (Common Power) หรือการก่อตั้งรัฐาธิปัตย์นั้นเป็นผลมาจากการทำสัญญาประชาคมระหว่างคนทุกคนที่เป็นคู่สัญญากัน โดยเห็นพ้องต้องกันที่จะมอบอำนาจและสละสิทธิตามธรรมชาติของตนให้แก่บุคคลที่สาม ซึ่งไม่ใช่คู่สัญญา แต่จะอยู่ในฐานะเป็นองค์อธิปัตย์หรือรัฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจร่วมหรืออำนาจอธิปไตย โดยอำนาจอธิปไตยนี้ถือเป็นอำนาจเด็ดขาดขององค์อธิปัตย์
94. มาเคียเวลลี่สนับสนุนการมีทหารเกณฑ์มากกว่าทหารรับจ้าง เพราะ
(1) ทหารรับจ้างอาจมีคนต่างชาติแทรกซึมได้
(2) ทหารรับจ้างมักเห็นแก่อามิสสินจ้างมากกว่าหน้าที่ในสมรภูมิ
(3) ทหารเกณฑ์สามารถคัดเลือกได้จากคนหมู่มาก
(4) ทหารรับจ้างไม่มีประสิทธิภาพในการรบ
(5) ทหารรับจ้างมีความสามารถมากกว่า
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ
95. จุดเน้นทางความคิดแตกต่างกันระหว่างเลนินกับเหมาเจ๋อตุง คือ
(1) ศักยภาพในการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ
(2) ศักยภาพของชนชั้นกระฎุมพี
(3) ศักยภาพของชนชั้นนายทุน
(4) ศักยภาพในการปฏิวัติของชาวนา
(5) ศักยภาพในการปฏิวัติของปัญญาชน
ตอบ 4 หน้า 203, 227, 230, (คำบรรยาย) เลนินมีความเห็นต่างจากเหมาเจ๋อตุงในเรื่องศักยภาพในการปฏิวัติของชนชั้นชาวนา โดยเลนินเห็นว่าผู้ที่มีศักยภาพในการปฏิวัตินั้นจะต้องเป็นนักปฏิวัติอาชีพหรือปัญญาชน ไม่ใช่ชาวนา ส่วนเหมาเจ๋อตุงเห็นว่าผู้ที่มีศักยภาพในการปฏิวัติอาจหมายถึงประชาชนกลุ่มใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นกรรมาชีพหรือกรรมกร ปัญญาชน ชาวนา นายทุน ฯลฯ ที่เห็นด้วยหรือสนับสนุนแนวทางสังคมนิยม และต้องการมีส่วนร่วมในการปฏิวัติ
96. คาร์ล มาร์กซ์ มีความคิดต่อต้านศาสนาเหมือนกับนักคิดคนใด
(1) ซัง ซิมองค์
(2) อดัม สมิธ
(3) ลุดวิก ฟอยเออร์บาร์ค
(4) จอร์จ วิลเลียม ฟรีดริช เฮเกล
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 174, (คำบรรยาย) คาร์ล มาร์กซ์ มีความคิดต่อต้านศาสนาเหมือนกับ ลุดวิก ฟอยเออร์บาร์ค ซึ่งเชื่อว่าศาสนามิได้เป็นตัวกำหนดปรากฏการณ์ทุกอย่าง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากวัตถุมากกว่า และคนเป็นผู้กำหนด มิใช่พระเจ้า
97. ในทัศนะของคาร์ล มาร์กซ์ ที่มีต่อสังคมทุนนิยมได้แบ่งแยกสังคมเป็นกี่ชนชั้น
(1) 3 ชนชั้น คือ ชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง
(2) 3 ชนชั้น คือ ชนชั้นกรรมกร ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง
(3) 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นนำ ชนชั้นผู้ถูกปกครอง
(4) 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นกรรมาชีพ ชนชั้นนายทุน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 54. ประกอบ
98. ล็อคได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชารัฐศาสตร์ในประเทศ
(1) อิตาลี
(2) ฮอลแลนด์
(3) สหรัฐอเมริกา
(4) ฝรั่งเศส
(5) เยอรมนี
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ
99. ในทัศนะของมาเคียเวลลี่ ผู้ปกครองต้องมีความเมตตาและความเด็ดขาดควบคู่กันไป จะมีแต่เพียงความเมตตาไม่ได้ เพราะความเมตตาหมายถึง
(1) ความโลเลไม่กล้าตัดสินใจ
(2) ความอ่อนแอ
(3) ความไม่เฉลียวฉลาด
(4) การมีศีลธรรมกับผู้ที่ไม่ควรได้รับ
(5) ความยำเกรงผู้อื่น
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 51. ประกอบ
100. ฮอบส์เป็นนักคิดที่สนับสนุนระบอบ
(1) สังคมนิยม
(2) อำมาตยาธิปไตย
(3) ประชาธิปไตย
(4) ธนาธิปไตย
(5) สมบูรณาญาสิทธิราชย์
ตอบ 5 หน้า 13, 25, 27 แม้ว่าฮอบส์จะสนับสนุนให้องค์อธิปัตย์หรือกษัตริย์หรือผู้ปกครองเป็นผู้ใช้อำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวตามหลักการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่องค์อธิปัตย์ของฮอบส์นั้นจะเป็นบุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้อำนาจมาจากการทำสัญญาระหว่างประชาชน โดยที่ทุกคนตกลงยินยอมพร้อมใจหรือเห็นพ้องต้องกันด้วยเสียงข้างมากที่จะมอบอำนาจให้แก่ผู้ปกครอง ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับหลักการปกครองแบบประชาธิปไตย