POL3301 นโยบายสาธารณะ s/2566

การสอบไล่กลางฤดูร้อน ปีการศึกษา 2566

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 3301 นโยบายสาธารณะ

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

ตอนที่ 1 ข้อ 1 – 5, จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม
(1) Thomas R. Dye
(2) Ira Sharkansky
(3) David Easton
(4) James Anderson
(5) Theodore Lowi

1. ใครกล่าวว่า นโยบายสาธารณะ คือ สิ่งที่รัฐเลือกที่จะทำหรือไม่ทำ
ตอบ 1 หน้า 3 โทมัส อาร์. ดาย (Thomas R. Dye) กล่าวว่า นโยบายสาธารณะ หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่รัฐบาลเลือกที่จะกระทำหรือไม่กระทำ

2. ใครกล่าวว่า นโยบายสาธารณะเกี่ยวข้องกับการจัดสรรและแจกแจงคุณค่าของสังคมโดยชอบด้วยกฎหมาย
ตอบ 3 หน้า 3 เดวิด อีสตัน (David Easton) กล่าวว่า นโยบายสาธารณะ หมายถึง การจัดสรรและแจกแจงคุณค่า (Values) ต่าง ๆ ของสังคมโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม

3. ใครกล่าวว่า นโยบายสาธารณะเกี่ยวข้องกับการจัดการบริการสาธารณะ
ตอบ 2 หน้า 3 ไอรา ชาร์แคนสกี้ (Ira Sharkansky) กล่าวว่า นโยบายสาธารณะ หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่รัฐบาลกระทำ เช่น การบริการสาธารณะ การควบคุมกิจกรรมของบุคคลหรือธุรกิจของเอกชน เป็นต้น

4. ใครกล่าวว่า นโยบายสาธารณะเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม
ตอบ 4 หน้า 3 เจมส์ แอนเดอร์สัน (James Anderson) กล่าวว่า นโยบายสาธารณะ หมายถึง กิจกรรมที่รัฐบาลกระทำเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเจตนาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น ความยากจน การผูกขาด เป็นต้น

5. ใครเกี่ยวข้องกับการจำแนกประเภทของนโยบายสาธารณะ
ตอบ 5 หน้า 5 – 6 (คำบรรยาย) ธีโอดอร์ โลวาย (Theodore Lowi) ได้เสนอให้จำแนกประเภทของนโยบายตามเนื้อหาสาระหรือวัตถุประสงค์ของนโยบายนั้น ๆ ออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. นโยบายที่เป็นกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับ (Regulative Policy)
2. นโยบายการกระจายบริการของรัฐ (Distributive Policy)
3. นโยบายการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมหรือการจัดสรรทรัพยากรเสียใหม่ (Re-Distributive Policy)

6. ข้อใดไม่ถูกต้อง
(1) Harold Lasswell กล่าวว่า นโยบายเกี่ยวข้องกับแผนหรือโครงการที่กำหนดขึ้น
(2) Theodore R. Dye นโยบายสาธารณะในสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ
(3) Theodore Lowi เป็นบิดาแห่งนโยบายศาสตร์
(4) David Easton เกี่ยวข้องกับการจัดสรรและแจกแจงคุณค่าต่าง ๆ
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3 หน้า 3, 58 – 59 ฮาโรลด์ ลาสเวลล์ (Harold Lasswell) ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่เน้นการสร้างภาพรวมและได้ริเริ่มกรอบแนวคิดว่าเป็น “บิดาแห่งนโยบายศาสตร์” ได้ให้ความหมายนโยบายสาธารณะรวมกับอีบราแฮม แคปแพลน (Abraham Kaplan) ว่า “นโยบายสาธารณะ หมายถึง แผนหรือโครงการที่กำหนดขึ้น อันประกอบด้วยเป้าหมาย คุณค่า และแนวการปฏิบัติงานต่าง ๆ” (ดูคำอธิบายข้อ 1. และ 2. ประกอบ)

7. ข้อใดไม่ถูกต้อง
(1) Nagel ศึกษาการวิเคราะห์นโยบาย
(2) Anderson ศึกษากระบวนการนโยบายไปปฏิบัติ
(3) Dimock อธิบายความขัดสร้างสรรค์
(4) Quade เสนอมุมมองหมายในการวิเคราะห์นโยบาย
ตอบ 2 หน้า 61 – 68, 72, 164 – 171 นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องการวิเคราะห์นโยบาย (Policy Analysis) ได้แก่ 1. เควด (E.S. Quade) 2. วิลเลียม เอ็น. ดันน์ (William N. Dunn) 3. สจ๊วต เอส. นาเกล (Stuart S. Nagel) 4. โทมัส อาร์. ดาย (Thomas R. Dye) ฯลฯ ส่วนนักวิชาการที่ศึกษาเรื่องการนำนโยบายไปปฏิบัติ (Policy Implementation) ได้แก่ 1. กรอส (Gross) 2. โกเอเธอร์ทา (Giacquinta) 3. เบิร์นสไตน์ (Bernstein) 4. กรีนวูด (Greenwood) 5. แมน (Mann) 6. แมคลัฟลิน (McLaughlin) 7. เบอร์แมน (Berman) 8. เดล อี. ริชาร์ด (Dale E. Richards) 9. เพรสแมน (Pressman) 10. วิดาลฟสกี้ (Wildavsky) 11. มอนจอย (Montjoy) 12. โอทูล (O’Toole) 13. โทมัส บี. สมิท (Thomas B. Smith) 14. พอล เอ. ซาบาเทียร์ (Paul A. Sabatier) 15. ดาเนียล เอ. แมซมาเนียน (Daniel A. Mazmanian) 16. อีมิลี่ ซี. โลว์ ไบรเซนเดน์ (Emily Chi-Mei Lowe Brizendine) ฯลฯ

8. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการที่ Stuart S. Nagel เสนอ
(1) กระบวนการกำหนดนโยบายเพื่อบรรลุผล
(2) การกำหนดแผนงาน
(3) การกำหนดสถานที่ อุปกรณ์
(4) การวิเคราะห์หาผลตอบแทนสูงสุด
(5) การกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับนโยบาย
ตอบ 2 หน้า 239 – 240 สจ๊วต เอส. นาเกล (Stuart S. Nagel) ได้เสนอแนวคิดในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบง่ายสำหรับการวิเคราะห์นโยบายเชิงประจักษ์ หมายถึง กระบวนการในการหาหรือการเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. กำหนดเป้าหมายเพื่อการบรรลุผล หรือการให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด 2. กำหนดนโยบายสัมพันธ์ 3. กำหนดสถานที่ หรือวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับนโยบายนั้น ๆ 4. กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับนโยบาย 5. ปรับความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับนโยบาย

9. ใครสนใจในการวิเคราะห์นโยบาย
(1) E.S. Quade
(2) Stuart S. Nagel
(3) William Dunn
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

10. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดเป็นแผนในเรื่องใด
(1) การวางแผนเน้นการตัดสินใจ
(2) การวางแผนที่เน้นลักษณะผู้นำ
(3) การวางแผนที่เน้นบุคลิกภาพ
(4) การวางแผนที่เน้นเนื้อหา
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 109 ทฤษฎีการวางแผนที่เน้นเนื้อหา (Object-Centred Planning Theory) เป็นทฤษฎีที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระเฉพาะเรื่องที่จะนำมาวางแผนเป็นอย่างมาก โดยมุ่ง
อธิบายรายละเอียดของปัญหาและการแก้ปัญหาที่แต่ละประเด็นในแต่ละเรื่อง แต่ไม่สนใจเรื่องวิธีการ เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น

คำสั่ง ข้อ 11 – 15. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม
(1) Harold Lasswell
(2) Thomas R. Dye
(3) Stuart S. Nagel
(4) William Dunn
(5) Dale E. Richards

11. ใครให้เหตุผลในการกำหนดนโยบายไว้ 3 ประการ คือ เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เหตุผลทางวิชาชีพ และเหตุผลทางการเมือง
ตอบ 2 หน้า 57 (คำบรรยาย) โทมัส อาร์. ดาย (Thomas R. Dye) ได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุผล (ความสำคัญ) ของการศึกษาและการกำหนดนโยบายสาธารณะไว้ 3 ประการ คือ
1. เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Reasons) คือ การทำความเข้าใจและผลของ การตัดสินใจกำหนดนโยบายเพื่อให้ได้นโยบายที่มีเหตุผลมากที่สุด
2. เหตุผลทางวิชาชีพ (Professional Reasons) คือ การนำความรู้เชิงนโยบายไปใช้แก้ปัญหา ทางด้านการปฏิบัติ โดยวิชาชีพที่แตกต่างกันจะทำให้การกำหนดนโยบายและการนำนโยบาย ไปปฏิบัติของแต่ละวิชาชีพมีความแตกต่างกัน
3. เหตุผลทางการเมือง (Political Reasons) คือ การดัดแปลงนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสม ทางการเมืองมาใช้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมือง โดยการใช้เหตุผลทางการเมือง มักจะทำให้การกำหนดนโยบายเป็นไปอย่างไม่มีเหตุผลเป็นที่ยอมรับของประชาชน เช่น นโยบายประชานิยมต่าง ๆ เป็นต้น

12. ใครให้ความหมายของการวิเคราะห์นโยบายว่า เป็นการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดในขอบเขตเป้าหมายที่กำหนดไว้
ตอบ 3 หน้า 72 สจ๊วต เอส. นาเกล (Stuart S. Nagel) กล่าวว่า การวิเคราะห์นโยบายเป็นการกำหนดและตัดสินใจหาทางเลือกของนโยบายที่ดีที่สุด ในขอบเขตเป้าหมายที่กำหนดไว้

13. ใครให้ความหมายของการวิเคราะห์นโยบายว่าเป็นศาสตร์ทางสังคมประยุกต์ที่ใช้วิธีการ ที่หลากหลายในการนำเสนอข้อเท็จจริงและเหตุผลมาแปรรูปในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองที่มีสภาวการณ์ที่แตกต่างกัน
ตอบ 4 หน้า 72 วิลเลียม เอ็น. ดันน์ (William N. Dunn) กล่าวว่า การวิเคราะห์นโยบายเป็นศาสตร์หนึ่งของสังคมศาสตร์ประยุกต์ที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการนำเสนอข้อเท็จจริงและเหตุผลมาแปรรูปในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองที่มีสภาวการณ์แตกต่างกัน

14. ใครได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งนโยบายศาสตร์
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ

15. ใครศึกษาการเปลี่ยนแปลงของ Kent State University ที่เป็นการพัฒนาวิทยาลัยครูให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์
ตอบ 5 หน้า 66 – 67 เดล อี. ริชาร์ด (Dale E. Richards) ได้ศึกษาเรื่อง “From Teachers College to Comprehensive University” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของ Kent State University ซึ่งพัฒนาจากวิทยาลัยครูจนกระทั่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์

คำสั่ง ข้อ 16. – 20. ให้พิจารณาคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
(1) ทฤษฎีกลุ่ม
(2) ทฤษฎีผู้นำ
(3) ทฤษฎีระบบ
(4) ทฤษฎีสถาบันนิยม
(5) ทฤษฎีการตัดสินใจ

16. สังคมถูกแบ่งเป็นคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจกับคนกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีอำนาจ คนกลุ่มน้อยเป็นผู้กำหนดนโยบาย ตามความต้องการหรือค่านิยมของตน เกี่ยวข้องกับทฤษฎีอะไร
ตอบ 2 หน้า 106 – 107 (คำบรรยาย) ทฤษฎีผู้นำ (Elite Theory) อธิบายว่า
1. สังคมถูกแบ่งเป็นคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจกับคนกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีอำนาจ โดยผู้นำซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคมมีอำนาจเป็นผู้ตัดสินใจสั่งการหรือควบคุมค่าของสังคมและกำหนดนโยบายสาธารณะให้เป็นไปตามความต้องการหรือค่านิยมของตน ขณะที่ประชาชนหรือคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในนโยบายสาธารณะด้วย
2. ผู้นำจะแสดงความสามัคคีกัน ค่านิยมพื้นฐานของชนชั้นปกครองและพยายามรักษาระบบไว้
3. นโยบายสาธารณะไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการของมวลชน แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นค่านิยมของผู้นำมากกว่า
4. ผู้นำมีอิทธิพลต่อมวลชนมากกว่ามวลชนมีอิทธิพลต่อผู้นำ ฯลฯ

17. นโยบายสาธารณะได้มาจากการเจรจาต่อรอง เกี่ยวข้องกับทฤษฎีอะไร
ตอบ 1 หน้า 107 (คำบรรยาย) ทฤษฎีกลุ่ม (Group Theory) อธิบายว่า นโยบายสาธารณะเป็นผลผลิตของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์กับนโยบายสาธารณะ โดยชี้ให้เห็นว่า นโยบายสาธารณะเป็นผลผลิตที่ได้มาจากการเจรจาต่อรอง การประนีประนอม และการถ่วงดุลผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ

18. ตัวแบบเหตุผลนิยม เกี่ยวข้องกับทฤษฎีอะไร
ตอบ 5 หน้า 108 ตัวแบบเหตุผลนิยม (Rational Comprehensive Model) เป็นตัวแบบที่อยู่ในทฤษฎีการตัดสินใจ (Decision Making Theory) อธิบายว่า นโยบายเกิดจากการตัดสินใจภายใต้หลักการของเหตุและผล โดยอาศัยข้อมูล ข้อเท็จจริง ประกอบกับการคำนึงถึงคุณค่าต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพื่อให้ได้มาซึ่งนโยบายที่ดีที่สุดและนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นนโยบายที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเพื่อให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุด ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องเกิดความพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลตอบแทนที่ได้รับมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เสียไป

19. กิจกรรมต่าง ๆ ทางการเมืองเกิดขึ้นจากบทบาทของรัฐ เกี่ยวข้องกับทฤษฎีอะไร
ตอบ 4 หน้า 108 ทฤษฎีสถาบันนิยม (Institutional Theory) อธิบายว่า กิจกรรมต่าง ๆ ทางการเมืองเกิดขึ้นจากบทบาทของสถาบันของรัฐ ดังนั้นการกำหนดนโยบายสาธารณะจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งทางการเมืองย่อยลงมาจากสถาบันของรัฐด้วย ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลมีความชอบธรรม มีความเป็นสากล และมีการผูกขาดอำนาจบังคับ

20. สิ่งแวดล้อมเป็นตัวแปรที่สำคัญในทฤษฎีใด
ตอบ 3 หน้า 108 (คำบรรยาย) ทฤษฎีระบบ (System Theory) อธิบายว่า นโยบายสาธารณะเป็นผลผลิตของระบบ โดยเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างส่วนที่สำคัญ 5 ตัวแปร คือ
1. ปัจจัยนำเข้า (Inputs) 2. กระบวนการ (Process) 3. ปัจจัยนำออกหรือผลผลิต (Outputs) 4. ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) 5. สิ่งแวดล้อม (Environment)

21. ข้อใดไม่ใช่สิ่งสำคัญที่อยู่ในตัวแบบ SWOT
(1) จุดแข็ง
(2) จุดอ่อน
(3) สิ่งแวดล้อม
(4) โอกาส
(5) ภัยคุกคาม
ตอบ 3 หน้า 117 (คำบรรยาย) ตัวแบบ SWOT เป็นตัวแบบในการวิเคราะห์นโยบาย เพื่อให้ทราบจุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) โอกาส (Opportunities) และภัยคุกคาม (Threats)

22. Stuart S. Nagel สนใจการศึกษานโยบายเรื่องใด
(1) Policy Analysis
(2) Policy Process
(3) Policy Impacts
(4) Policy Implementation
(5) Policy Evaluation
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

คำสั่ง ข้อ 23. – 25. ให้พิจารณาคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
(1) ประสิทธิภาพ
(2) ประสิทธิผล
(3) ความเหมาะสม
(4) ความพอเพียง
(5) ความสามารถในการตอบสนอง

23. ความสามารถในการผลิตผลผลิตหรือให้บริการโดยต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุด ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเภทใด
ตอบ 2 หน้า 99 (คำบรรยาย) ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง ความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายโดยใช้ต้นทุนต่ำสุด หรืออีกกรณีหนึ่งคือ ความสามารถในการผลิตผลผลิตโดยใช้ต้นทุนเท่าเดิมแต่ได้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุด

24. ความสามารถของทางเลือกที่สอดคล้องกับค่านิยมพื้นฐานของกลุ่มต่าง ๆ ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเภทใด
ตอบ 5 หน้า 101 ความสามารถในการตอบสนอง (Responsiveness) หมายถึง ความสามารถของทางเลือกที่สอดคล้องกับความต้องการ ความเชื่อมั่น และค่านิยมพื้นฐานของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งทางเลือกที่มีความสามารถในการตอบสนองสูงก็คือ ทางเลือกที่สามารถทำให้กลุ่มที่มีความจำเป็นสูงได้รับการตอบสนองจากทางเลือกนั้นด้วย

25. ความสามารถในการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายภายใต้เงื่อนไขของทรัพยากรที่มีอยู่ ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเภทใด
ตอบ 4 หน้า 100 ความพอเพียง (Adequacy) หมายถึง ความสามารถในการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายภายใต้เงื่อนไขของทรัพยากรที่มีอยู่ โดยทั่วไปเงื่อนไขทรัพยากรมักจะวัดในรูปงบประมาณที่มีอยู่

คำสั่ง ข้อ 26. – 30. ให้พิจารณาคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
(1) การก่อตัวของนโยบาย
(2) การนำนโยบายไปปฏิบัติ
(3) การเตรียมและเสนอนโยบาย
(4) การอนุมัติและประกาศใช้นโยบาย
(5) การปรับปรุงแก้ไขนโยบาย

26. การพิจารณาปัญหานโยบายเป็นขั้นตอนใด
ตอบ 1 หน้า 23 – 25 ขั้นตอนการก่อตัวของนโยบาย (Policy Formation) ประกอบด้วย
1. การพิจารณาปัญหาหรือความต้องการของประชาชน
2. การพิจารณาเวลาที่เกิดปัญหา
3. ปัญหาที่รัฐบาลสนใจ
4. การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา

27. การกำหนดทางเลือก และการกำหนดวัตถุประสงค์เป็นขั้นตอนใด
ตอบ 3 หน้า 25 – 26 (คำบรรยาย) การเตรียมและเสนอนโยบาย (Policy Formulation) เป็นขั้นตอนที่ต้องมีการศึกษาค้นคว้าเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายในเรื่องนั้น ๆ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งประกอบด้วย
1. การกำหนดวัตถุประสงค์
2. การกำหนดทางเลือก
3. การจัดทำร่างนโยบาย ซึ่งประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ แนวทาง และมาตรการ การจัดลำดับทางเลือก และการหาข้อมูลประกอบการพิจารณา

28. การจัดวาระในการพิจารณานโยบายเป็นขั้นตอนใด
ตอบ 4 หน้า 49 – 50 ขั้นตอนการอนุมัติและประกาศใช้นโยบาย (Policy Adoption) ประกอบด้วย
1. การจัดวาระในการพิจารณานโยบาย
2. การพิจารณาร่างนโยบาย
3. การอนุมัติหรือไม่อนุมัติ
4. การประกาศนโยบาย

29. การสรุปผลนโยบายที่ได้มีการนำไปปฏิบัติใช้เป็นขั้นตอนใด
ตอบ 5 หน้า 52 – 53 ขั้นตอนการปรับปรุง แก้ไข และยกเลิกนโยบาย (Policy Termination) ประกอบด้วย 1. การนำผลสรุปข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลนโยบายมาพิจารณาเพื่อตัดสินใจในการปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกนโยบาย 2. การนำผลสรุปของการประเมินผลนโยบายทั้งหมดไปใช้ในการกำหนดนโยบายอื่น ๆ ต่อไป

30. การที่หน่วยงานนำนโยบายมาแปลงเป็นแผนงานและโครงการเป็นขั้นตอนใด
ตอบ 2 หน้า 50 – 51 (คำบรรยาย) การนำนโยบายไปปฏิบัติ (Policy Implementation) เป็นขั้นตอนที่แสดงให้เห็นถึงการนำทรัพยากรทางการเมือง และการบริหารจัดการไปใช้ให้เกิดผลตามนโยบาย ซึ่งประกอบด้วย
1. การส่งมอบนโยบาย (Policy Delivery)
2. การตีความหรือแปลงนโยบายออกมาเป็นแผนงานและโครงการ
3. การชี้แจงเกี่ยวกับนโยบาย
4. การดำเนินงานของหน่วยงานระดับปฏิบัติ (Street-level Bureaucracy)
5. การจัดระบบสนับสนุน ได้แก่ ข้อมูลข่าวสาร การมอบหมายอำนาจหน้าที่ และการติดต่อสื่อสาร
6. การติดตามและควบคุมผลการปฏิบัติงาน

31. การนำศาสตร์ในหลาย ๆ สาขามาใช้ในการวิเคราะห์นโยบายเป็นแนวโน้มในเรื่องใด
(1) แนวโน้มเกี่ยวกับเป้าหมายและคุณค่า
(2) แนวโน้มเกี่ยวกับวิธีการ
(3) แนวโน้มเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการ
(4) แนวโน้มเกี่ยวกับรูปแบบ
(5) แนวโน้มเกี่ยวกับการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายและผลตอบแทน
ตอบ 3 หน้า 74 แนวโน้มในการวิเคราะห์นโยบายในอนาคต มี 3 แนวโน้มใหญ่ คือ
1. แนวโน้มเกี่ยวกับเป้าหมายและคุณค่า จะมุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายโดยหาทางเลือกที่ดีที่สุด ทำให้ประชาชนพอใจ และสนองตอบคุณค่าต่าง ๆ ของสังคม โดยการเน้นให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น เพื่อให้นโยบายที่เกิดขึ้นสนองตอบสังคมโดยส่วนรวมอย่างแท้จริง
2. แนวโน้มเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบาย จะมุ่งเน้นการหาวิธีการที่ดีที่สุดเป็นไปได้ โดยใช้การวิเคราะห์นโยบายเชิงมหภาค การเมือง และการบริหาร และมีการนำศาสตร์ในหลาย ๆ สาขาวิชามาใช้ในการวิเคราะห์นโยบายในลักษณะสหวิทยาการ
3. แนวโน้มเกี่ยวกับวิธีการ จะเน้นการวิเคราะห์เชิงธุรกิจที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและผลตอบแทน (Cost-Benefit) รวมทั้งการคำนึงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นด้วย

32. พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ตามตัวอย่างในหนังสือใช้ในปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2518
(2) พ.ศ. 2525
(3) พ.ศ. 2549
(4) พ.ศ. 2553
(5) พ.ศ. 2563
ตอบ 4 หน้า 24 – 25 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวตามตัวอย่างในหนังสือใช้ในปี พ.ศ. 2553 โดยสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคุ้มครอง สืบสวน สอบสวนเด็กและเยาวชนไว้หลายขั้นตอน อาทิ การสอบสวนต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ การแจ้งผู้ปกครองเพื่อรับทราบ การส่งฟ้องต่อศาลภายใน 24 ชั่วโมง เป็นต้น

คำสั่ง ข้อ 33. – 35. ให้พิจารณาคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
(1) Regulative Policy
(2) Distributive Policy
(3) Economic Policy
(4) Capitalization Policy
(5) Administrative Policy

33. นโยบายปฏิรูประบบราชการ เกี่ยวข้องกับนโยบายประเภทใด
ตอบ 5 หน้า 7 (คำบรรยาย) นโยบายทางการบริหาร (Administrative Policy) เป็นนโยบายของที่กำหนดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือองค์การนั้น ๆ เช่น นโยบายธรรมาภิบาล นโยบายการปฏิรูประบบราชการ นโยบายเร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง นโยบายการบริหารงานบุคคล นโยบายการบริหารงานคลัง โครงการประเทศไทยใสสะอาด เป็นต้น

34. นโยบายกองทุนหมู่บ้าน เกี่ยวข้องกับนโยบายประเภทใด
ตอบ 3 หน้า 6 (คำบรรยาย) นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Policy) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้และการกินดีอยู่ดีของประชาชน โดยให้ประชาชนได้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน อะไรที่สร้างรายได้ให้หรือรายจ่าย และเมื่อจ่ายไปแล้วก็จะมีการแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ทำให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายกองทุนหมู่บ้าน นโยบายจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท การส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน โครงการธงฟ้าราคาประหยัด โครงการธนาคารประชาชน โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การพักชำระหนี้ให้เกษตรกร การดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและผู้ผลิต เป็นต้น

35. นโยบายพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ เกี่ยวข้องกับนโยบายประเภทใด
ตอบ 4 หน้า 6 (คำบรรยาย) นโยบายเพื่อการลงทุน (Capitalization Policy) เป็นนโยบายที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ หรือเพื่อแสวงหาทรัพยากรใหม่ ๆ ตัดสินใจสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาแล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ หรือการสร้างสิ่งก่อสร้างบางอย่างเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศต่อไป เช่น นโยบายพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกและภาคใต้ การสร้างสนามบิน การสร้างนิคมอุตสาหกรรม การสร้างท่าเรือน้ำลึก การวางท่อก๊าซ เป็นต้น

36. โทมัส บี. สมิท เสนอขั้นตอนการนำนโยบายไปปฏิบัติ มี 4 ตัวแปร ข้อใดไม่ถูกต้อง
(1) ปัจจัยทางสภาพแวดล้อม
(2) นโยบายที่เป็นอุดมคติ
(3) องค์การที่นำนโยบายไปปฏิบัติ
(4) กลุ่มเป้าหมาย
(5) การจัดสรรทรัพยากร
ตอบ 5 หน้า 171 โทมัส บี. สมิท (Thomas B. Smith) เสนอขั้นตอนของการนำนโยบายไปปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรที่สำคัญ 4 ตัวแปร คือ 1. นโยบายที่เป็นอุดมคติ 2. องค์การที่นำนโยบายไปปฏิบัติ 3. กลุ่มเป้าหมาย 4. ปัจจัยทางสภาพแวดล้อม

37. ยูจีน บาร์แดช (Eugene Bardach) ให้ความหมายของกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างไร
(1) กระบวนการการบริหารงานบุคคล
(2) ความสัมพันธ์เกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กร
(3) ขั้นตอนในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายของนโยบาย
(4) กระบวนการทำงานทางปฏิสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์
(5) การจัดหาตระเตรียมวิธีการทั้งหลายที่จะให้ดำเนินงานสำเร็จลุล่วง
ตอบ 4 หน้า 142 ยูจีน บาร์แดช (Eugene Bardach) กล่าวว่า กระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติ หมายถึง กระบวนการทำงานทางปฏิสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของนโยบายก็ได้

38. วรเดช จันทรศร เสนอตัวแบบในการนำนโยบายไปปฏิบัติ 6 ตัวแบบ ข้อใดไม่ถูกต้อง
(1) ตัวแบบด้านการจัดการ
(2) ตัวแบบที่ยึดหลักเหตุผล
(3) ตัวแบบระบบราชการ
(4) ตัวแบบทางการ
(5) ตัวแบบทางด้านการพัฒนาองค์การ
ตอบ 4 หน้า 182 – 183 วรเดช จันทรศร ได้เสนอแนวความคิดเรื่อง “การนำนโยบายไปปฏิบัติ : ตัวแบบและคุณค่า” เมื่อปี ค.ศ.1984 ซึ่งในบทความนี้ได้นำเสนอตัวแบบในการศึกษาการนำนโยบายไปปฏิบัติ 6 ตัวแบบ คือ
1. ตัวแบบที่ยึดหลักเหตุผล
2. ตัวแบบด้านการจัดการ
3. ตัวแบบทางด้านการพัฒนาองค์การ
4. ตัวแบบกระบวนการของระบบราชการ
5. ตัวแบบกระบวนการทางการเมือง
6. ตัวแบบทั่วไป

39. พอล เอ. ซาบาเทียร์ และดาเนียล เอ. แมซมาเนียน ให้ความหมายของการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างไร
(1) ทฤษฎีที่ออกจากการพิจารณาการเมืองเสมอ
(2) รัฐจะกระทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อประชาชน
(3) แนวทางทำงานของรัฐที่เป็นบริการสาธารณะ
(4) การตัดสินพิพากษาอรรถคดีของฝ่ายตุลาการ
(5) กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นจากกฎหมาย
ตอบ 5 หน้า 142 พอล เอ. ซาบาเทียร์ และดาเนียล เอ. แมซมาเนียน (Paul A. Sabatier and Daniel A. Mazmanian) กล่าวว่า การนำนโยบายไปปฏิบัติ หมายถึง กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นจากกฎหมาย การตัดสินพิพากษาอรรถคดีของฝ่ายบริหาร หรือกลุ่มเป้าหมายที่ออกมาจากสถาบันต่าง ๆ

40. ข้อใดถูกต้องที่ Webster’s Dictionary ให้ความหมายการนำนโยบายไปปฏิบัติ
(1) ภารกิจหลักขององค์การในการดำเนินงานต่าง ๆ
(2) การจัดหาหรือในการดำเนินการ หรือทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
(3) กระบวนการทำงานทางปฏิสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์
(4) กระบวนการเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นจากฝ่ายบริหาร
(5) นโยบายเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของผลประโยชน์ต่าง ๆ
ตอบ 2 หน้า 142 Webster’s Dictionary ให้ความหมาย “การนำไปปฏิบัติ” (to implement) ว่าหมายถึง การจัดหาวิธีในการดำเนินการ หรือทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

41. บทความเรื่อง “Policy Implementation” เป็นการศึกษาความเป็นมาของนโยบายไปปฏิบัติ ของนักวิชาการท่านใด
(1) ทอดด์ เอ. ซาบาเทียร์
(2) ดาเนียล เอ. แมซมาเนียน
(3) ยูจีน บาร์แดช
(4) โทมัส บี. สมิท
(5) แมคลัฟลิน
ตอบ 1, 2 หน้า 61 พอล เอ. ซาบาเทียร์ และดาเนียล เอ. แมซมาเนียน (Paul A. Sabatier and Daniel A. Mazmanian) ได้เขียนบทความเรื่อง “Policy Implementation” เมื่อปี ค.ศ. 1982 ซึ่งเป็นการศึกษาถึงความเป็นมาของนโยบายไปปฏิบัติ โดยแสดงทัศนะว่าการศึกษาศาสตร์สาธารณะนำนโยบายไปปฏิบัติในรูปแบบที่ชัดเจนในทศวรรษ 1970 โดยเฉพาะนับจากผลงานเรื่อง “Implementation (1973)” ของเพรสแมนและวิดาลฟสกี้เป็นต้นมา

42. “การนำนโยบายไปปฏิบัติ คือ การนำไปปฏิบัติ ทำให้สำเร็จเต็มเม็ดเต็มหน่วย” เป็นแนวคิดของนักวิชาการท่านใด
(1) ดาเนียล เอ. แมซมาเนียน
(2) เพรสแมนและวิดาลฟสกี้
(3) ยูจีน บาร์แดช
(4) ฮิลลารี แอลคลัฟลิน
(5) พอล เอ. ซาบาเทียร์
ตอบ 2 หน้า 142 – 143 เพรสแมนและวิดาลฟสกี้ (Pressman & Wildavsky) กล่าวว่า การนำนโยบายไปปฏิบัติ คือ การนำไปปฏิบัติ ทำให้สำเร็จเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้สมบูรณ์ และการนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จนั้นต้องกำหนดรูปแบบของนโยบายไปพร้อมกับวิธีการนำนโยบายไปปฏิบัติ

43. การนำนโยบายไปปฏิบัติ หมายถึง
(1) กระบวนการในทางปฏิบัติที่จะทำให้นโยบายใด ๆ บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด
(2) กระบวนการขององค์การที่ต่อเนื่องเป็นพลวัต
(3) การดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของกลุ่มผู้ปฏิบัติ
(4) การดำเนินงานตามเป้าหมายที่วาดหวังไว้
(5) ขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐ
ตอบ 1 หน้า 143 กล่าวโดยสรุป การนำนโยบายไปปฏิบัติ หมายถึง กระบวนการในทางปฏิบัติที่จะทำให้นโยบายใด ๆ บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้

44. มอลคอม กอกกิน ศึกษาเพิ่มเติมตัวแปรที่ส่งผลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติ ได้แก่
(1) นโยบาย บุคคล และผู้ปฏิบัติงาน
(2) นโยบาย ขั้นตอน และการประเมิน
(3) นโยบาย องค์การ และผู้ปฏิบัติงาน
(4) องค์การ นโยบาย และการประเมิน
(5) นโยบาย ผู้ปฏิบัติ และการควบคุม
ตอบ 3 หน้า 156 มอลคอม กอกกิน (Malcom Goggin) ได้เสนอจากศึกษาเพิ่มเติม โดยพบว่าตัวแปรหลักที่มีผลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติ ได้แก่ นโยบาย องค์การ และผู้ปฏิบัติงาน โดยมีปัจจัยหลักย่อยอื่น ๆ เช่น สภาพแวดล้อม มาเกี่ยวข้องด้วย

45. งานวิจัยของเพรสแมนและวิดาลฟสกี้ที่พิมพ์ครั้งแรก 1973 ประสบปัญหาในเรื่องใดเป็นสำคัญ
(1) ระยะเวลาในการดำเนินงานนานเกิน
(2) งบประมาณไม่เพียงพอ
(3) มีจำนวนหน่วยงานย่อยมากเกินไป
(4) งบประมาณไม่เพียงพอ
(5) ขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณ
ตอบ 4 หน้า 145 เพรสแมนและวิดาลฟสกี้ (Pressman & Wildavsky) ได้เสนอผลงานการวิจัยการนำนโยบายไปปฏิบัติโดยพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1973 ภายใต้ชื่อ “Implementation” โดยเป็นการศึกษาถึงการทำงานร่วมกันของกลุ่มนโยบายในเมืองโอ๊คแลนด์ ซึ่งพบว่าในเบื้องต้นนโยบายดังกล่าวได้รับการขานรับเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายต้องเผชิญกับปัญหาและความล้มเหลวในด้านการนำนโยบายไปปฏิบัติ กล่าวคือ วัตถุประสงค์ของนโยบายเพื่อการจ้างงานคนผิวคำหรือคนกลุ่มน้อยในเมืองโอ๊คแลนด์จำนวน 3,000 งาน แต่เมื่อโครงการดำเนินไปได้ 3 ปี สามารถจ้างงานได้เพียง 50 งานเท่านั้น

46. ข้อใดถูกต้องสำหรับแนวคิดของแรนดอล เกรซ และเกรซ แฟรงคลินเกี่ยวกับนโยบายไปปฏิบัติ
(1) ภาครัฐดำเนินงานร่วมกับเอกชน
(2) นโยบายและโครงการมักเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ แต่กลับความรับผิดชอบ
(3) กระทรวงเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน
(4) ผู้เกี่ยวข้องล้วนมีวัตถุประสงค์เหมือนกัน
(5) หน่วยงานมีหลายระดับ จากกระทรวง ทบวง กรม
ตอบ 5 หน้า 144 แรนดอล เกรซ และเกรซ แฟรงคลิน (Randell Ripley and Grace Franklin) ได้พิจารณาลักษณะของการนำนโยบายไปปฏิบัติ มีลักษณะสำคัญ 5 ประการ คือ
1. มีผู้เกี่ยวข้องสำคัญ ๆ มากมาย
2. ผู้เกี่ยวข้องล้วนมีผลประโยชน์ที่หลากหลายและมักแตกต่างกัน
3. นโยบายและโครงการของรัฐบาลมักใหญ่โตขึ้นทุกวัน
4. หน่วยงานในหลายระดับ จากหลายกระทรวง ทบวง กรม มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม
5. มีปัจจัยหลายประการที่สำคัญมากและอยู่นอกเหนือการควบคุม

47. วิทยานิพนธ์ “California Educational Policy Implementation : The Case of Stull Act” ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใด
(1) สภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียน
(2) คุณภาพชีวิตของครูในโรงเรียน
(3) คุณภาพการศึกษา
(4) การบริหารงานโรงเรียน
(5) กฎหมาย
ตอบ 5 หน้า 145 – 146 อีมิลี่ ซี. โลว์ ไบรเซนเดน์ (Emily Chi-Mei Lowe Brizendine) ได้เสนอวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเรื่อง “California Educational Policy Implementation : The Case of Stull Act” เมื่อปี ค.ศ. 1986 ซึ่งเป็นการศึกษาการนำนโยบายไปปฏิบัติของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีกฎหมายที่กำหนดมาตรการในการปฏิบัติงานในโรงเรียนรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นการประเมินครูเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อความสำเร็จทางการศึกษาของโรงเรียน

48. ข้อใดไม่ใช่ตามทฤษฎีของมอนจอย (Montjoy) และโอทูล (O’Toole)
(1) การจัดสรรทรัพยากร
(2) ลักษณะของกิจกรรม/นโยบาย
(3) มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายหลายฝ่าย
(4) ความเฉพาะเจาะจง และความไม่ชัดเจนของคำสั่งหรือนโยบาย
(5) ความต้องการทรัพยากรใหม่และไม่ต้องการการปรับเปลี่ยนตามคำสั่งหรือนโยบาย
ตอบ 3 หน้า 165 – 166 มอนจอย (Montjoy) และโอทูล (O’Toole) ได้เสนอปัจจัยที่เข้ามาสร้างเป็นกรอบทฤษฎีในการวิเคราะห์การนำนโยบายไปปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือ
1. ความเฉพาะเจาะจง และความไม่ชัดเจนของคำสั่งหรือนโยบาย
2. ความต้องการทรัพยากรใหม่และไม่ต้องการการปรับเปลี่ยนตามคำสั่งหรือนโยบาย
ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้สามารถจำแนกประเภท/ลักษณะของนโยบายได้ 4 ประเภท

49. “นโยบาย ตัวเชื่อม และสมรรถนะจะมีผลต่อพฤติกรรมในการนำนโยบายไปปฏิบัติ” ของนักวิชาการท่านใด
(1) มอลคอม กอกกิน
(2) ยูจีน บาร์แดช
(3) ดาเนียล เอ. แมซมาเนียน
(4) แมคลัฟลิน
(5) แวน มิเตอร์ และแวน ฮอร์น
ตอบ 5 หน้า 152 แวน มิเตอร์ และแวน ฮอร์น (Van Meter & Van Horn) ได้กำหนดถึงผลต่อพฤติกรรมในการนำนโยบายไปปฏิบัติว่าต้องขึ้นอยู่กับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนโยบายและผลปฏิบัติการ ได้แก่ 1. นโยบาย (Policy) 2. ตัวเชื่อม (Linkage) 3. สมรรถนะในการนำนโยบายไปปฏิบัติ (Performance)

50. รูปแบบของนโยบายในทัศนะของมอลคอม กอกกิน ประกอบด้วย
(1) รูปแบบการบริหาร รูปแบบการบริหาร รูปแบบราชการ
(2) รูปแบบการเมือง รูปแบบการปกครอง รูปแบบราชการ
(3) รูปแบบการเมือง รูปแบบประสานงาน รูปแบบราชการ
(4) รูปแบบการเมือง รูปแบบการบริหาร รูปแบบบริหารการเมือง
(5) รูปแบบการปกครอง รูปแบบการบริหาร รูปแบบความร่วมมือ
ตอบ 4 หน้า 156, 159 มอลคอม กอกกิน (Malcom Goggin) ได้เสนอรูปแบบของนโยบาย ซึ่งประกอบด้วย 3 รูปแบบ คือ
1. รูปแบบการเมือง (Political)
2. รูปแบบการบริหาร (Administration)
3. รูปแบบผสมหรือการบริหารการเมือง (Political Administrative)

51. ตัวแบบของยอร์ค เสนอแนวความคิดความสำเร็จขององค์การ โดยอาศัยถึง
(1) การปฏิบัติ (Practice) กับความสำเร็จ (Achievement)
(2) ประสิทธิผล (Effectiveness) กับความสำเร็จ (Achievement)
(3) ความรับผิดชอบ (Responsibility) กับความสำเร็จ (Achievement)
(4) ประสิทธิผล (Effectiveness) กับความรับผิดชอบ (Responsibility)
(5) นโยบาย (Policy) กับความสำเร็จ (Achievement)
ตอบ 2 หน้า 177 ยอร์ค (Yorke) ได้เสนอแนวความคิดความสำเร็จขององค์การภายใต้ชื่อ “Indicators of Institutional Achievement : Some Theoretical and Empirical Considerations” เมื่อปี ค.ศ. 1986 โดยเขากล่าวว่า ประสิทธิผลขององค์การเป็นการบอกถึงความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การและเขาให้คำจำกัดความว่า “ประสิทธิผล” (Effectiveness) กับ “ความสำเร็จ” (Achievement) ในความหมายเดียวกัน

52. วิลเลียมส์ เรียก นำไปปฏิบัติ ซึ่งไม่ถูกต้อง
(1) กระบวนการขององค์การที่ต่อเนื่องเป็นพลวัต
(2) มีการวางแผนและนำไปปฏิบัติ
(3) การดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
(4) กระบวนการในทางปฏิบัติภาครัฐ
(5) การจัดหาหรือตระเตรียมวิธีการ และการดำเนินการให้สำเร็จลุล่วง
ตอบ 5 หน้า 143 วิลเลียมส์ ชี้ว่า กิริยาที่เรียกว่า นำไปปฏิบัติ (Implement) มีความหมายหลักอยู่ 2 ประการ คือ 1. การจัดหาหรือตระเตรียมวิธีการทั้งหลายทั้งปวงที่จะทำให้ดำเนินการสำเร็จลุล่วงดังให้พรหรือ 2. การดำเนินการให้สำเร็จลุล่วง

53. การศึกษาของสากล จริยวิทยานนท์ มีข้อใด
(1) เป้าหมายของนโยบาย
(2) แรงจูงใจของผู้ปฏิบัตินโยบาย
(3) การจัดสรรทรัพยากร
(4) บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา
(5) การบังคับใช้กฎหมาย
ตอบ 4 หน้า 149 – 150 สากล จริยวิทยานนท์ ได้ศึกษาเรื่อง “บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ส่วนภูมิภาคในการพัฒนาชนบท : ศึกษากรณีวิทยาลัยครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์โครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของวิทยาลัยครูในส่วนภูมิภาคที่มีบทบาทในการช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาชนบท

54. วรเดช จันทรศร ได้เสนอความห่วงใย
(1) ความสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติ
(2) การนำนโยบายไปปฏิบัติ : ตัวแบบและคุณค่า
(3) ตัวแบบของนโยบายสาธารณะ
(4) อุปสรรคของการนำนโยบายไปปฏิบัติ
(5) สาระสำคัญการนำนโยบายไปปฏิบัติ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ

55. “The Policy Implementation Process” เป็นผลงานของนักวิชาการท่านใด
(1) เออริค คาร์ไทฟ
(2) เพรสแมนและวิดาลฟสกี้
(3) โทมัส บี. สมิท
(4) เบอร์แมน
(5) แมซมาเนียน
ตอบ 3 หน้า 171 โทมัส บี. สมิท (Thomas B. Smith) ได้เขียนบทความเรื่อง “The Policy Implementation Process” เมื่อปี ค.ศ. 1973 เพื่อเสนอตัวแบบของกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติในประเทศโลกที่สาม และได้รับระบุว่าผลงานความคิดเชิงระบบสำหรับใช้ในการศึกษานโยบายในประเทศโลกที่สาม โดยเรียกตัวแบบนี้ว่า “A Model of the Policy Implementation Process”

56. วรเดช จันทรศร กล่าวถึงสาระสำคัญของตัวแบบทั่วไปว่าประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ
(1) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านขั้นตอนการดำเนินงาน และปัจจัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
(2) ปัจจัยการสื่อสาร ปัจจัยด้านการลงทุน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
(3) ปัจจัยด้านการลงทุน ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านตัวผู้ปฏิบัติงาน
(4) ปัจจัยการสื่อสาร ปัจจัยด้านปัญหาทางสมรรถนะ และปัจจัยด้านตัวผู้ปฏิบัติ
(5) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทรัพยากร และปัจจัยด้านวัตถุประสงค์
ตอบ 4 หน้า 183 – 184 วรเดช จันทรศร ได้กล่าวถึงสาระสำคัญของตัวแบบทั่วไปว่าประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ปัจจัย คือ 1. ปัจจัยด้านการสื่อสาร 2. ปัจจัยด้านปัญหาทางสมรรถนะ 3. ปัจจัยด้านตัวผู้ปฏิบัติ

57. โรเบิร์ต มาแครม และแพร่งค์ เบอร์ตอน เสนอเกณฑ์การประเมินความสำเร็จหรือความล้มเหลวของนโยบาย
(1) ประสิทธิภาพของหน่วยงาน
(2) ความพึงพอใจของบุคคลภายใน
(3) ขั้นตอนดีมากขึ้น
(4) การสนองตอบต่อบุคลากร
(5) เกณฑ์ในการบรรลุเป้าหมายของนโยบาย เห็นรูปธรรม
ตอบ 5 หน้า 180 โรเบิร์ต มาแครม และแพร่งค์ เบอร์ตอน ได้เสนอเกณฑ์การประเมินความสำเร็จหรือล้มเหลวของนโยบายไว้ 5 เกณฑ์ ดังนี้
1. การบรรลุเป้าหมายของนโยบาย เห็นผลเป็นรูปธรรม
2. ประสิทธิภาพ คุณภาพงานที่ได้รับสัมพันธ์กับต้นทุน
3. ความพึงพอใจของบุคคลภายนอก
4. การสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า
5. การดำรงอยู่ของระบบ

58. กรอบการวิเคราะห์การนำนโยบายไปปฏิบัติ 2 ระดับ (มหภาคและจุลภาค) นักวิชาการท่านใด
(1) โทมัส บี. สมิท
(2) พอล เอ. ซาบาเทียร์
(3) เบอร์แมน
(4) ยูจีน บาร์แดช
(5) กอกกิน และคณะ
ตอบ 3 หน้า 175 พอล เบอร์แมน (Paul Berman) ได้เสนอกรอบการวิเคราะห์การนำนโยบายไปปฏิบัติ 2 ระดับ คือ
1. การนำนโยบายไปปฏิบัติในระดับมหภาค (Macro-Implementation)
2. การนำนโยบายไปปฏิบัติในระดับจุลภาค (Micro-Implementation)

59. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องสำหรับ แวน มิเตอร์ และแวน ฮอร์น
(1) บทความเรื่อง “The Policy Implementation Process : A Conceptual Framework”
(2) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติในองค์การที่รับผิดชอบต่อนโยบายโดยตรง
(3) สำรวจกระบวนการของการนำนโยบายไปปฏิบัติ
(4) ให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคล
(5) เสนอตัวแบบในการวิเคราะห์การนำนโยบายไปปฏิบัติ
ตอบ 4 หน้า 171 – 172 แวน มิเตอร์ และแวน ฮอร์น (Van Meter and Van Horn) ร่วมกันเขียนบทความเรื่อง “The Policy Implementation Process : A Conceptual Framework” เมื่อปี ค.ศ. 1975 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจกระบวนการของการนำนโยบายไปปฏิบัติ พร้อมกับเสนอตัวแบบในการวิเคราะห์การนำนโยบายไปปฏิบัติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติในองค์การที่รับผิดชอบต่อนโยบายโดยตรง และองค์การอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

60. ลักษณะของนโยบายของมอนจอยและโอทูล จำแนกประเภทนโยบายไว้กี่ประเภท
(1) 2 ประเภท
(2) 3 ประเภท
(3) 4 ประเภท
(4) 5 ประเภท
(5) 6 ประเภท
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 48. ประกอบ

61. ผลงานของอีมิลี่ โลว์ ไบรเซนเดน์ ข้อใดถูกต้อง
(1) ศึกษาแบ่งเป็น 3 ระยะ
(2) ผลสำรวจโรงเรียนในเมืองแอลเอ
(3) เน้นศึกษานักเรียน
(4) การสัมภาษณ์อย่างเดียวในการเก็บข้อมูล
(5) ศึกษาเมื่อปี ค.ศ. 1980
ตอบ 1 หน้า 146 อีมิลี่ ซี. โลว์ ไบรเซนเดน์ (Emily Chi-Mei Lowe Brizendine) ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ระยะ คือ 1. การสำรวจโรงเรียนในเขตพื้นที่ 2. การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 3. การสัมภาษณ์และใช้แบบสอบถาม (ดูคำอธิบายข้อ 47. ประกอบ)

62. “กระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติจะแปรผันไปตามลักษณะของนโยบาย” เป็นแนวคิดของใคร
(1) แวน มิเตอร์ และแวน ฮอร์น
(2) โทมัส บี. สมิท
(3) มอลคอม กอกกิน
(4) อีมิลี่ โลว์ ไบรเซนเดน์
(5) เออร์วิน ฮาร์โกรฟ
ตอบ 5 หน้า 169 เออร์วิน ฮาร์โกรฟ (Erwin Hargrove) ได้พัฒนาวิธีการจากแนวคิดฮิลล์ (Hill) เพื่อสร้างเป็นทฤษฎีระดับกลาง (Middle Range Theory) สำหรับการวิเคราะห์โปรแกรมประเภทต่าง ๆ โดยมีหลักการที่สำคัญ 3 ประการ คือ
1. ปัญหาทางนโยบายที่ต่างประเภทกันจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มของผู้ชมไปมีส่วนร่วมที่ต่างกันและระดับของการปฏิบัติการที่ต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหานโยบายที่นำเสนอ
2. กระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติจะแปรผันไปตามลักษณะของนโยบายและนโยบายนั้น ๆ ยังสามารถจำแนกเป็นประเภทต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการทำนายกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติ
3. ภาษาที่ใช้ในกฎหมายโดยกฎหมายหนึ่งจะใช้เป็นพื้นฐานในการจำแนกประเภทของโปรแกรม

63. ทฤษฎีของเพรสแมนและวิดาลฟสกี้กล่าวถึง X คือ ณ เวลาที่ t1 ส่วน Y คือ t2 ความหมายของ t2 คือ
(1) ห่างจากกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
(2) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลาถัดไป
(3) การนำไปปฏิบัติต่อเนื่อง
(4) การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์
(5) ผลผลิตที่เกิดขึ้น
ตอบ 2 หน้า 164 เพรสแมนและวิดาลฟสกี้ (Pressman & Wildavsky) กล่าวว่า นโยบายทั่วไปจะต่อเนื่องประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เงื่อนไขแรกเริ่มและผลที่มุ่งหวัง ดังนั้นถ้ามีเงื่อนไข X เกิดขึ้น ณ เวลาที่ t1 จะเกิดผลลัพธ์ Y ขึ้น ณ เวลาถัดไปคือ t2

64. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องสำหรับแวน มิเตอร์ และแวน ฮอร์น
(1) ให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคล
(2) บทความเรื่อง “The Policy Implementation Process : A Conceptual Framework”
(3) สำรวจกระบวนการของการนำนโยบายไปปฏิบัติ
(4) เสนอตัวแบบในการวิเคราะห์การนำนโยบายไปปฏิบัติ
(5) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติในองค์การที่รับผิดชอบต่อนโยบายโดยตรง
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ

65. ข้อใดไม่ใช่มาตรการของรัฐในการยกระดับราคาสินค้าเกษตร
(1) มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี
(2) มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง
(3) โครงการแทรกแซงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
(4) โครงการแทรกแซงตลาดเมล็ดกาแฟ
(5) โครงการแทรกแซงราคา
ตอบ 5 หน้า 195, 198 นโยบายและมาตรการของรัฐในการยกระดับราคาสินค้าเกษตร มีดังนี้
1. มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีและนาปรัง
2. มาตรการแก้ไขปัญหามันสำปะหลัง
3. โครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
4. โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง
5. โครงการแทรกแซงตลาดเมล็ดกาแฟ

คำสั่ง ข้อ 66. – 75. จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องตามเนื้อหาของหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

66. รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 68
(2) มาตรา 71
(3) มาตรา 73
(4) มาตรา 75
(5) มาตรา 77
ตอบ 2 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 71 บัญญัติไว้ดังนี้
1. รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม
2. รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี
3. รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
4. ในการจัดสรรงบประมาณ รัฐพึงคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล ทั้งนี้ เพื่อความป็นธรรม

67. รัฐพึงคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสถานภาพของบุคคล ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 66
(2) มาตรา 71
(3) มาตรา 68
(4) มาตรา 72
(5) มาตรา 78
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 66. ประกอบ

68. รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและมีงานทำ และพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ และพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 64
(2) มาตรา 65
(3) มาตรา 68
(4) มาตรา 70
(5) มาตรา 74
ตอบ 5 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 74 บัญญัติไว้ดังนี้
1. รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัย และมีงานทำ และพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีในการทำงานในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ และพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน
2. รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ

69. รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 72
(2) มาตรา 74
(3) มาตรา 75
(4) มาตรา 76
(5) มาตรา 78
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 68. ประกอบ

70. รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะ ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 74
(2) มาตรา 75
(3) มาตรา 76
(4) มาตรา 77
(5) มาตรา 78
ตอบ 5 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 78 บัญญัติให้ รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะ
ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมตลอดทั้งการตัดสินใจทางการเมืองที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน

71. รัฐพึงวางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 68
(2) มาตรา 70
(3) มาตรา 72
(4) มาตรา 74
(5) มาตรา 76
ตอบ 3 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 บัญญัติไว้ดังนี้
1. รัฐพึงวางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
2. รัฐพึงให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
3. รัฐพึงจัดให้มีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

72. รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้หลักการการแข่งขันในตลาดได้ และพึ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 64
(2) มาตรา 73
(3) มาตรา 74
(4) มาตรา 76
(5) มาตรา 77
ตอบ 2 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 73 บัญญัติให้ รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้หลักการแข่งขันในตลาดได้ และพึ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้กลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน

73. รัฐพึงส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ และวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางของประชาชนและชุมชน ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 73
(2) มาตรา 74
(3) มาตรา 75
(4) มาตรา 77
(5) มาตรา 78
ตอบ 3 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 75 บัญญัติไว้ดังนี้
1. รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. ในการพัฒนาประเทศ รัฐพึงคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจ และความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนประกอบกัน
3. รัฐพึงส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ และวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางของประชาชนและชุมชน ฯลฯ

74. รัฐพึงดำเนินการให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 74
(2) มาตรา 75
(3) มาตรา 76
(4) มาตรา 77
(5) มาตรา 78
ตอบ 3 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 76 บัญญัติไว้ดังนี้
1. รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจอื่นให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
2. รัฐพึงพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
3. รัฐพึงดำเนินการให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม
4. รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ

75. รัฐพึงส่งเสริมสัมพันธ์ไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเสมอภาคในการปฏิบัติต่อกัน และไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ตรงตามมาตราใด
(1) มาตรา 64
(2) มาตรา 66
(3) มาตรา 75
(4) มาตรา 76
(5) มาตรา 77
ตอบ 2 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 66 บัญญัติให้ รัฐพึงส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเสมอภาคในการปฏิบัติต่อกัน และไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ให้ความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและของคนไทยในต่างประเทศ

คำสั่ง ข้อ 76. – 80. จงเลือกคำตอบที่มีความสัมพันธ์กับข้อความตามข้อมูลยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี Thailand 4.0 และเอกสารอื่น ๆ
(1) นโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย
(2) Thailand 4.0
(3) คำแถลงนโยบายรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน
(4) ทิศทางกระแสต่างประเทศ
(5) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13

76. ประเทศไทยมี New Engines of Growth ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม
ตอบ 2 (คำบรรยาย) Thailand 4.0 มีสาระสำคัญดังนี้
1. เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
2. เป็น “Reform ir Action” ที่มีการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน
3. เป็นแนวคิดที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภายใต้ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนมนุษย์
4. เป็นการพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” (New Engines of Growth) ซึ่งประเทศไทยมีอยู่ 2 ด้าน ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นความได้เปรียบในเชิงเปรียบเทียบ โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา ฯลฯ

77. มุ่งเน้นโอโซนเศรษฐกิจให้ “สังคมก้าวหน้า ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี”
ตอบ 5 (คำบรรยาย) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 เป็นแผนที่มีเป้าหมายหลักเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยไปสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการพัฒนา ดังนี้
1. มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและองค์ความรู้
2. มุ่งเน้นเศรษฐกิจฐานชีวภาพไปสู่การสร้างมูลค่าที่ทำลายสิ่งแวดล้อมสู่ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย
3. มุ่งเน้นจากโอกาสของกระแสโลกาภิวัตน์สู่โอกาสสำหรับคนทุกกลุ่มและทุกพื้นที่
4. มุ่งเน้นจากกำลังคนทักษะต่ำสู่ทักษะสูงและภาครัฐล้าสมัยสู่กำลังคนคุณภาพและภาครัฐสมรรถนะสูง

78. มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ Value-Based Economy
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 76. ประกอบ

79. Reform in Action ที่มีการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษา
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 76. ประกอบ

80. มุ่งเน้นวิทยาการทั้ง 5 เพื่อความได้เปรียบ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 76. ประกอบ

คำสั่ง ข้อ 81. – 85. จงเลือกคำตอบที่มีความสัมพันธ์กับข้อคำถามตามเนื้อหาของการประเมินผลนโยบาย

81. ใครกล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกันกับการประมาณการ การเปรียบเทียบผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติกับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เป็นกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมที่กระทำอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาในทุกขั้นตอนนโยบาย
(1) Worthen and Sanders
(2) James E. Anderson
(3) Charles O. Jones
(4) E.R. House
(5) ศ.ดร.วรเดช จันทรศร
ตอบ 2 หน้า 229 เจมส์ อี. แอนเดอร์สัน (James E. Anderson) กล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมาณการ การเปรียบเทียบผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติกับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เป็นกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมที่กระทำอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาในทุกขั้นตอนของนโยบาย

82. ใครกล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นการใช้วิธีและทักษะหลาย ๆ ด้านเพื่อที่จะตกลงใจว่านโยบายที่กำหนดไว้นั้นจำเป็นหรือไม่ ควรจะใช้หรือไม่ ดำเนินการไปตามที่วางไว้หรือไม่ ช่วยแก้ไขปัญหาตามที่มุ่งหวังไว้หรือไม่
(1) Emil J. Posavac & Raymond G. Carey
(2) ศ.ดร.วรเดช จันทรศร
(3) E.R. House
(4) William N. Dunn
(5) Worthen and Sanders
ตอบ 1 หน้า 228 อีมิล เจ. โพซาวัค และเรย์มอนด์ จี. แครี (Emil J. Posavac & Raymond G. Carey) กล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นการใช้วิธีการหลายวิธีและทักษะหลาย ๆ ด้านเพื่อที่จะตกลงใจว่านโยบายที่กำหนดไว้นั้นจำเป็นหรือไม่ ควรจะใช้หรือไม่ ดำเนินการไปตามที่วางไว้หรือไม่ ช่วยแก้ไขปัญหาตามที่มุ่งหวังไว้หรือไม่

83. ใครกล่าวว่า การประเมินผลเกี่ยวข้องกับกระบวนการวัดคุณค่าของผลการดำเนินการตามนโยบายเพื่อที่จะนำมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
(1) Emil J. Posavac & Raymond G. Carey
(2) James E. Anderson
(3) E.R. House
(4) ศ.ดร.วรเดช จันทรศร
(5) ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ
ตอบ 5 หน้า 230 ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ กล่าวว่า การประเมินผลเกี่ยวข้องกับกระบวนการวัดคุณค่าของผลการดำเนินการตามนโยบายเพื่อที่จะนำมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ซึ่งการประเมินผลนี้ไม่ได้แยกเป็นเอกเทศจากขั้นตอนนโยบายอื่น แต่เกี่ยวข้องกับตลอดเวลา

84. ใครกล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นตอนหนึ่งของการวิเคราะห์นโยบาย โดยเป็นตอนที่มุ่งผลิตผลข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผลของการดำเนินงานตามนโยบายว่าสามารถสนองความต้องการของสังคม สนองคุณค่าของสังคม และแก้ไขปัญหาที่เป็นเป้าหมายของนโยบายได้หรือไม่
(1) Worthen and Sanders
(2) Emil J. Posavac & Raymond G. Carey
(3) E.R. House
(4) William N. Dunn
(5) ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ
ตอบ 4 หน้า 229 วิลเลียม เอ็น. ดันน์ (William N. Dunn) กล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นขั้นตอนหนึ่งของการวิเคราะห์นโยบาย โดยเป็นตอนที่มุ่งผลิตผลข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผลของการดำเนินงานตามนโยบายว่าสามารถสนองความต้องการของสังคม สนองคุณค่าของสังคม และแก้ไขปัญหาที่เป็นเป้าหมายของนโยบายได้หรือไม่

85. ใครกล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นการกระทำที่มีระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงผลของนโยบายโดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้กับผลกระทบของการดำเนินการตามนโยบายที่มีต่อปัญหาของสังคมที่เป็นเป้าหมายที่นโยบายนั้นมุ่งแก้ไข
(1) E.R. House
(2) ศ.ดร.วรเดช จันทรศร
(3) Charles O. Jones
(4) Worthen and Sanders
(5) ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ
ตอบ 3 หน้า 229 ชาร์ลส์ โอ. โจนส์ (Charles O. Jones) กล่าวว่า การประเมินผลนโยบายเป็นการกระทำที่มีระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงผลของนโยบายโดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้กับผลกระทบของการดำเนินการตามนโยบายที่มีต่อปัญหาของสังคมที่เป็นเป้าหมายที่นโยบายนั้นมุ่งแก้ไข

คำสั่ง ข้อ 86. – 90. จงเลือกคำตอบที่มีความสัมพันธ์กับข้อคำถามตามเนื้อหาของวิธีการประเมินผลนโยบาย
(1) Experimental Design
(2) Quasi-Experimental Design
(3) Pre-Experimental Design
(4) Post-Experimental Design
(5) ผิดทุกข้อ

86. มีความมุ่งหมายที่จะทำให้การวัดความต่าง ๆ ถูกต้อง เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากโครงการ ซึ่งบ่อยครั้งที่คำอธิบายในผลลัพธ์ที่ถูกต้องจะแสดงให้เห็นถึงการไม่มีการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือไปจากการแสดงให้เห็นความล้มเหลวของโครงการ
ตอบ 2 หน้า 235 – 236 การวิจัยเชิงประเมินในรูปแบบกึ่งทดลอง หรือการประเมินผลด้วยวิธี กึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Design) มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ในกรณีที่เงื่อนไขเอื้ออำนวยที่จะทำการประเมินผลด้วยวิธีการทดลอง วิธีการนี้จะทำให้ได้เปรียบในการนำไปปฏิบัติ โดยผู้เขียนยอมรับว่าวิธีการที่จะนำไปใช้มีความสำคัญปัจจัยแวดล้อมและปล่อยให้ปัจจัยต่างๆจากการควบคุม
2. มีวิธีการสำคัญอีกวิธีหนึ่งคือการจับคู่ (Matching) ได้แก่ การแสวงหากลุ่มในระดับบุคคล พื้นที่ หรือหน่วยการทดลองที่เกี่ยวข้องที่มีความคล้ายคลึงกันตั้งแต่คุณลักษณะคุณลักษณะที่ศึกษา
3. วิธีการนี้มีความมุ่งหมายที่จะทำให้การวัดความต่าง ๆ ถูกต้อง เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากโครงการ ซึ่งบ่อยครั้งที่คำอธิบายในผลลัพธ์ที่ถูกต้องจะแสดงให้เห็นถึงการไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกเหนือไปจากการแสดงให้เห็นความล้มเหลวของโครงการ ฯลฯ

87. แบบศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากที่ได้นำโครงการเข้ามาโดยไม่มีกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการมาเปรียบเทียบ ข้อดี ทำให้ผู้ประเมินได้รับทราบและเข้าใจสภาพปัญหาภายหลังจากการดำเนินงานและรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น
ตอบ 3 หน้า 236 – 237 การวิจัยเชิงประเมินแบบเตรียมทดลอง หรือการประเมินผลด้วยวิธีเตรียมทดลอง (Pre-Experimental Design) แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ แบบศึกษาก่อนและหลังจากการนำโครงการหนึ่ง ๆ เข้ามาใช้ แบบศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากที่ได้นำโครงการเข้ามาใช้แล้วเพียงอย่างเดียว และแบบศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากที่ได้นำโครงการเข้ามาใช้โดยมีกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการมาเปรียบเทียบ ซึ่งข้อดีของการประเมินผลด้วยวิธีการนี้ คือ
1. ทำให้ผู้ประเมินได้รับทราบและเข้าใจสภาพปัญหาภายใน
2. ทำให้เกิดการรับรู้และรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น
3. ทำให้ผู้ประเมินได้รับข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวังและเป็นระบบ

88. ไม่สามารถจะประเมินกระบวนการทั้งหมดของนโยบายได้ จะนำไปใช้ได้เฉพาะในเรื่องของ Input และ Product เท่านั้น
ตอบ 1 หน้า 234 – 235 การวิจัยเชิงประเมินในรูปแบบทดลอง หรือการประเมินผลด้วยวิธีการทดลอง (Experimental Design) มีข้อจำกัดดังนี้
1. วิธีการที่ใช้ในการแบ่งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมักมีปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น การมีผลประโยชน์ในการเลือกกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือการมีลักษณะความสมัครใจในการเลือกกลุ่มในทางปฏิบัติจะเป็นเรื่อง
2. วิธีการทดลองจะไม่สามารถจะประเมินกระบวนการทั้งหมดของนโยบายได้ จะนำไปใช้ได้เฉพาะในเรื่องของ Input และ Product เท่านั้น
3. วิธีการทดลองไม่สามารถควบคุมความเที่ยงตรงภายนอกได้ ซึ่งทำให้ผลที่ได้มาจากการทดลองอาจจะไม่เหมือนกับที่ได้มาจากการดำเนินการจริง ฯลฯ

89. การมีผลประโยชน์ในการเลือกกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือการมีลักษณะความสมัครใจในการเลือกกลุ่มในทางปฏิบัติจะเป็นข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 88. ประกอบ

90. มีวิธีการที่สำคัญอีกวิธีหนึ่งคือ การจับคู่ (Matching) ได้แก่ การแสวงหากลุ่มในระดับบุคคล พื้นที่ หรือหน่วยการทดลองที่เกี่ยวข้องที่มีความคล้ายคลึงกันตั้งแต่คุณลักษณะที่ศึกษา
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 86. ประกอบ

คำสั่ง ข้อ 91. – 100. จงเลือกคำตอบที่มีความสัมพันธ์กับข้อคำถามในเนื้อหาของเทคนิคในการประเมินผลนโยบาย
(1) Formal Evaluation
(2) Decision Theoretical Evaluation
(3) Policy Delphi
(4) Interrupted Time Series Analysis
(5) Regression-Discontinuity Analysis

91. เป็นเทคนิคที่ประเมินผลตามเป้าหมายจากวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ โดยถือว่าวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้นอย่างเป็นทางการโดยผู้กำหนดนโยบายได้พิจารณาเป็นที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว
ตอบ 1 หน้า 251 – 252 การประเมินผลแบบเป็นทางการ (Formal Evaluation) เป็นเทคนิคที่ใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ในการสร้างข้อสรุปที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับผลของนโยบาย โดยประเมินผลของนโยบายจากวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ เพราะเชื่อว่าวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการโดยผู้กำหนดนโยบายเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว

92. เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังมีการนำนโยบายไปปฏิบัติในรูปของการวางแผนและ/หรือดำเนินการภายหลังการวางแผน
ตอบ 4 หน้า 264 – 265 การวิเคราะห์อนุกรมเวลาแบบขาดตอน (Interrupted Time Series Analysis) เป็นวิธีการที่ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังการนำนโยบายไปปฏิบัติในรูปของการวางแผนและ/หรือการดำเนินงานภายหลังการวางแผน ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับในการประเมินผลนโยบายที่มักจะมีกลุ่มหลักเพียงกลุ่มเดียวหรือมีขอบเขตการดำเนินงานที่แน่นอนเพียงแห่งเดียว จุดเด่นของวิธีการนี้ คือ ช่วยให้ผู้ประเมินผลนโยบายสามารถพิจารณาผลของนโยบายได้อย่างเป็นระบบ โดยสามารถแยกแยะผลของนโยบายที่เกิดขึ้นจริงได้จากผลที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุอื่น

93. เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้ประเมินผลนโยบายสามารถพิจารณาผลของนโยบายได้อย่างเป็นระบบ โดยสามารถแยกแยะผลของนโยบายที่เกิดขึ้นจริงได้จากผลที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุอื่น
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

94. เป็นเทคนิคที่ช่วยในการประเมินผลแบบเทียบเคียง โดยช่วยให้ผู้ประเมินผลสามารถคำนวณและเปรียบเทียบผลประโยชน์ของนโยบายที่เกิดขึ้นในกลุ่มเป้าหมายกับในกลุ่มที่ไม่ได้เข้าร่วมพิจารณา
ตอบ 5 หน้า 265 การวิเคราะห์เชิงถดถอยแบบไม่ต่อเนื่อง (Regression-Discontinuity Analysis) เป็นเทคนิคที่ช่วยในการประเมินผลแบบเทียบเคียง โดยช่วยให้ผู้ประเมินผลสามารถคำนวณและเปรียบเทียบผลประโยชน์ของนโยบายที่เกิดขึ้นในกลุ่มเป้าหมายกับในกลุ่มที่ไม่ได้เข้าร่วมเปรียบเทียบกันที่นำมาพิจารณา เทคนิคนี้เหมาะสำหรับการประเมินผลในสถานการณ์ทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มควบคุมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

95. เป็นเทคนิคที่มีหลักการ 5 ประการ คือ Selective Anonymity, Informed Multiple Advocacy, Polarized Statistical Response, Structured Conflict, Computer Conferencing
ตอบ 3 หน้า 260 – 261 วิธีเดลฟายเชิงนโยบาย (Policy Delphi) มีลักษณะสำคัญ 5 ประการ คือ
1. ความเป็นนิรนามเฉพาะบางส่วน (Selective Anonymity)
2. ผู้เชี่ยวชาญต่างสำนัก (Informed Multiple Advocacy)
3. การรวบรวมคำตอบด้านนโยบายแยกกลุ่ม (Polarized Statistical Response)
4. การจัดโครงสร้างความขัดแย้ง (Structured Conflict)
5. การประชุมโดยคอมพิวเตอร์ (Computer Conferencing)

96. เป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับการประเมินผลนโยบายที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเพียงกลุ่มเดียวหรือมีขอบเขตการดำเนินงานที่แน่นอนเพียงแห่งเดียว
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

97. เป็นเทคนิคที่นำเอาข้อคิดและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์สูงในเนื้อหาและเรื่องราวของนโยบายที่กำลังประเมินมารวบรวมและเปรียบเทียบกันเพื่อให้หาข้อสรุปเกี่ยวกับผลของนโยบาย
ตอบ 3 หน้า 259 วิธีเดลฟายเชิงนโยบาย (Policy Delphi) เป็นวิธีการที่นำเอาข้อคิดและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์สูงในเนื้อหาและเรื่องราวของนโยบายที่กำลังประเมินมารวบรวมและเปรียบเทียบกันเพื่อให้หาข้อสรุปเกี่ยวกับผลของนโยบาย

98. เป็นเทคนิคที่ประกอบไปด้วย การประเมินความสามารถที่จะประเมินได้ และการวิเคราะห์อรรถประโยชน์แบบพหุลักษณ์
ตอบ 2 หน้า 254 – 255 การประเมินผลแบบพิจารณาความเหมาะสม (Decision Theoretical Evaluation) เป็นเทคนิคการประเมินผลที่มุ่งสร้างข่าวสารที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับผลของนโยบายโดยใช้คุณค่าหรือระดับชั้นของกลุ่มต่าง ๆ ได้รับเป็นเกณฑ์ที่ประเมิน ซึ่งรูปแบบของการประเมินผลแบบนี้ มี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ การประเมินความสามารถที่จะประเมินได้ และการวิเคราะห์อรรถประโยชน์แบบพหุลักษณ์

99. เป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับการประเมินผลตามสถานการณ์ทดลองทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดลองที่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มควบคุมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 94. ประกอบ

100. เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ข้อมูล เหตุผล และข้อสรุปที่ละเอียดรอบคอบความเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายนั้น มาประกอบการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายในการตัดสินใจว่าอะไรเป็นผลของนโยบายนั้น ๆ
ตอบ 3 หน้า 264 ประโยชน์ของวิธีเดลฟายเชิงนโยบาย (Policy Delphi) คือ สามารถให้ข้อมูลเหตุผล และข้อสรุปที่ละเอียดรอบคอบความเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายนั้น มาประกอบการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายในการตัดสินใจว่าอะไรเป็นผลของนโยบายนั้น ๆ

 

POL3300 การบริหารการคลัง 1/2567

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2567

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 3300 การบริหารการคลัง ปีการศึกษา 2567

คำชี้แจง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1. ส่วนขาดดุลการคลังเกิดจากข้อใด
(1) รัฐบาลมีรายจ่ายมากกว่ารายได้
(2) รัฐบาลมีรายได้มากกว่ารายจ่าย
(3) รัฐบาลมีรายจ่ายเท่ากับรายได้
(4) รายจ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 45 ส่วนขาดดุลทางการคลัง (Fiscal Deficit) เกิดจากรัฐบาลมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ซึ่งรัฐบาลสามารถชดเชยการขาดดุลได้โดยใช้วิธีการก่อหนี้สาธารณะ

2. ปรากฏการณ์เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในทศวรรษ 1930 เรียกว่าอะไร
(1) Crisis
(2) The Great Depression
(3) The Great Storm
(4) Hamburger Crisis
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 46 – 47, (คำบรรยาย) ในช่วงทศวรรษ 1930 เกิดปรากฏการณ์เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก หรือที่เรียกว่า The Great Depression ซึ่งเคนส์เชื่อว่าเอกชนล้มเหลวในการแก้ปัญหานี้ โดยการเสนอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการใช้จ่ายภาครัฐใช้จ่ายเกินกว่ารายได้ที่มีอยู่เพื่อเป็นการยกระดับอุปสงค์โดยรวม (Aggregate Demand)

3. นักเศรษฐศาสตร์สำนักใดไม่ยอมรับการก่อหนี้สาธารณะ
(1) เคนส์เชี่ยน
(2) นีโอลิเบอรัล
(3) พาณิชย์นิยม
(4) เสรีนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 46 นักเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก (Classical Economist) หรือสำนักเสรีนิยม (Liberalist) มองว่า บทบาทของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจควรเป็นไปอย่างจำกัด (Minimalist State) คือ รัฐบาลควรใช้จ่ายงบประมาณอย่างจำกัด ดังนั้นการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาลจึงนำไปสู่การก่อหนี้สาธารณะซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์สำนักนี้

4. ในทฤษฎีของเคนส์การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรัฐบาลเป็นการทำงานของกลไกในข้อใด
(1) การบริโภค
(2) การออม
(3) การลงทุน
(4) อุปสงค์มวลรวม
(5) การจับจ่ายใช้สอย
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

5. กรอบแนวคิดที่ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องคำนึงถึงขีดจำกัดในการก่อหนี้สาธารณะ เรียกว่าอะไร
(1) วินัยทางการคลัง
(2) กฎเหล็กทางการคลัง
(3) ความยั่งยืนทางการคลัง
(4) กฎกระทรวงการคลัง
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) กรอบแนวคิดที่ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องคำนึงถึงขีดจำกัดในการก่อหนี้สาธารณะ เรียกว่า วินัยทางการคลัง

6. บทบัญญัติของกฎหมายการคลังในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2548 ที่กำหนดขีดจำกัดของการก่อหนี้สาธารณะสำหรับประเทศไทย
(1) มาตรา 9 ทวิ
(2) มาตรา 15
(3) มาตรา 19
(4) มาตรา 21
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 (คำบรรยาย) พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 มาตรา 21 ได้กำหนดขีดจำกัดของการก่อหนี้สาธารณะสำหรับประเทศไทยไว้ว่า การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในปีงบประมาณหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังกู้เป็นเงินบาทไม่เกินวงเงิน ดังนี้ 1. ร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 2. ร้อยละ 80 ของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนเงินต้น

7. สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะอยู่ภายใต้สังกัดของหน่วยงานใด
(1) กรมธนารักษ์
(2) กรมบัญชีกลาง
(3) สำนักงบประมาณ
(4) สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 48 สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2542 อยู่ภายใต้สังกัดของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับหนี้สาธารณะภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การผูกพันหนี้ การบริหารหนี้ และการชำระหนี้ในประเทศและต่างประเทศของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งที่ค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน

8. สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก่อตั้งขึ้นในปีใด
(1) พ.ศ. 2540
(2) ปี พ.ศ. 2541
(3) ปี พ.ศ. 2542
(4) ปี พ.ศ. 2543
(5) ปี พ.ศ. 2544
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

9. ข้อใดไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ
(1) หนี้ของรัฐบาล
(2) หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
(3) หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน
(4) หนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 45, 50, (คำบรรยาย) หนี้สาธารณะ ได้แก่
1. หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงทั้งที่เป็นเงินประเทศและต่างประเทศ
2. หนี้ของรัฐวิสาหกิจ (ไม่เป็นสถาบันการเงิน) ที่รัฐบาลค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน
3. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน
4. หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
5. หนี้ของหน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น หนี้ของกระทรวงการคลัง เป็นต้น

10. บทบาทของรัฐบาลในลักษณะที่เป็น Minimalist State ตรงกับข้อใด
(1) รัฐบาลไม่ควรมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจ
(2) บทบาทของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจควรเป็นไปอย่างจำกัด
(3) รัฐบาลไม่ควรมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจ
(4) บทบาทของรัฐบาลเป็นไปตามนโยบายของพรรคการเมือง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 3, ประกอบ

11. ณ สิ้นเดือนเมษายน 2560 สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ประมาณร้อยละเท่าไร
(1) 10
(2) 15
(3) 20
(4) 40
(5) 60
ตอบ 4 หน้า 51 สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะรายงานยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2560 มีจำนวน 6,267,920.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.64 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

12. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ภาระหนี้ต่อประมาณของประเทศไทยอยู่ที่ระดับร้อยละเท่าไร
(1) 7.12
(2) 15.26
(3) 15.28
(4) 18.25
(5) 25.74
ตอบ 1 หน้า 52 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ภาระหนี้ต่องบประมาณของประเทศไทยอยู่ที่ระดับร้อยละ 7.12

13. ข้อใดคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการก่อหนี้สาธารณะจากแหล่งเงินกู้ภายในประเทศกับภายนอกประเทศ
(1) วงเงิน
(2) ระยะเวลาชำระคืน
(3) อัตราดอกเบี้ย
(4) ผู้รับภาระหนี้
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การก่อหนี้สาธารณะต้องคำนึงถึงผู้ที่รับภาระหนี้ วงเงิน ระยะเวลาชำระคืน และอัตราดอกเบี้ย โดยอัตราดอกเบี้ยคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการก่อหนี้สาธารณะจากแหล่งเงินกู้ภายในประเทศกับต่างประเทศ เนื่องจากต้องใช้ทั้งเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนตามค่าเงิน

14. กฎหมายฉบับสำคัญที่สุดที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารหนี้สาธารณะคือข้อใด
(1) พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2546
(2) พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2547
(3) พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548
(4) พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2549
(5) พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2550
ตอบ 3 (คำบรรยาย) กฎหมายฉบับสำคัญที่สุดที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารหนี้สาธารณะ คือ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งประกาศบังคับใช้ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

15. ข้อใดไม่ใช่ตราสารหนี้ตามกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะ
(1) ตั๋วเงินคลัง
(2) ตั๋วสัญญาใช้เงิน
(3) พันธบัตร
(4) บัตรเงินฝาก
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 (คำบรรยาย) กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีตราสารหนี้สาธารณะได้แก่ 1. ตั๋วเงินคลัง 2. ตั๋วสัญญาใช้เงิน 3. พันธบัตร

16. ข้อใดเป็นคำนิยามของพันธบัตรที่ถูกต้อง
(1) เอกสารการก่อหนี้ผูกพันระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน
(2) เอกสารการก่อหนี้ผูกพันระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 12 เดือน
(3) เอกสารการก่อหนี้ผูกพันระยะยาวที่มีอายุรับรองตั้งแต่วันที่ออกเกิน 12 เดือนขึ้นไป
(4) เอกสารการก่อหนี้ผูกพันระยะยาวที่มีอายุรับรองตั้งแต่วันที่ออกเกิน 18 เดือนขึ้นไป
(5) เอกสารการก่อหนี้ผูกพันระยะยาวที่มีอายุรับรองตั้งแต่วันที่ออกเกิน 24 เดือนขึ้นไป
ตอบ 3 (คำบรรยาย) พันธบัตร คือ เอกสารการก่อหนี้ผูกพันระยะยาวที่มีอายุรับรองตั้งแต่วันที่ออกเกิน 12 เดือนขึ้นไป

17. ตามกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังอาจกู้เงินเพื่อการใด
(1) ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
(2) พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
(3) ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ
(4) ให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อ
(5) พัฒนาตลาดทุนในประเทศ
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ตามกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังกู้เงินได้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
1. ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
2. พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
3. ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ
4. ให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อ
5. พัฒนาตลาดทุนในประเทศ

18. บุคคลใดเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
(3) ปลัดกระทรวงการคลัง
(4) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
(5) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ตอบ 2 หน้า 50, (คำบรรยาย) คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. รายงานสถานะของหนี้สาธารณะต่อคณะรัฐมนตรี
2. เสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
3. จัดทำหลักเกณฑ์ในการกู้เงิน การค้ำประกัน การชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ฯลฯ

19. ข้อใดไม่ใช่นโยบายของเงินในระบบเศรษฐกิจ
(1) การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
(2) การเป็นเครื่องมือวัดมูลค่า
(3) การเป็นเครื่องมือสะสมความมั่งคั่ง
(4) การเป็นมาตรฐานในการกำหนดมูลค่า
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 54, (คำบรรยาย) บทบาทของเงินในระบบเศรษฐกิจ มีดังนี้
1. การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
2. การเป็นเครื่องมือสะสมความมั่งคั่ง
3. เป็นมาตรฐานในการกำหนดมูลค่า
4. เป็นมาตรฐานการชำระหนี้ในภายหน้า

20. ข้อใดไม่นับว่าเป็นเงิน
(1) เหรียญกษาปณ์
(2) เช็ค
(3) ตั๋วแลกเงิน
(4) บัตรเครดิต
(5) ศิลาจารึก
ตอบ 5 หน้า 54 เงิน เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจจะอยู่ในหลายรูปแบบ เช่น ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ เช็ค ตั๋วแลกเงิน บัตรเครดิต เป็นต้น

21. คำในข้อใดหมายถึงนโยบายการเงิน
(1) Fiscal Policy
(2) Monetary Policy
(3) Financial Policy
(4) Public Policy
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 2 หน้า 8, 54, 57, (คำบรรยาย) นโยบายการเงิน (Monetary Policy) หมายถึง นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ เช่น การควบคุม/กำกับ/กำหนดอัตราดอกเบี้ย การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาท การควบคุม/กำกับดูแลสินเชื่อ การซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล การออกระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทางการเงิน เป็นต้น โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลนโยบายการเงินคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย

22. การดำเนินนโยบายการเงินไม่มีผลกระทบสืบเนื่องไปยังเรื่องใด
(1) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
(2) ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
(3) เสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ
(4) การจ้างงาน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 54 – 55, (คำบรรยาย) การดำเนินนโยบายการเงินมีผลสืบเนื่องไปยังเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการจ้างงาน แต่จะไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

23. ECB เป็นชื่อเรียกของธนาคารกลางในข้อใด
(1) ธนาคารกลางแห่งอังกฤษ
(2) ธนาคารกลางแห่งนิวซีแลนด์
(3) ธนาคารกลางแห่งยุโรป
(4) ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา
(5) ธนาคารกลางแห่งเอเชีย
ตอบ 3 หน้า 55 ในปัจจุบันธนาคารกลางที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ได้แก่ ธนาคารกลางแห่งยุโรป (European Central Bank : ECB) ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve Bank : FED) เป็นต้น

24. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงิน
(1) การควบคุมปริมาณเงิน
(2) การควบคุมเงินที่ไหลเข้าออกระหว่างประเทศ
(3) การกำหนดอัตราดอกเบี้ย
(4) การกำกับสถาบันการเงิน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 55 – 56 เครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ประกอบด้วย 3 เครื่องมือ คือ การควบคุมปริมาณเงิน การกำหนดอัตราดอกเบี้ย และการควบคุมเงินที่ไหลเข้าออกระหว่างประเทศ

25. หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทย
(1) กระทรวงพาณิชย์
(2) กระทรวงการคลัง
(3) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(4) ธนาคารกรุงไทย
(5) คณะกรรมการนโยบายการเงิน
ตอบ 3 หน้า 57 – 58 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2485 เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้
1. ออกและจัดการธนบัตรของรัฐบาลและบัตรธนาคาร
2. กำหนดและดำเนินนโยบายการเงิน เช่น กำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ย
3. บริหารจัดการทรัพย์สินของธนาคารแห่งประเทศไทย
4. เป็นนายธนาคารและนายทะเบียนหลักทรัพย์ของรัฐบาล
5. เป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน
6. กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน
7. บริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตรา ฯลฯ

26. ข้อใดคือลักษณะที่สำคัญที่สุดของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายทางการเงิน
(1) มุ่งหากำไรสูงสุด
(2) หลีกเลี่ยงการแทรกแซงตลาดการเงิน
(3) มีอิสระจากการเมือง
(4) มีอำนาจเด็ดขาด
(5) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย
ตอบ 3 หน้า 55 ลักษณะที่สำคัญที่สุดของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงิน คือ มีอิสระจากฝ่ายการเมือง เนื่องจากหากการดำเนินนโยบายการเงินนั้นมีเป้าหมายที่จะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นการดำเนินนโยบายโดยปราศจากอิสระจากการเมืองย่อมจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าการดำเนินนโยบายโดยมีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

27. ในปัจจุบันบุคคลใดดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
(1) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล
(2) นายประทิน สันติภาพ
(3) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
(4) นายวรวิทัย สันติภาพ
(5) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
ตอบ 5 (ความรู้ทั่วไป) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน คือ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563

28. ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อตั้งขึ้นในปีใด
(1) ปี พ.ศ. 2480
(2) ปี พ.ศ. 2485
(3) ปี พ.ศ. 2490
(4) ปี พ.ศ. 2495
(5) ปี พ.ศ. 2500
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

29. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
(1) ออกธนบัตร
(2) บริหารจัดการทรัพย์สินของธนาคารแห่งประเทศไทย
(3) ผลิตเหรียญกษาปณ์
(4) กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

30. ในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับร้อยละเท่าไร
(1) 0.75 ต่อปี
(2) 1.0 ต่อปี
(3) 2.0 ต่อปี
(4) 2.5 ต่อปี
(5) 3.0 ต่อปี
ตอบ 4 (ความรู้ทั่วไป) ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับร้อยละ 2.5 ต่อปี

31. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน
(1) เสถียรภาพและความมั่นคง
(2) การบริหารงานด้วยธรรมาภิบาล
(3) การบริหารความเสี่ยงที่ดี
(4) ส่งเสริมการแข่งขันของระบบสถาบันการเงิน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 5 หน้า 60 เป้าหมายของการกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ 1. ระบบการเงินมีเสถียรภาพและความมั่นคง 2. การบริหารงานด้วยธรรมาภิบาล 3. การบริหารความเสี่ยงที่ดี 4. ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพและการแข่งขันของระบบสถาบันการเงิน 5. การเข้าถึงบริการทางการเงินเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

32. ความต้องการถือเงินของครัวเรือนเป็นผลผลิตที่สืบเนื่องมาจากข้อใด
(1) ความต้องการจับจ่ายใช้สอย
(2) การสร้างความมั่นคง
(3) การสร้างหลักประกันในการดำเนินชีวิต
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 54 เงินเป็นสิ่งที่มีสภาพคล่องและมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากลักษณะของการเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินทอง ซึ่งทำให้ภาคครัวเรือนมีความต้องการถือเงินเมื่อมีความต้องการจับจ่ายใช้สอย

33. FED เป็นชื่อเรียกของธนาคารกลางในข้อใด
(1) ธนาคารกลางแห่งฝรั่งเศส
(2) ธนาคารกลางแห่งเยอรมัน
(3) ธนาคารกลางแห่งยุโรป
(4) ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา
(5) ธนาคารกลางแห่งแอฟริกา
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ

34. ข้อใดไม่ถูกต้อง งบประมาณแผ่นดินมีลักษณะดังนี้
(1) มีกระบวนการจัดทำที่มีลักษณะรวมอำนาจ
(2) รายรับมาจากภาษีอากรของประชาชน
(3) รายรับอาจได้มาจากการก่อหนี้สาธารณะ
(4) ความพึงพอใจของประชาชนเป็นแรงจูงใจในการจัดทำ
(5) งบประมาณแผ่นดินมีผลบังคับต่อประชาชนทุกคนในชาติ
ตอบ 1 หน้า 15 – 20, 63 – 66, (คำบรรยาย) งบประมาณแผ่นดินมีลักษณะที่แตกต่างจากงบประมาณเอกชน ดังนี้
1. เป็นบัญชีแสดงรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า 1 ปี
2. เป็นกฎหมายทางการเงิน กล่าวคือ มีการตราขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งกำหนดว่าให้ใช้จ่ายเงินได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนด แต่ในทางปฏิบัติรายจ่ายจริงอาจมีน้อยกว่ารายจ่ายที่กฎหมายงบประมาณกำหนดไว้ก็ได้
3. เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับต่อประชาชนทุกคนในชาติ
4. วิธีการจัดหารายได้ (รายรับ) มีรายได้มาจากการจัดเก็บภาษีอากร การก่อหนี้สาธารณะ การขายสิ่งของและบริการ และรัฐพาณิชย์
5. คำนึงถึงความพึงพอใจของประชาชนเป็นแรงจูงใจในการจัดทำงบประมาณ
6. มีรายจ่ายเป็นตัวกำหนดรายรับ
7. มีกระบวนการจัดทำงบประมาณที่มีลักษณะกระจายอำนาจ
8. มีประชาชนเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง
9. มีการอนุมัติงบประมาณโดยรัฐสภา
10. การควบคุมหรือการบริหารงบประมาณจะถูกควบคุมร่วมกันทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

35. ในยุคที่เชื่อว่า… “งบประมาณแผ่นดินเป็นเครื่องมือในการควบคุมความซื่อสัตย์ในการใช้จ่ายของรัฐบาล…” งบประมาณแผ่นดินจะให้ความสำคัญกับ
(1) รายละเอียดของบัญชีที่แสดงประเภทของการใช้จ่ายเงินของรัฐ
(2) เอกสารที่ประกอบด้วยโครงการต่าง ๆ ซึ่งเสนอขอรายจ่ายเพื่อให้เกิดการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการนั้น ๆ
(3) แผนของรัฐในรูปตัวเงินที่แสดงประสิทธิภาพของการใช้จ่ายตามแผนนั้น ๆ
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ทั้งข้อ 2 และ 3
ตอบ 1 หน้า 63, 90 – 91, (คำบรรยาย) ในยุคที่เชื่อว่า งบประมาณแผ่นดินเป็นเครื่องมือของฝ่ายนิติบัญญัติในการติดตามควบคุมการใช้ทรัพยากร หรือควบคุมความชอบมาพากลและความซื่อสัตย์ในการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลนั้น งบประมาณแผ่นดินตามความเชื่อนี้จะหมายถึง บัญชีที่แสดงรายรับรายจ่ายเงินแผ่นดิน หรือรายละเอียดของบัญชีที่แสดงประเภทของการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล หรือรายละเอียดของทรัพยากรที่หน่วยงานเสนอของบประมาณจากรัฐบาล

ตั้งแต่ข้อ 36. – 45. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม
(1) ฐานรายได้
(2) ฐานความมั่งคั่ง
(3) ฐานการบริโภค
(4) ฐานความมั่งคั่งและฐานการบริโภค
(5) ไม่มีข้อใดถูก

36. ภาษีไฟฟ้า มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 3 หน้า 5 – 6, 23, 38 ฐานการบริโภค (Consumption Base) เป็นฐานภาษีที่เก็บจาก การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของประชาชน รวมถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่าง ๆ ตัวอย่างภาษีที่จัดเก็บโดยใช้ฐานการบริโภค เช่น ภาษีกิจการเฉพาะ ภาษีสรรพสามิต (เช่น ภาษีสุรา ภาษียาสูบ ภาษีน้ำมัน ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีไฟฟ้า ภาษีน้ำหอม) ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร (ภาษีสินค้าขาเข้า เช่น ภาษีรถยนต์นำเข้า) เป็นต้น

37. ภาษีกิจการ มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ

38. ภาษีรถยนต์ มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 2 หน้า 6, 23, (คำบรรยาย) ฐานความมั่งคั่ง (Wealth Base) เป็นฐานภาษีที่พิจารณาจากรายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากสินทรัพย์ที่บุคคลได้ครอบครองอยู่ ตัวอย่างภาษีที่จัดเก็บโดยใช้ฐานความมั่งคั่ง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีโรงเรือน ภาษีโรงงาน ภาษีป้าย ภาษีรถยนต์ ภาษีมรดก ภาษีดอกเบี้ย เป็นต้น

39. ภาษีบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม น้ำมัน ยาสูบ มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 36. และ 38. ประกอบ

40. ภาษีมูลค่าเพิ่ม มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ

41. ภาษีเงินได้นิติบุคคล มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 1 หน้า 5, 22, (คำบรรยาย) ฐานรายได้ (Income Base) เป็นฐานภาษีที่วัดจากความสามารถในการเสียภาษี (Ability to Pay) ของประชาชนแต่ละคน โดยพิจารณาจากเงินได้ของบุคคลหรือหน่วยภาษีต่าง ๆ ภาษีที่จัดเก็บโดยใช้ฐานรายได้ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์) ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

42. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ

43. ภาษีป้าย มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ

44. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

45. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย มีฐานภาษีอยู่ในประเภทใด
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

46. ข้อใดไม่ใช่รายได้ของรัฐบาลไทย
(1) ภาษีเงินได้
(2) ค่าสัมปทาน
(3) ค่าบริการ
(4) ค่าปรับ
(5) การขายหุ้น
ตอบ 5 หน้า 15 – 20, (คำบรรยาย) แหล่งรายรับของรัฐบาลไทย มาจาก 2 ส่วน คือ
1. รายรับที่ไม่ใช่รายได้ ได้แก่ ภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการ (เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าเช่าทรัพย์สิน ค่าปรับ) ค่าขายทรัพย์สินของรัฐ ค่าขายของของกลางที่ยึดมาจากการคดี) รัฐพาณิชย์ และรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าแสตมป์อากร ค่าปรับ เป็นต้น
2. รายรับที่ไม่ใช่รายได้ ได้แก่ การกู้เงิน การใช้เงินคงคลัง การขายหุ้น เป็นต้น

47. ภาษีเป็นกลไกตลาดภาครัฐที่เหมาะสมสำหรับจัดบริการหรือผลิตสินค้าประเภทใด
(1) สินค้าเอกชน
(2) สินค้ากึ่งสาธารณะ
(3) สินค้าสาธารณะ
(4) สินค้าเอกชน
(5) สินค้าบริการขั้นพื้นฐาน
ตอบ 5 หน้า 21 “ภาษี” เป็นกลไกตลาดภาครัฐที่เหมาะสมสำหรับให้บริการหรือผลิตสินค้าสาธารณะขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นสินค้าและบริการที่สมควรจัดให้แก่ประชาชนทุกคนในประเทศ เช่น การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสังคม การศึกษาขั้นพื้นฐาน การควบคุมดูแลด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

48. ในช่วงการสอบปลายภาคมีนักเรียนผู้ใช้บริการห้องสมุดเป็นจำนวนมาก ห้องสมุดในช่วงเวลาดังกล่าวจัดเป็นสินค้าประเภทใด
(1) Common Goods
(2) Pure Public Goods
(3) Club Goods
(4) Price-Excludable Public Goods
(5) Pure Private Goods
ตอบ 1 หน้า 13, 40, (คำบรรยาย) สินค้าทั่วไป (Common Goods) หรือสินค้ากึ่งสาธารณะ ประเภท Congestible Public Goods เป็นสินค้าที่เป็นปรปักษ์ในการบริโภคแต่แบ่งแยกการบริโภคออกจากกันไม่ได้ หรือการเพิ่มของผู้บริโภครายใหม่อาจทำให้ความพึงพอใจของผู้บริโภครายเดิมลดน้อยลง แต่ไม่สามารถกีดกันให้บุคคลอื่นไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้บริโภคได้ ดังนั้นสินค้าประเภทนี้จึงมีข้อจำกัดในการให้บริการ เช่น สนามหลวง สนามกีฬาแห่งชาติ สวนสาธารณะคลองจั่นเทศ ห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ถนนสาธารณะ (เช่น ถนนพระราม 9) ทางด่วน เป็นต้น

49. นักศึกษาทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่งได้รับเงินเดือน 11,500 บาท นักศึกษาต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่
(1) เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราภาษี 20%
(2) เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราภาษี 15%
(3) เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราภาษี 10%
(4) เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราภาษี 5%
(5) ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี
ตอบ 5 หน้า 33 – 34 กรณีของนักศึกษาถือเป็นผู้มีเงินได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560 ได้กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ดังนี้

เงินได้สุทธิ อัตราภาษี จำนวนภาษีแต่ละขั้นสุทธิ
0 – 150,000 ยกเว้น
150,001 – 300,000 5% 7,500
300,001 – 500,000 10% 20,000
500,001 – 750,000 15% 37,500
750,001 – 1,000,000 20% 50,000
1,000,001 – 2,000,000 25% 250,000
2,000,001 – 4,000,000 30% 600,000
มากกว่า 4,000,000 35% ไม่มีกำหนด

 

50. ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะจัดเป็นสินค้าประเภทเดียวกับสินค้าชนิดใด
(1) การไฟฟ้ามหานคร
(2) การไฟฟ้านครภูมิภาค
(3) นโยบายหรือความมั่นคง
(4) วิทยุกระจายเสียง
(5) รถยนต์ส่วนบุคคล
ตอบ 3 หน้า 11 – 12, 14, (คำบรรยาย) สินค้าหรือบริการสาธารณะ (Public Goods) หรือเรียกว่าสินค้าสาธารณะแท้ หรือสินค้าสาธารณะบริสุทธิ์ (Pure Public Goods) มีคุณสมบัติดังนี้
1. ไม่เป็นปรปักษ์ในการบริโภค (Non-Rival Consumption) หรือกีดกันไม่ให้ผู้ใดเข้าถึงสินค้าหรือบริการนั้นไม่ได้
2. ไม่สามารถแยกการบริโภคออกจากกันได้ (Non-Excludable) หรือไม่สามารถใช้ราคาเป็นเครื่องมือในการกีดกันไม่ให้ผู้ใดเข้าถึงสินค้าหรือบริการนั้นได้
3. ไม่มีต้นทุนส่วนเพิ่มในการจัดให้มีสินค้าหรือบริการ คือ ต้นทุนส่วนเพิ่มมีค่าใกล้ศูนย์ (Zero-Marginal Cost)
ตัวอย่างเช่น ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างบนถนนสาธารณะ แสงไฟจากประภาคารสาธารณะ แม่น้ำ/ลำน้ำสาธารณะ การดำเนินนโยบายต่างประเทศ การดำเนินนโยบายความมั่นคง การควบคุมดูแลด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โครงการชิมช้อปใช้ นโยบายป้องกันประเทศจาก COVID เป็นต้น

51. ตัวอย่างของงบประมาณที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับการวางแผนงบประมาณโครงการของหน่วยงาน
(1) Program Budget
(2) Performance Budget
(3) Zero-Base Budget
(4) Line-Item Budget
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 5 หน้า 93 – 94, 97, 101 – 102, (คำบรรยาย) งบประมาณแบบวางแผนโครงการ (Planning Programming Budgeting System : PPBS) เป็นงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการวางแผนโครงการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ระยะยาว ระบบงบประมาณแบบนี้จะมีการวางแผนงานให้สอดคล้องกับนโยบายและจัดสรรเงินงบประมาณตามแต่ละแผนงานมีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการโดยใช้หลักเหตุผล (Limited Rationality) หรือ Mixed Scanning) มีการแบ่งเงินงบประมาณออกตามโครงสร้างแผนงาน (Program Structure) มีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์เชิงระบบ (System Analysis) ในการวิเคราะห์โครงการเพื่อศึกษาถึงผลดีผลเสียโครงการที่คาดว่าจะทำความสัมพันธ์กับโครงการต่าง ๆ บ้าง มีการวิเคราะห์โครงการ (Program Analysis) เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายสาธารณะ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการวางแผนโครงการของหน่วยงาน มีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จหรือผลสัมฤทธิ์ของแผนงานหรือโครงการเพื่อการติดตามประเมินผลรวมทั้งมีการจัดทำบันทึกโครงการ และแผนงบประมาณการเงินระยะยาว (อาจเป็น 3 ปี หรือ 5 ปี) เพื่อประกอบการจัดทำโครงการด้วย

52. ระบบงบประมาณแบบใดให้ความสำคัญอย่างมากที่ “การจำแนกประเภทและชนิดของการใช้จ่าย”
(1) Program Budget
(2) Performance Budget
(3) Zero-Base Budget
(4) Line-Item Budget
(5) ทั้งข้อ 1 และ 2
ตอบ 4 หน้า 87 – 88, 90 – 92, (คำบรรยาย) งบประมาณแบบแสดงรายการ (Line-Item Budget) หรืองบประมาณแบบเก่า (Conventional Budget) หรืองบประมาณแบบประเพณีนิยม (Traditional Budget) เป็นระบบงบประมาณที่ใช้ในการควบคุมเพื่อมุ่งตรวจสอบความถูกต้องของการใช้จ่ายเงินของรัฐ หรือให้ความสำคัญกับความถูกต้องของ “ปัจจัยนำเข้า” (Inputs) หรือการจัดสรร “ทรัพยากร” ของโครงการ โดยเน้น “ระเบียบและการควบคุมให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบนั้น หรือให้ความสำคัญกับมาตรฐานของทรัพยากรที่หน่วยราชการได้ใช้ไป ดังนั้นงบประมาณจึงถูกแบ่งออกตามหมวดราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ (Agencies Classification หรือ Organizations Classification) โดยเฉพาะในระดับกรม
และมีการแบ่งตามประเภทและชนิดของการใช้จ่าย (Objects of Expenditure Classification) โดยพิจารณาจากคู่มือการจำแนกประเภทและชนิดของการใช้จ่ายซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น หมวดเงินเดือน หมวดสาธารณูปโภค หมวดครุภัณฑ์ ฯลฯ นอกจากนี้ในการจัดเตรียมงบประมาณจะต้องมีการกำหนดตัวเลขงบประมาณโดยใช้อาศัยความจริงในอดีต (Muddling Through) หรือการวิเคราะห์เฉพาะส่วนที่เพิ่ม (Incrementalism) เป็นเกณฑ์ด้วย

53. ระบบงบประมาณแบบใดให้ความสำคัญที่ “การจำแนกเงินออกตามหน่วยงาน”
(1) Line-Item Budget
(2) PPBS
(3) Performance Budget
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ทั้งข้อ 2 และ 3
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

54. ระบบงบประมาณแบบใดให้ความสำคัญกับการจัดทำ Program Structure และการวางแผนระยะยาว
(1) Program Budget
(2) Performance Budget
(3) Zero-Base Budget
(4) Line-Item Budget
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 51. ประกอบ

55. การแบ่งรายจ่ายออกเป็นหมวด เช่น หมวดเงินเดือน หมวดสาธารณูปโภค หมวดครุภัณฑ์………… เป็นการจำแนกงบประมาณที่เรียกว่า
(1) Agencies Classification
(2) Objective Classification
(3) Functional Classification
(4) Objects of Expenditure Classification
(5) ทั้งข้อ 2 และ 3
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

56. งบประมาณแบบใดที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการวัดผลสัมฤทธิ์ของงานหรือโครงการ
(1) Line-Item Budget
(2) Performance Budget
(3) Program Budget
(4) PPBS
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 51. ประกอบ

57. เทคนิคที่สำคัญของการจัดเตรียมงบประมาณแบบ Line-Item Budget ได้แก่
(1) Incrementalism
(2) Zero-Base Budget
(3) Program Analysis
(4) System Analysis
(5) ทั้งข้อ 1 และ 2
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

58. การจัดเตรียมงบประมาณที่ใช้แนวทางของ Zero-Base Budget จะทำให้เกิดการตัดสินใจในลักษณะใด
(1) Incrementalism
(2) Limited Rationality
(3) Pure Rationality
(4) Muddling Through
(5) ทั้งข้อ 1 และ 4
ตอบ 3 หน้า 96, 99 – 100, (คำบรรยาย) งบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Base Budget : ZBB) เป็นระบบงบประมาณที่อาศัยหลักของเหตุผล (Pure Rationality) ในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งกำหนดให้โครงการหรืองานที่เสนอของบประมาณในทุก ๆ ปีงบประมาณจะต้องได้รับการตรวจสอบวิเคราะห์ทั้งระบบ ทั้งงานหรือโครงการเดิมที่เคยทำมาแล้ว และงานหรือโครงการใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อต้องการให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีเหตุผล แต่วิธีการนี้มักจะก่อให้เกิดความล่าช้าหรืออาจทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ

59. ใน “วงจรงบประมาณ” ข้อใดต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังข้ออื่น ๆ
(1) วงเงินงบประมาณ
(2) การแถลงนโยบายต่อสภา
(3) เงินประจำงวด
(4) การเทียบราคากลาง
(5) การพิจารณาวาระที่ 1
ตอบ 3 หน้า 84 จากโจทย์นั้น เงินประจำงวดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังข้ออื่น ๆ โดยเงินประจำงวด (Apportionment) หมายถึง เงินที่จะจัดสรรให้กับส่วนราชการหนึ่ง ๆ ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ ถือเป็นเครื่องมือในการควบคุมให้ส่วนราชการต่าง ๆ ปฏิบัติงานตามแผนที่กำหนดและสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ทันปีงบประมาณ ซึ่งอำนาจในการกำหนดรายละเอียดเงินประจำงวดเป็นของสำนักงบประมาณ

60. ข้อใดที่จัดเป็นลักษณะของ Traditional Budget
(1) กำหนดขอบเขตวงเงินโดยใช้หลัก Pure Rationality
(2) แบ่งงบประมาณออกตามหน่วยราชการ
(3) มีคู่มือจำแนกประเภทและชนิดของการใช้จ่าย
(4) ทั้งข้อ 2 และ 3
(5) ทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

61. ตามแนวคิดในการจัดสรรทรัพยากรแบบเสรีนิยม “กิจกรรมที่เอกชนจัดทำแล้วประชาชนอาจเสียประโยชน์” ได้แก่
(1) บริการด้านสาธารณสุข
(2) บริการป้องกันประเทศ
(3) การช่วยเหลือคนว่างงาน
(4) กิจการไฟฟ้า
(5) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ตอบ 1 หน้า 71 – 72 ตามแนวคิดในการจัดสรรทรัพยากรแบบเสรีนิยมนั้น กิจกรรมที่เอกชนจัดทำแล้วประชาชนอาจเสียประโยชน์ ได้แก่ บริการด้านการศึกษา (การจัดการศึกษาภาคบังคับ) บริการด้านสาธารณสุข (การรักษาพยาบาล การป้องกันโรคติดต่อ การให้ความรู้เกี่ยวกับสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน) เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมประเภทนี้รัฐจะต้องเข้าไปควบคุมมาตรฐานเพื่อให้ความคุ้มครองเหมาะสม

62. ทุกข้อจัดเป็น “เงินนอกงบประมาณแผ่นดิน” ยกเว้น
(1) เงินรายได้ของกองทุนหมุนเวียน
(2) งบรายได้ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
(3) งบประมาณของเทศบาล
(4) งบประมาณของกรมทางหลวง
(5) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ
ตอบ 4 หน้า 7, 67 – 68, (คำบรรยาย) เงินนอกงบประมาณ หมายถึง เงินหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าซึ่งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจหามาได้โดยวิธีการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่มาจากเงินงบประมาณแผ่นดินหรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เป็นเงินที่แยกออกจากความเป็นศูนย์รวมเงินของแผ่นดิน ซึ่งได้แก่ เงินทุนหมุนเวียน งบประมาณของรัฐวิสาหกิจ (เช่น งบประมาณของ ขสมก.) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ เงินกู้ยืมซึ่งยังคงค้างชำระ งบประมาณของส่วนราชการบริหารส่วนท้องถิ่น (ได้แก่ งบประมาณของ อบจ. อบต. เทศบาล กทม. และเมืองพัทยา) เงินรายได้ของสถาบันการศึกษา และเงินรายได้ของสถาบันสาธารณสุข

63. ระยะเวลาของการ “ใช้จ่ายเงินตามที่กำหนดไว้ในปีงบประมาณ” เรียกว่า
(1) การควบคุมงบประมาณ
(2) การบริหารงบประมาณ
(3) การอนุมัติงบประมาณ
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 83, (คำบรรยาย) การบริหารงบประมาณ หรือบางทีเรียกว่า การควบคุมงบประมาณ คือ ระยะเวลาของการใช้จ่ายเงินตามที่กำหนดไว้ในปีงบประมาณ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องหาวิธีดำเนินและวิธีการเพื่อควบคุมให้การใช้จ่ายเงินของโครงการต่าง ๆ เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

64. ลักษณะที่เรียกว่า “เป็นศูนย์รวมเงิน” ได้แก่
(1) ดำเนินการภายใต้กฎข้อบังคับเดียวกัน
(2) ดำเนินการภายใต้การดูแลของสถาบันต่าง ๆ เดียวกัน
(3) อนุมัติเพียงครั้งเดียวในปีงบประมาณหนึ่ง ๆ
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 67, (คำบรรยาย) งบประมาณแผ่นดินมีลักษณะเป็นศูนย์รวมเงินของแผ่นดิน หมายความว่า ในปีงบประมาณหนึ่ง ๆ จะต้องมีการบูรณาการแผนงานทางการเงินของส่วนราชการต่าง ๆ ให้เป็นแผนเดียวกัน มีการจัดเตรียมและอนุมัติงบประมาณเพียงครั้งเดียว มีการใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี หากไม่มีความจำเป็นจะไม่มี่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม รวมทั้งกระบวนการงบประมาณของส่วนราชการต่าง ๆ จะต้องดำเนินไปภายใต้กฎข้อบังคับเดียวกัน เช่น บทบัญญัติเดียวกัน และมีสภาเป็นหรือหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบในขั้นตอนต่าง ๆ ของการบริหารงบประมาณเดียวกัน โดยงบประมาณที่ใช้หลักศูนย์รวมเงินของแผ่นดิน ได้แก่ งบประมาณประจำปีของส่วนราชการทั่ว ๆ ไป เช่น งบประมาณของสำนักงบประมาณ กรมการปกครอง กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต เป็นต้น

65. “การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม” ควรทำเมื่อใด
(1) วางแผนการใช้จ่ายผิดพลาด และเกิดความเสียหาย
(2) เกิดภัยสงคราม
(3) ต้องการปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อหาเสียงเลือกตั้ง
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 หน้า 132, (คำบรรยาย) การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ควรทำเมื่อ
1. เกิดวิกฤติต่าง ๆ เช่น เกิดสงคราม เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ปัญหาอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจ
2. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับอนุมัติแล้วยังไม่เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เดือดร้อนจากภัยพิบัติ และถ้าไม่รีบจัดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ
3. ไม่สามารถโอนงบประมาณจากส่วนราชการอื่น หรืองานอื่นมาให้ในส่วนราชการที่จำเป็นจะต้องของบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้
4. รัฐบาลมีรายได้จากภาษีอากร หรือรายได้อื่น ๆ สูงกว่าที่ได้ประมาณการไว้ตอนต้น

66. ที่ว่า “งบประมาณแผ่นดินเป็นเงื่อนไขของการเป็นรัฐบาล” หมายความว่าอย่างไร
(1) รัฐบาลต้องเป็นผู้พิจารณาอนุมัติวงเงินงบประมาณ
(2) ผู้จัดเตรียมงบประมาณต้องเป็นรัฐบาลผู้ได้เงินงบประมาณ
(3) ถ้างบประมาณไม่ผ่านสภา รัฐบาลจะบริหารประเทศต่อไปไม่ได้
(4) งบประมาณแผ่นดินเป็นกฎหมายอย่างหนึ่ง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 64, 82, (คำบรรยาย) งบประมาณแผ่นดินเป็นเงื่อนไขของการยอมรับนับถือให้แก่รัฐบาลในมุมมองของวิธีการพิจารณาและอนุมัติเพื่อนำไปใช้ในการบริหารประเทศ ดังนั้นการใช้จ่ายงบประมาณจึงต้องได้รับการอนุมัติหรือยินยอมจากประชาชนเสียก่อน แต่เนื่องจากการบริหารราชการในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา งบประมาณจะได้รับการอนุมัติจากสภาเพื่อให้รัฐบาล (สภานิติบัญญัติ) ไปแล้ว งบประมาณแผ่นดินจึงไม่ใช่การอนุมัติของรัฐบาลโดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา โดยอาศัยเสียงข้างมากของสภาเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าไม่ได้รับการเห็นชอบจากสภา อาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งอาจต้องยุบสภาหรือลาออก หรือถ้างบประมาณไม่ผ่านก็จะไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้

67. ตัวอย่างของระบบงบประมาณที่เน้นที่มาตรฐานของทรัพยากรที่หน่วยราชการได้ใช้ไป
(1) Program Budget
(2) Zero-Base Budget
(3) Performance Budget
(4) Line-Item Budget
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

68. สภาวะ “สินค้าล้นตลาด ประชาชนว่างงาน” เป็นสิ่งที่บอกเหตุของภาวะใด
(1) เงินเฟ้อ
(2) เงินฝืด
(3) เศรษฐกิจขยายตัว
(4) ทั้งข้อ 1 และ 3
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ภาวะเงินฝืด หมายถึง ภาวะที่อุปสงค์ด้านสินค้าและบริการน้อยกว่าอุปทานด้านสินค้าและบริการ หรือเป็นการที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจน้อยเกินไป ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ สินค้าล้นตลาด และประชาชนว่างงาน

69. “กรมบัญชีกลาง” เป็นหน่วยงานในสังกัดใด
(1) สำนักนายกรัฐมนตรี
(2) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(3) กระทรวงการคลัง
(4) เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
(5) ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ตอบ 3 (ความรู้ทั่วไป) กรมบัญชีกลาง เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่ดำเนินงานเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ด้านการเงินการคลัง และการบัญชี รวมทั้งระบบการตรวจสอบภายในของส่วนราชการเพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ เป็นต้น

70. ปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนการหดตัวของระบบเศรษฐกิจ ได้แก่
(1) ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง
(2) การลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ
(3) การเพิ่มอัตราภาษีขายปลีกน้ำมัน
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ทั้งข้อ 2 และ 3
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนหรือมีผลต่อการหดตัวของระบบเศรษฐกิจ ได้แก่
1. ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
2. การลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ
3. การเพิ่มอัตราภาษีขายปลีกน้ำมัน
4. การเพิ่มอัตราภาษีอากร
5. การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ฯลฯ

71. การเพิ่มอัตราภาษีในสินค้าจำเป็น จะเกิดผลต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างไร
(1) เศรษฐกิจขยายตัว
(2) เศรษฐกิจคงตัว
(3) เศรษฐกิจหดตัว
(4) เกิดภาวะเงินเฟ้อ
(5) ทำนายไม่ได้
ตอบ 4 หน้า 76 – 77, (คำบรรยาย) ผลกระทบที่เกิดจากวิธีการหารายได้และการใช้จ่ายของรัฐ มีดังนี้
1. การเก็บภาษีทรัพย์สินเป็นการเก็บภาษีกับผู้มีเงินได้
2. การเก็บภาษีในอัตราคงที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อยต้องรับภาระมากกว่าคนกลุ่มน้อยที่มีรายได้มาก ซึ่งทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
3. การเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าจะช่วยสร้างความเสมอภาคของคนในสังคม ถ้าจัดเก็บในอัตราสูงจะทำให้เศรษฐกิจหดตัว แต่ถ้าจัดเก็บในอัตราต่ำจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว
4. การเพิ่มอัตราภาษีในสินค้าจำเป็นจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ เพราะทำให้สินค้ามีราคาสูงแต่ความต้องการที่จะบริโภคสินค้านั้นไม่ได้ลดลง
5. ถ้าจ่ายเงินของรัฐให้ประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อยจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ถ้ารายจ่ายของรัฐให้ประโยชน์เพียงคนกลุ่มน้อยที่มีรายได้มากจะทำให้เศรษฐกิจหดตัว ฯลฯ

72. ถ้ารายจ่ายของรัฐให้ประโยชน์เพียงคนกลุ่มน้อยที่มีรายได้มาก จะเกิดผลต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างไร
(1) เศรษฐกิจขยายตัว
(2) เศรษฐกิจคงตัว
(3) เศรษฐกิจหดตัว
(4) เกิดภาวะเงินเฟ้อ
(5) ทำนายไม่ได้
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 71. ประกอบ

73. เครื่องมือในการควบคุมให้ส่วนราชการต่าง ๆ ปฏิบัติงานตามแผนที่กำหนด ทำให้ใช้จ่ายได้ทันปีงบประมาณ
(1) ยอดวงเงิน
(2) เงินประจำงวด
(3) เงินจัดสรร
(4) คู่มือจำแนกประเภทและชนิดการใช้จ่าย
(5) การตรวจการจ้าง
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ

74. วิธีการงบประมาณแบบใดที่ให้ความสำคัญกับ “Inputs” ของหน่วยงาน
(1) แบบแผนงาน
(2) แบบแสดงรายการ
(3) แบบโครงการ
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

75. “ปีคลัง” เริ่มต้นเมื่อใด
(1) 1 มกราคม
(2) 1 เมษายน
(3) 1 มิถุนายน
(4) 1 ตุลาคม
(5) ตามประกาศกระทรวงการคลัง
ตอบ 4 หน้า 68, (คำบรรยาย) ระยะเวลาของการบริหารหรือการใช้จ่ายเงินตามงบประมาณ เรียกว่า “ปีงบประมาณ” หรือ “ปีคลัง” (Fiscal Year) ซึ่งปกติแล้วจะต้องมีระยะเวลาที่แน่นอนโดยอาจเป็น 6 เดือน 1 ปี (12 เดือน) หรือ 2 ปี (24 เดือน) ก็ได้ แต่จะต้องเป็นเช่นนั้นทุก ๆ ปี และจะเริ่มต้นในเดือนใดของปีปฏิทินก็ได้ เช่น ปีงบประมาณของไทยมีระยะเวลา 12 เดือน เริ่มต้นจากวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี และไปสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป โดยใช้ชื่อปีถัดไปเป็นชื่อปีงบประมาณ (เช่น ปีงบประมาณ 2568 จะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2567 และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568)

76. ข้อแตกต่างระหว่าง “งบประมาณเอกชน” กับ “งบประมาณแผ่นดิน” ได้แก่
(1) เป็นแผนทางการเงิน
(2) เป็นกฎหมาย
(3) วิธีการจัดหารายได้
(4) ทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ทั้งข้อ 2 และ 3
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ

77. Budget Documents หมายถึงอะไร
(1) วงเงินงบประมาณ
(2) เพดานเงินจัดสรร
(3) เงินประจำงวด
(4) ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 81 – 82 Budget Documents หมายถึง เอกสารงบประมาณประจำปี ซึ่งเอกสารงบประมาณประจำปีของไทยมีส่วนประกอบดังนี้
1. คำแถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายทางการคลังและการเงินของประเทศ
2. ตารางแสดงรายรับ-รายจ่ายเปรียบเทียบ
3. รายละเอียดของหน่วยงาน โครงการ และแผนงานต่าง ๆ ของราชการและรัฐวิสาหกิจ
4. รายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของรัฐวิสาหกิจ
5. รายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินของรัฐบาล
6. ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

78. ระยะเวลาในการดำเนินการ “อนุมัติ” งบประมาณ มีระยะเวลากี่เดือน
(1) 3 เดือน
(2) 5 เดือน
(3) 9 เดือน
(4) 12 เดือน
(5) ไม่แน่นอนกำหนดตายตัวไม่ได้
ตอบ 1 หน้า 79 ระยะเวลาของการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับปีงบประมาณแผ่นดิน เรียกว่า วงจรงบประมาณ (Budget Cycle) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุด โดยงบประมาณของประเทศไทยนั้นจะใช้เวลาประมาณ 22 เดือน ประกอบด้วย กิจกรรมการเตรียมการกระทำ 3 เดือน คือ การจัดเตรียมประมาณ 6 – 7 เดือน การอนุมัติประมาณ 3 – 4 เดือน และการควบคุมหรือการบริหารเป็นเวลา 12 เดือน

79. สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณา “ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี” ให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
(1) 45
(2) 90
(3) 105
(4) 120
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 78, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดให้งบประมาณแผ่นดินต้องได้รับอนุมัติโดย “รัฐสภา” (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา) โดยมาตรา 143 ได้บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้แล้วเสร็จภายใน 105 วันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ส่วนวุฒิสภาจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 20 วันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงวุฒิสภา

80. ในวงจรงบประมาณ กิจกรรมใดต่อไปนี้เกิดก่อนกิจกรรมอื่น ๆ
(1) การวิเคราะห์
(2) การกำหนดขอดวงเงิน
(3) การแบ่งงวด
(4) การขอเงินประจำงวด
(5) การจัดทำปีงบประมาณ
ตอบ 5 หน้า 115 – 117 จากโจทย์นั้น การจัดทำปีงบประมาณเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นก่อนกิจกรรมอื่น ๆ โดยการจัดทำปีงบประมาณเป็นขั้นตอนของการจัดเตรียมงบประมาณ ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณที่จะต้องกำหนดปฏิทินงบประมาณเพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบหมายกำหนดการในการจัดเตรียมงบประมาณ

81. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของงบประมาณแผ่นดิน
(1) หลักฐานทางการเงินของรัฐที่แสดงประมาณการของรายได้และรายจ่ายในอนาคต
(2) เอกสารทางการเงินที่แสดงรายรับ-รายจ่ายเงินแผ่นดิน
(3) แผนที่แสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
(4) กฎหมายที่ระบุให้ส่วนราชการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ไม่เกินจำนวนและรายการที่กำหนด
(5) แผนทางการเงินแผ่นดินในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ 3 หน้า 63 – 64, (คำบรรยาย) ความหมายของงบประมาณแผ่นดิน มีดังนี้
1. หลักฐานทางการเงินของรัฐที่แสดงประมาณการของรายได้ (รายรับ) และรายจ่ายในอนาคตที่มีช่วงระยะเวลาที่แน่นอน
2. บัญชีหรือเอกสารทางการเงินที่แสดงรายรับ-รายจ่ายเงินของแผ่นดิน
3. กฎหมายที่ว่าด้วยประมาณการรายรับ-รายจ่าย
4. กฎหมายที่ระบุให้ส่วนราชการใช้จ่ายเงินในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่เกินจำนวนและรายการที่กำหนด
5. แผนทางการเงินของแผ่นดินในช่วงระยะเวลาที่แน่นอน
6. แผนเพื่อให้เกิดความสำเร็จของโครงการ ซึ่งเกี่ยวพันกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ ฯลฯ

82. สถาบันที่ทำหน้าที่ “จ่ายเงินตามงบประมาณให้กับส่วนราชการต่าง ๆ”
(1) กรมบัญชีกลาง
(2) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
(3) สำนักงบประมาณ
(4) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 หน้า 128 เมื่อส่วนราชการต้องการรับเงินงบประมาณเพื่อนำไปใช้ในการบริหารงาน ส่วนราชการจะต้องทำฎีกาเบิกเงินจากคลังตามประเภทของฎีกา ซึ่งในกรณีของการเบิกจ่ายราชการส่วนกลาง และยื่นต่อสำนักงานคลังจังหวัดในกรณีของราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัดต่าง ๆ) โดยกรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัดจะเป็นผู้อนุมัติฎีกาและสั่งจ่ายเงินประจำงวดที่ได้รับอนุมัติแล้วที่เรียกว่า เงินจัดสรร (Budget Allotment) ให้กับส่วนราชการนั้น ๆ เป็นคราว ๆ ไป

83. สถาบันที่ทำหน้าที่ดูแล “เงินจัดสรร” ในจังหวัดต่าง ๆ
(1) กรมบัญชีกลาง
(2) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
(3) สำนักงบประมาณ
(4) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

84. พฤติกรรมในข้อใดผิดกฎหมาย
(1) Tax Compliance
(2) Tax Avoidance
(3) Tax Evasion
(4) Tax Audit
(5) Tax Refund
ตอบ 3 หน้า 28, (คำบรรยาย) พฤติกรรมการหนีภาษี (Tax Evasion) คือ การไม่ยินยอมเสียภาษีให้กับรัฐ เป็นการกระทำที่ผิดเจตนาและผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายและทำให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บรายได้ภาษี

85. พฤติกรรมในข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
(1) การเลี่ยงภาษี
(2) การหนีภาษี
(3) การเลี่ยงภาษีโดยสุจริตใจ
(4) การเลี่ยงภาษีอย่างอ้อม
(5) การต่อต้านภาษี
ตอบ 1 หน้า 27 พฤติกรรมการเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) คือ การที่พลเมืองมีผู้นำที่เสียภาษีใช้วิธีการใด ๆ ตามกฎหมายที่ระบุส่งเสริมให้เกิดการลดภาระภาษี เพื่อที่จะได้มีภาระภาษีที่จะต้องเสียต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หรือใช้วิธีการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งการเลี่ยงภาษีนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และส่งผลโดยตรงต่อการจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

86. คุณสมบัติของสินค้าสาธารณะแท้ (Pure Public Goods) คือข้อใด
(1) การเป็นปรปักษ์ในการบริโภค
(2) ไม่สามารถแยกการบริโภคออกจากกันได้
(3) ไม่มีต้นทุนส่วนเพิ่มในการจัดให้มีสินค้า
(4) ไม่มีข้อใดถูก
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 50. ประกอบ

87. คำกล่าว “Taxes are the price of democracy” สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใด
(1) การใช้จ่ายงบประมาณของประชาชน
(2) การใช้จ่ายกับการชำระภาษี
(3) ภาษีกับกลไกราคา
(4) ภาษีกับการใช้จ่าย
(5) ภาษีกับประชาธิปไตย
ตอบ 5 หน้า 24 คำกล่าว “Taxes are the price of democracy” สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภาษีกับประชาธิปไตย โดยเป็นคำกล่าวที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีหน้าที่จ่ายภาษีให้กับรัฐเพื่อแลกเปลี่ยนกับการมีรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการสาธารณะให้กับประชาชน

88. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดภาพลวงทางการคลัง (Fiscal Illusion)
(1) รัฐบาลจัดเก็บภาษีหลากหลายประเภท
(2) มีโครงสร้างภาษีทางอ้อมในสัดส่วนที่สูง
(3) มีการจัดเก็บภาษีในฐานร่วม (Shared Taxes)
(4) มีการขอลดหย่อนภาษีที่ซับซ้อน
(5) มีอัตราภาษีหลากหลายรูปแบบบนฐานเดียวกัน
ตอบ 5 หน้า 26 Buchanan ได้ระบุไว้ว่า การจัดเก็บภาษีที่มีความซับซ้อนนั้น อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ภาพลวงทางการคลัง (Fiscal Illusion) ขึ้นได้ ซึ่งความซับซ้อนของระบบการเงินการคลังของรัฐอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
1. รัฐบาลจัดเก็บภาษีหลากหลายประเภท หลายอัตรา
2. การมีข้อลดหย่อนยกเว้นที่ซับซ้อนหรือมีรายการลดหย่อนภาษีจำนวนมาก
3. มีโครงสร้างภาษีทางอ้อมในสัดส่วนที่สูง
4. มีการจัดเก็บภาษีในฐานร่วม (Shared Taxes)

89. คุณสมบัติของสินค้าเอกชนแท้ (Pure Private Goods) คือข้อใด
(1) ไม่เป็นปรปักษ์ในการบริโภค
(2) ไม่สามารถแยกการบริโภคออกจากกันได้
(3) ไม่มีต้นทุนส่วนเพิ่มในการจัดให้มีสินค้า
(4) ไม่มีข้อใดถูก
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 13, (คำบรรยาย) สินค้าเอกชน (Private Goods) หรือสินค้าเอกชนแท้ (Pure Private Goods) เป็นสินค้าที่เป็นปรปักษ์ในการบริโภค โดยสามารถแบ่งแยกการบริโภคออกจากกันได้ และมีต้นทุนส่วนเพิ่มในการจัดให้มีสินค้า ซึ่งได้แก่สินค้าหรือบริการทั่วไปที่มีซื้อขายกันตามท้องตลาด เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อาหาร น้ำมัน เป็นต้น

90. หลักการที่ว่า “ผู้ที่มีความสามารถในการเสียภาษีแตกต่างกัน ควรเสียภาษีแตกต่างกัน” เป็นหลักความเสมอภาคในรูปแบบใด
(1) ความเสมอภาคในแนวนอน
(2) ความเสมอภาคในแนวดิ่ง
(3) ความเสมอภาคในแนวเฉียง
(4) ความเสมอภาคในแนวตั้ง
(5) ความเสมอภาคระหว่างบุคคล
ตอบ 3 หน้า 26 หลักความเสมอภาคในแนวดิ่งหรือแนวตั้ง (Vertical Equity) มีสาระสำคัญว่า ผู้มีความสามารถในการเสียภาษีหรืออยู่ในสถานการณ์ในการเสียภาษีที่แตกต่างกัน ควรจะเสียภาษีในลักษณะที่แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งถือว่า “Unequal Should be Treated Unequally”

91. ข้อใดเป็นลักษณะของการจัดเก็บภาษีตามหลักสวัสดิการสังคม
(1) ประชาชนยอมรับภาระภาษีอย่างเท่าเทียม
(2) จัดเก็บภาษีน้อยที่สุดเพื่อนำไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
(3) ภาษีที่เก็บจากประชาชน
(4) เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม
(5) จัดเก็บตามความสามารถในการจ่าย (Ability to Pay)
ตอบ 2 หน้า 26 – 27 ภาษีที่ดีตามหลักสวัสดิการสังคม คือ ภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากประชาชนน้อยที่สุดเพื่อนำไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยรัฐบาลต้องเปรียบเทียบกันระหว่างภาระภาษีกับผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับกลับคืนมาจากการเสียภาษี ผลกระทบสูญเสียจากการจัดเก็บภาษี (Deadweight Loss) หรือภาระภาษีส่วนเกินให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีภาระภาษีส่วนเกิน (Excess Burden)

92. ใครเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
(1) บุคคลธรรมดาที่ค้าขายสินค้าเป็นอาชีพ มียอดขายเกินกว่า 150,000 บาทต่อเดือน
(2) นิติบุคคลผู้ขายสินค้าเป็นอาชีพ มียอดขายเกินกว่า 100,000 บาทต่อเดือน
(3) บุคคลธรรมดาให้บริการเป็นอาชีพ มีรายได้เกินกว่า 80,000 บาทต่อเดือน
(4) นิติบุคคลผู้ให้บริการเป็นอาชีพ มีรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อเดือน
(5) บุคคลธรรมดาที่ค้าขายสินค้าเป็นอาชีพ และมีรายได้จากการขายสินค้าเกินกว่า 150,000 บาทต่อเดือน
ตอบ 1 หน้า 36 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ขายสินค้าหรือบริการเป็นอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคล ซึ่งมีรายได้หรือมียอดขายเกินกว่า 1,800,000 บาทต่อปี (150,000 บาทต่อเดือน) โดยต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน และคำนวณภาษีที่ต้องเสียจากยอดขายหักด้วยภาษีซื้อ และต้องชำระภาษีเป็นรายเดือน โดยยื่นแบบแสดงรายการภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

93. ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าและบริการที่มีลักษณะอย่างไร
(1) ขัดต่อศีลธรรมอันดี
(2) มีความฟุ่มเฟือย
(3) เกิดผลเสียต่อสุขภาพ
(4) ทั้งข้อ 1 และ 3
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 38, (คำบรรยาย) ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าและบริการซึ่งมีเหตุผลสมควรที่จะต้องรับภาระภาษีสูงกว่าปกติ เช่น บริโภคแล้วก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม มีลักษณะเป็นสินค้าและบริการที่ฟุ่มเฟือย หรือได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากกิจการของรัฐ ดังนั้นการจัดเก็บภาษีจึงไม่เป็นกลางตามหลักการภาษีที่ดี ทั้งนี้เพราะกิจการของรัฐจัดเก็บภาษีเพื่อต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน หรือจำกัดการบริโภคของประชาชนในสินค้าบางประเภท เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดื่ม (เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้) รถยนต์ รถจักรยานยนต์ (รถมอเตอร์ไซค์) น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน น้ำหอม หัวน้ำหอม แอลกอฮอล์ สนามกอล์ฟ สนามแข่งม้า ไนท์คลับ ดิสโก้เธค อาบ อบ นวด และโทรศัพท์ เป็นต้น

94. หากนักศึกษาเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และมีสิ่งของที่ต้องสำแดงแก่ศุลกากร นักศึกษาต้องเลือกเดินเข้าประเทศผ่านช่องทางใด
(1) Red Line
(2) Blue Line
(3) Pink Line
(4) Green Line
(5) Black Line
ตอบ 1 (คำบรรยาย) กรณีนักศึกษาเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
1. หากมีสิ่งของที่ต้องสำแดงแก่ศุลกากร ให้เดินเข้าประเทศผ่านช่อง Red Line
2. หากไม่มีสิ่งของที่ต้องสำแดงแก่ศุลกากร ให้เดินเข้าประเทศผ่านช่อง Green Line

95. ข้อใดไม่ใช่เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามประมวลรัษฎากร
(1) เงินเดือน
(2) เงินบำนาญ
(3) เงินค่าจ้าง
(4) เบี้ยประชุม
(5) เงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับจากนายจ้าง
ตอบ 4 หน้า 31 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ตามประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ดังนี้
1. เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ
2. เงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับจากนายจ้าง
3. เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านซึ่งนายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า ฯลฯ

96. เงินได้พึงประเมินหมายถึงเงินได้ของบุคคลที่เกิดขึ้นในระยะเวลาใด
(1) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม
(2) ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 มีนาคม
(3) ระหว่างวันที่ 14 เมษายน – 31 ธันวาคม
(4) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 พฤษภาคม
(5) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 กันยายน
ตอบ 1 หน้า 31, (คำบรรยาย) เงินได้พึงประเมิน หมายถึง เงินได้ของบุคคลใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคมของปีใด ๆ หรือเงินได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษี (ปีปฏิทิน) ได้แก่
1. เงิน
2. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน
3. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน
4. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้
5. เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

97. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีรอบการชำระภาษีอย่างไร
(1) รายวัน
(2) รายเดือน
(3) รายสัปดาห์
(4) รายปี
(5) รายไตรมาส
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

98. ใครเป็นผู้แบกรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่แท้จริง
(1) ผู้ผลิตสินค้า
(2) ผู้ขายสินค้า
(3) ผู้บริโภคสินค้า
(4) ผู้ขนส่งสินค้า
(5) ผู้จัดจำหน่ายสินค้า
ตอบ 3 หน้า 19, (คำบรรยาย) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) จัดเป็นภาษีสรรพากรและเป็นภาษีทางอ้อมที่ผู้ขายสินค้าหรือบริการสามารถผลักภาระภาษีไปให้ผู้บริโภคได้โดยการบวกเพิ่มเข้าไปในสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ซึ่งผู้แบกรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่แท้จริงคือผู้บริโภคสินค้าหรือบริการนั้นเอง ซึ่งในปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7%

99. พลเมืองมีสิทธิปฏิเสธการทำงานของรัฐบาลได้หลายวิธี ยกเว้นข้อใด
(1) การไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
(2) การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
(3) การเดินขบวนประท้วง
(4) การไม่จ่ายภาษีให้รัฐบาล
(5) การทำอารยะขัดขืน
ตอบ 2 หน้า 28 ในทางรัฐศาสตร์ รัฐบาลและพลเมืองจะต้องมีจริยธรรมด้วยกันทั้งคู่ซึ่งจะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น หากรัฐบาลไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพลเมืองโดยส่วนรวม พลเมืองย่อมมีสิทธิปฏิเสธการทำงานของรัฐบาล ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การไม่จ่ายภาษีให้รัฐบาล การเดินขบวนประท้วง การทำอารยะขัดขืน เป็นต้น

100. กลไกตลาดภาครัฐคืออะไร
(1) กลไกการทำงานระหว่างภาครัฐกับประชาชน
(2) กลไกความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับประชาชน
(3) กลไกการบริหารจัดการระหว่างภาครัฐกับประชาชน
(4) กลไกการประสานงานระหว่างภาครัฐกับประชาชน
(5) กลไกการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างภาครัฐกับประชาชน
ตอบ 5 หน้า 21, (คำบรรยาย) กลไกตลาดภาครัฐ คือ กลไกการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่าง “ภาครัฐ” (รัฐบาล) ในฐานะผู้ประกอบการ ผู้ผลิต หรือผู้ขายกับ “ประชาชน” ในฐานะผู้บริโภค ผู้ซื้อ หรือผู้รับบริการ

 

POL2100 การปกครองเปรียบเทียบ s/2566

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2566
ข้อสอบกระบวนวิชา POL2100 การปกครองเปรียบเทียบ

คำชี้แจง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. ประเทศใดจัดอยู่ในประเทศกลุ่มโลกที่สอง
(1) สหรัฐอเมริกา
(2) ไทย
(3) อังกฤษ
(4) คิวบา
(5) เกาหลีใต้
ตอบ 4 หน้า 8 – 9, (คำบรรยาย) กลุ่มโลกที่ 2 (Second World) หมายถึง กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มประเทศในช่วงสงครามเย็น ได้แก่ สหภาพโซเวียต (รัสเซีย) จีน เวียดนาม ลาว คิวบา และเกาหลีเหนือ

2. Aristotle ระบุว่า การปกครองที่เลวที่ปกครองโดยประชาชนส่วนมาก เรียกว่า
(1) Tyranny
(2) Oligarchy
(3) Aristocracy
(4) Polity
(5) Democracy
ตอบ 5 หน้า 14, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เห็นว่า ประชาธิปไตย (Democracy) คือ การปกครองของคนหมู่ใหญ่ที่เป็นไปเพื่อกำหนดความต้องการเพื่อให้คนกลุ่มเล็กดำเนินการปกครอง ซึ่งผู้ปกครองคือประชาชนส่วนมาก ปกครองเพื่อประโยชน์ของตนเอง และถือว่าเป็นระบบการปกครองที่เลวที่สุดในทัศนะของอริสโตเติล

3. Aristotle ระบุว่า การปกครองที่ดีที่ปกครองโดยคณะบุคคล เรียกว่า
(1) Tyranny
(2) Oligarchy
(3) Aristocracy
(4) Polity
(5) Democracy
ตอบ 3 หน้า 14, (คำบรรยาย) Aristotle เห็นว่า อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คือ การปกครองที่ดีที่ปกครองโดยคณะบุคคล นั่นคือ ระบบการปกครองโดยกลุ่มคนจำนวนน้อยที่มีคุณภาพในด้านการศึกษาและมีฐานะทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

4. ข้อใดกล่าวถูกต้องในกรณีของการปกครองในระบอบรัฐสภา
(1) ประมุขของรัฐและประมุขฝ่ายบริหารเป็นคนเดียวกัน
(2) มีลักษณะแยกอำนาจที่เรียกว่า Separation of Power
(3) มีการเลือกฝ่ายบริหารจากสมาชิกรัฐสภา
(4) อำนาจในการปกครองอยู่ที่ประมุขของรัฐ
(5) ฝ่ายนิติบัญญัติมีเสียงข้างมากในรัฐสภา
ตอบ 3 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 33 – 34), (คำบรรยาย) หลักการสำคัญของการปกครองแบบระบบรัฐสภา (Parliamentary System) ได้แก่ ประชาชนจะเป็นผู้เลือกสมาชิกรัฐสภาโดยตรง, มีการเลือกฝ่ายบริหารจากสมาชิกรัฐสภา, ฝ่ายบริหารมีมติเสียงข้างมากในรัฐสภา, ตำแหน่งประมุขของรัฐและประมุขฝ่ายบริหารเป็นคนละคน และอำนาจในการปกครองอยู่ที่ประมุขของฝ่ายบริหาร, การใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารมีลักษณะความสัมพันธ์ทางอำนาจที่เรียกว่า “การเชื่อมโยงอำนาจ” (Fusion of Power) เป็นต้น

5. ความผิดเกี่ยวกับชาติหรือเอกภาพของชาติ เกิดขึ้นครั้งแรกจากผู้ปกครองคนใด
(1) มุสโสลินี
(2) นโปเลียน โบนาปาร์ต
(3) มาเคียเวลลี
(4) มาซซินี
(5) เมทเทอร์นิช
ตอบ 2 หน้า 132 – 134, (คำบรรยาย) เมื่อนโปเลียน โบนาปาร์ต ขึ้นครองราชย์ในฝรั่งเศสได้ขยายอำนาจเข้าปกครองอิตาลี และเมื่อสิ้นสุดการเป็นจักรพรรดิก็ได้ประกาศตนเป็นพระเจ้าแผ่นดินของอิตาลีด้วย พร้อมกับส่งพระญาติในราชวงศ์ของตนเข้ามาเป็นผู้ปกครอง ซึ่งการจัดระบบการปกครองของฝรั่งเศสช่วงที่เข้ายึดอิตาลีนั้นเป็นระบบเดียวกัน ทำให้ความคิดชาตินิยมเกี่ยวกับเรื่องเอกภาพของชาติในอิตาลีเริ่มเกิดขึ้นจากการปกครองโดยชาวต่างชาติ หรือจากการเข้าครองอำนาจของฝรั่งเศสนั่นเอง

6. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายที่เด่นชัดที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญอิตาลี
(1) การรวมศูนย์อำนาจที่รัฐบาลกลาง
(2) การกระจายอำนาจ
(3) การขจัดปัญหาจังหวัดคอร์ซิกา
(4) ข้อ 1 และ 3
(5) ข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 หน้า 140 – 141 รัฐธรรมนูญอิตาลีมีเป้าหมายที่เด่นชัดในด้านโครงสร้างของระบบการปกครองดังนี้ 1. เป็นระบบการแบ่งแยกอำนาจเด็ดขาดระหว่างองค์กรทั้ง 3 ฝ่าย คือ รัฐสภา รัฐบาล และตุลาการ 2. เป็นการกระจายอำนาจแห่งรัฐออกจากส่วนกลาง คือ มีการกระจายอำนาจในการปกครองไปยังท้องถิ่น และส่งเสริมให้เศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตรวจสอบอำนาจเด็ดขาดโดยไม่สามารถจะควบคุมผู้ใดได้อีก

7. ผู้ก่อตั้งพรรค Fascist ในอิตาลี คือใคร
(1) Mazzini
(2) Mussolini
(3) Cavour
(4) Petacc
(5) Garibaldi
ตอบ 2 หน้า 136, (คำบรรยาย) ในปี ค.ศ. 1919 เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ได้จัดตั้งกลุ่มทหารผ่านศึกกลุ่มหนึ่งใช้ชื่อว่า Fasci Italiani di Combattimento และในปี ค.ศ. 1921 ก็ได้จัดตั้งเป็นพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) แห่งชาติ และมีสมาชิกได้รับเลือกเข้าไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการเมืองอิตาลีรวมทั้งพระเจ้าแผ่นดินอิตาลีขณะนั้นได้จัดตั้งให้พรรค Fascist เข้ามาแก้ไขความขัดแย้งจึงได้ตกลงเจรจาให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลใหม่

8. อิตาลีเข้าสู่ยุคการเมืองการปกครองในรัฐใด
(1) 1922
(2) 1945
(3) 1946
(4) 1947
(5) 1948
ตอบ 3 หน้า 137, (คำบรรยาย) อิตาลีได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบสาธารณรัฐประชาชนธิปไตยโดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 และได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 ซึ่งยังคงใช้งานต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

9. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการปกครองภายใต้พรรค Fascist
(1) สภาพการณ์รวมศูนย์ถูกยกเลิก
(2) ผู้นำสูงสุดโดยเด็ดขาดโดยไม่มีใครโต้แย้ง
(3) แรงงานเข้ามามีส่วนร่วมในระบบ Corporate State
(4) มีพรรคการเมืองพรรคเดียว
(5) ยึดทุกข้อ
ตอบ 2 หน้า 136 – 137, (คำบรรยาย) ในปี ค.ศ. 1924 – 1943 อิตาลีตกอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเผด็จการภายใต้พรรค Fascist โดยมุสโสลินี ซึ่งการปกครองภายใต้พรรค Fascist มีลักษณะดังนี้ 1. มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Fascist 2. สภาพแรงงานต่าง ๆ ถูกยกเลิก 3. มีการสร้างระบบ Corporate State คือ ดึงฝ่ายนายจ้างและฝ่ายนายทุนเข้ามาร่วมมืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน 4. อำนาจการบริหารทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้นำที่เรียกว่า Duce (ดูเช่)

10. อินเดียมีวิวัฒนาการของการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตก โดยได้รับอิทธิพลมาจาก
(1) สเปน
(2) โปรตุเกส
(3) ฝรั่งเศส
(4) อังกฤษ
(5) เนเธอร์แลนด์
ตอบ 4 หน้า 277 – 278, (คำบรรยาย) อังกฤษมีอิทธิพลต่อการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตกของอินเดีย และยังมีอิทธิพลต่ออินเดียในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ทางด้านการปกครอง ได้แก่ ความเป็นเอกภาพ (Unity) และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของส่วนต่าง ๆ ของอินเดีย
2. ทางด้านการศึกษา ได้แก่ การมีรัฐธรรมนูญเป็นภาษาและให้มีการศึกษาภาคบังคับ
3. ทางด้านสังคม ได้แก่ การลดความสำคัญของระบบวรรณะ และเน้นความเสมอภาคมากขึ้น
4. ทางด้านระบบราชการ ได้แก่ การจัดระบบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเสมือน “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ฯลฯ

11. อินเดียมีการจัดลำดับชั้นชนชั้นผ่านทางศาสนาพราหมณ์ โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็นวรรณะ ซึ่งมีทั้งหมด
(1) 1 วรรณะ
(2) 2 วรรณะ
(3) 3 วรรณะ
(4) 4 วรรณะ
(5) มากกว่า 5 วรรณะขึ้นไป
ตอบ 3 หน้า 274, (คำบรรยาย) อินเดียมีการจัดลำดับชนชั้นผ่านทางศาสนาพราหมณ์ โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ ซึ่งเรียงลำดับจากสูงไปต่ำได้ดังนี้
1. พราหมณ์ 2. กษัตริย์ 3. แพศย์/ไวศยะ 4. ศูทร

12. ศาสนาที่ผู้คนอินเดียนับถือมากที่สุด
(1) ศาสนาอิสลาม
(2) ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
(3) ศาสนาคริสต์
(4) ศาสนาพุทธ
(5) ศาสนาเชน
ตอบ 2 หน้า 274, (คำบรรยาย) ศาสนาที่คนอินเดียนับถือมากที่สุด คือ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ร้อยละ 80) รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม (ร้อยละ 14) ศาสนาคริสต์ (ร้อยละ 2.4) ศาสนาซิกข์ (ร้อยละ 2) และศาสนาพุทธ ตามลำดับ

13. จุดแข็งที่เรียกกันว่า “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ของประเทศอินเดียคือ
(1) ระบบการเมือง
(2) ระบบเศรษฐกิจ
(3) ระบบสังคม
(4) ระบบข้าราชการพลเรือน
(5) ระบบวรรณะ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ

14. ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่สามมีผลกระทบต่ออังกฤษมาก เกิดจากการใช้เทคนิควิธีต่อสู้ที่เรียกกันว่า
(1) สัตยาเคราะห์
(2) การก่อการร้ายอย่างรุนแรง
(3) การก่อการร้ายกึ่งสงคราม
(4) การเจรจาต่อรอง
(5) การใช้การฑูต
ตอบ 1 หน้า 280 ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่ 3 เป็นการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดีย โดยใช้วิธี “สัตยาเคราะห์” หรือสัตยาคฤห์ (Satyagraha) ของมหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นวิธีการต่อสู้แบบอหิงสา (Ahimsa) หรือไม่ใช้กำลังรุนแรงในการต่อสู้ ซึ่งวิธีนี้ได้ผลกระทบต่ออังกฤษเป็นอย่างมาก ทำให้ทั้งอังกฤษต้องคืนอิสรภาพให้แก่อินเดียในปี ค.ศ. 1947

15. ปัจจุบันอินเดียใช้ระบอบการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) เผด็จการ
(4) คอมมิวนิสต์
(5) ประชาธิปไตยครึ่งใบ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีต้นแบบมาจากการปกครองของประเทศอังกฤษ
2. ตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) แยกออกจากกัน โดยประมุขแห่งรัฐเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี ส่วนประมุขฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี
3. ตัวอย่างประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปัจจุบัน เช่น อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ

16. นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษที่มีบทบาทในการเป็นเอกราชของอินเดียคือ
(1) Wavell
(2) Churchill
(3) Attlee
(4) Mountbatten
(5) Shivaji
ตอบ 3 หน้า 285 เคลมองต์ แอตต์ลี (Clement Attlee) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1947

17. ลักษณะของการเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) ของอินเดียคือ
(1) รัฐกับศาสนาแยกออกจากกัน
(2) รัฐกับศาสนาต้องไปด้วยกัน
(3) รัฐปกครองต้องยึดศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด
(4) ผู้ปกครองต้องไม่เคารพปฏิบัติตามศาสนาอย่างเคร่งครัดมากขึ้น
(5) ศาสนาต้องเป็นหลักในการบริหารประเทศ
ตอบ 1 หน้า 288, 295, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้อินเดียมีลักษณะเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) คือ ไม่มีการกำหนดศาสนาประจำชาติ โดยรัฐจะต้องเป็นกลางในเรื่องศาสนาและประชาชนต้องมีสิทธิในการปฏิบัติตามความเชื่อของตน หรือเลิกศรัทธาก็คือรัฐกับศาสนาต้องแยกออกจากกันนั่นเอง

18. Civil Disobedience หมายถึง
(1) ประชาสังคม
(2) ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
(3) การไม่เชื่อฟังหรือแบบสันติภาพ
(4) การท้าทายรัฐประหาร
(5) การสร้างขบวนการมวลชน
ตอบ 3 หน้า 283 อารยะขัดขืน (Civil Disobedience) หมายถึง การไม่เชื่อฟังแบบสันติหรือแบบสุภาพ

19. รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดให้ผู้ใดต่อไปนี้เป็นประมุขแห่งรัฐ
(1) พระมหากษัตริย์
(2) ประธานาธิบดี
(3) นายกรัฐมนตรี
(4) มหาตมะ คานธี
(5) เยาวราช เนห์รู
ตอบ 2 หน้า 288, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ประธานาธิบดี (President) เป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) โดยประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นางเทราปที มุรมู (Droupadi Murmu) ซึ่งมาจากชนเผ่าชายขอบ ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ซึ่งมาจากการสรรหา

20. ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี 1946 – 1949 คือ
(1) มหาตมะ คานธี
(2) เนห์รู
(3) อินทิรา คานธี
(4) ดร.เอมเบดการ์
(5) ดิลิก
ตอบ 4 หน้า 290 ดร.เอมเบดการ์ (Dr. B.R. Ambedkar) ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี ค.ศ. 1946 – 1949 ซึ่งเป็นผู้มีลำดับชั้นอยู่ในวรรณะต่ำสุดของอินเดีย คือ วรรณะจัณฑาล (Untouchable)

21. วัตถุประสงค์ที่สำคัญอันดับหนึ่งของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดียคือ
(1) เพื่อให้มีความยุติธรรมในทุกด้าน
(2) เพื่อเห็นแก่รากฐาน
(3) เพื่อเป็นเสรีภาพในหมู่ประชาชน
(4) เพื่อเป็นภราดรภาพ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 290, (คำบรรยาย) วัตถุประสงค์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย มีดังนี้
1. เพื่อให้ความยุติธรรมในทุกด้านทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
2. เพื่อเป็นเสรีภาพในหมู่ประชาชนในการคิด การแสดงออกต่าง ๆ ความเชื่อ วรรณะ และศาสนา
3. เพื่อให้มีการส่งเสริมสถานภาพและโอกาสของประชาชน
4. เพื่อให้มีภราดรภาพโดยเน้นศักดิ์ศรีแห่งปัจเจกชนและเอกภาพของชาติ

22. รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดไว้ว่า ประธานาธิบดีอินเดียจะมีวาระ
(1) 1 ปี
(2) 2 ปี
(3) 3 ปี
(4) 4 ปี
(5) 5 ปี
ตอบ 5 หน้า 296, 300 – 302 ประธานาธิบดีอินเดียได้รับการเลือกตั้งทางอ้อมจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งประกอบด้วย 1. ผู้แทนจากทั้งสองสภา คือ สภาล่างหรือโลกสภา (Lok Sabha) และสภาสูงหรือราชยสภา (Rajya Sabha) 2. ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ (State Legislative Assemblies) โดยประธานาธิบดีจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวาระที่สองได้

23. ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศอินเดียคือผู้ใด
(1) ราม นาถ โกวินท์
(2) ราเชนทระ ประสาท
(3) นเรนทรา โมดี
(4) เทราปที มุรมู
(5) เยาวราช เนห์รู
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 19. ประกอบ

24. นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ ข้อใดที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน
(1) การปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นขึ้น
(2) การเห็นนโยบายทางเศรษฐกิจในการรวมกลุ่ม
(3) การยืนหยัดในอุดมการณ์สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(4) การจัดตั้งองค์กรสนธิสัญญาวอร์ซอ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (คำบรรยาย) นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) ที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน มีดังนี้
1. การพยายามที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของสหภาพโซเวียตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าในยุคของสตาลิน
2. การส่งเสริมให้ผู้นำคอมมิวนิสต์หัวก้าวหน้าเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองในกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกนอกเหนือกลุ่มสตาลินหัวรุนแรงซึ่งครองอำนาจอยู่ในยุคก่อนหน้านี้

25. นโยบายสำคัญของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ที่ส่งผลต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียตคือ
(1) นโยบายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
(2) นโยบาย “ตามให้ทันและแซงหน้าชาติตะวันตก”
(3) กลาสนอสต์-เปเรสตรอยก้า
(4) นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดยใช้ระบอบทุนนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 192 – 193, (คำบรรยาย) มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ประกาศใช้นโยบายปฏิรูปประเทศ คือ “นโยบายเปิด-ปรับ” หรือกลาสนอสต์ (Glasnost) และเปเรสตรอยก้า (Perestroika) แต่ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงเป็นเหตุทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991

26. ความขัดแย้งที่สำคัญที่สุดระหว่างสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็นคือเรื่องอะไร
(1) ความขัดแย้งในการสำรวจอวกาศ
(2) ความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์
(3) ความขัดแย้งในการทดลองอาวุธนิวเคลียร์
(4) ความขัดแย้งเรื่องสิทธิมนุษยชน
(5) ความขัดแย้งในสงครามเกาหลี
ตอบ 2 (คำบรรยาย) สงครามเย็น (Cold War) เป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ 2 ระบอบ คือ เสรีนิยมประชาธิปไตยซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ โดยความขัดแย้งดังกล่าวนี้ได้นำไปสู่การใช้กำลังทหารปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่แบ่งออกเป็น 2 ค่ายตามระบอบการเมืองของทั้งสองระบอบดังกล่าว

27. ประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธ์รัฐรัสเซียคือใคร
(1) นายโจเซฟ สตาลิน
(2) นายวลาดิเมียร์ ปูติน
(3) นายนิกิตา ครุสชอฟ
(4) นายบอริส เยลต์ซิน
(5) นายดมิทรี เมดเวเดฟ
ตอบ 4 หน้า 191, 193, (คำบรรยาย) ระบบการปกครอง (System of Government) ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนมาใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีที่เรียกว่า รัฐสภา (Presidentialism System) และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย คือ นายบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin)

28. สหพันธ์รัฐรัสเซียใช้รูปแบบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(3) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีตามรูปแบบของสหรัฐอเมริกา
(4) สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(5) รัฐสวัสดิการ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 27. ประกอบ

29. ตำแหน่งสำคัญทางการบริหารของสหพันธรัฐรัสเซียที่รองลงมาจากประธานาธิบดีคือตำแหน่งใด
(1) ประธานรัฐสภา
(2) รองประธานาธิบดี
(3) ประธานศาลสูง
(4) นายกรัฐมนตรี
(5) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์
ตอบ 4 หน้า 194, (คำบรรยาย) ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ค.ศ. 1993 นั้น ไม่มีตำแหน่งรองประธานาธิบดี ดังนั้นผู้ที่มีความสำคัญรองลงมาจากประธานาธิบดีก็คือ “นายกรัฐมนตรี” (Prime Minister/Chairman of the Government)

30. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย
(1) การปกครองของรัสเซียเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1922
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(3) หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้รองประธานาธิบดีปฏิบัติหน้าที่แทน
(4) ประธานาธิบดีมีหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 193 – 194, (คำบรรยาย) การปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย มีลักษณะดังนี้
1. การปกครองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1993
2. ประธานาธิบดีมีบทบาทในด้านการบริหารโดยเฉพาะทางด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
3. นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการบริหารประเทศโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
4. ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
5. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาดูมา (State Duma)
6. หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทน ฯลฯ

31. รัสเซียในปัจจุบันใช้ระบอบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(4) เผด็จการระบอบปูติน
(5) คอมมิวนิสต์
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 27. ประกอบ

32. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญของวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นไปในลักษณะใด
(1) ประชาธิปไตยและนโยบายควบคุมตลาดโดยรัฐ
(2) ประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
(3) ประชาธิปไตยโดยที่เน้นรัฐสวัสดิการ
(4) ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์นิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) มีนโยบายที่สำคัญดังนี้
1. นโยบายทางการเมือง คือ การส่งเสริมเชิดชูแนวทางประชาธิปไตย
2. นโยบายทางเศรษฐกิจ คือ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด

33. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบัน
(1) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายวลาดิเมียร์ ปูติน
(2) รัฐสภาประกอบด้วยสภาสหพันธรัฐและสภาดูมา ต่างมาจากการเลือกตั้งโดยตรง
(3) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งและยังครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 194, (คำบรรยาย) การเมืองการปกครองของรัสเซียปัจจุบัน มีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายมิคาอิล มิชูสติน (Mikhail Mishustin)
2. รัฐสภา ประกอบด้วย สภาสหพันธรัฐ (The Council of the Federation) มาจากการแต่งตั้ง และสภาดูมา (State Duma) มาจากการเลือกตั้ง
3. พรรค United Russia ของนายปูตินยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
4. ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
5. ประธานาธิบดีมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

34. ประเทศใดที่ไม่ใช่สมาชิก ASEAN
(1) อินโดนีเซีย
(2) มาเลเซีย
(3) สิงคโปร์
(4) ติมอร์-เลสเต
(5) บรูไน
ตอบ 1 (คำบรรยาย) อาเซียน (ASEAN) ประกอบด้วยประเทศสมาชิกจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน

35. พรรคการเมืองของอินโดนีเซียที่พรรคประชาธิปไตย Suharto เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นฐานอำนาจทางการเมือง
(1) Indonesia National Party
(2) Democratic Renewal Party
(3) Golkar Party
(4) Indonesia Democratic National Party–Struggle
(5) New Indonesia Party of Struggle
ตอบ 3 หน้า 249, (คำบรรยาย) พรรคประชาธิปไตยซูฮาร์โต (Suharto) เป็นผู้ก่อตั้งพรรคโกลคาร์ (Golkar Party) ขึ้นมาเพื่อเป็นฐานอำนาจทางการเมืองของฝ่ายทหารโดยตรง ซึ่งในนามของกลุ่มการเมืองใหม่ที่เรียกกันกลางกลาง เรียกว่า เซกเบอร์ โกลคาร์ (Sekber Golkar) ซึ่งกลุ่มดังกล่าวได้เข้าร่วมการเลือกตั้งทุกครั้งและสามารถครองเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศได้ตลอดมานับแต่การเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1971 เป็นต้นมา

36. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
(1) เมอร์เดกาเป็นประเทศแยกตัวออกจากอินโดนีเซีย
(2) อินโดนีเซียเป็นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(3) เมียนมาเป็นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(4) ลาวเป็นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
(5) ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้รับเอกราชจากอเมริกา
ตอบ 2 หน้า 241 – 242, (คำบรรยาย) อินโดนีเซีย หรือสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เคยตกเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ แต่ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย คือ นายโจโก วิโดโด และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2018

37. ปัจจุบันอินโดนีเซียใช้ระบอบการปกครองรูปแบบใด
(1) สังคมนิยม
(2) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(3) เผด็จการทหาร
(4) ประชาธิปไตยแบบกึ่งรัฐสภา
(5) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ

38. นายกรัฐมนตรีกัมพูชาปัจจุบันคือบุคคลใด
(1) สม รังสี
(2) ฮุน มาเนต
(3) เตีย บัญ
(4) ฮุน เซน
(5) ฮอ นัมฮง
ตอบ 2 (คำบรรยาย) นายกรัฐมนตรีกัมพูชาปัจจุบัน คือ ฮุน มาเนต (พลเอกฮุน มาเนต หรือ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต) จากพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party : CPP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่คุมอำนาจเด็ดขาดและครองอำนาจการปกครองกัมพูชามาอย่างยาวนาน โดยดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ต่อจากฮุน เซน (สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน) บิดาของเขา

39. นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า” เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนายกรัฐมนตรีของไทยคนใด
(1) พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
(2) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
(3) พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
(4) พลเอกสุจินดา คราประยูร
(5) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) ในยุคที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศกับประเทศในกลุ่มอินโดจีน โดยการ “เปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในกัมพูชา สร้างเสริมโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกันกับประเทศในกลุ่มอินโดจีน สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นในเวลาต่อมา

40. การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 เกิดขึ้นในประเทศใด
(1) ไทย
(2) กัมพูชา
(3) เมียนมา
(4) ลาว
(5) เวียดนาม
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา (พม่า) เมื่อ ออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ประธานาธิบดี วิน มินต์ และผู้นำคนอื่น ๆ ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ถูกทหารเข้าควบคุมตัว ต่อมากองทัพเมียนมาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้อำนาจอย่างเด็ดขาดทั้งหมดไปที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

41. ประชาธิปไตยชี้นำ (Guided Democracy) ในอินโดนีเซียเกิดขึ้นในยุคประธานาธิบดีคนใด
(1) Suharto
(2) Sukarno
(3) Nasution
(4) Hatta
(5) Habibie
ตอบ 2 หน้า 241, 243, (คำบรรยาย) ในระหว่างปี ค.ศ. 1959 – 1965 อินโดนีเซียได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยชี้นำ (Guided Democracy) ของประธานาธิบดีซูการ์โน (Sukarno) ซึ่งอ้างว่ามีพื้นฐานมาจากการปรึกษาหารือกันของอินโดนีเซียโดยเน้นที่การปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เพื่อรวบรวมความเห็นชอบร่วมกันเป็นเอกฉันท์ แต่ในทางปฏิบัติแล้วประชาธิปไตยชี้นำแบบนี้มีการอ้างว่าเป็นการปกครองแบบเผด็จการพลเรือนหรือเผด็จการโดยตัวบุคคล ซึ่งก็คือ ประธานาธิบดีซูการ์โนผู้ซึ่งมีอำนาจสูงสุดนั่นเอง

42. อิตาลีปัจจุบันปกครองในระบอบการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(4) คอมมิวนิสต์
(5) ฟาสซิสต์
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

43. ข้อใดไม่ใช่ผลจากการประชุม “Constitutional Convention”
(1) การเกิดรัฐธรรมนูญของประเทศ
(2) การปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐ
(3) การปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐ
(4) อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
(5) การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 57 – 62) การประชุมที่เรียกว่า “Constitutional Convention” ในปี ค.ศ. 1787 ได้มีมติว่าควรยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่าทิ้งไป และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของสหรัฐอเมริกา ดังนี้
1. การเกิดรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา
2. การเกิดการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐหรือสหพันธรัฐ
3. อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
4. การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
5. หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) และหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ฯลฯ

44. เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รูปแบบใด
(1) สมาพันธรัฐ
(2) รัฐอาณานิคม
(3) รัฐรวมศูนย์
(4) สหพันธรัฐ
(5) รัฐเดี่ยวที่แบ่งการกระจายอำนาจ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 23 – 25), (คำบรรยาย) เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รูปแบบของรัฐเป็น “สหพันธรัฐ” มากขึ้นเป็น “สาธารณรัฐ” โดยมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐ (Head of State) และประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government)
หมายเหตุ : รูปแบบของรัฐสหรัฐอเมริกามีได้ 2 แบบ คือ ถ้าหากใช้เกณฑ์เรื่องอำนาจ อธิปไตยจะเรียกว่า “สาธารณรัฐ” แต่ถ้าหากใช้เกณฑ์เรื่องอำนาจอธิปไตยจะเรียกว่า “สหพันธรัฐ”

45. พรรคการเมืองที่เริ่มก่อตั้งในเยอรมนีตะวันตกนานถึงสามสิบปี
(1) พรรคสังคมใหม่
(2) สังคมนิยม
(3) คริสเตียนเดโมแครต
(4) คอมมิวนิสต์
(5) เสรีนิยม
ตอบ 3 หน้า 176 -177, 184 – 185, (คำบรรยาย) พรรคคริสเตียนเดโมแครต (Christian Democratic Party) เป็นพรรคการเมืองที่เข้มแข็งและแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมในเยอรมนีตั้งแต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา มีบทบาททางการเมืองมานานถึง 30 กว่าปี โดยต่อมาพรรคนี้ได้ยุบตัวและแยกออกเป็น 2 พรรค คือ Popular Party และ Christian Democrater Center Party

46. ข้อใดถูกต้อง
(1) Federalist Papers เป็นเอกสารที่เน้นการปกครองแบบประชาธิปไตยทางตรง
(2) หลักการในการปกครองของสหรัฐอเมริกาคือหลักสิทธิมนุษยชน
(3) อำนาจของมลรัฐที่เท่าเทียมรัฐธรรมนูญ อำนาจที่นอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลกลาง
(4) การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นรูปแบบของสหพันธรัฐ
(5) การปกครองของสหรัฐอเมริกาให้ทุกคนเป็นผู้ปกครองอย่างเท่าเทียม
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 58 – 60) ข้อความที่ถูกต้อง มีดังนี้
1. Federalist Papers เป็นเอกสารที่กล่าวถึงการปกครองแบบประชาธิปไตยทางอ้อม หรือแบบตัวแทนหรือรูปแบบมหาชนรัฐ (Republic)
2. หลักการพื้นฐานในการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ หลักการสหพันธรัฐนิยม (Federalism)
3. อำนาจของรัฐบาลกลาง (Federal Government) สหรัฐอเมริกามีเท่าที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อำนาจที่นอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลมลรัฐ (State Government)
4. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเรียกรูปแบบของมหาชนรัฐ
5. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นการให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อให้ไปทำหน้าที่แทนตน เนื่องจากเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรเป็นจำนวนมาก

47. แนวคิดใดถูกใช้ในการจัดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันหลักทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) แนวคิดการหลอมรวมอำนาจ
(2) แนวคิดเรื่องการมอบหมายอำนาจ
(3) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกส่วนปกครอง
(4) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ
(5) แนวคิดสวัสดิการแห่งรัฐ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 61 – 62) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาใช้ในการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันหลักทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา โดยมีการแบ่งอำนาจในการปกครองประเทศออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative) อำนาจบริหาร (Executive) และอำนาจตุลาการ (Judicial) ควบคู่ไปกับหลักการคานอำนาจ (Balance of Power) ซึ่งใช้วิธีตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ระหว่างอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเท่า ๆ กัน

48. แนวคิดของนักปรัชญาคนใดถูกผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกานำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ
(1) เพลโต
(2) จอห์น ล็อค
(3) ฌอง ฌาคส์ รุสโซ
(4) อริสโตเติล
(5) โทมัส ฮอบส์
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 56) ภายหลังจากประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1776 แล้ว ผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาจึงนำแนวคิดจากทฤษฎีของจอห์น ล็อค (John Locke) มาพัฒนาไปใช้ให้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ โดยผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกลงร่วมกันที่จะสร้างประเทศขึ้นในรูปแบบ “สมาพันธรัฐ” โดยแต่ละรัฐจะอยู่ภายใต้ “กฎบัตรของสมาพันธรัฐ” (Article of Confederation) ค.ศ. 1781

49. ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ระบอบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) เสรีนิยม
(4) ประชาธิปไตยแบบทางตรง
(5) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
ตอบ 2 หน้า 108, (คำบรรยาย) ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี ซึ่งจะมีนายโจ ไบเดน (Joe Biden) เป็นประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2021

50. ผู้ใดคือประมุขแห่งรัฐของประเทศกัมพูชาปัจจุบัน
(1) พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
(2) เทีย บันห์
(3) สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน
(4) เฮง สัมริน
(5) พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) กัมพูชาหรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) ในยุคอาณานิคม กัมพูชาเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส และได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสตามสนธิสัญญาเจนีวาในปี ค.ศ. 1954 ปัจจุบันราชอาณาจักรกัมพูชาปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีพระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เป็นประมุขแห่งรัฐ

51. ขบวนการใดในกัมพูชาที่มุ่งเน้นในการสถาปนาการปกครองตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและซับซ้อน
(1) ฝ่ายทหารนิยมเวียดนาม
(2) ฝ่ายกษัตริย์นิยม
(3) ขบวนการชาตินิยม
(4) ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
(5) ขบวนการคอมมิวนิสต์สีเข้มแดง
ตอบ 5 หน้า 256 ในปี ค.ศ. 1975 ขบวนการคอมมิวนิสต์สีเข้มแดง ได้สถาปนาการปกครองประเทศไปตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและซับซ้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาที่สะสมและถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอดให้ดีขึ้น แต่วิธีการอันรุนแรงและซับซ้อนของขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดงได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ความทุกข์ทรมานและโศกนาฏกรรมแก่ประชาชนชาวกัมพูชาอย่างร้ายแรง

52. ผู้นำฝ่ายบริหารของอินโดนีเซียปัจจุบันคือ
(1) โจโก วิโดโด
(2) ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน
(3) เมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี
(4) ฮัมซะห์ ฮัซ
(5) บาคารุดดิน ยูซุฟ ฮาบีบี
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ

53. The State Law and Order Restoration Council : SLORC หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่ายึดสล๊อค เป็นรูปแบบการปกครองของประเทศใด
(1) ติมอร์ตะวันออก
(2) เมียนมา
(3) เวียดนาม
(4) กัมพูชา
(5) ลาว
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ในอดีตเมียนมา (พม่า) มีรูปแบบการปกครองเป็นแบบเผด็จการทหาร (Military Junta) ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council : SPDC) ซึ่งเป็นเครื่องมือการปกครองประเทศ โดยเดิมใช้ชื่อว่า “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” (The State Law and Order Restoration Council : SLORC) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ยึดสล๊อค”

54. ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยคือ
(1) คณะปฏิวัติ
(2) คณะปฏิรูป
(3) คณะรัฐประหาร
(4) คณะราษฎร
(5) คณะรัฐมนตรี
ตอบ 4 หน้า 261, (คำบรรยาย) “คณะราษฎร” ซึ่งประกอบไปด้วยทหารและพลเรือน โดยมีพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ผู้นำฝ่ายทหาร และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำฝ่ายพลเรือน พร้อมทั้งสมาชิกรวมจำนวนทั้งสิ้น 102 คน ได้ทำการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองจากรัชกาลที่ 7 และเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

55. ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2516
(2) พ.ศ. 2500
(3) พ.ศ. 2490
(4) พ.ศ. 2489
(5) พ.ศ. 2475
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 54. ประกอบ

56. การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 เป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลใด
(1) รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
(2) รัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูร
(3) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
(4) รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(5) รัฐบาลนายกรัฐมนตรีรักษาการ บุญทรง ไพรศาล
ตอบ 5 (คำบรรยาย) การรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการรัฐประหารรัฐบาลรักษาการของนายกรัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

57. ประเทศเวียดนามปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองรูปแบบใด
(1) คอมมิวนิสต์
(2) เผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ
(3) ประชาธิปไตย
(4) สังคมนิยม
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) เวียดนาม หรือชื่อทางการคือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้แก่ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด

58. ปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) เผด็จการพลเรือน
(3) เผด็จการทหาร
(4) กึ่งรัฐสภากึ่งประธานาธิบดี
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

59. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึง “Bill of Rights”
(1) ถูกบรรจุลงในรัฐธรรมนูญเพราะเป็นหลักการสำคัญที่สุด
(2) เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
(3) เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่ทำให้พรรคสหพันธรัฐนิยมยอมรับรัฐธรรมนูญ
(4) ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน
(5) ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 63 – 67) “Bill of Rights” หรือบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการปกครองของสหรัฐอเมริกามีดังนี้
1. เป็นบทบัญญัติที่เพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
2. เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคสหพันธรัฐนิยมขณะนั้นลงมติยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับครบถ้วน
3. ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ (ฉบับที่ 2)
4. ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน รวมถึงในเวลาสงครามด้วย (ฉบับที่ 3)
5. อำนาจใดที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบให้แก่สหรัฐอเมริกา หรือไม่ได้ห้ามให้มลรัฐใช้ อำนาจนั้นย่อมสงวนไว้แก่ประชาชน (ฉบับที่ 10) ฯลฯ

60. ประมุขแห่งรัฐของสหพันธ์รัฐรัสเซียปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งใดและผู้ใดเป็นประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล
(1) ประธานาธิบดี/นายกรัฐมนตรี
(2) ประธานาธิบดี/ประธานาธิบดี
(3) ประธานาธิบดี/นายกรัฐมนตรี
(4) พระมหากษัตริย์/นายกรัฐมนตรี
(5) กษัตริย์/นายกรัฐมนตรี
ตอบ 2 หน้า 193, 195, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของสหพันธ์รัฐรัสเซียกำหนดให้ประธานาธิบดีมีฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) เป็นผู้นำกองทัพ ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดยนายกรัฐมนตรีนั้นจะมีหน้าที่ในการบริหารประเทศ

61. ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงรูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(3) ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่ารัฐสภา
(4) รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งประธานาธิบดี
(5) ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีที่มาแยกจากกันชัดเจน
ตอบ 3 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 78 – 79), (คำบรรยาย) รูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกามีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจยุบสภา และสภาก็ไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีได้
2. ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีที่มาเหมือนกัน กล่าวคือ ทั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่ารัฐสภา ฯลฯ

62. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา
(1) สิทธิในการปลดแอกการจับกุม
(2) ความขัดแย้งทางด้านศาสนา
(3) การเลิกทาส
(4) สิทธิเลือกตั้งของสตรี
(5) วิกฤติเศรษฐกิจ
ตอบ 3 หน้า 96 – 97 สงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา (American Civil War, ค.ศ. 1861 – 1865) เป็นสงครามระหว่างกลุ่มรัฐทางเหนือ (The Union) กับกลุ่มรัฐทางใต้ (The Confederacy) ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการค้าทาส โดยรัฐทางใต้ต้องการใช้แรงงานทาสในไร่ฝ้าย ในขณะที่รัฐทางเหนือต้องการเลิกทาส โดยผลของสงครามกลางเมือง คือ รัฐทางใต้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อรัฐทางเหนือ และได้สร้างความเสียหายอย่างมาก

63. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการคานอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกมาจากรัฐสภา
(3) เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากในรัฐสภาจัดรัฐบาลแล้ว ผู้นำรัฐบาลต้องพ้นสภาพสมาชิกวุฒิสภา
(4) ประธานาธิบดีสามารถยับยั้งร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ออกโดยฝ่ายรัฐสภา
(5) รัฐสภามีอำนาจในการถอดถอนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 79 – 80) ระบบการคานอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริการะหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ มีดังนี้
1. ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกจากรัฐสภา
2. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการไม่ใช้เงินตามที่รัฐสภากำหนดให้ตามกฎหมายที่ออกมาโดยรัฐสภา (Impoundment)
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือข้าราชการส่วนกลาง โดยความเห็นชอบของวุฒิสภาด้วยเสียง 2 ใน 3 ฯลฯ

64. สิทธิของประธานาธิบดีที่เรียกว่า “Veto” หมายถึงอะไร
(1) การแต่งตั้งรองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี
(2) การยุบสภา
(3) การยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
(4) การแต่งตั้งโยกย้ายคณะรัฐมนตรี
(5) การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา
ตอบ 3 หน้า 111 – 112, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 72 – 73, 79), (ดูคำอธิบายข้อ 61. ประกอบ) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกามีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพบกและกองทัพเรือแห่งสหรัฐอเมริกา และของทหารกองหนุนจากมลรัฐต่าง ๆ
2. เป็นผู้บริหารสูงสุดหรือประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government) และเป็นประมุขของประเทศ (Head of State)
3. ยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา หรือที่เรียกว่า “Veto”
4. แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ทูตานุทูต กงสุล และผู้พิพากษาศาลฎีกาโดยคำแนะนำ และยินยอมของวุฒิสภา
5. แต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ที่ว่างลงในช่วงเวลาที่ไม่มีการประชุมวุฒิสภา ฯลฯ

65. ข้อใดไม่ใช่หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
(1) รัฐนิยม
(2) ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
(3) การจำกัดอำนาจของรัฐ
(4) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
(5) รัฐฆราวาส
ตอบ 1 (คำบรรยาย) หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกามีดังนี้
1. การจำกัดอำนาจของรัฐ
2. ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
3. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
4. ประชาชนมีสิทธิที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
5. เป็นรัฐฆราวาส หรือแยกรัฐกับศาสนาออกจากกันอย่างเด็ดขาด ฯลฯ

66. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา
(1) การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นระบบคะแนนเสียงสองขั้นตอน
(2) การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยตรงผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(3) การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(4) การเลือกตั้งสมาชิกสภารัฐสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(5) ข้อ 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 109 – 110, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 59, 70, 73) ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกามีลักษณะสำคัญดังนี้
1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภาจะทำประชาธิปไตยทางอ้อมหรือแบบตัวแทน คือ การให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อไปทำหน้าที่แทนตน
2. การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม (Indirect Election) โดยใช้ระบบการลงคะแนน 2 ขั้นตอน
3. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น

67. ข้อใดไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
(1) การยุบสภา
(2) การดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ
(3) เป็นประมุขของประเทศ
(4) ยับยั้งกฎหมาย
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 64. ประกอบ

68. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา
(1) ใช้ระบบ 2 สภา คือ The House และ The Senate
(2) สะท้อนหลักการพหุนิยม
(3) ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
(4) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
(5) มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี
ตอบ 5 หน้า 104, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 68 – 70), (คำบรรยาย) รัฐสภา หรือสภาคองเกรส (Congress) ของสหรัฐอเมริกามีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ใช้ระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎร (The House of Representatives) และสภาสูงหรือวุฒิสภา (The Senate) ซึ่งสภาทั้งสองส่วนนี้สะท้อนหลักการที่สำคัญคือหลักการพหุนิยม (Pluralism)
2. มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 3. มีอำนาจน้อยกว่าฝ่ายบริหาร
4. ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
5. ไม่มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี ประธานศาลฎีกา ฯลฯ

69. รัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกามีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วกี่ครั้ง
(1) 7 ครั้ง
(2) 10 ครั้ง
(3) 13 ครั้ง
(4) 20 ครั้ง
(5) 27 ครั้ง
ตอบ 5 หน้า 102, (คำบรรยาย) โครงสร้างรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยบทนำและ 7 มาตรา และต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในแต่ละยุคสมัยเพื่อความสอดคล้องและเหมาะสมต่อสภาพการณ์ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว 27 ครั้ง คือ
1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 – 10 เรียกว่า “Bill of Rights”
2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 11, 16, 18, 21 เรียกว่า “Governmental Authority”
3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13, 14, 15, 19, 23, 24, 26 เรียกว่า “Safeguards of Civil Rights”
4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 12, 17, 20, 22, 25, 27 เรียกว่า “Government Processes and Procedures”

70. ข้อใดคือนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจสำคัญของโจเซฟ สตาลิน
(1) นโยบายการปฏิวัติสากล
(2) นโยบายจักรวรรดินิยมรรัสเซียสากล
(3) การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐ พัฒนาอุตสาหกรรมหนัก
(4) นโยบายกลาสนอสต์-เปเรสตรอยก้า
(5) ข้อ 1 และ 4
ตอบ 3 (คำบรรยาย) องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลิน (ค.ศ. 1922 – 1952) ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจโลกทั้งในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคสงครามเย็น มีดังนี้
1. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (Five-Year Plans) คือ การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐซึ่งมีรากฐานสำคัญอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และการทำการเกษตรแบบคอมมูน
2. เสถียรภาพทางการเมืองภายใน มีการกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามเผด็จการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของสตาลิน

71. ข้อใดเป็นหลักการพื้นฐานที่เลนินนำมาใช้ในการจัดตั้งสหภาพโซเวียต
(1) จักรวรรดินิยมสากล
(2) คอมมิวนิสต์สากล
(3) ชาตินิยมสากล
(4) รัฐนิยมสากล
(5) เสรีนิยมสากล
ตอบ 2 หน้า 192, 202, (คำบรรยาย) การปกครองของรัสเซียในระหว่างปี ค.ศ. 1917 – 1922 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. เกิดการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1917 โดยกลุ่มบอลเชวิค (Bolsheviks) ซึ่งมีเลนินเป็นผู้นำในการอุดมการณ์ทางการเมืองแบบมาร์กซิสต์ (Marxist) ภายใต้การนำของเลนิน/เลนินนิสต์ โดยกลุ่มบอลเชวิค ได้ทำการโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟของจักรวรรดิรัสเซียเสีย คือ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบสังคมนิยม
2. เลนินนำหลักการคอมมิวนิสต์สากลมาใช้ในการจัดตั้งรัสเซียเป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (Union of Soviet Socialist Republics : USSR) หรือสหภาพโซเวียต (Soviet Union) ในปี ค.ศ. 1922 ฯลฯ

72. กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองใดและนำโดยผู้ใดในบทบาทสำคัญในปฏิวัติรัสเซียปี 1917
(1) กลุ่มเมนเชวิค/เลนิน
(2) กลุ่มบอลเชวิค/สตาลิน
(3) กลุ่มรัสเซียขาว/สตาลิน
(4) กลุ่มบอลเชวิค/เลนิน
(5) กลุ่มรัสเซียแดง/รัสปูติน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 71. ประกอบ

73. ความขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญที่สุดที่สตาลินแตกต่างจากเลนินคือเรื่องใด
(1) การนำลัทธิมากซิสม์-ลัทธิเลนินมาใช้
(2) คอมมิวนิสต์สากลและชาตินิยม
(3) อัปยศของรัสเซีย
(4) การให้ความสำคัญกับผู้นำในการปฏิวัติ
(5) การกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เลนิน (Lenin) สนับสนุนแนวคิดคอมมิวนิสต์สากล โดยต้องการให้สหภาพโซเวียตเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่อุดมการณ์ของตนไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก แต่โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ซึ่งเป็นผู้นำสำคัญอีกคนหนึ่งของพรรคบอลเชวิคมีความเห็นแย้งกับแนวทางการปฏิวัติสากลของเลนิน โดยสตาลินเห็นว่ารัฐบาลควรจะนำแนวความคิดชาตินิยมมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงแก่ประเทศเพื่อที่จะให้กระแสต่อต้านการปฏิวัติจากอำนาจทุนนิยมต่าง ๆ ในยุโรป

74. บุคคลใดไม่ได้เป็นนักคิดนักเขียนของอังกฤษ
(1) Hobbes
(2) Locke
(3) Hume
(4) Rousseau
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 53 นักคิดนักเขียนชาวอังกฤษที่มีอิทธิพลต่อความเข้าใจความคิดทางการเมืองและสังคมในอังกฤษ และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมากมาย เช่น Chaucer, Shakespeare, Milton, Shaw ตลอดจนนักปรัชญาที่สำคัญในแนวรัฐศาสตร์ เช่น Hobbes, Locke, Hume, Mill, Bentham, Russell เป็นต้น (ส่วน Rousseau นั้นเป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส)

75. พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในอังกฤษได้แก่อะไร
(1) Democrat, Republican
(2) Republican, Liberal
(3) Conservative, Democrat
(4) Labour, Republican
(5) Conservative, Labour
ตอบ 5 หน้า 64 พรรคการเมืองในอังกฤษ ประกอบด้วยพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ได้แก่ พรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) และพรรคแรงงาน (Labour Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีบทบาทและอิทธิพลในการปกครองมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก ได้แก่ Liberal Party, Green Party, Social Democratic Party, Communist Party เป็นต้น

76. สภาใดเป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ
(1) สภาสามัญ
(2) สภาขุนนาง
(3) สภาขุนนางระดับสมณศักดิ์
(4) สภาขุนนาง
(5) สภาองคมนตรี
ตอบ 4 หน้า 78 – 79, (คำบรรยาย) สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) เป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. เป็นศาลสูงสุดในการพิจารณาคดีแพ่งในราชอาณาจักร และคดีอาญาในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
2. กลั่นกรอง ตรวจสอบและแก้ไขร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาสามัญแล้ว ยกเว้นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินและการภาษี

77. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของรัฐธรรมนูญอังกฤษ
(1) กฎหมายจารีตประเพณี
(2) ขนบธรรมเนียมทางการเมือง
(3) การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ
(4) พระบรมราชโองการ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 57, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญแห่งอังกฤษมีลักษณะพิเศษกว่ารัฐธรรมนูญประเทศอื่น คือ ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนชาติอื่น แต่ความไม่เป็นรัฐธรรมนูญจะมาจาก
1. การประกาศกฎหมายฉบับต่างๆ
2. กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญ
3. ขนบธรรมเนียมหรือหลักปฏิบัติทางการเมือง
4. การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ 5. ข้อตกลงร่วมกันต่างๆ

78. หลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีในอังกฤษคือข้อใด
(1) หลักนิติธรรม
(2) หลักนิติรัฐ
(3) หลักการแบ่งแยกอำนาจ
(4) หลักสิทธิมนุษยชน
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 58, (คำบรรยาย) กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญ (Common Law) ในอังกฤษ เป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นจากคำพิพากษาและดุลยพินิจของศาล รวมถึงคำพิพากษาในคดีต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีคือ หลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งได้วางแนวทางของกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของปัจเจกชนและอำนาจรัฐ การตีความของศาลซึ่งถือว่าเป็นที่มาของกฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญนี้ทำให้รัฐไม่มีระบบศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเหมือนในประเทศฝรั่งเศส

79. กลุ่มประเทศที่เรียกว่า “The Commonwealth” คืออะไร
(1) กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
(2) กลุ่มประเทศที่เคยอยู่ภายใต้การติดต่อกับอังกฤษ
(3) ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
(4) กลุ่มประเทศในอดีตที่ถูกปกครองโดยอังกฤษ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 53, (คำบรรยาย) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพ (The Commonwealth) คือ กลุ่มประเทศซึ่งในอดีตเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้ยังมีความสัมพันธ์กับประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ภายใต้การอำนาจการปกครองโดยตรงแล้วก็ตาม ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศในเครือจักรภพ ได้แก่ ออสเตรเลีย บาฮามาส อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา มาเลเซีย เป็นต้น

80. สถานะของนายกรัฐมนตรีอังกฤษในคณะรัฐมนตรีมีลักษณะเช่นไร
(1) Supremacy
(2) First Among Equals
(3) Colleague
(4) ข้อ 1 และ 2
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 74 นายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ของอังกฤษมีสถานะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (First Among Equals) แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเหนือทุกคนในคณะรัฐมนตรี

81. ประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษในปัจจุบันคือพระองค์ใด
(1) Queen Elizabeth I
(2) Queen Elizabeth II
(3) Charles III
(4) George VI
(5) Edward VIII
ตอบ 3 หน้า 69, (คำบรรยาย) ประมุขแห่งรัฐของอังกฤษ คือ พระมหากษัตริย์ โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐของอังกฤษในปัจจุบันคือ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 (Charles III) ซึ่งพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์หลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizabeth II) พระมารดาเสด็จสวรรคตในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2022

82. รัฐสภาในอังกฤษประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่สภาใด
(1) สภาสามัญ-สภาสูง
(2) สภาสามัญ-สภาขุนนาง
(3) สภาผู้แทนราษฎร-วุฒิสภา
(4) สภาผู้แทนราษฎร-ราชยสภา
(5) สภาสามัญ-ราชยสภา
ตอบ 2 หน้า 78, 80, (คำบรรยาย) รัฐสภาของอังกฤษ หรือ “เวสต์มินสเตอร์” (Westminster) เป็นระบบสภาคู่หรือระบบสองสภา ซึ่งประกอบด้วย
1. สภาสามัญหรือสภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
2. สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) ประกอบด้วย สมาชิกโดยการสืบสายทายาท, ขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งตลอดชีพ, ผู้พิพากษาสูงสุด และพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่จากนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์

83. พระมหากษัตริย์อังกฤษนับถือศาสนาคริสต์นิกายใด
(1) Catholic
(2) Church of England
(3) Protestants
(4) Baptists
(5) Orthodox
ตอบ 2 หน้า 62 ในปัจจุบันอังกฤษไม่มีการนับถือเรื่องการนับถือศาสนา แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ยกเว้นสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งกำหนดให้นับถือนิกายศาสนาคริสต์นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ (Church of England)

84. รัฐสภาของอังกฤษมีชื่อเรียกว่าอะไร
(1) Congress
(2) Duma
(3) Westminster
(4) Whitehall
(5) Downing
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

85. เขตเลือกตั้งของอังกฤษมีลักษณะอย่างไร
(1) มีผู้แทนราษฎรเขตละคน
(2) มีผู้แทนราษฎรเขตละสามคน
(3) มีผู้แทนราษฎรเขตละห้าคน
(4) มีผู้แทนราษฎรเขตละสิบคน
(5) ใช้พื้นที่ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง มีผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 650 คน
ตอบ 1 หน้า 63 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอังกฤษเป็นระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กล่าวคือ มีการแบ่งเขตเลือกตั้งและเลือกผู้แทนราษฎร 1 คน โดยใช้หลักเกณฑ์การนับคะแนนแบบเสียงข้างมากด้วยคะแนนเสียงเดียวสูงกว่า และใช้หลักการ 1 คน 1 เสียง (One Man One Vote) ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเสียงมากสุดจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง โดยในปัจจุบันอังกฤษแบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 651 เขต

86. ข้อใดไม่ใช่พรรคการเมืองในอังกฤษ
(1) Conservative Party
(2) Labour Party
(3) Liberal Party
(4) Green Party
(5) Liberal Democratic Party
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 75. ประกอบ

87. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ
(1) ให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
(2) ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
(3) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
(4) ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 69 – 70, (คำบรรยาย) บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ ได้แก่
1. ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
2. ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
3. เสนอความเป็นไปเพื่อให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
4. แต่งตั้งหรือเลือกนายกรัฐมนตรีจากผู้นำพรรคการเมืองที่สามารถครองเสียงข้างมากของสภาสามัญได้ ฯลฯ

88. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
(1) 2 ปี
(2) 3 ปี
(3) 4 ปี
(4) 5 ปี
(5) 6 ปี
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

89. ข้อใดไม่ใช่การปกครองในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ
(1) นาซีเยอรมัน
(2) โซเวียตยุคสตาลิน
(3) ฟาสซิสต์อิตาลี
(4) สหภาพโซเวียตยุคครุสชอฟ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 17 – 18, (คำบรรยาย) ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarian) จะมีลักษณะสำคัญคือ ผู้นำเผด็จการซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ระบบพรรคเดียว แนวคิดที่มีรากฐานในเรื่องชนชั้น ชาติพันธุ์ หรือชาติ รัฐควบคุมเหนือเศรษฐกิจ การควบคุมระบบสื่อต่าง ๆ เป็นต้น โดยระบอบการปกครองที่นับว่าเป็นแบบของเผด็จการเบ็ดเสร็จ ได้แก่ นาซีเยอรมัน ฟาสซิสต์อิตาลี และสหภาพโซเวียตยุคครุสชอฟ

90. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของระบอบเผด็จการอำนาจนิยม
(1) ไม่มีพรรคฝ่ายค้าน
(2) กิจกรรมทางการเมืองถูกควบคุม
(3) พรรคการเมืองเผด็จการได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนตัว
(4) เห็นว่าคนมีความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 16, (คำบรรยาย) ลักษณะของระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ได้แก่
1. กิจกรรมทางการเมืองจะถูกควบคุม สื่อทุกชนิดอยู่ภายใต้การตรวจสอบ อิสรภาพมีจำกัด และไม่ใช่ฝ่ายค้าน
2. ผู้นำหรือพรรคการเมืองเผด็จการอาจได้รับการสนับสนุนจากประชาชนบางส่วน
3. มักอยู่ในรูปเผด็จการทหาร ซึ่งทหารเห็นว่าตนมีความซื่อตรงมากกว่า มีความสามารถมากกว่าและมีฐานะตำแหน่งสูงกว่าในองค์กรระดับชาติ เป็นต้น

91. สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปีใด
(1) 1989
(2) 1991
(3) 1993
(4) 1997
(5) 2008
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

92. ประเทศใดใช้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่เป็นประเทศแรกในโลก
(1) จีน
(2) รัสเซีย
(3) อิตาลี
(4) เยอรมนี
(5) เกาหลีเหนือ
ตอบ 2 หน้า 10, (คำบรรยาย) รัสเซีย เป็นประเทศแรกที่ใช้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ (Communist) เป็นประเทศแรกในโลก ส่วนในปัจจุบันประเทศที่ยังคงมีการปกครองในลักษณะคอมมิวนิสต์มีอยู่ 5 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว และเวียดนาม

93. อุดมการณ์ทางการเมืองใดที่กลุ่มผู้นำปฏิบัติรัสเซียมาใช้
(1) ลัทธิเหมา
(2) ยูโกโนมิกส์
(3) ฟาสซิสต์
(4) ประชาธิปไตย
(5) แนวคิดมากซิสต์-เลนินนิสต์
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 71. ประกอบ

94. ระบบรัฐสภามีต้นแบบมาจากประเทศใด
(1) อังกฤษ
(2) ฝรั่งเศส
(3) อิตาลี
(4) อินเดีย
(5) สหรัฐอเมริกา
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

95. ความคิดเรื่องการรวมตัวเป็นชาติของอิตาลีเริ่มเกิดขึ้นโดยสาเหตุใด
(1) ลักษณะภูมิประเทศ
(2) ความเข้มแข็งทางประวัติศาสตร์
(3) การปกครองโดยต่างชาติ
(4) ลัทธิฟาสซิสต์
(5) ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ

96. ปัจจุบันประมุขแห่งรัฐของอิตาลีคือผู้ใด
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
(3) ประธานาธิบดี
(4) ประธานองคมนตรี
(5) ประธานรัฐสภา
ตอบ 3 หน้า 150 – 152, 161 – 162 ประธานาธิบดีอิตาลีมาจากการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้ง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี โดยประธานาธิบดีมีฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในทางการเมืองโดยตรง ซึ่งอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดี มีดังนี้
1. เป็นผู้มีอำนาจยุบสภาโดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
2. เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี
3. เป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ เช่น วุฒิสมาชิกตลอดชีพตามที่กฎหมายบัญญัติ
4. เป็นผู้ให้การอภัยโทษและลดหย่อนผ่อนโทษ ฯลฯ

97. การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีประสบความสำเร็จในยุคใด
(1) ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
(2) Risorgimento
(3) รัฐบาลฟาสซิสต์
(4) สงครามเย็น
(5) Byzantine
ตอบ 2 หน้า 133 – 135 การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 แต่ประสบความสำเร็จใน ค.ศ. 1870 หลังจากกองกำลังอิตาลีได้บุกยึดกรุงโรมและประกาศให้กรุงโรมเป็นเมืองหลวงของอิตาลีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1870 ซึ่งการรวมอิตาลีนี้อยู่ในยุคที่เรียกว่า “Risorgimento”

98. หนังสือเล่มสำคัญของ Aristotle คือ
(1) Politics (The Politics)
(2) The Republic
(3) The Prince
(4) Politics : who get what when and how
(5) Tao Te Ching
ตอบ 1 หน้า 12, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่เขียนหนังสือเรื่องการเมือง (Politics/The Politics) และได้แบ่งรูปแบบการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถามดังนี้
1. ใครปกครอง ซึ่งมองจากจำนวนผู้ปกครอง คือ ปกครองคนเดียว ปกครองสองสามคน หรือปกครองหลายคน
2. ปกครองโดยฐานะใด หรือปกครองเพื่อใคร ซึ่งมองจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปกครองว่าเพื่อประชาชนทุกคนเป็นส่วนรวม หรือเพื่อตนเองเท่านั้น

99. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงประมุขของอิตาลีปัจจุบัน
(1) เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและประมุขฝ่ายบริหาร
(2) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
(3) ไม่มีหน้าที่โดยตรงทางการเมือง
(4) มีอำนาจยุบสภาด้วยตนเอง
(5) ถูกทั้ง 1 และ 3
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 96. ประกอบ

100. นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิตาลีคือผู้ใด
(1) มาริโอ ดรากี
(2) พรรคประชาธิปไตย
(3) จอร์เจีย เมโลนี
(4) ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี
(5) เมาโร โรมานา
ตอบ 3 (คำบรรยาย) นางจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) คือนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิตาลี และเป็นผู้นำพรรคภราดรแห่งอิตาลี (Brothers of Italy) หรือพรรค FDI โดยถือว่าเป็นผู้นำพรรคการเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดด้วยคะแนนเสียงถึง 26% จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 2022 ซึ่งชัยชนะดังกล่าวทำให้เธอออกมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้นำจากพรรคขวาจัดคนแรกที่ขึ้นเป็นรัฐบาลนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

POL2302 ระเบียบปฏิบัติราชการ s/2566

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2566
ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2302 ระเบียบปฏิบัติราชการ

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจำแนกตำแหน่งในระบบแท่งของระบบราชการ
(1) จำแนกเป็นกลุ่มตำแหน่ง 4 ประเภท และมีสี่ระดับเท่ากัน
(2) ทุกประเภทตำแหน่งจำเป็นต้องจบปริญญาตรีเป็นขั้นต่ำ
(3) แต่ละกลุ่มมี 4 ระดับ แตกต่างกันตามภาระงานและโครงสร้างในองค์กร
(4) ระบบเงินเดือนตามกลุ่มตำแหน่ง 2 – 5 ประเภท
(5) ตำแหน่งอธิบดีกรมจัดอยู่ในประเภทตำแหน่งบริหาร
ตอบ 1_5 (คำบรรยาย) การจำแนกตำแหน่งในระบบแท่งของระบบราชการ มีลักษณะดังนี้
1. จำแนกเป็นกลุ่มตำแหน่ง 4 ประเภท และมีสี่ระดับจากกัน ได้แก่
1) ตำแหน่งประเภททั่วไป ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี
2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ จำเป็นต้องจบปริญญาตรีเป็นขั้นต่ำ
3) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ คือ หัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรม
4) ตำแหน่งประเภทบริหาร คือ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กรม เช่น ปลัดกระทรวง อธิบดีกรม เป็นต้น
2. แต่ละกลุ่มมี 2 – 5 ระดับ แตกต่างกันตามภาระงานและโครงสร้างในองค์กร
3. ระบบเงินเดือนตามกลุ่มตำแหน่ง 4 ประเภท

2. ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดอยู่ในกลุ่มตำแหน่งประเภทใด
(1) ทั่วไป
(2) วิชาการ
(3) อำนวยการ
(4) บริหาร
(5) อำนวยการ หรือบริหาร
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มี 2 ระดับ คือ
1. บริหารระดับต้น ได้แก่ รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (รองอธิบดี), รองผู้ว่าราชการจังหวัด, อัครราชทูต เป็นต้น
2. บริหารระดับสูง ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง (ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง), รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง (รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและรองปลัดกระทรวง), หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (อธิบดี), หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (เช่น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ผู้ว่าราชการจังหวัด, เอกอัครราชทูต เป็นต้น

3. การย้ายหรือโอนไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ถูกย้ายหรือโอนนั้น เป็นไปตามกฎ ก.พ. ในข้อใด
(1) ข้อ 5
(2) ข้อ 6
(3) ข้อ 7
(4) ข้อ 8
(5) ข้อ 9
ตอบ 2 (คำบรรยาย) กฎ ก.พ. ข้อ 6 กำหนดให้การย้ายหรือโอนไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ถูกย้ายหรือโอนนั้น

4. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการย้ายตำแหน่ง
(1) การย้ายไม่จำเป็นต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุที่จะพิจารณาย้ายได้
(2) การย้ายสามารถย้ายภายในกรมเดียวกัน ประเภทเดียวกัน และสายงานเดียวกัน แต่ไม่สามารถย้ายต่างประเภทกันและต่างสายงานกันได้
(3) การย้ายเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ ก.พ. กำหนดก่อนแล้วผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจึงจะดำเนินการได้
(4) การย้ายใน “ระดับชำนาญการ” จำเป็นต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุที่จะพิจารณาย้ายได้แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ที่จะย้าย
(5) การย้ายอาจสับเปลี่ยนในส่วนราชการ หรือต่างส่วนราชการก็ได้ แต่ต้องเป็นตำแหน่งประเภทเดียวกัน
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การย้าย หมายถึง การย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกรมเดียวกันหรือกรมอื่น แต่อาจสับเปลี่ยนในส่วนราชการ หรือโอนไปอยู่ในจังหวัดหรืออำเภอในส่วนภูมิภาคก็ได้ ซึ่งจะจำแนกตำแหน่งประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันก็ได้ โดยหลักเกณฑ์ในการย้ายแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
1. กรณีที่อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุที่จะพิจารณาย้ายได้
2. กรณีที่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ ก.พ. กำหนดก่อน แล้วผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจึงจะดำเนินการย้ายได้

5. ตามหลักเกณฑ์ในการโอน ส่วนราชการต้นสังกัดอาจยับยั้งได้ไม่เกินกี่วันนับแต่วันที่กระทรวงหรือกรมต้นสังกัดของข้าราชการผู้ขอโอนได้รับทราบ
(1) 30 วัน
(2) 45 วัน
(3) 60 วัน
(4) 90 วัน
(5) 120 วัน
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ตามหลักเกณฑ์ในการโอน การโอนของผู้ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของส่วนราชการที่จะรับโอนและข้าราชการที่จะโอน ซึ่งต้นสังกัดไม่อาจยับยั้งได้ เว้นแต่ในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของราชการ ส่วนราชการต้นสังกัดอาจยับยั้งได้ไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่กระทรวงหรือกรมต้นสังกัดของข้าราชการผู้ขอโอนได้รับทราบ หรือในกรณีที่ข้าราชการที่จะขอโอนไปสังกัดได้รับความยินยอมจากส่วนราชการต้นสังกัดก่อนรวมทั้งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนดด้วย

6. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
(1) การเลื่อนระดับให้เลื่อนได้ไม่เกิน 1 ระดับ
(2) การโอนไปให้ดำรงตำแหน่งใหม่ จำเป็นต้องอยู่ในกระทรวงเดิมเท่านั้น
(3) ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งให้ข้าราชการสับเปลี่ยนหน้าที่หรือย้ายโอนไปปฏิบัติหน้าที่อื่นได้
(4) การเลื่อนระดับ คือ การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทเดียวกันในระดับที่สูงกว่าเดิม
(5) ข้าราชการสามารถย้ายข้ามประเภทตำแหน่งจากประเภทปฏิบัติงานเป็นประเภทปฏิบัติการได้

7. การเลื่อนระดับของประเภทตำแหน่งบริหาร ตำแหน่งที่ต่อจาก “ระดับต้น” คือตำแหน่งใด
(1) ระดับกลาง
(2) ระดับปลาย
(3) ระดับสูง
(4) ระดับพิเศษ
(5) ระดับชำนาญ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การเลื่อนระดับข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งประเภทต่างๆ สามารถเลื่อนในระดับที่สูงกว่าเดิมได้ไม่เกิน 1 ระดับ ดังนั้นในแต่ละประเภทตำแหน่งจึงสามารถเลื่อนระดับได้ดังนี้
1. ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น → ระดับสูง
2. ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น → ระดับสูง
3. ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ → ระดับชำนาญการ → ระดับชำนาญการพิเศษ → ระดับเชี่ยวชาญ → ระดับทรงคุณวุฒิ
4. ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน → ระดับชำนาญงาน → ระดับอาวุโส → ระดับทักษะพิเศษ

8. การเลื่อนระดับของประเภทตำแหน่งทั่วไป ตำแหน่งที่ต่อจาก “ระดับชำนาญงาน” คือตำแหน่งใด
(1) ระดับเชี่ยวชาญ
(2) ระดับต้น
(3) ระดับชำนาญการ
(4) ระดับชำนาญงานพิเศษ
(5) ระดับอาวุโส
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

9. ข้อใดคือหลักเกณฑ์ในการประเมินการเลื่อนเงินเดือน
(1) ยึดหลักความถูกต้องและเป็นธรรม
(2) ต้องเป็นไปตามกฎหมายปกครอง
(3) ใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานเป็นหลัก
(4) ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานจะต้องประเมินผล
(5) ยึดหลักอาวุโส
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การประเมินการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการ เป็นการประเมินโดยผู้บังคับบัญชาในระดับที่ตนสังกัดอยู่ โดยปกติการประเมินเงินเดือนจะกระทำตามเกณฑ์โดยยึดหลักความถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่ ก.พ. กำหนด

10. การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญในครึ่งปีหลัง หรือการเลื่อนในครึ่งปีหลัง คือช่วงเวลาใด
(1) 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน
(2) 1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม
(3) 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน
(4) 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน
(5) 1 มีนาคม ถึง 31 สิงหาคม
ตอบ 4 หน้า 19, (คำบรรยาย) การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนสามัญโดยปกติจะเลื่อนปีละ 2 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 เป็นการเลื่อนเงินเดือนสำหรับข้าราชการผู้ปฏิบัติราชการในครึ่งปีที่แล้ว (1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม) โดยให้เลื่อนในวันที่ 1 เมษายนของปีที่ได้เลื่อน
ครั้งที่ 2 เป็นการเลื่อนเงินเดือนสำหรับข้าราชการผู้ปฏิบัติราชการในครึ่งปีหลัง (1 เมษายน ถึง 30 กันยายน) โดยให้เลื่อนในวันที่ 1 ตุลาคมของปีถัดไป

11. ข้าราชการจะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้งต้องมีผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการอยู่ในระดับใด
(1) ไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้ หรือร้อยละ 60
(2) ไม่ต่ำกว่าระดับดี หรือร้อยละ 70
(3) ไม่ต่ำกว่าระดับดี หรือร้อยละ 80
(4) ไม่ต่ำกว่าระดับดีเด่น หรือร้อยละ 70
(5) ไม่ต่ำกว่าระดับดีเด่น หรือร้อยละ 60
ตอบ 1 หน้า 19, (คำบรรยาย) หลักเกณฑ์การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ มีดังนี้
1. การเลื่อนเงินเดือนให้เลื่อนได้ละ 2 ครั้ง
2. การเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้งให้เลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 6 ของฐานในการคำนวณ และต้องไม่เกินวงเงินที่ ก.พ. กำหนด
3. ข้าราชการซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้งต้องมีผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้ หรือร้อยละ 60
4. ข้าราชการที่บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกและบรรจุกลับต้องมีเวลาราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 เดือน

12. ข้อใดไม่ใช่หลักการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจ
(1) หน่วยงานดำเนินการให้ข้าราชการมีคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์
(2) ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติตนต่อผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างมีคุณธรรมและเที่ยงธรรม
(3) ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ให้บำเหน็จ ค่าตอบแทน หรือเครื่องเชิดชูเกียรติ หรือรางวัล
(4) ให้ข้าราชการไปฝึกอบรม ดูงาน หรือทำวิจัยในประเทศหรือต่างประเทศ
(5) การให้ข้าราชการยืมทรัพย์สินของหน่วยงานนอกเวลาราชการเมื่อมีเหตุจำเป็น
ตอบ 5 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 72 – 77), (คำบรรยาย) หลักการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ มีดังนี้
1. หน่วยราชการต้องดำเนินการให้ข้าราชการมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิตที่ดีและกำลังใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
2. ผู้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตนต่อผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างมีคุณธรรมและเที่ยงธรรมและเสริมสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการเป็นที่พึงพอใจ
3. หากข้าราชการประพฤติปฏิบัติตนในการเลื่อนเงินเดือนและระเบียบวินัย และปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้บำเหน็จ ค่าตอบแทน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือรางวัล
4. ให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยในประเทศหรือต่างประเทศ

13. ข้อใดกล่าวถึงหลักการ “Put the right man on the right job” ได้อย่างถูกต้องที่สุด
(1) การสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาปฏิบัติงานถูกคนถูกเวลา
(2) การได้มาซึ่งบุคลากรที่มีทักษะความรู้ความเหมาะสมกับงานของผู้บังคับบัญชา
(3) การสรรหาบุคคลที่มีทักษะความสามารถเข้ามาทำงานด้วยระบบอุปถัมภ์
(4) การรับโอนของหน่วยงานให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของบุคคล
(5) การได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและสมรรถนะเหมาะสมกับตำแหน่ง
ตอบ 5 (คำบรรยาย) เป้าหมายของการสรรหาเพื่อคัดเลือกบุคลากรเข้ารับราชการ มีดังนี้
1. สรรหาให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเหมาะสมกับความต้องการของตำแหน่ง (Put the right man on the right job at the right time)
2. สรรหาข้าราชการและสรรหาบุคคลด้วยมาตรฐานและเป็นตัวตั้ง

14. ข้อใดคือคุณสมบัติในการแต่งตั้งข้าราชการใน “สายงานเปิด”
(1) สายงานที่กำหนดคุณวุฒิปริญญาสาขาวิชาที่เฉพาะเจาะจง
(2) สายงานที่กำหนดคุณวุฒิปริญญาโดยระบุชื่อสาขาวิชาไว้หลายสาขาวิชา
(3) สายงานที่กำหนดคุณวุฒิปริญญาทุกสาขาวิชาเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
(4) ถูกทั้งข้อ 2 และ 3
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (คำบรรยาย) สายงานเปิด คือ สายงานที่กำหนดคุณวุฒิปริญญาสาขาวิชาที่เฉพาะเจาะจงเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง เช่น
– ตำแหน่งนิติกรระดับปฏิบัติการ ได้รับปริญญาตรี/โท/เอก/ดุษฎีบัณฑิตอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชานิติศาสตร์
– ตำแหน่งนายสัตวแพทย์ระดับปฏิบัติการ ได้รับปริญญาสัตวแพทย์ศาสตร์บัณฑิต และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์จากสัตวแพทยสภา

15. คุณสมบัติของตำแหน่งนายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ จัดอยู่ในสายงานประเภทใด
(1) สายงานเปิด
(2) สายงานในโรงงาน
(3) สายงานปิด
(4) สายงานเปิดและสายงานปิด
(5) สายงานปัจจัยภายนอก
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 14. ประกอบ

16. การปฏิบัติตามวินัยข้าราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 อยู่ในหมวดใด
(1) หมวด 4 การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ
(2) หมวด 5 การรักษาวินัยข้าราชการ
(3) หมวด 6 วินัยและการรักษาวินัย
(4) ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การปฏิบัติตามวินัยข้าราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 อยู่ในหมวด 6 วินัยและการรักษาวินัย

17. ข้อใดไม่ใช่ความเคลื่อนไหว (Movement) ด้านจริยธรรมสำหรับการบริหารงานภาครัฐในปลายศตวรรษที่ 19
(1) มุ่งเน้นปัญหาการคอร์รัปชันในแวดวงราชการ
(2) การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานจาก “สายการบังคับบัญชา” (Hierarchy) สู่ “ข้อตกลง” (Agreement) หรือ “สัญญา” (Contract)
(3) การปฏิรูประบบข้าราชการพลเรือนไปสู่การสร้างระบบการคัดเลือก
(4) การเปลี่ยนจาก “Spoils System” สู่ “Merit System”
(5) การกำหนดมาตรฐานในการประเมินผลงานและคัดสรรคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ความเคลื่อนไหว (Movement) ด้านจริยธรรมสำหรับการบริหารงานภาครัฐในปลายศตวรรษที่ 19 มีดังนี้
1. การมุ่งแก้ปัญหาการคอร์รัปชันในแวดวงราชการ
2. การบริหารภาครัฐที่ยึดหลักธรรมาภิบาลไปสู่ข้อเสนอคุณค่าการบริหาร 3E’s
3. จุดเริ่มต้นของจริยธรรมทางการเมืองและการปกครอง
4. การปฏิรูประบบข้าราชการพลเรือนไปสู่การสร้างระบบการคัดเลือก โดยเปลี่ยนจากระบบอุปถัมภ์ (Spoils System) ไปสู่ระบบคุณธรรม (Merit System)
5. การกำหนดมาตรฐานในการประเมินผลงานและคัดสรรคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน

18. องค์กรใดเป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า “ธรรมาภิบาล” (Good Governance)
(1) World Bank
(2) IMF
(3) OECD
(4) UN
(5) ASEAN
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ธนาคารโลก (World Bank) เป็นองค์กรแรกที่ริเริ่มใช้คำว่า “ธรรมาภิบาล” (Good Governance) ในปี ค.ศ. 1989 เพื่ออธิบายถึงการบริหารจัดการที่จะเป็นมาตรฐานในการกำหนดเงื่อนไขการรับการช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศจากหน่วยงานระหว่างประเทศต่าง ๆ

19. หลักธรรมาภิบาลในด้าน “Rule of Law” หมายความว่าอย่างไร
(1) ระบบการบริหารภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(2) ภาคประชาสังคมตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วม
(3) ระบบกฎหมายที่ยุติธรรมและน่าเชื่อถือ
(4) การดำเนินงานด้วยความโปร่งใส
(5) การมีความพร้อมรับผิดชอบ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) หลักธรรมาภิบาลตามกรอบของธนาคารโลก ประกอบด้วย
1. ระบบการบริหารภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficient and Effective Public Sector)
2. ระบบกฎหมายที่ยุติธรรมและน่าเชื่อถือ (Rule of Law)
3. ภาคประชาสังคมตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วม (Active Civil Society and Public Participation)
4. การดำเนินงานด้วยความโปร่งใส (Transparency)
5. การมีความพร้อมรับผิดชอบ (Accountability)

20. หลักธรรมาภิบาลในด้าน “ความโปร่งใส” หมายความว่าอย่างไร
(1) การตรากฎหมายที่ถูกต้อง เป็นธรรม ทันสมัย และเป็นที่ยอมรับของสังคม
(2) เจ้าหน้าที่ของรัฐยึดถือหลักธรรมาวิชาชีพสุจริตเป็นนิจในชีวิตประจำวัน
(3) ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้
(4) การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และเสนอความคิดเห็นในการตัดสินใจ
(5) การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม
ตอบ 3 (คำบรรยาย) หลักความโปร่งใส หมายถึง การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในสังคม โดยการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกและมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้ ตัวอย่างที่สอดคล้องกับหลักการนี้ เช่น รัฐวิสาหกิจ กทม. ลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรุงเทพมหานคร เปิดเผยข้อมูลเพื่อเข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้าง

21. ข้อใดคือความผิดทางวินัย
(1) ข้าราชการไม่เข้าประชุมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เพราะเข้าใจกฎระเบียบผิดแล้ว
(2) ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุจริตการปฏิบัติงานช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ แล้วไม่ปฏิบัติการ
(3) ข้าราชการให้บริการประชาชนล่าช้า เพราะบุคลากรในหน้าที่เดียวกันลาป่วย จึงมีคนไม่เพียงพอ
(4) ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ด้วยความประพฤติของข้าราชการที่ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย มีดังนี้
1. ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เช่น ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุจริตการปฏิบัติงานเจตนาในวันเสาร์ อาทิตย์ แล้วไม่ปฏิบัติการ ไม่เลื่อนย้ายทำงานและไม่ไปพบผู้อำนวยการสำนักตามคำสั่ง ปกปิดหน้าและพูดจาไม่สุภาพกับประชาชนผู้มาติดต่อราชการ กล่าวร้ายนายกฯ ต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ทะเลาะวิวาทกับประชาชน หรือเพื่อนร่วมงานในบ้านพักข้าราชการ เป็นต้น
2. ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เช่น ปลอมใบเสร็จรับเงินเบิกเงินเกินกับหน่วยงานต้นสังกัด ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกิน 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นต้น

22. ข้อใดคือโทษทางวินัยกรณีไม่ร้ายแรง
(1) ภาคทัณฑ์
(2) ตัดเงินเดือน
(3) ลดเงินเดือน
(4) ถูกทั้งข้อ 2 กับ 3
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 23), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 96 และมาตรา 97), (คำบรรยาย) ผู้บังคับบัญชามีอำนาจบรรจุตามมาตรา 57 เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาความผิด กำหนดโทษ และสั่งลงโทษข้าราชการพลเรือนสามัญผู้กระทำผิดทางวินัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
1. กรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้สั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด
2. กรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้สั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก

23. การให้พ้นจากราชการโดยได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้นั้นลาออกจากราชการ คือการลงโทษทางวินัยประเภทใด
(1) ไล่ออก
(2) ทัณฑกรรม
(3) พักงาน
(4) ลดตำแหน่ง
(5) ปลดออก
ตอบ 1 หน้า 267, (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 97 วรรคสี่), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่งลงโทษวินัยขั้นปลดออกจากราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ ส่วนข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่งลงโทษวินัยขั้นไล่ออกจากราชการจะไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

24. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยได้อย่างถูกต้อง
A. การสอบสวนหาความจริงว่ามีมูลที่ถูกกล่าวหา
B. การสอบสวนหาความจริงว่าผิดหรือไม่ และผิดมาตราใด
C. การพิจารณากำหนดโทษว่าควรให้โทษสถานใด
D. การสั่งลงโทษ
(1) A. → B. → C. → D. (2) B. → C. → A. → D.
(3) B. → C. → D. → A. (4) A. → D. → B. → C.
(5) D. → A. → B. → C.
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การกำหนดโทษและการลงโทษ มีลำดับขั้นตอนดังนี้
1. การตั้งเรื่องกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยเป็นที่ยุติ
2. การพิจารณาความผิดว่าผิดหรือไม่ และผิดมาตราใด
3. การพิจารณากำหนดโทษว่าควรให้โทษสถานใด
4. การสั่งลงโทษ

25. หลักการในข้อใดแสดงถึงการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาในการพิจารณากำหนดโทษอย่างถูกต้อง
(1) การตัดสินด้วยเหตุสุดวิสัยก็ได้ และอยู่นอกมาตรฐานข้อเท็จจริงจองเรื่อง
(2) ภายในกรอบเดียวกันต้องมีการกำหนดแนวทางการใช้ดุลพินิจที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
(3) การใช้ดุลพินิจต้องอยู่ภายในกรอบที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 (คำบรรยาย) การใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาในการพิจารณากำหนดโทษ มีหลักการดังนี้
1. การใช้ดุลพินิจต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว
2. การใช้ดุลพินิจจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
3. ภายในหน่วยงานเดียวกันต้องมีการกำหนดแนวทางการใช้ดุลพินิจที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

26. หลักการในข้อใดแสดงถึงการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาในการพิจารณากำหนดโทษอย่างถูกต้อง
(1) การตัดสินด้วยเหตุสุดวิสัยก็ได้ และอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
(2) ภายในหน่วยงานเดียวกันอาจมีการกำหนดแนวทางการใช้ดุลพินิจที่มีมาตรฐานต่างกัน
(3) การใช้ดุลพินิจเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากกรอบที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว
(4) ผู้บังคับบัญชาสามารถมอบหมายให้ข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานเดียวกับที่ใช้ดุลพินิจตัดสินลงโทษแทนตนเองได้
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

27. ความประพฤติของข้าราชการในข้อใดถือว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(1) ขัดหน้าและพูดจาไม่สุภาพกับประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
(2) ไม่เลื่อนทำงานและไม่ไปพบผู้อำนวยการสำนักตามคำสั่ง
(3) กล่าวร้ายนายกฯ ต่อหน้าผู้บังคับบัญชา
(4) ทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงานในบ้านพักข้าราชการ
(5) ปลอมใบเสร็จใบสำคัญรับเงิน เพื่อเบิกเงินเกินกับหน่วยงานต้นสังกัด
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 21. ประกอบ

28. ข้อใดคือข้อกำหนดในด้านวินัยที่ประชาชน
(1) ต้องไม่เอาดีเอาเด่นอ้างหน้าที่ราชการในการหาผลประโยชน์ส่วนตน
(2) ต้องไม่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ/คุกคามทางเพศที่ทำงาน
(3) ต้องไม่กลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงในการปฏิบัติราชการ
(4) ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
(5) ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในหน้าที่ราชการ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ข้อกำหนดในด้านวินัยต่อประชาชน มีดังนี้
1. ต้องต้อนรับ ให้ความเป็นธรรม เต็มใจช่วยเหลือ และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
2. ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
3. ต้องอำนวยความสะดวกให้ทุกคนทุกฝ่ายโดยเท่าเทียมกันโดยไม่รู้ว่าต้องถูกกลั่นแกล้ง รังแก
4. ต้องบริการด้วยมาตรฐานฐาน ไม่ล่าช้า จงใจถ่วงเรื่อง ละเลย หรือไม่ขัดเจน

29. ข้าราชการพลเรือนสามัญจะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้งต้องมีผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการในระดับใด
(1) ไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้ หรือร้อยละ 60
(2) ไม่ต่ำกว่าระดับดี หรือร้อยละ 60
(3) ไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้ หรือร้อยละ 70
(4) ไม่ต่ำกว่าระดับดี หรือร้อยละ 70
(5) ไม่ต่ำกว่าระดับดีเด่น หรือร้อยละ 80
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ

30. การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรของหน่วยราชการใช้วิธีตามหลักการใด
(1) ระบบคุณธรรม
(2) ระบบอุปถัมภ์
(3) ระบบจริยธรรม
(4) ระบบความเป็นกลาง
(5) ระบบผลสัมฤทธิ์
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 15), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 52), (คำบรรยาย) การสรรหาและคัดเลือกบุคคลบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงความรู้ความสามารถพฤติกรรมทางการจริยธรรมของบุคคล ตลอดจนประโยชน์ของทางราชการด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม

31. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของวินัยข้าราชการ
(1) การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(2) การสร้างความเจริญมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ
(3) การสร้างความผาสุกของประชาชน
(4) การสร้างภาพพจน์และชื่อเสียงที่ดีของทางราชการ
(5) การสร้างความมั่งคั่งในอาชีพราชการ
ตอบ 5 (คำบรรยาย) จุดมุ่งหมายของวินัยข้าราชการ มีดังนี้
1. การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. การสร้างความเจริญมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ
3. การสร้างความผาสุกของประชาชน
4. การสร้างภาพพจน์และชื่อเสียงที่ดีของทางราชการ

32. ข้อใดไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของข้าราชการ
(1) ต้องต้อนรับ ให้ความเป็นธรรม เต็มใจช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
(2) ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามกดขี่หรือข่มเหงประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
(3) ต้องอำนวยความสะดวกให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่รู้ว่าต้องถูกกลั่นแกล้ง รังแก
(4) ต้องบริการด้วยมาตรฐาน ไม่ล่าช้า จงใจถ่วงเรื่อง ละเลย หรือไม่ขัดเจน
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 28. ประกอบ

33. เหตุใดจึงต้องมีระบบการประเมินเงินเดือนข้าราชการที่ถูกต้องและเป็นธรรม
(1) เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อนและลดโอกาสการผิดพลาดในการดำเนินการพิจารณา
(2) เพื่อให้เกิดการคำนวณจัดสรรเงินเดือนในแต่ละรอบอย่างรวดเร็ว
(3) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการประเมินของหน่วยงานต่าง ๆ
(4) เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ข้าราชการสร้างผลงานและพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 (คำบรรยาย) เหตุที่ต้องมีระบบการประเมินเงินเดือนข้าราชการที่ถูกต้องและเป็นธรรม มีดังนี้
1. เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อนและลดโอกาสการผิดพลาดในการดำเนินการพิจารณา
2. เพื่อให้เกิดการคำนวณจัดสรรเงินเดือนในแต่ละรอบอย่างรวดเร็ว
3. เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการประเมินของหน่วยงานต่าง ๆ
4. เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ข้าราชการสร้างผลลัพธ์ของงานและพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้น

34. ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ต้องโทษวินัยจะถูกงดการออกมติผลตามข้อใด
(1) พ้นจากราชการโดยไม่ได้รับบำเหน็จ
(2) พ้นจากราชการโดยไม่ได้รับบำนาญ
(3) พ้นจากราชการโดยไม่ได้รับเงินเดือน
(4) พ้นจากราชการโดยได้รับบำเหน็จ บำนาญ
(5) พ้นจากราชการโดยได้รับบำเหน็จ แต่ไม่ได้รับบำนาญ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ

35. ข้อใดไม่ใช่ข้อกำหนดวินัยต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
(1) ข้าราชการต้องรักษาความลับของทางราชการ
(2) ข้าราชการต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง
(3) ข้าราชการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(4) ข้าราชการต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
(5) ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของทางราชการ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) ข้อกำหนดวินัยต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีดังนี้
1. ข้าราชการต้องซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม
2. ข้าราชการต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
3. ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
4. ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความสม่ำเสมอในทางราชการ
5. ข้าราชการต้องรักษาความลับของทางราชการ
6. ข้าราชการต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง
7. ข้าราชการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ ฯลฯ

36. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสรรหาและการเลือกสรร
(1) การสรรหาคือกระบวนการชักจูงและดึงดูดบุคคลให้มาสมัคร ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมากแต่ขอให้มีคุณสมบัติตรงตามที่หน่วยงานต้องการ
(2) กระบวนการเลือกสรรเป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่องจากกระบวนการสรรหา
(3) กระบวนการสรรหามี 3 รูปแบบ คือ แบบภายใน แบบภายนอก และแบบบูรณาการ
(4) การเลือกสรรบุคลากรเข้ารับราชการมี 2 วิธี คือ การสอบแข่งขัน และการคัดเลือก
(5) การแข่งขันวัดความรู้ความสามารถเป็นการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ของการคัดเลือกตำแหน่งสูงกว่าปกติ สวัสดิการดี หรือมีความมั่นคงมากกว่า
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การสรรหา (Recruitment) คือ กระบวนการค้นหา จูงใจ และดึงดูดให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถตามทักษะและคุณลักษณะอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานเข้ามาสมัครงาน
ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมากแต่ขอให้มีคุณสมบัติตรงตามที่หน่วยงานต้องการ โดยวิธีการสรรหามี 3 รูปแบบ คือ การสรรหาจากภายใน การสรรหาจากภายนอก และการสรรหาแบบบูรณาการ ส่วนการเลือกสรร (Selection) เป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่องจากการสรรหา โดยการเลือกสรร คือ กระบวนการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่ได้สรรหามาแล้ว และคัดเลือกให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้ดุลยพินิจหลักการความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านความรู้ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะอื่น ๆ ซึ่งวิธีการเลือกสรรมี 2 วิธี คือ การสอบแข่งขัน และการคัดเลือก

37. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการสรรหาข้าราชการพลเรือนสามัญ
(1) ผู้บังคับบัญชาโดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วนของรัฐของผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยด้วยการสั่งลงโทษด้วยวาจาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนเป็นการบอกกล่าว และท้ายที่สุดจึงต้องให้ออกจากราชการ
(2) ข้าราชการสังกัดหน่วยงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ต้องการของเพื่อนร่วมงาน โดยทุจริตต่อหน้าที่ด้วยการขโมยยาเสพติดและถูกจับกุมจึงกล่าวอ้างว่าเป็นความผิดครั้งแรกจึงไม่สมควรให้ลงโทษภาคทัณฑ์
(3) ตำรวจเข้าจับกุมเด็กวัยรุ่นที่มั่วสุมที่ร้านอินเทอร์เน็ต โดยตำรวจจงใจใส่ร้ายผู้ต้องหาว่าจำเลยต้องการต่อสู้ และทำร้ายร่างกายด้วยการต่อย กระทืบ และใช้เท้าเหยียบหน้า จนบาดเจ็บสาหัส กรณีดังกล่าวถือว่าผิดวินัยร้ายแรง เนื่องจากเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามและใช้กิริยาไม่สุภาพรวมถึงเป็นเรื่องที่ขัดต่อจริยธรรมอันดีของประชาชนซึ่งเป็นการลงโทษด้วยการลดขั้นเงินเดือน
(4) ข้าราชการสังกัดหน่วยงานหนึ่งมาสายและทำงานผิดพลาดอยู่เป็นประจำติดต่อกันนานถึง 1 สัปดาห์ โดยอ้างว่าต้องเลี้ยงแม่ที่ป่วยกะทันหัน กรณีดังกล่าวเป็นความผิดต่อวินัยอย่างร้ายแรง เพราะสร้างความเสียหายแก่หน่วยงาน สมควรลงโทษด้วยการปลดออกหรือไล่ออก
(5) ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานหนึ่งทำเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนเป็นเท็จทางเดินทางอันเป็นเท็จ มิใช่เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ราชการ กรณีดังกล่าวไม่เป็นความผิดอย่างร้ายแรง เพราะเหตุเกิดนอกเวลาราชการเป็นครั้งแรก และทำคุณงามความดีมาโดยตลอด ซึ่งสมควรลงโทษด้วยการลดขั้นเงินเดือน
ตอบ 2 (คำบรรยาย) กรณีข้าราชการตำรวจกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงโดยทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และดูถูกดูหมิ่น เป็นการผิดวินัยร้ายแรงโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นการกระทำในหน้าที่ราชการหรือไม่ก็ตาม โดยไม่สามารถให้ลงโทษด้วยการภาคทัณฑ์ได้ แม้จะเป็นความผิดครั้งแรกก็ตาม

38. หลักการข้อใดหมายถึง หน่วยงานราชการทุกแห่งจำเป็นต้องมีแบบแผนและมาตรฐานการทำงานเพื่อให้พนักงานทุกคนเหมือนกัน ยืดหยุ่น และคล่องตัว ตัวอย่างที่สอดคล้องกับหลักการนี้ เช่น การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นโดยมีมาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณสุขเป็นลายลักษณ์อักษร
(1) Rules and Regulations
(2) Hierarchy
(3) Uniformity and Standardization
(4) Supervision and Auditing
(5) Superior and Subordinate
ตอบ 3 (คำบรรยาย) Uniformity and Standardization (in Public Services) หมายถึง หน่วยงานราชการทุกแห่งจำเป็นต้องมีแบบแผนและมาตรฐานการทำงานเพื่อให้พนักงานทุกคนเหมือนกัน ยืดหยุ่น และคล่องตัว ตัวอย่างที่สอดคล้องกับหลักการนี้ เช่น การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นโดยมีมาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณสุขเป็นลายลักษณ์อักษร

39. ใครคือผู้มีอำนาจพิจารณาความผิดและกำหนดโทษของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้กระทำผิดทางวินัย
(1) ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน
(2) นายกรัฐมนตรี
(3) ผู้พิพากษาศาลปกครอง
(4) สภาผู้แทนราษฎร
(5) เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 22. ประกอบ

40. การส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำมาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการจัดทำมาตรฐานการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ มาตรฐานดังกล่าวจัดเป็นกลไกการสร้างความรับผิดชอบในระบบบริหารงานภาครัฐในรูปแบบใด
(1) Hierarchy
(2) Uniformity and Standardization (in Public Services)
(3) Rules and Regulations
(4) Courts (Constitutional and Administrative Court)
(5) Supervision and Auditing
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ

41. ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามคำสั่งให้กรุงเทพมหานครเปิดเผยข้อมูลเพื่อการเข้าถึงโดยระบบดิจิทัล เป็นไปตามหลักการใดในระบบธรรมาภิบาล (Good Governance) มากที่สุด
(1) ระบบการบริหารภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(2) มีระบบกฎหมายที่ยุติธรรม ชัดเจน และน่าเชื่อถือ
(3) ภาคประชาสังคมตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วม
(4) มีความโปร่งใส
(5) มีความพร้อมรับผิดชอบ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 20. ประกอบ

42. กรณีข้าราชการถูกลงโทษไล่ออกจากราชการด้วยเหตุทุจริตต่อหน้าที่ จะขอกลับเข้ารับราชการได้หรือไม่
(1) ได้ โดยขอกลับมีคุณสมบัติต่อ ก.พ. ในกรณีออกจากราชการไปแล้ว 2 ปี
(2) ได้ โดยขอกลับมีคุณสมบัติต่อ ก.พ. ในกรณีออกจากราชการไปแล้ว 3 ปี
(3) ได้ โดยขอกลับต่อ ก.พ.ค. ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันรับทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
(4) ไม่ได้ เนื่องจากถูกไล่ออก ถือเป็นโทษทางวินัยสูงสุด
(5) ไม่ได้ในทุกกรณี เนื่องจากเป็นคดีทุจริตต่อหน้าที่
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ข้าราชการที่ถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการจะเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการกลับเข้ารับราชการ ถ้าประสงค์จะขอกลับเข้ารับราชการจะต้องขอกลับมีคุณสมบัติต่อ ก.พ. ในกรณีออกจากราชการไปแล้ว 2 ปี สำหรับโทษไล่ออกจากราชการจะต้องออกจากราชการไปแล้ว 3 ปี จึงจะขอกลับมีคุณสมบัติได้ แต่ถ้าเป็นกรณีถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่จะขอกลับมีคุณสมบัติไม่ได้เลย

43. ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขในการสั่งให้ออกจากราชการ
(1) สั่งให้ออกเพื่อให้ไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
(2) สั่งให้ออกเพราะขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีลักษณะต้องห้าม
(3) สั่งให้ออกระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
(4) สั่งให้ออกเพื่อไปรับราชการทหาร
(5) สั่งให้ออกไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลสอบสวนทางวินัย
ตอบ 1 หน้า 24 เงื่อนไขในการสั่งให้ออกจากราชการ มีดังนี้
1. สั่งให้ออกระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
2. สั่งให้ออกเพราะขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีลักษณะต้องห้าม
3. สั่งให้ออกไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนทางวินัย
4. สั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน
5. สั่งให้ออกเพื่อไปรับราชการทหาร

44. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการลาออกจากราชการ
(1) ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งก่อนวันขอลาออกไม่น้อยกว่า 60 วัน
(2) การลาออกจาการาชการเพื่อสมัคร สว. ปี 2567 เมื่อสิ้นสุดการเลือกแล้ว สามารถแสดงความประสงค์ขอกลับเข้ารับราชการดังเดิมได้
(3) หากผู้มีอำนาจเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางราชการ จะยับยั้งเป็นเวลาไม่เกิน 60 วันนับตั้งแต่วันขอลาออก
(4) การลาออกต้องยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อผู้บังคับบัญชาผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
(5) ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ลาออก ต้องเป็นผู้บังคับบัญชาระดับอธิบดีขึ้นไป
ตอบ 2 23 – 24, (คำบรรยาย) การลาออกจากราชการ มีสาระสำคัญพอสรุปได้ดังนี้
1. ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งโดยยื่นล่วงหน้าก่อนวันขอลาออกไม่น้อยกว่า 30 วัน
2. ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ลาออกได้แก่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57
3. หากผู้มีอำนาจเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางราชการจะยับยั้งการลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 90 วันนับแต่วันขอลาออกก็ได้
4. การลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนด หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาและการลาออกให้มีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก ผู้บังคับบัญชาไม่มีอำนาจยับยั้งการลาออกได้
5. กฎหมายบางฉบับได้เปิดช่องให้ข้าราชการสามารถลาออกจากราชการเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. ได้ และเมื่อสิ้นสุดการเลือกแล้วสามารถแสดงความประสงค์ขอกลับเข้ารับราชการดังเดิมได้ เช่น การลาออกจากราชการเพื่อลงสมัคร สว. ปี 2567 เป็นต้น

45. งานในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับงานสารบรรณ
(1) การรับ-การส่ง
(2) การยืม
(3) การทำลาย
(4) การเก็บรักษา
(5) การแปล
ตอบ 5 หน้า 400 งานสารบรรณหมายถึง งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่การจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลาย

46. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับงานหนังสือราชการ
(1) หนังสือภายนอกเป็นการติดต่อสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ
(2) หนังสือภายในใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายนอกได้
(3) หนังสือภายนอกจะเป็นพิธีการน้อยกว่าหนังสือภายใน
(4) หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป
(5) หนังสือคำสั่งไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษตราครุฑ
ตอบ 4 หน้า 413 หนังสือประทับตรา คือ หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปเป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกำกับตรา

47. “ข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่สั่งการไว้ โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานประจำ” ลักษณะดังกล่าวหมายถึงหนังสือราชการประเภทใด
(1) ระเบียบ
(2) คำสั่ง
(3) ข้อบังคับ
(4) แถลงการณ์
(5) ประกาศ
ตอบ 1 หน้า 416 – 420, (คำบรรยาย) หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่
1. คำสั่ง คือ บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้กระดาษตราครุฑ
2. ระเบียบ คือ ข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่สั่งการไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานประจำ ใช้กระดาษตราครุฑ
3. ข้อบังคับ คือ ข้อบัญญัติที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดขึ้น โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทำได้ ใช้กระดาษตราครุฑ

48. ข้อใดไม่จัดอยู่ในประเภท “หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ”
(1) หนังสือรับรอง
(2) ข่าว
(3) รายงานการประชุม
(4) บันทึก
(5) ภาพถ่าย
ตอบ 2 หน้า 403, 416, 422, 428, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 26 – 27), (คำบรรยาย) หนังสือราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 (ฉบับปัจจุบัน) มี 6 ชนิด คือ
1. หนังสือภายนอก 2. หนังสือภายใน 3. หนังสือประทับตรา
4. หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ
5. หนังสือประชาสัมพันธ์ มี 3 ชนิด ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว
6. หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ มี 4 ชนิด ได้แก่ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก และหนังสืออื่น (ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง และแถบบันทึกภาพ)

49. การล้อเลียนเพื่อนร่วมงาน ถือเป็นความผิดประเภทใด และมีผลลงโทษแบบใด
(1) การผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง มีผลให้ลงโทษภาคทัณฑ์
(2) การผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง มีผลให้ลงโทษตัดเงินเดือน
(3) การผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง มีผลให้ลงโทษปลดออก
(4) การผิดวินัยร้ายแรง มีผลให้ลงโทษปลดออก
(5) การผิดวินัยร้ายแรง มีผลให้ลงโทษภาคทัณฑ์
ตอบ 1 (คำบรรยาย) กรณีข้าราชการล้อเลียนเพื่อนร่วมงาน ถือเป็นการผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่สุภาพเรียบร้อย มีผลให้ลงโทษภาคทัณฑ์

50. ผู้มีอำนาจพิจารณาความผิดและกำหนดโทษ เป็นไปตามมาตราใด
(1) มาตรา 56
(2) มาตรา 57
(3) มาตรา 58
(4) มาตรา 59
(5) มาตรา 60
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 22. ประกอบ

51. การสอบแข่งขันเข้ารับราชการเรื่องใดถือเป็นเรื่องโดยตรง
(1) การสอน
(2) การย้าย
(3) คุณสมบัติเฉพาะ
(4) คุณสมบัติทั่วไป
(5) การบรรจุและแต่งตั้ง
ตอบ 5 หน้า 92, (คำบรรยาย) การบรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนโดยบรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ ถือเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปของการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในทุกประเภท ทั้งนี้สามารถบรรจุข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ได้รับเลือกส่วนใหญ่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน

52. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณฉบับปัจจุบันใช้บังคับโดยตรงกับ
(1) ราชการบริหารส่วนกลาง
(2) ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
(3) ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 400, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 26), (คำบรรยาย) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ใช้บังคับแก่ส่วนราชการซึ่งหมายถึง กระทรวง กรม สำนักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการด้วย

53. หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณปัจจุบันมีกี่ชนิด
(1) 2 ชนิด
(2) 3 ชนิด
(3) 4 ชนิด
(4) 5 ชนิด
(5) 6 ชนิด
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 48. ประกอบ

54. ตำแหน่งใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม แต่มีตำแหน่งในการบังคับบัญชาต่างปลัดกระทรวง
(1) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
(2) เลขาธิการรัฐมนตรี
(3) ปลัดกรุงเทพมหานคร
(4) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
(5) โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

55. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันใช้กำหนดได้ต่อเมื่อเป็นไปที่สอดคล้องกับหลักความสามารถตามระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล
(1) การร้องทุกข์
(2) การอุทธรณ์
(3) การออกจากราชการ
(4) การสอบสวนทางวินัย
(5) การสอบแข่งขันเข้ารับราชการ
ตอบ 5 หน้า 17, (คำบรรยาย) หลักความสามารถ (Competence) ตามระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล หมายถึง การเลือกสรรบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นหรือพิจารณาเลื่อนระดับตำแหน่งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนมากจะกระทำโดยการสอบแข่งขัน สอบสัมภาษณ์ และการทดลองปฏิบัติงาน

56. หนังสือราชการชนิดใดต่อไปนี้ต้องมีคู่ฉบับลงท้าย
(1) หนังสือภายใน
(2) หนังสือประทับตรา
(3) หนังสือภายนอก
(4) รายงานการประชุม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 404 – 407, (คำบรรยาย) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีโดยใช้กระดาษตราครุฑ เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ซึ่งหนังสือภายนอกจะต้องมีคำขึ้นต้น คำลงท้าย และคำลงท้ายที่ถูกต้องตามฐานะของผู้รับหนังสือเพื่อทำการใช้คำขึ้นต้น สรรพนาม และคำลงท้ายที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 2

57. ระดับเชี่ยวชาญเป็นระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทใด
(1) บริหารระดับสูง
(2) อำนวยการระดับสูง
(3) ทั่วไป
(4) บริหารระดับต้น
(5) วิชาการ
ตอบ 5 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 13 – 14), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 46) ระดับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ มีดังนี้
1. ตำแหน่งประเภทบริหาร มี 2 ระดับ คือ ระดับต้น และระดับสูง
2. ตำแหน่งประเภทอำนวยการ มี 2 ระดับ คือ ระดับต้น และระดับสูง
3. ตำแหน่งประเภทวิชาการ มี 5 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ
4. ตำแหน่งประเภททั่วไป มี 4 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ ทั้งนี้การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎ ก.พ.

58. ระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภททั่วไปมีกี่ระดับตามที่บัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
(1) 1 ระดับ
(2) 5 ระดับ
(3) 4 ระดับ
(4) 3 ระดับ
(5) 2 ระดับ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 57. ประกอบ

59. ตำแหน่งใดต่อไปนี้เป็นกรรมการ ก.พ. โดยตำแหน่งตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
(1) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(2) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
(3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
(4) ปลัดกระทรวงการคลัง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 7 – 8), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 6 และมาตรา 7), (คำบรรยาย) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.” เป็นองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ประกอบด้วย
1. กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 5 คน ได้แก่ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ
2. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี

60. เรื่องใดต่อไปนี้ไม่ได้บัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนปัจจุบัน
(1) ศาลรัฐธรรมนูญ
(2) ศาลปกครอง
(3) ศาลทหาร
(4) ถูกทั้งข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (คำบรรยาย) พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนไว้หลายเรื่อง เช่น การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การเลื่อน การกลับ การออกจากราชการ การร้องทุกข์ การอุทธรณ์ การร้องเรียน ฯลฯ ส่วนเรื่องคณะกรรมการรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการประเภทพิเศษ รัฐวิสาหกิจ เป็นเรื่องที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน

**ตั้งแต่ข้อ 61. – 100. ข้อใดถูกให้ระบายในช่อง 1 ข้อใดผิดให้ระบายในช่อง 2**

61. การสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญไปประจำกระทรวง หรือประจำกรม ทำให้ขาดจากอัตราเงินเดือนเดิม
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 19), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 69), (คำบรรยาย) การสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญไปประจำส่วนราชการ (ประจำกระทรวง หรือประจำกรม) ซึ่งเป็นการสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม เป็นการช่วยราชการชั่วคราว จะไม่ทำให้ขาดจากอัตราเงินเดือนเดิม ยังคงได้รับเงินเดือนในอัตราเดิมอยู่ จึงไม่ทำให้ขาดอัตราเงินเดือนว่างลง ฉะนั้นการที่จะให้ผู้อื่นมารับเงินเดือนในตำแหน่งแทนที่ได้ คงทำได้แต่เพียงแต่งตั้งให้รักษาราชการในตำแหน่งได้เท่านั้น

62. วินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นอยู่กับเหตุผลที่จะเป็นสิ่งจูงใจให้ข้าราชการพลเรือนสามัญปฏิบัติโดยไม่ต้องมีการบังคับ
ตอบ 1 หน้า 258 ศาสตราจารย์ Joseph B. Kingsbury และศาสตราจารย์ Robert F. Wilcox ได้กล่าวถึงวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญว่าขึ้นอยู่กับเหตุผลเป็นสำคัญที่จะเป็นสิ่งจูงใจให้ข้าราชการพลเรือนสามัญปฏิบัติได้โดยไม่ต้องอาศัยการบังคับ โดยวินัยประเภทนี้เรียกว่าวินัยที่เกิดจากตนเอง (Self-discipline)

63. บำนาญ คือ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับเมื่อพ้นจากราชการมิใช่สิทธิได้รับตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ บำนาญจ่ายเป็นรายเดือน
ตอบ 1 หน้า 69 – 70, (คำบรรยาย) บำนาญ คือ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับเมื่อพ้นจากราชการแล้ว ซึ่งผู้จะได้รับบำนาญต้องเป็นผู้มีสิทธิได้รับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยบำนาญจะจ่ายเป็นรายเดือน

64. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นโดยหลักฐานในราชการถือว่าเป็นหนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 หน้า 403, (คำบรรยาย) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 กำหนดว่า หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่
1. หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ
2. หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก
3. หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
4. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ เช่น รายงานการประชุม เป็นต้น
5. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ
6. ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

65. การบริหารงานบุคคลในระบบราชการไทยได้มีการพัฒนามาตามลำดับ อาจกล่าวได้ว่าเป็นการพัฒนาจากระบบอุปถัมภ์ไปสู่ระบบคุณธรรม
ตอบ 2 หน้า 25, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 3) การบริหารงานบุคคลในระบบราชการของไทยได้มีการพัฒนามาตามลำดับ โดยพัฒนาจากรูปแบบที่ไม่ได้เป็นทางการไปสู่รูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น และจากระบบอุปถัมภ์ไปสู่ระบบคุณธรรม โดยทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้รับบริการ

66. คำว่า “ปลัดกระทรวง” ตามคำนิยามของระเบียบข้าราชการพลเรือนปัจจุบัน ให้หมายความรวมถึง “ปลัดกรุงเทพมหานคร” ด้วย
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 4) คำว่า “ปลัดกระทรวง” ให้หมายความรวมถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดทบวง

67. ระดับชำนาญการพิเศษเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภททั่วไปตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 57. ประกอบ

68. วินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันประการหนึ่ง คือ ห้ามมิให้เป็นกรรมการบริหารของพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4 – 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36) ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนต้องมีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
1. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2. เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
3. เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง 4. เป็นบุคคลล้มละลาย ฯลฯ

69. บำเหน็จดำรงชีพเป็นเงินที่ผู้รับบำนาญมีสิทธิได้รับ ปัจจุบันจะมีสิทธิได้รับเมื่ออายุครบ 60 ปีในปีที่เกษียณอายุราชการ และเมื่ออายุครบ 65 ปี และ 70 ปีอีก ตามที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) บำเหน็จดำรงชีพ คือ เงินที่จ่ายให้ข้าราชการเพื่อช่วยเหลือการดำรงชีพ ซึ่งจ่ายในอัตรา 15 เท่าของบำนาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยผู้รับบำนาญมีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพ ดังนี้
1. ผู้รับบำนาญอายุต่ำกว่า 65 ปี ขอรับได้ไม่เกิน 200,000 บาท
2. ผู้รับบำนาญอายุตั้งแต่ 65 ปี แต่ไม่ถึง 70 ปี ขอรับได้ไม่เกิน 400,000 บาท แต่ถ้าใช้สิทธิตามข้อ 1. ไปแล้ว ขอรับในส่วนที่ยังไม่ครบตามสิทธิของผู้นั้น แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 400,000 บาท
3. ผู้รับบำนาญที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ขอรับได้ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้าใช้สิทธิตามข้อ 1. และ 2. ไปแล้ว ขอรับได้ในส่วนที่ยังไม่ครบตามสิทธิของผู้นั้น แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

70. หลักความเสมอภาคตามระบบคุณธรรม หมายความว่า สิทธิที่จะเข้ารับราชการจะต้องเปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ตอบ 1 หน้า 17 หลักความเสมอภาค (Equality) ตามระบบคุณธรรม หมายความว่า สิทธิที่จะเข้ารับราชการจะต้องเปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไปทุกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่ราชการต้องการซึ่งการจะเข้ามาเป็นข้าราชการพลเรือน โดยให้มีโอกาสสอบแข่งขันเข้ารับราชการได้ และต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุเกี่ยวกับเหล่ากำเนิด ฐานะทางเศรษฐกิจ สถานภาพทางสังคม ศาสนา และเพศ

71. ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นการบรรจุและแต่งตั้งที่สำคัญคือต้องขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดก่อน และปลัดกระทรวงเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 17 – 18), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 (1) (2) (7)), (คำบรรยาย) ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีขั้นตอนการบรรจุและแต่งตั้งโดยต้องขออนุมัติหรือขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หรือต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ได้แก่ 1. ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น 2. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ

72. ข้าราชการการเมือง เข้าดำรงตำแหน่งโดยให้เป็นไปตามเหตุแห่งการดำรงตำแหน่งและการเป็นข้าราชการการเมืองฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 หน้า 383, 391 ข้าราชการการเมืองได้รับแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งโดยเป็นไปตามเหตุแห่งการดำรงตำแหน่งหรือตามระบบอุปถัมภ์ (ไม่ได้เน้นเรื่องคุณวุฒิหรือความรู้ความสามารถ) และตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 (ฉบับปัจจุบัน) กล่าวคือ แต่เดิมข้าราชการการเมืองถือว่าเป็นข้าราชการพลเรือนประเภทหนึ่งตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน แต่ในปัจจุบันได้มีการแยกข้าราชการการเมืองออกจากข้าราชการพลเรือน เพื่อไม่ให้มีการก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน และใช้ประโยชน์ได้ โดย พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 เพื่อใช้บังคับแก่ข้าราชการการเมืองโดยตรง

73. บำเหน็จตกทอดเป็นเงินที่กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการกำหนดให้จ่ายแก่ทายาทของผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม
ตอบ 1 หน้า 69 – 72, (คำบรรยาย) บำเหน็จบำนาญ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. บำเหน็จบำนาญปกติ คือ เงินที่จ่ายให้ข้าราชการที่มีสิทธิได้รับตามอันตราเงินเดือนเพราะเหตุรับราชการปกติ
2. บำเหน็จบำนาญพิเศษ คือ เงินที่จ่ายให้ข้าราชการเพราะเหตุทุพพลภาพหรือเพราะเหตุปฏิบัติราชการต่อไปไม่ได้ ถ้าถึงแก่กรรมทายาทมีสิทธิได้รับสิทธิตามกฎหมายกำหนด
3. บำเหน็จตกทอด คือ เงินที่จ่ายให้แก่ทายาทของผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม ซึ่งจ่ายให้ครั้งเดียว

74. ตำแหน่งประเภทอำนวยการ จะมีในส่วนราชการใด จำนวนเท่าใด ตำแหน่งประเภทใด ระดับใด ให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง กำหนด
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 14), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 47) ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญจะมีในส่วนราชการใด จำนวนเท่าใด และเป็นตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด ให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง กำหนด โดยต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไม่ซ้ำซ้อนและประหยัดเป็นหลัก ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด และต้องเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

75. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเป็นหลักฐานในราชการ เช่น รายงานการประชุม ถือว่าเป็นหนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 64. ประกอบ

76. ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน ตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 22. ประกอบ

77. มติของ ก.พ. ในการยกเว้นลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนบางประการ ต้องได้คะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ของจำนวนกรรมการข้าราชการพลเรือนที่มาประชุมพิจารณากรณีดังกล่าว
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36 วรรคสอง และวรรคสี่) มติของ ก.พ. ในการยกเว้นลักษณะต้องห้าม (คุณสมบัติต้องห้าม) บางประการสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนนั้น ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวนกรรมการที่มาประชุม และการลงมติให้กระทำโดยลับ ซึ่งในการนี้ ก.พ. จะยกเว้นให้เป็นการเฉพาะราย หรือจะประกาศยกเว้นให้เป็นการทั่วไปก็ได้

78. ผลของการไม่ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการอย่างร้ายแรง ถือว่าไม่ใช้ความผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ผู้นั้นได้รับการพัฒนา หรืออาจสั่งตัดเงินเดือน หรืออาจนำไปประกอบการพิจารณาการเลื่อนเงินเดือนก็ได้
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 20), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 79) ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการอันมิใช่เป็นความผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือน นำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน หรือสั่งให้ผู้นั้นได้รับการพัฒนา

79. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันให้กำหนดให้การสรรหา การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการสามัญต้องเป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง กำหนด
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 30. ประกอบ

80. การอุทธรณ์การลงโทษเป็นสิทธิของข้าราชการพลเรือนสามัญ ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันกำหนดให้อ.ก.พ. กระทรวง พิจารณาอนุมัติโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 บัญญัติว่า การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือข้าราชการอื่นมาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญต้องเกิดจากความสมัครใจของผู้ขอโอนเอง โดยเมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของทั้ง 2 หน่วยงานตกลงกันแล้วให้เสนอเรื่องไปยัง ก.พ. เพื่อพิจารณาอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบ ซึ่ง ก.พ. จะพิจารณาอนุมัติโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก

81. การลาออกจากราชการกรณีพิเศษไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ผู้บังคับบัญชาอาจยับยั้งการสั่งอนุญาตการลาออกนั้นได้ไม่เกิน 90 วันนับแต่วันขอลาออก
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 24), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 109 วรรคห้า), (คำบรรยาย) ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)) ตำแหน่งทางการเมือง (เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง, เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง, ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง) หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนด หรือตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการที่กฎหมายกำหนดว่าต้องไม่เป็นข้าราชการ (เช่น นายกสภามหาวิทยาลัยของรัฐ) หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ (ส.ส.) สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (เช่น นายก อบต.) ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งอนุญาตการลาออก (ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 57) ไม่อาจยับยั้งการขอลาออกได้ และให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

82. การที่กฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนได้กำหนดเรื่องการออกจากราชการไว้เป็นกิจจะลักษณะนับได้ว่าเป็นมาตรการที่เป็นไปตามระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล
ตอบ 1 หน้า 307, (คำบรรยาย) การที่กฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดเรื่องการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญไว้เป็นกิจจะลักษณะนั้นนับได้ว่าเป็นมาตรการประการหนึ่งในการให้หลักประกันความมั่นคงแก่ข้าราชการตามระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลมิให้ข้าราชการต้องออกจากราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเป็นไปโดยอำเภอใจของผู้บังคับบัญชา

83. หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมปกติได้แก่ ตำแหน่งอธิบดี เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารมีระดับตำแหน่งเดียวกับตำแหน่งปลัดกระทรวง
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

84. กรรมการในคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการอีกก็ได้ แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 11), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 และมาตรา 29), (คำบรรยาย) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ค.” ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการของ ก.พ.ค. โดยตำแหน่ง โดยกรรมการ ก.พ.ค. ต้องทำงานเต็มเวลา และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปีนับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ดังนั้นกรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ก.พ.ค. อีกมิได้ แต่ให้กรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ ก.พ.ค. ใหม่

85. ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 18), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 59 วรรคสาม), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการในระหว่าง
ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญมาก่อน แต่ทั้งนี้จะไม่กระทบกระเทือนถึงการที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการในระหว่างผู้นั้นอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้นจึงไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือข้อห้ามของข้าราชการพลเรือนแต่อย่างใด

86. การมีลำดับการบังคับบัญชาของข้าราชการตามระบบราชการ หมายถึง ข้าราชการมีการควบคุมขั้นสุดท้ายอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุด
ตอบ 1 หน้า 2, (คำบรรยาย) การมีลำดับการบังคับบัญชา (Hierarchy) ของข้าราชการตามระบบราชการ หมายถึง การที่ข้าราชการประจำและคณะบุคคลจะต้องมีผู้บังคับบัญชาคอยสั่งการและควบคุมการกระทำของเขาตามลำดับ โดยมีการจำแนกอำนาจหน้าที่หรือภารกิจความรับผิดชอบของตำแหน่ง และมีการควบคุมขั้นสุดท้ายอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุด คือ ปลัดกระทรวงโดยอาศัยการจัดโครงสร้างแบบพีระมิด

87. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมต้องปฏิบัติงานเต็มเวลา และอยู่ในตำแหน่งได้จนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 84. ประกอบ

88. ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน และเป็นตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานคร เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554

89. ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าผู้ที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญส่วนใหญ่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 51. ประกอบ

90. กฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2471 เป็นกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับแรก มีผลใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ 2 หน้า 29, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 3) พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2471 เป็นกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับแรกของปวงชนชาวสยาม ซึ่งประกาศเป็นกฎหมายในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2471 แต่ได้มีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฯ โดย พ.ร.บ. ฉบับนี้เริ่มมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2472 หรืออีกราวปีเศษให้หลัง

91. กรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการ ก.พ. อีกก็ได้
ตอบ 1 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 7 วรรคสาม และวรรคสี่), (คำบรรยาย) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.พ. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีกก็ได้ แต่ถ้าเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการใหม่

92. ข้าราชการตุลาการ (ผู้พิพากษา) อาจโอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญได้ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง), (คำบรรยาย) การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนสามัญ (เช่น ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการตุลาการ (ผู้พิพากษา) ข้าราชการอัยการ ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น) และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐที่ ก.พ. กำหนด มาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตลอดจนจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด ซึ่ง ก.พ. จะพิจารณาอนุมัติโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก

93. ข้าราชการพลเรือนสามัญอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ตอบ 1 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 วรรคสอง) ข้าราชการพลเรือนอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

94. ผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือสอบเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ระเบียบบัญญัติว่าห้ามมิให้ขาดคุณสมบัติทั่วไปของการเป็นข้าราชการพลเรือน
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4 – 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36), (คำบรรยาย) ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามโดยไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับเวลาที่จัดไว้ที่ ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้สมัครเข้ารับราชการได้ โดยไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติทั่วไป มี 4 กรณี ดังนี้
1. เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
2. เป็นบุคคลล้มละลาย
3. เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา
4. เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ

95. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมเป็นองค์กรที่ไม่เคยบัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใดมาก่อน เพิ่งบัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 7), (คำบรรยาย) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นองค์กรที่ไม่เคยบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใดมาก่อน เพิ่งบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นองค์กรพิทักษ์คุ้มครองความป็นธรรมให้แก่ข้าราชการข้าราชการพลเรือน และพิทักษ์ระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม

96. โทษทางวินัยขั้นปลดออกจากราชการ ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันกำหนดให้ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ

97. ผู้ที่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญมาก่อน และลาออกจากราชการไปโดยไม่มีความผิดวินัยแต่ประการใดถ้าประสงค์จะขอกลับเข้ารับราชการอาจขอกลับเข้ารับราชการอีกที่กระทรวง ทบวง กรมเดิมและจะต้องได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมได้ด้วย
ตอบ 2 หน้า 99, (คำบรรยาย) ผู้ที่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญมาก่อน และลาออกจากราชการไปโดยไม่มีความผิดวินัยแต่ประการใด ถ้าประสงค์จะขอกลับเข้ารับราชการอาจขอกลับเข้ารับราชการในกระทรวง กรมใด ๆ ก็ได้ โดยไม่จำกัดเฉพาะกระทรวง กรมเดิม แต่จะต้องถูกบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่สูงกว่าเดิมก่อนออกจากราชการ และอาจได้รับเงินเดือนที่สูงกว่าเดิมก็ได้ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

98. การบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับปริญญาจากต่างประเทศเข้ารับราชการ ตามปกติจะต้องผ่านการสอบแข่งขันเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่เปิดสอบแข่งขันนั้น
ตอบ 1 หน้า 93 – 95 การบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่ ก.พ. รับรองเข้ารับราชการนั้น โดยปกติจะต้องผ่านการสอบแข่งขันเช่นเดียวกับผู้สำเร็จการศึกษาในประเทศหรือบุคคลทั่วไปที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่เปิดสอบแข่งขันนั้น แต่ต้องเสนอคุณวุฒิให้ ก.พ. พิจารณารับรองเพื่อตีราคาอัตราเงินเดือนและกำหนดหลักเกณฑ์การบรรจุเป็นราย ๆ ทุกรายไป โดยพิจารณาจากหลักสูตรการศึกษา และความน่าเชื่อถือของสถาบันที่ประสาทปริญญาหรือประกาศนียบัตรนั้นด้วย แต่ ก.พ. จะไม่มีอำนาจในการบรรจุและแต่งตั้ง

99. เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญกำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 50), (คำบรรยาย) เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน ทั้งนี้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด จะได้รับเงินเดือนสามัญขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญเท่าใด หรือจะได้รับเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัตินี้ในอัตราใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

100. การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งย้ายจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดแล้ว
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 18), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 63 วรรคสาม), (คำบรรยาย) การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งย้ายจะกระทำได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้น ส่วนการย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าเดิม จะไม่สามารถดำเนินการได้แต่ต้องใช้วิธีการสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน

 

POL2302 ระเบียบวิธีปฏิบัติราชการ 1/2567

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2567

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2302 ระเบียบวิธีปฏิบัติราชการ

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1. ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน กรรมการ ก.พ. ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
(1) 1 ปี
(2) 2 ปี
(3) 3 ปี
(4) 4 ปี
(5) 5 ปี
ตอบ 3 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 7 – 8), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 6 และมาตรา 7), (คำบรรยาย) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.” เป็นองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคล ประกอบด้วย
1. กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 5 คน ได้แก่ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ
2. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน โดยอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี

2. ข้อใดเป็นโทษผิดวินัยข้าราชการพลเรือนสามัญสถานเบาที่สุด
(1) ตัดเงินเดือน
(2) ทำทัณฑ์บน
(3) ภาคทัณฑ์
(4) ว่ากล่าว
ตอบ 3 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 22 – 23), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 88), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7 การดำเนินการทางวินัย โดยโทษทางวินัยมี 5 สถาน ซึ่งแบ่งออกเป็น
1. โทษผิดวินัยประเภทไม่ร้ายแรง มี 3 สถาน ได้แก่ ภาคทัณฑ์ (เบาที่สุด) ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน
2. โทษผิดวินัยอย่างร้ายแรง มี 2 สถาน ได้แก่ ปลดออก และไล่ออก (หนักที่สุด)

3. การบริหารงานบุคคลภาครัฐระบบอุปถัมภ์มีข้อดี คือ
(1) ช่วยให้ความคุ้มครองแก่ข้าราชการ
(2) ช่วยให้ข้าราชการก้าวหน้าเร็วขึ้น
(3) ช่วยเสริมสร้างขวัญโดยการสอบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 3 หน้า 19 การบริหารงานบุคคลตามระบบอุปถัมภ์มีข้อดี คือ
1. ช่วยให้การบริหารงานบุคคลดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย
2. ช่วยเสริมสร้างขวัญโดยการสอบสวนระบบคุณธรรมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
3. ช่วยให้การบริหารงานบุคคลสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทันท่วงที

4. ระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารมีกี่ระดับ
(1) ระดับเดียว
(2) 2 ระดับ
(3) 3 ระดับ
(4) 4 ระดับ
(5) 5 ระดับ
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 13 – 14), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 46) ระดับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ มีดังนี้
1. ตำแหน่งประเภทบริหารมี 2 ระดับ คือ ระดับต้น และระดับสูง
2. ตำแหน่งประเภทอำนวยการมี 2 ระดับ คือ ระดับต้น และระดับสูง
3. ตำแหน่งประเภทวิชาการมี 5 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ
4. ตำแหน่งประเภททั่วไประดับ 4 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ ทั้งนี้การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎ ก.พ.

5. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันมีกี่ประเภท
(1) ประเภทเดียว
(2) 2 ประเภท
(3) 3 ประเภท
(4) 4 ประเภท
(5) 5 ประเภท
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 3), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 35), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนเป็นข้าราชการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยตรงของ ก.พ. ซึ่งมี 2 ประเภท คือ
1. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนซึ่งรับราชการโดยได้รับบรรจุแต่งตั้งตามที่บัญญัติไว้ในลักษณะ 4 ข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งข้าราชการประเภทนี้ถือเป็นข้าราชการส่วนใหญ่ที่มีจำนวนมากที่สุดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
2. ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนซึ่งรับราชการโดยได้รับบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในพระองค์พระมหากษัตริย์ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

6. การยื่นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยอันใดออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญให้ยื่นต่อองค์กรใด
(1) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
(2) คณะกรรมการพิทักษ์ธรรม
(3) อ.ก.พ. กระทรวง
(4) ศาลปกครอง
(5) ศาลยุติธรรม
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 24 – 25), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 114), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่งลงโทษตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ไม่ว่าจะเป็นโทษทางวินัยสถานใดหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 110 (1) (3) (5) (6) (7) และ (8) ของ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง

7. ตำแหน่งใดต่อไปนี้เป็นประเภทบริหารระดับสูง
(1) อธิบดี
(2) ผู้ว่าราชการจังหวัด
(3) รองปลัดกระทรวง
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ตำแหน่งประเภทบริหารตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มี 2 ระดับ คือ
1. บริหารระดับต้น ได้แก่ รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (รองอธิบดี), รองผู้ว่าราชการจังหวัด, อัครราชทูต เป็นต้น
2. บริหารระดับสูง ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง (ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง), รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง (รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและรองปลัดกระทรวง), หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (อธิบดี), หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม (เช่น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฯลฯ), ผู้ว่าราชการจังหวัด, เอกอัครราชทูต เป็นต้น

8. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมมีจำนวนกี่คน
(1) 5 คน
(2) 6 คน
(3) 7 คน
(4) 8 คน
(5) 9 คน
ตอบ 3 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 11), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 26 และมาตรา 29), (คำบรรยาย) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ค.” ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการ โดยตำแหน่ง โดยกรรมการ ก.พ.ค. ต้องทำงานเต็มเวลา และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปีนับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ดังนั้นกรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ก.พ.ค. อีกมิได้ แต่ให้กรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ ก.พ.ค. ใหม่

9. กรณีข้าราชการพลเรือนสามัญถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือน ให้ข้าราชการพลเรือนผู้นั้นมีสิทธิ
(1) ร้องทุกข์
(2) อุทธรณ์
(3) ฟ้องศาลปกครอง
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ

10. ตำแหน่งใดต่อไปนี้คือข้าราชการพลเรือนสามัญโดยมีตำแหน่งเป็นประเภทอำนวยการ
(1) อธิบดี
(2) รองอธิบดี
(3) รองผู้ว่าราชการจังหวัด
(4) ปลัดจังหวัด
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทอำนวยการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มี 2 ระดับ คือ
1. อำนวยการระดับต้น ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรม (ผู้อำนวยการกอง/ศูนย์, เลขานุการกรม), หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด (ระดับต้น), นายอำเภอ (ระดับต้น) เป็นต้น
2. อำนวยการระดับสูง ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรม (ผู้อำนวยการสำนัก/ศูนย์/สถาบัน), หัวหน้าสำนักงานจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด (ระดับสูง), ปลัดจังหวัด, นายอำเภอ (ระดับสูง), ผู้ตรวจราชการกรม เป็นต้น

11. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใดต่อไปนี้ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(1) ปลัดกระทรวง
(2) อธิบดี
(3) รองผู้ว่าราชการจังหวัด
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 17 – 18), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 (1) (2) (7)), (คำบรรยาย) ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญที่ขั้นตอนการบรรจุและแต่งตั้งโดยต้องขออนุมัติหรือขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและข้าราชการประจำซึ่งมิได้เป็นเพียงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หรือต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ได้แก่
1. ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น
2. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ

12. หนังสือราชการชนิดใดต่อไปนี้ต้องมีคำลงท้าย
(1) หนังสือประทับตรา
(2) หนังสือภายใน
(3) หนังสือภายนอก
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 3 หน้า 404 – 407, (คำบรรยาย) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีโดยใช้กระดาษตราครุฑ เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ซึ่งหนังสือภายนอกนี้จะต้องมีคำขึ้นต้นและคำลงท้ายตามระเบียบงานสารบรรณนี้ใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 2

13. ข้อใดเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์ตามระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบัน
(1) ระเบียบ
(2) ข้อบังคับ
(3) แถลงการณ์
(4) คำสั่ง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 403, 416, 422, 428, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 26 – 27), (คำบรรยาย) หนังสือราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 มี 6 ชนิด คือ
1. หนังสือภายนอก 2. หนังสือภายใน 3. หนังสือประทับตรา
4. หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ
5. หนังสือประชาสัมพันธ์ มี 3 ชนิด ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว
6. หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ มี 4 ชนิด ได้แก่ หนังสือรับรองรายงานการประชุม บันทึก และหนังสืออื่น (ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง และแถบบันทึกภาพ)

14. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมีจำนวนกี่คน
(1) 3 – 5 คน
(2) 4 – 5 คน
(3) 7 คน
(4) 8 คน
(5) ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

15. ข้อใดเป็นโทษผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
(1) ปรับ
(2) ปลดออก
(3) ไล่ออก
(4) จำคุก
(5) ประหารชีวิต
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

16. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญระดับทรงคุณวุฒิเป็นตำแหน่งประเภท
(1) บริหารระดับต้น
(2) อำนวยการระดับสูง
(3) วิชาการระดับสูง
(4) บริหารระดับสูง
(5) วิชาการ
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

17. ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน คำว่า “คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง” หมายถึง
(1) หลักการกำหนดเงินเดือน
(2) หลักการกำหนดตำแหน่ง
(3) การบรรจุและแต่งตั้ง
(4) หลักการบรรจุผู้ที่มีคุณวุฒิพิเศษ
(5) ความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์
ตอบ 5 หน้า 94, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 16) คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง หมายถึง คุณสมบัติที่กำหนดไว้โดยเฉพาะสำหรับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณวุฒิทางการศึกษา ความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ในการรับราชการ โดยคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างไรจะมีกำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของแต่ละประเภทตำแหน่งที่ ก.พ. จัดทำขึ้น

18. หลักเกณฑ์ของการสอบแข่งขันตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน คือ
(1) ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน
(2) ผู้ที่เป็นข้าราชการอยู่แล้วไม่มีสิทธิสมัครสอบ
(3) การบรรจุผู้สอบได้ตามความเหมาะสม
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันนั้น การสอบแข่งขันเป็นการสอบเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการตามลำดับที่ที่สอบได้ โดยรับสมัครจากบุคคลทั่วไป อันไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการ ซึ่งมีคุณสมบัติและความรู้ที่ต้องการสำหรับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และให้ ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน แต่ ก.พ. อาจจะมอบหมายให้ อ.ก.พ. ใด ๆ หรือองค์กรหรือส่วนราชการใด ๆ ร่วมกับสำนักงาน ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันก็ได้

19. ระดับใดต่อไปนี้เป็นระดับของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหาร
(1) ระดับต้น
(2) ระดับสูง
(3) ระดับทักษะพิเศษ
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 4. และ 7. ประกอบ

20. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทอำนวยการมีกี่ระดับ
(1) ระดับเดียว
(2) 2 ระดับ
(3) 3 ระดับ
(4) 4 ระดับ
(5) 5 ระดับ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 4. และ 10. ประกอบ

21. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมการ ก.พ. ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านใด
(1) ด้านกฎหมาย
(2) ด้านการบริหารและการจัดการ
(3) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

22. ปัจจุบันตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทใดต่อไปนี้ที่ได้รับทั้งเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
(1) บริหาร
(2) อำนวยการ
(3) ทั่วไประดับสูง
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทที่ได้รับทั้งเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ได้แก่
1. ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นและระดับสูง
2. ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นและระดับสูง
3. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ
4. ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ

23. การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวกับ การรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต้องคำนึงถึง
(1) ความเสมอภาค
(2) ความรู้ความสามารถของบุคคล
(3) ความเป็นธรรม
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 42 (1)) การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวกับการรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ

24. ระดับทักษะพิเศษเป็นระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทใด
(1) วิชาการ
(2) พิเศษ
(3) ทั่วไป
(4) บริหาร
(5) วิชาชีพ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

25. ข้อใดต่อไปนี้เป็นระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทอำนวยการ
(1) ระดับทรงคุณวุฒิ
(2) ระดับต้น
(3) ระดับสูง
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 4. และ 10. ประกอบ

26. ระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการมีกี่ระดับ
(1) 2 ระดับ
(2) 3 ระดับ
(3) 4 ระดับ
(4) 5 ระดับ
(5) 6 ระดับ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

27. การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวกับ การพิจารณาความดีความชอบต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรมโดยพิจารณาจาก
(1) ความประพฤติ
(2) ผลงาน ศักยภาพ
(3) ความคิดเห็นทางการเมือง
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 42 (3)) การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตำแหน่ง และการให้ประโยชน์แก่ข้าราชการต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรมโดยพิจารณาจากผลงาน ศักยภาพ และความประพฤติ แต่จะนำความคิดเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้

28. พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันคือฉบับ พ.ศ.
(1) 2471
(2) 2535
(3) 2540
(4) 2550
(5) 2551
ตอบ 5 (คำบรรยาย) พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับ พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2551 โดย พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวได้กำหนดให้ยกเลิก พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนเดิม คือ ฉบับ พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด

29. สำนักงาน ก.พ. มีฐานะเป็นกรมขึ้นตรงต่อ
(1) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(2) รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(3) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
(4) นายกรัฐมนตรี
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง), (คำบรรยาย) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน ก.พ.” เป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม อยู่ในสังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีเลขาธิการ ก.พ. เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและบริหารราชการของสำนักงาน ก.พ. ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

30. ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งลงโทษขั้นไล่ออกจากราชการมีผลดังนี้
(1) ทำให้ขาดสิทธิการขอรับบำเหน็จ
(2) ทำให้ขาดสิทธิการขอรับบำนาญ
(3) ทำให้ขาดสิทธิในการขออุทธรณ์
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 หน้า 267, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 23 – 25), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 97 วรรคสี่ และมาตรา 114), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยไม่ว่าจะเป็นโทษทางวินัยสถานใดมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง ในกรณีข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่งลงโทษทางวินัยขั้นปลดออกจากราชการมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยถือเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ ส่วนข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่งลงโทษทางวินัยขั้นไล่ออกจากราชการจะไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

31. ผู้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญต้อง
(1) มีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน
(2) มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
(3) ได้รับการรับรองจาก ก.พ. ด้วย
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 54), (คำบรรยาย) ผู้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญนั้น ต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการ คือ 1. มีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามของข้าราชการพลเรือนตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36 2. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบคัดเลือกนั้น

32. หนังสือราชการภายนอกตามระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบันมีกี่ชนิด
(1) 2 ชนิด
(2) 3 ชนิด
(3) 4 ชนิด
(4) 5 ชนิด
(5) 6 ชนิด
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ

33. ข้อใดเป็นลักษณะของข้าราชการพลเรือน
(1) มีหลักประกันความมั่นคง
(2) เน้นเรื่องความรู้ความสามารถ
(3) ไม่ว่าวาระการดำรงตำแหน่ง
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 32 ลักษณะของข้าราชการพลเรือนตามระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2471 (ฉบับแรก) มีดังนี้
1. เป็นข้าราชการประจำ (ไม่มีวาระการดำรงตำแหน่ง)
2. มีหลักประกันความมั่นคง
3. ได้รับการเลือกสรรเข้ารับราชการโดยถือเอาความรู้ความสามารถเป็นเกณฑ์ หรือเน้นคุณวุฒิ ฯลฯ

34. ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้
(1) เป็นบุคคลล้มละลาย
(2) เป็นไปตามโรคที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4 – 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36) ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ 1. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2. เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. 3. เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือตามกฎหมายอื่น 4. เป็นบุคคลล้มละลาย

35. ประธานคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ได้แก่
(1) ประธานศาลฎีกา
(2) ประธานศาลปกครองสูงสุด
(3) ประธานวุฒิสภา
(4) ประธานสภาผู้แทนราษฎร
(5) นายกรัฐมนตรี
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 12), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 26) คณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน รองประธานศาลฎีกาที่ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกา 1 คน กรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คนซึ่งได้รับเลือกโดย ก.พ. และให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ

36. ตำแหน่งใดต่อไปนี้เป็นประธาน อ.ก.พ. กระทรวง
(1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
(2) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
(3) ปลัดกระทรวง
(4) รองปลัดกระทรวง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 9), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 15), (คำบรรยาย) อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบด้วย
1. อนุประธานโดยตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีเจ้าสังกัด (รัฐมนตรีว่าการกระทรวง) เป็นประธานปลัดกระทรวง เป็นรองประธาน และผู้แทน ก.พ. 1 คน
2. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีเจ้าสังกัดแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมายที่มิได้เป็นข้าราชการในกระทรวงนั้น จำนวนไม่เกิน 3 คน
3. อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการ ซึ่งรัฐมนตรีเจ้าสังกัดแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกระทรวงนั้น จำนวนไม่เกิน 5 คน
4. เลขานุการ ซึ่ง อ.ก.พ. กระทรวง แต่งตั้ง จำนวน 1 คน

37. ระดับใดต่อไปนี้ใช้ไปประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการ
(1) ระดับปฏิบัติการ
(2) ระดับชำนาญการ
(3) ระดับเชี่ยวชาญ
(4) ระดับทรงคุณวุฒิ
(5) ระดับทักษะพิเศษ
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

38. กรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมมีวาระดำรงตำแหน่งกี่ปีนับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(1) 6 ปี
(2) 7 ปี
(3) 8 ปี
(4) 9 ปี
(5) 4 ปี
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ

39. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันได้กำหนดเรื่องใดต่อไปนี้ที่สอดคล้องกับหลักความสามารถตามระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล
(1) การสอบสวนทางวินัย
(2) การร้องทุกข์
(3) การสอบแข่งขัน
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 3 หน้า 17, (คำบรรยาย) หลักความรู้ความสามารถ (Competence) ตามระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล หมายถึง การเลือกสรรบุคคลเพื่อบรรจุเข้าเป็นข้าราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ บุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนมากจะกระทำโดยการสอบแข่งขัน ขั้นสอบสัมภาษณ์ และการทดลองปฏิบัติงาน

40. ราชการที่เกี่ยวกับ
(1) การจัดทำบริการสาธารณะ
(2) หน้าที่ของรัฐบาล
(3) มุ่งหมายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 1, (คำบรรยาย) ราชการ คือ การงานของประเทศที่เกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะประเภทต่าง ๆ เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน การรักษาความยุติธรรมในสังคม การดูแลสิ่งแวดล้อม การจัดสวัสดิการ การจัดทำประกันสังคม เป็นต้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ซึ่งการจัดทำบริการสาธารณะอันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยมีข้าราชการประจำ เป็นเครื่องมือหรือมือไม้ที่ให้บริการให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานที่กำหนดของฝ่ายการเมือง และจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทางราชการ

41. ข้อใดเป็นคุณสมบัติทั่วไปของข้าราชการพลเรือน
(1) มีสัญชาติไทย
(2) อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4 – 5), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36) คุณสมบัติทั่วไปของข้าราชการพลเรือน ได้แก่
1. มีสัญชาติไทย 2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี 3. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

42. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับแรก
(1) เพื่อความเป็นมาตรฐาน
(2) เพื่อความเสมอภาค
(3) เพื่อความยุติธรรม
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 30 – 31, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 3) วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2471 (ฉบับแรก) มีดังนี้
1. เพื่อความเป็นระเบียบและมาตรฐาน
2. เพื่อความเสมอภาคและยุติธรรมแก่ผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับราชการและผู้ที่เป็นข้าราชการอยู่แล้ว
3. เพื่อให้หลักประกันความมั่นคงแก่ข้าราชการ
4. เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการ ทั้งนี้ในขณะที่ใช้ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับแรกนั้น ยังไม่มีการแบ่งข้าราชการพลเรือนออกเป็นข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ จึงมิได้กำหนดวัตถุประสงค์ที่มุ่งวางหลักการให้ข้าราชการประจำวางตัวเป็นกลางในทางการเมือง

43. เรื่องใดต่อไปนี้ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
(1) ศาลรัฐธรรมนูญ
(2) ศาลปกครอง
(3) ข้าราชการพลเรือนรัฐสภา
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (คำบรรยาย) พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติไว้เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนไว้หลายเรื่อง เช่น การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การสับเปลี่ยนหน้าที่ การออกจากราชการ การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ฯลฯ ส่วนเรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ข้าราชการทหาร ข้าราชการประจำ ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการพลเรือนรัฐสภา เป็นเรื่องที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน

44. ข้อใดเป็นลักษณะบางประการของข้าราชการการเมือง
(1) ต้องสังกัดพรรคการเมือง
(2) เน้นความชอบธรรม
(3) มีอัตราเงินเดือนที่คงที่
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 3 หน้า 391, (คำบรรยาย) ลักษณะของข้าราชการการเมือง มีดังนี้
1. เป็นข้าราชการการเมืองตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 (ฉบับปัจจุบัน)
2. มีอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนรายเดือนคงที่ ซึ่งกำหนดตามตำแหน่งและไม่มีขั้นขึ้น
3. การเข้าดำรงตำแหน่งเป็นไปตามกฎหมายทาง การเมืองหรือตามระบบอุปถัมภ์ (ไม่เน้นเรื่องคุณวุฒิ ความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์)
4. การออกจากตำแหน่งในกรณีปกติเป็นไปตามวาระหรือชั่วระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง หรือ เป็นไปตามเหตุการณ์ทางการเมือง
5. ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ฯลฯ

45. ข้าราชการพลเรือนที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยตรงของ ก.พ. ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น
(1) ข้าราชการครู
(2) ข้าราชการพลเรือนสามัญ
(3) ข้าราชการพลเรือนในพระองค์
(4) ข้าราชการพลเรือนรัฐสภา
(5) ข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 5. ประกอบ

46. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หลักการสำคัญของลักษณะระบบราชการ
(1) มีลำดับชั้นการบังคับบัญชา
(2) มีหลักเกณฑ์การทำงานที่แน่นอน
(3) มีสายจัดการของกิจการ
(4) มีหลักเกณฑ์โดยนัยเป็นสาธารณะ
(5) มีลักษณะเป็นกฎหมาย
ตอบ 4 หน้า 1 – 7, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 1 – 2) ระบบราชการมีลักษณะดังนี้
1. เน้นการค้นหาความสมเหตุสมผล 2. มีลำดับชั้นการบังคับบัญชา 3. มีการกำหนดโครงสร้างของงานอย่างสมเหตุสมผล 4. มีหลักเกณฑ์ในการทำงานที่แน่นอน 5. มีการแบ่งงานกันทำตามความชำนาญเฉพาะด้าน 6. เน้นการทำงานภายในกรอบของกฎหมาย 7. เป็นระบบค้ำจุนอย่างเป็นพิธี 8. ฝ่ายจัดการไม่ใช่เจ้าของกิจการ ฯลฯ

47. การลาออกจากราชการกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตมิอาจยับยั้งการลาออกนั้นได้
(1) ลาออก เพื่อไปดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีในรัฐบาลของกระทรวง
(2) ลาออก เพื่อไปดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(3) ลาออก เพื่อไปดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยของรัฐ
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 24), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 109 วรรคห้า), (คำบรรยาย) ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)) ตำแหน่งทางการเมือง (เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง, เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง, ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง) หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนด หรือตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเป็นข้าราชการ (เช่น นายกสภามหาวิทยาลัยของรัฐ) หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา (ส.ส. และ ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (เช่น นายก อบต.) ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งอนุญาตการลาออก (ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 57) ไม่อาจยับยั้งการขอลาออกได้ และให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

48. หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณฉบับใดต่อไปนี้ต้องมีคำขึ้นต้นตามระเบียบฯ
(1) หนังสือภายใน
(2) หนังสือภายนอก
(3) หนังสือสั่งการ
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 หน้า 404 – 412 ตามระเบียบฯ ว่าด้วยงานสารบรรณฉบับปัจจุบันนั้น หนังสือราชการที่ต้องมีคำขึ้นต้น คือ
1. หนังสือภายนอก ซึ่งต้องใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายตามฐานะของผู้รับหนังสือ
2. หนังสือภายในหรือบันทึกข้อความ ซึ่งต้องใช้คำขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือ และมีลักษณะการใช้เช่นเดียวกับหนังสือภายนอก แต่ไม่ต้องมีคำลงท้าย
ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน องค์กรใดต่อไปนี้อาจกำหนดตำแหน่งที่มีชื่ออย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน

49. ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน องค์กรใดต่อไปนี้อาจกำหนดตำแหน่งที่มีชื่ออย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน
(1) อ.ก.พ. กระทรวง
(2) อ.ก.พ. กรม
(3) อ.ก.พ. จังหวัด
(4) อ.ก.พ. (5) ก.พ.
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 13), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 44) นอกจากตำแหน่งที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนตามที่กล่าวมาแล้วนั้น อ.ก.พ. กระทรวงอาจกำหนดตำแหน่งที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานและแจ้งให้ ก.พ. ทราบด้วย

50. ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนตามที่ ก.พ. กำหนด ได้แก่
(1) ก.พ.
(2) อธิบดี
(3) อ.ก.พ. กรม
(4) อ.ก.พ. กระทรวง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 55), (คำบรรยาย) กรณีที่มีเหตุพิเศษที่ ก.พ. เห็นว่าไม่ต้องดำเนินการสอบแข่งขัน สามารถให้อธิบดี (ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 57) เป็นผู้คัดเลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้เป็นการยกเว้น (ไม่ใช่เป็นการพิจารณาเป็นรายบุคคล) เช่น
1. กรณีบรรจุและแต่งตั้งผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนตามที่ ก.พ. กำหนด
2. กรณีบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับทุนเล่าเรียนหลวง หรือทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาวิชาในประเทศหรือต่างประเทศที่สำเร็จการศึกษาแล้ว เป็นต้น

51. การบริหารงานบุคคลตามระบบอุปถัมภ์ในส่วนที่เกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นวิธีดำเนินการโดยคำนึงถึง
(1) ความไว้วางใจ
(2) ความเป็นพวกพ้อง
(3) ความจงรักภักดี
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 19, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 2) ระบบอุปถัมภ์ (Patronage System) เป็นวิธีการบริหารงานบุคคลที่บรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการโดยมิได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคลว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ แต่จะคำนึงถึงเฉพาะเหตุผลและวิธีการอื่น ๆ อันเป็นการนอกเหนือจากระบบคุณธรรม เช่น ความจงรักภักดี ความไว้วางใจ ความเป็นพวกพ้อง ความเป็นญาติพี่น้อง ความเป็นเพื่อนพ้อง หรือความชอบพอ รวมทั้งความผูกพันอื่น ๆ ด้วย

52. ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนที่ลักษณะต้องห้ามที่ ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ เป็นกรณีใดต่อไปนี้
(1) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ
(2) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(3) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 กับ 2
(5) ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 3 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4 – 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36), (คำบรรยาย) ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามโดยไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับเวลากับที่ ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ โดยมีเงื่อนไขให้เข้าข่ายคุณสมบัติทั่วไป มี 4 กรณี ดังนี้
1. เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม 2. เป็นบุคคลล้มละลาย 3. เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวโดยสุจริต โดยเคยถูกให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน 4. เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ

53. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาระสำคัญของการบริหารงานบุคคล
(1) การวิเคราะห์งานและการจำแนกตำแหน่ง
(2) การสรรหาบุคคลเข้าทำงาน
(3) การบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
(4) การกำหนดอัตราจ้างตอบแทนแรงงาน
(5) การให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิชุมชน
ตอบ 5 หน้า 15 – 16 สาระสำคัญของการบริหารงานบุคคลตามราชการ มีดังนี้
1. การวิเคราะห์งานและการจำแนกตำแหน่งหรือการกำหนดตำแหน่ง
2. การสรรหาบุคคลเข้าทำงานและการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
3. การประเมินผลการทำงาน การให้ความดีความชอบ และการโยกย้ายตำแหน่งที่ทำงาน
4. การกำหนดอัตราค่าจ้างตอบแทนแรงงานและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ฯลฯ

54. การกำหนดนโยบายในการจัดทำบริการสาธารณะเป็นหน้าที่ของ
(1) รัฐบาล
(2) ข้าราชการประจำ
(3) กระทรวง ทบวง กรม
(4) ข้าราชการ
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 40. ประกอบ

55. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เรียกโดยย่อว่า
(1) ก.พ.
(2) ก.ร.ค.
(3) ก.พ.ค.
(4) ก.ก.ร.
(5) ก.พ.ค.
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ

56. ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญมีกี่ประเภท
(1) 2 ประเภท
(2) 3 ประเภท
(3) 4 ประเภท
(4) 5 ประเภท
(5) 6 ประเภท
ตอบ 3 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 45), (คำบรรยาย) ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญอาจแบ่งตามลักษณะงานได้เป็น 4 ประเภท คือ
1. ตำแหน่งประเภทบริหาร ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กรม และตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร
2. ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรมและตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ เช่น หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดในราชการส่วนภูมิภาค ภูมิภาค เป็นต้น
3. ตำแหน่งประเภทวิชาการ ได้แก่ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนด (ระดับปริญญาตรีขึ้นไป) เพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ของตำแหน่งนั้น
4. ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่ ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทตามข้อ 1, 2 และ 3 ทั้งนี้ตามที่ ก.พ. กำหนด

57. ระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันมีกี่ระดับ
(1) ระดับเดียว
(2) 2 ระดับ
(3) 3 ระดับ
(4) 4 ระดับ
(5) 5 ระดับ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 4. และ 10. ประกอบ

58. ตำแหน่งใดต่อไปนี้เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนโดยตำแหน่ง
(1) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(2) เลขาธิการ ก.พ.
(3) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(4) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
(5) กรรมการ ก.พ. เลือกกันเองเป็นประธานฯ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

59. ตำแหน่งใดต่อไปนี้ไม่ได้เป็นกรรมการ ก.พ. โดยตำแหน่ง
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) ปลัดกระทรวงการคลัง
(3) เลขาธิการ ก.พ.
(4) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(5) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

60. หนังสือประชาสัมพันธ์ตามระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบันมีกี่ชนิด
(1) ชนิดเดียว
(2) 2 ชนิด
(3) 3 ชนิด
(4) 4 ชนิด
(5) 6 ชนิด
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ

ตั้งแต่ข้อ 61. – 100. ข้อใดถูกให้ระบายในช่อง 1 ข้อใดผิดให้ระบายในช่อง 2

61. ในการบริหารงานบุคคลของส่วนราชการฝ่ายพลเรือนในปัจจุบันมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการแน่นอน และมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวหลายฉบับด้วย
ตอบ 1 หน้า 15, (คำบรรยาย) ในการบริหารงานบุคคลของส่วนราชการของข้าราชการฝ่ายพลเรือนในปัจจุบันมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการแน่นอนเกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน โดยกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีหลายฉบับด้วยกัน เช่น ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ระเบียบข้าราชการครู ระเบียบข้าราชการอัยการ ระเบียบข้าราชการตุลาการ ระเบียบข้าราชการอัยการ เป็นต้น

62. ตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทอำนวยการระดับสูง
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 7. และ 10. ประกอบ

63. ตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับต้น
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

64. บันทึกข้อความเป็นหนังสือราชการภายในที่ไม่ต้องมีคำลงท้าย แต่มีคำขึ้นต้นเช่นเดียวกับหนังสือราชการภายนอก
ตอบ 1 หน้า 410 – 412, (คำบรรยาย) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 หนังสือภายใน คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ซึ่งหนังสือภายในนี้จะต้องมีคำขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือ ตามการใช้คำขึ้นต้น สรรพนาม และคำลงท้ายที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 2 โดยมีลักษณะการใช้เช่นเดียวกับหนังสือราชการภายนอก แต่ไม่ต้องมีคำลงท้าย

65. ตำแหน่งเอกอัครราชทูตเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ

66. บำเหน็จตกทอดตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการพลเรือน ปกติจ่ายให้แก่ทายาทของผู้รับบำเหน็จเมื่อถึงแก่กรรม
ตอบ 2 หน้า 69 – 72, (คำบรรยาย) บำเหน็จบำนาญ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. บำเหน็จบำนาญปกติ คือ เงินที่จ่ายให้ข้าราชการที่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญปกติ
2. บำเหน็จบำนาญพิเศษ คือ เงินที่จ่ายให้ข้าราชการที่ประสบอันตรายเพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ จนพิการทุพพลภาพหรือเสียชีวิตไปก็ได้ ถ้าถึงขนาดทุพพลภาพก็จะได้รับบำนาญพิเศษ
3. บำเหน็จตกทอด คือ เงินที่จ่ายให้แก่ทายาทของข้าราชการผู้รับบำนาญ และผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม ซึ่งจ่ายให้ครั้งเดียว

67. ระบบราชการมีลำดับชั้นการบังคับบัญชา คือ การจัดแบ่งเจ้าหน้าที่เป็นลำดับชั้น และมีการสั่งการจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงสู่เจ้าหน้าที่ระดับต่ำกว่า
ตอบ 1 หน้า 6, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 2) ระบบราชการมีลำดับชั้นการบังคับบัญชา คือ การจัดแบ่งเจ้าหน้าที่เป็นลำดับชั้น และมีการสั่งการจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงสู่เจ้าหน้าที่ระดับต่ำ

68. วินัยข้าราชการพลเรือนตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันประกาศเป็นข้อห้ามมิให้เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ

69. บำเหน็จ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการเมื่อพ้นจากราชการจะได้รับครั้งเดียว
ตอบ 1 หน้า 69 – 70, (คำบรรยาย) บำเหน็จ คือ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา โดยผู้มีสิทธิจะได้รับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเมื่อต้องพ้นจากราชการแล้ว ซึ่งจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว

70. การดำเนินการทางวินัยกรณีถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ดำเนินการตามที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร
ตอบ 2 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 93), (คำบรรยาย) การดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีมูลผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนแล้วแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา

71. นับตั้งแต่ได้มีการริเริ่มตระระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นฉบับแรกในปี พ.ศ. 2471 แล้วได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นอีกหลายฉบับในเวลาต่อมา โดยแต่ละฉบับมีฐานะเป็น “พระราชกฤษฎีกา”
ตอบ 2 หน้า 31 นับตั้งแต่ได้มีการริเริ่มตระระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นฉบับแรกในปี พ.ศ. 2471 แล้วได้มีการตระระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้นอีกหลายฉบับในเวลาต่อมา โดยแต่ละฉบับจะมีฐานะเป็น “พระราชบัญญัติ” รวมทั้งฉบับ พ.ศ. 2551 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันด้วย

72. กฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2471 เป็นกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับแรกมีผลใช้บังคับทันทีแต่รัฐประกาศเป็นกฎหมาย
ตอบ 2 หน้า 29, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 3) พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2471 เป็นกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับแรก เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2471 แต่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2472 หรือถือเป็นวันเริ่มปีงบประมาณ

73. การบริหารงานบุคคลของระบบราชการไทยพัฒนาจากระบบคุณธรรมไปสู่ระบบอุปถัมภ์ และไปสู่ระบบธรรมาภิบาล
ตอบ 2 หน้า 25, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 3) การบริหารงานบุคคลในระบบราชการของไทยได้มีการพัฒนามาตามลำดับ โดยพัฒนาจากระบบอุปถัมภ์ไปสู่ระบบคุณธรรมซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น และจากระบบคุณธรรมไปสู่ระบบคุณธรรม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้รับบริการ

74. ก.พ. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.พ. วิสามัญ” เพื่อทำการใด ๆ แทนได้
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 8), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 12) ก.พ. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.พ. วิสามัญ” เพื่อทำการใด ๆ แทนได้ โดยจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง อ.ก.พ. วิสามัญ รวมทั้งวิธีการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

75. บำเหน็จดำรงชีพ เป็นเงินที่ข้าราชการผู้รับบำนาญได้รับ ปัจจุบันอาจได้รับเมื่ออายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ และ 70 ปีบริบูรณ์อีกก็ได้
ตอบ 1 (คำบรรยาย) บำเหน็จดำรงชีพ คือ เงินที่จ่ายให้ข้าราชการบำนาญเพื่อช่วยเหลือการดำรงชีพ ซึ่งจ่ายในอัตรา 15 เท่าของบำนาญรายเดือนแต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยผู้รับบำนาญมีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพ ดังนี้
1. ผู้รับบำนาญอายุต่ำกว่า 65 ปี ขอรับได้ไม่เกิน 200,000 บาท
2. ผู้รับบำนาญอายุตั้งแต่ 65 ปี แต่ไม่ถึง 70 ปี ขอรับได้ไม่เกิน 400,000 บาท แต่หากใช้สิทธิตามข้อ 1. ไปแล้ว ขอรับได้ในส่วนที่ยังไม่ครบตามสิทธิของผู้กู้นั้น แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 400,000 บาท
3. ผู้รับบำนาญที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ขอรับได้ไม่เกิน 500,000 บาท แต่หากใช้สิทธิตามข้อ 1. และ 2. ไปแล้ว ขอรับได้ในส่วนที่ยังไม่ครบตามสิทธิของผู้กู้นั้น แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท

76. ข้าราชการพลเรือนสามัญระดับเชี่ยวชาญเป็นตำแหน่งประเภททั่วไป
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

77. “แถลงการณ์” เป็นหนังสือประชาสัมพันธ์ชนิดหนึ่งตามระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ

78. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันได้กำหนดเรื่องการลาออกจากราชการไว้ อาจวิเคราะห์ได้ว่า เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับหลักความมั่นคงตามระบบคุณธรรม
ตอบ 1 หน้า 18, (คำบรรยาย) หลักความมั่นคง (Security) ตามระบบคุณธรรม หมายถึง การให้หลักประกันแก่ข้าราชการที่มีผลงานและความประพฤติดีจะต้องไม่ถูกไล่ออกจากงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร โดย พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติเรื่องนี้สอดคล้องกับหลักการนี้ไว้หลายเรื่อง เช่น การออกจากราชการ การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ การสอบสวน และการดำเนินการทางวินัย เป็นต้น

79. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหาร ได้แก่ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนด เพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ตำแหน่งนั้น
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 56. ประกอบ

80. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการถือว่าเป็นหนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ
ตอบ 1 หน้า 403, (คำบรรยาย) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 กำหนดว่า หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่
1. หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ
2. หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใดที่มิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก
3. หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดที่มิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
4. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ เช่น รายงานการประชุม เป็นต้น
5. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ
6. ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

81. การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งย้ายจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดแล้ว
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 18), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 63 วรรคสาม), (คำบรรยาย) การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งย้ายจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากข้าราชการพลเรือนผู้นั้น ส่วนการย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าเดิม จะไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องใช้วิธีการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

82. ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 18), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 59 วรรคสาม), (คำบรรยาย) ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญมาก่อน แต่ทั้งนี้จะไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการระหว่างอยู่ในระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้นจึงมิใช่จะให้ขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีข้อห้ามของข้าราชการพลเรือนแต่อย่างใด

83. วินัยที่ควรคาดหวังจากข้าราชการพลเรือนสามัญควรเป็นการรักษาวินัยด้วยตนเอง
ตอบ 1 หน้า 258, (คำบรรยาย) วินัยที่หมายถึงและควรคาดหวังจากข้าราชการพลเรือนก็คือการรักษาวินัยด้วยตนเอง (Self-discipline) ซึ่งวินัยที่ปฏิบัติด้วยตนเองนี้จะเป็นที่รู้จักกันในหมู่ข้าราชการพลเรือนได้ดี โดยข้าราชการพลเรือนรู้ว่าองค์การต้องการให้เขาปฏิบัติตัวอย่างไร และองค์การจะต้องส่งเสริมให้ข้าราชการตอบสนองต่อการกระทำของเขาเอง

84. โทษปลดออกจากราชการตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 30. ประกอบ

85. ผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกจากราชการซึ่งถือว่าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ ผู้นั้นจะต้องออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 4 – 6), (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 36), (คำบรรยาย) ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามโดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเวลาบังคับไว้ที่ ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้โดยมีเงื่อนไขให้เข้าข่ายคุณสมบัติทั่วไปของผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน มี 2 กรณี ดังนี้
1. เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และเป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
2. เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น ผู้นั้นต้องออกจากงาน หรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีถูกลงโทษเพราะทุจริตต่อหน้าที่

86. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมไม่มีรากฐานในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใดมาก่อน เพิ่งบัญญัติในระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบัน
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 7), (คำบรรยาย) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นองค์กรที่ไม่เคยปรากฏใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใดมาก่อน เพิ่งบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นองค์กรพิทักษ์คุ้มครองความเป็นธรรมให้แก่ข้าราชการพลเรือน และพิทักษ์ระบบบริหารงานบุคคลของข้าราشการพลเรือนให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม

87. ระบบคุณธรรมอาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งทางราชการโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหน่งเป็นเกณฑ์
ตอบ 1 หน้า 17 – 18 ระบบคุณธรรม (Merit System) ในการบริหารงานบุคคล อาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งทางราชการโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหน่งเป็นเกณฑ์ ซึ่งหลักการสำคัญของระบบคุณธรรมมี 4 ประการ คือ
1. หลักความเสมอภาค (Equality)
2. หลักความรู้ความสามารถ (Competence)
3. หลักความมั่นคง (Security)
4. หลักความเป็นกลางในทางการเมือง (Political Neutrality)

88. การโอนข้าราชการพลเรือนสามัญไปในระดับที่ต่ำกว่าเดิมจะต้องขออนุมัติ ก.พ. ก่อน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 81. ประกอบ

89. ข้าราชการพลเรือนสามัญที่กระทำผิดวินัยอกจากจะต้องรับโทษทางวินัยแล้ว ถ้าการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาต้องถูกดำเนินคดีอาญาต่างหากด้วย
ตอบ 1 หน้า 265 สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญที่กระทำผิดวินัยนั้น นอกจากจะต้องรับโทษทางวินัยตามความผิดตามมาตรา 5 สถานแล้ว ถ้าหากการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา หรือกฎหมายแพ่งจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาหรือคดีแพ่งอีกส่วนหนึ่งต่างหากด้วย

90. ระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบันได้กำหนดให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้
ตอบ 1 หน้า 400, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 26) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 กำหนดให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกและจัดทำคำอธิบายกับให้มีหน้าที่ในการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานสารบรรณ

91. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันได้กำหนดเรื่องการสอบสวนทางวินัยไว้ อาจกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมตามระบบคุณธรรม
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 78. ประกอบ

92. ระดับทรงคุณวุฒิเป็นระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญประเภททั่วไป
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

93. ประธาน อ.ก.พ. กระทรวง ได้แก่ ปลัดกระทรวงหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ

94. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภททั่วไป มี 5 ระดับ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

95. การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎ ก.พ.
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

96. ข้าราชการตุลาการ (ผู้พิพากษา) ไม่อาจโอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตอบ 2 (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง), (คำบรรยาย) การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนสามัญ (เช่น ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม (ผู้พิพากษา) ข้าราชการอัยการ ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น) และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐที่ ก.พ. กำหนด มาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตลอดจนจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด ซึ่ง ก.พ. จะพิจารณาอนุมัติโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก

97. บำนาญ คือ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาเมื่อพ้นจากราชการ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ บำนาญจะจ่ายเป็นรายเดือน
ตอบ 1 หน้า 69 – 70, (คำบรรยาย) บำนาญ คือ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาเมื่อพ้นจากราชการแล้ว ซึ่งผู้ที่จะได้รับบำนาญจะต้องเป็นผู้มีสิทธิได้รับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยบำนาญจะจ่ายให้เป็นรายเดือน

98. โทษผิดวินัยตามระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันมี 6 สถาน
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

99. ก.พ. มีอำนาจบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นนักเรียนทุนรัฐบาล โดยวิธีคัดเลือกเป็นราย ๆ ไป
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 50. ประกอบ

100. ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันกำหนดเรื่องการอุทธรณ์ไว้ว่าเป็นเรื่องสอดคล้องกับหลักความรู้ความสามารถตามระบบคุณธรรม
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 78. ประกอบ

 

POL2100 การปกครองเปรียบเทียบ s/2565

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2565

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2100 การปกครองเปรียบเทียบ

คำชี้แจง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. ประเทศใดไม่อยู่ในประเทศกลุ่มโลกที่สอง
(1) จีน
(2) เวียดนาม
(3) อังกฤษ
(4) คิวบา
(5) เกาหลีเหนือ
ตอบ 3 หน้า 8 – 9, (คำบรรยาย) กลุ่มโลกที่ 2 (Second World) หมายถึง กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ กลุ่มประเทศในโลกยุคสงครามเย็น ได้แก่ สหภาพโซเวียต (รัสเซีย) จีน เวียดนาม ลาว คิวบา และเกาหลีเหนือ

2. Aristotle ระบุว่า การปกครองที่ดีที่นักปกครองส่วนมากเรียกว่าอะไร
(1) Tyranny
(2) Oligarchy
(3) Aristocracy
(4) Polity
(5) Democracy
ตอบ 4 หน้า 14, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เห็นว่า ประชาธิปไตยแบบสายกลาง (Polity) คือ การปกครองที่ดีที่ปกครองโดยประชาชนส่วนมาก ซึ่งเป็นการปกครองเพื่อประชาชน นั่นคือ ผู้ปกครองจะใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้ปกครอง และประชาชนทุกคนในรัฐไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใดก็คงมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้ปกครองได้

3. Aristotle ระบุว่า การปกครองที่ดีที่นักปกครองโดยคณะบุคคลเรียกว่าอะไร
(1) Tyranny
(2) Oligarchy
(3) Aristocracy
(4) Polity
(5) Democracy
ตอบ 2 หน้า 14, (คำบรรยาย) Aristotle เห็นว่า คณาธิปไตย (Oligarchy) คือ การปกครองที่ดีที่ปกครองโดยคณะบุคคล นั่นคือ ระบบการปกครองโดยคณะบุคคล ซึ่งมุ่งที่จะใช้อำนาจเพื่อความผาสุกของพวกตนเพียงกลุ่มเดียว โดยเชื่อว่าระบบนี้จะบีบคั้นประชาชนที่ร่ำรวยรองจากทุนอธิปไตย

4. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในกรณีของระบอบประธานาธิบดี
(1) ประมุขของรัฐและประมุขฝ่ายบริหารเป็นคนละคน
(2) มีลักษณะอย่างที่เรียกว่า Fusion of Power
(3) มีการเลือกตั้งฝ่ายบริหารจากสมาชิกวุฒิสภา
(4) อำนาจในการปกครองอยู่ที่ประมุขของรัฐ
(5) ฝ่ายบริหารมีบทบาทนำมากกว่ารัฐสภา
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 33 – 34) หลักการสำคัญของการปกครองแบบระบบรัฐสภา (Parliamentary System) ได้แก่ ประชาชนจะเป็นผู้เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, ฝ่ายบริหารมักคุมเสียงข้างมากในรัฐสภา, การใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารมีความสัมพันธ์ทางอำนาจที่เรียกว่า “การเชื่อมโยงอำนาจ” (Fusion of Power), ตำแหน่งประมุขของรัฐและประมุขฝ่ายบริหารเป็นคนละคน และอำนาจในการปกครองอยู่ที่ประมุขของฝ่ายบริหาร เป็นต้น

5. อิตาลีเข้าสู่การเป็นสาธารณรัฐในปีใด
(1) 1945
(2) 1946
(3) 1947
(4) 1948
ตอบ 3 หน้า 137, (คำบรรยาย) อิตาลีมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 และได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 ซึ่งใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

6. ผู้ก่อตั้งพรรค Fascist ในอิตาลี คือ
(1) Mussolini
(2) Cavour
(3) Petacc
(4) Mazzini
(5) Garibaldi
ตอบ 2 หน้า 136, (คำบรรยาย) ในปี ค.ศ. 1919 เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ได้จัดตั้งกลุ่มทหารผ่านศึกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า Fasci Italiani di Combattimento และในปี ค.ศ. 1921 ก็ได้จัดตั้งเป็นพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) แห่งชาติ และเดินทัพเข้ายึดเมืองโรมโดยกลุ่มผู้สนับสนุนการเมืองรวมทั้งพระเจ้าเอ็มมานูเอลที่สามได้ตัดสินใจที่จะให้พรรค Fascist เข้ามาแก้ไขความขัดแย้งได้ตกลงเจรจาให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น

7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการปกครองภายในยุค Fascist
(1) สภาฟาสซิสต์ถูกยกเลิก
(2) ผู้นำสูงสุดปกครองโดยไม่มีพรรคการเมือง
(3) แรงงานและนายทุนเข้าร่วมในระบบ Corporate State
(4) มีพรรคการเมืองพรรคเดียว
(5) ยึดคติข้อ
ตอบ 2 หน้า 136 – 137, (คำบรรยาย) ในปี ค.ศ. 1924 – 1943 อิตาลีตกอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเผด็จการโดยพรรค Fascist โดยมุสโสลินี ซึ่งมีการปกครองภายใต้ลักษณะดังนี้ 1. มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Fascist 2. สหภาพแรงงานต่าง ๆ ถูกยกเลิก 3. มีการสร้างระบบ Corporate State คือ ตั้งสมาคมอาชีพและฝ่ายนายทุนเข้ามารวมอยู่ในกลุ่มเดียวกัน 4. อำนาจการบริหารทั้งหมดถูกควบคุมโดยผู้นำที่เรียกว่า Duce (ดูเช่)

8. ความคิดเกี่ยวกับชาติหรือเอกภาพของชาติเกิดขึ้นภายหลังจากยุคกลาง
(1) มุสโสลินี
(2) นโปเลียนโบนาปาร์ต
(3) มาเคียเวลลี
(4) มาซซินี
(5) เลนิน
ตอบ 2 หน้า 132 – 134, (คำบรรยาย) เมื่อนโปเลียน โบนาปาร์ตขึ้นครองราชย์ในฝรั่งเศสด้วยการใช้อำนาจเผด็จการทหาร และเมื่ออิตาลีตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสได้ประกาศตนเป็นกษัตริย์อิตาลีด้วย พร้อมทั้งครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ของคาบสมุทรอิตาลีเป็นผู้ปกครอง ซึ่งการจัดระบบการปกครองของฝรั่งเศสทำให้ชาวอิตาลีมีความคิดเกี่ยวกับเอกภาพของชาติตนขึ้นเป็นครั้งแรกจากที่เคยมีการปกครองโดยชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาปกครองดินแดนนั้นเอง

9. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายที่เด่นชัดที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญอิตาลี
(1) การรวมศูนย์อำนาจที่รัฐบาลกลาง
(2) การกระจายอำนาจ
(3) การจัดตั้งยุทธศาสตร์ชาติ
(4) ข้อ 1 และ 3
(5) ข้อ 1, 2 และ 3
ตอบ 4 หน้า 140 – 141 รัฐธรรมนูญอิตาลีมีรากฐานของการปกครองดังนี้ 1. เป็นระบบการแบ่งแยกอำนาจการปกครองระหว่างองค์กร 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติและตุลาการ 2. เป็นการกระจายอำนาจบริหารแห่งรัฐออกจากกัน กล่าวคือ มีการกระจายอำนาจไปยังหน่วยการปกครองท้องถิ่นในระดับภูมิภาคให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้สามารถรวบอำนาจเด็ดขาดโดยไม่สามารถจะควบคุมได้อีก

10. ศาสนาที่ผู้คนในอินเดียนับถือมากที่สุด
(1) ศาสนาอิสลาม
(2) ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
(3) ศาสนาคริสต์
(4) ศาสนาพุทธ
(5) ศาสนาเชน
ตอบ 2 หน้า 274, (คำบรรยาย) ศาสนาที่คนอินเดียนับถือมากที่สุด คือ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ร้อยละ 80) รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม (ร้อยละ 14) ศาสนาคริสต์ (ร้อยละ 2.4) ศาสนาซิกข์ (ร้อยละ 2) และศาสนาพุทธ ตามลำดับ

11. อินเดียจะมีการจัดลำดับชั้นชนผ่านทางศาสนาพราหมณ์โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็นวรรณะ
(1) 2 วรรณะ
(2) 3 วรรณะ
(3) 4 วรรณะ
(4) 5 วรรณะ
(5) มากกว่า 5 วรรณะขึ้นไป
ตอบ 3 หน้า 274, (คำบรรยาย) อินเดียมีการจัดลำดับชนชั้นผ่านทางศาสนาพราหมณ์ โดยแบ่งคนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ ซึ่งเรียงลำดับจากสูงไปต่ำได้ดังนี้ 1. พราหมณ์ 2. กษัตริย์ 3. แพศย์/ไวศยะ 4. ศูทร

12. อินเดียมีวิวัฒนาการของการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตก โดยได้รับอิทธิพลมาจาก
(1) ประเทศสเปน
(2) ประเทศโปรตุเกส
(3) ประเทศฝรั่งเศส
(4) ประเทศอังกฤษ
(5) ประเทศเนเธอร์แลนด์
ตอบ 4 หน้า 277 – 278, (คำบรรยาย) อังกฤษมีอิทธิพลต่อการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตกของอินเดีย และยังมีอิทธิพลต่ออินเดียในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ทางด้านการปกครอง ได้แก่ ความเป็นเอกภาพ (Unity) และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของส่วนต่าง ๆ ของอินเดีย
2. ทางด้านการศึกษา ได้แก่ การปฏิรูปทางด้านภาษา และให้มีการศึกษาภาคบังคับ
3. ทางด้านสังคม ได้แก่ การลดความสำคัญของระบบวรรณะ และเน้นความเสมอภาคมากขึ้น
4. ทางด้านระบบราชการ ได้แก่ การจัดระบบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเสมือน “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ฯลฯ

13. ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่สามมีผลกระทบต่ออังกฤษมาก เกิดจากการใช้เทคนิควิธีต่อสู้ที่เรียกกันว่า
(1) สัตยาเคราะห์
(2) การใช้กำลังต่อสู้อย่างรุนแรง
(3) การต่อสู้แบบอหิงสา
(4) การเจรจาต่อรอง
(5) การใช้การทูต
ตอบ 1 หน้า 280 ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่ 3 เป็นการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดีย โดยใช้วิธี “สัตยาเคราะห์” หรือสัตยาฤหต์ (Satyagraha) ของมหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นวิธีการต่อสู้แบบอหิงสา (Ahimsa) หรือสันติวิธีที่รุนแรงในการต่อสู้ ซึ่งวิธีนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออังกฤษเป็นอย่างมาก ทำให้ อังกฤษต้องคืนอิสรภาพให้แก่อินเดียในปี ค.ศ. 1947

14. Civil Disobedience หมายถึง
(1) ประชาสงคราม
(2) ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
(3) การไม่เชื่อฟังแบบดื้อแพ่งหรืออารยะขัดขืน
(4) การทำสงครามประชาชน
(5) การสร้างขบวนการมวลชน
ตอบ 3 หน้า 283 อารยะขัดขืน (Civil Disobedience) หมายถึง การไม่เชื่อฟังแบบดื้อแพ่งหรืออารยะขัดขืนแบบสันติ

15. จุดแข็งที่เรียกกันว่า “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ของประเทศอินเดียคือ**
(1) ระบบการเมือง
(2) ระบบเศรษฐกิจ
(3) ระบบสังคม
(4) ระบบข้าราชการพลเรือน
(5) ระบบวรรณะ
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ

16. ปัจจุบันอินเดียใช้ระบอบการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) เผด็จการ
(4) คอมมิวนิสต์
(5) ประชาธิปไตยครึ่งใบ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) แยกออกจากกัน โดยประมุขแห่งรัฐซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี ส่วนประมุขฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี
2. ตัวอย่างประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน เช่น อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ

17. ลักษณะของรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) ของอินเดียคือ
(1) รัฐกับศาสนาแยกออกจากกัน
(2) รัฐกับศาสนาไปด้วยกัน
(3) ผู้ปกครองต้องนับถือศาสนาตามอย่างเคร่งครัด
(4) ผู้ปกครองไม่ต้องนับถือศาสนาตามอย่างเคร่งครัดมากนัก
(5) ศาสนาต้องเป็นหลักในการบริหารตามคำสอน
ตอบ 1 หน้า 288, 295, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ประเทศอินเดียมีลักษณะเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) คือ ไม่มีการกำหนดศาสนาประจำชาติ โดยรัฐจะต้องเป็นกลางในเรื่องศาสนา และประชาชนจะต้องมีสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติตามความเชื่อของตน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือรัฐกับศาสนาต้องแยกออกจากกันนั่นเอง

18. นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษที่มีบทบาทในการเป็นเอกราชของอินเดียคือ
(1) Lord Wavell
(2) Winston Churchill
(3) Clement Attlee
(4) Lord Mountbatten
(5) Shivaji
ตอบ 3 หน้า 285 เคลเมนต์ แอตต์ลี (Clement Attlee) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ให้อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1947

19. รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ผู้ใดต่อไปนี้เป็นประมุขแห่งรัฐ
(1) พระมหากษัตริย์
(2) ประธานาธิบดี
(3) นายกรัฐมนตรี
(4) มหาตมะ คานธี
(5) เยาวหราล เนห์รู
ตอบ 2 หน้า 288, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดให้ประธานาธิบดี (President) เป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) โดยประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นางเทราปที เมอร์มู (Droupadi Murmu) ซึ่งมาจากชนเผ่าซานธาล ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายนเรนทรา โมที (Narendra Modi) ซึ่งมาจากวรรณะศูทร

20. ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี 1946 – 1949 ชื่อว่า
(1) มหาตมะ คานธี
(2) เยาวหราล เนห์รู
(3) อินทิรา คานธี
(4) ดร.แอมเบดการ์
(5) ดิลก
ตอบ 4 หน้า 290 ดร.แอมเบดการ์ (Dr. B.R. Ambedkar) ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี ค.ศ. 1946 – 1949 ซึ่งเป็นผู้มีลำดับชั้นอยู่ในวรรณะต่ำสุดของอินเดีย คือ วรรณะจัณฑาล (Untouchable)

21. วัตถุประสงค์ที่สำคัญอันดับหนึ่งของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดียคือ
(1) เพื่อให้มีความยุติธรรมในทุกด้าน
(2) เพื่อผดุงเอกราชภาพ
(3) เพื่อเน้นเสรีภาพในหมู่ประชาชน
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 290, (คำบรรยาย) วัตถุประสงค์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย มีดังนี้
1. เพื่อให้มีความยุติธรรมในทุกด้านทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
2. เพื่อเน้นเสรีภาพในหมู่ประชาชนในการคิด การแสดงออกต่าง ๆ ความเชื่อ วรรณะและศาสนา
3. เพื่อให้มีการส่งเสริมสถานภาพและโอกาสของประชาชน
4. เพื่อให้มีภราดรภาพโดยเน้นศักดิ์ศรีแห่งปัจเจกชนและเอกภาพของชาติ

22. รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดไว้ว่า ประธานาธิบดีอินเดียจะมีวาระ
(1) 1 ปี
(2) 2 ปี
(3) 3 ปี
(4) 4 ปี
(5) 5 ปี
ตอบ 5 หน้า 296, 300 – 302 ประธานาธิบดีอินเดียได้รับการเลือกตั้งทางอ้อมจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งประกอบด้วย 1. ผู้แทนจากทั้งสองสภา คือ สภาล่างหรือโลกสภา (Lok Sabha) และสภาสูงหรือราชยสภา (Rajya Sabha) 2. ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ (State Legislative Assemblies) โดยประธานาธิบดีจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวาระที่สองได้

23. ความขัดแย้งสำคัญสุดระหว่างสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็นคือเรื่องอะไร
(1) ความขัดแย้งในเรื่องการสำรวจอวกาศ
(2) ความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์
(3) ความขัดแย้งในเรื่องการทดลองอาวุธนิวเคลียร์
(4) ความขัดแย้งในสงครามเกาหลี
(5) ความขัดแย้งในทวีปยุโรป
ตอบ 2 (คำบรรยาย) สงครามเย็น (Cold War) เป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ 2 ระบอบ คือ เสรีประชาธิปไตยซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ โดยความขัดแย้งดังกล่าวได้นำไปสู่การใช้กำลังทหารปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่แบ่งออกเป็น 2 ค่ายตามระบบบการเมืองทั้งสองระบบดังกล่าว

24. นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ ข้อใดที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน
(1) การปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
(2) การใช้นโยบายทางเศรษฐกิจเน้นการรวมศูนย์
(3) การยืนหยัดในสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(4) การจัดตั้งองค์การคอมมิวนิสต์สากล
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (คำบรรยาย) นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) ที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน มีดังนี้
1. การพยายามที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของสหภาพโซเวียตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น กว่าในยุคของสตาลิน
2. การส่งเสริมให้ผู้นำคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกที่มีนโยบายเป็นกลางต่อกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกกับกลุ่มนิยมเสรีประชาธิปไตยซึ่งตรงข้ามกับอำนาจอยู่ในยุคก่อนหน้านี้

25. นโยบายสำคัญของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ที่ส่งผลต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียตคือนโยบาย
(1) นโยบายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
(2) นโยบาย “ตามให้ทันและแซงหน้าชาติตะวันตก”
(3) กลางเจรจาต่อรอง-ปรองดองกับสหรัฐ
(4) นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดยใช้ระบบทุนนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 192 – 193, (คำบรรยาย) มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ประกาศใช้นโยบายปฏิรูปประเทศ คือ “นโยบายเปิด-ปรับ” หรือกลาสนอสต์ (Glasnost) และเปเรสตรอยกา (Perestroika) แต่ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงเป็นเหตุทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991

26. ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศอินเดียคือใคร
(1) ราม นาถ โกวินท์
(2) ราเชนทระ ประสาท
(3) นเรนทรา โมที
(4) เทราปที เมอร์มู
(5) เยาวหราล เนห์รู
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 19. ประกอบ

27. ประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธรัฐรัสเซียคือใคร
(1) นายโจเซฟ สตาลิน
(2) นายวลาดิเมียร์ ปูติน
(3) นายนิกิตา ครุสชอฟ
(4) นายเลโอนิด เบรซเนฟ
(5) นายบอริส เยลต์ซิน
ตอบ 5 หน้า 191, 193, (คำบรรยาย) ระบบการปกครอง (System of Government) ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนมาใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา (ประธานาธิบดีมีนายกรัฐมนตรี) และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย คือ นายบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin)

28. สหพันธรัฐรัสเซียใช้รูปแบบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(3) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีตามรูปแบบของสหรัฐอเมริกา
(4) สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(5) รัฐสวัสดิการ
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 27. ประกอบ

29. ตำแหน่งประธานาธิบดีของสหพันธรัฐรัสเซียที่รองมาจากประธานาธิบดีคือตำแหน่งใด
(1) ประธานรัฐสภา
(2) รองประธานาธิบดี
(3) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์
(4) นายกรัฐมนตรี
(5) ประธานศาลสูง
ตอบ 4 หน้า 194, (คำบรรยาย) ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ค.ศ. 1993 ไม่มีตำแหน่งรองประธานาธิบดี ดังนั้นผู้ที่มีความสำคัญรองลงมาจากประธานาธิบดีก็คือ “นายกรัฐมนตรี” (Prime Minister/Chairman of the Government)

30. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย
(1) การปกครองของรัสเซียเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1922
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(3) หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้รองประธานาธิบดีปฏิบัติหน้าที่แทน
(4) ประธานาธิบดีมีหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 193 – 194, (คำบรรยาย) การปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย มีลักษณะดังนี้
1. การปกครองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1993
2. ประธานาธิบดีมีบทบาทในด้านการบริหารโดยเฉพาะทางด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
3. นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการบริหารประเทศโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
4. ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
5. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาดูมา (State Duma)
6. หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทน ฯลฯ

31. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญของนายวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นไปในลักษณะใด
(1) ประชาธิปไตยและนโยบายตลาดผูกขาดโดยรัฐ
(2) ประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
(3) ประชาธิปไตยที่เน้นรัฐสวัสดิการ
(4) ประชาธิปไตยที่เน้นรัฐนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) มีนโยบายสำคัญดังนี้
1. นโยบายทางการเมือง คือ การนำรัสเซียสู่แนวทางประชาธิปไตย
2. นโยบายทางเศรษฐกิจ คือ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด

32. รัสเซียในปัจจุบันใช้ระบอบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(4) เผด็จการระบอบปูติน
(5) คอมมิวนิสต์
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 27. ประกอบ

33. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบัน
(1) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายวลาดิเมียร์ ปูติน
(2) รัฐสภาประกอบด้วยสภาสหพันธรัฐและสภาดูมา มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
(3) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งและยังคงดำรงเสียงข้างมากในรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 194, (คำบรรยาย) การเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบัน มีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายมีฮาอิล มีชุสติน (Mikhail Mishustin)
2. รัฐสภาประกอบด้วย สภาสหพันธรัฐ (The Council of the Federation) มาจากการแต่งตั้ง และสภาดูมา (State Duma) มาจากการเลือกตั้ง
3. พรรค United Russia ของนายปูตินยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
4. ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
5. ประธานาธิบดีมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

34. ประเทศใดที่ไม่ใช่สมาชิก ASEAN
(1) อินโดนีเซีย
(2) มาเลเซีย
(3) สิงคโปร์
(4) ติมอร์-เลสเต
(5) บรูไน
ตอบ 1 (คำบรรยาย) อาเซียน (ASEAN) ประกอบด้วยประเทศสมาชิกจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน

35. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
(1) ติมอร์-เลสเตเป็นประเทศที่แยกตัวเป็นเอกราชจากอินโดนีเซีย
(2) อินโดนีเซียเป็นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(3) เมียนมาเป็นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(4) ลาวเป็นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
(5) ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้รับเอกราชจากสหรัฐอเมริกา
ตอบ 2 หน้า 241 – 242, (คำบรรยาย) อินโดนีเซีย หรือสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เคยตกเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งหัวหน้าหรือผู้นำฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย คือ นายโจโก วิโดโด (Joko Widodo) และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2018

36. ปัจจุบันอินโดนีเซียใช้ระบอบการปกครองรูปแบบใด
(1) สังคมนิยม
(2) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(3) เผด็จการทหาร
(4) ประชาธิปไตยแบบกึ่งรัฐสภา
(5) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 35. ประกอบ

37. พรรคการเมืองของอินโดนีเซียพรรคใดที่ประธานาธิบดี Suharto เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นฐานอำนาจทางการเมือง
(1) Indonesia National Party
(2) Golkar Party
(3) New Indonesia Party of Struggle
(4) Democratic Renewal Party
(5) Indonesia Democratic National Party–Struggle
ตอบ 2 หน้า 249, (คำบรรยาย) ประธานาธิบดีซูฮาร์โต (Suharto) เป็นผู้ก่อตั้งพรรคโกลคาร์ (Golkar Party) ขึ้นมาเพื่อเป็นฐานอำนาจทางการเมืองของฝ่ายทหารโดยตรง แต่จะอยู่ในนามของกลุ่มการเมืองใหม่ที่ทหารเป็นแกนกลาง เรียกว่า เซกเบอร์โกลคาร์ (Sekber Golkar) ซึ่งกลุ่มดังกล่าวได้เข้าร่วมการเลือกตั้งทุกครั้งและสามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาของประเทศมาได้โดยตลอดนับแต่การเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1971 เป็นต้นมา

38. นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบันเลือกตั้งบุคคลใด
(1) สม รังสี
(2) ฮุน มาเนต
(3) เตีย บัญ
(4) ฮุนเซน
(5) ฮอ นำฮง
ตอบ 4 หน้า 260, (คำบรรยาย) สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นประมุขสูงสุดฝ่ายบริหารของกัมพูชา และเป็นผู้ที่มีบทบาททางการเมืองมานับแต่พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา รวมทั้งยังเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party : CPP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวคุมอำนาจเด็ดขาดที่ครองอำนาจทางการปกครองของกัมพูชาปัจจุบัน

39. นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า” เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นในยุคนายกรัฐมนตรีของไทยคนใด
(1) พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
(2) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
(3) พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
(4) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
(5) พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
ตอบ 3 (คำบรรยาย) ในยุคที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอินโดจีน โดยการ “เปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งเนื่องจากปัญหาในกัมพูชา สร้างโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกับประเทศในกลุ่มอินโดจีน สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นในเวลาต่อมา

40. การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 เกิดขึ้นในประเทศใด
(1) ไทย
(2) กัมพูชา
(3) เมียนมา
(4) ลาว
(5) เวียดนาม
ตอบ 3 (คำบรรยาย) การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา (พม่า) เมื่อ ออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ประธานาธิบดี วิน-มยิน และผู้นำคนอื่น ๆ ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ถูกทหารพม่าควบคุมตัวแล้วกองทัพเมียนมาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้ถ่ายโอนอำนาจทั้งหมดไปที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

41. ประชาธิปไตยชี้นำ (Guided Democracy) ในอินโดนีเซียเกิดขึ้นในยุคประธานาธิบดีคนใด
(1) Suharto
(2) Sukarno
(3) Nasution
(4) Hatta
(5) Habibie
ตอบ 2 หน้า 241, 243, (คำบรรยาย) ในระหว่างปี ค.ศ. 1959 – 1965 อินโดนีเซียได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีการชี้นำหรือประชาธิปไตยชี้นำ (Guided Democracy) ของประธานาธิบดีซูการ์โน (Sukarno) ซึ่งอ้างว่ามีพื้นฐานมาจากรูปแบบการปกครองดั้งเดิมของอินโดนีเซียที่เน้นการปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เพื่อบรรลุความเห็นชอบร่วมกันเป็นเอกฉันท์ในทางปฏิบัติ นั้น ประชาธิปไตยแบบมีการชี้นำถือว่าเป็นการปกครองแบบเผด็จการพลเรือนหรือเผด็จการโดยตัวบุคคล ซึ่งก็คือ ประธานาธิบดีซูการ์โนในฐานะผู้นำสูงสุดนั่นเอง

42. อิตาลีปัจจุบันปกครองในระบอบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(4) คอมมิวนิสต์
(5) ฟาสซิสต์
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ

43. พรรคการเมืองพรรคใดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอิตาลียาวนานถึงสามสิบกว่าปี
(1) ฟาสซิสต์ใหม่
(2) สังคมนิยม
(3) คริสเตียนเดโมแครต
(4) คอมมิวนิสต์
(5) เสรีนิยม
ตอบ 3 หน้า 176 -177, 184 – 185, (คำบรรยาย) พรรคคริสเตียนเดโมแครต (Christian Democratic Party) เป็นพรรรคแนวกลางและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมในอิตาลีนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมาซึ่งมีอายุยาวนานถึง 30 กว่าปี แต่ต่อมาพรรคนี้ได้ยุบตัวและแยกออกเป็น 2 พรรค คือ Popular Party และ Christian Democrator Center Party

44. แนวคิดของนักปรัชญาท่านใดถูกก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกานำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ
(1) เพลโต
(2) จอห์น ล็อค
(3) ฌอง ฌาคส์ รุสโซ
(4) อริสโตเติล
(5) โทมัส ฮอบส์
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 56) ภายหลังจากประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1776 แล้ว ผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำแนวคิดจากเหตุผลของจอห์น ล็อค (John Locke) มาดัดแปลงนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ โดยผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกลงร่วมกันที่จะสร้างประเทศในรูปแบบ “สมาพันธรัฐ” (Confederation) โดยแต่ละรัฐจะอยู่ภายใต้ “กฎบัตรของสมาพันธรัฐ” (Article of Confederation) ค.ศ. 1781

45. เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สร้างขึ้นในรูปแบบใด
(1) สมาพันธรัฐ
(2) สหพันธรัฐ
(3) รัฐรวมศูนย์
(4) สหรัฐ
(5) รัฐเดี่ยวที่เน้นการกระจายอำนาจ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 23 – 25), (คำบรรยาย) เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนรูปแบบของรัฐจาก “สมาพันธรัฐ” มาเป็น “สหรัฐ” โดยมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐ (Head of State) และประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government)
หมายเหตุ: รูปแบบรัฐของสหรัฐอเมริกาเรียกว่า 2 แบบ คือ ถ้าหากเรียกในเรื่องการปกครองรัฐ จะเรียกว่า “สหพันธรัฐ” แต่ถ้าหากใช้เรียกในเรื่องอำนาจอธิปไตย จะเรียกว่า “สหรัฐ”

46. ข้อใดไม่ใช่ผลจากคำว่า “Constitutional Convention”
(1) การแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศ
(2) การปกครองในรูปแบบสมาพันธรัฐ
(3) การปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐ
(4) อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
(5) การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 57 – 62) การประชุมที่เรียกว่า “Constitutional Convention” ในปี ค.ศ. 1787 ได้มีมติด้วยเสียงข้างเล็กน้อยของสมาชิกรัฐสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของสหรัฐอเมริกา ดังนี้
1. การเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
2. การเกิดการปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐหรือสหรัฐ
3. อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
4. การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
5. หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) และหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ฯลฯ

47. ข้อใดถูกต้อง
(1) Federalist Papers เป็นเอกสารที่เน้นการปกครองแบบประชาธิปไตยทางตรง
(2) การปกครองของสหรัฐอเมริกาคือหลักสมาพันธรัฐนิยม
(3) อำนาจของรัฐมิใช่ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อำนาจนอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลกลาง
(4) การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นรูปแบบของรัฐสภา
(5) การปกครองของสหรัฐอเมริกาให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 58 – 60) ข้อความที่ถูกต้อง มีดังนี้
1. Federalist Papers เป็นเอกสารที่กล่าวถึงการปกครองแบบประชาธิปไตยทางอ้อม หรือแบบตัวแทนหรือรูปแบบสาธารณรัฐ (Republic)
2. หลักการพื้นฐานในการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ หลักการสหพันธรัฐนิยม (Federalism)
3. อำนาจของรัฐบาลกลาง (Federal Government) สหรัฐอเมริกามิใช่ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อำนาจนอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลมลรัฐ (State Government)
4. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นรูปแบบประธานาธิบดีแบบของสหรัฐอเมริกา
5. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นการให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อไปทำหน้าที่แทนตน เนื่องจากเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรเป็นจำนวนมาก

48. แนวคิดใดถูกต้องในเรื่องการจัดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) แนวคิดเรื่องการรวมอำนาจ
(2) แนวคิดเรื่องการมอบหมายอำนาจ
(3) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจปกครอง
(4) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ
(5) แนวคิดเรื่องการแบ่งรัฐ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 61 – 62) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาใช้ในการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันหลักทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา โดยมีการแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative) อำนาจบริหาร (Executive) และอำนาจตุลาการ (Judicial) ควบคู่ไปกับหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ระหว่างอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเท่า ๆ กัน

49. ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ระบอบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี
(3) ประชาธิปไตยแบบทางตรง
(4) ประชาธิปไตยแบบกึ่งรัฐสภา
(5) เสรีนิยม
ตอบ 2 หน้า 108, (คำบรรยาย) ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี ซึ่งจะมีนายโจ ไบเดน (Joe Biden) เป็นประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาลสหรัฐ โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2021

50. ผู้ใดคือประมุขแห่งรัฐของประเทศกัมพูชาปัจจุบัน
(1) เจีย ซิม
(2) พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
(3) สมเด็จกรมพระยานโรดม รณฤทธิ์
(4) พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
(5) เฮง สัมริน
ตอบ 2 (คำบรรยาย) กัมพูชามีการปกครอง คือ ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Kingdom of Cambodia) ในยุคอาณานิคม กัมพูชาเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส และได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสด้วยการเจรจาเมื่อปี ค.ศ. 1954 ปัจจุบันราชอาณาจักรกัมพูชาปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญโดยมีพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เป็นประมุขแห่งรัฐ

51. ขบวนการใดในกัมพูชาที่นำมาใช้ในการล้มล้างการปกครองคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและซับซ้อน
(1) ฝ่ายทหารนิยม
(2) ฝ่ายกษัตริย์นิยม
(3) ขบวนการชาติ-นิยม
(4) ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
(5) ขบวนการคอมมิวนิสต์แดง
ตอบ 5 หน้า 256 ในปี ค.ศ. 1975 ขบวนการคอมมิวนิสต์แดงได้สถาปนาการปกครองประเทศไปตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและซับซ้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาที่สะสมและถูกกดขี่มาโดยตลอดให้ดีขึ้น แต่วิธีการอันรุนแรงและซับซ้อนของขบวนการคอมมิวนิสต์แดงได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ความทุกข์ยากลำบากและโศกนาฏกรรมแก่ประชาชนกัมพูชาอย่างร้ายแรง

52. ผู้นำฝ่ายบริหารของอินโดนีเซียปัจจุบันคือ
(1) โจโก วิโดโด
(2) เมกาวะตี ซูการ์โนปูตรี
(3) ยูโดโยโน
(4) อับดุรrahman วาฮิด
(5) บาคารุดดิน ยูซุฟ ฮาบิบี
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 35. ประกอบ

53. The State Law and Order Restoration Council: SLORC หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “สลอร์ค” เป็นรูปแบบการปกครองของประเทศใด
(1) อินโดนีเซีย
(2) เมียนมา
(3) เวียดนาม
(4) กัมพูชา
(5) ลาว
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ในอดีตเมียนมา (พม่า) มีรูปแบบการปกครองเป็นแบบเผด็จการทหาร (Military Junta) ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council : SPDC) ซึ่งเป็นเครื่องมือการปกครองประเทศ โดยใช้ชื่อว่า “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” (The State Law and Order Restoration Council : SLORC) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ยุคสลอร์ค”

54. ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2516
(2) พ.ศ. 2500
(3) พ.ศ. 2490
(4) พ.ศ. 2489
(5) พ.ศ. 2475
ตอบ 5 หน้า 261, (คำบรรยาย) “คณะราษฎร” ซึ่งประกอบไปด้วยทหารและพลเรือน โดยภายหลังจากพระยาทรงสุรเดช พระยาพหลพลพยุหเสนา และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำฝ่ายพลเรือน พร้อมคณะได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

55. ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยคือ
(1) คณะปฏิวัติ
(2) คณะปฏิรูป
(3) คณะรัฐประหาร
(4) คณะราษฎร
(5) คณะรัฐมนตรี
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 54. ประกอบ

56. ประเทศเวียดนามปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองแบบใด
(1) เผด็จการแบบอำนาจนิยม
(2) สังคมนิยม
(3) ประชาธิปไตย
(4) คอมมิวนิสต์
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) เวียดนาม หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเป็นพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งมีอำนาจทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด

57. การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 เป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลใด
(1) รัฐบาลพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
(2) รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
(3) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
(4) รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(5) รัฐบาลรักษาการนายกรัฐมนตรี บัญญัติ บรรทัดฐาน
ตอบ 5 (คำบรรยาย) การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เป็นการรัฐประหารรัฐบาลรักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

58. ปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) เผด็จการพลเรือน
(3) เผด็จการทหาร
(4) กึ่งรัฐสภากึ่งประธานาธิบดี
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ

59. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา
(1) สิทธิในการปฏิเสธการจ่ายภาษี
(2) ความขัดแย้งทางด้านศาสนา
(3) การเลิกทาส
(4) สิทธิเลือกตั้งของสตรี
(5) วิกฤติทางเศรษฐกิจ
ตอบ 3 หน้า 96 – 97 สงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา (American Civil War, ค.ศ. 1861 – 1865) เป็นสงครามระหว่างกลุ่มรัฐทางเหนือ (The Union) กับกลุ่มรัฐทางใต้ (The Confederacy) ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการค้าทาส โดยรัฐทางใต้ต้องการให้มีแรงงานทาสในไร่ฝ้าย ในขณะที่รัฐทางเหนือต้องการเลิกทาส โดยผลของสงครามกลางเมือง คือ รัฐทางใต้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อรัฐทางเหนือ และได้สร้างความเสียหายอย่างมาก

60. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึง “Bill of Rights”
(1) ถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญตรามาตราแรกเพราะเป็นหลักการสำคัญที่สุด
(2) เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
(3) เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่ทำให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายให้รับรัฐธรรมนูญ
(4) ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลใดโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน
(5) ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 63 – 67) “Bill of Rights” หรือบทบัญญัติเกี่ยวกับ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่คุ้มครองไว้ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา มีดังนี้
1. เป็นบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
2. เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่เน้นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐทุกรัฐในขณะนั้นลงสัตยาบันให้กับรัฐธรรมนูญครบ
3. ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ (ฉบับที่ 2)
4. ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลใดโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน รวมถึงเวลาในยามสงครามด้วย (ฉบับที่ 3)
5. อำนาจใดที่รัฐธรรมนูญมิได้มอบให้เป็นอำนาจของสหรัฐ หรือมิได้ห้ามมิให้มลรัฐใช้อำนาจใดอำนาจนั้นย่อมสงวนไว้ให้เป็นของมลรัฐ หรือประชาชน (ฉบับที่ 10) ฯลฯ

61. ประมุขแห่งรัฐของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งใดและผู้ใดมีฐานะเป็นประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล
(1) ประธานาธิบดี/รองประธานาธิบดี
(2) ประธานาธิบดี/นายกรัฐมนตรี
(3) ประธานาธิบดี/ประธานรัฐสภา
(4) พระมหากษัตริย์/นายกรัฐมนตรี
(5) กษัตริย์/นายกรัฐมนตรี
ตอบ 2 หน้า 193, 195, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของสหพันธรัฐรัสเซียกำหนดให้ประธานาธิบดีมีฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) เป็นผู้นำกองทัพ ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดยนายกรัฐมนตรีนั้นจะมีหน้าที่ในการบริหารประเทศ

62. ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงรูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(3) ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติแยกจากกันชัดเจน
(4) ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่ารัฐสภา
(5) รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งประธานาธิบดี
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 78 – 79), (คำบรรยาย) รูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกามีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจยุบสภา และสภาทั้งสองก็ไม่มีอำนาจเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีได้
2. ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่เหมือนกันในแง่ที่ว่าคือ ทั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน

63. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการถามคาดว่ากล่าวในการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
(3) เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากในรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับผู้นำรัฐบาลต้องสิ้นสภาพสมาชิกวุฒิสภา
(4) ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยฝ่ายรัฐสภา
(5) รัฐสภามีอำนาจในการถอดถอนประธานาธิบดีด้วยมติที่คณะ
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 79 – 80) ระบบการคานอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริการะหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ มีดังนี้
1. ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้ง (Veto) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
2. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการใช้เงินตามที่รัฐสภากำหนดให้ตามกฎหมายที่ออกมาโดยรัฐสภา (Impoundment)
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการพลเรือนส่วนกลาง โดยความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยเสียง 2 ใน 3 ฯลฯ

64. สิทธิของประธานาธิบดีที่เรียกว่า “Veto” หมายถึงอะไร
(1) การยุบสภา
(2) การแต่งตั้งรองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี
(3) การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือน
(4) การยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
(5) การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา
ตอบ 4 หน้า 111 – 112, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 72 – 73, 79), (ดูคำอธิบายข้อ 62. ประกอบ) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกามีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพบกและกองทัพเรือแห่งสหรัฐอเมริกา และของทหารกองหนุนจากมลรัฐต่าง ๆ
2. เป็นผู้บริหารสูงสุดหรือประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government) และเป็นประมุขของประเทศ (Head of State)
3. ยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา หรือที่เรียกว่า “Veto”
4. แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ทูตานุทูต กงสุล และผู้พิพากษาศาลฎีกาโดยคำแนะนำและยินยอมของวุฒิสภา
5. แต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ที่ว่างลงในช่วงเวลาที่สมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ประชุมสภา ฯลฯ

65. ข้อใดไม่ใช่หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
(1) รัฐนิยม
(2) ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
(3) การจำกัดอำนาจของรัฐ
(4) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐ
(5) รัฐธรรมนูญ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา มีดังนี้
1. การจำกัดอำนาจของรัฐ
2. ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
3. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดแผ่นดิน
4. ประชาชนมีสิทธิที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
5. เป็นรัฐธรรมนูญ หรือเป็นการแบ่งแยกอำนาจออกจากกันอย่างเด็ดขาด ฯลฯ

66. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา
(1) การเลือกตั้งประธานาธิบดีใช้ระบบคะแนนเสียงข้างมากขั้นตอน
(2) การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามีการเลือกตั้งโดยตรงจากมลรัฐ มีวาระเลือกตั้งสองครั้ง
(3) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งโดยทางตรง
(4) การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(5) ข้อ 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 109 – 110, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 59, 70, 73) ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปโดยทางอ้อมหรือแบบตัวแทน คือ การให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อให้ไปทำหน้าที่แทนตน
2. การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นไปโดยทางอ้อมจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม (Indirect Election) โดยใช้ระบบคณะบุคคล 2 ขั้นตอน
3. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น

67. ข้อใดไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
(1) การยุบสภา
(2) การดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ
(3) ยับยั้งกฎหมาย
(4) เป็นประมุขของประเทศ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 64. ประกอบ

68. รัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการแก้ไขเพิ่มเติมมากี่ครั้ง
(1) 7 ครั้ง
(2) 10 ครั้ง
(3) 13 ครั้ง
(4) 20 ครั้ง
(5) 27 ครั้ง
ตอบ 5 หน้า 102, (คำบรรยาย) โครงสร้างรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยบทนำและ 7 มาตรา และต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในแต่ละยุคสมัยเพื่อความคล่องตัวและเหมาะสมต่อสภาพการณ์ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว 27 ครั้ง คือ
1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 – 10 เรียกว่า “Bill of Rights”
2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 11, 16, 18, 21 เรียกว่า “Governmental Authority”
3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13, 14, 15, 19, 23, 24, 26 เรียกว่า “Safeguards of Civil Rights”
4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 12, 17, 20, 22, 25, 27 เรียกว่า “Governmental Processes and Procedures”

69. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา
(1) ใช้ระบบ 2 สภา คือ The House และ The Senate
(2) สะท้อนหลักการพหุนิยม
(3) ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
(4) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
(5) มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี
ตอบ 5 หน้า 104, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 68 – 70), (คำบรรยาย) รัฐสภา หรือสภาคองเกรส (Congress) ของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ใช้ระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎร (The House of Representatives) และสภาสูงหรือวุฒิสภา (The Senate) ซึ่งสภาทั้งสองส่วนสะท้อนหลักการทางการเมืองที่สำคัญคือ หลักการพหุนิยม (Pluralism)
2. มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
3. มีอำนาจน้อยกว่าฝ่ายบริหาร
4. ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
5. ไม่มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี ประธานศาลฎีกา

70. กลุ่มใดเคลื่อนไหวทางการเมืองและนำโดยผู้ใดมีบทบาทสำคัญในปฏิวัติรัสเซียปี 1917
(1) กลุ่มเมนเชวิค/เลนิน
(2) กลุ่มบอลเชวิค/เลนิน
(3) กลุ่มบอลเชวิค/สตาลิน
(4) กลุ่มบอลเชวิค/ครุสชอฟ
(5) กลุ่มซ้าย/ปรัสเซีย
ตอบ 2 หน้า 192, 202, (คำบรรยาย) การปกครองของรัสเซียในช่วงปี ค.ศ. 1917 – 1922 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. เกิดการปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 กลุ่มบอลเชวิค (Bolsheviks) ซึ่งเชื่อมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองแบบมาร์กซิสต์ (Marxist) ภายใต้การนำของเลนินและเน้นนโยบายยึดครองอำนาจรัฐได้ทำการโค่นล้มระบอบซาร์หรือจักรพรรดิองค์สุดท้ายของรัสเซียได้สำเร็จ โดยมีการโค่นล้มระบอบซาร์ที่ปกครองในรัสเซียมาหลายศตวรรษ และเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบสังคมนิยม
2. เลนินนำหลักการคอมมิวนิสต์สากลมาใช้ในการจัดตั้งสหพันธรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (Union of Soviet Socialist Republics: USSR) หรือสหภาพโซเวียต (Soviet Union) ในปี ค.ศ. 1922 ฯลฯ

71. ข้อใดเป็นหลักการพื้นฐานที่เลนินนำมาใช้ในการจัดตั้งสหภาพโซเวียต
(1) จักรวรรดินิยมสากล
(2) คอมมิวนิสต์สากล
(3) ชาตินิยมสากล
(4) รัฐนิยมสากล
(5) เสรีนิยมสากล
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 70. ประกอบ

72. ความขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญที่สุดที่สตาลินอ้างเลนินคือเรื่องใด
(1) การนำลัทธิมาร์กซิสต์มาใช้ในรัสเซีย
(2) คอมมิวนิสต์สากลและชาตินิยม
(3) อธิปไตยของรัสเซีย
(4) คอมมิวนิสต์สากลกับผู้ต่อต้านในยุโรป
(5) การกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เลนิน สนับสนุนแนวคิดคอมมิวนิสต์สากล โดยต้องการให้สหภาพโซเวียตเป็นผู้นำในการเผยแพร่แนวคิดของชนชั้นกรรมาชีพไปทั่วประเทศ ไปทั่วโลก และโจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ซึ่งเป็นผู้นำคนหนึ่งของพรรคบอลเชวิคมีความเห็นขัดแย้งกับแนวคิดการปฏิวัติสากลของเลนิน โดยสตาลินเห็นว่ารัฐธรรมนูญควรมีความคิดชาตินิยมเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงในประเทศเพื่อต่อต้านกระแสอำนาจการปฏิวัติจากมหาอำนาจทุนนิยมต่าง ๆ ในยุโรป

73. ข้อใดคือนโยบายทางเมืองและเศรษฐกิจของโจเซฟ สตาลิน
(1) นโยบายการปฏิรูปสากล
(2) นโยบายจักรวรรดินิยมโซเวียต
(3) การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางมาร์กซิสต์
(4) นโยบายคอมมิวนิสต์สากล
(5) ข้อ 1 และ 4
ตอบ 3 (คำบรรยาย) องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้สภาพโซเวียตภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลิน (ค.ศ. 1922 – 1952) อยู่ยงเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคสงครามเย็น มีดังนี้
1. นโยบายทางเศรษฐกิจที่รัฐเป็นเจ้าของกิจการ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (Five-Year Plans) คือ การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในหมู่รัฐมีรากฐานสำคัญอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และการทำการเกษตรแบบคอมมูน
2. เลนินนำหลักการทางการเมืองการปกครองแบบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จเผด็จการของสตาลิน

74. บุคคลใดไม่ใช่นักคิดนักเขียนของอังกฤษ
(1) Locke
(2) Hume
(3) Rousseau
(4) Hobbes
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 53 นักคิดนักเขียนชาวอังกฤษมีอิทธิพลครอบงำความคิดทางการเมืองและสังคมในอังกฤษ และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักรัฐศาสตร์ เช่น Chaucer, Shakespeare, Milton, Shaw ตลอดจนนักปรัชญาที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักรัฐศาสตร์ เช่น Hobbes, Locke, Hume, Mill, Bentham, Russell เป็นต้น (ส่วน Rousseau นั้นเป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส)

75. พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในอังกฤษ ได้แก่พรรคใด
(1) Democrat, Republican
(2) Republican, Liberal
(3) Conservative, Labour
(4) Labour, Republican
(5) Conservative, Democrat
ตอบ 5 หน้า 64 พรรคการเมืองในอังกฤษประกอบด้วยพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ได้แก่ พรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) และพรรคแรงงาน (Labour Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีบทบาทและอิทธิพลในการปกครองมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก ได้แก่ Liberal Party, Green Party, Social Democratic Party, Communist Party เป็นต้น

76. สภาใดเป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ
(1) สภาสามัญ
(2) สภาขุนนาง
(3) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(4) สภาขุนนาง
(5) สภาคองเกรส
ตอบ 4 หน้า 78 – 79, (คำบรรยาย) สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) เป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. เป็นศาลสูงสุดในการพิจารณาคดีแพ่งในสหราชอาณาจักร และคดีอาญาในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
2. กลั่นกรอง ตรวจและแก้ไขร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาสามัญแล้ว ยกเว้นร่างกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรและการเงิน

77. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของรัฐธรรมนูญอังกฤษ
(1) กฎหมายจารีตประเพณี
(2) ขนบธรรมเนียมทางการเมือง
(3) การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ
(4) พระบรมราโชวาท
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 57, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญแห่งอังกฤษมีลักษณะพิเศษกว่ารัฐธรรมนูญประเทศอื่น คือ ไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) แต่ความเป็นรัฐธรรมนูญจะมาจาก
1. กฎหมายสามัญ
2. กฎหมายจารีตประเพณี หรือ กฎหมายสำคัญต่าง ๆ
3. ขนบธรรมเนียมหรือหลักปฏิบัติในทางการเมือง
4. การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ
5. ข้อตกลงร่วมกัน ต่าง ๆ

78. หลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีในอังกฤษคือข้อใด
(1) หลักนิติธรรม
(2) หลักนิติรัฐ
(3) หลักการแบ่งแยกอำนาจ
(4) หลักสิทธิมนุษยชน
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 58, (คำบรรยาย) กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญ (Common Law) ในอังกฤษ เป็นกฎหมายซึ่งองค์กรในทางศาลและตุลาการยึดถือ รวมถึงคำพิพากษาของศาลในอดีตต่าง ๆ โดยหลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีในอังกฤษก็คือ หลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งได้วางแนวทางของกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของปัจเจกบุคคล และอำนาจรัฐ การตีความและคำพิพากษาของศาล ซึ่งการกระทำใดขัดต่อเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย โดยไม่มีระบบศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลสูงสุดเหมือนสหรัฐอเมริกา

79. กลุ่มประเทศที่เรียกว่า The Commonwealth คืออะไร
(1) กลุ่มประเทศที่เคยเข้ายึดครองเป็นราชอาณาจักร
(2) กลุ่มประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(3) ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
(4) กลุ่มประเทศซึ่งในอดีตเคยถูกอังกฤษปกครอง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 53, (คำบรรยาย) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพ (The Commonwealth) คือ กลุ่มประเทศซึ่งในอดีตเคยถูกอังกฤษปกครอง ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ยังมีความผูกพันกับประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงแล้วก็ตาม ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศในเครือจักรภพ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย ปากีสถาน สิงคโปร์ ศรีลังกา มาเลเซีย เป็นต้น

80. สถานะของนายกรัฐมนตรีอังกฤษในคณะรัฐมนตรีมีลักษณะเช่นไร
(1) Supremacy
(2) First Among Equals
(3) Colleague
(4) ข้อ 1 และ 2
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 74 นายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ของอังกฤษมีสถานะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (First Among Equals) แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเหนือทุกคนในคณะรัฐมนตรี

81. ประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษในปัจจุบันคือพระองค์ใด
(1) Queen Elizabeth I
(2) Queen Elizabeth II
(3) Charles III
(4) George VI
(5) Edward VIII
ตอบ 3 หน้า 69, (คำบรรยาย) ประมุขแห่งรัฐของอังกฤษ คือ พระมหากษัตริย์ โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐของอังกฤษในปัจจุบันคือ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 (Charles III) ซึ่งพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติหลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizabeth II) พระมารดาเสด็จสวรรคตในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2022

82. รัฐสภาในอังกฤษประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่สภาใด
(1) สภาสามัญ-สภาสูง
(2) สภาสามัญ-สภาขุนนาง
(3) สภาผู้แทนราษฎร-สภาสูง
(4) สภาผู้แทนราษฎร-ราชยสภา
(5) สภาสามัญ-ราชยสภา
ตอบ 2 หน้า 78, 80, (คำบรรยาย) รัฐสภาของอังกฤษ หรือ “เวสต์มินสเตอร์” (Westminster) เป็นระบบสภาคู่ หรือสภาคองเกรส ซึ่งประกอบด้วย
1. สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาสามัญ (House of Commons) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
2. สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) ประกอบด้วย สมาชิกโดยการสืบทอดทางสายเลือด, ขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งตลอดชีพ, ผู้พิพากษาสูงสุด และพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่จากนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์

83. พระมหากษัตริย์อังกฤษนับถือศาสนาคริสต์นิกายใด
(1) Church of England
(2) Catholics
(3) Protestant
(4) Baptists
(5) Orthodox
ตอบ 1 หน้า 62 ในปัจจุบันอังกฤษไม่ได้บังคับเรื่องการนับถือศาสนา แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ยกเว้นสมาชิกพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำหนดให้นับถือศาสนาคริสต์นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ (Church of England)

84. รัฐสภาของอังกฤษมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร
(1) Congress
(2) Duma
(3) Westminster
(4) Whitehall
(5) Downing
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

85. เขตเลือกตั้งของอังกฤษมีลักษณะอย่างไร
(1) มีผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคน
(2) มีผู้แทนราษฎรเขตละสามคน
(3) มีผู้แทนราษฎรเขตละห้าคน
(4) มีผู้แทนราษฎรเขตละห้าคน
(5) ใช้พื้นที่ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง มีผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 650 คน
ตอบ 1 หน้า 63 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอังกฤษเป็นระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งในแต่ละเขตเลือกตั้งนั้นจะซับซ้อน กล่าวคือ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งและเลือกสมาชิกเขตละ 1 คน โดยหลักเกณฑ์ในการนับคะแนนนั้น
จะตัดสินด้วยคะแนนเสียงสูงสุด และใช้หลักการ 1 คน 1 เสียง (One Man One Vote) ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเสียงมากสุดจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง โดยในปัจจุบันอังกฤษแบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 651 เขต

86. ข้อใดไม่ใช่พรรคการเมืองในอังกฤษ
(1) Conservative Party
(2) Labour Party
(3) Liberal Party
(4) Green Party
(5) Liberal Democratic Party
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 75. ประกอบ

87. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ
(1) ให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
(2) ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
(3) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
(4) ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 69 – 70, (คำบรรยาย) บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ ได้แก่
1. ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
2. ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
3. เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
4. แต่งตั้งหรือเลือกนายกรัฐมนตรีจากผู้นำพรรคการเมืองที่มีสมาชิกมากสุดข้างมากในของสภาล่างได้ ฯลฯ

88. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
(1) 2 ปี
(2) 3 ปี
(3) 4 ปี
(4) 5 ปี
(5) 6 ปี
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

89. ข้อใดไม่ใช่การปกครองในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ
(1) นาซีเยอรมัน
(2) ไทยยุคจอมพลถนอม กิตติขจร
(3) ฟาสซิสต์อิตาลี
(4) สหภาพโซเวียตยุคสตาลิน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 17- 18, (คำบรรยาย) ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarian) จะมีลักษณะที่สำคัญคือ ผู้นำเดี่ยวซึ่งมีอิทธิพลครอบงำ ระบบพรรคเดียว แนวคิดที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐาน ชาติพันธุ์ หรือชาติ รัฐควบคุมเหนือเศรษฐกิจ การผูกขาดสื่อต่าง ๆ เป็นต้น โดยจะมีระบอบการปกครองที่นับว่าเป็นต้นแบบของเผด็จการเบ็ดเสร็จ ได้แก่ นาซีเยอรมัน ฟาสซิสต์อิตาลี และสหภาพโซเวียตยุคสตาลิน

90. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของระบอบเผด็จการอำนาจนิยม
(1) ไม่มีฝ่ายค้าน
(2) กิจกรรมทางการเมืองถูกควบคุม
(3) พรรคการเมืองเผด็จการอาจได้รับการสนับสนุนจากประชาชนบางส่วน
(4) เห็นว่าคนมีความรู้ความสามารถมากกว่ากว่าผู้อื่น
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 16, (คำบรรยาย) ลักษณะของระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ได้แก่
1. กิจกรรมทางการเมืองจะถูกควบคุม สื่อทุกชนิดอยู่ภายใต้การตรวจสอบ อิสรภาพมีจำกัด และไม่มีฝ่ายค้าน
2. ผู้นำหรือพรรคการเมืองเผด็จการอาจได้รับการสนับสนุนจากประชาชนบางส่วน
3. มักอยู่ในรูปเผด็จการทหาร ซึ่งทหารเห็นว่าตนมีความซื่อตรงมากกว่า มีความสามารถมากกว่าและมีฐานะตำแหน่งสูงกว่านักการเมืองระดับชาติ เป็นต้น

91. ประเทศใดใช้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์เป็นประเทศแรกในโลก
(1) จีน
(2) รัสเซีย
(3) อิตาลี
(4) เยอรมนี
(5) เกาหลีเหนือ
ตอบ 2 หน้า 10, (คำบรรยาย) รัสเซีย เป็นประเทศแรกที่ใช้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ (Communist) เป็นประเทศแรกในโลก ส่วนในปัจจุบันนั้นประเทศที่ยังคงมีการปกครองในลักษณะคอมมิวนิสต์มีอยู่ 5 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว และเวียดนาม

92. สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปีใด
(1) 1989
(2) 1991
(3) 1993
(4) 1997
(5) 2008
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

93. หนังสือเล่มสำคัญของ Aristotle คือ
(1) Politics (The Politics)
(2) The Republic
(3) The Prince
(4) Politics : who get what when and how
(5) Tao Te Ching
ตอบ 1 หน้า 12, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่เขียนหนังสือเรื่องการเมือง (Politics/The Politics) และได้แบ่งรูปแบบการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถามดังนี้
1. ใครปกครอง ซึ่งมองจากจำนวนผู้ปกครอง คือ ปกครองคนเดียว ปกครองสองสามคน หรือปกครองหลายคน
2. ปกครองโดยฐานะใด หรือปกครองเพื่อใคร ซึ่งมองจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปกครองว่าเพื่อประชาชนทุกคนเป็นส่วนรวม หรือเพื่อตนเองเท่านั้น

94. อุดมการณ์ทางการเมืองใดที่กลุ่มผู้นำปฏิวัติรัสเซียนำมาใช้
(1) ลัทธิเหนา
(2) ยูโทเปีย
(3) ฟาสซิสต์
(4) ประเทศลาว
(5) แนวคิดมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 70. ประกอบ

95. ระบบรัฐสภามีต้นแบบมาจากประเทศใด
(1) อังกฤษ
(2) ฝรั่งเศส
(3) สหรัฐอเมริกา
(4) อินเดีย
(5) อิตาลี
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ

96. ความคิดเรื่องการรวมตัวเป็นชาติของอิตาลีเริ่มต้นขึ้นโดยสาเหตุใด
(1) ลักษณะภูมิประเทศ
(2) ความเข้มแข็งทางประวัติศาสตร์
(3) การปกครองโดยชาวต่างชาติ
(4) ลัทธิฟาสซิสต์
(5) ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ

97. การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีประสบความสำเร็จในยุคใด
(1) ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
(2) Risorgimento
(3) รัฐบาลฟาสซิสต์
(4) สงครามเย็น
(5) Byzantine
ตอบ 2 หน้า 133 – 135 การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 แต่ประสบความสำเร็จใน ค.ศ. 1870 หลังจากกองกำลังอิตาลีได้บุกยึดเมืองกรุงโรมและประกาศให้กรุงโรมเป็นเมืองหลวงของอิตาลีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1870 ซึ่งการรวมอิตาลีนี้อยู่ในยุคที่เรียกว่า Risorgimento

98. ปัจจุบันประมุขแห่งรัฐของอิตาลีคือผู้ใด
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
(3) ประธานาธิบดี
(4) ประธานองค์มนตรี
(5) ประธานรัฐสภา
ตอบ 3 หน้า 150 – 152, 161 – 162 ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้งและมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี โดยประธานาธิบดีมีฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในทางการเมืองโดยตรง ซึ่งอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดี มีดังนี้
1. เป็นผู้มีอำนาจยุบสภาโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองคำสั่ง
2. เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี
3. เป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ เช่น วุฒิสมาชิกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
4. เป็นผู้ให้การอภัยโทษและลดหย่อนผ่อนโทษ ฯลฯ

99. นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิตาลีคือผู้ใด
(1) มาริโอ ดรากี
(2) ฟรันเชสโก กอสซิกา
(3) จอร์เจีย เมโลนี
(4) อัลโด โมโร
(5) แซร์จิโอ มัตตาเรลลา
ตอบ 3 (คำบรรยาย) นางจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) คือนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิตาลีและเป็นผู้นำพรรคภราดรแห่งอิตาลี (Brothers of Italy) หรือพรรค FDI โดยถือว่าเป็นผู้นำพรรคการเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดด้วยคะแนนเสียงถึง 26% จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 2022 ซึ่งชัยชนะดังกล่าวมีผลให้นางเมโลนีเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้นำจากพรรคขวาจัดคนแรกที่ขึ้นเป็นรัฐบาลนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

100. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงประมุขของอิตาลีปัจจุบัน
(1) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
(2) เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและประมุขฝ่ายบริหาร
(3) ไม่มีหน้าที่โดยตรงทางการเมือง
(4) มีอำนาจยุบสภาด้วยตนเอง
(5) ถูกทั้ง 2 และ 3
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 98. ประกอบ

 

POL2100 การปกครองเปรียบเทียบ 1/2565

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2565

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2100 การปกครองเปรียบเทียบ

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. อิตาลีได้เข้าสู่ยุคการเป็นสาธารณรัฐในปีใด
(1) 1922
(2) 1945
(3) 1946
(4) 1947
(5) 1948
ตอบ 3 หน้า 137 (คำบรรยาย) อิตาลีได้รับการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 และได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 ซึ่งยังคงใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

2. ผู้ก่อตั้งพรรค Fascist ในอิตาลี คือใคร
(1) Mazzini
(2) Mussolini
(3) Cavour
(4) Petacc
(5) Garibaldi
ตอบ 2 หน้า 136 (คำบรรยาย) ในปี ค.ศ. 1919 เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ได้จัดตั้งกลุ่มทหารผ่านศึกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า กลุ่ม Fasci Italiani di Combattimento และในปี ค.ศ. 1921 ก็ได้จัดตั้งเป็นพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) แห่งชาติ และมีสมาชิกได้รับเลือกเข้าไปเป็นสมาชิกสภา โดยกลุ่มผู้นำทางการเมืองรวมทั้งพระเจ้าแผ่นดินอิตาลีในขณะนั้นได้คิดที่จะให้พรรค Fascist เข้ามาแก้ไขความขัดแย้งจึงได้ตกลงเจรจาให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น

3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการปกครองภายใต้พรรค Fascist
(1) สภาพแรงงานถูกยกเลิก
(2) ผู้นำสูงสุดปกครองโดยไม่มีข้าราชการเมือง
(3) แรงงานและนายทุนเข้าร่วมในระบบ Corporate state
(4) มีพรรคการเมืองพรรคเดียว
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 2 หน้า 136 – 137 (คำบรรยาย) ในปี ค.ศ. 1924 – 1943 อิตาลีตกอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเผด็จการภายใต้พรรค Fascist โดยมุสโสลินี ซึ่งการปกครองภายใต้พรรค Fascist มีลักษณะดังนี้ 1. มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Fascist 2. สภาพแรงงานต่างๆ ถูกยกเลิก 3. มีการสร้างระบบ Corporate State คือ ตั้งสหภาพแรงงานและนายทุนเข้ามาอยู่รวมกันในกลไกเดียวกัน 4. อำนาจการบริหารทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ทำหน้าที่เรียกว่า Duce (ผู้นำ)

4. ความคิดเกี่ยวกับชาตินิยมของอิตาลี เกิดขึ้นครั้งแรกจากปัจจัยใด
(1) อิทธิพลของกลุ่มเสรีนิยมอิตาลี
(2) การขึ้นสู่อำนาจของฝรั่งเศส
(3) การเกิดรัฐชาติสมัยใหม่
(4) การเจรจาต่อรอง
(5) การเข้าร่วมสงครามโลก
ตอบ 4 หน้า 132 – 134 (คำบรรยาย) เมื่อนโปเลียน โบนาปาร์ต ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสได้ขยายอำนาจเข้าปกครองอิตาลี และเมื่อจัดตั้งเป็นจักรวรรดิก็ได้ยกย่องตนเป็นจักรพรรดิแห่งดินแดนของอิตาลี พร้อมกับส่งพระญาติไปปกครองส่วนต่างๆ ยังผลให้อิตาลีถูกรวมเข้ามาเป็นเอกภาพทางการทหารครั้งแรกนับแต่สมัยอาณาจักรโรมันล่มสลายลง ซึ่งทำให้ความคิดเกี่ยวกับชาติหรือเอกภาพของชาติอิตาลีเริ่มเกิดขึ้นภายใต้การครอบงำอำนาจของฝรั่งเศส

5. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายที่เด่นชัดที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญอิตาลี
(1) การรวมศูนย์อำนาจรัฐสู่รัฐบาลกลาง
(2) การกระจายอำนาจ
(3) การขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
(4) ข้อ 1 และ 3 ถูก
(5) ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก
ตอบ 4 หน้า 140 – 141 รัฐธรรมนูญอิตาลีมีเป้าหมายที่เด่นชัดในด้านโครงสร้างของระบบการปกครองดังนี้ 1. เป็นระบบการแบ่งแยกอำนาจระหว่างองค์กร 3 ฝ่าย คือ รัฐสภา รัฐบาล และตุลาการ 2. เป็นการกระจายอำนาจจากรัฐบาลกลางไปสู่หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวคือ มีการกระจายอำนาจไปสู่หน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคที่ไม่ใช่ในระบบรวมอำนาจอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อไม่ให้สามารถรวบอำนาจเด็ดขาดโดยไม่สามารถจะควบคุมได้อีก

6. “อินเดีย” ตั้งอยู่ที่อาณานิคมของโลกที่เรียกว่า
(1) เอเชียใต้
(2) เอเชียกลาง
(3) เอเชียตะวันออก
(4) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(5) เอเชียตะวันตกเฉียงใต้
ตอบ 1 หน้า 271 (คำบรรยาย) อินเดีย ตั้งอยู่ตอนใต้ของทวีปเอเชียที่เรียกว่า เอเชียใต้ (South Asia) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศอินเดียเหนือสุด ได้แก่ เนปาล และประเทศต่างๆ ได้แก่ ศรีลังกา

7. ศาสนาที่ผู้คนอินเดียนับถือมากที่สุด
(1) ศาสนาอิสลาาม
(2) ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
(3) ศาสนาคริสต์
(4) ศาสนาพุทธ
(5) ศาสนาเชน
ตอบ 2 หน้า 274 (คำบรรยาย) คนอินเดียนับถือศาสนามากที่สุด คือ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ร้อยละ 80) รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม (ร้อยละ 14) ศาสนาคริสต์ (ร้อยละ 2.4) ศาสนาซิกข์ (ร้อยละ 2) และศาสนาพุทธ ศาสนาเชน ตามลำดับ

8. อินเดียจะมีการจัดลำดับชนชั้นทางศาสนาพราหมณ์โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็นระบบวรรณะ ซึ่งมีทั้งหมด
(1) 3 วรรณะ
(2) 4 วรรณะ
(3) 5 วรรณะ
(4) มากกว่า 5 วรรณะขึ้นไป
ตอบ 3 หน้า 274 (คำบรรยาย) ระบบพราหมณ์ ได้แบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ ซึ่งเรียงลำดับจากสูงไปต่ำได้ดังนี้ 1. พราหมณ์ 2. กษัตริย์ 3. แพศย์/ไวศยะ 4. ศูทร

9. อินเดียมีวิวัฒนาการของการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตก โดยได้รับอิทธิพลมาจาก
(1) ประเทศเยอรมัน
(2) ประเทศโปรตุเกส
(3) ประเทศฝรั่งเศส
(4) ประเทศอังกฤษ
(5) ประเทศเนเธอร์แลนด์
ตอบ 4 หน้า 277 – 278 (คำบรรยาย) อังกฤษมีอิทธิพลต่อการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตกของอินเดีย และยังมีอิทธิพลต่ออินเดียในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ทางด้านการปกครอง ได้แก่ ความเป็นเอกภาพ (Unity) และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของส่วนต่างๆ ของอินเดีย
2. ทางด้านการศึกษา ได้แก่ การปฏิรูปทางด้านการศึกษาแบบตะวันตกและให้มีการศึกษาภาคบังคับ
3. ทางด้านสังคม ได้แก่ การลดความสำคัญของระบบวรรณะ และเน้นความเสมอภาคมากขึ้น
4. ทางด้านระบบราชการ ได้แก่ การจัดระบบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเสมือน “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame)

10. จุดแข็งที่เรียกกันว่า “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ของประเทศอินเดีย คือ
(1) ระบบการเมือง
(2) ระบบเศรษฐกิจ
(3) ระบบสังคม
(4) ระบบข้าราชการพลเรือน
(5) ระบบวรรณะ
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 9. ประกอบ

11. ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่สามที่มีผลกระทบต่ออังกฤษมาก เกิดจากการใช้เทคนิควิธีต่อสู้ที่เรียกกันว่า
(1) สัตยาเคราะห์
(2) การใช้กำลังต่อสู้อย่างรุนแรง
(3) การใช้การต่อสู้แบบหินตา
(4) การเจรจาต่อรอง
(5) การใช้การจลาจล
ตอบ 1 หน้า 280 ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่ 3 เป็นการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดีย โดยใช้วิธีสัตยาเคราะห์หรืออหิงสา (Satyagraha) ของมหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นวิธีการต่อสู้แบบอหิงสา (Ahimsa) หรือไม่ใช้กำลังรุนแรงในการต่อสู้ ซึ่งวิธีนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออังกฤษเป็นอย่างมาก ทำให้ อังกฤษต้องคืนอิสรภาพให้แก่อินเดียในปี ค.ศ. 1947

12. Civil Disobedience หมายถึง
(1) ประชาสังคม
(2) ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
(3) การไม่เชื่อฟังแบบผู้ดีหรือแบบสันติภาพ
(4) การทารุณกรรม/ประนีประนอม
(5) การสร้างขบวนการมวลชน
ตอบ 3 หน้า 283 อารยะขัดขืน (Civil Disobedience) หมายถึง การไม่เชื่อฟังแบบผู้ดีหรือแบบสุภาพ

13. วันชาติหรือวันสาธารณรัฐของอินเดีย คือวันที่
(1) 15 มิถุนายนของทุกปี
(2) 14 สิงหาคมของทุกปี
(3) 15 สิงหาคมของทุกปี
(4) 25 มกราคมของทุกปี
(5) 26 มกราคมของทุกปี
ตอบ 5 หน้า 284, 286 (คำบรรยาย) วันชาติหรือวันสาธารณรัฐ (Republic Day) ของอินเดียตรงกับวันที่ 26 มกราคมของทุกปี ซึ่งถือเอาวันที่อินเดียประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1950 ส่วนวันประกาศอิสรภาพหรือวันเอกราช (Independence Day) ของอินเดียตรงกับวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งถือเอาวันที่อินเดียได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการจากอังกฤษในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947

14. ลักษณะของการเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) ของอินเดีย คือ
(1) รัฐกับศาสนาแยกออกจากกัน
(2) รัฐกับศาสนาต้องไปด้วยกัน
(3) ผู้ปกครองต้องเคารพปฏิบัติ ตามศาสนาอย่างเคร่งครัด
(4) ผู้ปกครองไม่ต้องเคารพปฏิบัติตามศาสนาอย่างเคร่งครัดมากนัก
(5) ศาสนาต้องเป็นหลักในการบริหารประเทศ
ตอบ 1 หน้า 288, 295 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้อินเดียมีลักษณะเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) คือ ไม่มีการกำหนดศาสนาประจำชาติ โดยรัฐจะต้องเป็นกลางในเรื่องศาสนา และราษฎรทุกคนจะต้องมีสิทธิในการปฏิบัติตามความเชื่อของตน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ รัฐกับศาสนาต้องแยกออกจากกันนั่นเอง

15. นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษที่เข้ามาเป็นผู้ยกเลิกเอกราชของอินเดีย คือ
(1) Lord Wavell
(2) Winston Churchill
(3) Clement Attlee
(4) Lord Mountbatten
(5) Shivaji
ตอบ 3 หน้า 285 เคลเมนต์ แอททลี (Clement Attlee) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญทำให้ อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1947

16. รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ข้อใดต่อไปนี้เป็นประมุขแห่งรัฐ
(1) พระมหากษัตริย์
(2) ประธานาธิบดี
(3) นายกรัฐมนตรี
(4) มหาตมะ คานธี
(5) เยาวหราล เนห์รู
ตอบ 2 หน้า 288 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ประธานาธิบดี (President) เป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) โดยประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นางเทราปที มุรมู (Droupadi Murmu) ซึ่งมาจากชนเผ่ามายูร์ภันช์ ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายนเรนทรา โมที (Narendra Modi) ซึ่งมาจากวรรณะศูทร

17. ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี 1946 – 1949 คือว่า
(1) มหาตมะ คานธี
(2) เยาวหราล เนห์รู
(3) อินทิรา คานธี
(4) ดร.แอมเบดการ์
(5) ดร. ศักดิ์
ตอบ 4 หน้า 290 ดร.แอมเบดการ์ (Dr. B.R. Ambedkar) ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี ค.ศ. 1946 – 1949 ซึ่งเป็นผู้มีลำดับชั้นอยู่ในวรรณะต่ำสุดของอินเดีย คือ วรรณะจัณฑาล (Untouchable)

18. วัตถุประสงค์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย
(1) เพื่อให้มีความยุติธรรมในด้าน
(2) เพื่อบันทึกราคา
(3) เพื่อให้มีความเสมอภาคภายในหมู่ประชาชน
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 290 (คำบรรยาย) วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย มีดังนี้
1. เพื่อให้ความยุติธรรมในทุกด้านทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
2. เพื่อเป็นหลักประกัน มนุษยชนในด้านการคิด การแสดงออกต่าง ๆ ความเชื่อ วรรณะ และศาสนา
3. เพื่อให้มีการส่งเสริมสถานภาพและโอกาสของประชาชน
4. เพื่อให้มีการส่งเสริมภราดรภาพโดยเน้นศักดิ์ศรีแห่งปัจเจกชนและเอกภาพของชาติ

19. รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดไว้ว่า ประชาชนอินเดียที่จะมีวาระ
(1) 1 ปี
(2) 2 ปี
(3) 3 ปี
(4) 4 ปี
(5) 5 ปี
ตอบ 5 หน้า 296, 300 – 302 ประชาชนอินเดียได้รับการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งประกอบด้วย 1. ผู้แทนจากทั้งสองสภา คือ สภาล่างหรือโลกสภา (Lok Sabha) และสภาสูงหรือราชยสภา (Rajya Sabha) 2. ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ (State Legislative Assemblies) โดยประธานาธิบดีจะมีการดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกี่ครั้งก็ได้

20. ประมุขแห่งรัฐคนปัจจุบันของประเทศอินเดีย คือผู้ใด
(1) ราม นาถ โกวินท์
(2) ราชินี เอลิซาเบธ
(3) นเรนทรา โมที
(4) เทราปที มุรมู
(5) เยาวหราล เนห์รู
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 16. ประกอบ

21. นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ ซึ่งได้ส่งผลให้สหภาพโซเวียตแข็งแกร่งขึ้น
(1) การปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
(2) การใช้นโยบายทางเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์
(3) การยืนหยัดในระบอบคอมมิวนิสต์
(4) การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาวตะวันตก
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1 (คำบรรยาย) นโยบายของนิกิตา ครุสเชฟ (Nikita Khrushchev) ที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียต
1. การพยายามที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของสหภาพโซเวียตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าในยุคของสตาลิน
2. การส่งเสริมให้ผู้นำคอมมิวนิสต์หัวก้าวหน้าเข้ามามีส่วนในการปกครองในกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ยุโรปตะวันออกนอกเหนือจากอำนาจเดิม ซึ่งคือกลุ่มแรงขัดขวางของเก่าในยุคก่อนหน้านี้

22. นโยบายสำคัญของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ที่ส่งผลต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียตคือนโยบายใด
(1) นโยบายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
(2) นโยบาย “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน”
(3) กลาสนอสต์ – เปเรสตรอยก้า
(4) นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดยใช้ระบบทุนนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3 หน้า 192 – 193 (คำบรรยาย) มิคาอิล กอร์บาชอฟได้ประกาศใช้นโยบายปฏิรูปประเทศ คือ “นโยบายเปิด-ปรับ” หรือกลาสนอสต์ (Glasnost) และเปเรสตรอยก้า (Perestroika) แต่ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงเป็นเหตุทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลายลงใน ปี ค.ศ. 1991

23. ความขัดแย้งสำคัญที่สุดระหว่างสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็นคือเรื่องอะไร
(1) ความขัดแย้งในเรื่องการสำรวจอวกาศ
(2) ความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์
(3) ความขัดแย้งเรื่องการครอบงำอาวุธนิวเคลียร์
(4) ความขัดแย้งในสงครามเกาหลี
(5) ความขัดแย้งเรื่องสิทธิมนุษยชน
ตอบ 2 (คำบรรยาย) สงครามเย็น (Cold War) เป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ 2 ระบอบ คือ เสรีนิยมประชาธิปไตยโดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวนี้ได้นำไปสู่การใช้กำลังทหารเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่าง 2 ค่ายทั่วโลก แต่ถึงปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นการใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งรัฐสภา (Russian Federation) โดยผู้นำรัสเซียตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย คือ นายบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin)

24. ประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธ์รัฐรัสเซียคือใคร
(1) นายโจเซฟ สตาลิน
(2) นายวลาดิเมียร์ ปูติน
(3) นายนิกิตา ครุสชอฟ
(4) นายวลาดิมีร์ อีลิช เลนิน
(5) นายบอริส เยลต์ซิน
ตอบ 5 หน้า 191, 193 (คำบรรยาย) ระบบการปกครอง (System of Government) ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งรัฐสภา (Russian Federation) โดยผู้นำรัสเซียตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย คือ นายบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin)

25. สหพันธรัฐรัสเซียช่วงเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบใด
(1) ประชาธิปไตยบริสุทธิ์
(2) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(3) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีตามรูปแบบของสหรัฐอเมริกา
(4) สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(5) รัฐสวัสดิการ
ตอบ 2 คำอธิบายข้อ 24. ประกอบ

26. ตำแหน่งสำคัญทางการบริหารของสหพันธรัฐรัสเซียที่รองลงมาจากประธานาธิบดีคือตำแหน่งใด
(1) ประธานรัฐสภา
(2) รองประธานาธิบดี
(3) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์
(4) นายกรัฐมนตรี
(5) ประธานศาลสูงสุด
ตอบ 4 หน้า 194 (คำบรรยาย) ภายใต้รัฐธรรมนูญรัสเซีย ค.ศ. 1993 นั้น ไม่มีตำแหน่งรองประธานาธิบดี แต่ผู้ที่มีความสำคัญรองจากประธานาธิบดีก็คือ “นายกรัฐมนตรี” (Prime Minister/Chairman of the Government)

27. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองของสหภาพโซเวียต
(1) การปกครองของสหภาพโซเวียตเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1922
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(3) หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้รองประธานาธิบดีปฏิบัติหน้าที่แทน
(4) ประธานาธิบดีทำหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 193 – 194 (คำบรรยาย) การปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย มีลักษณะดังนี้
1. การปกครองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1993
2. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการบริหารโดยเฉพาะทางด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
3. นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในการบริหารประเทศโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
4. ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
5. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาดูมาหรือรัฐสภา (State Duma)
6. หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทน ฯลฯ

28. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยทั้งหมดกี่ประเทศ
(1) 7 ประเทศ
(2) 8 ประเทศ
(3) 9 ประเทศ
(4) 10 ประเทศ
(5) 11 ประเทศ
ตอบ 5 (คำบรรยาย) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) เป็นภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ประกอบด้วยประเทศทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา ไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และติมอร์ตะวันออก

29. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบัน
(1) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ วลาดิเมียร์ ปูติน
(2) รัฐสภาประกอบด้วยสภาสหพันธรัฐและสภาดูมาซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง
(3) ประธานาธิบดีต้องได้รับเลือกตั้งโดยตรงและยังคงดำรงตำแหน่งข้างมากในรัฐสภา
(4) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 194 (คำบรรยาย) การเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบันมีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายมิคาอิล มีชูสติน (Mikhail Mishustin)
2. รัฐสภา ประกอบด้วยสภาสหพันธรัฐ (The Council of the Federation) มาจากการแต่งตั้งและสภาดูมา (State Duma) มาจากการเลือกตั้ง
3. พรรค United Russia ของนายปูตินยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
4. ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
5. ประธานาธิบดีมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

30. ความพยายามของนายปูตินที่จะทำให้รัฐบาลส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นในท้องถิ่นเห็นได้จากนโยบายใด
(1) การเพิ่มการปกครองส่วนภูมิภาคเข้าไปในการปกครองของรัสเซีย
(2) การเพิ่มอัตราภาษีในภาคธุรกิจรัฐบาลท้องถิ่น
(3) การยกระดับการปกครองส่วนภูมิภาค
(4) การยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ปฏิรูปการบริหารท้องถิ่นของรัสเซียครั้งใหม่ โดยการรวมการปกครองส่วนภูมิภาคเข้าไปอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลกลางมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะทำให้รัฐบาลส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นในท้องถิ่น ซึ่งการรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมิใช่ทำโดยวิธี 2 อย่าง คือ
1. การเพิ่มการปกครองส่วนภูมิภาคเข้าไปในการปกครองของรัสเซีย
2. การเพิ่มการควบคุมทางทหารให้อำนาจบัญชาการมากขึ้นกับประชาชน

31. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจสำคัญของนายวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นไปในลักษณะใด
(1) ประชาธิปไตยและนโยบายตลาดผูกขาดโดยรัฐ
(2) ประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
(3) ประชาธิปไตยโดยเน้นรัฐสวัสดิการ
(4) ประชาธิปไตยโดยเน้นที่เอกชน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) มีนโยบายสำคัญดังนี้
1. นโยบายทางการเมือง คือ การนำรัสเซียสู่แนวทางประชาธิปไตย
2. นโยบายทางเศรษฐกิจ คือ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด

32. ประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นประเทศแรก
(1) ไทย
(2) บรูไน
(3) อินโดนีเซีย
(4) ติมอร์ตะวันออก
(5) สิงคโปร์
ตอบ 1 หน้า 231 ประเทศไทย หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) ซึ่งมีกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี ในเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) ได้นำการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาใช้เป็นประเทศแรกเมื่อปี พ.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) ส่วนประเทศต่างๆ นั้นได้นำมาใช้หลังจากได้รับเอกราชแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

33. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองแบบใด
(1) สังคมนิยม
(2) ประชาธิปไตย
(3) เผด็จการทหาร
(4) เผด็จการอำนาจนิยม
(5) ประชาธิปไตยแบบระบบรัฐสภา
ตอบ 1 (คำบรรยาย) ลาว หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) ซึ่งเคยได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ มีพรรคปฏิวัติประชาชนลาวเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ซึ่งพรรคนี้เริ่มมีอำนาจปกครองในระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1975

34. ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสังคมลักษณะใด
(1) สังคมนิยม
(2) สังคมเกษตรกรรม
(3) สังคมอุตสาหกรรม
(4) สังคมอำนาจนิยม
(5) สังคมการค้า
ตอบ 2 หน้า 233 (คำบรรยาย) ในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพื้นฐานเป็นสังคมเกษตรกรรมที่มีความอยู่กันเป็นบ้านเป็นเมือง ที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเป็นอิสระสำหรับภาพ “เสรีภาพจากความอดตาย” ดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่จึงไม่สนใจในสิทธิเสรีภาพทางการเมือง สิทธิเสรีภาพทางการเมืองจึงกลายเป็นสังคมเหมือนกัน คือ ความจำเป็นประเภทหลัก คือ ความอยู่รอด และการมีกินมีใช้ในชีวิตประจำวัน

35. วัฒนธรรมดั้งเดิมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
(1) โปรตุเกส
(2) อังกฤษและฝรั่งเศส
(3) สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย
(4) จีนและอินเดีย
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 226 – 230 (คำบรรยาย) วัฒนธรรมดั้งเดิมของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ประชาชนถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นปกครองและชนชั้นใต้ปกครอง
2. อำนาจการปกครองเป็นของชนชั้นสูงหรือชนชั้นปกครอง
3. ยึดถือความสัมพันธ์ในระบบอุปถัมภ์หรือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง หรือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ฯลฯ

36. นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า” เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นในยุคนายกรัฐมนตรีของไทยคนใด
(1) พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
(2) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
(3) พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
(4) พลเอกสุจินดา คราประยูร
(5) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ตอบ 3 (คำบรรยาย) ในยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอินโดจีน โดยการ “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นตลาดการค้า” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในกัมพูชา สร้างเสริมโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกันระหว่างประเทศในกลุ่มอินโดจีน สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นในเวลาต่อมา

37. เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศไทยถูกเรียกว่าราชอาณาจักรในรูปแบบใด
(1) สมาพันธรัฐ
(2) รัฐราชาธิปไตย
(3) รัฐรวมศูนย์
(4) สหพันธรัฐ
(5) รัฐเดี่ยวที่แบ่งการกระจายอำนาจ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 23 – 25) (คำบรรยาย) เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศไทยถูกเรียกว่าราชอาณาจักรในรูปแบบของรัฐเดี่ยวหรือรัฐรวมศูนย์ โดยการรวมอำนาจรัฐไว้ที่ส่วนกลาง ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นหลายฉบับ และฉบับล่าสุดคือ ฉบับปี พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 20) ประเทศไทยจึงเป็นรัฐเดี่ยวที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (Head of State) และประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government)
หมายเหตุ: รูปแบบรัฐของสหรัฐอเมริกา สามารถเรียกได้ 2 แบบ คือ ถ้าหากใช้คำเรียกตามประมุขของรัฐ จะเรียกว่า “สาธารณรัฐ” แต่ถ้าหากใช้เกณฑ์เรื่องอำนาจอธิปไตย จะเรียกว่า “สหพันธรัฐ”

38. อิตาลีปัจจุบันปกครองในระบอบใด
(1) รัฐสภา
(2) เผด็จการ
(3) กึ่งประธานาธิบดี-กึ่งรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดี
(5) คอมมิวนิสต์
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีต้นแบบมาจากประเทศอังกฤษ
2. ตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) แยกออกจากกัน โดยประมุขแห่งรัฐอาจจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี ส่วนประมุขฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี
3. ตัวอย่างประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปัจจุบัน เช่น อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ

39. พรรคการเมืองพรรคใดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอิตาลีมายาวนานถึงสามสิบกว่าปี
(1) พรรคพิซซ่าใหม่
(2) สังคมนิยม
(3) คริสเตียนเดโมแครต
(4) คอมมิวนิสต์
(5) เสรีนิยม
ตอบ 3 หน้า 176 – 177, 184 – 185 (คำบรรยาย) พรรคคริสเตียนเดโมแครต (Christian Democratic Party) เป็นพรรคแนวกลางขวา และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมในอิตาลี นับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ซึ่งยาวนานถึง 30 กว่าปี โดยต่อมาพรรคนี้ได้ยุบตัวและแยกออกเป็น 2 พรรค คือ Popular Party และ Christian Democratic Center Party

40. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของการเมืองอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
(1) การรวมตัวกันของพรรคฝ่ายขวา
(2) รัฐบาลกลายเป็นเผด็จการ
(3) การรัฐประหาร
(4) มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 182 (คำบรรยาย) การเมืองของอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
2. นายกรัฐมนตรีไม่มีฐานะเข้มแข็งในทางการเมือง มีบทบาทสำคัญของนายกรัฐมนตรีคือการต่อรองประสานประโยชน์ของพรรคการเมืองต่าง ๆ
3. มีระบบพรรคการเมืองหลายพรรคแต่ไม่มีระบบเสียงข้างมากที่มั่นคงถาวรในรัฐสภา
4. การรวมตัวในทางการเมืองเป็นไปเพื่อผลทางการเมืองชนิดที่เรียกว่า วันต่อวัน (Day-to-Day Politics) ฯลฯ

41. แนวคิดของนักปรัชญาคนใดถูกก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ
(1) เพลโต
(2) จอห์น ล็อค
(3) มองเตสกิเออร์
(4) อริสโตเติล
(5) โทมัส ฮอบส์
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 56) ภายหลังจากประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1776 แล้ว ผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำแนวคิดจากทฤษฎีของจอห์น ล็อค (John Locke) มาดัดแปลงนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ โดยผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกลงร่วมกันที่จะก่อสร้างประเทศขึ้นในรูปแบบ “สมาพันธรัฐ” (Confederation) โดยแต่ละรัฐจะอยู่ภายใต้ “กฎบัตรของสมาพันธรัฐ” (Article of Confederation) ค.ศ. 1781

42. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิตาลีมีจำนวนทั้งสิ้นกี่คน
(1) 625 คน
(2) 630 คน
(3) 535 คน
(4) 640 คน
(5) 645 คน
ตอบ 2 หน้า 142 ในรัฐสภาอิตาลีนั้นทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาสูงจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยระบบการเลือกตั้งมี 2 สภาลักษณะต่างกัน คือ
1. สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาล่าง ได้กำหนดผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งต้องมีอายุขั้นต่ำ 18 ปี และผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการเลือกตั้งอายุขั้นต่ำ 25 ปี โดยสมาชิกสภาล่างมีจำนวนทั้งสิ้น 630 คน
2. สภาสูง ได้กำหนดผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งอายุขั้นต่ำ 25 ปี และผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการเลือกตั้งต้องมีอายุขั้นต่ำ 40 ปี โดยสมาชิกสภาสูงมีจำนวนทั้งสิ้น 315 คน

43. ข้อใดไม่ใช่ผลจากการประชุม “Constitutional Convention”
(1) การเกิดรัฐธรรมนูญของประเทศ
(2) การปกครองในรูปแบบรัฐสภา
(3) การปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐ
(4) อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
(5) การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน

ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 57 – 62) การประชุมที่เรียกว่า “Constitutional Convention” ในปี ค.ศ. 1787 ได้มีมติว่าควรยกเลิกกฎบัตรของสมาพันธรัฐ และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การเมืองการปกครองของสหรัฐอเมริกา มีดังนี้
1. การเกิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา
2. การปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐสหรัฐอเมริกา
3. อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
4. การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
5. หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) และหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ฯลฯ

44. ข้อใดถูกต้อง
(1) Federalist Papers เป็นเอกสารที่เน้นการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยทางตรง
(2) หลักการในการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกาคือ หลักสมาพันธรัฐนิยม
(3) อำนาจของมลรัฐเท่าเทียมกัน ในรัฐธรรมนูญ อำนาจอธิปไตยจะถูกแยกออกจากกันเป็นของรัฐบาลกลาง
(4) การปกครองของสหรัฐอเมริกาถูกเรียกว่า การปกครองในรูปแบบของสหพันธรัฐ
(5) การปกครองของสหรัฐอเมริกาทำให้ทุกคนเป็นไปในระบบการปกครองอย่างเท่าเทียม
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 58 – 60) ข้อความที่ถูกต้อง มีดังนี้
1. Federalist Papers เป็นเอกสารที่กล่าวถึงการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยทางอ้อมหรือแบบตัวแทน หรือรูปแบบสาธารณรัฐ (Republic)
2. หลักการพื้นฐานในการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ หลักการสหพันธรัฐนิยม (Federalism)
3. อำนาจของรัฐบาลกลาง (Federal Government) มีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญอำนาจที่นอกเหนือจากนี้เป็นของรัฐบาลมลรัฐ (State Government)
4. การปกครองของสหรัฐอเมริกามีการแบ่งแยกอำนาจ หรือการเรียกรูปแบบของมหาชนรัฐ
5. การปกครองของสหรัฐอเมริกามีการจัดให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อไปทำหน้าที่แทนตนเนื่องจากเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรจำนวนมาก

45. แนวคิดใดถูกใช้ในการจัดความสัมพันธ์ระหว่างสภานิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร
(1) แนวคิดเรื่องการจัดความขัดแย้งระหว่างอำนาจ
(2) แนวคิดเรื่องการมอบหมายอำนาจ
(3) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจปกครอง
(4) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ
(5) แนวคิดสวัสดิการแห่งรัฐ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 61 – 62) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาใช้ในการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างหลักการปกครองของสหรัฐอเมริกา โดยมีการแบ่งอำนาจในการปกครองประเทศออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative) อำนาจบริหาร (Executive) และอำนาจตุลาการ (Judicial) ควบคู่ไปกับหลักการคานอำนาจ (Balance of Power) ซึ่งใช้วิธีตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ระหว่างอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเท่าๆ กัน

46. ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนได้รับเอกราชเคยเป็นอาณานิคมของประเทศใด
(1) อังกฤษ
(2) ฝรั่งเศส
(3) โปรตุเกส
(4) สเปน
(5) สหรัฐอเมริกา
ตอบ 2 หน้า 230 (คำบรรยาย) ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) ที่เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

47. ผู้ใดคือประมุขแห่งรัฐของประเทศกัมพูชาปัจจุบัน
(1) เชียง สัมพัน
(2) พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
(3) สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุนเซน
(4) พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหนุ
(5) เอง สาลี
ตอบ 2 (คำบรรยาย) กัมพูชาหรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมและได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสภายใต้สัญญาสงบศึกเจนีวา ในปี ค.ศ. 1954 ปัจจุบันราชอาณาจักรกัมพูชาปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีพระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เป็นประมุขแห่งรัฐ

48. ขบวนการใดในกัมพูชาที่มีบทบาทในการสถาปนาระบอบการปกครองตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและรีบร้อน
(1) ฝ่ายทหารนิยมเขมร
(2) ฝ่ายกษัตริย์นิยม
(3) ขบวนการชาตินิยม
(4) ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
(5) ขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดง
ตอบ 5 หน้า 256 ในปี ค.ศ. 1975 ขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดง ได้สถาปนาการปกครองประเทศไปตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและรีบร้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาที่สะสมและถูกบีบคั้นมาโดยตลอดให้ดีขึ้น แต่ด้วยวิธีการอันรุนแรงและรีบร้อนของขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดงได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ความทุกข์ทรมานและโศกนาฏกรรมแก่ประชาชนกัมพูชาอย่างร้ายแรง

49. ผู้นำฝ่ายบริหารของอินโดนีเซียปัจจุบันคือ
(1) โจโก วิโดโด
(2) ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน
(3) เมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี
(4) อินญีเนียร์ ฮับบีบี
(5) บาคารุดดิน ยูซุฟ ฮาบิบี
ตอบ 1 หน้า 241 – 242 (คำบรรยาย) อินโดนีเซีย หรือสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เคยตกเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งหัวหน้าหรือผู้นำฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย คือ นายโจโก วิโดโด (Joko Widodo) และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2014

50. The State Law and Order Restoration Council : SLORC หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ยุคสล็อต” เป็นรูปแบบการปกครองของประเทศใด
(1) ติมอร์ตะวันออก
(2) พม่า
(3) เวียดนาม
(4) กัมพูชา
(5) ลาว
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ในอดีตพม่า (หรือเมียนมา) มีรูปแบบการปกครองเป็นแบบเผด็จการทหาร (Military Junta) ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council : SPDC) ซึ่งเป็นเครื่องมือการปกครองประเทศ โดยเดิมใช้ชื่อว่า “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” (The State Law and Order Restoration Council : SLORC) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ยุคสล็อต”

51. ประเทศเวียดนามปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองรูปแบบใด
(1) เผด็จการแบบอำนาจนิยม
(2) คอมมิวนิสต์
(3) ประชาธิปไตย
(4) สังคมนิยม
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) เวียดนามหรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้แก่ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด

52. ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2489
(2) พ.ศ. 2490
(3) พ.ศ. 2500
(4) พ.ศ. 2516
(5) พ.ศ. 2475
ตอบ 5 หน้า 261 (คำบรรยาย) “คณะราษฎร” ซึ่งประกอบไปด้วยทหารและพลเรือน โดยมีพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ผู้นำฝ่ายทหาร และหลวงประดิษฐ์มนูธรรมหรือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำฝ่ายพลเรือน พร้อมทั้งแกนนำคนสำคัญอื่น ๆ ได้ทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

53. ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย คือ
(1) คณะปฏิวัติ
(2) คณะปฏิรูป
(3) คณะรัฐประหาร
(4) คณะราษฎร
(5) คณะรัฐมนตรี
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 52. ประกอบ

54. การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 เป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลใด
(1) รัฐบาลพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
(2) รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
(3) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
(4) รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(5) รัฐบาลนายกรัฐมนตรีรักษาการ บุญทรง ไพศาล
ตอบ 5 (คำบรรยาย) การรัฐประหารใน ปี พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เป็นการรัฐประหารรัฐบาลรักษาการของนายกรัฐมนตรี โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

55. ปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) เผด็จการพลเรือน
(3) เผด็จการทหาร
(4) กึ่งรัฐสภา-กึ่งประธานาธิบดี
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 คำอธิบายข้อ 38. ประกอบ

56. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา
(1) สิทธิในการปฏิเสธการจ่ายภาษี
(2) ความขัดแย้งทางด้านศาสนา
(3) สิทธิเลือกตั้งของสตรี
(4) การเลิกทาส
(5) วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ
ตอบ 4 หน้า 96 – 97 สงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา (American Civil War, ค.ศ. 1861 – 1865) เป็นสงครามระหว่างรัฐทางเหนือ (The Union) กับกลุ่มรัฐทางใต้ (The Confederacy) ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการเลิกทาส โดยรัฐทางใต้ต้องการใช้แรงงานทาสในไร่ฝ่าย ในขณะที่รัฐทางเหนือต้องการเลิกทาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออับราฮัม ลินคอล์น ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี คือ รัฐทางใต้ได้แยกตัวเป็นอิสระเพื่อก่อสงครามต่อรัฐทางเหนือ และได้สร้างความเสียหายอย่างมาก

57. บุคคลใดไม่ได้เป็นนักคิดนักเขียนของอังกฤษ
(1) Hobbes
(2) Locke
(3) Hume
(4) Rousseau
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 53 นักคิดนักเขียนชาวอังกฤษมีอิทธิพลต่อความคิดทางการเมืองและสังคมในอังกฤษและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมาหลายสมัย เช่น Chaucer, Shakespeare, Milton, Shaw ตลอดจนนักปรัชญา ที่สำคัญในแนวเสรีนิยม เช่น Hobbes, Locke, Hume, Mill, Bentham, Russell เป็นต้น (ส่วน Rousseau นั้นเป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส)

58. ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงรูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(3) ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน
(4) รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งประธานาธิบดี
(5) ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่ารัฐสภา
ตอบ 5 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 78 – 79), (คำบรรยาย) รูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจยุบสภา และสภาก็ไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีได้
2. ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีที่มาเหมือนกัน กล่าวคือ ทั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่ารัฐสภา ฯลฯ

59. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา
(1) ใช้ระบบ 2 สภา คือ The House และ The Senate
(2) สะท้อนหลักการพหุนิยม
(3) ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
(4) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
(5) มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี
ตอบ 5 หน้า 104, (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 68 – 70), (คำบรรยาย) รัฐสภา หรือสภาคองเกรส (Congress) ของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ใช้ระบบ 2 สภา ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (The House/House of Representatives) และสภาสูงหรือวุฒิสภา (The Senate) ซึ่งสภาทั้งสองส่วนนี้มีที่มาและมีข้อมูลหลักการทางการเมืองที่สำคัญคือ หลักการพหุนิยม (Pluralism)
2. มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
3. มีอำนาจออกร่างกฎหมายแก่ฝ่ายบริหาร
4. ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
5. ไม่มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี ประธานศาลฎีกา ฯลฯ

60. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการคานอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกมาร่างกฎหมายจากรัฐสภา
(3) เมื่อฝ่ายบริหารเข้ามาในรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดีสามารถตัดสินคดีต่างๆ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ออกโดยฝ่ายรัฐสภา
(5) รัฐสภามีอำนาจในการถอดถอนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 79 – 80). ระบบการคานอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริกากับฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ มีดังนี้
1. ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกมาจากรัฐสภา (Veto)
2. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการไม่ปฏิบัติตามที่รัฐสภากำหนดให้ทำตามกฎหมายที่ออกมา โดยรัฐสภา (Impoundment)
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือข้าราชการส่วนกลาง โดยความเห็นชอบจากวุฒิสภาเสียก่อนเพียง 2 ใน 3 ฯลฯ

61. สิทธิของประธานาธิบดีที่เรียกว่า “Veto” หมายถึงอะไร
(1) การยุบสภา
(2) การแต่งตั้งรองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรี
(3) การแต่งตั้งโยกย้ายคณะรัฐมนตรี
(4) การยับยั้งกฎหมายที่ออกมาโดยรัฐสภา
(5) การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา
ตอบ 4 หน้า 111 – 112, (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 72 – 73, 79), (ดูคำอธิบายข้อ 58. ประกอบ) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพบกและกองทัพเรือแห่งสหรัฐอเมริกา และของทหารกองหนุนจากมลรัฐต่าง ๆ
2. เป็นผู้บริหารสูงสุดหรือประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government) และเป็นประมุขของประเทศ (Head of State)
3. ยับยั้งกฎหมายที่ออกมาโดยรัฐสภา (Veto)
4. แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ทูตานุทูต กงสุล และผู้พิพากษาศาลฎีกาโดยคำแนะนำและยินยอมของวุฒิสภา
5. แต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งต่างๆ ที่ว่างลงในระหว่างที่ไม่มีการประชุมวุฒิสภา ฯลฯ

62. ข้อใดไม่ใช่หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา
(1) รัฐนิยม
(2) ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
(3) การจำกัดอำนาจของรัฐ
(4) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
(5) รัฐฆราวาส
ตอบ 1 (คำบรรยาย) หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้
1. การจำกัดอำนาจของรัฐ
2. ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
3. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
4. ประชาชนมีสิทธิที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
5. เป็นรัฐฆราวาส หรือแบ่งแยกรัฐกับศาสนาออกจากกันอย่างเด็ดขาด ฯลฯ

63. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา
(1) การเลือกตั้งประธานาธิบดีใช้ระบบคะแนนเสียงส่วนข้างมาก
(2) การเลือกตั้งประธานาธิบดีใช้การเลือกตั้งโดยอ้อม
(3) การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรง
(4) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(5) ถูกทั้งข้อ 2 และ 3
ตอบ 5 หน้า 109 – 110, (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 59, 70, 73) ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภาและก่อนประธานาธิบดีเลือกทางอ้อมแบบตัวแทน คือ การให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อไปทำหน้าที่แทนตน
2. การเลือกตั้งประธานาธิบดีใช้การเลือกตั้งโดยตรงของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม (Indirect Election) โดยใช้ระบบการลงคะแนน 2 ขั้นตอน
3. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภานั้นเป็นการเลือกตั้งโดยตรงของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น

64. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ประธานาธิบดีถูกขับออกจากตำแหน่ง
(1) การยุบสภา
(2) การดำรงตำแหน่งครบวาระ
(3) การเสียชีวิต
(4) ยื่นเรื่องลาออก
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 คำอธิบายข้อ 61. ประกอบ

65. รัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วกี่ครั้ง
(1) 7 ครั้ง
(2) 10 ครั้ง
(3) 12 ครั้ง
(4) 20 ครั้ง
(5) 27 ครั้ง
ตอบ 5 หน้า 102, (คำบรรยาย) โครงสร้างรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยบทนำและ 7 มาตรา และต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในแต่ละยุคสมัยเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความเหมาะสมต่อสภาพการณ์ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว 27 ครั้ง คือ
1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 – 10 เรียกว่า “Bill of Rights”
2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 11, 16, 18, 21 เรียกว่า “Governmental Authority”
3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13, 14, 15, 19, 23, 24, 26 เรียกว่า “Safeguards of Civil Rights”
4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 12, 17, 20, 22, 25, 27 เรียกว่า “Government Processes and Procedures”

66. กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองใดมีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติรัสเซียปี 1917
(1) กลุ่มเมนเชวิค
(2) กลุ่มบอลเชวิค
(3) กลุ่มรัสเซียขาว
(4) กลุ่มรัสเซียดำ
(5) กลุ่มรัสเซียปูน
ตอบ 2 หน้า 192, 202 (คำบรรยาย) การปกครองของรัสเซียในช่วงปี ค.ศ. 1917 – 1922 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. เกิดการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1917 โดยกลุ่มบอลเชวิค (Bolsheviks) ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบมาร์กซิสต์ (Marxist) ภายใต้การนำของเลนิน (Lenin) โดยกลุ่มบอลเชวิค ได้ทำการโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟของจักรวรรดิรัสเซีย คือ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยม
2. เลนินนำหลักการคอมมิวนิสต์สากลมาใช้ในการจัดตั้งรัสเซียเป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (Union of Soviet Socialist Republics : USSR) หรือสหภาพโซเวียต (Soviet Union) ในปี ค.ศ. 1922 ฯลฯ

67. อุดมการณ์ทางการเมืองใดที่กลุ่มผู้นำปฏิวัติรัสเซียนำมาใช้
(1) รัฐนิยม
(2) จักรวรรดินิยม
(3) ชาตินิยม
(4) มาร์กซิสต์
(5) ฟาสซิสต์
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 66. ประกอบ

68. ข้อใดเป็นหลักการพื้นฐานที่เลนินนำมาใช้ในการจัดตั้งสหภาพโซเวียต
(1) จักรวรรดินิยมสากล
(2) คอมมิวนิสต์สากล
(3) ชาตินิยมสากล
(4) รัฐนิยมสากล
(5) เสรีนิยมสากล
ตอบ 2 คำอธิบายข้อ 66. ประกอบ

69. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของรัฐธรรมนูญอังกฤษ
(1) กฎหมายจารีตประเพณี
(2) ขนบธรรมเนียมในการเมือง
(3) การตีความโดยตรงที่มีอำนาจ
(4) พระบรมราชโองการ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 57 (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญแห่งอังกฤษมีลักษณะพิเศษกว่ารัฐธรรมนูญประเทศอื่นคือ ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) แต่ความเป็นรัฐธรรมนูญจะมาจาก
1. การประกาศกฎหมายบางฉบับสำคัญ ๆ
2. กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญ
3. ขนบธรรมเนียมหรือหลักปฏิบัติในทางการเมือง
4. การตีความโดยตรงที่มีอำนาจ
5. ข้อตกลงร่วมกันต่าง ๆ

70. ข้อใดคือนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจสำคัญของโจเซฟ สตาลิน
(1) นโยบายการปฏิวัติสากล
(2) นโยบายจักวรรดินิยมสากล
(3) การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก
(4) นโยบายกลาสนอสต์-เปเรสตรอยกา
(5) ข้อ 1 และ 4 ถูก
ตอบ 3 (คำบรรยาย) องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้สภาพโซเวียตภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลิน (ค.ศ. 1922 – 1952) อยู่ยงคงกระพันเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคสงครามเย็น มีดังนี้
1. นโยบายทางเศรษฐกิจ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (Five–Year Plans) คือ การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐ ซึ่งรากฐานสำคัญอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมหนักและการทำการเกษตรแบบคอมมูน
2. เสถียรภาพทางการเมืองภายใต้การปกครองแบบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของสตาลิน

71. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึง “Bill of Rights”
(1) ถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกเพราะเป็นหลักการสำคัญที่สุด
(2) เป็นบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
(3) เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่กำหนดสิทธิในรัฐธรรมนูญ
(4) ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน
(5) ให้สิทธิประชาชนในการยึดถือครอบครองอาวุธ
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอบ หน้า 63 – 67) “Bill of Rights” หรือบทบัญญัติเกี่ยวกับ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้
1. เป็นบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
2. เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่เป็นสาเหตุให้ทุกมลรัฐในขณะนั้นลงสัตยาบันให้กับรัฐธรรมนูญ
3. ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ (ฉบับที่ 2)
4. ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน รวมถึงในเวลาสงครามด้วย (ฉบับที่ 3)
5. อำนาจใดที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบให้เป็นอำนาจของสหรัฐ หรือไม่ได้ห้ามมิให้รัฐใช้อำนาจใด อำนาจนั้นย่อมสงวนไว้ให้เป็นของรัฐหรือประชาชน (ฉบับที่ 10) ฯลฯ

72. ความขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญที่สุดที่เลนินต่างจากสตาลินคือเรื่องใด
(1) การนำลัทธิมาร์กซิสต์มาใช้
(2) คอมมิวนิสต์สากลและชาตินิยม
(3) อภิปรายอย่างอิสระ
(4) การให้ความสำคัญในการปฏิวัติ
(5) การขยายอิทธิพลทางการทหารอย่างเท่าเทียม
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เลนิน สนับสนุนแนวคิดมาร์กซิสต์สากล โดยต้องการให้การปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพของรัสเซียแพร่ขยายไปทั่วโลก แต่โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ซึ่งเป็นผู้นำสำคัญอีกคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์มีความเห็นขัดแย้งกับการปฏิวัติสากลของเลนิน โดยสตาลินโต้แย้งว่าควรจะนำแนวคิดสังคมนิยมมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงแก่ประเทศเพื่อสู้กับกระแสต่อต้านการปฏิวัติจากมหาอำนาจทุนนิยมต่าง ๆ ในยุโรป

73. สภาใดเป็นสภาขุนนางที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ
(1) สภาสามัญ
(2) สภาล่าง
(3) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(4) สภาขุนนาง
(5) สภาองคมนตรี
ตอบ 4 หน้า 78 – 79 (คำบรรยาย) สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) เป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. เป็นศาลสูงสุดในการพิจารณาคดีแพ่งในสหราชอาณาจักรและคดีอาญาในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
2. กลั่นกรอง และตรวจสอบร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาสามัญแล้ว
3. กลั่นกรองกฎหมายที่เกี่ยวกับกิจการภายในและการเงิน

74. พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในอังกฤษ ได้แก่พรรคใด
(1) Democrat, Republican
(2) Republican, Liberal
(3) Conservative, Democrat
(4) Labour, Republican
(5) Conservative, Labour
ตอบ 5 หน้า 64 พรรคการเมืองในอังกฤษ ประกอบด้วยพรรคการเมือง 2 พรรค คือ พรรคแรงงาน (Labour Party) และพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีบทบาทและอิทธิพลในการปกครองมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วยังมีพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก ได้แก่ Liberal Party, Green Party, Social Democratic Party, Communist Party เป็นต้น

75. หลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีในอังกฤษคือข้อใด
(1) หลักนิติธรรม
(2) หลักนิติรัฐ
(3) หลักการแบ่งแยกอำนาจ
(4) หลักสิทธิมนุษยชน
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 58 (คำบรรยาย) กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญ (Common Law) ในอังกฤษเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในการพิจารณาคดีและการตัดสินคดี รวมถึงคำพิพากษาของศาลในคดีต่างๆ โดยหลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีก็คือ หลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งได้วางแนวทางของการกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของปัจเจกชนและอำนาจรัฐ การตีความและคำพิพากษาของศาล ซึ่งมีการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย โดยไม่มีระบบศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเหมือนในสหรัฐอเมริกา

76. กลุ่มประเทศที่เรียกว่า The Commonwealth คืออะไร
(1) กลุ่มประเทศที่เรียกว่ากลุ่มประเทศเป็นภาษาอังกฤษ
(2) กลุ่มประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(3) ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
(4) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 53 (คำบรรยาย) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ (The Commonwealth) คือ กลุ่มประเทศซึ่งในอดีตเคยปกครองโดยอังกฤษ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้มีความผูกพันกันกับประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะไม่อยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงของอังกฤษอีกแล้วก็ตาม ประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ ศรีลังกา มาเลเซีย เป็นต้น

77. สถานะของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในคณะรัฐมนตรีมีลักษณะเป็นเช่นไร
(1) Supremacy
(2) First Among Equals
(3) Colleague
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 หน้า 74 นายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ของอังกฤษจะมีสถานะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (First Among Equals) แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเหนือทุกคนในคณะรัฐมนตรี

78. ประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษในปัจจุบันคือพระองค์ใด
(1) Queen Elizabeth I
(2) Queen Elizabeth II
(3) Charles III
(4) George VI
(5) Edward VIII
ตอบ 3 หน้า 69 (คำบรรยาย) ประมุขแห่งรัฐของอังกฤษ คือ พระมหากษัตริย์ โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐของอังกฤษในปัจจุบันคือ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 (Charles III) ซึ่งพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizabeth II) พระมารดาเสด็จสวรรคตในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2022

79. รัฐสภาในอังกฤษประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่สภาใด
(1) สภาสามัญ-สภาสูง
(2) สภาสามัญ-สภาขุนนาง
(3) สภาผู้แทนราษฎร-วุฒิสภา
(4) สภาผู้แทนราษฎร-ราชสภา
(5) สภาสามัญ-ราชสภา
ตอบ 2 หน้า 78, 80 (คำบรรยาย) รัฐสภาอังกฤษ หรือ “เวสต์มินสเตอร์” (Westminster) เป็นระบบสภาคู่ (ระบบสองสภา) ซึ่งประกอบด้วย
1. สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาสามัญ (House of Commons) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
2. สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการสืบสายโลหิต ขุนนางที่ได้รับแต่งตั้งตลอดชีพ ข้าราชการฝ่ายตุลาการระดับสูง ผู้พิพากษาศาลสูงสุด และพระราชาคณะผู้ใหญ่จากนิกายอังกลิกัน

80. พระมหากษัตริย์อังกฤษนับถือศาสนาคริสต์นิกายใด
(1) Catholics
(2) Church of England
(3) Protestant
(4) Baptists
(5) Orthodox
ตอบ 2 หน้า 62 ในปัจจุบันอังกฤษไม่ได้บังคับเรื่องการนับถือศาสนา แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ยกเว้นสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำหนดให้ต้องนับถือศาสนาคริสต์นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ (Church of England)

81. รัฐสภาของอังกฤษมีชื่อเรียกกว่าอะไร
(1) Congress
(2) Duma
(3) Westminster
(4) Whitehall
(5) Downing
ตอบ 3 คำอธิบายข้อ 79. ประกอบ

82. เขตเลือกตั้งของอังกฤษมีลักษณะอย่างไร
(1) มีผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคน
(2) มีผู้แทนราษฎรเขตละสามคน
(3) มีผู้แทนราษฎรเขตละห้าคน
(4) มีผู้แทนราษฎรเขตละหกคน
(5) เขตหนึ่งที่นั่งในระบบเลือกตั้ง มีผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 650 คน
ตอบ 1 หน้า 63 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษในระบบที่ว่าไม่ซับซ้อน กล่าวคือเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งและเลือกตั้งสมาชิกคนเดียว โดยใช้หลักเกณฑ์การนับคะแนนแบบนั้นจะตัดสินด้วยคะแนนเสียงสูงสุด และใช้หลักการ 1 คน 1 เสียง (One Man One Vote) ซึ่งผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งในเขตนั้นไป ปัจจุบันอังกฤษแบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 651 เขต

83. ข้อใดไม่ใช่พรรคการเมืองในอังกฤษ
(1) Conservative Party
(2) Labour Party
(3) Liberal Party
(4) Green Party
(5) Liberal Democratic Party
ตอบ 5 คำอธิบายข้อ 74. ประกอบ

84. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ
(1) ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
(2) ให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
(3) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
(4) ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 69 – 70 (คำบรรยาย) บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ ได้แก่
1. ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
2. ให้ความเห็นชอบ ตามข้อเสนอของรัฐบาล
3. เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
4. แต่งตั้งหรือเลือกนายกรัฐมนตรีจากกลุ่มพรรคการเมืองที่สามารถคุมเสียงข้างมากของสภาล่างได้ ฯลฯ

85. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
(1) 2 ปี
(2) 3 ปี
(3) 4 ปี
(4) 5 ปี
(5) 6 ปี
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 79. ประกอบ

86. ผลการศึกษาเปรียบเทียบก่อให้เกิด
(1) เรียนรู้ได้กว้างขึ้น
(2) ทำให้เรียนรู้ในแต่ละด้านได้ลึกซึ้งขึ้น
(3) ทำให้ทราบถึงความแตกต่างการปกครองของแต่ละรัฐ
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 1 – 3, (คำบรรยาย) การศึกษาเปรียบเทียบ ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้
1. ทำให้เรียนรู้ได้กว้างขึ้น และเรียนรู้ในแต่ละด้านได้ลึกซึ้งขึ้น
2. ทำให้รู้จักการใช้เหตุผลในการเปรียบเทียบ และมีแนววิเคราะห์ที่ชัดเจนขึ้น
3. ทำให้ทราบถึงความเหมือนและความแตกต่างในด้านต่าง ๆ เช่น การเมืองการปกครองของแต่ละรัฐ เป็นต้น

87. ในสังคมแบบดั้งเดิม จะมีลักษณะ
(1) ถูกมาก
(2) มีเหตุมีผล
(3) มั่งคั่ง
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก
ตอบ 1 หน้า 42 – 44 (คำบรรยาย) สังคมแบบดั้งเดิม มีลักษณะดังนี้
1. ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในภาคเกษตรกรรม
2. ยึดความเชื่อมากกว่าการมีเหตุผล
3. ความสัมพันธ์ทางสังคมยึดถือครอบครัว กลุ่มเหล่าพันธุ์ หรือกลุ่มเครือญาติเป็นสำคัญ จึงเป็นสังคมที่มีชนบทและญาติมิตร
4. ประชากรรับรู้น้อย และมีความยากจนเป็นส่วนใหญ่
5. พัฒนาการทางการเมืองมีลักษณะของประชาธิปไตยอำนาจนิยมแบบประเพณีและแบบเบ็ดเสร็จ ฯลฯ

88. ลักษณะของพัฒนาการทางการเมืองในสังคมดั้งเดิมจะเป็นแบบใด
(1) มีลักษณะอำนาจนิยมแบบประเพณี
(2) มีลักษณะอำนาจนิยมแบบเบ็ดเสร็จ
(3) มีการแบ่งงานกันทำตามความถนัด
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 87. ประกอบ

89. จากการศึกษาการปกครองเปรียบเทียบจะพบว่า Aristotle แบ่งการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถามใด
(1) ใครปกครอง
(2) ปกครองเพื่อใคร
(3) พรรคการเมืองมีมากน้อยเพียงใด
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก
ตอบ 4 หน้า 12, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เป็นนักปรัชญาชาวกรีกที่เขียนหนังสือเรื่อง “การเมือง” (Politics) และได้แบ่งรูปแบบการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถาม ดังนี้
1. ใครปกครอง ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ปกครองคนเดียว ปกครองคนน้อย หรือปกครองหลายคน
2. ปกครองเพื่อใคร หรือปกครองโดยฐานะใด หรือปกครองเพื่อผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปกครองว่าเพื่อประโยชน์สุขทุกคนเป็นส่วนรวม หรือเพื่อตนเองและพวกพ้องเท่านั้น

90. หนังสือเล่มสำคัญของ Aristotle คือ
(1) Politics
(2) The Republic
(3) The Prince
(4) Politics : who get what when and how
(5) Tao Te Ching
ตอบ 1 คำอธิบายข้อ 89. ประกอบ

91. ประเทศในโลกที่เคยมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์
(1) ประเทศจีน
(2) ประเทศรัสเซีย
(3) ประเทศเยอรมนี
(4) ประเทศลาว
(5) ประเทศคิวบา
ตอบ 2 หน้า 10, (คำบรรยาย) รัสเซีย เป็นประเทศแรกในโลกที่เคยมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ ส่วนในปัจจุบันประเทศที่ยังคงมีการปกครองในลักษณะ Communist นั้น มี 5 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว และเวียดนาม

92. ปัจจุบันประเทศอิตาลีผู้ดำรงตำแหน่งคือผู้ใด
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
(3) ประธานาธิบดี
(4) ประธานาธิบดี
(5) ประธานรัฐสภา
ตอบ 3 หน้า 150 – 152, 161 – 162 ประธานาธิบดีอิตาลีมาจากการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้ง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี โดยประธานาธิบดีจะเป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในทางการเมืองโดยตรง ซึ่งมีหน้าที่ของประธานาธิบดี ดังนี้
1. เป็นผู้มีอำนาจในการยุบสภาโดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอขอคำสั่ง
2. เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี
3. เป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ เช่น วุฒิสมาชิกตลอดชีพ
4. เป็นผู้ให้การอภัยโทษและลดหย่อนผ่อนโทษ ฯลฯ

93. ประเทศกลุ่มโลกที่ 2 หมายถึงกลุ่มประเทศใด
(1) อเมริกาเหนือ
(2) กลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์
(3) แอฟริกา
(4) ประเทศในแถบตะวันออกกลาง
(5) ลาตินอเมริกา
ตอบ 2 หน้า 8 – 9 กลุ่มโลกที่ 2 (Second World) หมายถึง กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มประเทศในห้วงสงครามเย็น อันหมายถึง สหภาพโซเวียต สหพันธรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก

94. Aristotle ระบุว่า การปกครองที่เลวซึ่งผู้ปกครองเพียงประชาชนส่วนมากปกครองเพื่อประโยชน์ของตนเองเรียกว่า
(1) Tyranny
(2) Monarchy
(3) Aristocracy
(4) Oligarchy
(5) Democracy
ตอบ 5 หน้า 14, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เห็นว่า ประชาธิปไตย (Democracy) คือการปกครองของคนส่วนใหญ่ที่เป็นฝ่ายกำหนดความต้องการเพื่อให้คนกลุ่มเล็กดำเนินการปกครอง ซึ่งผู้ปกครองคือประชาชนส่วนมาก ปกครองเพื่อประโยชน์ของตนเอง และถือว่าเป็นระบบการปกครองที่เลวที่สุดในทัศนะของอริสโตเติล

95. ลักษณะพื้นฐานของระบอบอำนาจนิยม
(1) ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพมาก
(2) รัฐจะมีอำนาจจำกัด
(3) ประชาชนจะมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมาก
(4) การมีส่วนร่วมทางการเมืองจะมีมาก
(5) จะมีการกระจายอำนาจออกไปสู่ประชาชนมาก
ตอบ 3 หน้า 16, (คำบรรยาย) ลักษณะพื้นฐานของระบอบอำนาจนิยม (Authoritarian) มีดังนี้
1. รัฐมีอำนาจมาก
2. ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐ
3. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจำกัด โดยรัฐจะยอมให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพทางเศรษฐกิจและสังคม แต่จะจำกัดสิทธิเสรีภาพทางด้านการเมือง จึงทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองและไม่สามารถตรวจสอบนโยบายของรัฐได้

96. ขณะนี้ประเทศที่ปกครองในลักษณะ Communist มีกี่ประเทศ อะไรบ้าง
(1) 5 ประเทศ เกาหลีเหนือ โปแลนด์ คิวบา จีน ลาว
(2) 5 ประเทศ คิวบา จีน เยอรมนีตะวันออก ลาว เวียดนาม
(3) 5 ประเทศ รัสเซีย เกาหลีเหนือ จีน ลาว เวียดนาม
(4) 5 ประเทศ รัสเซีย จีน ลาว เวียดนาม คิวบา
(5) 5 ประเทศ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว เวียดนาม
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 91. ประกอบ

97. การรวมตัวกันเป็นเอกภาพของอิตาลีประสบความสำเร็จในยุคใด
(1) ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
(2) Risorgimento
(3) รัฐบาลฟาสซิสต์
(4) สงครามเย็น
(5) Byzantine
ตอบ 2 หน้า 133 – 135 การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 แต่ประสบความสำเร็จใน ค.ศ. 1870 หลังจากกองกำลังอิตาลีได้บุกยึดกรุงโรมและประกาศให้กรุงโรมเป็นเมืองหลวงของอิตาลีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1870 ซึ่งการรวมอิตาลีนี้อยู่ในยุคที่เรียกว่า Risorgimento

98. หนังสือของ Nicolo Machiavelli มีชื่อว่าอะไร
(1) The Prince
(2) The King
(3) The State
(4) The Republic
(5) The City
ตอบ 1 หน้า 130 – 131 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (ค.ศ. 1400 – 1560) ในอิตาลี มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีผลงานด้านการเมืองซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน คือ หนังสือชื่อ “The Prince” ของนิโคโล มาเคียเวลลี (Nicolo Machiavelli)
2. มีความโดดเด่นในด้านการค้าและการเงิน เช่น การจัดระบบธนาคาร ระบบพ่อค้าและธุรกิจ
3. มีเมืองสำคัญในระยะศตวรรษที่ 15 คือ มิลาน (Milan), ฟลอเรนซ์ (Florence), โรม (Rome) และเนเปิลส์ (Naples)

99. จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ผู้นำพรรคการเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดและมีแนวโน้มจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปคือผู้ใด
(1) มาริโอ ดรากี
(2) ฟรันเชสโก กอสซิกา
(3) จอร์เจีย เมโลนี
(4) อัลโด โมโร
(5) แซร์โจ มัตตาเรลลา
ตอบ 3 (คำบรรยาย) นางจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) ผู้นำพรรคภราดรแห่งอิตาลี (Brothers of Italy) หรือพรรค FDI ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำพรรคการเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดด้วยคะแนนเสียงถึง 26% จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งชัยชนะดังกล่าวนี้จะทำให้นางจอร์เจีย เมโลนีได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ และยังเป็นผู้นำจากพรรคขวาจัดคนแรกที่ขึ้นเป็นรัฐบาลนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

100. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงประมุขของอิตาลีปัจจุบัน
(1) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
(2) เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและประมุขฝ่ายบริหาร
(3) ไม่มีหน้าที่โดยตรงทางการเมือง
(4) มีอำนาจยุบสภาด้วยตนเอง
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

POL2100 การปกครองเปรียบเทียบ s/2564

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2100 การปกครองเปรียบเทียบ

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2564

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. Civil Disobedience หมายถึง
(1) ประชาสังคม
(2) ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
(3) การไม่เชื่อฟังแบบอหิงสาหรือแบบสันติภาพ
(4) การหาเสียงแบบประชานิยม
(5) การสร้างขบวนการมวลชน

ตอบ 3 หน้า 283 อารยะขัดขืน (Civil Disobedience) หมายถึง การไม่เชื่อฟังแบบสันติวิธีหรือแบบอหิงสา

2. Aristotle ระบุว่า ถ้าผู้ปกครองเป็นกลุ่มคน ปกครองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การปกครองนั้นจะเรียกว่า
(1) Tyranny
(2) Monarchy
(3) Aristocracy
(4) Oligarchy
(5) Democracy

ตอบ 3 หน้า 12 – 14, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) ได้แบ่งรูปแบบการปกครองออกเป็น 6 รูปแบบ โดยดูจากจำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครองนั้นเป็นไปเพื่อใคร ดังนี้

เพื่อประโยชน์ส่วนรวม (ผู้อื่น)/ดีเพื่อประโยชน์ส่วนตน/ไม่ดีจำนวนผู้ปกครองคนเดียวราชาธิปไตย (Monarchy)ทรราชย์ (Tyranny)จำนวนน้อย (หลายคน/กลุ่มคน)อภิชนาธิปไตย (Aristocracy)คณาธิปไตย (Oligarchy)จำนวนมากประชาธิปไตยแบบสายกลาง (Polity)ประชาธิปไตยแบบปุถุชน (Mob Rule) หรืออนาธิปไตย (Democracy)

3. อุดมการณ์ทางการเมืองใดที่กลุ่มผู้นำปฏิวัติรัสเซียเข้ามาใช้
(1) รัฐนิยม
(2) จักรวรรดินิยม
(3) ชาตินิยม
(4) มาร์กซิสต์
(5) ฟาสซิสต์

ตอบ 4 หน้า 192, 202, (คำบรรยาย) การปกครองของรัสเซียในระหว่างปี ค.ศ. 1917 – 1922 มีลักษณะสำคัญดังนี้

1. เกิดการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1917 โดยกลุ่มบอลเชวิค (Bolsheviks) ซึ่งเชื่อมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองแบบมาร์กซิสต์ (Marxist) ภายใต้การนำของเลนิน (Lenin) โดยกลุ่มบอลเชวิคได้ทำการโค่นล้มกษัตริย์ซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และเปลี่ยนแปลงการปกครองรัสเซียมาเป็นระบอบสังคมนิยม

2. เลนินได้ทำการจัดตั้งสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (Union of Soviet Socialist Republics : USSR) หรือสหภาพโซเวียต (Soviet Union) ในปี ค.ศ. 1922 ฯลฯ

4. เขตเลือกตั้งของอังกฤษมีลักษณะอย่างไร
(1) มีผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคน
(2) มีผู้แทนราษฎรเขตละสามคน
(3) มีผู้แทนราษฎรเขตละห้าคน
(4) มีผู้แทนราษฎรเขตละหกคน
(5) ใช้พื้นที่ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง มีผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 650 คน

ตอบ 1 หน้า 63 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอังกฤษเป็นระบบที่จ่ายในจีนเรียกว่า คือเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งและเลือกผู้แทนราษฎรเขตละ 1 คน โดยหลักเกณฑ์การนับคะแนนนั้น จะตัดสินด้วยคะแนนเสียงสูงสุด และใช้หลักการ 1 คน 1 เสียง (One Man One Vote) ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเสียงมากสุดจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง โดยในปัจจุบัน อังกฤษแบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 651 เขต

5. ข้อใดคือนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญของโจเซฟ สตาลิน
(1) นโยบายการปฏิวัติสากล
(2) นโยบายจักรรรดินิยมสากล
(3) การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐ พัฒนาอุตสาหกรรมหนัก
(4) นโยบายสากล-แบ่งสรรค์
(5) ข้อ 1 และ 4 ถูก

ตอบ 3 (คำบรรยาย) องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลิน (ค.ศ. 1922 – 1952) ขยับขึ้นเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคสงครามเย็น มีดังนี้
1. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (Five-Year Plans) คือ การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐซึ่งมีรากฐานสำคัญอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และการทำการเกษตรแบบคอมมูน
2. เสถียรภาพทางการเมืองภายใต้การปกครองแบบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของสตาลิน

6. ผลการศึกษาเปรียบเทียบก่อให้เกิด
(1) เรียนรู้ได้กว้างขึ้น
(2) ทำให้เรียนรู้ในแต่ละด้านได้ลึกซึ้งขึ้น
(3) ทำให้ทราบถึงความแตกต่างทางการปกครองของแต่ละรัฐ
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 1 – 3, (คำบรรยาย) การศึกษาเปรียบเทียบ ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้
1. ทำให้เรียนรู้ได้กว้างขึ้น และเรียนรู้ในแต่ละด้านได้ลึกซึ้งขึ้น
2. ทำให้รู้จักการใช้เหตุผลในการเปรียบเทียบ และมีแนววิเคราะห์ที่ชัดเจนขึ้น
3. ทำให้ทราบถึงความเหมือนและความแตกต่างในด้านต่าง ๆ เช่น การเมืองการปกครองของแต่ละรัฐ เป็นต้น

7. รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดไว้ว่า ประธานาธิบดีอินเดียจะมีวาระ
(1) 1 ปี
(2) 2 ปี
(3) 3 ปี
(4) 4 ปี
(5) 5 ปี

ตอบ 5 หน้า 296, 300 – 302 ประธานาธิบดีอินเดียได้รับการเลือกตั้งทางอ้อมจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งประกอบด้วย
1. ผู้แทนจากทั้งสองสภา คือ สภาล่างหรือโลกสภา (Lok Sabha) และสภาสูงหรือราชยสภา (Rajya Sabha)
2. ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ (State Legislative Assemblies) โดยประธานาธิบดีจะมีการวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งอีกเป็นวาระที่สองได้

8. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของรัฐธรรมนูญอังกฤษ
(1) กฎหมายจารีตประเพณี
(2) ขนบธรรมเนียมในทางการเมือง
(3) การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ
(4) พระบรมราโชวาท
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 57, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญแห่งอังกฤษมีลักษณะพิเศษคือการมีรัฐธรรมนูญไม่เป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) แต่ความเป็นรัฐธรรมนูญจะมาจาก
1. ประมวลกฎหมายสำคัญต่าง ๆ
2. กฎหมายจารีตประเพณี หรือกฎหมายสามัญ
3. ขนบธรรมเนียมหรือข้อปฏิบัติในทางการเมือง
4. การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ
5. ข้อตกลงร่วมกันต่าง ๆ

9. ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงรูปแบบการปกครองของอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(3) ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่มาแยกจากกันเด็ดขาด
(4) ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่าวุฒิสภา
(5) รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งประธานาธิบดี

ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 78 – 79), (คำบรรยาย) รูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกามีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา และสภาก็ไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีได้
2. ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีที่มาเหมือนกัน กล่าวคือ ทั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจมากกว่าวุฒิสภา ฯลฯ

10. ประเทศกลุ่มโลกที่ 2 หมายถึงกลุ่มประเทศใด
(1) อเมริกาเหนือ
(2) กลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์
(3) แอฟริกาใต้
(4) ประเทศในแถบตะวันออกกลาง
(5) ลาตินอเมริกา

ตอบ 2 หน้า 8 – 9 กลุ่มโลกที่ 2 (Second World) หมายถึง กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นการจัดการประเทศในช่วงสงครามเย็น อันหมายถึง สหภาพโซเวียต สหรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออก

11. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองของสหพันธ์รัฐรัสเซีย
(1) การปกครองของรัสเซียเปลี่ยนไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1922
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(3) หากประธานาธิบดีไม่อยู่หรือครองตำแหน่งหน้าที่แทน
(4) ประธานาธิบดีมีหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 หน้า 193 – 194, (คำบรรยาย) การปกครองของสหพันธ์รัฐรัสเซีย มีลักษณะดังนี้
1. การปกครองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1993
2. ประธานาธิบดีมีบทบาทในด้านการบริหารประเทศเฉพาะทางด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
3. นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการบริหารประเทศโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
4. ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
5. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา (State Duma)
6. หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทน ฯลฯ

12. เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกามีการปกครองในรูปแบบใด
(1) สมาพันธรัฐ
(2) รัฐอาณานิคม
(3) รัฐรวมศูนย์
(4) สหพันธรัฐ
(5) รัฐเดี่ยวที่มีการกระจายอำนาจ

ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 23 – 25), (คำบรรยาย) เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนรูปแบบของประเทศจาก “สมาพันธรัฐ” มาเป็น “สหพันธรัฐ” โดยมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐ (Head of State) และประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government) (หมายเหตุ : รูปแบบของสหรัฐอเมริกา สามารถเรียกได้ 2 แบบ คือ ถ้าหากใช้เกณฑ์เรื่องประมุขของรัฐ จะเรียกว่า “สาธารณรัฐ” แต่หากใช้เกณฑ์เรื่องอำนาจอธิปไตย จะเรียกว่า “สหพันธรัฐ”)

13. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการคานอำนาจในการปกครองสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกมาจากรัฐสภา
(3) เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากในรัฐสภาจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ผู้เป็นรัฐบาลต้องสิ้นสภาพสมาชิกรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดีสามารถยับยั้งร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ออกโดยฝ่ายรัฐสภา
(5) รัฐสภามีอำนาจในการถอดถอนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ

ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 79 – 80) ระบบการคานอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริการะหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ มีดังนี้
1. ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกมาจากรัฐสภา (Veto)
2. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการไม่ใช้เงินตามที่รัฐสภากำหนดให้ตามกฎหมายที่ออกมาโดยรัฐสภา (Impoundment)
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือข้าราชการส่วนกลาง โดยความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยเสียง 2 ใน 3 ฯลฯ

14. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองรูปแบบใด
(1) สังคมนิยม
(2) ประชาธิปไตย
(3) เผด็จการทหาร
(4) เผด็จการอำนาจนิยม
(5) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี

ตอบ 1 (ความรู้ทั่วไป) ลาว หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) ซึ่งก่อนนี้เคยเป็นราชอาณาจักรลาวภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ โดยมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นองค์กรชี้นำประเทศ ซึ่งพรรคนี้เริ่มมีอำนาจสูงสุดแต่เพียงพรรคเดียวปกครองในระบอบสังคมนิยมเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1975

15. ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศอินเดียมาจากพรรคการเมืองใด
(1) วรรณะพราหมณ์
(2) วรรณะกษัตริย์
(3) วรรณะแพศย์/ไวศยะ
(4) วรรณะศูทร
(5) จัณฑาล

ตอบ 5 หน้า 288, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ประธานาธิบดี (President) เป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) โดยประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายราม นาถ โกวินท์ (Ram Nath Kovind) ซึ่งมาจากวรรณะจัณฑาล ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายนเรนทรา โมที (Narendra Modi) ซึ่งมาจากวรรณะศูทร

16. วัฒนธรรมดั้งเดิมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
(1) โปรตุเกส
(2) อังกฤษและฝรั่งเศส
(3) ตุรกี
(4) สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย
(5) จีนและอินเดีย
(6) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 226 – 230, (คำบรรยาย) วัฒนธรรมดั้งเดิมของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ประชาชนถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นปกครองและชนชั้นใต้ปกครอง
2. อำนาจการปกครองเป็นของชนชั้นสูงหรือชนชั้นปกครอง
3. ยึดถือความสัมพันธ์ในระบบอุปถัมภ์ หรือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง หรือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัวรวมตัวระหว่างบุคคล ฯลฯ

17. ผู้นำฝ่ายบริหารของอินโดนีเซียปัจจุบันคือ
(1) โจโค วิโดโด
(2) เมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี
(3) ปราโบโว ซูเบียนโต
(4) อันดุลเราะห์มาน วาฮิด
(5) ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน

ตอบ 1 หน้า 241 – 242, (คำบรรยาย) อินโดนีเซีย หรือสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เคยตกเป็นอาณานิคมของฮอลแลนด์ ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี โดยประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งหัวหน้าหรือผู้นำฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย คือ นายโจโค วิโดโด (Joko Widodo) และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2018

18. ประเทศเวียดนามปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองรูปแบบใด
(1) เผด็จการแบบอำนาจนิยม
(2) คอมมิวนิสต์
(3) ประชาธิปไตย
(4) สังคมนิยม
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 4 (คำบรรยาย) เวียดนาม หรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งไม่ใช่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด

19. บุคคลใดไม่ได้เป็นนักคิดนักเขียนของอังกฤษ
(1) Hobbes
(2) Locke
(3) Hume
(4) Rousseau
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 53 นักคิดนักเขียนชาวอังกฤษที่มีอิทธิพลต่อรองความคิดทางการเมืองและสังคมในอังกฤษ และเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกมีมากมาย เช่น Chaucer, Shakespeare, Milton, Shaw ตลอดจนนักปรัชญาที่สำคัญในแนวรัฐศาสตร์ เช่น Hobbes, Locke, Hume, Mill, Bentham, Russell เป็นต้น (ส่วน Rousseau นั้นเป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส)

20. ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนได้รับเอกราชเคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศใด
(1) อังกฤษ
(2) ฝรั่งเศส
(3) สหรัฐอเมริกา
(4) สเปน
(5) โปรตุเกส

ตอบ 2 หน้า 230, (คำบรรยาย) ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) ที่เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

21. ประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธ์รัฐรัสเซียคือใคร
(1) นายโจเซฟ สตาลิน
(2) นายวลาดิเมียร์ ปูติน
(3) นายนิกิตา ครุสชอฟ
(4) นายวลาดิมีร์ อีลิช เลนิน
(5) นายบอริส เยลต์ซิน

ตอบ 5 หน้า 191, 193, (คำบรรยาย) ระบบการปกครอง (System of Government) ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในต้นปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันนั้นไม่ได้เปลี่ยนมาใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา (ประธานาธิบดีแบบนายกรัฐมนตรี) และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสหพันธ์รัฐรัสเซีย (Russian Federation) โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธ์รัฐรัสเซีย คือ นายบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin)

22. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของการเมืองอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
(1) การกลับมาของฟาสซิสต์
(2) รัฐบาลกลายเป็นเผด็จการ
(3) การรัฐประหาร
(4) รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 4 หน้า 182, (คำบรรยาย) การเมืองของอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
2. นายกรัฐมนตรีไม่มีฐานะเข้มแข็งในทางการเมือง
บทบาทสำคัญอยู่ที่ของนายกรัฐมนตรีต่อการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ของพรรคการเมืองต่าง ๆ
3. มีระบบพรรคการเมืองหลายพรรค แต่ไม่มีพรรคเสียงข้างมากในสภา
4. การรวมตัวในทางการเมืองเป็นไปเพียงเพื่อผลทางการเมืองที่เรียกว่า วันต่อวัน (Day-to-day Politics) ฯลฯ

23. ตำแหน่งทางฝ่ายบริหารของสหพันธ์รัฐรัสเซียซึ่งรองลงมาจากประธานาธิบดีคือตำแหน่งใด
(1) ประธานรัฐสภา
(2) รองประธานาธิบดี
(3) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์
(4) นายกรัฐมนตรี
(5) ประธานศาลสูง

ตอบ 4 หน้า 194, (คำบรรยาย) ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์รัฐรัสเซีย ค.ศ. 1993 นั้น ไม่มีตำแหน่งรองประธานาธิบดี ดังนั้นผู้ที่มีความสำคัญรองลงมาจากประธานาธิบดีก็คือ “นายกรัฐมนตรี” (Prime Minister/Chairman of the Government)

24. ผู้นำพรรคฟาสซิสต์อิตาลีคือใคร
(1) ซิลโวรี
(2) มาเคียเวลลี
(3) มุสโสลินี
(4) มุสตาฟา
(5) แบร์ลุสโกนี

ตอบ 4 หน้า 136 เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ผู้นำพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) ในอิตาลีได้จัดตั้งพรรคฟาสซิสต์แห่งชาติขึ้นในปี ค.ศ. 1921 โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนายทุน

25. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา
(1) ใช้ระบบ 2 สภา คือ The House และ The Senate
(2) สะท้อนหลักการพหุนิยม
(3) ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
(4) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
(5) มีอำนาจยับยั้งมติของประธานาธิบดี เช่น ประธานาธิบดี ฯลฯ

ตอบ 5 หน้า 104, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 68 – 70), (คำบรรยาย) รัฐสภา หรือสภาคองเกรส (Congress) ของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ใช้ระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎร (The House/House of Representatives) และสภาสูงหรือวุฒิสภา (The Senate) ซึ่งสมาชิกทั้งสองส่วนนี้จะสะท้อนหลักการทางการเมืองที่สำคัญ คือ หลักการพหุนิยม (Pluralism)
2. มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
3. มีอำนาจถ่วงดุลฝ่ายบริหาร
4. ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
5. ไม่มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี ประธานศาลฎีกา ฯลฯ

26. ปัจจุบันประมุขแห่งรัฐของอิตาลีคือผู้ใด
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
(3) ประธานาธิบดี
(4) ประธานองคมนตรี
(5) ประธานรัฐสภา

ตอบ 3 หน้า 150 – 152, 161 – 162 ประธานาธิบดีอิตาลีมาจากการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้ง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี โดยประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในทางการเมืองโดยตรง ซึ่งประธานาธิบดีมีอำนาจดังนี้
1. เป็นผู้มีอำนาจยุบสภาโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนอง
2. เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี
3. เป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ เช่น วุฒิสมาชิกตลอดชีพ
4. เป็นผู้ให้อภัยโทษและถอดถอนยศ ฯลฯ

27. ข้อใดไม่ใช่หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญอเมริกา
(1) รัฐนิยม
(2) ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
(3) การจำกัดอำนาจของรัฐ
(4) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
(5) รัฐราชการ

ตอบ 1 (คำบรรยาย) หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญอเมริกา มีดังนี้
1. การจำกัดอำนาจของรัฐ
2. ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
3. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
4. ประชาชนมีสิทธิที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
5. รัฐราชการ
6. รัฐธรรมนูญที่แยกศาสนาออกมาจากอำนาจรัฐ ฯลฯ

28. พระมหากษัตริย์อังกฤษนับถือศาสนาคริสต์นิกายใด
(1) Catholics
(2) Church of England
(3) Baptists
(4) Orthodox
(5) Protestant

ตอบ 2 หน้า 62 ในปัจจุบันอังกฤษไม่ได้บังคับเรื่องการนับถือศาสนา แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ยกเว้นสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งยังคงกำหนดให้ต้องนับถือศาสนาคริสต์นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ (Church of England)

29. การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีประสบความสำเร็จในยุคใด
(1) ฟื้นฟูวิทยาการ
(2) Risorgimento
(3) วัฒนธรรมฟื้นฟู
(4) สงครามเย็น
(5) Byzantine

ตอบ 2 หน้า 133 – 135 การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีเริ่มต้นตั้งแต่ ค.ศ. 1815 แต่ประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1870 หลังจากกองกำลังอิตาลีบุกกรุงโรมและประกาศให้กรุงโรมเป็นเมืองหลวงของอิตาลีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1870 ซึ่งการรวมอิตาลีในยุคที่เรียกว่า Risorgimento

30. ความขัดแย้งทางการเมืองที่สำคัญที่สุดที่เลนินเห็นต่างจากมาร์กซ์คือข้อใด
(1) การนำลัทธิมาร์กซ์มาใช้
(2) คอมมิวนิสต์สากลและชาตินิยม
(3) อภิปรัชญาของจิตวิสัย
(4) การให้ความสำคัญกับผู้นำในการปฏิวัติ
(5) การกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม

ตอบ 2 (คำบรรยาย) เลนิน (Lenin) สนับสนุนแนวคิดคอมมิวนิสต์สากล โดยต้องการให้สหภาพโซเวียตเป็นผู้นำในการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ไปทั่วประเทศ ทั่วทวีปยุโรป ทว่า โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ซึ่งเป็นผู้นำสำคัญอีกคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์มีความเห็นขัดแย้งกับแนวทางการปฏิวัติของเลนิน โดยสตาลินเสนอแนวคิดว่าการสร้างความสำเร็จในการปฏิวัติคอมมิวนิสต์จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงแก่ประเทศเพื่อต่อสู้กับระบอบจักรวรรดินิยมต่าง ๆ ในยุโรป

31. แนวคิดใดถูกใช้ในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) แนวคิดเรื่องการหลอมรวมอำนาจ
(2) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ
(3) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกการปกครอง
(4) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ
(5) แนวคิดเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐ

ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 61 – 62) แนวคิดที่ถูกนำมาใช้ในการจัดการความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา คือ การแบ่งแยกอำนาจในการปกครองออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจบริหาร (Executive) อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative) และอำนาจตุลาการ (Judicial) ควบคู่ไปกับหลักการคานอำนาจ (Balance of Power) ซึ่งใช้วิธีตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ระหว่างอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายอย่างทั่วถึง

32. ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนปัจจุบันคือ
(1) กลอเรีย มากาปากัล อาร์โรโย
(2) คอราซอน อาคีโน
(3) กลอเรีย อาคีโน
(4) เบนิกโน อาคีโน
(5) โรดริโก ดูแตร์เต

ตอบ 5 (คำบรรยาย) ฟิลิปปินส์ หรือสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปนและสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในรูปแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ คือ นายโรดริโก ดูแตร์เต (Rodrigo Duterte) และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2016

33. ข้อใดไม่ใช่ผลจากการประชุม “Constitutional Convention”
(1) การเกิดรัฐธรรมนูญของประเทศ
(2) การปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐ
(3) การปกครองแบบรัฐสภา
(4) การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีตัวแทน
(5) อำนาจที่มาจากรัฐบาลกลาง

ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 57 – 62) การประชุมที่เรียกว่า “Constitutional Convention” ในปี ค.ศ. 1787 ได้มีมติว่าควรยกเลิกร่างกฎบัตรของสมาพันธรัฐและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของสหรัฐอเมริกา ดังนี้
1. การเกิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา
2. การเกิดการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐหรือสหพันธรัฐ
3. อำนาจที่มาจากรัฐบาลกลาง
4. การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีตัวแทน
5. หลักการแบ่งแยกอำนาจ และการปกครองโดยใช้หลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ฯลฯ

34. อิตาลีได้เข้าสู่ช่วง Risorgimento ในช่วงปีใด
(1) ช่วงปี ค.ศ. 1700
(2) ช่วงปี ค.ศ. 1715
(3) ช่วงปี ค.ศ. 1800
(4) ช่วงปี ค.ศ. 1815
(5) ช่วงปี ค.ศ. 1900

ตอบ 4 หน้า 133 – 135 ยุค Risorgimento หรือยุคของการรวมชาติอิตาลี เริ่มต้นตั้งแต่ ค.ศ. 1815 และประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1870 โดยในแนวคิดชาตินิยมอิตาลีมีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มปัญญาชนอิตาลีซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มชนชั้นกลางที่ได้รับอิทธิพลจากความคิดชาตินิยมที่ปฏิวัติฝรั่งเศส เช่น Giuseppe Mazzini, Leopardi, Guerrazzi, Giusti, Silvio Pellico และ Alessandro Manzoni (ดูคำอธิบายข้อ 29 ประกอบ)

35. ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2516
(2) พ.ศ. 2500
(3) พ.ศ. 2490
(4) พ.ศ. 2489
(5) พ.ศ. 2475

ตอบ 5 หน้า 261, (คำบรรยาย) “คณะราษฎร” ที่ประกอบไปด้วยทหารและพลเรือน โดยพลเอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์วรพินิต ผู้สำเร็จราชการ และทรงประดิษฐานยุติธรรม หรือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำฝ่ายพลเรือน พร้อมทั้งแกนนำคนสำคัญอื่น ๆ ได้ทำการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองจากรัชกาลที่ 7 และเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

36. จากการศึกษาทางการปกครองเปรียบเทียบจะพบว่า Aristotle แบ่งการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถามใด
(1) ใครปกครอง
(2) ปกครองเพื่อใคร
(3) พรรคการเมืองมีมากน้อยเพียงใด
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก

ตอบ 4 หน้า 12, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่เขียนหนังสือเรื่อง “การเมือง” (Politics) และได้แบ่งรูปแบบการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถาม ดังนี้
1. ใครปกครอง ซึ่งมองจากจำนวนผู้ปกครอง คือ ปกครองคนเดียว ปกครองสองสามคน หรือปกครองหลายคน
2. ปกครองโดยฐานะใด หรือปกครองเพื่อใคร ซึ่งมองจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปกครองว่าเพื่อประโยชน์สุขทุกคนเป็นส่วนรวม หรือเพื่อตนเองเท่านั้น

37. สถานะของนายกรัฐมนตรีอังกฤษในคณะรัฐมนตรีมีลักษณะเช่นไร
(1) Supremacy
(2) First Among Equals
(3) Colleague
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 หน้า 74 นายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ของอังกฤษมีสถานะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (First Among Equals) แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเหนือทุกคนในคณะรัฐมนตรี

38. พรรคการเมืองพรรคใดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอิตาลีนานถึงสามสิบกว่าปี
(1) ฟาสซิสต์ใหม่
(2) สังคมนิยม
(3) คริสเตียนเดโมแครต
(4) คอมมิวนิสต์
(5) เสรีนิยม

ตอบ 3 หน้า 176 – 177, 184 – 185, (คำบรรยาย) พรรคคริสเตียนเดโมแครต (Christian Democratic Party) เป็นพรรคแนวกลางและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมในอิตาลีหลังสงครามโลกสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเวลานานยาวนานถึง 30 กว่าปี โดยต่อมาพรรคคริสเตียนเดโมแครตได้แตกออกเป็น 2 พรรค คือ Popular Party และ Christian Democenter Center Party

39. กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองใดมีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติรัสเซียปี 1917
(1) กลุ่มเมนเชวิค
(2) กลุ่มบอลเชวิค
(3) กลุ่มรัสเซียขาว
(4) กลุ่มรัสเซียดำ
(5) กลุ่มรัสเซียปืน

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

40. ประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นประเทศแรก และเมื่อปีใด
(1) ฟิลิปปินส์ ค.ศ. 1930
(2) มาเลเซีย ค.ศ. 1931
(3) สิงคโปร์ ค.ศ. 1931
(4) ไทย ค.ศ. 1932
(5) อินโดนีเซีย ค.ศ. 1945

ตอบ 4 หน้า 231 ประเทศไทย หรือราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) ซึ่งมีความเป็นเอกราชเป็นเวลานานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) ได้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาใช้เป็นประเทศแรกเมื่อปี ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) ส่วนประเทศต่าง ๆ นั้นได้เข้ามาใช้หลังจากได้รับเอกราชแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

41. อินเดียมีวิวัฒนาการของการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตก โดยได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
(1) ประเทศเนปาล
(2) ประเทศโปรตุเกส
(3) ประเทศฝรั่งเศส
(4) ประเทศอังกฤษ
(5) ประเทศเนเธอร์แลนด์

ตอบ 4 หน้า 277 – 278, (คำบรรยาย) อังกฤษมีอิทธิพลต่อการจัดการบริหารประเทศในลักษณะแบบตะวันตกของอินเดีย และยังมีอิทธิพลต่ออินเดียในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ทางด้านการปกครอง ได้แก่ ความเป็นเอกภาพ (Unity) และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของส่วนต่าง ๆ ของอินเดีย
2. ทางด้านการศึกษา ได้แก่ การปฏิรูปทางการศึกษา และให้มีการศึกษาภาคบังคับ
3. ทางด้านสังคม ได้แก่ การลดความสำคัญของระบบวรรณะ และเน้นความเสมอภาคมากขึ้น
4. ทางด้านระบบราชการ ได้แก่ การจัดระบบข้าราชการพลเรือน ซึ่งใช้วิธีตราเป็นเสมือน “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ฯลฯ

42. ขณะนี้ประเทศที่ปกครองในลักษณะ Communist มีกี่ประเทศ อะไรบ้าง
(1) 5 ประเทศ เกาหลีเหนือ โปแลนด์ คิวบา จีน ลาว
(2) 5 ประเทศ คิวบา จีน มองโกเลียตะวันออก ลาว เวียดนาม
(3) 5 ประเทศ รัสเซีย เกาหลีเหนือ จีน ลาว เวียดนาม
(4) 5 ประเทศ รัสเซีย จีน ลาว เวียดนาม คิวบา
(5) 5 ประเทศ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว เวียดนาม

ตอบ 5 หน้า 10, (คำบรรยาย) รัสเซีย เป็นประเทศแรกในโลกที่เคยมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ (Communist) ส่วนในปัจจุบันประเทศที่ยังคงมีการปกครองในลักษณะ Communist นั้น มี 5 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว และเวียดนาม

43. อิตาลีปัจจุบันปกครองในระบอบใด
(1) กึ่งรัฐสภา
(2) เผด็จการ
(3) กึ่งประธานาธิบดี-กึ่งรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดี
(5) คอมมิวนิสต์

ตอบ 1 (คำบรรยาย) การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) แยกออกจากกัน โดยประมุขแห่งรัฐอาจเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี ส่วนประมุขฝ่ายบริหาร คือ นายกรัฐมนตรี
3. ตัวอย่างประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปัจจุบัน เช่น อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย อิตาลี ฯลฯ

44. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงสภาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา
(1) มีการกำหนดรูปแบบการปกครองเอาไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน
(2) การปกครองท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกามีความแตกต่างกันในแต่ละมลรัฐ
(3) พบเพียงรูปแบบเดียว คือ สภาเทศบาล
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 1 และ 3 ถูก

ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 86 – 87) การปกครองท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา (Local Government) หมายถึง การปกครองในระดับที่ต่ำกว่าในระดับมลรัฐ ซึ่งการปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องของแต่ละมลรัฐที่จะกำหนดรูปแบบหรือโครงสร้างการปกครองย่อยภายในนั้นเอง และแต่ละมลรัฐก็จะมีรูปแบบแตกต่างตามกฎหมายหรือธรรมเนียมการปกครองของแต่ละมลรัฐ โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ 1. เคาน์ตี้ (County) 2. นคร (City) หรือเทศบาล (Municipality)

45. ในสังคมแบบดั้งเดิม จะมีลักษณะ
(1) ถูกเยอะ
(2) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(3) สูงมาก
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก

ตอบ 4 หน้า 42 – 44, (คำบรรยาย) สังคมแบบดั้งเดิม มีลักษณะดังนี้
1. ประชากรส่วนใหญ่ทำงานในภาคการเกษตร
2. ความสัมพันธ์ทางสังคมยึดถือครอบครัว กลุ่มเผ่าพันธุ์ หรือกลุ่มเครือญาติเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสังคมที่ยึดลูกมากและญาติเยอะ
3. ประชากรรับฟังน้อยและมีส่วนร่วมน้อยเป็นส่วนใหญ่
4. พัฒนาการทางการเมืองมีลักษณะของประเทศกำลังพัฒนาแบบประเทศและแบบบารมี ฯลฯ

46. จุดแข็งที่เรียกกันว่า “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ของประเทศอินเดีย คือ
(1) ระบบการเมือง
(2) ระบบเศรษฐกิจ
(3) ระบบสังคม
(4) ระบบข้าราชการพลเรือน
(5) ระบบวรรณะ

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

47. ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสังคมลักษณะใด
(1) สังคมนิยม
(2) สังคมการค้า
(3) สังคมเกษตรกรรม
(4) สังคมอุตสาหกรรม
(5) สังคมอำนาจนิยม

ตอบ 3 หน้า 233, (คำบรรยาย) ในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพื้นฐานเป็นสังคมเกษตรกรรมซึ่งมีความเป็นอยู่เริ่มต้น สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเป็นภาระสำคัญคือ “เสรีภาพจากความอดตาย” ดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่จึงยังไม่สนใจในสิทธิเสรีภาพทางการเมือง สิทธิเสรีภาพทางการเมืองจึงกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเมื่อเทียบกับความจำเป็นในการดำรงอยู่รอดและการมีกินมีใช้ในชีวิตประจำวัน

48. สิทธิของประธานาธิบดีที่เรียกว่า “Veto” หมายถึงอะไร
(1) การแต่งตั้งรองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี
(2) การยุบสภา
(3) การยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
(4) การแต่งตั้งโยกย้ายคณะรัฐมนตรี
(5) การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา

ตอบ 3 หน้า 111 – 112, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 72 – 73, 79) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพบกและกองทัพเรือแห่งสหรัฐอเมริกาและกองทหารของมลรัฐต่าง ๆ
2. เป็นผู้บริหารสูงสุดหรือประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government) และเป็นประมุขของประเทศ (Head of State)
3. ยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา (Veto)
4. แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ทูตานุทูต กงสุล และผู้พิพากษาศาลฎีกาโดยคำแนะนำและยินยอมของวุฒิสภา
5. แต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งต่าง ๆ ที่ว่างลงในระหว่างเวลาที่ไม่มีการประชุมวุฒิสภา ฯลฯ (ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ)

49. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของสหพันธ์รัฐรัสเซียปัจจุบัน
(1) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน
(2) รัฐสภาประกอบด้วยสภาสหพันธ์รัฐและสภาสูง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
(3) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งและยังครองอำนาจข้างมากในรัฐสภา
(4) ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 4 หน้า 194, (คำบรรยาย) การเมืองการปกครองของสหพันธ์รัฐรัสเซียปัจจุบัน มีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายมิคาอิล มิชูสติน (Mikhail Mishustin)
2. รัฐสภา ประกอบด้วย สภาสหพันธ์รัฐ (The Council of the Federation) มาจากการแต่งตั้งและสภาดูมา (State Duma) มาจากการเลือกตั้ง
3. พรรค United Russia ของนายปูตินครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
4. ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
5. ประธานาธิบดีมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

50. สหพันธ์รัฐรัสเซียใช้รูปแบบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(3) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีตามรูปแบบของสหรัฐอเมริกา
(4) สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(5) รัฐสวัสดิการ

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 21. ประกอบ

51. วันชาติหรือวันสาธารณรัฐของอินเดีย คือวันที่
(1) 15 มิถุนายนของทุกปี
(2) 14 สิงหาคมของทุกปี
(3) 15 สิงหาคมของทุกปี
(4) 25 มกราคมของทุกปี
(5) 26 มกราคมของทุกปี

ตอบ 5 หน้า 284, 286, (คำบรรยาย) วันชาติหรือวันสาธารณรัฐ (Republic Day) ของอินเดีย ตรงกับวันที่ 26 มกราคมของทุกปี ซึ่งถือเอาวันที่อินเดียประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1950 ส่วนวันประกาศอิสรภาพหรือวันเอกราช (Independence Day) ของอินเดีย ตรงกับวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งถือเอาวันที่อินเดียได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการจากอังกฤษในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947

52. The State Law and Order Restoration Council : SLORC หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ยุคสล็อค” เป็นรูปแบบการปกครองของประเทศใด
(1) กัมพูชา
(2) พม่า
(3) เวียดนาม
(4) กัมพูชา
(5) ลาว

ตอบ 2 (คำบรรยาย) ในอดีตพม่าหรือเมียนมามีการปกครองเป็นเผด็จการทหาร (Military Junta) ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council : SPDC) ซึ่งเป็นเครื่องมือการปกครองประเทศ โดยเดิมใช้ชื่อว่า “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” (The State Law and Order Restoration Council : SLORC) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ยุคสล็อค”

53. หลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีในอังกฤษคือข้อใด
(1) หลักนิติธรรม
(2) หลักนิติรัฐ
(3) หลักการแบ่งแยกอำนาจ
(4) หลักสิทธิมนุษยชน
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 1 หน้า 58, (คำบรรยาย) กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายสามัญ (Common Law) ในอังกฤษเป็นกฎหมายที่รองรับการใช้อำนาจของศาลและตุลาการยึดถือ รวมถึงมีคำพิพากษาของศาลในคดีต่าง ๆ โดยหลักการที่สำคัญสูงสุดของกฎหมายจารีตประเพณีคือ หลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งได้วางแนวของศาล ซึ่งหมายถึงการตัดสินคดีของฝ่ายตุลาการและคำสั่ง การตีความและคำพิพากษาของศาล ซึ่งถือว่าการกระทำใดขัดต่อเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย โดยไม่มีระบบศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลสูงเหมือนในสหรัฐอเมริกา

54. ลักษณะของพัฒนาการทางการเมืองในสังคมดั้งเดิมคือ
(1) มีลักษณะอำนาจแบบประเพณี
(2) มีลักษณะอำนาจแบบบารมี
(3) มีการแบ่งงานกันทำตามความถนัด
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ

55. ข้อใดเป็นสาเหตุทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา
(1) สิทธิในการปฏิเสธการจ่ายภาษี
(2) ความคิดเห็นที่ต่างด้านศาสนา
(3) การเลิกทาส
(4) สิทธิเลือกตั้งของสตรี
(5) วิกฤตเศรษฐกิจ

ตอบ 3 หน้า 96 – 97 สงครามกลางเมืองในอเมริกา (American Civil War, ค.ศ. 1861 – 1865) เป็นสงครามระหว่างกลุ่มสหภาพ (The Union) กับกลุ่มรัฐทางใต้ (The Confederacy) ซึ่งมีสาเหตุจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการเลิกทาส โดยรัฐทางใต้ต้องการใช้แรงงานทาสในไร่ฝ้าย ในขณะที่รัฐทางเหนือต้องการเลิกทาส โดยผลของสงครามกลางเมือง คือ รัฐทางใต้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่รัฐทางเหนือได้รับความเสียหายอย่างมาก

56. ปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) เผด็จการทหารเรือน
(3) เผด็จการทหาร
(4) กึ่งรัฐสภา-กึ่งประธานาธิบดี
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 43. ประกอบ

57. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึง “Bill of Rights”
(1) ถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญเพราะเป็นหลักการที่เป็นหลักประกันสิทธิที่สำคัญที่สุด
(2) เป็นบทบัญญัติเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา
(3) เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่ใช้รับรองสิทธิของพลเมืองให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์
(4) ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน
(5) ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ

ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 63 – 67) “Bill of Rights” หรือบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของพลเมืองสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่คุ้มครองไว้ตามรัฐธรรมนูญอเมริกา มีดังนี้
1. เป็นบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
2. เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับให้รัฐธรรมนูญครบถ้วน
3. ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ (ฉบับที่ 2)
4. ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้านรวมถึงในยามสงครามด้วย (ฉบับที่ 3)
5. อำนาจใดที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบให้เป็นของสหรัฐ หรือไม่ได้ห้ามมิให้รัฐเป็นเจ้าของอำนาจ อำนาจนั้นย่อมเป็นของมลรัฐนั้น ๆ (ฉบับที่ 10) ฯลฯ

58. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ
(1) ให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
(2) ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
(3) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
(4) ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 5 หน้า 69 – 70 บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ ได้แก่
1. ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
2. ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
3. เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
4. แต่งตั้งหรือเลือกนายกรัฐมนตรีจากผู้นำพรรคการเมืองที่สามารถคุมเสียงข้างมากของกลางได้ ฯลฯ

59. ข้อใดไม่ใช่พรรคการเมืองในอังกฤษ
(1) Conservative Party
(2) Labour Party
(3) Liberal Party
(4) Green Party
(5) Liberal Democratic Party

ตอบ 5 หน้า 64 พรรคการเมืองในอังกฤษ ประกอบด้วยพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคแรงงาน (Labour Party) และพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีบทบาทและอิทธิพลในการปกครองมากที่สุด นอกจากนี้แล้วยังมีพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก ได้แก่ Liberal Party, Green Party, Social Democratic Party, Communist Party เป็นต้น

60. การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 ภายใต้การนำของท่านใด
(1) พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
(2) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
(3) พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
(4) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
(5) พลเอกถนอม กิตติขจร

ตอบ 2 (คำบรรยาย) การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เป็นการรัฐประหารทางการเมืองในนามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

61. ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี 1946 – 1949 คือ
(1) มหาตมะ คานธี
(2) เมาลานา เนห์รู
(3) อินทิรา คานธี
(4) ดร.อัมเบดการ์
(5) ชลิน

ตอบ 4 หน้า 290 ดร.อัมเบดการ์ (Dr. B.R. Ambedkar) ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี ค.ศ. 1946 – 1949 ซึ่งเป็นผู้มีลำดับชั้นอยู่ในวรรณะต่ำสุดของอินเดีย คือ วรรณะจัณฑาล (Untouchable)

62. นโยบายสำคัญของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ที่ส่งผลต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียตคือ นโยบายใด
(1) นโยบายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
(2) นโยบาย “ตามให้ทันและแซงหน้าชาติตะวันตก”
(3) กลาสนอสต์–เปเรสทรอยก้า
(4) นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดยใช้ระบบทุนนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 3 หน้า 192 – 193, (คำบรรยาย) มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ประกาศใช้นโยบายปฏิรูปประเทศ คือ “นโยบายเปิด-ปรับ” หรือกลาสนอสต์ (Glasnost) และเปเรสทรอยก้า (Perestroika) แต่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงเป็นเหตุทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991

63. ข้อใดไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
(1) การยุบสภา
(2) การดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ
(3) เป็นประมุขของประเทศ
(4) ยับยั้งกฎหมาย
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 48. ประกอบ

64. วัตถุประสงค์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย คือ
(1) เพื่อให้มีความยุติธรรมในทุกด้าน
(2) เพื่อเน้นบราดรภาพ
(3) เพื่อเน้นเสรีภาพในการนับถือ
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 290, (คำบรรยาย) วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย มีดังนี้
1. เพื่อให้มีความยุติธรรมในทุกด้านทั้งสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
2. เพื่อให้มีเสรีภาพในหมู่ประชาชนในการคิด การแสดงออกต่าง ๆ ความเชื่อ วรรณะและศาสนา
3. เพื่อให้มีการส่งเสริมสถานภาพและโอกาสของประชาชน
4. เพื่อให้มีภราดรภาพโดยเน้นเกียรติแห่งปัจเจกชนและเอกภาพของชาติ

65. นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษที่มีบทบาทในการเป็นเอกราชของอินเดีย คือ
(1) Lord Wavell
(2) Winston Churchill
(3) Clement Attlee
(4) Lord Mountbatten
(5) Shivaji

ตอบ 3 หน้า 285 เคลเมนต์ แอตต์ลี (Clement Attlee) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญทำให้อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1947

66. พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในอังกฤษ ได้แก่พรรคใด
(1) Democrat, Republican
(2) Republican, Liberal
(3) Conservative, Democrat
(4) Labour, Republican
(5) Conservative, Labour

ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ

67. ลักษณะพื้นฐานของระบอบอำนาจนิยม
(1) ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมาก
(2) รัฐจะมีอำนาจจำกัด
(3) ประชาชนจะมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมาก
(4) การมีส่วนร่วมทางการเมืองจะมีมาก
(5) จะมีการกระจายอำนาจออกไปสู่ประชาชนมาก

ตอบ 3 หน้า 16, (คำบรรยาย) ลักษณะพื้นฐานของระบอบอำนาจนิยม (Authoritarian) มีดังนี้
1. รัฐมีอำนาจมาก
2. ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐ
3. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจำกัด โดยรัฐยอมให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพทางเศรษฐกิจและสังคม แต่จำกัดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง จึงทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองและไม่สามารถตรวจสอบนโยบายของรัฐได้

68. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา
(1) การเลือกตั้งประธานาธิบดีใช้ระบบคะแนนเสียงของแต่ละมลรัฐ
(2) การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(3) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้การเลือกตั้งโดยตรง
(4) การตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(5) ถูกทั้งข้อ 2 และ 3

ตอบ 5 หน้า 109 – 110, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 59, 70, 73) ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภาใช้ระบบการเลือกตั้งทางอ้อมหรือแบบตัวแทน คือ การให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อให้ไปทำหน้าที่แทนตน
2. การเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม (Indirect Election) โดยใช้ระบบการลงคะแนน 2 ขั้นตอน
3. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น

69. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายที่เด่นชัดที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญอิตาลี
(1) การแบ่งแยกอำนาจ
(2) การกระจายอำนาจ
(3) การขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก

ตอบ 3 หน้า 140 – 141 รัฐธรรมนูญอิตาลีมีเป้าหมายที่เด่นชัดในด้านโครงสร้างของระบบการปกครองดังนี้
1. เป็นระบบการแบ่งแยกอำนาจเด็ดขาดระหว่างองค์กร 3 ฝ่าย คือ รัฐสภา รัฐบาล และตุลาการ
2. เป็นการกระจายอำนาจแห่งรัฐออกจากกัน กล่าวคือ มีการกระจายอำนาจไปสู่หน่วยการปกครองท้องถิ่นระดับมณฑลอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อไม่ให้สามารถรวมอำนาจเด็ดขาดโดยไม่สามารถจะควบคุมได้อีก

70. ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย คือ
(1) คณะปฏิวัติ
(2) คณะปฏิรูป
(3) คณะรัฐประหาร
(4) คณะราษฎร
(5) คณะรัฐมนตรี

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 35. ประกอบ

71. อินเดียจะมีการจัดลำดับชนชั้นผ่านทางศาสนาพราหมณ์โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ อะไรบ้าง และเรียงลำดับต่ำสุดไปหาสูงสุด ตามข้อใด
(1) 4 วรรณะ กษัตริย์ พราหมณ์ ไวศยะ
(2) 4 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ ศูทร แพทย์
(3) 4 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพทย์ ศูทร
(4) 5 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพทย์ ศูทร จัณฑาล
(5) 6 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพทย์ ไวศยะ ศูทร จัณฑาล

ตอบ 3 หน้า 274, (คำบรรยาย) อินเดียมีการจัดลำดับชนชั้นผ่านทางศาสนาพราหมณ์ โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ ซึ่งเรียงลำดับจากสูงไปต่ำได้ดังนี้
1. วรรณะพราหมณ์
2. วรรณะกษัตริย์
3. วรรณะแพศย์/ไวศยะ
4. วรรณะศูทร

72. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงประเทศอินเดียปัจจุบัน
(1) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
(2) เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและประมุขฝ่ายบริหาร
(3) ไม่มีอำนาจโดยตรงทางการเมือง
(4) มีอำนาจยุบสภาด้วยตนเอง
(5) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ

73. ประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษในปัจจุบันคือพระองค์ใด
(1) Queen Elizabeth I
(2) Queen Elizabeth II
(3) George V
(4) George VI
(5) Edward VIII

ตอบ 2 หน้า 69 ประมุขแห่งรัฐของอังกฤษ คือ พระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์ของอังกฤษในปัจจุบัน คือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizabeth II)

74. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
(1) 2 ปี
(2) 3 ปี
(3) 4 ปี
(4) 5 ปี
(5) 6 ปี

ตอบ 4 หน้า 78, 80, (คำบรรยาย) รัฐสภาของอังกฤษ หรือ “เวสต์มินสเตอร์” (Westminster) เป็นระบบสภาคู่หรือระบบสองสภา ซึ่งประกอบด้วย
1. สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาสามัญชน (House of Commons) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
2. สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) ประกอบด้วย สมาชิกโดยการสืบสายทายาท, ขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งตลอดชีพ, ผู้พิพากษาสูง และพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่จากเชิร์ชออฟอิงแลนด์

75. หนังสือเล่มสำคัญของ Aristotle คือ
(1) Politics
(2) The Republic
(3) Politics : who get what when and how
(4) The Prince
(5) Tao Te Ching

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ

76. ข้อใดเป็นหลักการพื้นฐานที่เลนินนำมาใช้ในการจัดตั้งสหภาพโซเวียต
(1) จักรวรรดินิยมสากล
(2) คอมมิวนิสต์สากล
(3) ชาตินิยมสากล
(4) รัฐนิยมสากล
(5) เสรีนิยมสากล

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

77. กลุ่มประเทศที่เรียกว่า The Commonwealth คืออะไร
(1) กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
(2) กลุ่มประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
(3) ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
(4) กลุ่มประเทศที่ในอดีตปกครองโดยอังกฤษ
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 4 หน้า 53, (คำบรรยาย) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ (The Commonwealth) คือกลุ่มประเทศในอดีตที่เคยถูกอังกฤษปกครอง ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ยังมี ความผูกพันกับประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองโดยตรงแล้วก็ตาม ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ได้แก่ ออสเตรเลีย บาฮามาส อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา มาเลเซีย เป็นต้น

78. ใครคือผู้สนับสนุนการจัดตั้งพรรคฟาสซิสต์ในอิตาลี
(1) กรรมกร
(2) นายทุน
(3) ปัญญาชนคนรุ่นใหม่
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ

79. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิตาลีมีจำนวนทั้งสิ้นกี่คน
(1) 625 คน
(2) 630 คน
(3) 635 คน
(4) 640 คน
(5) 645 คน

ตอบ 2 หน้า 142 ในรัฐสภาอิตาลีนั้นทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาสูงจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยระบบการเลือกตั้ง 2 สภามีลักษณะแตกต่างกัน คือ
1. สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาล่าง กำหนดให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมีอายุขั้นต่ำ 18 ปี และผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งมีอายุขั้นต่ำ 25 ปี โดยสมาชิกสภาล่างมีจำนวนทั้งสิ้น 630 คน
2. สภาสูงได้กำหนดผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอายุขั้นต่ำ 25 ปี และผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งมีอายุขั้นต่ำ 40 ปี โดยสมาชิกสภาสูงมีจำนวนทั้งสิ้น 315 คน

80. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยทั้งหมดกี่ประเทศ
(1) 7 ประเทศ
(2) 8 ประเทศ
(3) 9 ประเทศ
(4) 10 ประเทศ
(5) 11 ประเทศ

ตอบ 5 (คำบรรยาย) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) เป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ประกอบด้วยประเทศทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และติมอร์-เลสเต

81. รัฐสภาในอังกฤษประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่สภาใด
(1) สภาสามัญ-รัฐสภา
(2) สภาสามัญ-สภาขุนนาง
(3) สภาผู้แทนราษฎร-พฤฒิสภา
(4) สภาผู้แทนราษฎร-ราชยสภา
(5) สภาสามัญ-ราชยสภา

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 74. ประกอบ

82. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการปกครองภายใต้พรรค Fascist
(1) ฝ่ายแรงงานและนายทุนเข้าร่วมในระบบ Corporate State
(2) สภาพแรงงานถูกยกเลิก
(3) มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว
(4) มีพรรคการเมืองน้อยพรรคแข่งขันในการเลือกตั้ง
(5) ผิดทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 136 – 137 ในปี ค.ศ. 1924 – 1943 อิตาลีตกอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเผด็จการภายใต้พรรค Fascist โดยมุสโสลินี ซึ่งการปกครองภายใต้พรรค Fascist มีลักษณะดังนี้
1. มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Fascist
2. สภาพแรงงานต่าง ๆ ถูกยกเลิก
3. มีการจัดตั้งระบบ Corporate State คือ ดึงเอาฝ่ายแรงงานและฝ่ายนายทุนเข้าร่วมอยู่ในกลไกเดียวกัน
4. อำนาจการบริหารทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้นำที่เรียกว่า Duce (ดูเช่)

83. “อินเดีย” ตั้งอยู่ที่อาณาบริเวณของโลกที่เรียกว่า
(1) เอเชียใต้
(2) เอเชียกลาง
(3) เอเชียตะวันออก
(4) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(5) เอเชียตะวันตกเฉียงใต้

ตอบ 1 หน้า 271 อินเดียตั้งอยู่บริเวณของโลกที่เรียกว่า เอเชียใต้ (South Asia) อันประกอบไปด้วยประเทศบังกลาเทศ เนปาล ปากีสถาน ภูฏาน และประเทศล่าสุด ได้แก่ ศรีลังกา

84. หนังสือของ Nicolo Machiavelli มีชื่อว่าอะไร
(1) The King
(2) The State
(3) The Republic
(4) The Prince
(5) The City

ตอบ 1 หน้า 130 – 131 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (ค.ศ. 1400 – 1560) ในอิตาลี มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีผลงานในแง่การเมืองซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน คือ หนังสือชื่อ “The Prince” ของนิโคโล มาเคียเวลลี (Nicolo Machiavelli)
2. มีความโดดเด่นในด้านการค้าและการเงิน เช่น การจัดระบบธนาคาร ระบบพ่อค้าและธุรกิจ
3. มีเมืองสำคัญในระดับนานาชาติ 15 คือ มิลาน (Milan), ฟลอเรนซ์ (Florence), โรม (Rome) และเนเปิลส์ (Naples)

85. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญของนายวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นไปในลักษณะใด
(1) ประชาธิปไตยและนโยบายควบคุมตลาดโดยรัฐ
(2) ประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
(3) ประชาธิปไตยที่เป็นไปในรัฐสวัสดิการ
(4) ประชาธิปไตยที่เน้นรัฐนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) มีนโยบายสำคัญดังนี้
1. นโยบายทางการเมือง คือ การนำรัสเซียสู่แนวทางประชาธิปไตย
2. นโยบายทางเศรษฐกิจ คือ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด

86. ขบวนการชาตินิยมอินเดียในสมัยที่ผ่านมามีผลกระทบต่ออังกฤษมาก เกิดจากการใช้เทคนิควิธีต่อสู้ที่เรียกว่า
(1) การเจรจาต่อรอง
(2) การใช้กำลังต่อสู้อย่างรุนแรง
(3) อหิงสา
(4) การใช้การฑูต
(5) การใช้การต่อสู้แบบกองโจร

ตอบ 3 หน้า 280 ขบวนการชาตินิยมในอินเดียในสมัยที่ 3 เป็นการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดียโดยใช้วิธีสัตยาเคราะห์หรือสัตยาเคราะห์ (Satyagraha) ของมหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นวิธีการต่อสู้แบบอหิงสา (Ahimsa) หรืออารยะขัดขืน หรือไม่ใช้กำลังรุนแรงในการต่อสู้ ซึ่งวิธีนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออังกฤษเป็นอย่างมาก ทำให้อังกฤษยอมให้เอกราชแก่อินเดียในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1947

87. ประเทศแรกในโลกที่มีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์
(1) ประเทศจีน
(2) ประเทศรัสเซีย
(3) ประเทศเกาหลี
(4) ประเทศลาว
(5) ประเทศคิวบา

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 42. ประกอบ

88. ข้อใดถูกต้อง
(1) Federalist Papers เป็นเอกสารที่บันทึกการปกครองแบบประชาธิปไตยทางตรง
(2) หลักการในการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกาคือหลักสมาพันธรัฐนิยม
(3) อำนาจของรัฐบาลสหรัฐฯที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อำนาจนอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลกลาง
(4) การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นรูปแบบของมหาชนรัฐ
(5) การปกครองของสหรัฐอเมริกาให้ทุกคนเป็นผู้ปกครองอย่างเท่าเทียม

ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 58 – 60) ข้อความที่ถูกต้อง มีดังนี้
1. Federalist Papers เป็นเอกสารที่กล่าวถึงการปกครองแบบประชาธิปไตยทางอ้อม หรือแบบตัวแทนในรูปแบบของสาธารณรัฐ (Republic)
2. หลักการพื้นฐานในการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ หลักการสหพันธรัฐนิยม (Federalism)
3. อำนาจของรัฐบาลกลาง (Federal Government) สหรัฐอเมริกามีอำนาจเท่าที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อำนาจนอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลมลรัฐ (State Government)
4. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นรูปแบบตัวแทน หรือเรียกว่ารูปแบบของมหาชนรัฐ
5. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นการให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อให้ไปทำหน้าที่แทนตน เนื่องจากเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรเป็นจำนวนมาก

89. นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นในยุคนายกรัฐมนตรีของไทยคนใด
(1) พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
(2) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
(3) พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
(4) พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
(5) พลเอกถนอม กิตติขจร

ตอบ 3 (ความรู้ทั่วไป) ในยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอินโดจีน โดยการ “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในกัมพูชา สร้างเสริมโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกับกลุ่มประเทศในอินโดจีน สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นในเวลานั้น

90. เมืองครั้งที่สเปนเข้าปกครองอิตาลี เมืองสำคัญที่อยู่ในอำนาจของสเปนคือเมืองใด
(1) Milan
(2) Florence
(3) Naples
(4) Rome

ตอบ 1, 4 หน้า 131 ในช่วงที่สเปนเข้าปกครองอิตาลี (ค.ศ. 1560 – 1713) นั้น อิตาลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. เมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจของสเปน ได้แก่ มิลาน (Milan) และเมืองทางใต้ เช่น เนเปิลส์ (Naples), ซิซิลี (Sicily), ซาร์ดิเนีย (Sardinia) เป็นต้น
2. เมืองอิสระที่ปกครองตนเอง ได้แก่ ซาวอย (Savoy), เจนัว (Genoa) และเวนิส (Venice) รวมทั้งรัฐอิสลามขนาดเล็ก ๆ ได้แก่ ซานมารีโน (San-Marino) และตุสคานี (Lucca)

91. แนวคิดของนักปรัชญาคนใดถูกผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกานำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ
(1) เพลโต
(2) จอห์น ล็อค
(3) ฌอง ฌาคส์ รุสโซ
(4) อริสโตเติล
(5) โทมัส ฮอบส์

ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 56) ภายหลังจากประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1776 แล้ว ผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำแนวคิดจากนักทฤษฎีของจอห์น ล็อค (John Locke) มาดัดแปลงนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ โดยผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกลงรวมกันที่จะสร้างประเทศขึ้นในรูปแบบ “สมาพันธรัฐ” (Confederation) โดยแต่ละรัฐจะอยู่ภายใต้ “กฎบัตรของสมาพันธ์” (Article of Confederation) ค.ศ. 1781

92. นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ คือข้อใดที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน
(1) การปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
(2) การปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นระบบทุนนิยม
(3) การจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ
(4) การยืนหยัดในระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1 (คำบรรยาย) นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) ที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน มีดังนี้
1. การพยายามที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของสหภาพโซเวียตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในยุคของสตาลิน
2. การส่งเสริมให้ผู้นำคอมมิวนิสต์หัวก้าวหน้าเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองในกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกยกเว้นกลุ่มนิยมสตาลินหัวรุนแรงซึ่งครองอำนาจอยู่ในยุคก่อนหน้านี้

93. สภาใดเป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ
(1) สภาสามัญ
(2) สถาบันพระมหากษัตริย์
(3) สภาขุนนาง
(4) สภานายกรัฐมนตรี
(5) สภาคอมมอนส์

ตอบ 4 หน้า 78, 79, (คำบรรยาย) สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) เป็นสถาบันที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. เป็นศาลสูงสุดในการพิจารณาคดี ซึ่งอำนาจนี้ได้ยกเลิกไปแล้วในอังกฤษ
2. กลั่นกรองและแก้ไขร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาสามัญแล้ว ยกเว้นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินและการคลัง

94. รัฐสภาของอังกฤษมีชื่อเรียกว่าอะไร
(1) Congress
(2) Duma
(3) Westminster
(4) Whitehall
(5) Downing

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 74. ประกอบ

95. ขบวนการโค่นล้มมกุฎราชย์ที่บทบาทในการสถาปนาการปกครองคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัด ด้วยวิธีการรุนแรงและรีบร้อน
(1) ฝ่ายทหารนิยมขวา
(2) ฝ่ายกษัตริย์นิยม
(3) ขบวนการชาติยม
(4) ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
(5) ขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดง

ตอบ 5 หน้า 256 ในปี ค.ศ. 1975 ขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดง ได้สถาปนาการปกครองประเทศไปตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและรีบร้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาที่เคยล้มละลายและถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอดให้ดีขึ้น แต่วิธีการอันรุนแรงและรีบร้อนของขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดงได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ความทุกข์ทรมานและโศกนาฏกรรมแก่ประชาชนกัมพูชาอย่างร้ายแรง

96. ความพยายามของนายปูตินที่จะทำให้รัฐบาลส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นในท้องถิ่นเห็นได้จากนโยบายใด
(1) การเพิ่มพรรคการเมืองส่วนภูมิภาคเข้าไปในการปกครองของรัสเซีย
(2) การเพิ่มอัตราการเก็บภาษีในรัฐบาลท้องถิ่น
(3) การยกเลิกการปกครองส่วนท้องถิ่น
(4) การยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค
(5) ถูกทุกข้อ

ตอบ 1 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ปฏิรูปการบริหารท้องถิ่นของส่วนกลางใหม่ โดยการรวมอำนาจให้เข้าสู่ศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะทำให้รัฐบาลส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นในท้องถิ่น ซึ่งการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางของปูตินกระทำโดยวิธีการ 2 อย่าง คือ
1. เพิ่มการปกครองส่วนภูมิภาคเข้าไปในระบบการปกครองของรัสเซีย
2. เพิ่มการควบคุมทางทหารให้อำนาจบัญชาการมากขึ้นกับประธานาธิบดี

97. ศาสนาที่ผู้คนอินเดียนับถือมากที่สุด
(1) ศาสนาอิสลาม
(2) ศาสนาคริสต์
(3) ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
(4) ศาสนาพุทธ
(5) ศาสนาเชน

ตอบ 3 หน้า 274 คนอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 80 นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ร้อยละ 14 นับถือศาสนาอิสลาม, ร้อยละ 2.4 นับถือศาสนาคริสต์, ร้อยละ 2 นับถือศาสนาซิกข์ และศาสนาพุทธก็มีผู้นับถืออยู่จำนวนหนึ่ง

98. ลักษณะของการเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) ของอินเดีย คือ
(1) รัฐกับศาสนาแยกออกจากกัน
(2) รัฐกับศาสนาต้องไปด้วยกัน
(3) ผู้ปกครองต้องเคารพบัญญัติศาสนาอย่างเคร่งครัด
(4) ผู้ปกครองไม่ต้องเคารพบัญญัติศาสนาอย่างเคร่งครัดมากนัก
(5) ศาสนาต้องเป็นหลักในการบริหารประเทศ

ตอบ 1 หน้า 288, 295, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้อินเดียมีลักษณะเป็นรัฐฆราวาสวิสัย (Secular State) คือ ไม่มีการกำหนดศาสนาประจำชาติ โดยรัฐจะต้องเป็นกลางในเรื่องศาสนา และราษฎรทุกคนจะต้องมีสิทธิในการปฏิบัติตามความเชื่อของตน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ รัฐกับศาสนาต้องแยกออกจากกันนั่นเอง

99. รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ผู้ใดต่อไปนี้เป็นประมุขแห่งรัฐ
(1) พระมหากษัตริย์
(2) ประธานาธิบดี
(3) นายกรัฐมนตรี
(4) มหาตมะ คานธี
(5) เยาวหราล เนห์รู
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

100. ความขัดแย้งสำคัญที่สุดระหว่างสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็นคือเรื่องอะไร
(1) ความขัดแย้งในเรื่องการสำรวจอวกาศ
(2) ความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์
(3) ความขัดแย้งเรื่องสิทธิมนุษยชน
(4) ความขัดแย้งในสงครามเกาหลี
(5) ความขัดแย้งในเรื่องการทดลองอาวุธนิวเคลียร์
ตอบ 2 (คำบรรยาย) สงครามเย็น (Cold War) เป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ 2 ระบอบ คือ เสรีนิยมประชาธิปไตยซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ โดยความขัดแย้งดังกล่าวนำไปสู่การใช้กำลังทหารปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่แบ่งออกเป็น 2 ค่ายตามระบอบการเมืองทั้งสองระบอบดังกล่าว

POL2100 การปกครองเปรียบเทียบ 1/2564

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2564

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 2100 การปกครองเปรียบเทียบ

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยกี่ประเทศ
(1) 7 ประเทศ
(2) 8 ประเทศ
(3) 9 ประเทศ
(4) 10 ประเทศ
(5) 11 ประเทศ
ตอบ 5 (คำบรรยาย) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) เป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ประกอบด้วยประเทศเอกราชทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และติมอร์ตะวันออก

2. อิตาลีปัจจุบันปกครองในระบอบใด
(1) รัฐสภา
(2) กึ่งประธานาธิบดี-กึ่งรัฐสภา
(3) ประธานาธิบดี
(4) คอมมิวนิสต์
(5) เผด็จการ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีต้นแบบมาจากประเทศอังกฤษ
2. ตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารหรือหัวหน้ารัฐบาล (Head of Government) แยกออกจากกัน โดยประมุขแห่งรัฐอาจเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี ส่วนประมุขฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี
3. ตัวอย่างประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปัจจุบัน เช่น อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย เป็นต้น

3. แนวคิดของนักปราชญ์คนใดถูกอ้างถึงว่าใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ
(1) เพลโต
(2) จอห์น ล็อค
(3) มองเตสกิเออ
(4) อริสโตเติล
(5) โทมัส ฮอบส์
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 56) ภายหลังจากประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1776 แล้ว ผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำแนวคิดจากทฤษฎีของจอห์น ล็อค (John Locke) มาดัดแปลงนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการปกครองประเทศ โดยผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกลงร่วมกันที่จะสร้างประเทศขึ้นในรูปแบบ “สมาพันธรัฐ” (Confederation) โดยแต่ละรัฐจะอยู่ภายใต้ “กฎบัตรของสมาพันธ์” (Article of Confederation) ค.ศ. 1781

4. ประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นประเทศแรก และเมื่อปีใด
(1) สิงคโปร์ ค.ศ. 1931
(2) ไทย ค.ศ. 1932
(3) มาเลเซีย ค.ศ. 1931
(4) ฟิลิปปินส์ ค.ศ. 1930
(5) อินโดนีเซีย ค.ศ. 1945
ตอบ 2 หน้า 231 ประเทศไทย หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) ซึ่งรักษาความเป็นเอกราชในหมู่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) ได้นำการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาใช้เป็นประเทศแรกเมื่อปี ค.ศ. 1932 ส่วนประเทศต่างๆ ได้นำมาใช้หลังจากได้รับเอกราชแล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

5. ข้อใดเป็นหลักการพื้นฐานที่นำมาใช้ในการจัดตั้งสหภาพโซเวียต
(1) จักรวรรดินิยมสากล
(2) คอมมิวนิสต์สากล
(3) ชาตินิยมสากล
(4) รัฐนิยมสากล
(5) เสรีนิยมสากล
ตอบ 2 หน้า 192, 202, (คำบรรยาย) การปกครองของรัสเซียในระหว่างปี ค.ศ. 1917 – 1922 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. เกิดการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1917 โดยกลุ่มบอลเชวิค (Bolsheviks) ซึ่งเชื่อมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองแบบมาร์กซิสต์ (Marxist) ภายใต้การนำของเลนิน (Lenin) โดยกลุ่มบอลเชวิคได้ทำการโค่นล้มจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิรัสเซีย คือ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบสังคมนิยม
2. เลนินนำหลักการคอมมิวนิสต์สากลมาใช้ในการจัดตั้งสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (Union of Soviet Socialist Republics : USSR) หรือสหภาพโซเวียต (Soviet Union) ในปี ค.ศ. 1922 ฯลฯ

6. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย
(1) การปกครองของรัสเซียเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1922
(2) ประธานาธิบดีมีหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
(3) หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้รองประธานาธิบดีปฏิบัติหน้าที่แทน
(4) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 193 – 194, (คำบรรยาย) การปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียมีลักษณะดังนี้
1. การปกครองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1993
2. ประธานาธิบดีมีบทบาทในด้านการบริหารโดยเฉพาะทางด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
3. นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการบริหารประเทศโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
4. ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
5. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาดูมา (State Duma)
6. หากประธานาธิบดีไม่อยู่ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทน ฯลฯ

7. อุดมการณ์ทางการเมืองใดที่กลุ่มผู้นำปฏิวัติรัสเซียนำมาใช้
(1) จักรวรรดินิยม
(2) ชาตินิยม
(3) มาร์กซิสต์
(4) ฟาสซิสต์
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 5. ประกอบ

8. ลักษณะของพัฒนาการทางการเมืองในสังคมดั้งเดิม
(1) มีลักษณะอำนาจแบบประเพณี
(2) มีลักษณะอำนาจแบบบารมี
(3) มีการแบ่งงานกันทำตามความถนัด
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก
ตอบ 4 หน้า 42 – 44, (คำบรรยาย) สังคมแบบดั้งเดิมมีลักษณะดังนี้
1. ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร
2. ความสัมพันธ์ทางสังคมจำกัดที่ครอบครัว กลุ่มเผ่าพันธุ์ หรือกลุ่มเครือญาติเป็นสำคัญ
3. เป็นสังคมที่มีเอกภาพและถูกสาละวน
4. ประชากรรับรู้หนังสือน้อย และมีความยากจนเป็นส่วนใหญ่
5. พัฒนาการทางการเมืองมีลักษณะอำนาจแบบประเพณีและบารมี ฯลฯ

9. จุดแข็งที่เรียกกันว่า “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ของประเทศอินเดีย คือ
(1) ระบบวรรณะ
(2) ระบบสังคม
(3) ระบบการเมือง
(4) ระบบข้าราชการพลเรือน
(5) ระบบเศรษฐกิจ
ตอบ 4 หน้า 277 – 278, (คำบรรยาย) อังกฤษจะอิทธิพลต่อการจัดการบริหารประเทศในลักษณะ
1. ทางตะวันออกของอินเดีย และยังมีอิทธิพลต่อมโนคติในด้านต่างๆ ดังนี้
แนวทางด้านการปกครอง ได้แก่ ความเป็นเอกภาพ (Unity) และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของส่วนต่างๆ ของอินเดีย
2. ทางด้านการศึกษา ได้แก่ การปฏิรูปการศึกษาภาษาอังกฤษ
3. ทางด้านสังคม ได้แก่ การลดความสำคัญของระบบวรรณะ และเน้นความเสมอภาคมากขึ้น
4. ทางด้านระบบราชการ ได้แก่ การจัดระบบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเสมือน “โครงสร้างเหล็กกล้า” (Steel Frame) ฯลฯ

10. “อินเดีย” ตั้งอยู่ที่อาณาบริเวณของโลกที่เรียกว่า
(1) เอเชียใต้
(2) เอเชียตะวันออก
(3) เอเชียตะวันตกเฉียงใต้
(4) เอเชียกลาง
(5) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตอบ 1 หน้า 271 อินเดียตั้งอยู่ณอาณาบริเวณของโลกที่เรียกว่า เอเชียใต้ (South Asia) อันประกอบไปด้วยประเทศบังคลาเทศ เนปาล และประเทศศรีลังกา

11. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิตาลีมีจำนวนกี่คน
(1) 625 คน
(2) 630 คน
(3) 635 คน
(4) 640 คน
(5) 645 คน
ตอบ 2 หน้า 142 ในรัฐสภาอิตาลีทั้งสองสภามีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี โดยสมาชิกวุฒิสภาจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมาจากการเลือกตั้ง 2 สภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนทั้งสิ้น 630 คน
1. การที่ผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาอาจได้รับการเลือกตั้งเมื่อมีอายุตั้งแต่ 18 ปี และผู้มีสิทธิสมัครรับการเลือกตั้งมีอายุตั้งแต่ 25 ปี โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนทั้งสิ้น 630 คน
2. สภาสูงได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมีอายุตั้งแต่ 25 ปี และผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งมีอายุตั้งแต่ 40 ปี โดยสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนทั้งสิ้น 315 คน

12. ข้อใดไม่ใช่ อำนาจของผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ
(1) การดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ
(2) การยุบสภา
(3) เป็นประมุขของฝ่ายบริหาร
(4) ยับยั้งกฎหมาย
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 111 – 112, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 72 – 73, 79) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกามีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพบกและกองทัพเรือแห่งสหรัฐอเมริกา และของทหารกองหนุนจากรัฐต่างๆ
2. เป็นผู้บริหารสูงสุดหรือประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government) และเป็นประมุขของประเทศ (Head of State)
3. ยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา (Veto)
4. แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ทูตานุทูต กงสุล และผู้พิพากษาศาลฎีกาโดยคำแนะนำและยินยอมของวุฒิสภา
5. แต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ที่ว่างลงในช่วงเวลาที่วุฒิสภาจะมาประชุมฯ ฯลฯ

13. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบัน
(1) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นายวลาดิมีร์ ปูติน
(2) ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
(3) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งและยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
(4) รัฐสภาประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาดูมา มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 194, (คำบรรยาย) การเมืองการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซียปัจจุบัน มีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายดิมิทรี เมดเวเดฟ (Mikhail Mishustin)
2. รัฐสภา ประกอบด้วย สภาสหพันธรัฐ (The Council of the Federation) มาจากการแต่งตั้งและสภาดูมา (State Duma) มาจากการเลือกตั้ง
3. พรรค United Russia ของนายปูตินยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
4. ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศ
5. ประธานาธิบดีมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

14. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการปกครองภายใต้พรรค Fascist
(1) ฝ่ายแรงงานและนายทุนเข้าร่วมในระบบ Corporate State
(2) มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว
(3) สหภาพแรงงานถูกยกเลิก
(4) มีการคุ้มครองสิทธิของพลเมืองในการเลือกตั้ง
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 136 – 137 ในปี ค.ศ. 1924 – 1943 อิตาลีตกอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเผด็จการภายใต้พรรค Fascist โดยมุสโสลินี ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Fascist
2. สหภาพแรงงานต่างๆ ถูกยกเลิก
3. มีการสร้างระบบ Corporate State คือ ต้องเอาฝ่ายแรงงานและฝ่ายนายทุนเข้ามาร่วมอยู่ในกลไกเดียวกัน
4. อำนาจการปกครองทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้นำที่เรียกว่า Duce (ดูเช่)

15. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงการปกครองท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา
(1) มีการกำหนดรูปแบบการปกครองเอาไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน
(2) การปกครองท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกามีความแตกต่างกันในแต่ละมลรัฐ
(3) พบว่ารูปแบบเดียว คือ เทศบาล
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 1 และ 3 ถูก
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 86 – 87) การปกครองท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา (Local Government) หมายถึง การปกครองที่ต่ำกว่าระดับมลรัฐ ซึ่งการปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องของแต่ละมลรัฐที่จะกำหนดรูปแบบหรือโครงสร้างการปกครองย่อยภายในกันเอง และแต่ละมลรัฐจะมีรูปแบบแตกต่างกันไปตามกฎหมายหรือธรรมเนียมการปกครองของแต่ละมลรัฐโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ 1. เคาน์ตี (County) 2. นคร (City) หรือเทศบาล (Municipality)

16. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา
(1) สิทธิในการกู้ยืมรัฐสู่การจ่ายภาษี
(2) ความขัดแย้งทางด้านศาสนา
(3) สิทธิเลือกตั้งของสตรี
(4) การเลิกทาส
(5) วิกฤติทางเศรษฐกิจ
ตอบ 4 หน้า 96 – 97 สงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา (American Civil War, ค.ศ. 1861 – 1865) เป็นสงครามระหว่างกลุ่มรัฐทางเหนือ (The Union) กับกลุ่มรัฐทางใต้ (The Confederacy) ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการค้าทาส โดยรัฐทางใต้ต้องการใช้แรงงานทาสในไร่ฝ่าย และขณะที่รัฐทางเหนือต้องการเลิกทาส โดยผลของสงครามกลางเมือง คือ รัฐทางใต้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อรัฐทางเหนือ และได้สร้างความเสียหายอย่างมาก

17. นโยบายสำคัญของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ที่ส่งผลต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา
(1) นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดยใช้ระบบทุนนิยม
(2) นโยบาย “ค้อนไปให้ถึงและแซงหน้าชาติตะวันตก”
(3) นโยบายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
(4) กลัสนอสต์-เปเรสตรอยกา
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 192 – 193, (คำบรรยาย) มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ประกาศใช้นโยบายปฏิรูปประเทศ คือ “นโยบายเปิด-ปรับ” หรือกลัสนอสต์ (Glasnost) และเปเรสตรอยกา (Perestroika) แต่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงเป็นเหตุให้สหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991

18. ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี 1946 – 1949 ชื่อว่า
(1) มหาตมะ คานธี
(2) ดร.แอมเบดการ์
(3) เยาวหราล เนห์รู
(4) ติลัก
(5) อินทิรา คานธี
ตอบ 2 หน้า 290 ดร.แอมเบดการ์ (Dr. B.R. Ambedkar) ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียในปี ค.ศ. 1946 – 1949 ซึ่งเป็นผู้มีลำดับชั้นอยู่ในวรรณะต่ำสุดของอินเดีย คือ วรรณะจัณฑาล (Untouchable)

19. จากการศึกษาการปกครองเปรียบเทียบจะพบว่า Aristotle แบ่งการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถามใด
(1) ใครปกครอง
(2) ปกครองเพื่อใคร
(3) พรรคการเมืองมีมากน้อยเพียงใด
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก
ตอบ 4 หน้า 12, (คำบรรยาย) อริสโตเติล (Aristotle) เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่เขียนหนังสือเรื่อง “การเมือง” (Politics) และได้แบ่งรูปแบบการปกครองในสมัยกรีกโดยใช้คำถามสองคำถาม คือ
1. ใครปกครอง ซึ่งมองจากจำนวนผู้ปกครอง คือ ปกครองคนเดียว ปกครองสองสามคน หรือปกครองหลายคน
2. ปกครองโดยฐานะใด หรือปกครองเพื่อใคร ซึ่งจะมองจากประโยชน์ที่ได้รับจากการปกครองว่าเพื่อประโยชน์ทุกคนในส่วนรวม หรือเพื่อตนเองเท่านั้น

20. วัฒนธรรมดั้งเดิมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
(1) อังกฤษและฝรั่งเศส
(2) อินเดียและจีน
(3) สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย
(4) โปรตุเกส
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 2 หน้า 226 – 230, (คำบรรยาย) วัฒนธรรมดั้งเดิมของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ประชาชนถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นปกครองและชนชั้นใต้ปกครอง
2. อำนาจการปกครองเป็นของชนชั้นปกครอง
3. ยึดถือความสัมพันธ์ในระบบอุปถัมภ์ หรือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง หรือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัว

21. หลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีในอังกฤษคือข้อใด
(1) หลักนิติธรรม
(2) หลักนิติรัฐ
(3) หลักการแบ่งแยกอำนาจ
(4) หลักสิทธิมนุษยชน
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 หน้า 58, (คำบรรยาย) กฎหมายจารีตประเพณีหรือกฎหมายคอมมอนลอว์ (Common Law) ในอังกฤษ เป็นกฎหมายที่องค์กรในการศาลและตุลาการยึดถือ รวมถึงคำพิพากษาของศาลในคดีต่างๆ โดยหลักการที่สำคัญที่สุดของกฎหมายจารีตประเพณีก็คือหลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งได้วางแนวทางของกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของปัจเจกชนและอำนาจรัฐ การตีความและคำพิพากษาของศาลจึงยิ่งมีความสำคัญแต่ทดแทนรัฐธรรมนูญแห่งกฎหมายโดยไม่มีระบบศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลสูงเหมือนในสหรัฐอเมริกา

22. ปัจจุบันประเทศแห่งราชอาณาจักรอิตาลีอยู่ใต้
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) ประธานาธิบดี
(3) กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
(4) ประธานองคมนตรี
(5) ประธานรัฐสภา
ตอบ 2 หน้า 150 – 152, 161 – 162 ประธานาธิบดีอิตาลีมาจากการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้ง และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี โดยประธานาธิบดีอยู่ในฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐแต่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในการเมืองโดยตรง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีดังนี้
1. เป็นผู้มีอำนาจยุบสภาโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองคำสั่ง
2. เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี
3. เป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตลอดชีพ
4. เป็นผู้ให้การอภัยโทษและลดหย่อนผ่อนโทษ ฯลฯ

23. ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย คือ
(1) คณะปฏิวัติ
(2) คณะปฏิรูป
(3) คณะรัฐประหาร
(4) คณะราษฎร
(5) คณะรัฐมนตรี
ตอบ 4 หน้า 261, (คำบรรยาย) “คณะราษฎร” ที่ประกอบไปด้วยทหารและพลเรือน โดยพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ผู้นำฝ่ายทหาร และหลวงประดิษฐ์มนูธรรมหรือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำฝ่ายพลเรือน พร้อมทั้งพรรคพวกได้ร่วมกันปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองจากรัชกาลที่ 7 และเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

24. ในสังคมแบบดั้งเดิม จะมีลักษณะ
(1) สูงมาก
(2) ญาติเยอะ
(3) มั่งคั่ง
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 2 และ 3 ถูก
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ

25. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายที่เด่นชัดที่สุดปรากฏในรัฐธรรมนูญอิตาลี
(1) การแบ่งแยกอำนาจ
(2) การกระจายอำนาจ
(3) การขจัดปัญทุจริตคอร์รัปชั่น
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก
ตอบ 3 หน้า 140 – 141 รัฐธรรมนูญอิตาลีมีเป้าหมายที่เด่นชัดในด้านโครงสร้างของระบบการปกครองดังนี้
1. เพื่อให้การปกครองมีเสถียรภาพโดยแบ่งแยกอำนาจการปกครองระหว่างองค์กร 3 ฝ่าย คือ รัฐสภา รัฐบาล และตุลาการ
2. เป็นการกระจายอำนาจการปกครองจากส่วนกลางไปสู่การปกครองระดับท้องถิ่น นอกจากนี้เพื่อให้องค์กรอิสระสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้โดยปราศจากการแทรกแซงจากรัฐบาล เพื่อให้สามารถตรวจสอบอำนาจโดยไม่มีการครอบงำได้

26. วัตถุประสงค์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย คือ
(1) เพื่อให้มีความยุติธรรมในทุกด้าน
(2) เพื่อเพิ่มภราดรภาพ
(3) เพื่อเพิ่มเสรีภาพแก่ประชาชน
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 290, (คำบรรยาย) วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญประเทศอินเดีย มีดังนี้
1. เพื่อให้มีความยุติธรรมในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
2. เพื่อให้มีเสรีภาพในทุกๆด้านแก่ประชาชนโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
3. เพื่อให้มีการส่งเสริมสถานภาพและโอกาสของประชาชน
4. เพื่อให้มีการสร้างภราดรภาพโดยเคารพศักดิ์ศรีแห่งปัจเจกชนและเอกภาพของชาติ

27. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของการเมืองเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2
(1) การหวนกลับมาของฟาสซิสต์
(2) รัฐบาลกลายเป็นเผด็จการ
(3) การรัฐประหาร
(4) มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 182, (คำบรรยาย) การเมืองอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
2. นายกรัฐมนตรีในช่วงหลังสงครามการเมืองไม่มีอำนาจที่แท้จริง
3. มีระบบพรรคการเมืองหลายพรรคแต่ไม่มีระบบเสียงข้างมากที่มั่นคงในการบริหาร
4. การรวมตัวกันทางการเมืองเป็นไปเพื่อผลทางการเมืองที่เรียกว่า วันต่อวัน (Day-to-Day Politics) ฯลฯ

28. เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นอเมริกาจะสร้างรัฐในรูปแบบใด
(1) สมาพันธรัฐ
(2) รัฐอาณาจักร
(3) รัฐรวมศูนย์
(4) สหพันธรัฐ
(5) รัฐเดี่ยวที่เน้นการกระจายอำนาจ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 23 – 25), (คำบรรยาย) เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนรูปแบบของรัฐจาก “สมาพันธรัฐ” มาเป็น “สหพันธรัฐ” โดยมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐ (Head of State) และประมุขของฝ่ายบริหาร (Head of Government)
*หมายเหตุ: รูปแบบของรัฐของอเมริกาเรียกว่าได้ 2 แบบ คือ ถ้าหากใช้เกณฑ์เรื่องประมุขของรัฐ จะเรียกว่า “สาธารณรัฐ” แต่ถ้าหากใช้เกณฑ์เรื่องอำนาจอธิปไตย จะเรียกว่า “สหพันธรัฐ”

29. ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี พ.ศ. ใด
(1) พ.ศ. 2516
(2) พ.ศ. 2500
(3) พ.ศ. 2490
(4) พ.ศ. 2489
(5) พ.ศ. 2475
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ

30. การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 ภายใต้การนำของท่านใด
(1) พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
(2) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
(3) พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
(4) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
(5) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ตอบ 2 (คำบรรยาย) การรัฐประหารในประเทศไทยปี พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เป็นการรัฐประหารรัฐบาลรักษาการของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

31. รัฐสภาของอังกฤษมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า
(1) Congress
(2) Dumas
(3) Westminster
(4) Whitehall
(5) Downing
ตอบ 3 หน้า 78, 80, (คำบรรยาย) รัฐสภาของอังกฤษ หรือ “เวสต์มินสเตอร์” (Westminster) เป็นระบบสภาคู่หรือระบบสองสภา ซึ่งประกอบด้วย
1. สภาสามัญหรือราษฎรหรือสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
2. สภาสูงหรือขุนนาง (House of Lords) ประกอบด้วย สมาชิกโดยการสืบสายทายาท, ขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งตลอดชีพ, ผู้พิพากษาสูงสุด และพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ จากอาร์คบิชอปออฟแคนเทอร์เบอรี

32. นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นในยุคนายกรัฐมนตรีของไทยคนใด
(1) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
(2) พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
(3) พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
(4) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ตอบ 4 (ความรู้ทั่วไป) ในยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอินโดจีน โดยการ “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในกัมพูชา สร้างเสริมมิตรไมตรีในการทำธุรกิจร่วมกันในกลุ่มประเทศในกลุ่มอินโดจีน สร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับระหว่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นในเวลาต่อมา

33. หนังสือของ Nicolo Machiavelli มีชื่อว่าอะไร
(1) The Prince
(2) The King
(3) The State
(4) The Republic
(5) The City
ตอบ 1 หน้า 130 – 131 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (ค.ศ. 1400 – 1560) ในอิตาลี มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีผลงานในแง่การเมืองที่เด่นเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน คือ หนังสือชื่อ “The Prince” ของนิโคโล มาเคียเวลลี (Nicolo Machiavelli)
2. มีความคิดในแง่การเมืองแตกต่างจากยุคกลาง และความคิดในแง่การเมือง ระบบฟิวดัล และธุรกิจ
3. มีเมืองสำคัญในระยะศตวรรษที่ 15 คือ มิลาน (Milan), ฟลอเรนซ์ (Florence), โรม (Rome) และเนเปิลส์ (Naples)

34. พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในอังกฤษ ได้แก่พรรคใด
(1) Democrat, Republican
(2) Republican, Liberal
(3) Conservative, Democrat
(4) Labour, Republican
(5) Conservative, Labour
ตอบ 5 หน้า 64 พรรคการเมืองในอังกฤษ ประกอบด้วยพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคแรงงาน (Labour Party) และพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีบทบาทและอิทธิพลในการปกครองมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีพรรคการเมืองอื่นๆ อีก ได้แก่ Liberal Party, Green Party, Social Democratic Party, Communist Party เป็นต้น

35. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจของนายคามาล อตาเติร์ก นับเป็นลักษณะใด
(1) ประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
(2) ประชาธิปไตยที่เน้นรัฐสวัสดิการ
(3) ประชาธิปไตยและนโยบายชาตินิยมโดยรัฐ
(4) ประชาธิปไตยที่เน้นรัฐนิยม
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (คำบรรยาย) วลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) มีนโยบายสำคัญดังนี้
1. นโยบายทางการเมือง คือ การนำรัสเซียเข้าสู่แนวทางประชาธิปไตย
2. นโยบายทางเศรษฐกิจ คือ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด

36. การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีประสบความสำเร็จในยุคใด
(1) ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
(2) Risorgimento
(3) รัฐบาลฟาสซิสต์
(4) สงครามเย็น
(5) Byzantine
ตอบ 2 หน้า 133 – 135 การรวมตัวเป็นเอกภาพของอิตาลีได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 แต่ประสบความสำเร็จใน ค.ศ. 1870 หลังจากกองกำลังอิตาลีได้บุกยึดกรุงโรมและประกาศให้กรุงโรมเป็นเมืองหลวงของอิตาลีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1870 ซึ่งการรวมชาติอิตาลีนี้อยู่ในยุคที่เรียกว่า Risorgimento

37. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ
(1) ให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
(2) ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
(3) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
(4) ให้ความเห็นชอบต่อเสนอของรัฐบาล
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 69 – 70 บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ ได้แก่
1. ยุบสภาตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี
2. ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล
3. เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล
4. แต่งตั้งหรือเลือกนายกรัฐมนตรีจากผู้นำพรรคการเมืองที่สามารถคุมเสียงข้างมากของสภาล่างได้ ฯลฯ

38. ลักษณะพื้นฐานของระบอบอำนาจนิยม
(1) ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองมาก
(2) รัฐจะใช้อำนาจจำกัด
(3) ประชาชนจะมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมาก
(4) การมีส่วนร่วมทางการเมืองจะมีมาก
(5) จะมีการกระจายอำนาจออกไปสู่ปวงชนในภูมิภาค
ตอบ 3 หน้า 16, (คำบรรยาย) ลักษณะพื้นฐานของระบอบอำนาจนิยม (Authoritarian) มีดังนี้
1. รัฐมีอำนาจมาก
2. ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐ
3. ประชาชนมีเสรีภาพจำกัด โดยรัฐจะยอมให้ประชาชนมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจและสังคม แต่อาจจำกัดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง จึงทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองและไม่สามารถตรวจสอบนโยบายของรัฐได้

39. ประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธรัฐรัสเซียคือใคร
(1) นายวลาดิมีร์ ปูติน
(2) นายบอริส เยลต์ซิน
(3) นายวลาดิมีร์ เลนิน
(4) นายบอริส เบเรซอฟสกี
(5) นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ
ตอบ 4 หน้า 191, 193, (คำบรรยาย) ระบบการปกครอง (System of Government) ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปลายปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา (ประธานาธิบดีมีอำนาจรัฐสภา) และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย คือ นายบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin)

40. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการศาลอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ออกมาจากรัฐสภา
(3) เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากในรัฐสภาจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ผู้ที่เป็นรัฐบาลต้องสิ้นสภาพสมาชิกวุฒิสภา
(4) ประธานาธิบดีสามารถยับยั้งร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ออกโดยฝ่ายรัฐสภา
(5) รัฐสภามีอำนาจในการถอดถอนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 79 – 80) ระบบการศาลอำนาจในการปกครองของสหรัฐอเมริการะหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ มีดังนี้
1. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการยับยั้งกฎหมายที่ออกมาจากรัฐสภา (Veto)
2. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการริเริ่มเงินตามที่รัฐสภากำหนดให้ตามกฎหมายที่ออกมาโดยรัฐสภา (Impoundment)
3. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือข้าราชการส่วนกลางโดยความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยเสียง 2 ใน 3 ฯลฯ

41. Civil Disobedience หมายถึง
(1) ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
(2) การสร้างขบวนการมวลชน
(3) ประชาสังคม
(4) การหาเหตุผลประกอบ
(5) การไม่เชื่อฟังเพียงผู้ที่หรือแบบสุภาพ
ตอบ 5 หน้า 283 อารยะขัดขืน (Civil Disobedience) หมายถึง การไม่เชื่อฟังเพียงผู้ที่หรือแบบสุภาพ

42. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึง “Bill of Rights”
(1) ถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกเพราะเป็นหลักการสำคัญที่สุด
(2) เป็นบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
(3) เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่ทำให้ทาสมีสิทธิเท่าเทียมกับรัฐธรรมนูญ
(4) ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน
(5) ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ
ตอบ 1 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 63 – 67) “Bill of Rights” หรือบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่แสดงไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกามีดังนี้
1. เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา
2. เป็นบทแก้ไขเพิ่มเติมที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทาสมีสิทธิเท่าเทียมกับรัฐธรรมนูญ
3. ให้สิทธิประชาชนในการถือครองอาวุธ (ฉบับที่ 2)
4. ห้ามทหารเข้าไปอยู่ในบ้านของบุคคลใดโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าบ้าน รวมถึงในเวลาสงครามด้วย (ฉบับที่ 3)
5. อำนาจใดที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบให้เป็นอำนาจของสหรัฐ หรือไม่ได้ห้ามมิให้มลรัฐใช้อำนาจใด อำนาจนั้นย่อมสงวนไว้ให้เป็นของมลรัฐหรือประชาชน (ฉบับที่ 10) ฯลฯ

43. ขบวนการใดในกัมพูชาที่มีบทบาทในการสถาปนาการปกครองตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและรีบร้อน
(1) ฝ่ายกษัตริย์นิยม
(2) ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
(3) ขบวนการชาตินิยม
(4) ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
(5) ขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดง
ตอบ 5 หน้า 256 ในปี ค.ศ. 1975 ขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดงได้สถาปนาการปกครองประเทศไปตามแนวทางคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดด้วยวิธีการรุนแรงและรีบร้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาสะสมและถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอดให้ดีขึ้น แต่วิธีการอันรุนแรงและรีบร้อนของขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดงได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ความทุกข์ทรมานและโศกนาฏกรรมแก่ประชาชนชาวกัมพูชาอย่างร้ายแรง

44. ขณะนี้ประเทศที่ปกครองในลักษณะ Communist มีประเทศอะไรบ้าง
(1) 5 ประเทศ เกาหลีเหนือ โปแลนด์ คิวบา จีน ลาว
(2) 5 ประเทศ คิวบา จีน เยอรมันตะวันออก ลาว เวียดนาม
(3) 5 ประเทศ รัสเซีย เกาหลีเหนือ จีน ลาว เวียดนาม
(4) 5 ประเทศ รัสเซีย จีน ลาว เวียดนาม คิวบา
(5) 5 ประเทศ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว เวียดนาม
ตอบ 5 หน้า 10, (คำบรรยาย) รัสเซียเป็นประเทศแรกในโลกที่เคยมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ (Communist) ส่วนในปัจจุบันประเทศที่ยังคงมีการปกครองในลักษณะ Communist นั้น มี 5 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ คิวบา จีน ลาว และเวียดนาม

45. ประเทศแรกในโลกที่เคยมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์
(1) จีน
(2) รัสเซีย
(3) เยอรมนี
(4) ลาว
(5) คิวบา
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 44. ประกอบ

46. สถานะของนายกรัฐมนตรีอังกฤษในคณะรัฐมนตรีมีลักษณะเช่นไร
(1) Supremacy
(2) First Among Equals
(3) Colleague
(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2 หน้า 74 นายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ของอังกฤษมีสถานะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (First among Equals) แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเหนือทุกคนในคณะรัฐมนตรี

47. ผู้นำพรรคฟาสซิสต์อิตาลีคือใคร
(1) อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
(2) ซัลวาดอร์
(3) มุสโสลินี
(4) มาเคียเวลลี
(5) แบร์ลุสโกนี
ตอบ 3 หน้า 136 เบเนโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ผู้นำพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) ในอิตาลี ได้จัดตั้งพรรคฟาสซิสต์แห่งชาติขึ้นในปี ค.ศ. 1921 โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนายทุน

48. แนวคิดใดถูกใช้ในการจัดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันหลักทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) แนวคิดเรื่องการหลอมรวมอำนาจ
(2) แนวคิดเรื่องการมอบหมายอำนาจ
(3) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกแล้วปกครอง
(4) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ
(5) แนวคิดสวัสดิการแห่งรัฐ
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 61 – 62) แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาใช้ในการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันหลักทางการปกครองของสหรัฐอเมริกา โดยมีการแบ่งอำนาจในการปกครองประเทศออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative) อำนาจบริหาร (Executive) และอำนาจตุลาการ (Judicial) ควบคู่ไปกับหลักการถ่วงดุลอำนาจ (Balance of Power) ซึ่งใช้หลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ระหว่างอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเท่าๆ กัน

49. ข้อใดคือนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจสำคัญของโจเซฟ สตาลิน
(1) นโยบายการปฏิวัติสากล
(2) นโยบายจักวรรดินิยมสากล
(3) การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐภายใต้แผนพัฒนาอุตสาหกรรม
(4) นโยบายกลาสนอสต์-เปเรสตรอยกา
(5) ข้อ 1 และ 4 ถูก
ตอบ 3 (คำบรรยาย) องค์กรที่ปรึกษาสำคัญที่ส่งผลให้สภาพโซเวียตภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลิน (ค.ศ. 1922 – 1952) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกทั้งในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคสงครามเย็น มีดังนี้
1. นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (Five-Year Plans) คือ การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางรัฐซึ่งมีรากฐานสำคัญอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมหนักและการทำการเกษตรแบบคอมมูน
2. เสรีภาพทางการเมืองภายใต้การปกครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของสตาลิน

50. ความขัดแย้งสำคัญที่สุุดระหว่างสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็นคือเรื่องอะไร
(1) ความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์
(2) ความขัดแย้งเรื่องสิทธิมนุษยชน
(3) ความขัดแย้งในเรื่องอุตสาหกรรมอาวุธ
(4) ความขัดแย้งในเรื่องสงครามเกาหลี
(5) ความขัดแย้งในการทดลองอาวุธนิวเคลียร์
ตอบ 3 (คำบรรยาย) สงครามเย็น (Cold War) เป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองที่สำคัญระหว่าง คือ เสรีนิยมประชาธิปไตยซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ โดยความขัดแย้งดังกล่าวนี้ไม่ใช้การทำสงครามปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างประเทศมหาอำนาจทั่วโลกที่แบ่งออกเป็น 2 ค่ายตามระบอบการเมืองทั้งสองระบอบดังกล่าว

51. ความพยายามของปูตินที่จะทำให้รัฐบาลส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นในท้องถิ่นเห็นได้จากนโยบายใด
(1) การเพิ่มการปกครองส่วนภูมิภาคเข้ามาในการปกครองของรัสเซีย
(2) การยกเลิกการปกครองส่วนท้องถิ่น
(3) การเพิ่มอัตราภาษีเก็บเพิ่มในรัฐบาลท้องถิ่น
(4) การยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1 (คำบรรยาย) วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ปฏิรูปการบริหารท้องถิ่นของส่วนกลางใหม่ โดยการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะทำให้รัฐบาลส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นในท้องถิ่น ซึ่งการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางกระทำได้โดยวิธีการ 2 อย่าง คือ
1. เพิ่มการปกครองส่วนภูมิภาคเข้ามาในระบบการปกครองของรัสเซีย
2. เพิ่มการควบคุมทางการทหารต่อปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาติพันธุ์

52. ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนปัจจุบันคือ
(1) เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส
(2) คอราซอน อาคีโน
(3) กลอเรีย อาร์โรโย
(4) เบนิกโน อาคีโน
(5) โรดรีโก ดูแตร์เต
ตอบ 5 (คำบรรยาย) ประเทศฟิลิปปินส์ เดิมปกครองตนเองภายใต้อาณานิคมของสเปน ต่อมาสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) ปกครองตนเองภายใต้อาณานิคมของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในรูปแบบประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ ซึ่งประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ คือ นายโรดรีโก ดูแตร์เต (Rodrigo Duterte) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2016

53. สภาใดเป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ
(1) สภาสามัญ
(2) สภาขุนนาง
(3) สภาที่ปรึกษาของสมเด็จพระสันตะปาปา
(4) สภาขุนนาง
(5) สภาองคมนตรี
ตอบ 4 หน้า 78 – 79, (คำบรรยาย) สภาสูงหรือสภาขุนนาง (House of Lords) เป็นสภาแรกที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอังกฤษซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. เป็นศาลสูงสุดในการพิจารณาพิพากษาในพระราชอาณาจักร และคดีอาญาในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
2. กลั่นกรองตรวจและแก้ไขร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาสามัญแล้ว ยกเว้นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีและการเงิน

54. เขตเลือกตั้งของอังกฤษมีลักษณะอย่างไร
(1) มีผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคน
(2) มีผู้แทนราษฎรเขตละสามคน
(3) มีผู้แทนราษฎรเขตละสองคน
(4) มีผู้แทนราษฎรเขตละสี่คน
(5) ใช้ระบบสัดส่วน
ตอบ 1 หน้า 63 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอังกฤษเป็นระบบที่จ่ายไม่ซับซ้อน กล่าวคือเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งและเลือกผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคนโดยใช้หลักเกณฑ์การนับคะแนนแบบจะตัดสินด้วยคะแนนเสียงสูงสุด และใช้หลักการการลงคะแนนเสียงหนึ่งเสียง (One Man One Vote) ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดจะเป็นผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น โดยในปัจจุบันอังกฤษแบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 651 เขต

55. อิตาลีได้เข้าสู่ยุค Risorgimento ในช่วงปีใด
(1) ช่วงปี ค.ศ. 1700
(2) ช่วงปี ค.ศ. 1715
(3) ช่วงปี ค.ศ. 1800
(4) ช่วงปี ค.ศ. 1815
(5) ช่วงปี ค.ศ. 1900
ตอบ 4 หน้า 133 – 135 ยุค Risorgimento หรือยุคของการรวมชาติอิตาลีได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 และประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1870 โดยแนวคิดในการรวมชาติอิตาลีนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มเสรีนิยมอิตาลีซึ่งมีอิทธิพลความคิดจากนักปรัชญาฝรั่งเศส เช่น Giuseppe Mazzini, Leopardi, Guerrazzi, Giusti, Silvio Pellico และ Alessandro Manzoni (ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ)

56. ตำแหน่งสำคัญทางการบริหารของสหพันธรัฐรัสเซียเรียกร้องผลงานจากประชาชนอิตาลีคือตำแหน่งใด
(1) ประธานรัฐสภา
(2) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์
(3) นายกรัฐมนตรี
(4) รองประธานาธิบดี
(5) ประธานศาลสูง
ตอบ 3 หน้า 194, (คำบรรยาย) ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ค.ศ. 1993 นั้น ไม่มีตำแหน่งรองประธานาธิบดี ดังนั้นผู้ที่มีความสำคัญรองลงมาจากประธานาธิบดีก็คือ “นายกรัฐมนตรี” (Prime Minister/Chairman of the Government)

57. นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษคนที่มีบทบาทในการเป็นเอกราชของอินเดีย คือ
(1) Lord Mountbatten
(2) Winston Churchill
(3) Lord Wavell
(4) Clement Attlee
(5) Shivaji
ตอบ 4 หน้า 285 เคลเมนต์ แอตต์ลี (Clement Attlee) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญทำให้รัฐอินเดียได้รับการเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1947

58. อินโดนีเซียมีการจัดลำดับชั้นชนชั้นทางศาสนาพราหมณ์โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ อะไรบ้าง และเรียงตามลำดับสูงไปต่ำตามข้อใด
(1) 4 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ไวศย์
(2) 6 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ไวศยะ ศูทร จัณฑาล
(3) 4 วรรณะ กษัตริย์ พราหมณ์ ศูทร ไวศยะ
(4) 5 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล
(5) 4 วรรณะ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร
ตอบ 5 หน้า 274, (คำบรรยาย) อินโดนีเซียมีการจัดลำดับชั้นชนชั้นทางศาสนาพราหมณ์ โดยแบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 4 วรรณะ ซึ่งเรียงลำดับจากสูงไปต่ำได้ดังนี้ 1. วรรณะพราหมณ์ 2. วรรณะกษัตริย์ 3. วรรณะแพศย์/ไวศยะ 4. วรรณะศูทร

59. ผู้นำฝ่ายบริหารของอินโดนีเซียปัจจุบัน คือ
(1) โจโก วิโดโด
(2) ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน
(3) เมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี
(4) อับดูร์ราห์มาน วาฮิด
(5) บาคารุดดิน ยูซุฟ ฮาบิบี
ตอบ 1 หน้า 241 – 242, (คำบรรยาย) อินโดนีเซีย หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เคยตกเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งผู้นำหรือหัวหน้าฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย คือ นายโจโก วิโดโด (Joko Widodo) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2018

60. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา
(1) ใช้ระบบ 2 สภา คือ The House และ The Senate
(2) สะท้อนหลักการพหุนิยม
(3) ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
(4) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
(5) มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี
ตอบ 5 หน้า 104, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 68 – 70), (คำบรรยาย) รัฐสภา หรือสภาคองเกรส (Congress) ของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. ใช้ระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร (The House of Representatives) และสภาสูงหรือวุฒิสภา (The Senate) ซึ่งสมาชิกทั้งสองส่วนนี้สะท้อนหลักการทางการเมืองที่สำคัญคือ หลักการพหุนิยม (Pluralism)
2. มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
3. มีอำนาจออกกฎหมายต่างๆ
4. ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารโดยใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุล
5. ไม่มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี ประธานศาลฎีกา ฯลฯ

61. ข้อใดไม่ใช่ผลจากการประชุม “Constitutional Convention”
(1) การเกิดรัฐธรรมนูญของประเทศ
(2) การปกครองในรูปแบบประธานาธิบดี
(3) การปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐ
(4) การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
(5) อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
ตอบ 2 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 57 – 62) การประชุมที่เรียกว่า “Constitutional Convention” ในปี ค.ศ. 1787 ได้มีมติว่าควรยกเลิกรัฐธรรมนูญของสมาพันธ์และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของสหรัฐอเมริกา ดังนี้
1. การเกิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา
2. การเกิดการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐหรือสหพันธรัฐ
3. อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลกลาง
4. การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
5. หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) และหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ฯลฯ

62. ประเทศเวียดนามปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองรูปแบบใด
(1) เผด็จการแบบเบ็ดเสร็จนิยม
(2) คอมมิวนิสต์
(3) ประชาธิปไตย
(4) เผด็จการทหาร
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 (คำบรรยาย) เวียดนาม หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเป็นสถาบันการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด

63. เมืองครั้งที่เป็นศูนย์กลางของอิตาลี เมื่อสำคัญอยู่ที่ไหนในอิตาลีตอนเหนือ
(1) Milan
(2) Nice
(3) Florence
(4) Naples
(5) Rome
ตอบ 1, 4 หน้า 131 ในช่วงที่เป็นศูนย์กลางของอิตาลี (ค.ศ. 1560 – 1713) นั้น อิตาลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. เมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจของสเปน ได้แก่ มิลาน (Milan) และเมืองทางใต้ เช่น เนเปิลส์ (Naples), ซิซิลี (Sicily), ซาร์ดิเนีย (Sardinia) เป็นต้น 2. เมืองอิสระที่ปกครองโดยเจ้าเมืองต่างๆ ได้แก่ ซาวอย (Savoy), เจนัว (Genoa) และเวนิส (Venice) รวมทั้งรัฐอิสระขนาดเล็ก ได้แก่ ซานมาริโน (San-Marino) และลุคคา (Lucca)

64. ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศอินเดียมาจากวรรณะใด
(1) จัณฑาล
(2) วรรณะศูทร
(3) วรรณะแพศย์/ไวศยะ
(4) วรรณะกษัตริย์
(5) วรรณะพราหมณ์
ตอบ 1 หน้า 288, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ประธานาธิบดี (President) เป็นประมุขแห่งรัฐ (Head of State) และนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศอินเดียมาจากวรรณะจัณฑาล คือ นายราม นาถ โกวินท์ (Ram Nath Kovind) ซึ่งมาจากวรรณะจัณฑาล ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ซึ่งมาจากวรรณะศูทร

65. ประเทศกลุ่มโลกที่ 2 หมายถึงกลุ่มประเทศใด
(1) อเมริกาเหนือ
(2) กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก
(3) แอฟริกา
(4) ประเทศในแถบละตินอเมริกา
(5) ลาตินอเมริกา
ตอบ 2 หน้า 8 – 9 กลุ่มโลกที่ 2 (Second World) หมายถึง กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ ซึ่งกลุ่มประเทศนี้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็งภายใต้การนำของสหภาพโซเวียตและจีน ประกอบด้วยกลุ่มประเทศในแถบยุโรปตะวันออก

66. สหพันธรัฐรัสเซียใช้รูปแบบการปกครองแบบใด
(1) ประธานาธิบดีโดยเปรียบเทียบกับประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา
(2) ประธานาธิบดีแบบรัฐสภา
(3) รัฐสวัสดิการ
(4) สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(5) ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีตามรูปแบบของสหรัฐอเมริกา
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 39. ประกอบ

67. ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อกล่าวถึงระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา
(1) การเลือกตั้งประธานาธิบดีใช้ระบบคะแนนเสียงข้างมากแบบขั้นตอนเดียว
(2) การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อมซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งเลือกตั้ง
(3) การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสะท้อนเป็นการเลือกตั้งโดยตรงทางอ้อม
(4) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนเป็นการเลือกตั้งโดยตรงมีสิทธิเลือกตั้งเลือกตั้ง
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 5 หน้า 109 – 110, (เอกสารประกอบการสอน หน้า 59, 70, 73) ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อมหรือแบบตัวแทน คือ การให้ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อไปทำหน้าที่แทนตน
2. การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อมโดยตรงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม (Indirect Election) โดยใช้ระบบการลงคะแนน 2 ขั้นตอน
3. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกตั้ง

68. นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ ข้อใดที่ส่งผลให้สภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน
(1) การปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
(2) การยืนหยัดในระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(3) การจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาออร์ซอ
(4) การใช้หลักนโยบายอยู่ร่วมกันโดยสันติภาพ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 (คำบรรยาย) นโยบายของนิกิตา ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) ที่ส่งผลให้สหภาพโซเวียตขัดแย้งกับจีน มีดังนี้
1. การพยายามที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของสหภาพโซเวียตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าในยุคของสตาลิน
2. การส่งเสริมให้ผู้นำคอมมิวนิสต์หัวก้าวหน้าเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองในกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ยุโรปตะวันออกซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของสหภาพโซเวียต

69. ข้อมูลทางประวัติศาสตร์สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เป็นสังคมลักษณะใด
(1) สังคมอุตสาหกรรม
(2) สังคมเกษตรกรรม
(3) สังคมการค้า
(4) สังคมนิยม
(5) สังคมทางประวัติศาสตร์นิยม
ตอบ 2 หน้า 233, (คำบรรยาย) ในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นฐานเป็นสังคมเกษตรกรรมซึ่งมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเป็นประการสำคัญคือ “เสรีภาพจากความอดอยาก” ดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่จึงไม่สนใจในสิทธิเสรีภาพทางการเมือง สิทธิเสรีภาพทางการเมืองจึงเป็นเรื่องไกลตัวเมื่อเทียบกับความจำเป็นในประการหลัก คือ ความอยู่รอด และการมีกินมีใช้ในชีวิตประจำวัน

70. ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนได้รับการเอกราชเป็นอาณานิคมของประเทศใด
(1) อังกฤษ
(2) ฝรั่งเศส
(3) สหรัฐอเมริกา
(4) สเปน
(5) โปรตุเกส
ตอบ 2 หน้า 230, (คำบรรยาย) ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเชียอาคเนย์) ที่เคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม (ดูคำอธิบายข้อ 62. ประกอบ)

71. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
(1) 2 ปี
(2) 6 ปี
(3) 3 ปี
(4) 5 ปี
(5) 4 ปี
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 31. ประกอบ

72. ข้อใดไม่ใช่หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
(1) รัฐนิยม
(2) ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
(3) การจำกัดอำนาจของรัฐ
(4) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
(5) รัฐสภา
ตอบ 1 (คำบรรยาย) หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา มีดังนี้
1. การจำกัดอำนาจของรัฐ
2. ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
3. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน
4. ประชาชนมีสิทธิที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
5. รัฐสภา หรือหรือแบ่งแยกกับศาสนาออกจากกันอย่างเด็ดขาด ฯลฯ

73. ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงรูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา
(1) ประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะยุบสภา
(2) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(3) ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีที่มาแยกจากกัน
(4) ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกสภา
(5) ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งประธานาธิบดีจากวุฒิสภา
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 78 – 79), (คำบรรยาย) รูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะดังนี้
1. ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจที่จะยุบสภา และสภาไม่สามารถออกอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีได้
2. ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีที่มาเหมือนกัน กล่าวคือ ทั้งประธานาธิบดีและสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชนมากกว่าสมาชิกสภา

74. Aristotle ระบุว่า ถ้าผู้ปกครองเป็นกลุ่มคน ปกครองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การปกครองนั้นจะเรียกว่า
(1) Tyranny
(2) Monarchy
(3) Aristocracy
(4) Oligarchy
(5) Democracy
ตอบ 3

75. ลักษณะของการเป็นรัฐฆราวาส (Secular State) ของอินเดีย คือ
(1) รัฐกับศาสนาแยกออกจากกัน
(2) รัฐกับศาสนาต้องไปด้วยกัน
(3) ผู้ปกครองต้องเคารพปฏิบัติศาสนาอย่างเคร่งครัด
(4) ศาสนาต้องเป็นหลักในการบริหารประเทศ
(5) ผู้ปกครองไม่ต้องเคารพปฏิบัติศาสนาอย่างเคร่งครัดมากนัก
ตอบ 1 หน้า 288, 295, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้อินเดียมีลักษณะเป็นรัฐฆราวาส หรือ รัฐฆราวาสนิยม (Secular State) คือ การไม่มีศาสนาประจำชาติ โดยรัฐจะต้องเป็นกลางในเรื่องศาสนา และราษฎรทุกคนจะต้องมีสิทธิในการนับถือศาสนาตามความเชื่อของตน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ รัฐกับศาสนาต้องแยกออกจากกันนั่นเอง

76. ข้อใดถูกต้องเมื่อกล่าวถึงประมุขของอิตาลีปัจจุบัน
(1) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
(2) เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและประมุขฝ่ายบริหาร
(3) ไม่มีหน้าที่โดยตรงทางการเมือง
(4) มีอำนาจยุบสภาด้วยตนเอง
(5) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 22. ประกอบ

77. ปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองรูปแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
(2) เผด็จการพลเรือน
(3) เผด็จการทหาร
(4) กึ่งรัฐสภากึ่งประธานาธิบดี
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

78. สิทธิของประธานาธิบดีที่เรียกว่า “Veto” หมายถึงอะไร
(1) การแต่งตั้งผู้แทนประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี
(2) การยุบสภา
(3) การยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
(4) การแต่งตั้งโยกย้ายคณะรัฐมนตรี
(5) การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ

79. ศาสนาที่คนอิตาลีนับถือมากที่สุดคือ
(1) ศาสนาอิสลาม
(2) ศาสนาคริสต์
(3) ศาสนาพุทธ
(4) ศาสนาพราหมณ์
(5) ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ตอบ 5 หน้า 274 คนอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 80 นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ร้อยละ 14 นับถือศาสนาอิสลาม, ร้อยละ 2.4 นับถือศาสนาคริสต์, ร้อยละ 2 นับถือศาสนาซิกข์ และร้อยละ 2 นับถือศาสนาอื่น และผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูอยู่จำนวนหนึ่ง

80. ขบวนการชาตินิยมอินเดียในสมัยที่เกิดผลกระทบต่อการใช้เทคนิควิธีต่อสู้ที่เรียกว่า
(1) การใช้กำลังเข้าต่อสู้อย่างรุนแรง
(2) การใช้การต่อสู้แบบอหิงสา
(3) อารยะขัดขืน
(4) การใช้การเจรจา
(5) การเจรจาต่อรอง
ตอบ 3 หน้า 280 ขบวนการชาตินิยมในสมัยที่ 3 เป็นการต่อสู้อิสรภาพของอินเดียโดยใช้วิธีสัตยาเคราะห์ หรือ สัตยาคฤห์ (Satyagraha) ของมหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นวิธีการต่อสู้แบบอหิงสา (Ahimsa) หรือวิธีอหิงสา หรือวิธีกล่าวสุนทรพจน์ในการต่อสู้ ซึ่งวิธีนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออังกฤษเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องสูญเสียผลประโยชน์ของมหาตมะ คานธี ในปี ค.ศ. 1947

81. ประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์อังกฤษในปัจจุบันคือพระองค์ใด
(1) Queen Elizabeth I
(2) Queen Elizabeth II
(3) George V
(4) George VI
(5) Edward VIII
ตอบ 2 หน้า 69 ประมุขแห่งรัฐของอังกฤษ คือ พระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐหรือพระมหากษัตริย์อังกฤษในปัจจุบัน คือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizabeth II)

82. วันชาติหรือวันสาธารณรัฐของอินเดีย คือวันที่
(1) 15 มิถุนายนของทุกปี
(2) 25 มกราคมของทุกปี
(3) 26 มกราคมของทุกปี
(4) 14 สิงหาคมของทุกปี
(5) 15 สิงหาคมของทุกปี
ตอบ 3 หน้า 284, 286, (คำบรรยาย) วันชาติหรือวันสาธารณรัฐ (Republic Day) ของอินเดียตรงกับวันที่ 26 มกราคมของทุกปี ซึ่งถือเอาวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1950 ส่วนวันประกาศอิสรภาพหรือวันเอกราช (Independence Day) ของอินเดียตรงกับวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งถือเอาว่าอินเดียได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการจากอังกฤษในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947

83. หนังสือเล่มสำคัญของ Aristotle คือ
(1) Politics
(2) The Republic
(3) The Prince
(4) Tao Te Ching
(5) Politics : who get what when and how
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 19. ประกอบ

84. กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองใดมีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติรัสเซียปี 1917
(1) กลุ่มเมนเชวิค
(2) กลุ่มบอลเชวิค
(3) กลุ่มรัสเซียขาว
(4) กลุ่มรัสเซียดำ
(5) กลุ่มรัสเซียตื่น
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 5. ประกอบ

85. ความขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญที่สุดที่สตาลินเห็นต่างจากเลนินคือเรื่องใด
(1) การนำลัทธิมาร์กซิสต์มาใช้
(2) คอมมิวนิสต์สากลและชาตินิยม
(3) อธิปไตยของรัสเซียอย่างเท่าเทียม
(4) การให้ความสำคัญสากลและชาตินิยม
(5) การกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
ตอบ 2 (คำบรรยาย) เลนิน (Lenin) สนับสนุนแนวคิดคอมมิวนิสต์สากล โดยต้องการให้สภาพโซเวียตเป็นผู้นำในการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ซึ่งเป็นผู้นำสำคัญอีกคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์มีความเห็นขัดแย้งกับแนวทางเครื่องมือในการสื่อสารของเลนิน โดยสตาลินเห็นว่ารัฐบาลควรจะรวมอำนาจและควรจะมีความคิดชาตินิยมเป็นแนวทางเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงแก่ประเทศเพื่อที่จะให้สภาพโซเวียตมีความเข้มแข็งสามารถต่อต้านการปฏิวัติจากมหาอำนาจทุนนิยมต่างๆ ในยุโรป

86. ข้อใดไม่ใช่พรรคการเมืองในอังกฤษ
(1) Conservative Party
(2) Labour Party
(3) Liberal Party
(4) Green Party
(5) Liberal Democratic Party
ตอบ 5 ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ

87. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของรัฐธรรมนูญอังกฤษ
(1) กฎหมายจารีตประเพณี
(2) ขนบธรรมเนียมในทางการเมือง
(3) การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ
(4) พระบรมราชโองการ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 57, (คำบรรยาย) รัฐธรรมนูญแห่งอังกฤษมีลักษณะพิเศษกว่ารัฐธรรมนูญประเทศอื่น คือ ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) แต่ความเป็นรัฐธรรมนูญจะมาจาก 1. การประกาศกฎหมายสำคัญต่างๆ 2. กฎหมายจารีตประเพณี 3. ขนบธรรมเนียมหรือหลักปฏิบัติในทางการเมือง 4. การตีความโดยองค์กรที่มีอำนาจ 5. ข้อตกลงร่วมกันต่างๆ ฯ

88. ใครคือผู้นำสนับสนุนการจัดตั้งรัฐสวัสดิการในอิตาลี
(1) กรรมกร
(2) ปัญญาชนคนรุ่นใหม่
(3) นายทุน
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 47. ประกอบ

89. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบันมีรูปแบบการปกครองแบบใด
(1) ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดี
(2) ประชาธิปไตย
(3) เผด็จการอำนาจนิยม
(4) เผด็จการทหาร
(5) สังคมนิยม
ตอบ 5 (ความรู้ทั่วไป) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) ซึ่งก่อนได้รับเอกราชอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ โดยพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นองค์กรชี้นำประเทศ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดตั้งแต่การปกครองในระบอบสังคมนิยมเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1975

90. รัฐสภาในอังกฤษประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่
(1) สภาสามัญ-รัฐสภา
(2) สภาสามัญ-สภาขุนนาง
(3) สภาผู้แทนราษฎร-พฤฒิสภา
(4) สภาสามัญ-สภาองคมนตรี
(5) สภาสามัญ-ราชองครักษ์
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 31. ประกอบ

91. The State Law and Order Restoration Council : SLORC หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ยุคสล็อค” เป็นรูปแบบการปกครองของประเทศใด
(1) ฟิลิปปินส์ตะวันออก
(2) พม่า
(3) เวียดนาม
(4) กัมพูชา
(5) ลาว
ตอบ 2 (คำบรรยาย) ในอดีตพม่าหรือเมียนมามีรูปแบบการปกครองเป็นเผด็จการทหาร (Military Junta) ปกครองโดยรัฐบาลทหารและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council : SPDC) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการปกครองประเทศ โดยเดิมใช้ชื่อว่า “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” (The State Law and Order Restoration Council : SLORC) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ยุคสล็อค”

92. พระมหากษัตริย์อังกฤษนับถือศาสนาคริสต์นิกายใด
(1) Church of England
(2) Catholics
(3) Protestant
(4) Baptists
(5) Orthodox
ตอบ 1 หน้า 62 ในปัจจุบันอังกฤษไม่ได้บังคับเรื่องการนับถือศาสนา แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ยกเว้นสก็อตแลนด์ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (Church of England)

93. รัฐธรรมนูญของอินเดียกำหนดให้ผู้ใดเป็นประมุขแห่งรัฐ
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) นายกรัฐมนตรี
(3) พระมหากษัตริย์
(4) ประธานาธิบดี
(5) เยาวหราล เนห์รู
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 64. ประกอบ

94. ข้อใดถูกต้อง
(1) Federalist Papers เป็นเอกสารที่เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยทางตรง
(2) หลักการในการปกครองของรัฐธรรมนูญ อำนาจของมลรัฐมีเท่าที่ไม่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
(3) อำนาจของรัฐบาลกลางเป็นอำนาจที่นอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลกลาง
(4) การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นรูปแบบของมหาชนรัฐ
(5) การปกครองของสหรัฐอเมริกามีให้ผู้แทนเป็นผู้มีอำนาจอย่างเท่าเทียม
ตอบ 4 (เอกสารประกอบการสอน หน้า 58 – 60) ข้อความที่ถูกต้อง คือ
1. หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ (Federalism)
2. Federalist Papers เป็นเอกสารที่เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยทางอ้อม หรือแบบตัวแทนหรือสาธารณรัฐ (Republic)
3. อำนาจของรัฐบาลกลาง (Federal Government) สหรัฐอเมริกามีเท่าที่ไม่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
4. อำนาจของมลรัฐเป็นอำนาจที่นอกเหนือจากนั้นเป็นของรัฐบาลมลรัฐ (State Government)
5. การปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยทางอ้อมหรือแบบตัวแทนหรือรูปแบบมหาชนรัฐ คือ การปกครองที่ประชาชนเลือกผู้แทนเพื่อไปทำหน้าที่แทนตน

95. กลุ่มประเทศที่เรียกว่า The Commonwealth คืออะไร
(1) กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
(2) กลุ่มประเทศที่ใช้อำนาจเผด็จการอังกฤษ
(3) ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
(4) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพโดยสมัครใจ
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 4 หน้า 53, (คำบรรยาย) The Commonwealth (คือ) กลุ่มประเทศในเครือจักรภพ กลุ่มประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมอังกฤษมาก่อน ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ยังคงมีความผูกพันกับประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองโดยตรงแล้วก็ตาม ซึ่งความสัมพันธ์เป็นไปแบบสมัครใจของกลุ่มประเทศในเครือจักรภพ ได้แก่ ออสเตรเลีย บาฮามาส อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา แคนาดา มาเลเซีย เป็นต้น

96. ผลการศึกษาเปรียบเทียบก่อให้เกิด
(1) เรียนรู้โลกกว้างขึ้น
(2) ทำให้ทราบถึงความแตกต่างทางการปกครองของแต่ละรัฐ
(3) ทำให้ทราบถึงความเป็นมาและด้านลึกซึ้งยิ่งขึ้น
(4) ถูกทุกข้อ
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 1 – 3, (คำบรรยาย) การศึกษาเปรียบเทียบ ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้
1. ทำให้เรียนรู้โลกกว้างขึ้น และเรียนรู้ในแต่ละด้านลึกซึ้งยิ่งขึ้น
2. ทำให้รู้ถึงการใช้เหตุผลในการเปรียบเทียบ และมีแนววิเคราะห์ที่ชัดเจนขึ้น
3. ทำให้ทราบถึงความเหมือนและความแตกต่างในด้านต่างๆ เช่น การเมืองการปกครองของแต่ละรัฐ เป็นต้น

97. บุคคลใดไม่ได้เป็นนักคิดนักเขียนของอังกฤษ
(1) Hobbes
(2) Locke
(3) Hume
(4) Rousseau
(5) ผิดทุกข้อ
ตอบ 4 หน้า 53 นักคิดนักเขียนชาวอังกฤษมีอิทธิพลครอบงำความคิดทางการเมืองและสังคมในอังกฤษ และเป็นที่รู้จักกันในระดับโลกมากมาย เช่น Chaucer, Shakespeare, Milton, Shaw ตลอดจนนักปรัชญาที่สำคัญในแนวรัฐศาสตร์ เช่น Hobbes, Locke, Hume, Mill, Bentham, Russell เป็นต้น (ส่วน Rousseau เป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส)

98. อินเดียมีวิวัฒนาการของการจัดการบริหารประเทศในลักษณะตะวันตก โดยได้รับอิทธิพลมาจาก
(1) ประเทศฝรั่งเศส
(2) ประเทศเนเธอร์แลนด์
(3) ประเทศอังกฤษ
(4) ประเทศโปรตุเกส
(5) ประเทศสเปน
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ

99. รัฐธรรมนูญอินเดียกำหนดไว้ว่า ประธานาธิบดีจะมีวาระ
(1) 1 ปี
(2) 2 ปี
(3) 3 ปี
(4) 4 ปี
(5) 5 ปี
ตอบ 5 หน้า 296, 300 – 302 ประธานาธิบดีอินเดียได้รับการเลือกตั้งทางอ้อมจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งประกอบด้วย 1. ผู้แทนจากทั้งสองสภา คือ สภาล่างหรือโลกสภา (Lok Sabha) และสภาสูงหรือราชยสภา (Rajya Sabha) 2. ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ (State Legislative Assemblies) โดยประธานาธิบดีจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในวาระที่สองได้

100. พรรคการเมืองใดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอิตาลียาวนานถึงสามสิบกว่าปี
(1) ฟาสซิสต์ใหม่
(2) สังคมนิยม
(3) คริสเตียนเดโมแครต
(4) คอมมิวนิสต์
(5) เสรีนิยม
ตอบ 3 หน้า 176 -177, 184 – 185, (คำบรรยาย) พรรคคริสเตียนเดโมแครต (Christian Democratic Party) เป็นพรรคแนวกลางและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมในอิตาลีตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมาซึ่งมีอายุยาวนานถึง 30 กว่าปี โดยต่อมาพรรคนี้ได้ยุบตัวและแยกออกเป็น 2 พรรค คือ Popula Party และ Christian Democenter Center Party

 

POL3313 การบริหารการพัฒนา s/2561

สอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 3313 การบริหารการพัฒนา

คำสั่ง ข้อสอบมี 4 ข้อ ให้ทำทุกข้อ

ข้อ 1. ให้นักศึกษาอธิบายถึงการบริหารรัฐกิจในฐานะที่เป็นฐานความรู้ทางการบริหารการพัฒนาตามหัวข้อที่กำหนดพอสังเขป ดังนี้

1.1 สถาบันการของการบริหารรัฐกิจในปัจจุบัน

แนวคำตอบ (เอกสารหมายเลข 7 หน้า 1 – 2)

สถาบันการของการบริหารรัฐกิจในปัจจุบัน

จากปทานุกรมการบริหารรัฐกิจยุคใหม่ในหนังสือ Classic of Public Administration, 2005 จะพบว่า สถาบันภาพของการบริหารรัฐกิจได้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากปี ค.ศ. 1776 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1887 การบริหารรัฐกิจของอเมริกาถือกำเนิดขึ้นจากการวางรากฐานของกระบวนทัศน์เท่านั้น นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1887 เป็นต้นมา การบริหารรัฐกิจของอเมริกาก็เริ่มปรับตัวเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแบบเฉพาะที่แตกต่างจากประเทศยุโรป การบริหารรัฐกิจจึงค่อย ๆ แยกตัวออกจากรัฐศาสตร์การเมือง สถาบันภาพของการบริหารรัฐกิจในช่วงนี้อยู่ระหว่างการสร้างเอกลักษณ์กระบวนทัศน์ แนวคิดและทฤษฎีของตน ต่อมาได้มีการพบว่า ยิ่งการบริหารรัฐกิจแสวงหาความเป็นเอกลักษณ์ของตนเท่าใด ก็ยิ่งออกห่างจากความเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น เพราะการบริหารรัฐกิจมีลักษณะเป็นวิชาชีพที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐศาสตร์

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1887 – 1968 การบริหารรัฐกิจได้พัฒนาวิชาชีพของตน เพื่อรับใช้ระบบราชการได้อย่างกว้างขวาง ขอบข่ายของการบริหารรัฐกิจได้พัฒนาและขยายตัวออกจากขอบข่ายดั้งเดิมที่เป็นการบริหารงานบุคคล งานคลังและงานองค์การ โดยขยายเป็นการบริหารนโยบายการบริหารการพัฒนา การบริหารงบประมาณ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การบริหารแรงงานสัมพันธ์ การบริหารงานองค์การปกครองท้องถิ่น การบริหารงานตุลาการ การบริหารรัฐวิสาหกิจ การบริหารรัฐบาล และการบริหารความมั่นคงสาธารณะ

และในปี ค.ศ. 1968 ได้เกิดคลื่นลูกใหม่ในวงการบริหารรัฐกิจ พร้อมคัดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การบริหารรัฐกิจแนวใหม่ (New Public Administration) โดยนักวิชาการในกลุ่มนี้มุ่งเน้นความสนใจไปที่ความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากการเน้นประสิทธิผลและผลิตภาพของการบริหารจัดการ

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 เป็นต้นมา สถาบันภาพของการบริหารรัฐกิจก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่ง เพราะได้รับอิทธิพลจากนักวิชาการหลังยุคอุดม (Postmodern) ซึ่งอ้างว่า หลังยุคอุดมหรือหลังสมัยใหม่นี้หมายความว่า ความจริงย่อมแตกต่างไปตามเฉพาะแห่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็อาจมีชุดความจริงเป็นของตนเองด้วยกันทั้งนั้น และไม่มีระบบความเชื่อชุดใดชุดหนึ่งที่สามารถอธิบายความจริงได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรล้วนแต่เราต้องอาศัยความหลากหลายจากหลายฝ่าย การมีส่วนร่วม การเสริมพลังอำนาจ และการยอมให้มีทางเลือกต่าง ๆ ในการพิจารณาความเชื่อต่าง ๆ

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การถูกวิพากษ์วิธีคิด การใช้ระบบเหตุผล และการสร้างมาตรฐานสากลโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น ไม่สามารถเข้าถึงความจริงทั้งหลายที่มีอยู่ได้ เพราะฉะนี้เราจึงไม่ควรยึดมั่นวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจทุกเรื่อง แต่ต้องทำความเข้าใจร่วมกันในวัฒนธรรมที่ต่างกัน รวมถึงต้องไม่ควรมีการจัดรูปแบบความคิดหรือสร้างกฎเกณฑ์สากลครอบงำ แต่ควรจะยอมรับความแตกต่างและความขัดแย้งตามข้อเท็จจริง

แม้ว่าการบริหารรัฐกิจจะได้รับผลกระทบจากแนวคิดหลังยุค แต่สถานภาพของการบริหารรัฐกิจก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางหรือมุมมองของตนแต่อย่างใด ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการเชิงเทคนิคและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้มีการตั้งการจัดการ (Management) ให้เข้ามาแทนที่การจัดการภาครัฐ (Public Management) เพื่อเสริมสร้างหลักการบริหารการพัฒนาของการบริหารรัฐกิจซึ่งเห็นเด่นชัดขึ้นนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา โดยเฉพาะที่โดดเด่นมากก็คือ ผลงาน Reinventing Government ของ Osborne และ Gaebler ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1992 และผลงาน Productivity and Quality Management ของ Holzer ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1995

1.2 การแปลงความรู้ทางการบริหารรัฐกิจให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ

แนวคำตอบ (เอกสารหมายเลข 7 หน้า 5 – 7)

การแปลงความรู้ทางการบริหารรัฐกิจให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ

ความรู้ คือ สินทรัพย์ที่สำคัญขององค์การ ที่รัฐบาลจะต้องตระหนักถึงให้มากและสนใจที่จะนำไปใช้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายหรือขยายการวิจัยทางการบริหารแล้วก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้ลงทุนทำวิจัย เมืองมนุษย์ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาฐานความรู้ทางการบริหารรัฐกิจที่ได้ลงทุนไปแล้วจะต้องมีวิธีการที่จะแปลงฐานความรู้ทางการบริหารรัฐกิจให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจให้ได้ โดยการประกาศให้หน่วยราชการระดับกระทรวง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงฐานความรู้ทางการบริหารรัฐกิจให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจของกระทรวง โดยวิธีการดังนี้

1. การสร้างพลวัตเพื่อการแปลงความรู้ทางการบริหาร บริหารที่กระทรวงได้รับ จะต้องสามารถกระจายไปยังกระทรวง ลักษณะเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมข้าราชการในกระทรวงให้มีความเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ทางการบริหาร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างสูงและกินเวลานานพอสมควรกว่าที่กระทรวงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นกลายเป็นค่านิยมของข้าราชการในกระทรวง ปัจจัยที่สำคัญต่อการอำนวยในเรื่องนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการ คือ

1) ผู้บริหารระดับสูงต้องเป็นแบบอย่างของการแลกเปลี่ยนความรู้ทางการบริหาร

2) ต้องสร้างสภาพแวดล้อมของกระทรวงให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ทางการบริหารโดยแก้ไขระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ปิดกั้นการแลกเปลี่ยนและเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนในรูปแบบต่าง ๆ

2. การสื่อสารภายในกระทรวง การสื่อสารถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ข้าราชการทุกคนในกระทรวง เข้าใจสิ่งใกล้ตัวที่จะเกิดขึ้นว่า กระทรวงกำลังจะทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร จะทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร ถ้าระบบการสื่อสารของกระทรวงสามารถแปลงความรู้ทางการบริหารทุกชิ้นให้ทราบได้อย่างถ้วนหน้า ก็จะเป็นการเร่งเร้าให้ข้าราชการสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการริเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง กระทรวงต้องมีการวางแผนการสื่อสารอย่างเป็นระบบและทำการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ตราบใดที่กระทรวงต้องการให้ฐานความรู้ทางการบริหารสามารถแปลงเป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ

3. กระบวนการส่งผ่านความรู้ทางการบริหาร จะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะต้องเข้าใจในรูปแบบของการส่งผ่านความรู้ทางการบริหาร รูปแบบที่ว่านี้มี 2 ส่วน คือ

1) ความรู้ส่วนบุคคล (Tacit Knowledge) ความรู้ทางการบริหารที่อยู่ในตัวข้าราชการจะสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ดีที่สุดก็โดยผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการระดับสูงกับระดับล่าง ด้วยการสัมมนาบ้าง สัมมนาบ้าง หรือการฝึกอบรมข้าราชการบ้าง

2) ความรู้ขององค์การ (Explicit Knowledge) ความรู้ทางการบริหารขององค์การส่วนใหญ่ได้มีการสรุปเป็นระเบียบกฎเกณฑ์ คู่มือหรือข้อบังคับ ซึ่งควรปฏิบัติ ตาราตรึงและอื่น ๆ ซึ่งจัดเก็บอยู่ในเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้าราชการสามารถเรียกมาศึกษาได้ กระทรวงจึงต้องจัดทำ Knowledge Portal ซึ่งเป็นอินทราเน็ตของกระทรวง เพื่อให้สามารถส่งผ่านความรู้ทางการบริหารได้อย่างรวดเร็วทุกหน

4. การฝึกอบรมและการเรียนรู้ กระทรวงจะต้องจัดให้มีการเรียนรู้ทั้งนอกรูปแบบโดยผ่านทางอินทราเน็ตของกระทรวงและการเรียนรู้ในรูปแบบโดยผ่านทางการฝึกอบรมโดยเฉพาะกระทรวงต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการแปลงฐานความรู้ทางการบริหารให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจว่าจะทำได้อย่างไร การอบรมนี้จะช่วยให้ข้าราชการมองเห็นสิ่งที่พวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการแปลงฐานความรู้ทางการบริหารให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ

5. การวัดผลฐานความรู้ทางการบริหาร การวัดผลถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะมาช่วยบอกถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการแปลงฐานความรู้ทางการบริหารให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะช่วยให้กระทรวงสามารถทบทวนปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ และเชิดชูส่วนที่ดีให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้ผู้บริหารของกระทรวงย่อมต้องการที่จะเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแปลงฐานความรู้ทางการบริหารให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ เพื่อการตัดสินใจในการลงทุนสำหรับบริการเหล่านี้ให้เหมาะสมกับผลประโยชน์ที่ได้รับ อย่างไรก็ตามการวัดผลตอบแทนที่ได้จากการแปลงฐานความรู้ทางการบริหารให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ละเอียดและซับซ้อนมากเพราะการทำธุรกิจของกระทรวงส่วนใหญ่เป็นนามธรรมมากกว่ากายภาพ ซึ่งยากแก่การวัดผลตอบแทนของการบริหารในส่วนย่อยได้ แต่การวัดผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรมก็ทำได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องให้ผู้ชำนาญการเท่านั้นมิใช่คนในกระทรวงวัดผลกันเอง

6. การให้เกียรติและรางวัล การสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการแปลงฐานความรู้ทางการบริหารเป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจนั้น จะต้องสร้างตัวแบบของการจัดการ เพื่อโน้มน้าวนำข้าราชการให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ทางการบริหาร โดยเฉพาะแรงจูงใจที่เป็น “ประโยชน์” จะสามารถโน้มน้าวให้ข้าราชการในกระทรวงสนใจการแปลงฐานความรู้ โดยการแลกเปลี่ยนความรู้เท่านั้น ข้าราชการจำนวนไม่น้อยได้สละเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำสู่การประกาศเกียรติคุณและการให้รางวัลต่าง ๆ เมื่อถูกจัด “ใครทำใครได้” จะทำให้ข้าราชการมีกำลังใจที่จะทำเพราะได้ผลตอบแทนที่เด่นชัด นอกจากนั้นควรที่จะบูรณาการแรงจูงใจนี้เข้ากับระบบประเมินผลและการให้ค่าตอบแทน

การแปลงฐานความรู้ทางการบริหารรัฐกิจให้เป็นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ยาก ถ้ารัฐบาลต้องการที่จะพัฒนาระบบราชการให้เกิดรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจน คือการที่ระบบราชการสามารถเป็นเครื่องร้อนที่ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้ไปสู่เป้าหมายอย่างทันสถานการณ์ ประเทศชาติและครอบคลุมรอบด้าน

ข้อ 2. ให้นักศึกษาอธิบายถึงแนวคิดหลักของการสร้างเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติสำหรับบริษัทอเมริกาตามหัวข้อที่กำหนดพอสังเขป ดังนี้

2.1 การนำองค์กร
แนวคำตอบ (เอกสารหมายเลข 246 หน้า 4)

การนำองค์กร

เป็นวิธีบริหารที่ผู้นำระดับสูงนำมาใช้อย่างเป็นทางการ และอย่างไม่เป็นทางการทั่วทั้งองค์กร ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานและวิธีการที่ใช้ในการตัดสินใจเรื่องที่สำคัญ การสื่อสารและการนำไปปฏิบัติ รวมถึงโครงสร้างและกลไกในการตัดสินใจ การเลือกสรรและการพัฒนาผู้นำ รวมทั้งกระแสโครงสร้างค่านิยม พฤติกรรมที่มีจริยธรรม ทิศทางและความคาดหวังว่าด้านผลการดำเนินการ แนวคิดเกี่ยวกับการนำองค์กรมีลักษณะที่เป็นรูปธรรม ดังนี้

1. ผู้นำระดับสูงขององค์กรสามารถกำหนดทิศทางและสร้างองค์กรที่มุ่งเน้นลูกค้า ค่านิยมที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมทั้งกำหนดความคาดหวังขององค์กรให้มีความสมดุล

2. ผู้นำสามารถทำให้น่ามั่นใจว่ามีการจัดทำกลยุทธ์และวิธีการต่าง ๆ ในเรื่องการกระตุ้นให้นวัตกรรมสำหรับความรู้และความสามารถ

3. ผู้นำควรสร้างแรงบันดาลใจ จูงใจและกระตุ้นให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้อค์กรประสบความสำเร็จ มีการพัฒนา มีการเรียนรู้ มีนวัตกรรม และมีความคิดสร้างสรรค์

4. ผู้นำควรมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติการและผลการดำเนินการ

5. ผู้นำและผู้ตามปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี โดยมุ่งเน้นพฤติกรรมที่มีจริยธรรมในการทำงาน

6. ผู้นำสามารถเสริมสร้างจริยธรรม ค่านิยม และความคาดหวังขององค์กรไปพร้อม ๆ กับการสร้างภาวะผู้นำ ความมุ่งมั่นและความคิดริเริ่มให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร

2.2 การเรียนรู้ขององค์กรและบุคลากร

แนวคำตอบ (เอกสารหมายเลข 246 หน้า 5)

การเรียนรู้ขององค์กรและบุคลากร

เป็นการปรับปรุงแนวทางให้ดีขึ้น โดยใช้วงจรการประเมินผลและการปรับปรุง ซึ่งการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของแนวทางโดยใช้นวัตกรรม การแบ่งปันความรู้จากการปรับปรุงที่ดีขึ้นและนวัตกรรมกับหน่วยงานและกระบวนการอื่นที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร

การเรียนรู้เน้นความรู้หรือทักษะใหม่ที่ได้รับจากการประเมิน การศึกษาประสบการณ์ และนวัตกรรม ซึ่งประกอบกับการเรียนรู้ขององค์กรที่ได้มาจากการวิจัยและการพัฒนาวงจรการประเมินและการปรับปรุงความคิดและปัจจัยชี้นำอื่น ๆ จากบุคลากรและลูกค้าขององค์กร การแบ่งปันปฏิบัติที่ดีที่สุด เลิศและการจัดระดับเทียบเคียง ส่วนการเรียนรู้ของบุคลากรจะมาจากการศึกษา การฝึกอบรม และโอกาสในการพัฒนาเพื่อความเจริญก้าวหน้าของแต่ละบุคคล

การที่องค์กรจะบรรลุผลการดำเนินการที่เป็นเลิศได้ องค์กรจะต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ดีเป็นอย่างดีในเรื่องการเรียนรู้ขององค์กรและบุคลากร ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของแนวทางที่มีอยู่ และ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนำไปสู่เป้าหมายและแนวทางใหม่ ๆ โดยการเรียนรู้ขององค์กรและบุคลากรในองค์กร จะต้องถูกต้องปลูกฝังลงไปในทุกแนวทางที่องค์กรปฏิบัติการจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี

2.3 การมุ่งเน้นผลลัพธ์

แนวคำตอบ (เอกสารหมายเลข 246 หน้า 5 – 7)

การมุ่งเน้นผลลัพธ์
การมุ่งเน้นผลลัพธ์ จะหมายถึง การใช้ผลลัพธ์ขององค์กรเพื่อสนองคุณค่าและรักษาความสมดุลของคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย การใช้ผลลัพธ์นี้เกี่ยวข้องกับการมุ่งเน้นลูกค้า/ประชาชน การให้ความสำคัญกับบุคลากร และความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนี้

1. การมุ่งเน้นลูกค้า/ประชาชน เนื่องจากประชาชนเป็นผู้ตัดสินคุณภาพ และผลดำเนินการขององค์กร องค์กรจึงต้องคำนึงถึงรูปแบบ และคุณลักษณะทั้งหมดของผลิตภัณฑ์และบริการ

2. การให้ความสำคัญกับบุคลากร/พนักงานภายในองค์กร เป็นแนวทางการดำเนินการที่มุ่งสร้าง สนับสนุน และส่งเสริมให้พนักงานหรือบุคลากรมีความพึงพอใจในการทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของงานและความสำเร็จขององค์กร

3. การมุ่งเน้นอนาคต เป็นแนวทางการดำเนินการที่มีผลต่อความยั่งยืนขององค์กร โดยองค์กรจะต้องมีการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ การตลาด การเป็นผู้นำในตลาด และการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

4. ความรับผิดชอบต่อสังคม การบำเพ็ญตนเป็นพลเมืองดีเกี่ยวข้องกับการนำองค์กร และการสนับสนุนจุดประสงค์ที่สำคัญด้านสาธารณะ รวมถึงการปรับปรุงด้านการศึกษาและสุขอนามัยของชุมชน การทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น การอนุรักษ์ทรัพยากร การปรับปรุงวิธีปฏิบัติขององค์กรและอุตสาหกรรม และการแบ่งปันสารสนเทศที่ไม่เป็นความลับทางธุรกิจ

2.4 การจัดการองค์กร

แนวคำตอบ (เอกสารหมายเลข 246 หน้า 7)

การจัดการองค์กร
การจัดการองค์กร เป็นการจัดการกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการสร้างคุณค่าต่อลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้การจัดการองค์กรยังเน้นกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการด้านการเงินและการวางแผนให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักการจัดการองค์กรจะมีส่วนที่สำคัญ 3 ประการ คือ ความคล่องตัว นวัตกรรม และการใช้ข้อมูลจริง

ข้อ 3. จงอธิบายความหมายของการบริหารเพื่อการพัฒนา (Administration of Development : A of D) และการพัฒนาการบริหาร (Development of Administration : D of A) มาโดยละเอียด

แนวคำตอบ (หนังสือเลขพิมพ์ 43287 หน้า 95, 101), (หนังสือเลขพิมพ์ 55274 หน้า 17 – 20, 31), (คำบรรยาย)

ความหมายของการบริหารเพื่อการพัฒนา (Administration of Development : A of D)
การบริหารเพื่อการพัฒนา คือ การที่รัฐบาลมีนโยบายและโครงการพัฒนาขึ้น และต้องมีการจัดตั้งองค์การขึ้นมาเพื่อดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงบรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนา

การบริหารเพื่อการพัฒนา หมายถึง การนำเอาสมรรถนะหรือความสามารถที่มีอยู่ในระบบการบริหารมาเพื่อปฏิบัติตามนโยบาย แผน แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเจริญเติบโต ทั้งทางการบริหาร การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมโดยส่วนรวมของประเทศ

ความหมายของการพัฒนาการบริหาร (Development of Administration : D of A)
การพัฒนาการบริหาร หมายถึง การปรับปรุงกลไกในส่วนงานต่าง ๆ ของการบริหารงานเพื่อให้สามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและประหยัด

การพัฒนาการบริหาร หมายถึง การเพิ่มพูนสมรรถนะของการบริหารที่จะรับมือโดยไม่หยุดยั้งกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางในการสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และการเมือง

การพัฒนาการบริหาร คือ การที่รัฐบาลเมื่อมีการจัดตั้งองค์การขึ้นมาแล้วสามารถที่จะบริหารงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนา

ข้อ 4. จงอธิบายความหมายและองค์ประกอบของ “การพัฒนาการบริหาร (Development of Administration)” มาโดยละเอียด

แนวคำตอบ (หนังสือเลขพิมพ์ 43287 หน้า 101), (หนังสือเลขพิมพ์ 55274 หน้า 31, 51 – 58), (คำบรรยาย)

ความหมายของการพัฒนาการบริหาร (Development of Administration : D of A)

การพัฒนาการบริหาร หมายถึง การปรับปรุงกลไกส่วนงานต่าง ๆ ของการบริหารงานเพื่อให้สามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและประหยัด

การพัฒนาการบริหาร หมายถึง การเพิ่มพูนสมรรถนะของการบริหารที่จะรับมือโดยไม่หยุดยั้งกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางในการสร้างความก้าวหน้าทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และทางสังคม

การพัฒนาการบริหาร คือ การที่รัฐบาลเมื่อมีการจัดตั้งองค์การขึ้นมาแล้วสามารถที่จะบริหารงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนา

องค์ประกอบของการพัฒนาการบริหาร (Development of Administration)

ได้แก่การพิจารณาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบขององค์กร ซึ่งครอบคลุมทั้งโครงสร้างกระบวนการและพฤติกรรม โดยมีสาระสำคัญพอสรุปได้ ดังนี้

การพัฒนาโครงสร้างทางการบริหาร

โครงสร้างจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรมการทำงานของคนในองค์การ คือ เป็นทั้งสาเหตุและผลลัพธ์ของความไม่มีประสิทธิภาพของการบริหาร ซึ่งการที่แต่ละองค์การมีโครงสร้างที่แตกต่างกันไป ทำให้พฤติกรรมของคนในองค์การ ตลอดจนสัมฤทธิผลที่แตกต่างกันไปด้วย กล่าวคือ โครงสร้างในรูปแบบที่ไว้วางใจแล้ว ส่วนใหญ่มักจะจัดรูปแบบการบริหารในระบบปิด คือ ผู้ที่อยู่บนสุดมีจำนวนน้อยแต่จะมีอำนาจในการตัดสินใจมากที่สุด

สำหรับแนวคิดในการจัดองค์การยุคใหม่ คือ การจัดรูปแบบองค์การแนวราบ เป็นแนวแม่เหล็กหรือเครือข่ายสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารกันทันที อาจจะสามารถก้าวเข้าสู่ยุคการจัดองค์การโดยข้อมูลข่าวสาร แบบแนว Internal Market เช่น การตั้งผู้ว่า CEO ให้เป็นผู้การตลาดอำนาจหน้าที่การทำงานของท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นแบบประสานการพัฒนาระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อแปลงนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

แนวทางการพัฒนาโครงสร้างทางการบริหาร

1. การจัดโครงสร้างองค์การขึ้นใหม่ให้มีความคล่องตัวต่อภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

2. การจัดโครงสร้างองค์การมีการประสานงานในแนวนอนหรือแนวราบมากกว่าแนวตั้งโดยอาศัยหลาย ๆ วิธีการ เช่น การประสานความคิดความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง เป็นต้น

3. การจัดโครงสร้างให้มีการกระจายงาน การกระจายภารกิจให้องค์การระดับท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วย

4. การกำหนดให้มีมาตรฐานของงาน เช่น การกำหนดปริมาณและคุณภาพของการผลิตและการบริการ

5. การกำหนดขอบข่ายของอำนาจหน้าที่ และการกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน

6. กำหนดสายการบังคับบัญชาและระดับการบังคับบัญชาว่าบุคคลใดอยู่ในสายการบังคับบัญชาใด และในหน่วยงานหนึ่ง ๆ มีระดับการบังคับบัญชากี่ระดับ

การพัฒนากระบวนการทางการบริหาร

องค์การแต่ละแห่งมักจะมีโครงสร้างที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่กระบวนการทำงานหรือกระบวนการทำงานในองค์การจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งกระบวนการในการทำงานจะยึดตัวแบบได้แก่ กระบวนการทำงานของคนในองค์การ คือ การวางแผนงาน วิธีการสั่งการ การติดต่อสื่อสาร การประมาณการ การมอบหมายงาน การกำกับควบคุมงาน การตัดสินใจ และการสื่อข้อความ นอกจากนั้นในองค์การยังมีหน้าที่ปฏิบัติงานในองค์การ คือ เจ้าหน้าที่ในการบริหารงานบริหารส่วนบุคคล หน้าที่บริหารการเงินการคลัง ฯลฯ ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้จะมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการทำงานของคนในองค์การ เช่น องค์การใดใช้บุคคลเป็นผู้กำกับดูแลตรวจสอบการทำงานมากกว่าที่จะใช้กฎหมายระเบียบเพียงอย่างเดียว ก็จะมีการทำงานในหมู่คณะโดยตลอด เป็นต้น

แนวทางการพัฒนากระบวนการทางการบริหาร

1. หากมีการวิเคราะห์เส้นทางการเดินทางของงาน (Work Flow) แล้วพบว่ายังมีขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ก็ให้ตัดขั้นตอนนั้นทิ้ง เช่น การลดขั้นตอนการให้บริการเป็นแบบ One Stop Service เป็นต้น

2. พยายามทำให้งานง่ายขึ้น (Work Simplification) ด้วยการกำหนดเป้าหมายของการทำงานให้ชัดเจน หรือในเรื่องอื่น ๆ เช่น การสื่อสาร หากผู้ปฏิบัติการต้องมีการสื่อสาร หลายช่องทาง วิธีการบริหารจะมีการติดต่อสื่อสารกับผู้สั่งการให้มากขึ้น ก็จะช่วยให้การทำงานมีข้อบกพร่องน้อยลง

3. นอกจากมีการกระจายอำนาจที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการทำงานแล้ว ก็จำเป็นต้องมีหลักการประเมินอำนาจในการทำงานในส่วนกลางด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้มีการประเมินผลที่ซ้ำซ้อนกัน และเพื่อให้มีข้อมูลย้อนกลับไปทั้งในทางบวกและทางลบด้วยตนเอง

4. กำหนดตัวชี้วัดผลการทำงานให้เห็นชัดทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อเป็นมาตรฐานของการปฏิบัติงาน

การพัฒนาพฤติกรรมของบุคคลในระบบบริหาร

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือกระบวนการทำงาน และอาศัยเทคนิควิธีการที่ซับซ้อนกว่าด้านอื่น ๆ เพราะเกี่ยวข้องกับตัวแปรที่มองไม่เห็นที่อยู่ในตัวบุคคลที่แตกต่างกัน (โดยเฉพาะตัวแปรเชิงจิตวิทยาสังคม) นับตั้งแต่แรงจูงใจของปัจเจกชน ทัศนคติ การรับรู้ แรงจูงใจ แรงจูงใจของคนในกลุ่ม ค่านิยมขององค์กร และค่านิยมของสังคม บรรยากาศการทำงาน ตลอดจนสถานการณ์ภายนอกที่เป็นปัจจัยกำหนดพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ในองค์การ ดังนั้นการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงตัวแปรแต่ละตัวต้องใช้เวลานานกว่าในด้านอื่น ๆ

แนวทางในการพัฒนาพฤติกรรมของบุคคลในระบบบริหาร

1. การส่งเสริมความสามารถในการตัดสินใจให้แก่ผู้บริหาร ได้แก่ การจัดให้มีแหล่งข้อมูลข่าวสารให้กับผู้บริหาร เพื่อให้ผู้บริหารสามารถเรียกข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจได้ทันการณ์

2. การเสริมสร้างทักษะให้แก่ผู้บริหาร ได้แก่ การจัดให้มีการฝึกอบรมระดับผู้บริหาร โดยเน้นการอบรมความรู้ทั่วไป ไปจนถึงความรู้เฉพาะทาง

3. การส่งเสริมการประสานงานให้แก่ผู้บริหาร โดยเน้นที่การประสานงานกับองค์การภายนอก

4. การกำหนดคุณลักษณะของเจ้าหน้าที่นักเปลี่ยนแปลง (Change Agent) หรือผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนักบริหารการพัฒนา ได้แก่

1) ต้องเป็นนักกระตือรือร้นและมองโลกในแง่ดี (Active and Optimist)

2) ต้องเป็นนักการสื่อสารที่ดี พูดจาเข้าใจง่าย พร้อมที่จะรับฟังข่าวสารจากภายนอก

3) ต้องเป็นนักโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดี สามารถระดมความร่วมมือได้ จูงใจคนได้

4) ต้องมีบุคลิกภาพการเป็นผู้นำ

5) ต้องเป็นผู้ที่สนใจใฝ่หาข้อเท็จจริงและข่าวสารข้อมูล

6) ต้องเป็นผู้ที่กล้าคิดกล้าทำ หรือริเริ่ม

7) ควรเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมหรือมีความมุ่งมั่นในการพัฒนา