RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 1/2568

แนวข้อสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2568
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Directions: Choose the best answer.
Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

1. They postponed the meeting __________ the weather forecast predicted rain.
1. so
2. because
3. therefore
4. because of
ตอบ 2 เติมคำเชื่อมความ เป็นข้อสอบที่มีออกทุกเทอม ซึ่งจะต้องดูประโยคทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง และต้องรู้ความหมายและการใช้ของคำเชื่อมความแต่ละตัวด้วย
โจทย์ “พวกเขาเลื่อนการประชุมเพราะว่าพยากรณ์อากาศทำนายว่าฝนจะตก”
1. so = ดังนั้น ต้องตามด้วยผลลัพธ์เช่น It rained, so they postponed the meeting.
2. because = เพราะว่า ใช้ตามด้วยประโยค (ประธาน + กริยา) อย่างโจทย์มีประธานคือ the weather forecast และกริยา คือ predicted ซึ่งเป็นประโยค เติม because ถูกต้อง
3. therefore = ดังนั้น เป็นคำเชื่อมระหว่างประโยค ไม่ใช้ต่อจากประโยคเดียวแบบนี้ นั่นคือจะใช้ตัวเชื่อมนี้ มักมีเครื่องหมาย semi-colon (;) คั่นหน้า ก็คือ ; therefore, แบบนี้
4. because of = เนื่องจาก เพราะว่า ต้องตามด้วยคำนาม/วลี ไม่ใช่ประโยค เช่น because of the rain forecast คือกลุ่มคำ ไม่ใช่ประโยค ถ้าเป็นประโยค ก็คือ because ตามที่ตอบตัวเลือกข้อ 2

2. Sarah __________ her term paper when the computer suddenly crashed.
1. will print
2. has printed
3. is printing
4. was printing
ตอบ 4 วิธีตอบแบบสั้น ๆ รวดเร็วก็คือเห็นกริยาอดีต crashed เป็น V2 อดีต แสดงว่าส่วนหน้าก็ต้องตามอดีตตามด้วย ก็คาดเดาได้เลยในตัวเลือกมีรูปอดีตอันเดียวคือ was printing (เป็น Past Continuous Tense)
โจทย์เป็น 2 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีตใช้ Past Continuous Tense (was/were + V-ing) และอีกเหตุการณ์เกิดตามมาใช้ Past Simple Tense (V2 ให้มา)
หรือดูสูตรการใช้ when มีดังนี้
1. S + V2 + when + S + V2
2. S + was/were + Ving + when + S + V2
3. S + had V3 + when + S + V2
ตรงแบบที่ 2 ตอบ was printing ให้มา crashed

3. This is not __________ book, __________ is red.
1. mine; my
2. my, mine
3. their, their
4. him, his
ตอบ 2 บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun)

รูปประธาน รูปกรรม Possessive adjective (มีคำนามตามหลัง) Possessive Pronoun (ไม่มีคำนามตามหลัง) สะท้อนตัวเอง
I me my mine myself
you you your yours yourself
he him his his himself
she her her hers herself
they them their theirs themselves
we us our ours ourselves
it it its its itself

คำสรรพนามแสดงเจ้าของมีแถว 3 และแถว 4 ที่ใช้ต่างกันคือ ดูโจทย์มีคำนามอยู่ด้านขวามั้ย ถ้ามีใช้แถว 3 ถ้าไม่มีคำนาม ใช้แถว 4 เช่น
– This is my book. This book is mine. (my + นาม) ส่วน mine ไม่มีคำนามสามารถอยู่ท้ายประโยคหรือต้นประโยคได้
– This is not my book, mine is red. (mine ใช้ mine เพราะไม่มีคำนามตามหลัง)
– This is my book. Yours is over there. (ใช้ Yours ไม่มีคำนามตาม ซึ่ง yours ละมาจากคำว่า your book แต่เนื่องจากมีคำว่า book หน้าประโยคแล้ว ไม่ต้องกล่าวซ้ำจึงใช้ yours แทนเป็นการละคำนาม)

4. Lisa, did you paint this picture by __________ ?
1. itself
2. himself
3. yourself
4. herself
ตอบ 3 เป็นการใช้สรรพนามสะท้อนตัวเอง โดยประโยคผู้พูดถามถึงลิซ่า และใช้สรรพนาม you แทนลิซ่า ก็สะท้อนกลับเป็น yourself ดูตัวอย่างอื่นเพิ่มเติม
– Tom and Ann blamed themselves for the accident. (ทอมและแอนโทษตัวเองเรื่องอุบัติเหตุ)
– I made the cake myself.
– She blamed herself for the accident.

5. Our train to Paris __________ at 3.45 p.m.
1. has to depart
2. departs
3. has departed
4. shall depart
ตอบ 2 Present Simple Tense (V1) มักใช้กับตารางเวลา /กำหนดการที่แน่นอน เช่น
– The bus leaves at 10 a.m. (รถประจำทางออกเวลา 10 โมง)
ข้อนี้ก็เช่นกันใช้ รถไฟ(train) ออก จึงตอบ departs

6. Henry skipped breakfast; __________, he felt tired and hungry by mid-morning.
1. as a result
2. in order to
3. so
4. since
ตอบ 1 เติมคำเชื่อม หากเดาอย่างเร็วว่าคำเชื่อมไหนที่ใช้กับเครื่องหมาย semi-colon ( 😉 ข้างหน้าได้ก็คือ as a result = ผลลัพธ์ ผลที่ตามมา
โจทย์ “เฮนรี่ไม่ทานอาหารเช้า ผลก็คือ เขารู้สึกเหนื่อยและหิวในช่วงสาย ๆ”
1. as a result = ผลลัพธ์ ใช้เชื่อมประโยคที่บอกเหตุและผล จึงถูกต้อง
2. in order to = เพื่อที่จะ ตามด้วยกริยา เช่น in order to finish homework. (เพื่อที่จะทำการบ้านให้เสร็จ)
3. so = ดังนั้น ใช้ได้แต่จะใช้กับเครื่องหมายคอมม่า ( , ) ข้างหน้า เช่น ……, so he felt..
4. since = เพราะว่า , ตั้งแต่ ไม่เข้ากับประโยคนี้
หมายเหตุ คำเชื่อม so, for, but, yet, and, nor, or จะมีเครื่องหมายคอมม่าข้างหน้า ( , ) และ ; ________, เช่น คำเชื่อม therefore, as a result, meanwhile, however, nevertheless เป็นต้น

7. Sofia is __________ good girl.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 1 เป็นคำนำหน้าคำนาม
1. “a” ใช้คำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ ที่ขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ หมายถึง สิ่งหนึ่ง คนหนึ่ง โดยทั่วไป เช่น a cat, a dog, a person, a good girl (เด็กดี)
2. “an” นำหน้านามที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ (a, e, i, o, u) เช่น an apple, an interesting book
3. “the” ใช้เมื่อพูดถึงสิ่งที่ชัดเจาะจง รู้กันแล้ว -> แต่ประโยคนี้เป็นการกล่าวทั่วไป
4. (blank) -> ถ้าไม่ใส่ article เลย ประโยคจะไม่ถูกหลัก เพราะ good girl เป็นนามนับได้จะต้องมี article นำหน้า

8. While Tom was driving home, he stopped __________ some groceries.
1. buying
2. buy
3. to buy
4. buys
ตอบ 3 ขณะที่ทอมกำลังขับรถกลับบ้าน เขาแวะหยุดเพื่อซื้อของชำ
กริยา stop ตามได้ 2 แบบ ดังนี้
1. stop + V-ing = หยุดการกระทำบางอย่าง เช่น He stopped smoking. (เขาเลิกสูบบุหรี่)
2. stop + to V1 = หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อไปทำอีกสิ่งหนึ่ง เช่น He stopped to smoke. (เขาหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อสูบบุหรี่)
ในประโยคนี้ Tom หยุดรถ เพื่อไปซื้อของ จึงใช้ to buy

9. The concert doesn’t start at 5.30, __________ ?
1. does the concert
2. didn’t the concert
3. does it
4. did it
ตอบ 3 เป็นเรื่อง question tag ประโยคคำถามแล้วให้ตอบส่วนท้าย โดยมีหลักว่า
ถ้าประโยคหลักข้างหน้าเป็นบอกเล่า ส่วน tag ท้ายจะเป็นปฏิเสธรูปย่อ
ถ้าประโยคหลักข้างหน้าเป็นปฏิเสธ ส่วน tag ท้ายจะเป็นบอกเล่า
และมีให้พิจารณาอยู่ 2 ประเด็นคือ 1. เรื่องกริยา 2. เรื่องสรรพนาม
ข้อนี้ประโยคหลักให้ปฏิเสธรูปย่อมา doesn’t = does not ฉะนั้นส่วนท้ายเป็น does
และประธานเป็นสิ่งของ The concert (คอนเสิร์ต) ใช้สรรพนาม it แทน
รวมกันจึงตอบ does it ดูตัวอย่างอื่นเพิ่มเติม มีข้อยกเว้นก็มีนะคะ
– Jane will be here soon, won’t she?
– There was a lot of rain, wasn’t there?
– Maggi won’t be late, will she?
– I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I
– I am not late, am I?
กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณีนะคะ ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)
– Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we
– Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you

10. Britain is __________ than Italy.
1. cold
2. the cold
3. colder
4. the coldest
ตอบ 3 เป็นการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมีหลักอยู่ 3 ขั้นคือ
1. ขั้นธรรมดา เปรียบเทียบเท่ากันใช้ as………..as ตรงกลางต้องใส่ขั้นธรรมดา
2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบของ 2 อย่าง/คน/สิ่ง เช่นเจอคำว่า of the two หรือ ……than (ออกทุกเทอมนะ) เห็น than ให้ตอบข้างหน้าขั้นกว่าได้เลย
3. ขั้นสุด เป็นการเปรียบเทียบของ 3 สิ่ง/อย่าง/คนหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป มีให้สังเกต เช่นเจอคำว่า of all (ของทั้งหมด), in + สถานที่ เช่น in the village (ในหมู่บ้าน เปรียบเทียบกับกลุ่มคนทั้งหมู่บ้าน) in the world (ในโลก) in the family (ใน ครอบครัว) , of the three , หรือคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) I’ve ever met (เท่าที่ฉันเคยเจอ) ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด
ข้อนี้มี than ง่ายมากกกก ตอบขั้นกว่าได้เลย ดูคุณศัพท์ให้มาคือ cold เป็นพยางค์เดียว ใส่ -er จึงตอบ colder

11. How __________ money do you have?
1. a lot
2. much
3. many
4. little
ตอบ 2 เติมคำบอกปริมาณนำหน้าคำนาม อันดับแรกให้ดูว่าให้คำนามประเภทไหนมาก่อน โดยให้มาคำนาม money เป็นคำนามนับไม่ได้ ต้องใช้ much ใช้ได้ทั้งประโยคคำถาม/ปฏิเสธ เช่น
– How much money do you have? (คุณมีเงินเท่าไหร่?) จึงตอบข้อ 2
1. a lot จะใช้เต็มว่า a lot of และไม่ใช้ตามหลัง How จะนิยมใช้ในประโยคบอกเล่า
3. many + คำนามนับได้พหูพจน์เสมอ เช่น many books
4. little + คำนามนับไม่ได้ แปลว่า “น้อย” ใช้ในประโยคบอกเล่า เช่น I have little money. (มีเงินน้อย)

12. __________ challenges did you overcome last year?
1. What
2. Who
3. Why
4. How
ตอบ 1 เป็น Wh-question ในประโยคคำถาม ซึ่งถามเกี่ยวกับ สิ่งที่เอาชนะได้ (challenges = อุปสรรค)
ต้องใช้คำถามที่ถามถึงสิ่ง/เรื่องราว จากโจทย์ (ปีที่แล้วคุณเอาชนะอุปสรรคอะไรบ้าง?)
1. What = อะไร ใช้ถามสิ่งของ เรื่องราว
2. Who = ใคร ใช้ถามคน
3. Why = ทำไม ใช้ถามเหตุผล ต้องตามด้วยประโยค เช่น Why did you overcome challenges?
4. How = อย่างไร ใช้ถามวิธีการ เช่น How did you overcome the challenges? คุณเอาชนะอุปสรรคได้อย่างไร?)

13. The plants need __________ twice a week during the dry season.
1. water
2. waters
3. watering
4. to water
ตอบ 3 กริยา need เมื่อใช้กับประธานถูกกระทำ จะใช้โครงสร้าง need + Ving หรือ need to be +V3
– The plants need watering twice a week. (พืชต้องการการรดน้ำสัปดาห์ละสองครั้ง) หรือได้อีกแบบ
– The plants need to be watered twice a week.

14. I know you worked overtime yesterday. You __________ exhausted today.
1. must be
2. can have been
3. shall be
4. should have been
ตอบ 1 เรื่องกริยาช่วย
1. must be ใช้เพื่อเดา/สรุปอย่างมั่นใจในปัจจุบัน “คุณต้องเหนื่อยแน่ ๆ วันนี้” แสดง “ต้อง”
2. can have been ไม่ถูก ต้องเป็น could have been (ความเป็นไปได้ในอดีต) แสดง “น่าจะ”
3. shall be ใช้กับอนาคต “จะเป็น” ไม่เข้ากับโจทย์นี้
4. should have been พูดถึงอดีต “ควรจะ” “ควรจะเหนื่อยเมื่อวาน” ไม่เข้ากับ today วันนี้

15. Kevin will have his apartment __________ before his parents visit.
1. clean
2. cleaned
3. to clean
4. cleaning
ตอบ 2 เป็นโครงสร้างในเรื่อง Passive Voice โดยใช้ในรูปของ Verb to have
have/ has/had มีออกบ่อย 2 แบบคือ ดูสูตร
1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3
2. S + has/have/had + คน + V1
จากโจทย์ have + his apartment (อพาร์ทเมนต์) สิ่งของ ตอบกริยาช่องที่ 3 = cleaned ดูตัวอย่างอื่น
เช่น Jack has his clothes washed by his elder sister. (his clothes ตอบ V3)

16. He began playing __________ saxophone when he was 15.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าคำนามที่เป็นเครื่องดนตรี เช่น เช่น the guitar, the violin, the piano, the flute (ขลุ่ย), the trumpet, the xylophone (ระนาด), the saxophone (แซกโซโฟน), the drum (กลอง)

17. They had __________ money to spend.
1. little
2. lot
3. few
4. many
ตอบ 1 คำนำหน้าคำนาม มีหลักการโดยดูคำนามที่ให้มาคือ money (เงิน) เป็นคำนามนับไม่ได้
1. little = “น้อย” แทบไม่มี ใช้กับคำนามนับไม่ได้ คือ little money มีเงินน้อยมาก
2. lot ต้องใช้รูปเต็มคือ a lot of หรือ lots of จึงจะถูก
3. few = “น้อย” ใช้นำหน้าคำนามพหูพจน์เสมอ เช่น few friends เพื่อนน้อย
4. many = “จำนวนมาก” ใช้นำหน้าคำนามนับได้พหูพจน์ เช่น many friends, many people

18. Sam is __________ man I’ve ever met.
1. handsome
2. the most handsome
3. more handsome
4. the more handsome
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ เมื่อเจอคำว่า I’ve ever met (เท่าที่ฉันเคยเจอ) แสดงถึงที่สุด ตอบขั้นสุด จากคุณศัพท์ (adj.) handsome สองพยางค์ทำเป็นขั้นสุดใช้ most นำหน้าและมี the ด้วย จึงตอบ the most handsome man

19. This is __________ pen I bought yesterday.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าคำนามเมื่อพูดถึงสิ่งที่ผู้พูดและผู้ฟัง รู้จักชัดเจน หรือ ถูกกล่าวถึงชี้เฉพาะเจาะจง อย่างข้อนี้เจาะจงว่าเป็นปากกาด้ามที่ซื้อเมื่อวาน คำที่ตามหลังคำนามอาจมีอนุประโยคที่มี that, which ขยายด้วย อย่างข้อนี้ มาจาก the pen that/which I bought yesterday. แต่ละ that/which ออกก็ได้

20. Almost no students object to __________ homework during holidays.
1. getting not
2. not gotten
3. do not get
4. not getting
ตอบ 4 สำนวนต่อไปนี้ ให้ตามด้วย Ving ได้แก่
can’t bear, can’t stand, can’t resist, can’t help, have a good time, have a hard time, look forward to, object to, adjust to, devote to, it’s no good, it’s worth, be accustomed to, be opposed to, be/get used to, be subjected to, it’ no use, have a difficult time + Ving
– He can’t help falling in love with her.
– He is accustomed to staying up late at night.
– It’ s no use asking him questions because he never answers them.
– object to + Ving คือ getting และมี not ให้เอา not ไว้หน้า Ving จึงตอบ not getting

21. I need __________ umbrella because it’s raining.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ ใช้ “an” นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ (a, e, i, o, u) เช่น an egg, an umbrella, an elephant, an interesting book, an ant

22. Don’t take all the strawberries. Just have __________ .
1. a lots
2. little
3. a few
4. the most
ตอบ 3 คำนำหน้าคำนาม
1. a lots ผิดรูป ต้องเป็น a lot (of) และใช้กับนามนับได้/นับไม่ได้ แต่ตรงนี้ไม่ใช่รูปที่ถูก
2. little ใช้กับนามนับไม่ได้ เช่น water, money แต่ที่โจทย์ใช้ strawberries เป็นนามนับได้พหูพจน์
3. a few ใช้กับนามนับได้พหูพจน์ เช่น a few strawberries จึงถูกต้อง
4. the most = “มากที่สุด” ใช้กับการเปรียบเทียบขั้นสุด แต่ประโยคนี้ไม่ได้เปรียบเทียบจึงใช้ไม่ได้

23. The reports have to __________ before the next class meeting.
1. be graded
2. grading
3. grade
4. graded
ตอบ 1 เป็นกริยาช่วย must, can, should, have to โดยโครงสร้าง have to + V1 แต่มีประธาน “The reports” (รายงาน) เป็นสิ่งของจะถูกกระทำ ต้องใช้ Passive Voice โครงสร้าง have to be + V3 ฉะนั้น ที่ถูกต้องคือ have to be graded ดูกริยาช่วยตัวอื่นเพิ่มเติม เมื่อประธานเป็นสิ่งของ
– The homework must be done today. (must be + V3)
– These forms have to be signed.

24. This blue dress __________ perfect on you.
1. stays
2. looks
3. remains
4. becomes
ตอบ 2 ดูตัวเลือกล้วนเป็นกริยา linking verb คือ กริยาที่มักแสดงรู้สึกเช่น look, seem, feel, taste, smell, sound ตามด้วยคุณศัพท์ ในที่นี้คือ perfect (adj.) เลือกกริยาที่เข้ากับประโยคได้
1. stays = คงอยู่, อยู่ตัว ใช้กับสถานะต่อเนื่อง เช่น The room stays clean.
2. looks = ดู ดูเหมือน ใช้กับความรู้สึก เช่น You look happy. (คุณดูมีความสุข) และเข้ากับ perfect โจทย์ “ชุดสีน้ำเงินดูดีมากบนตัวคุณ” ได้ looks perfect = ดูดี
3. remains = ยังคง ใกล้เคียงกับ stays เช่น He remains calm.
4. becomes = กลายเป็น เช่น She became famous.

25. I __________ an interesting movie last weekend.
1. see
2. have seen
3. saw
4. will see
ตอบ 3 ใช้ Past Simple Tense ( S + V2) แสดงถึงเหตุการณ์ที่สิ้นสุดลงไปแล้วในอดีตหรือเป็นการเล่าเรื่องราวในอดีต มักจะมีคำบอกเวลา เช่น yesterday, ago, in + ปีอดีต เช่น in 1989, in the past, last + เวลา เช่น last year, last night, last summer, last Sunday เป็นต้น จากโจทย์มีคำบอกเวลาท้ายประโยคคือ last weekend (สุดสัปดาห์ที่แล้ว) จึงตอบ saw (V2)

26. Pamela didn’t attend the party, __________ she had to prepare for an exam.
1. although
2. so
3. besides
4. for
ตอบ 4 “พาเมล่าไม่ได้ไปงานเลี้ยง เพราะว่าเธอต้องเตรียมสอบ”
1. although = แม้ว่า ใช้เชื่อมประโยคตรงข้ามกัน เช่น Although she was tired, she finished her homework. (แม้ว่าเธอจะพยายามแต่ในที่สุดเธอก็เสร็จการบ้านของเธอ)
2. so = ดังนั้น ใช้บอกผล เช่น She was sick, so she stayed home. (เธอไม่สบาย ดังนั้นเธอพักอยู่บ้าน)
3. besides = นอกจากนั้น -> ไม่ใช่เชื่อมเหตุผล แต่เพิ่มข้อมูลเพิ่มเติม
4. for = เพราะว่า / เนื่องจาก (เชื่อมเหตุผล) ความหมายเหมือน because ใช้ for ข้างหน้ามีคอมม่า ( , )

27. Tom is __________ in his class.
1. the tallest
2. tall
3. more tall
4. the tall
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ เมื่อเราเจอคำว่า in + สถานที่ ให้ตอบขั้นสุด “ที่สุดใน…นั้น” จาก tall เป็น tallest และมี the ข้างหน้า ตอบข้อ 1

28. If you had the skills, you __________ a better job.
1. get
2. could get
3. had bought
4. will get
ตอบ 2 ดูสูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ

  1. If S + V1 , S + V1

  2. If S + V1 , S + will V1

  3. If S + V2 , S + would/could + V1

  4. If S + had V3 , S + would have V3

การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น

  1. S + V1 if/unless S + V1

  2. S + will/can V1 if/unless S + V1

  3. S + would V1 if/unless S + V2

  4. S + would have V3 if/unless S + had V3

ตรงกับสูตรที่ 3 If ต้นประโยค เมื่อเราเห็น had ซึ่งเป็นกริยาช่องที่ 3 ดังนั้นส่วนหลังตอบ would/could + V1 = could get

29. I’m supposed to be here at 7 a.m., __________ I?
1. am not
2. did not
3. aren’t
4. don’t
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ เรื่อง tag ส่วนท้าย ให้ดูประโยคหลักส่วนหน้าคือ I’m ย่อมาจาก I am ทำส่วนท้าย จะยกเว้นใช้ตัวย่อคือ aren’t แทน เพราะ amn’t ไม่ถูกโครงสร้าง

30. “Do well” is __________ than “say well.”
1. good
2. better
3. as good
4. the best
ตอบ 2 เมื่อเจอคำว่า than ให้ตอบขั้นกว่า และคุณศัพท์ที่ให้มาคือ good ทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุด คำนี้จะเปลี่ยนรูปเป็น good better best ดังนั้นจึงตอบ better

31. Where are Mike and Jenny? Are __________ in the library?
1. them
2. theirs
3. their
4. they
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ
1. them = สรรพนามรูปกรรม เช่น I saw them.
2. theirs = แสดงเจ้าของ (ของพวกเขา) เช่น This book is theirs.
3. their = แสดงเจ้าของมีคำนามตามหลัง เช่น their books
4. they = รูปประธาน ใช้แทน Mike and Jenny ในประโยคคำถาม ใช้ Are they in the library? ลองทำบอกเล่า จะเป็น they are in the library. รูปประธาน they ตามด้วยกริยา จึงถูกต้อง

32. __________ study at the university downtown.
1. We
2. Them
3. Our
4. Theirs
ตอบ 1 ประโยคนี้ให้ตอบต้นประโยค ก็คือรูปประธาน เพราะเราเห็นคำกริยา study แสดงว่าตอบ We

33. She is __________ singer I know.
1. bad
2. worse
3. the worst
4. more worse
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 10. และ 30. ประกอบ เห็นคำว่า I know (เท่าที่ฉันรู้จัก) ตอบขั้นสุด ด้วยคุณศัพท์ที่เปลี่ยนรูปจาก bad ขั้นสุดจึงตอบ the worst

34. J.K. Rowling’s new novel is worth __________ .
1. to read
2. reading
3. to be read
4. read
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 20. ประกอบ worth + Ving จึงตอบ reading

35. I __________ you at the café in ten minutes.
1. saw
2. am seen
3. will see
4. have seen
ตอบ 3 ใช้ Future Simple Tense (S + will/shall + V1) กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต มักมีคำบอกเวลา เช่น next + เวลา เช่น next month, next Sunday, tomorrow (พรุ่งนี้), soon (ในไม่ช้า), in + ช่วงเวลา เช่น in five minutes (ใน 5 นาที) เป็นต้น ฉะนั้นข้อนี้มีคำบอกใบ้คือ in ten minutes (ใน 10 นาที) เป็นอนาคต จึงตอบ will see

36. A mother’s voice is __________ sound in the world.
1. beautiful
2. more beautiful
3. beautiful that
4. the most beautiful
ตอบ 4 คำอธิบายข้อ 10. ประกอบ เห็นคำว่า in the world (ในโลก) ตอบขั้นสุด จากคุณศัพท์ beautiful หลายพยางค์ใช้ the most นำหน้า

37. __________ you a student, studying at RU?
1. Do
2. Are
3. Have
4. Can
ตอบ 2 ใช้ be verb + คำนาม/คุณศัพท์ แสดงสถานะหรือลักษณะ เช่น
– He is a doctor. (เขาเป็นแพทย์) หลัง verb to be (is) ตามด้วยคำนาม เหมือนข้อนี้ ประธาน You ใช้คู่กริยา are = You are a student… ทำเป็นคำถาม Are you a student…?
1. Do you a student..:? ไม่ถูกต้อง หากใช้ Do หลังประธานตามด้วยกริยาหลัก เช่น Do you know…?
3. Have you a student..? ไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นคำถามต้องใช้ Do you have…?
4. Can you a student…? ผิดหลัก เพราะ can ต้องตามด้วยกริยา เช่น Can you swim?

38. If I had more time, I __________ more books.
1. will buy
2. am buying
3. had bought
4. would buy
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 28. ประกอบ (If S + V2 , S + would/could + V1)

39. Amanda couldn’t concentrate on her work because of the __________ noise.
1. dripping
2. drip
3. dripped
4. drips
ตอบ 1 ใช้ Verb + ing สามารถทำหน้าที่เป็น adjective ได้ ขยายนามหน้าคำนาม เช่น
– a barking dog (หมาที่กำลังเห่า)
– a shining star (ดาวที่กำลังส่องแสง) ข้อนี้ก็เช่นกัน
1. dripping ใช้เป็น Ving คุณศัพท์ ขยาย noise -> the dripping noise (เสียงหยดน้ำต่อเนื่อง) ถูกต้อง
2. drip -> เป็นคำนามได้ (the drip of water) แต่ถ้าใช้ว่า the drip noise จะไม่ถูก
3. dripped -> รูป V2 – V3 ของกริยา drip ไม่สามารถขยาย noise ได้ตรงนี้
4. drips -> พหูพจน์ของ drip แต่ประโยคใช้ the … noise (เอกพจน์) จึงใช้คำนี้ไม่ถูกต้อง

40. I live in __________ old house with __________ blue door but no windows.
1. a; n
2. an; a
3. a; a
4. an; an
ตอบ 2 ช่องแรก old house คำว่า old เริ่มต้นด้วยสระ (o) -> ต้องใช้ an
ช่องสอง: blue door -> คำว่า blue เริ่มต้นด้วยพยัญชนะ (b) -> ต้องใช้ a
ดังนั้นคำตอบคือ an old house … a blue door

41. You __________ no worry about dinner. I’ve already prepared everything.
1. should
2. must
3. need
4. could
ตอบ 3 ประโยคนี้ต้องการสื่อว่า “ไม่จำเป็นต้องกังวล”
ใช้โครงสร้าง need + no + คำนาม เช่น need no worry = don’t need to worry
นั่นคือ need ตามด้วยคำนามได้ ส่วนตัวเลือกอื่นกริยาช่วย should, must, could จะต้องตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ จึงไม่ถูกต้อง

42. __________ bought a new laptop for college yesterday.
1. Mine
2. Me
3. His
4. He
ตอบ 4 ลักษณะเดียวกับข้อ 32. คือ ต้นประโยคให้ตอบรูปประธาน คือ He แล้วตามด้วยกริยา bought

43. If Sarah __________ more confident, she could give better presentations.
1. is
2. will be
3. were
4. would be
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 28. ประกอบ เรื่อง If สูตรที่ 3 (If S + V2 , S + would/could + V1) ส่วนหลังให้มาแล้ว could give ดังนั้นส่วนหน้าตอบกริยาช่องที่ 2 คือ were

44. Many houses on the border need __________ .
1. repair
2. to be repaired
3. to repair
4. repaired
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ ประธาน Many houses (บ้านจำนวนมาก เป็นสิ่งของ) แสดงว่าจำเป็นต้องถูกซ่อม ใช้รูปถูกกระทำ ใช้โครงสร้าง need + to be V. = need to be repaired

45. The concert was postponed __________ their lead singer’s sudden illness.
1. for
2. thus
3. due to
4. through
ตอบ 3 “คอนเสิร์ตถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากนักร้องนำป่วยกะทันหัน”
1. for = ใช้บอก “เพื่อ, สำหรับ” ไม่เข้ากับสาเหตุ
2. thus -> แปลว่า “ดังนั้น” ใช้บอกผล ไม่ใช่สาเหตุ
3. due to -> ใช้บอก “เนื่องจาก” + คำนาม หรือวลี เช่น due to their lead singer’s sudden illness
4. through -> แปลว่า “ผ่าน, โดยวิธี” ไม่เข้าประโยค
สรุป due to + คำนาม หรือ because of + คำนาม ใช้แทนกันได้ เช่น The flight was canceled due to bad weather.

46. Nuclear power is __________ than coal.
1. clean
2. cleaner
3. most clean
4. more clean
ตอบ 2 เห็น than ตอบขั้นกว่า เจอมาสามข้อแล้วนะ และคุณศัพท์ที่ให้มาคือ clean พยางค์เดียวใส่ -er เป็น cleaner

47. Dan understood __________ his parents wanted him to study law.
1. who
2. what
3. how
4. why
ตอบ 4 understand + why เข้าใจ………เหตุผลทำไม
“แดนเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ของเขาถึงอยากให้เขาเรียนกฎหมาย”
1. who = ใคร, 2. what = อะไร, 3. how = อย่างไร
4. why = ทำไม ใช้ understood why his parents wanted him to study law

48. David got his computer __________ after it was damaged by the virus.
1. fixing
2. fix
3. fixed
4. be fixed
ตอบ 3 เป็นรูปกริยา get/got ถ้าตามด้วยสิ่งของ ตอบกริยาช่องที่ 3 ถ้าตามด้วยคน ตอบ to v1 ดูตัวอย่าง
S + get + something + V3 (ถ้าตามด้วยสิ่งของ + V3) อันนี้เหมือน have+สิ่งของ+V3
ดังนั้นข้อนี้ก็เหมือนกัน got + computer (คอมพิวเตอร์) เป็นสิ่งของ จึงตอบ V3 = fixed

49. My car is as __________ as Tom’s.
1. nice
2. nicer
3. the nicest
4. None is correct
ตอบ 1 เมื่อเราเห็น as …………….as เป็นการเปรียบเทียบเท่ากัน ตรงกลางระหว่าง as ……as ก็ต้องตอบเป็นคุณศัพท์ธรรมดา เช่น as nice as

50. Her latest album __________ worldwide next month.
1. is releasing
2. releases
3. has released
4. will be released
ตอบ 4 เราเห็นท้ายคำมีคำบอกเวลาอนาคต next month ใช้รูป will + V1 และประธานเป็นสิ่งของ album (อัลบั้ม) เป็นสิ่งของใช้รูปถูกกระทำของกริยาช่วย will, must, should be + V3 จึงตอบ will be released

51. __________ you __________ your homework?
1. Have; finishing
2. Are; finished
3. Did; finish
4. Do; to finish
ตอบ 3 ประโยคคำถาม ดูว่าใช้อะไรมาขึ้นหน้าประธาน แล้วหลังประธานตามด้วยคำที่ถูกต้องมั้ย
1. Have; finishing ผิด เพราะ Have + V3 ต้องเป็น Have you finished……?
2. Are; finished ไม่ถูกโครงสร้าง
3. Did; finish ใช้รูปอดีตกริยาช่วย Did หลังประธานเป็นกริยาช่องที่ 1 finish ถูกต้อง
4. Do; to finish เมื่อใช้ Do ตามด้วย to ไม่ถูกต้อง

52. The peace negotiations may finally __________ an end to the conflict.
1. cause
2. bring about
3. show
4. result for
ตอบ 2 “การเจรจาสันติภาพอาจจะทำให้ความขัดแย้งสิ้นสุดลงในที่สุด”
กริยา bring about = ทำให้เกิดขึ้น (cause to happen)
result in = ส่งผลให้เกิด ส่วน cause an end ไม่นิยมใช้

53. __________ the delegates at the conference, Rita met her old college friend.
1. Interview
2. Interviews
3. Being interviewed
4. Interviewing
ตอบ 4 “ขณะกำลังสัมภาษณ์ผู้แทนในการประชุม ริตาได้พบเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเธอ”
โครงสร้างประโยคนี้มี ประธานหลัก = Rita ตรง “Rita met her old college friend”
ส่วนหน้า ทำหน้าที่เป็น participle phrase บอกว่า “ในขณะที่/ระหว่างที่ทำบางอย่าง”
4. Interviewing ขึ้นต้นใช้รูป V-ing (present participle) ใช้บอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน = “ขณะที่กำลังสัมภาษณ์ผู้แทน…” ถูกต้อง

54. If Nina had checked her email, she __________ about the meeting.
1. will know
2. would know
3. would have known
4. would not know
ตอบ 3 เป็น If ในสูตรที่ 4 (If S + had V3 , S + would have V3)
ให้มา had checked ตอบ would have known

55. We’re planning a picnic this weekend. __________ you join us?
1. Will
2. Must
3. Should
4. May
ตอบ 1 ประโยคได้พูดถึง this weekend (สัปดาห์นี้) แสดงว่ายังไม่ได้เกิดขึ้นเป็นอนาคต คำถามในประโยคต่อไปก็ใช้ในรูปอนาคต Will you….? เป็นการใช้ชวน, ขอร้อง, เสนอ เช่น Will you join us? คุณจะมาด้วยไหม?

56. The students formed study groups __________ prepare for the difficult exam.
1. for
2. through
3. in order to
4. owing to
ตอบ 3 ใช้ in order to + V1 = บอกวัตถุประสงค์ “เพื่อที่จะเตรียมตัว..”
จากโจทย์ “นักเรียนรวมกลุ่มการเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบที่ยาก”

57. He exercised regularly __________ his overall health and fitness goals.
1. for
2. with
3. to
4. of
ตอบ 1 for + คำนาม แสดงวัตถุประสงค์ทั่วไป เช่น She studies hard for the exam.
จากโจทย์ “เขาออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพโดยรวมและเป้าหมายด้านความฟิตของเขา” จึงตอบ for

58. We __________ the hotel to confirm our reservation soon.
1. call
2. are calling
3. have called
4. called
ตอบ 2 ใช้ Present Continuous Tense กับอนาคต มักใช้กับแผนการหรือการนัดหมายที่แน่นอน
ถ้าประโยคมี soon (เร็ว ๆ นี้) แสดงอนาคต will call ไม่มีให้เลือก เราก็เอารูปปัจจุบันแทนอนาคตได้คงเหลือตัวเลือกข้อ 1 และ 2 แต่ 2. are calling ใช้บอกการกระทำที่วางแผนจะทำในอนาคตใกล้ ๆ จึงตอบข้อ 2

59. The teacher advised him __________ better care of his health before the exams.
1. take
2. taking
3. to take
4. took
ตอบ 3 กริยาที่มี กรรมและตามด้วย to V1 ได้แก่ advise, allow, encourage, invite, tell, ask, order, want, expect เป็นต้น ดังนั้น หลัง advise + กรรม + to V1 เช่น She advised me to see a doctor.

60. They usually have Max __________ the lawn for them.
1. cut
2. cutting
3. to cut
4. cuts
ตอบ 1 S + has/have/had + คน + V1
have Max (เป็นชื่อคน) จึงตอบ V1 = cut

61. Let’s leave the house at 6.30 a.m. next Monday. We __________ the airport before the gate closes.
1. must have reached
2. could reach
3. would reach
4. shall have reached
ตอบ 4 ประโยคแรกมีคำบอกเวลาอนาคตเจาะจงเวลา at 6.30 a.m. next Monday ใช้ Future Perfect (will/shall have +V3) ใช้เมื่อบอกว่าเหตุการณ์หนึ่ง จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อน อีกเหตุการณ์ในอนาคต ตอบ shall have reached

62. The woman __________ an Aesop story to the class is a famous author.
1. reads
2. reading
3. read
4. to read
ตอบ 2 เป็นเรื่อง Present Participle (Ving) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามก็ได้ โดยขยายคำนามมีความหมายเป็น ผู้กระทำเอง แบบนี้มีออกทุกเทอม 1 -2 ข้อ
– The woman talking with Mr. Benson will be our new manager. (มาจากประโยคเต็มว่า The woman who is talking with…….) ตัด who is ออก ลดรูปเหลือ talking เป็นลักษณะเดียวกับโจทย์นี้ ก็ตอบ reading

63. Currently, the new employees __________ to use the safety equipment properly.
1. are being trained
2. are training
3. train
4. trained
ตอบ 1 ประธานคือ the new employees (พนักงานใหม่) ถูกสอน ถูกฝึก ต้องใช้รูป Passive voice คือเมื่อถูกฝึก ถูกกระทำ จำว่าตอบกริยาต้องลงท้ายเป็น V3 ก็คือ trained คงเหลือตัวเลือกข้อ 1 และ 4 ในตัวเลือก ข้อ 1 ถูกต้องเพราะมาจากรูป Present continuous ถูกกระทำใช้ is/am/are + being + V3 = are being trained

64. __________ you __________ Ted recently?
1. Do, see
2. Have, seen
3. Will, see
4. Did, see
ตอบ 2 ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) แสดง เหตุการณ์ที่ เกิดติดต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต สำหรับข้อนี้ มีคำบอกเวลาคือ recently จึงตอบ have seen ทำเป็นประโยคคำถามยกกริยา Have ไว้หน้า you

65. Tom __________ nervous, but Jane was completely confident during the interview.
1. appeared
2. proved
3. became
4. tried
ตอบ 1 คำกริยาที่เข้ากับประโยคจะเป็นกริยาเชื่อมความ (linking verb) + adj.
โจทย์ “ทอมดูประหม่า แต่เจนมั่นใจอย่างเต็มที่ระหว่างการสัมภาษณ์”
1. appeared = ดูเหมือน, ปรากฏว่า เช่น Tom appeared nervous. ถูกต้อง

66. Their team __________ the championship. They’re leading by 20 points.
1. shall win
2. won
3. is going to win
4. has won
ตอบ 3 “ทีมของพวกเขากำลังจะคว้าแชมป์ เพราะตอนนี้พวกเขานำอยู่ 20 แต้ม”
ใช้โครงสร้าง be going to + V1 ใช้บอกใช้บอกแผนล่วงหน้า หรือคาดการณ์โดยมีหลักฐานชัดเจน สามารถใช้แทนอนาคตก็ได้ จึงตอบ is going to win

67. If I __________ more experience, I would apply for that position.
1. had
2. have
3. had had
4. would have
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ การใช้ If สูตรที่ 3 (If S + V2 , S + would/could + V1) ตอบ had ให้มา would apply

68. I __________ to the concert, but I was too tired.
1. could go
2. should go
3. will have gone
4. might have gone
ตอบ 4 โครงสร้างโจทย์ที่เป็นอดีต เราจะเห็นประโยคหลังมีกริยาช่องที่ 2 (was) อดีตและมีคำเชื่อม “but” (แต่) แสดงถึงอดีตที่ “อาจจะ… น่าจะ …….” แต่ความจริงไม่ได้ทำในอดีต ใช้รูป could/should/might/must + have + V3 จึงตอบ might have gone (อาจจะทำได้ แต่ไม่ได้ทำ)

69. Mark is looking for __________ to eat for lunch.
1. nothing
2. anybody
3. something
4. somewhere
ตอบ 3 “มาร์คกำลังหาบางอย่างกินเป็นมื้อกลางวัน”
3. something ใช้กับ “สิ่งของ” ใช้ something to eat ถูกต้อง

70. If they had left earlier, they __________ the train.
1. wouldn’t have missed
2. miss
3. won’t miss
4. will miss
ตอบ 1 เป็น If ในสูตรที่ 4 (If S + had V3 , S + would have V3)
ให้มา had left ตอบ would not have missed

71. Alice __________ French at school for five years. That’s why she speaks it so fluently.
1. has taught
2. was being taught
3. taught
4. has been taught
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 64. ประกอบ มีคำบอกเวลา for + ช่วงเวลา ใช้ Present Perfect Tense (has/have + V3) = has taught (ได้สอน) กับประธาน อลิส (Alice) ที่แสดงการกระทำเอง (ได้สอน)

72. The weather forecast says it’ll be sunny. We __________ bring raincoats.
1. should have taken
2. mustn’t
3. don’t have to
4. might
ตอบ 3 ประโยคมีกริยา ‘ll be = will be แสดงอนาคต แสดงว่าประโยคต่อไปสามารถตอบรูปปัจจุบัน หรืออนาคตก็ได้ จากโจทย์ “พยากรณ์อากาศบอกว่าจะมีแดด เราไม่จำเป็นต้องเอาเสื้อกันฝนไป”
3. don’t have to แปลว่า “ไม่จำเป็นต้อง” -> เข้ากับโจทย์เพราะอากาศแจ้งว่าแดดออก

73. Unless you __________ enough sleep, you’ll feel tired tomorrow.
1. have
2. had
3. had had
4. could have
ตอบ 1 ตัวเชื่อม Unless เหมือน If ในหลักการใช้ตอบกริยาทั้งสองส่วน
สูตร 2. Unless S + V1 , S + will V1
ตอบ have ให้มา ‘ll feel ย่อมาจาก will feel

74. Mark __________ visit a dentist. His tooth has been aching for days.
1. can
2. had to
3. shall
4. ought to
ตอบ 4 “มาร์คควรไปหาหมอฟัน ฟันของเขาปวดมาหลายวันแล้ว”
4. ought to ใช้แทน should = “ควรจะ” เหมาะกับสถานการณ์ที่แนะนำให้ไปหาหมอฟัน

75. This is the teacher __________ helped me with math.
1. her
2. she
3. who
4. whose
ตอบ 3 ให้เติมประพันธ์สรรพนามโดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือ สิ่งของหรือ สถานที่
มีคำนาม the teacher เป็นคน และต่อด้วยอนุประโยคที่มาขยายคำนามนี้ โดยใช้ประพันธ์สรรพนาม เชื่อม คือ who + คำกริยา (helped) = who helped

76. If you leave early, you __________ at the exam in plenty of time.
1. arrive
2. are arriving
3. would arrive
4. will arrive
ตอบ 4 ตรงกับการใช้ If สูตรที่ 2 เพราะให้กริยาช่องที่ 1 (leave) มาก็คู่กับอนาคต (Unless S + V1 , S + will V1) ให้มา leave ตอบ will arrive

77. A: Do you know Sarah and Amy”
B: Yes, __________ do. I’m __________ neighbor.
1. I, their
2. we, they
3. I, them
4. we, theirs
ตอบ 1 ช่องแรก: ตอบรับประโยคคำถาม Do you know…? ต้องใช้ประธาน I do (ฉันรู้จัก)
ช่องสอง: I’m _______ neighbor ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ ใช้คำสรรพนามที่มีคำนามตามหลัง ก็คือ their neighbor (เพื่อนบ้านของพวกเขา)

78. A: __________ .
B: It leaves at 6 a.m.
1. When is your flight tomorrow?
2. How was your vacation?
3. How long is the flight?
4. Do you like flying?
ตอบ 1 คำตอบคือ It leaves at 6 a.m. -> แสดงเวลาออกเดินทางของ flight
1. When is your flight tomorrow? คำถามเรื่องเวลา ตรงกับคำตอบ

79. A: __________ . I need to submit it to Ben in five minutes.
B: Yes, I’ve just sent it to your email.
1. How are you feeling today, Jack?
2. Did you get my email yesterday?
3. Why are you working so late?
4. Have you finished the report yet?
ตอบ 4 คำตอบ B: Yes, I’ve just sent it to your email… แสดงว่า A ถามถึง report (รายงาน)
4. “คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง” ตรงพอดี เพราะ B ตอบว่า “Yes, I’ve just sent it…”

80. A: Will you join us for dinner?
B: __________ .
1. No, I’ll see you there.
2. Yes, I’d love to come.
3. What time is dinner?
4. Where are you going?
ตอบ 2 A ชวนไปกินข้าวเย็น -> คำตอบที่เหมาะสมควรเป็นการตอบรับหรือตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ
2. Yes, I’d love to come. สุภาพและตรงกับการตอบรับคำชวน

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

81. Mike apologized for the __________ his cancellation had caused.
1. inconvenience
2. structure
3. exposure
4. anniversary
ตอบ 1 ประโยคพูดถึง “การยกเลิก” ดังนั้น คำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือมันทำให้เกิด “ความไม่สะดวก” (inconvenience)

82. Some people become chronic __________ as they get older.
1. hermits
2. grumblers
3. visitors
4. applicants
ตอบ 2 ประโยคพูดถึง “เมื่ออายุมากขึ้น” ก็มักจะหมายถึงนิสัยหรือพฤติกรรม ใช้ chronic grumbler = คนที่บ่นเรื่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย

83. Only the hardest plants can __________ in such harsh mountain climates.
1. extract
2. fetch
3. commute
4. survive
ตอบ 4 ประโยคพูดถึง “พืชที่ทนทานที่สุด” ใน “สภาพภูมิอากาศภูเขาที่โหดร้าย” แสดงว่าต้องการคำที่สื่อว่า “อยู่รอด” = survive

84. There was no __________ in his heart that he would win the competition.
1. addiction
2. combination
3. doubt
4. inconvenience
ตอบ 3 no doubt = ไม่มีความสงสัย หมายถึง เขามั่นใจเต็มที่ว่าเขาจะชนะการแข่งขัน

85. My __________ sport is basketball.
1. tough
2. favorite
3. faster
4. original
ตอบ 2 ประโยคนี้ต้องการคำคุณศัพท์บอกว่า basketball เป็น “กีฬาที่ชอบที่สุด” จึงใช้ favorite

86. Amy took her studies __________ and graduated at the top of her class.
1. exactly
2. obviously
3. seriously
4. essentially
ตอบ 3 ประโยคบอกว่า Amy เรียนจนสามารถจบเป็นที่หนึ่งของชั้นเรียน ต้องแสดงว่าเธอเรียน อย่างจริงจัง (seriously)

87. People near the border looked for a __________ when Cambodian soldier started firing.
1. harbor
2. shelter
3. protection
4. trek
ตอบ 2 ประโยคพูดถึงคนที่ชายแดน แสดงถึง กำลังหาที่หลบภัยจากการยิงปืน (shelter)

88. Sophia has to buy a new phone because she __________ let it somewhere on her last trip to New York.
1. amazingly
2. exactly
3. confidently
4. accidentally
ตอบ 4 ข้อความคือ Sophia ต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ เพราะทำหาย/ลืมไว้ที่ไหนสักแห่ง แสดงว่าต้องการคำที่สื่อว่า ไม่ได้ตั้งใจ ตรงกับคำว่า accidentally = โดยบังเอิญ

89. My dog loves __________ by the fireplace during winter.
1. curling up
2. crouching down
3. striking
4. promenading
ตอบ 1 สุนัขกับเตาผิงในฤดูหนาว ภาพที่เข้ากันคือสุนัขนอนขดตัวอุ่น ๆ curling up “นอนขดตัวอย่างสบาย”

90. It was __________ that Rachel was the one who designed the new school logo.
1. suggested
2. provided
3. established
4. concerned
ตอบ 1 ประโยคมีโครงสร้าง It was + past participle + that-clause มักใช้กับกริยาเช่น said, reported, suggested, believed เพื่อรายงานข้อมูล

91. This small van cannot __________ heavy furniture like a grand piano.
1. carry
2. take down
3. drop by
4. treat
ตอบ 1 พูดถึง “van” (รถตู้เล็ก) กับ “heavy furniture like a grand piano” ต้องการคำกริยาที่แปลว่า ขน/ลำเลียง = carry

92. Teenagers often worry about their physical __________ .
1. destination
2. think tank
3. appearance
4. difference
ตอบ 3 วัยรุ่น (Teenagers) มักกังวลเกี่ยวกับ รูปลักษณ์ทางกายภาพ (รูปร่าง, หน้าตา) = appearance

93. The suspects were questioned by police but were eventually __________ .
1. preserved
2. released
3. recreated
4. accepted
ตอบ 2 ผู้ต้องสงสัยถูกสอบสวนโดยตำรวจ สุดท้าย “ถูกปล่อยตัว” คือความหมายที่ถูกต้อง released ตรงที่สุด = ปล่อยตัวออกมา

94. Athletes must __________ rigorously before major competitions.
1. determine
2. convince
3. complete
4. prepare
ตอบ 4 นักกีฬาก่อนการแข่งขันใหญ่ สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมตัวอย่างเข้มงวด = prepare rigorously

95. The restaurant provides __________ seating areas for smokers and non-smokers.
1. separate
2. obvious
3. tough
4. foreign
ตอบ 1 ร้านอาหารต้องการบอกว่า มีพื้นที่นั่ง แยกกัน ระหว่างคนสูบบุหรี่และไม่สูบ (separate)

96. The accident happened without any __________ .
1. suggestion
2. sight
3. spot
4. warning
ตอบ 4 อุบัติเหตุ เกิดขึ้น โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า คำที่เหมาะที่สุดคือ warning

97. I ran into my high school teacher at the airport in Tokyo. What a(n) __________ !
1. disaster
2. coincidence
3. entrance
4. structure
ตอบ 2 เจอครูเก่าสมัยมัธยมที่สนามบินโตเกียว เป็นเหตุการณ์บังเอิญ coincidence = ความบังเอิญ

98. The garden center uses bright flowers to __________ butterflies to their display.
1. protect
2. conduct
3. attract
4. seek
ตอบ 3 ดอกไม้สีสันสดใส มีหน้าที่ ดึงดูดผีเสื้อ ให้มาคำที่ตรงที่สุดคือ attract = ดึงดูด

99. The __________ illusion made the straight lines appear to be curved.
1. spherical
2. optical
3. exploring
4. worthwhile
ตอบ 2 ประโยคพูดถึง illusion (ภาพลวงตา) ที่ทำให้เส้นตรงดูเหมือนโค้ง คำที่ตรงที่สุดคือ optical illusion = ภาพลวงตาทางสายตา

100. They’re easy to make and __________ to eat.
1. tasty
2. normal
3. smart
4. noticeable
ตอบ 1 ประโยคพูดถึงบางสิ่งที่ easy to make (ทำได้ง่าย) คำที่เหมาะต้องขยายว่า easy … to eat คือ tasty to eat = อร่อยเวลาได้กิน

101. She served a great __________ .
1. stadium
2. smart
3. table
4. meal
ตอบ 4 คำว่า served มักใช้กับอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้นคำตอบที่เหมาะคือ meal = มื้ออาหาร

102. Are you feeling back to __________ again?
1. tough
2. excited
3. normal
4. easy
ตอบ 3 สำนวน “back to normal” = กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง (หลังจากไม่สบาย หรือมีปัญหา)

103. Waiting for exam results is a time of great __________ .
1. anxiety
2. hermit
3. promise
4. condition
ตอบ 1 การรอผลสอบ มักเกี่ยวข้องกับ ความวิตกกังวล มากที่สุด ดังนั้นคำที่ถูกคือ anxiety

104. The new soap caused __________ on her skin.
1. conspiracy
2. condition
3. nerves
4. irritation
ตอบ 4 สบู่ใหม่ทำให้ผิวหนังเกิดอาการ คำที่เหมาะที่สุดคือ irritation = การระคายเคือง

105. He’s in treatment for cocaine __________ .
1. anniversary
2. benefit
3. addiction
4. meal
ตอบ 3 เมื่อพูดถึง cocaine สิ่งที่สอดคล้องคือ “การเสพติดโคเคน” คำที่เหมาะที่สุดคือ addiction

106. After years of hard work, Jack finally received a __________ .
1. guest
2. condition
3. language
4. promotion
ตอบ 4 หลังจากทำงานหนักหลายปี สิ่งที่ “ได้รับ” มักเป็น promotion (การเลื่อนตำแหน่ง)

107. She __________ a towel on the sand and lay on it.
1. replied
2. spread
3. waited
4. got
ตอบ 2 ประโยคบอกว่าเธอเอาผ้าขนหนูมาปูบนทรายแล้วนอนบนมัน ต้องใช้คำว่า spread (กาง/ปู)

108. The waves were __________ against the rocks echoing through the quiet cave.
1. crashing
2. heading
3. floating
4. sinking
ตอบ 1 คลื่นกับโขดหิน คำที่เข้ากับบริบทคือ “ซัดกระแทก” crashing against the rocks

109. Mana is __________ in five different languages. How amazing!
1. spacious
2. fluent
3. creepy
4. impatient
ตอบ 2 พูดถึง “five different languages” ต้องใช้คำที่แสดงว่า พูดได้คล่อง = fluent

110. He enjoys eating __________ cuisine from different countries.
1. foreign
2. green
3. fragrant
4. spacious
ตอบ 1 คำว่า cuisine = อาหาร / ศิลปะการทำอาหาร ประโยคพูดถึงอาหารจาก different countries ต้องใช้คำว่า foreign cuisine = อาหารต่างชาติ

111. Clear __________ is essential for effective communication.
1. acquiring
2. pronunciation
3. similarity
4. collision
ตอบ 2 การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการออกเสียงที่ชัดเจน คำตอบคือ pronunciation

112. Can you __________ how old this building is?
1. promise
2. make
3. guess
4. turn out
ตอบ 3 คำถามนี้ต้องการให้ “ลองเดา” อายุของอาคาร คำที่ถูกต้องคือ guess

113. __________ and exercise will improve your shape.
1. Applicant
2. Spot
3. Stadium
4. Diet
ตอบ 4 สิ่งที่จะช่วยปรับรูปร่างคือ การควบคุมอาหาร (diet) และ การออกกำลังกาย (exercise)

114. Healthy habits can reduce the risk of early __________ .
1. crust
2. destination
3. mortality
4. signal
ตอบ 3 ประโยคพูดถึง “พฤติกรรมสุขภาพดีช่วยลดความเสี่ยง…” สิ่งที่สอดคล้องคือ “การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” คำที่ถูกต้องคือ mortality (การตาย)

115. The new traffic lights helped reduce accidents at the busy intersection.
1. decrease
2. prove
3. mention
4. spin
ตอบ 1 ประโยคพูดถึง reduce accidents ความหมายใกล้เคียงที่สุดคือ decrease

116. Where is your independent mind?
1. destination
2. location
3. conspiracy
4. viewpoint
ตอบ 4 independent mind = ความคิดที่เป็นอิสระ สอดคล้องกับความหมายว่า “มุมมอง” หรือ “ทัศนะ” ตัวเลือกที่เข้ากันที่สุดคือ viewpoint

117. The children were amazed by the giant pumpkin that weighted over 200 pounds.
1. very big
2. tiny
3. ridiculous
4. infinite
ตอบ 1 คำว่า giant pumpkin หมายถึง “ฟักทองยักษ์” สอดคล้องกับความหมายว่า “very big”

118. I requested a seat near the window on the flight.
1. admitted
2. asked for
3. discussed
4. looked at
ตอบ 2 คำว่า requested = “ร้องขอ” ตรงกับความหมายของ asked for

119. That PM’s behavior was contrary to what he had promised at the meeting in Malaysia.
1. opposite
2. vain
3. alive
4. evocative
ตอบ 1 contrary = opposite = ตรงกันข้ามกับ

120. The fine print at the bottom of the contract was barely readable.
1. huge
2. tiny
3. chronic
4. sudden
ตอบ 2 fine print = ตัวหนังสือเล็ก ๆ มักอยู่ด้านล่างสัญญา อ่านแทบไม่ออกเพราะมัน เล็กมาก ดังนั้นคำที่ตรงที่สุดคือ tiny

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 2/2567

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

แนวข้อสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2567

Directions: Choose the best answer.

Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

1. Emma loves music. __________ went to a rock concert last week.

  1. I

  2. They

  3. She

  4. It

ตอบ 3 เป็นเรื่องคำสรรพนาม โดยประโยคหลังใช้คำสรรพนามแทนประโยคแรกแทน Emma ซึ่งเป็นชื่อผู้หญิง ฉะนั้นคำสรรพนามบุรุษที่ 3 เอกพจน์ก็คือ She (เธอ หล่อน) แทนคำนามเพศหญิง คนเดียว

2. __________ word “impossible” is not in my dictionary.

  1. A

  2. The

  3. An

  4. (Blank)

ตอบ 2 ใช้ “The” นำหน้าคำนามที่เจาะจง เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่เฉพาะเจาะจง เช่น คำว่า “impossible” ซึ่งมีเครื่องหมายคำพูด (“ ”) ล้อมรอบ ถือเป็นสิ่งเฉพาะเจาะจง จึงต้องใช้ “The” นำหน้าคำนามที่เจาะจง

3. The King of England __________ in Buckingham Palace.

  1. live

  2. is living

  3. lives

  4. has lived

ตอบ 3 ใช้ Present Simple Tense (S + V1) ใช้กับเหตุการณ์ที่ทำทุกวัน เป็นประจำ แล้วยังใช้กับประโยคที่เป็นความจริงทั่วไปหรือจริงตามธรรมชาติ จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ จริงในปัจจุบัน สำนวน สุภาษิต ด้วย โดยที่โจทย์จะไม่มีคำบอกเวลาให้มา เราต้องสังเกตเอา จะมีออกแบบนี้ทุกเทอมแต่เปลี่ยนโจทย์ไปเรื่อย ๆ

  • Bangkok is the capital of Thailand. (กรุงเทพเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย)

  • The sun rises in the east, and sets in the west. (พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก) ใช้ V1

  • They speak English in USA. (ผู้คนพูดภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา) เป็นจริง

  • The King of England __________ in Buckingham Palace. (กษัตริย์แห่งอังกฤษอาศัยอยู่ที่พระราชวังบักกิงแฮม)

4. The travelers __________ photographs of the sunset of the beach now.

  1. take

  2. takes

  3. have taken

  4. are taking

ตอบ 4 ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are Ving) กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด มักคำบอกเวลา เช่น now, right now, at the/this moment, at present จากโจทย์มีคำบอกเวลา now ท้ายประโยคจึงตอบ are taking

5. Sarah __________ a movie last night.

  1. watches

  2. watched

  3. is watching

  4. has watched

ตอบ 2 ใช้ Past Simple Tense ( S + V2) แสดงถึงเหตุการณ์ที่สิ้นสุดลงไปแล้วในอดีตหรือเป็นการเล่าเรื่องราวในอดีต มักจะมีคำบอกเวลา เช่น yesterday, ago, in + ปีอดีต เช่น in 1989, in the past, last + เวลา เช่น last year, last night, last summer, last Sunday เป็นต้น จากโจทย์มีคำบอกเวลาท้ายประโยคคือ last night (เมื่อคืนนี้) จึงตอบ Past Simple Tense = V2 = watched

6. He doesn’t want to risk __________ his well-paid job.

  1. losing

  2. lose

  3. to lose

  4. to have lost

ตอบ 1 กริยาที่ตามมาจะเป็น Gerund ก็คือ ตามด้วย Ving ได้แก่

ด้วยคำเฉลยอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ

admit dread fancy resent consider
allow dislike imagine resist like
appreciate enjoy involve postpone permit
avoid endure keep prefer keep
consider escape mind prevent advise
delay excuse miss quit advise
defer finish practice stop hate
deny forgive risk suggest require

หลังคำกริยา risk จะต้องตามด้วย V-ing จึงตอบ losing

7. A quality life __________ cost you an arm and a leg.

  1. won’t

  2. needn’t

  3. shall not

  4. cannot

ตอบ 2 เป็นเรื่องกริยาช่วย จากโจทย์ “การมีชีวิตที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงเวอร์”

  1. won’t – เป็นอนาคตเชิงปฏิเสธ “จะไม่” แต่เข้ากับโจทย์ไม่ได้ และไม่ได้เน้นเรื่องความจำเป็น

  2. needn’t – แสดง “ไม่จำเป็นต้อง…” เข้ากับโจทย์ได้

  3. shall not – ใช้ในอนาคต, การเสนอหรือคำสั่งมากกว่า

  4. cannot – “ไม่สามารถ” เข้ากับประโยคไม่ได้

8. __________ you going to the party tonight?

  1. Is

  2. Am

  3. Are

  4. Were

ตอบ 3 เป็นประโยคคำถาม สังเกตจากหลังประธาน (you) มีกริยาช่วย going to ซึ่งข้างหน้าของ going to จะต้อง verb to be (is, am, are, was, were) เท่านั้น และท้ายประโยคมี tonight (คืนนี้) แสดงปัจจุบันหรืออนาคต ก็ต้องใช้ is, am, are เข้ากับประธาน you ได้คือ are จึงตอบ are going to

9. It took me __________ hour to get home.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 2 ใช้ “a/an” นำหน้าคำนามเอกพจน์ โดย “a” นำหน้าคำนามที่ออกเสียงขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ เช่น a boy, a man, a ticket เป็นต้น ส่วน “an” นำหน้าคำนามที่ออกเสียงขึ้นต้นด้วยสระ (a, e, i, o, u) เช่น an elephant, an egg, an ant เป็นต้น ยกเว้นคำนามบางตัวที่ถึงแม้ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะแต่ออกเสียงเป็นสระ เช่น hour (ออกเสียง “อาว”) จะใช้ “an” นำหน้า เป็น an hour (หนึ่งชั่วโมง) ตัวอย่างอื่นที่ยกเว้นก็มีเช่น an honest, an honor เป็นต้น

10. He’s __________ man in the village.

  1. the most handsome

  2. handsome

  3. more handsome

  4. the handsome

ตอบ 1 เป็นการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมีหลักอยู่ 3 ขั้นคือ

  1. ขั้นธรรมดา เปรียบเทียบเท่ากันใช้ as…………as ตรงกลางต้องใส่ขั้นธรรมดา

  2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบของ 2 อย่าง/คน/สิ่ง เช่นเจอคำว่า of the two หรือ ……than (ออกทุกเทอมนะ) เห็น than ให้ตอบข้างหน้าขั้นกว่าได้เลย

  3. ขั้นสุด เป็นการเปรียบเทียบของ 3 สิ่ง/อย่าง/คนหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป มีให้สังเกต เช่นเจอคำว่า of all (ของทั้งหมด), in + สถานที่ เช่น in the village (ในหมู่บ้าน เปรียบเทียบกับกลุ่มคนทั้งหมู่บ้าน) in the world (ในโลก) in the family (ใน ครอบครัว) , of the three , หรือคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด และมาดูว่าให้คุณศัพท์ตัวไหนมาจะใส่ขั้นสุดแบบไหน อย่างข้อนี้ให้ handsome สองพยางค์ ทำเป็นขั้นสุด ใส่ most นำหน้าและมี “the” ด้วย จึงตอบ the most handsome

11. The clouds are getting darker. It __________ soon.

  1. would rain

  2. was raining

  3. is going to rain

  4. rains

ตอบ 3 มีคำบอกเวลา soon (ในไม่ช้า) เป็นการแสดงอนาคต เราจะตอบ will rain แต่ตัวเลือกไม่มี ก็หาสิ่งที่สามารถตอบแทนอนาคตได้ เช่น ปัจจุบันคือ 1. Present Simple Tense 2. Present Continuous Tense และ 3. verb to be + going to + V1 (กำลังจะ เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้) ว่า ฝนอาจตกในไม่ช้า ดังนั้นจึงตรงกับตัวเลือกข้อ 3 คือ It is going to rain soon = It will rain soon.

12. Don’t get nervous. __________ calm and carry on.

  1. Sound

  2. Keep

  3. Feel

  4. Turn

ตอบ 2 คำที่ให้เลือกตอบในตัวเลือกล้วนเป็นกริยาประเภท linking verb ที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ (adj. ในข้อนี้คือ calm) คำที่เข้ากันได้คือ Keep calm = ใจเย็นไว้ (keep = คงไว้ รักษาไว้ ก็คือ รักษาความสงบ ก็คือใจเย็นไว้) ส่วนตัวเลือกอื่นเข้าไม่ได้ เช่น sound – ฟังดูเหมือน, feel = รู้สึก ไม่ใช่คำสั่งให้คงสภาพ และ turn = เปลี่ยน ไม่เข้ากับโจทย์

13. __________ ahead of time can help one feel relaxed when the exam time comes.

  1. Prepare

  2. Be prepared

  3. Prepares

  4. Preparing

ตอบ 4 คำที่เติมนั้นทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค โดยใช้กริยาเป็นประธานต้องใช้รูป Present Participle ในรูปของ Gerund (คือ Ving) ก็คือ Preparing (การเตรียมตัว) ซึ่งข้อสอบจะมีออกประจำ ประมาณหนึ่งข้อที่เราตอบเป็นรูปประธานขึ้นต้นประโยคเป็น Ving แล้วตามด้วยกริยาหลัก

14. If Maria __________ late, the teacher will send her to the principal.

  1. arrives

  2. arrived

  3. is arriving

  4. had arrived

ตอบ 1 ดูสูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ

1. If S + V1 , S + V1
2. If S + V1 , S + will V1
3. If S + V2 , S + would/could + V1
4. If S + had V3 , S + would have V3

การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น

1. S + V1 if/unless S + V1
2. S + will/can V1 if/unless S + V1
3. S + would V1 if/unless S + V2
4. S + would have V3 if/unless S + had V3

ตรงกับ If สูตรที่ 2 ซึ่งให้ส่วนหลังมาแล้วคือ will send (will + V1) ดังนั้นส่วนหน้าจึงตอบกริยาช่องที่ 1 คือ arrives

15. Wilasinee always has her aunt __________ her hair every morning.

  1. to braid

  2. braid

  3. braiding

  4. braided

ตอบ 2 เป็นโครงสร้างในเรื่อง Passive Voice โดยใช้ในรูปของ Verb to have

have/ has/had มีออกบ่อย 2 แบบคือ ดูสูตร

  1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3

  1. S + has/have/had + คน + V1

จากโจทย์ has + her aunt (ป้า) เป็นคน เป็นผู้กระทำ จึงตอบกริยาช่องที่ 1 = braid

เช่น – Jack has his elder sister wash his clothes. (elder sister เป็นคน ตอบ V1)

  • Jack has his clothes washed by his elder sister. (his clothes ตอบ V3)

16. Thailand is __________ beautiful country.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 1 ใช้ “a” กับคำนามเอกพจน์ที่นับได้ หมายถึง “สิ่งหนึ่ง, อย่างหนึ่ง, จำนวนหนึ่ง” เช่น country เป็นคำนามนับได้เอกพจน์จึงตอบ “a” = a beautiful country = เป็นประเทศหนึ่งที่สวยงาม

17. The little boy wants __________ by his father when crossing a brook.

  1. to carry

  2. carry

  3. to be carried

  4. carried

ตอบ 3 กริยา want ตามด้วย to + V1 และเนื่องจากประธาน (the little boy) ต้องการถูกกระทำ (ถูกอุ้ม) ให้สังเกตจากหลังประโยคมี by (โดย….) ให้เดาได้ว่าประธานถูกกระทำ ฉะนั้นจะใช้โครงสร้าง want + to be+ V3 (ถูกกระทำ) จึงตอบ wants to be carried

18. Ben isn’t in his office. I think he __________ home.

  1. went

  2. has gone

  3. is going

  4. was going

ตอบ 2 ประโยคกำลังพูดถึง สถานการณ์ปัจจุบัน (Ben ไม่อยู่ที่ทำงาน) และผู้พูดคาดว่าเขา “ไปแล้วและยังไม่กลับมา” เป็นเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในปัจจุบันและยังเห็นผลการกระทำต่อเนื่อง ว่าไม่อยู่ เขากลับไปแล้ว จึงใช้ Present Perfect Tense = has gone (ไปแล้ว) หรือจะเดาจากประโยคแรกมี isn’t เป็นปัจจุบันส่วนหลังก็ต้องเป็นปัจจุบัน ฉะนั้นตัวเลือกข้อ 1 และ 4 ผิดแน่ ๆ เพราะเป็นอดีต และตัวเลือกข้อ 3 is going แทนอนาคต ใช้กับโจทย์นี้ไม่ได้

19. The weather __________ be warmer next week.

  1. will

  2. ought

  3. must

  4. could

ตอบ 1 ใช้ Future Simple Tense (S + will/shall + V1) กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต มักมีคำ บอกเวลา เช่น next + เวลา เช่น next month, next Sunday, tomorrow (พรุ่งนี้), soon (ในไม่ช้า), in + ช่วงเวลา เช่น in five minutes (ใน 5 นาที) เป็นต้น ฉะนั้นข้อนี้มีคำบอกใบ้คือ next week (สัปดาห์หน้า) จึงตอบ will be ส่วน ought ต้องมี to ตามหลังเสมอ , must แสดง จำเป็นต้อง และ could เป็นอดีตของ can

20. This is one of __________ internet search engines.

  1. fast

  2. the fastest

  3. more fast

  4. the more fast

ตอบ 2 โครงสร้าง “one of + the + ขั้นสุด + นามพหูพจน์” เพราะกล่าวถึงหนึ่งในบรรดาหลาย ๆ จึงต้องตอบขั้นสุด ต้องใช้ “the fastest” ซึ่ง fast เป็นพยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่าหรือขั้นสุด ใส่ -er หรือ -est ท้ายคำ จึงตอบ the fastest

21. I saved my money for months, __________ I wanted to buy a new laptop.

  1. for

  2. although

  3. so

  4. therefore

ตอบ 1 ให้เติมคำเชื่อมความ ประโยคนี้มีเหตุผลตามมาหลังจากการกระทำ (เก็บเงิน) “เพราะฉันอยากได้แล็ปท็อปใหม่” ต้องการคำเชื่อมเหตุผล ใช้ because แต่ไม่มีในข้อนี้ต้องการ “for” เวลาใช้จะมีเครื่องหมายคอมม่า ( , ) คั่น ซึ่ง for ถ้าใช้ในความหมาย “สำหรับ” จะตามด้วยกลุ่มคำวลี แต่ถ้าใช้ในความหมาย “เพราะ” เหมือน because จะตามด้วยประโยค

  • I saved my money for months, for I wanted to buy a new laptop. (ฉันเก็บเงินมาหลายเดือน เพราะ อยากซื้อแล็ปท็อปใหม่) แต่ถ้าเขียนสลับกันจะเป็นดังนี้

  • I wanted to buy a new laptop, so I saved my money for months. (ฉันอยากซื้อแล็ปท็อปใหม่ ดังนั้น ฉันจึงเก็บเงินมาหลายเดือน)

22. Susan enjoys __________ alone in Japan.

  1. travel

  2. to travel

  3. travelling

  4. travelled

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ กริยา enjoy + Ving จึงตอบ travelling

23. This is Steve. Do you know __________?

  1. they

  2. him

  3. them

  4. his

ตอบ 2 ประโยคหน้ามีการกล่าวถึง Steve (สตีฟ ชื่อคนเพศชาย) เมื่อประโยคต่อไปกล่าวถึงสตีฟ ก็ต้องใช้คำสรรพนามแทนสตีฟ ก็คือ he, him, his ในประโยคให้ตอบหลังกริยา (know) ซึ่งเป็นกริยาที่ต้องการรูป กรรม จึงตอบ him

24. I have __________ dog. __________ dog is very friendly.

  1. a; The

  2. an; A

  3. the; The

  4. (blank), The

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ ใช้ “a” นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์แสดงถึง จำนวนหนึ่ง อย่างหนึ่ง สิ่งหนึ่ง อย่างเช่นข้อนี้ ฉันมีสุนัขตัวหนึ่ง (a dog) ประโยคต่อไปกล่าวนามคำนี้ซ้ำสองเป็นการย้ำกล่าวซ้ำ ถือว่าเป็นการชี้เฉพาะ หมายถึง สุนัขตัวนั้นที่กล่าวถึง ต้องใช้ “the” นำหน้า เมื่อกล่าวซ้ำสอง

25. __________ the excellent reviews, many people decided to try the new restaurant.

  1. Since

  2. Because of

  3. Consequently

  4. Therefore

ตอบ 2 ประโยคต้องการคำเชื่อมที่แสดงเหตุผลว่า “เพราะรีวิวดี คนเลยตัดสินใจไปลองร้านอาหารใหม่” หลังคำที่ให้เติมคือ the excellent reviews เป็นคำนามวลี ดังนั้นต้องใช้คำเชื่อมที่ตามด้วยคำนาม ก็คือ because of (+นามวลี) ส่วนตัวเลือกที่เหลือตามด้วยประโยค แต่ก็ไม่เข้ากับโจทย์

26. Montakan had a difficult time __________ her health after an operation.

  1. restore

  2. to restore

  3. being restoring

  4. restoring

ตอบ 4 สำนวนต่อไปนี้ ให้ตามด้วย Ving ได้แก่

can’t bear look forward to be accustomed to
can’t stand object to be opposed to
can’t resist adjust to be/get used to + Ving
can’t help devote to be subjected to
have a good time it’s no good it’ no use
have a hard time it’s worth have a difficult time
  • He can’t help falling in love with her.

  • He is accustomed to staying up late at night.

  • It’ s no use asking him questions because he never answers them.ฉะนั้นหลัง “have a difficult time” ตามด้วย Ving จึงตอบ restoring

27. That room is __________ mine.

  1. not as small as

  2. not small as as

  3. as not small as

  4. as not as small

ตอบ 1 ประโยคต้องการเปรียบเทียบไม่เท่ากัน ใช้โครงสร้าง not + as + adj. + as = not as small as โดยใส่ not ขึ้นก่อน แล้วตามด้วย as……….as

28. Adam was __________ first man.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าเลขอันดับที่ เช่น the first, the second, the third, the last, the next

29. The mangoes are very sour. Where did you buy __________?

  1. they

  2. them

  3. it

  4. its

ตอบ 2 ประโยคหน้ามีคำนาม “The mangoes” เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้สรรพนามรูปพหูพจน์ และตามหลังกริยา buy เป็นกริยาที่ต้องการกรรมตรงที่เป็นพหูพจน์เพื่อแทนคำว่า “mangoes” ก็คือ them

30. The boy __________ in the field is going to move to Chiang Rai next month.

  1. playing

  2. plays

  3. play

  4. be playing

ตอบ 1 เป็นเรื่อง Present Participle (Ving) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามก็ได้ โดยขยายคำนามมีความหมายเป็น ผู้กระทำเอง แบบนี้มีออกทุกเทอม 1 -2 ข้อ เทียบตัวอย่างอื่น

  • The crying girl is Sue’s younger sister. (เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้คือน้องสาวของซู)

  • The man standing in the field will be our new teacher. (ผู้ชายที่ยืนอยู่ในสนามจะเป็นครูคนใหม่ของเรา)

  • The woman talking with Mr. Benson will be our new manager.

  • The boy playing in the field is going to move to Chiang Rai next month.โดย playing อยู่หลังคำนาม ขยายคำนาม The boy ว่าเป็นเด็กผู้ชายที่กำลังเล่น

31. The book is Margaret’s. It’s __________ favorite book.

  1. hers

  2. she

  3. herself

  4. her

ตอบ 4 บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun)

รูปประธาน รูปกรรม Possessive adjective Possessive Pronoun สะท้อนตัวเอง
I me my mine myself
you you your yours yourself
he him his his himself
she her her มีคำนาม hers ไม่มีคำนาม herself
they them ตามหลัง theirs ตามหลัง themselves
we us their ours ourselves
it it our its itself
its

ประโยคหน้ามีคำนาม Margaret’s ว่าของมา กาเร็ต ซึ่งเป็นของผู้หญิง ประโยคต่อไปใช้คำสรรพนามแทนเพศหญิงก็คือ she, her, hers และส่วนหลังมีคำนาม (favorite book) ต่อหลัง จึงตอบสรรพนาม her + คำนาม = her favorite book

32. __________ in the stadium, Nick saw his favorite movie star.

  1. Exercise

  2. Exercising

  3. Exercised

  4. Exercised

ตอบ 2 ให้สังเกตหลังเครื่องหมายคอมม่า ( , ) เป็น Nick (นิค ชื่อคน) แสดงกำลังทำบางอย่างในขณะที่เขาเห็นดาราคนโปรด ต้องใช้รูป Present Participle (Ving) เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกันจึงตอบ Exercising

33. She’s __________ singer I know.

  1. bad

  2. worse

  3. the worse

  4. the worst

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 10. ประกอบ เมื่อเห็นคำว่า “I know” เท่าที่ฉันรู้ แสดงว่าตอบขั้นสุด และดูตัวเลือกให้คุณศัพท์อะไรมา ในข้อนี้ให้ขั้นธรรมดาคือ bad เมื่อทำเป็นขั้นกว่าและขั้นสุดจะเปลี่ยนรูปดังนี้ ให้จำคำที่เปลี่ยนรูป อาจดูยากบ้าง เป็นคำพยางค์เดียวจะเปลี่ยนรูป ดังนี้

ขั้นธรรมดา ขั้นกว่า ขั้นสุด ความหมายเรียงขั้นตามลำดับ
good better best ดี ดีกว่า ดีที่สุด
bad worse worst เลว/แย่ แย่กว่า แย่ที่สุด
little less least น้อย น้อยกว่า น้อยที่สุด
much/many more most มาก มากกว่า มากที่สุด
far further/farther furthest/farthest ไกล ไกลกว่า ไกลที่สุด หรืออื่น ๆ

ฉะนั้น จาก bad ทำเป็นขั้นสุดคือ the worst จึงตอบตัวเลือกข้อ 4

34. Kenny plays __________ saxophone very well.

  1. a

  2. an

  3. the

  4. (blank)

ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าชื่อเครื่องดนตรี เช่น the guitar, the violin, the piano, the flute (ขลุ่ย), the trumpet, the xylophone (ระนาด), the saxophone (แซกโซโฟน) ฯลฯ

35. If they had followed the instructions, they __________ so many mistakes.

  1. weren’t made

  2. wouldn’t have made

  3. haven’t had made

  4. won’t be making

ตอบ 2 เป็นเรื่อง If ในสูตรที่ 4 ดังนี้

4 If S + had V3 , S + would/could have V3
ให้มา had followed ตอบ wouldn’t have made

36. My aunt and uncle live in Delhi. __________ often visit __________.

  1. They; I

  2. I; they

  3. I; me

  4. They; me

ตอบ 4 ประธานของประโยคคือ My aunt and uncle (ป้าและลุงของฉัน) มีสองคนเป็นพหูพจน์ เมื่อกล่าวประโยคต่อไปก็ใช้คำสรรพนามแทนรูปพหูพจน์และเป็นประธานของประโยคที่สองคือ “They” และตอบอีกช่องท้ายหลังกริยา (visit) ตอบรูปกรรม ว่าพวกเขาเยี่ยมฉันบ่อย ๆ ก็คือ me

37. Yeaji, from South Korea, doesn’t like spicy food, __________?

  1. does she

  2. doesn’t Yeaji

  3. does not she

  4. does Yeaji

ตอบ 1 เป็นเรื่อง tag ส่วนหาง มีหลักดังนี้ กำหนดว่าถ้าข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าข้างหลังจะต้องเป็นรูปปฏิเสธรูปย่อ มี 2 จุด ที่ต้องดูนั่นคือ 1. เรื่องกริยากับเรื่องคำสรรพนาม เราเห็นประโยคให้ข้อนี้มี doesn’t like เป็นปฏิเสธรูปย่อ ทำ tag ต้องเป็นบอกเล่าคือ does และ 2. ดูประธาน ถ้าให้คำนามมาเป็นเพศหญิงเช่น ชื่อYeaji ก็เปลี่ยนเป็นสรรพนาม she แต่ถ้าให้สรรพนามมาตัวไหนก็ยกตัวนั้นมาเลยในรูปประธาน ตัวอย่างอื่นเช่น

  • Jane will be here soon, won’t she?

  • There was a lot of rain, wasn’t there?

  • Maggi won’t be late, will she?

  • I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I

  • I am not late, am I?กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณีนะคะ ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)
  • Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we

  • Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you

38. It was __________ than I had expected.

  1. expensive

  2. more expensive

  3. the more expensive

  4. the most expensive

ตอบ 2 จากคำอธิบายที่ผ่านมา ให้เดาถ้าเห็น than ตอบขั้นกว่าได้เลย (ออกบ่อยมากกก) แล้วดูคุณศัพท์ที่ให้มาคือ expensive สามพยางค์ให้ใช้ more นำหน้า ไม่ต้องมี the จึงตอบ more expensive

39. The book __________ by Narong won a National Book Foundation Award.

  1. write

  2. wrote

  3. written

  4. writing

ตอบ 3 เมื่อเราเห็น by… (โดย) ทำให้เราคาดเดาได้ว่าประธานจะต้องถูกกระทำ แล้วดูประธานเป็นสิ่งของ (book = หนังสือ) ก็ยิ่งมั่นใจว่าถูกกระทำคือ ถูกเขียน จึงตอบ written ได้เลย เทียบตัวอย่างอื่น

  • The meeting canceled yesterday was about next year’s budget. (การประชุมที่ถูกยกเลิกเมื่อวานเป็นเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณปีหน้า)

40. How __________ did you pay for the tickets?

  1. a lot

  2. much

  3. many

  4. several

ตอบ 2 ในประโยคคำถามถึง “จำนวนเงิน” และนิยมใช้กับประโยคคำถามคือ How much (เท่าไร?) กับ how many…? ส่วน a lot, several ไม่นิยมในประโยคคำถาม และประโยคนี้ถามถึงจำนวนเท่าไรที่จ่ายเงิน ใช้กับคำนามนับไม่ได้เช่น money จึงตอบ how much แต่ถ้าใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์ใช้ How many

41. While playing basketball, I hurt __________.

  1. themselves

  2. ourselves

  3. myself

  4. herself

ตอบ 3 คำสรรพนามที่สะท้อนตัวเอง หลักคือดูประธานว่าตัวไหน ก็สะท้อนตัวนั้น เช่น

  • I สะท้อนตัวเอง เป็น myself – Mary สะท้อนตัวเองเป็น herself (เพศหญิง)

  • They สะท้อนตัวเองเป็น themselves (พหูพจน์) ดูตัวอย่างเพิ่มเติม

  • Tom and Ann blamed themselves for the accident. (ทอมและแอนโทษตัวเองเรื่องอุบัติเหตุ)

  • I made the cake myself.

  • I hurt myself.

  • She blamed herself for the accident.

42. __________ they know how to swim?

  1. Do

  2. Does

  3. Is

  4. Are

ตอบ 1 เป็นประโยคคำถามแบบ Yes/No question โดยสังเกตที่หลังประธานมีกริยาหลักเป็น V1 (know) ทำเป็นคำถามได้คือ Verb to do (do, does, did) ยกไว้หน้าประธาน และหลังประธานมีกริยาหลักช่องที่ 1 เช่น

  • Do you like seafood, Dan? “คุณชอบอาหารทะเลไหม,แดน?”

  • Do they know how to swim? กริยา know เป็น V1 ทำให้เรารู้ว่าข้างหน้าต้องใช้ verb to do

  • Are you seeing the doctor this afternoon? ถ้า Verb to be จะตามด้วย Ving เป็นต้น

43. She has a new antivirus program __________ in her computer every two years.

  1. install

  2. to install

  3. installing

  4. installed

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

  1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3

have + สิ่งของ (a new antivirus program = โปรแกรมแอนตี้ไวรัส) เป็นสิ่งของจึงตอบกริยาช่องที่ 3 คือ installed

44. A bicycle is __________ than a car.

  1. cheap

  2. cheaper

  3. much cheap

  4. more cheap

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ เมื่อเห็น than ให้ตอบขั้นกว่า จากคุณศัพท์ cheap พยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่าให้ใส่ -er ท้ายคำ จึงตอบ cheaper

45. I met Tom, __________ just returned from Belgium.

  1. who

  2. what

  3. where

  4. whose

ตอบ 1 ให้เติมประพันธ์สรรพนามโดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือ สิ่งของหรือสถานที่เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร

คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ is

คน whose + คำนาม + V

คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met

สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.

สถานที่ where + S + V. เช่น where I live

เวลา when + S + V

the reason why + S + V

ประโยคมีคำนาม Tom เป็นคน และส่วนหลังมีกริยา just returned จึงตอบ who

46. I bought this book for my sister. __________ often read it together.

  1. They

  2. We

  3. Our

  4. Them

ตอบ 2 ประโยคแรกมีบอก my sister (พี่สาวของฉัน) และในประโยคที่สอง ให้เติมรูปประธาน สังเกตจากกริยา read เป็นกริยาพหูพจน์ หรือดูตัวเลือกคงเหลือ They, We ประโยคที่สองจะกล่าวถึง My sister and I (พี่สาวและฉัน) รวมสองคนอ่านด้วยกัน จึงตอบคำสรรพนามที่มีฉันรวมเข้าไปด้วยเป็น We (พวกเรา)

47. How many brothers __________ Cindy have?

  1. has

  2. have

  3. do

  4. does

ตอบ 4 ประโยคเป็นคำถามเกี่ยวกับจำนวน ใช้โครงสร้าง How many + คำนาม + does + ประธาน + กริยา? หรือว่ายกกริยาขึ้นไว้หน้า Cindy เป็นกริยาช่วย verb to do และซินดี้คนเดียวเอกพจน์จึงตอบ does

48. Missing too many classes may __________ in lower grades and missed opportunities for learning.

  1. cause

  2. create

  3. result

  4. produce

ตอบ 3 ประโยคนี้ต้องการกริยา + “in” เพื่อเชื่อมกับผลลัพธ์ที่ตามมา จึงตอบ result in = ส่งผลให้/ก่อให้เกิด จากประโยคว่า “การขาดเรียนมากเกินไปอาจส่งผลให้เกรดตกและพลาดโอกาสในการเรียนรู้” ส่วนตัวเลือกข้อ 1 cause ใช้ได้แต่ไม่ตามด้วย “in” ส่วน create = ก่อให้เกิด ไม่ใช้กับ “in” แบบนี้ และ produce เช่นกันก็ไม่ใช้คู่กับ “in” ในความหมายนี้

49. Amy forgot to set an alarm; __________, she missed her morning class.

  1. so

  2. consequently

  3. for

  4. since

ตอบ 2 ประโยคแรก เป็นสาเหตุ และประโยคหลังเป็นผลลัพธ์ คำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคแบบ เหตุ ไปสู่ผล และตามหลังเครื่องหมาย semicolon ( ; ) ควรเป็นคำวิเศษณ์เชื่อม คือ consequently = ผลที่ตามมา “เอมิลืมตั้งนาฬิกาปลุก จึงเป็นผลให้พลาดคลาสเรียนตอนเช้า” คำเชื่อมอื่นเช่น so, for, since ไม่ใช้หลัง ;

50. How __________ people are in your family?

  1. lots

  2. great deal of

  3. many

  4. much

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 40. ประกอบ ใช้กับประโยคคำถามได้ เช่น How many, How much ในประโยคใช้กับ people (ผู้คนเป็นคำนามพหูพจน์) จึงตอบ how many

51. Many heads are __________ than one.

  1. better

  2. the better

  3. best

  4. the best

ตอบ 1 เห็น than ก็เดาตอบขั้นกว่าได้เลย (เจอแบบนี้เป็นข้อที่ 3 แล้ว) จากคุณศัพท์ good ทำเป็นขั้นกว่า เปลี่ยนรูปเป็น better จึงตอบตัวเลือกข้อ 1 ถ้าอยู่หน้า than ไม่ต้องมี the นะอย่าลืม

52. If Sara had studied harder, she __________ the course last semester.

  1. passes

  2. passes

  3. would have passed

  4. had passed

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 35. ประกอบ เราเห็นส่วนหน้าให้มาแล้ว had studied = had V3 ส่วนหลังก็ตอบ would have V3 = would have passed

53. I’m early for the appointment, __________?

  1. am not I

  2. aren’t I

  3. have not I

  4. haven’t I

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ เป็นเรื่อง tag (ส่วนหาง) ประธาน I’m ย่อมาจาก I am เมื่อทำ tag เป็นกรณียกเว้นเพราะ amn’t ตัวย่อนึ้ไม่มี จึงใช้ aren’t I แทน

54. If David __________ s busy, he would help us with the project.

  1. isn’t

  2. aren’t

  3. wasn’t

  4. weren’t

ตอบ 4 เป็น If ในสูตรที่ 3 ดังนี้

3. If S + V2 , S + would/could + V1
ตอบ weren’t ให้มา would help

55. They __________ when the earthquake happened.

  1. were sleeping

  2. have slept

  3. slept

  4. sleep

ตอบ 1 สูตรการเชื่อมด้วย when มีดังนี้

1. S + V2 + when + S + V2
2. S + was/were + Ving + when + S + V2
3. S + had V3 + when + S + V2

ตรงแบบที่ 2 ตอบ were sleeping ให้มา happened

56. Are you __________ than Sally?

  1. old

  2. older

  3. most old

  4. more old

ตอบ 2 เจอ than เป็นข้อที่ 4 แล้ว ตอบขั้นกว่าจากคุณศัพท์ old พยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่าคือ older

57. Madeline loves __________ to amusement parks by her parents.

  1. to take

  2. taking

  3. to be taking

  4. being taken

ตอบ 4 กริยา “loves” ตามด้วย Ving หรือ to + V1 ก็ได้ และในที่นี้เราเห็นข้างหลังมี by.. (โดย) แสดงว่าประธาน Madeline เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกพาไป) ต้องใช้รูป passive และรูป passive ของ Ving คือ being + V3 จึงตอบ being taken ตรงกับตัวเลือกข้อ 4 (ถ้าถูกกระทำของ to V1 จะเป็น to be + V3 = to be taken) แต่ไม่มีให้เลือก

58. If water reaches 0°C, it __________.

  1. to freeze

  2. freezes

  3. froze

  4. has frozen

ตอบ 2 เป็นสูตร If สูตรที่ 1 ดังนี้

1. If S + V1 , S + V1
ให้มา reaches ตอบ freezes กริยาเอกพจน์

59. A careful bus driver __________ talk while driving.

  1. might not

  2. cannot

  3. shall not

  4. must not

ตอบ 4 ประโยคนี้กล่าวถึง “ข้อห้ามหรือสิ่งที่ไม่ควรทำ” โดยเฉพาะสำหรับคนที่ “รอบคอบ” กริยาช่วยที่ถูกต้องเข้ากับโจทย์ที่สุดคือ “must not” ใช้แสดง “ข้อห้ามโดยเด็ดขาด” ว่า ต้องไม่คุยขณะขับรถ ตัวเลือกอื่น เช่น might not แสดง “อาจจะไม่” เป็นความเป็นไปได้เล็กน้อย ส่วน cannot “ไม่สามารถ” ไม่ได้เป็นข้อห้าม และ shall not เป็นทางการลาไม่ค่อยใช้ในบริบททั่วไป

60. __________ the new fitness routine, he felt heathier and more energetic.

  1. As a result of

  2. Because

  3. For

  4. In order to

ตอบ 1 ต้องการคำเชื่อมที่แสดงว่า “เพราะผลจากโปรแกรมฟิตเนสใหม่นี้ เขาจึงรู้สึกสุขภาพดีขึ้น” หลังคำที่ให้เติมนั้น “the new fitness routine” เป็นคำนามวลี ดังนั้นคำเชื่อมที่ตามด้วยคำนามวลี ได้คือ “As a result of” = เพราะเป็นผลจาก…. ส่วนคำเชื่อม because, for ตามด้วยประโยค และ in order to ใช้แสดง “เพื่อที่จะ…” ตามด้วยกริยา

61. Economic instability, inflation, and disruption of trade can be the __________ of war.

  1. cause

  2. outcome

  3. reason

  4. root

ตอบ 2 ต้องการคำที่หมายถึง “สิ่งที่เป็นผลจากสงคราม” ซึ่งสิ่งที่กล่าวถึงข้างหน้า (instability, inflation, trade disruption) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะสงคราม ดังนั้นต้องการใช้คำที่เรียกว่า “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ “สาเหตุ” จึงตอบ “outcome” = ผลลัพธ์ นอกนั้น cause (สาเหตุ) reason (เหตุผล) และ root (รากเหง้า สาเหตุเชิงลึก)

62. The carpet in the main hall needs __________ once every month.

  1. shampooing

  2. shampoo

  3. to be shampooed

  4. Both 1 and 3 are correct

ตอบ 4 หลังคำว่า “needs” สามารถตามได้ 2 อย่างคือ

  1. need + Ving จึงตอบ needs shampooing หรือ 2. รูปถูกกระทำ to be + V3 = needs to be shampooed ได้ทั้งตัวเลือก 1 และ 3

63. Unless you __________ your application by Friday, you won’t qualify for the scholarship.

  1. don’t submit

  2. submitted

  3. submit

  4. will submit

ตอบ 3 ตัวเชื่อม Unless เหมือน If ในการตอบกริยาทั้งสองส่วน แต่ความหมายต่างกัน Unless = If….not

2. Unless S + V1 , S + will V1
ตอบ submit ให้มา won’t qualify = will not qualify

ถ้าใช้ Unless ส่วนที่ตามไม่ต้องมี not อีกเพราะ unless มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ไม่ใช้ซ้อนกัน เมื่อตามด้วย V1 = submit ส่วนหลังก็เป็น will V1 = will not qualify ตรงตามสูตร

64. Marlinee got her house __________ last month.

  1. renovate

  2. renovated

  3. renovating

  4. to renovate

ตอบ 2 เป็นรูปกริยา get ถ้าตามด้วยสิ่งของ ตอบกริยาช่องที่ 3 ถ้าตามด้วยคน ตอบ to v1 ดูตัวอย่าง

S + get + something + V3 (ถ้าตามด้วยสิ่งของ + V3) อันนี้เหมือน have+สิ่งของ+V3

S + get/got + คน + to V1

  • Jack gets his elder sister to wash his clothes. (คน ตอบ to V1)

  • Jack gets his clothes washed by his elder sister. (สิ่งของ ตอบ V3)ข้อนี้ get (got) + her house (บ้านเป็นสิ่งของ) ก็ตอบตามด้วยกริยาช่องที่ 3 = renovated

65. Next year, a church __________ at the back of our school.

  1. will be built

  2. is built

  3. builds

  4. has built

ตอบ 1 เราเห็นคำบอกเวลา “Next year” (ปีหน้า) เป็นอนาคต และประธานคือ “a church” (เป็นสิ่งของ โบสถ์) ถูกกระทำ ต้องใช้ passive voice ใช้โครงสร้างจาก will V1 ถูกกระทำมาเป็น will be + V3 จึงตอบ will be built

66. Whenever it rains. the soccer match __________.

  1. cancels

  2. was canceling

  3. canceled

  4. gets canceled

ตอบ 4 เมื่อเห็นคำว่า “Whenever” (เมื่อไรก็ตาม) บอกถึงสิ่งที่เกิดเป็นประจำ ใช้ Present Simple (S + V1) แต่เนื่องจาก the soccer match (การแข่งขันฟุตบอล) เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกยกเลิก) ต้องใช้ passive voice จึงใช้โครงสร้าง gets + V3 = gets canceled (ถูกยกเลิก)

67. The new policy aims to created safer working conditions, __________ employees will feel more secure and satisfied.

  1. for

  2. because

  3. so

  4. thus

ตอบ 3 ประโยคนี้ต้องการคำเชื่อมที่แสดง ผลลัพธ์ จากนโยบายใหม่ คำว่า “so” เป็นคำเชื่อมที่ใช้บ่อยในโครงสร้าง “…so + ประธาน + กริยา” เพื่อแสดงเหตุและผล จากประโยคว่า “นโยบายใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยขึ้น เพื่อที่พนักงานจะได้รับรู้สึกมั่นใจและพึงพอใจมากขึ้น” จึงตอบ “so” แสดงผลจากสิ่งที่กล่าวไว้

68. __________ she taken the earlier train, she wouldn’t have missed the meeting.

  1. If

  2. Unless

  3. Is

  4. Had

ตอบ 4 เป็นเรื่อง If แต่ตัด if ออกไปมีสูตร 3 และ 4

  1. Were S + ส่วนขยาย , S + would V1

  2. Had S + V3 , S + would have V3

ข้อนี้ตรงกับสูตรที่ 4 ซึ่งสังเกตจากโจทย์หลังประธานมีกริยาช่องที่ 3 (taken) อยู่จึงตอบข้างหน้าเป็น Had ซึ่งมาจากประโยคเดิมว่า If she had taken…. เมื่อตัด If ออก จะเป็น Had she taken…

69. The program __________ since 1986.

  1. had organized

  2. has been organized

  3. organized

  4. is organized

ตอบ 2 เห็น “since…” บอกถึงเหตุการณ์ที่เริ่มในอดีตและยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) และประธาน “The program” เป็นผู้ถูกกระทำ ต้องใช้รูป passive voice ก็คือ has been + V3 จึงตอบ has been organized

70. __________ the unexpected traffic, Henry arrived late at the meeting.

  1. Due to

  2. Owing to

  3. In order to

  4. Both 1 and 2 are correct

ตอบ 4 ต้องการคำเชื่อมที่แสดง สาเหตุ และตามด้วย คำนามวลี (the unexpected traffic) ซึ่งคำเชื่อมทั้ง “Due to” และ “Owing to” ใช้ในความหมายว่า “เพราะว่า เนื่องจาก” และสามารถตามด้วยคำนามได้เหมือนกันจึงตอบถูกทั้ง 1 และ 2 ส่วน 3 In order to ใช้เพื่อแสดง “จุดประสงค์” และต้องตามด้วยกริยา ไม่ใช่คำนาม

71. At the moment, Daniel __________ how to get maple sap from a maple tree by his uncle in the backyard.

  1. is being taught

  2. teaches

  3. taught

  4. is teaching

ตอบ 1 ประโยคมีคำว่า “At the moment” ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are +Ving) และประธาน Daniel เป็นผู้ถูกสอน หรือดูข้างหลังมี by.. (โดย) ทำให้เรารู้ว่าต้องใช้รูป passive voice จึงตอบโครงสร้าง is being + V3 = is being taught

72. Jack isn’t around. He __________ his exams yet.

  1. may not finish

  2. might not have finished

  3. shouldn’t finish

  4. couldn’t have finished

ตอบ 2 มีคำว่า “yet” ซึ่งมักใช้ในรูปของ Present Perfect Tense (has/have + V3) หรือ กริยาช่วย + have + V3 ซึ่งต้องการสื่อว่า “เขาอาจจะยังสอบไม่เสร็จ” ใช้โครงสร้างบ “might not have finished” โดยใช้ might (มาจาก may อาจจะ) เพื่อแสดงความเป็นไปได้ในอดีตที่ยังไม่จบลง ณ ขณะนี้

73. Thank you very much for your help. I __________ it without you.

  1. couldn’t have managed

  2. needn’t have managed

  3. shouldn’t have managed

  4. might not have managed

ตอบ 1 เป็นการ ขอบคุณ และแสดงว่า “ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงทำไม่ได้” เหตุการณ์นี้เป็นอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยใช้โครงสร้าง “couldn’t have + V3” เพื่อแสดงความสามารถหรือไม่สามารถในอดีต จาก can/could not ไม่สามารถ

74. Follow me. I __________ show you to your room.

  1. must

  2. might

  3. will

  4. could

ตอบ 3 ประโยคนี้เป็นคำพูดในการเสนอความช่วยเหลือหรือบอกเจตนาของผู้พูดแสดงความตั้งใจจะทำในอนาคตอันใกล้ ใช้ will

75. I gained some weight. I __________ so much fried chicken.

  1. shouldn’t have eaten

  2. might not have eaten

  3. couldn’t have eaten

  4. wouldn’t have eaten

ตอบ 1 ประโยคนี้แสดงความเสียใจหรือรู้สึกผิดในอดีต ใช้โครงสร้าง “shouldn’t have + V3” เพื่อแสดงว่า “ไม่น่า/ไม่ควรจะกินเยอะขนาดนั้นเลย” จึงตอบ should /should not (ควร/ไม่ควร)

76. I don’t like tea, but I __________ like coffee.

  1. do

  2. have

  3. ought

  4. am

ตอบ 1 เราเห็นกริยา like เป็นกริยาช่องที่ 1 สามารถในกริยาช่วยที่สามารถตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ได้คือ do ซึ่ง do + V1 (like) ได้ โดย do/does/did นำหน้ากริยาช่องที่ 1 เป็นการเน้นย้ำกริยาช่องที่ 1 เช่น

  • I do like John. ใช้ do like เป็นการเน้นว่าชอบจริง ๆ ฉันชอบจอห์นจริง ๆ

77. She sings better than I __________.

  1. have

  2. do

  3. will

  4. am

ตอบ 2 กริยาหลักอยู่หน้าประโยคคือ sings แล้ว เมื่อต้องการใช้กริยาซ้ำ เราไม่ใช้ตัวเดิม แต่สามารถใช้กริยาช่วย do, does, did มาช่วยได้ อย่างประโยคนี้ใช้แทนกริยาช่องที่ 1 (sings) ก็คือ do/does และใช้กับประธาน I ก็ต้องเป็น do

78. A: __________ do you get to work, Mark?

B: I take the bus.

  1. What

  2. How often

  3. When

  4. How

ตอบ 4

A: มาร์ค คุณไปทำงานยังไงเหรอ?

B: ฉันนั่งรถบัสไป

B ตอบว่านั่งรถบัส นั่นแสดงว่า A ต้องถามเกี่ยวกับ “วิธี” การเดินทาง คือ “How” ยังไง

79. A: __________ .

B: I love pizza most!

  1. Why did you buy it?

  2. What’s your favorite food?

  3. Which restaurant should we go to this evening?

  4. How was the pizza you brought home last night?

ตอบ 2

A: อาหารโปรดของคุณคืออะไร?

B: ฉันชอบพิซซ่าที่สุดเลย!

B ตอบว่าชอบพิซซ่าที่สุด แสดงว่าถามคำถามเกี่ยวกับ ความชอบด้านอาหาร ตรงกับ “What’s your favorite food?” = อาหารโปรดของคุณคืออะไร

80. A: Have you ever been to Osaka, Jane?

B: __________, but I’d love to go there some day.

  1. Yes, I have

  2. Sure, I did

  3. No, I haven’t

  4. I’ll do that

ตอบ 3

A: เจน เคยไปโอซาก้าหรือเปล่า?

B: ยังไม่เคยเลย แต่ฉันอยากไปสักวันหนึ่ง

จากที่ B ตอบว่ายังไม่เคยไป แต่มีความตั้งใจในอนาคต แสดงว่าถามคำถามว่า “Have you ever been….” เคยไปหรือเปล่า

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

81. Can you speak any __________ languages?

  1. familiar

  2. fluent

  3. fairly

  4. foreign

ถาม คุณสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ไหม?

ตอบ 4 เมื่อเห็นคำว่า languages (ภาษา) ทำให้เราคำศัพท์ foreign = ต่างประเทศ ได้

  1. คุ้นเคย 2. คล่องแคล่ว 3. ค่อนข้าง 4. ต่างประเทศ

82. It is important to __________ good study skills.

  1. develop

  2. become

  3. pronounce

  4. translate

ถาม การพัฒนา ทักษะการเรียนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ

ตอบ 1 1. พัฒนา 2. กลายมาเป็น 3. ออกเสียง 4. การแปล

83. Would you help me correct my __________?

  1. commute

  2. difference

  3. pronunciation

  4. surprise

ถาม คุณช่วยแก้การออกเสียงของฉันได้ไหม?

ตอบ 3 1. การเดินทาง 2. ความแตกต่าง 3. การออกเสียง 4. ประหลาดใจ

84. I hope this will __________ you to change your mind.

  1. admit

  2. convince

  3. regret

  4. survive

ถาม ฉันหวังว่าสิ่งนี้จะโน้มน้าวให้คุณเปลี่ยนใจได้

ตอบ 2 1. ยอมรับ 2. โน้มน้าว 3. เสียใจ 4. รอดชีวิต

85. The movie didn’t __________ as well as the critics had predicted.

  1. curl up

  2. drop off

  3. put down

  4. turn out

ถาม หนังเรื่องนี้ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่นักวิจารณ์คาดไว้

ตอบ 4 1. ขดตัว 2. หลับ, ลดลง หย่อน 3. วางลง 4. ออกมาเป็น…

86. I’ll send the __________ to you by post.

  1. step

  2. original

  3. language

  4. owner

ถาม ฉันจะส่ง ต้นฉบับให้คุณทางไปรษณีย์

ตอบ 2 1. ขั้นตอน 2. ต้นฉบับ 3. ภาษา 4. เจ้าของ

87. Wanchai __________ to write a new novel next year.

  1. intends

  2. warns

  3. strikes

  4. occurs

ถาม วันชัยตั้งใจจะเขียนนิยายเล่มใหม่ในปีหน้า

ตอบ 1 1. ตั้งใจ 2. เตือน 3. โจมตี 4. เกิดขึ้น

88. My __________ food is fish and vegetables.

  1. tasty

  2. normal

  3. favorite

  4. usual

ถาม อาหารที่ฉันชอบที่สุดคือปลาและผัก

ตอบ 3 1. อร่อย 2. ปกติ ธรรมดา 3. ชอบที่สุด โปรดปราน 4. ตามปกติ

89. The incident was __________. Two people died at the scene.

  1. soaring

  2. amazing

  3. phenomenal

  4. fatal

ถาม เหตุการณ์นั้นถึงตายเลย มีคนเสียชีวิต 2 คนในที่เกิดเหตุ

ตอบ 4 1. เพิ่มสูงขึ้น คำราม 2. น่าทึ่ง 3. ยอดเยี่ยม 4. ถึงแก่ชีวิต ทำให้ตาย

90. Last night, Nicha had a(n) __________ sleep. That’s why this morning she looks very fresh.

  1. indescribable

  2. daring

  3. uninterrupted

  4. limited

ถาม เมื่อคืนนี้นิชาหลับแบบไม่ถูกรบกวน เช้านี้เธอเลยดูสดใสมาก

ตอบ 3 1. บรรยายไม่ถูก 2. กล้าหาญ 3. ไม่ถูกรบกวน 4. จำกัด

91. It’s __________ to take a shower or bath when there’s a lightning storm.

  1. worth

  2. inadvisable

  3. convincing

  4. unbelievable

ถาม การอาบน้ำขณะที่มีพายุฟ้าผ่า ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

ตอบ 2 1. มีคุณค่า 2. ไม่แนะนำ 3. น่าเชื่อ 4. ไม่น่าเชื่อ

92. We would appreciate an early __________.

  1. reply

  2. mind

  3. fight

  4. habit

ถาม เราจะขอบคุณมากหากได้รับการตอบกลับโดยเร็ว

ตอบ 1 1. การตอบกลับ 2. จิตใจ 3. ต่อสู้ 4. นิสัย

93. The rule is still in __________.

  1. society

  2. source

  3. effect

  4. guilt

ถาม กฎข้อนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

ตอบ 3 1. สังคม 2. แหล่งที่มา 3. มีผลบังคับ 4. ความผิด

94. He’s in treatment for cocaine __________.

  1. gain

  2. diet

  3. notice

  4. addiction

ถาม เขากำลังเข้ารับการรักษาอาการเสพติดโคเคน

ตอบ 4 1. การเพิ่ม 2. การควบคุมอาหาร 3. การแจ้งให้ทราบ 4. การเสพติด ติด

95. The __________ of getting up early is that you will have more time during the day to do things.

  1. spot

  2. fair

  3. benefit

  4. structure

ถาม ข้อดีของการตื่นเช้าคือคุณจะมีเวลามากขึ้นในแต่ละวันสำหรับทำสิ่งต่าง ๆ

ตอบ 3 1. จุด 2. ยุติธรรม 3. ประโยชน์/ข้อดี 4. โครงสร้าง

96. He couldn’t get to sleep because he was too __________.

  1. tough

  2. excited

  3. fast

  4. enjoy

ถาม เขานอนไม่หลับเพราะเขาตื่นเต้นเกินไป

ตอบ 2 1. แข็งแกร่ง/ยาก 2. ตื่นเต้น 3. เร็ว 4. สนุกสนาน

97. We made fruit salad and it was really __________.

  1. tasty

  2. wrong

  3. smart

  4. noticeable

ถาม พวกเราทำสลัดผลไม้กัน และมันก็อร่อยมาก

ตอบ 1 1. อร่อย 2. ผิด 3. ฉลาด 4. สังเกตได้ง่าย

98. The most annual meeting was very __________. It lasted for only an hour.

  1. popular

  2. fortunate

  3. heartbreaking

  4. brief

ถาม การประชุมประจำปีล่าสุดนั้นสั้นมาก ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง

ตอบ 4 1. เป็นที่นิยม 2. โชคดี 3. น่าเศร้า 4. สั้น กระชับ

99. Please don’t __________ to be good to me.

  1. worry

  2. spread

  3. pretend

  4. change

ถาม ได้โปรดอย่า แกล้งทำดี กับฉันเลย

ตอบ 3 1. กังวล 2. แพร่กระจาย 3. เสแสร้ง 4. เปลี่ยน

100. It’s __________ to feel tired after such a long trip.

  1. tough

  2. slow

  3. careful

  4. normal

ถาม มันเป็นเรื่อง ปกติที่จะรู้สึกเหนื่อยหลังจากเดินทางไกลขนาดนั้น

ตอบ 4 1. ยาก/แข็งแกร่ง 2. ช้า 3. ระมัดระวัง 4. ปกติ ธรรมดา

101. That burnt-out tower will be __________ next Saturday.

  1. torn down

  2. curled up

  3. credited

  4. rolled up

ถาม หอคอยที่ถูกไฟไหม้นั้นจะถูกรื้อถอนในวันเสาร์หน้า

ตอบ 1 1. รื้อถอน 2. ขดตัว 3. ให้ความเชื่อถือ 4. ม้วนขึ้น

102. The __________ where the accident took place was very terrifying.

  1. view

  2. scene

  3. architect

  4. coincidence

ถาม ที่เกิดเหตุที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นนั้นน่ากลัวมาก

ตอบ 2 1. ทัศนียภาพ 2. ที่เกิดเหตุ /ฉาก 3. สถาปนิก 4. เหตุบังเอิญ

103. Brad has an appointment with a dentist. His teeth are going to be __________.

  1. extracted

  2. conducted

  3. preserved

  4. supported

ถาม แบรดมีนัดกับหมอฟัน ฟันของเขากำลังจะถูกถอนออก

ตอบ 1 1. ถอนออก 2. ดำเนินการ 3. อนุรักษ์/ถนอมไว้ 4. สนับสนุน

104. Some scientists have __________ the existence of life on other planets.

  1. expected

  2. doubted

  3. created

  4. ignored

ถาม นักวิทยาศาสตร์บางคนได้แสดงความสงสัยต่อการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

ตอบ 2 1. คาดหวัง 2. สงสัย / ไม่เชื่อ 3. สร้าง / ก่อให้เกิด 4. เพิกเฉย

105. The __________ skydivers jumped from the plane despite the rain.

  1. sucking

  2. boring

  3. daring

  4. thrilling

ถาม นักโดดร่มผู้กล้าหาญกระโดดจากเครื่องบินแม้ฝนจะตก

ตอบ 3 1. การดูด 2. น่าเบื่อ 3. กล้า/ชอบเสี่ยง 4. น่าตื่นเต้น

106. When Jim saw her, Gina was carrying a small __________ of flowers.

  1. club

  2. part

  3. soul

  4. bunch

ถาม ตอนที่จิมเห็นเธอ จีน่ากำลังถือ ช่อดอกไม้เล็ก ๆ

ตอบ 4 1. ไม้ตี / สโมสร 2. ส่วนหนึ่ง 3. จิตวิญญาณ 4. ช่อ / กลุ่ม

107. The college has its own __________.

  1. vessel

  2. glacier

  3. salary

  4. chapel

ถาม วิทยาลัยแห่งนี้ มีโบสถ์เป็นของตัวเอง

ตอบ 4 1. เรือ/ภาชนะ 2. ธารน้ำแข็ง 3. เงินเดือน 4. โบสถ์เล็ก ๆ

108. They caused us great __________ by showing up without notice.

  1. inconvenience

  2. consideration

  3. independence

  4. cancellation

ถาม พวกเขาทำให้เราลำบากมากที่มาถึงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

ตอบ 1 1. ลำบาก /ไม่สะดวก 2. การพิจารณา/ความเกรงใจ 3. ความเป็นอิสระ 4. การยกเลิก

109. To promote their new album, the singers __________.

  1. hit the streets

  2. crossed that bridge

  3. broke a leg

  4. shed a few tears

ถาม เพื่อโปรโมตอัลบั้มใหม่ นักร้องจึงออกไปลุยเองถึงข้างนอก

ตอบ 1 1. ลงพื้นที่ /ออกไปโปรโมต 2. ค่อยว่ากันทีหลัง 3. อวยพรให้โชคดี 4. ร้องไห้

110. The tube is __________ with people at rush hours.

  1. less-known

  2. jam-packed

  3. mind-bending

  4. wide-legged

ถาม รถไฟใต้ดินแน่นขนัดไปด้วยผู้คนในช่วงเวลาเร่งด่วน

ตอบ 2 1. ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก 2. แน่นเอี๊ยด 3. ซับซ้อน/ทำให้มึนงง 4. ขาบาน

111. Can you prove that the Earth isn’t flat?

  1. cruise

  2. gain

  3. reveal

  4. verify

ถาม คุณสามารถพิสูจน์ได้ไหมว่าโลกไม่ได้แบน?

ตอบ 4 1. ล่องเรือ/ขับรถไปเรื่อย ๆ 2. ได้รับ 3. เปิดเผย 4. ตรวจสอบ/พิสูจน์

prove = verify = ตรวจสอบ/พิสูจน์ความถูกต้อง

112. Why should I give up my beliefs for your lies?

  1. abandon

  2. encourage

  3. gain

  4. reply

ถาม ทำไมฉันต้องละทิ้งความเชื่อของตัวเองเพราะคำโกหกของคุณด้วยล่ะ?

ตอบ 1 1. ละทิ้ง 2. สนับสนุน 3. ได้มา 4. ตอบกลับ

give up = abandon = ละทิ้ง

113. Don’t try too hard to make sense of whether the earth is flat or round.

  1. believe

  2. fetch

  3. pretend

  4. understand

ถาม อย่าพยายามมากเกินไปในการทำความเข้าใจว่าโลกแบนหรือกลม

ตอบ 4 1. เชื่อ 2. ไปเอามา 3. แกล้งทำ 4. เข้าใจ

make sense = understand = ทำความเข้าใจ

114. Long exposure to the sun without protection can lead to serious skin damage.

  1. conspiracy

  2. disclosure

  3. mortality

  4. tract

ถาม การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ได้ปกป้องผิวอาจส่งผลให้ผิวเสียหายอย่างรุนแรงได้

ตอบ 2 1. การสมรู้ร่วมคิด 2. การรับ /สัมผัส 3. ความตาย 4. ทางเดิน

exposure = disclosure = การสัมผัส การเปิดรับ

115. Ben’s promise to complete the project by Friday gave the team confidence to move forward with other plans.

  1. assurance

  2. effect

  3. highlight

  4. route

ถาม คำสัญญาของเบนว่าจะทำโครงการให้เสร็จภายในวันศุกร์ ได้สร้างความมั่นใจให้ทีมสามารถเดินหน้าแผนอื่นต่อได้

ตอบ 1 1. การรับประกัน/ ความมั่นใจ 2. ผลกระทบ 3. จุดเด่น 4. เส้นทาง

116. The silence in the room grew increasingly uncomfortable as everyone waited for someone to speak first.

  1. awesome

  2. discomforting

  3. pleasant

  4. relaxed

ถาม ความเงียบในห้องยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ทุกคนรอให้ใครสักคนเริ่มพูด

ตอบ 2 1. ยอดเยี่ยม 2. ทำให้อึดอัด/ไม่สบายใจ 3. น่ายินดี 4. ผ่อนคลาย

117. Flat-earthers use strange logic.

  1. experience

  2. harbor

  3. reason

  4. spot

ถาม ผู้ที่เชื่อว่าโลกแบนใช้เหตุผลที่แปลกประหลาด

ตอบ 3 1. ประสบการณ์ 2. ท่าเรือ 3. เหตุผล 4. จุด

118. After years of chronic back pain, Daryl finally found relief through a combination of physical therapy and meditation.

  1. fatal

  2. infinite

  3. obvious

  4. persisting

ถาม หลังจากทนกับอาการปวดหลังเรื้อรังมาหลายปี ดาริลก็พบทางบรรเทาอาการได้ในที่สุดด้วยการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการทำสมาธิ

ตอบ 4 1. ถึงแก่ชีวิต 2. ไม่มีที่สิ้นสุด 3. ชัดเจน 4. เรื้อรัง/ยังคงอยู่

119. People with breathing and heart problems, children and the elderly may be particularly sensitive to PM 2.5.

  1. breathtaking

  2. responsive

  3. fatal

  4. inadvisable

ถาม ผู้ที่มีปัญหาการหายใจและหัวใจ เด็กและผู้สูงอายุอาจไวต่อ PM 2.5 เป็นพิเศษ

ตอบ 2 1. หายใจไม่ออก 2. ตอบสนองรวดเร็ว 3. ถึงแก่ชีวิต 4. ไม่แนะนำ

sensitive = responsive = รู้สึกไว อ่อนไหวเร็ว ตอบสนองรวดเร็ว

120. Symptoms of the highly infectious illness include fever, cough, runny nose, eye irritation, and a signature rash.

  1. annoyance

  2. depression

  3. hermit

  4. shelter

ถาม อาการของโรคติดเชื้อสูง ได้แก่ ไข้ ไอ น้ำมูกไหล ระคายเคืองตาและผื่นขึ้นตามตัว

ตอบ 1 1. การระคายเคือง 2. ภาวะซึมเศร้า 3. นักบวช 4. ที่พักพิง

irritation = annoyance, inflammation = การระคายเคือง, การอักเสบ

 

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 1/2567

 

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

แนวข้อสอบภาค 1 ปีการศึกษา 2567
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Directions: Choose the best answer.

Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

1. Wild animals __________ dangerous.
1. is
2. are
3. was
4. were
ตอบ 2
ใช้ Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ สม่ำเสมอ ทุกวัน เป็นนิสัย มักมีคำบอกเวลา เช่น always, usually, often (บ่อย), normally (โดยปกติ), regularly (อย่างสม่ำเสมอ), frequently (บ่อย), sometimes (บางครั้ง), every + ช่วงเวลา เช่น every month, every day (ทุกวัน) เป็นต้น และยังใช้กับโจทย์ที่เป็นข้อเท็จจริง (Facts) เช่น จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ จริงตามธรรมชาติ เช่น
– The sun rises in the east and sets in the west.
(พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก)
– Wild animals are dangerous. (สัตว์ป่าเป็นสัตว์อันตราย) ประโยคนี้เป็นจริงเสมอ และประธานเป็นพหูพจน์ จึงตอบกริยาพหูพจน์ คือ are = V1

2. The key you found is __________.
1. mine
2. him
3. her
4. our
ตอบ 1
บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun) ให้เดาเลยนะ ถ้าไม่มีคำนามหรืออะไรตามหลังโจทย์ให้เอารูปแสดงความเป็นเจ้ามาได้เลย เช่น mine, yours, hers, theirs, ours เพราะ mine มีค่าเท่ากับ my key แต่หน้าโจทย์มีคำนาม key แล้วก็ไม่ต้องยกมาซ้ำ เช่น
– This book is yours. หรือถ้าเลือกตอบในแถวที่ 3 จะเป็น This is your book.
– This key is mine. = This is my key.

3. This week, I __________ a train to work because my car is in the garage.
1. take
2. took
3. am taking
4. was taking
ตอบ 3
ต้นประโยคมีคำบอกเวลาแสดงถึง “อนาคตกาล” คือ This + คำบอกเวลา เช่น this month (เดือนนี้), this week, this year เป็นต้น เราสามารถใช้ปัจจุบันแทนอนาคตอันใกล้ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are + Ving) จึงตอบ I am taking a train. (ฉันจะนั่งรถไฟ…..)

4. We usually __________ together in the park.
1. exercise
2. are exercising
3. will exercise
4. have exercised
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ เมื่อเราเห็นคำบอกใบ้คือ usually (โดยปกติ) ทำเป็นประจำ ใช้ Present Simple Tense (S + V1) ได้เลย ก็คือ exercise

5. Mark’s mother makes him __________ up his room once a week.
1. to tidy
2. tidied
3. tidy
4. tidying
ตอบ 3
กริยา make/made หรือ let สองตัวนี้เป็นที่นิยมออกสอบออกมาให้ตอบกริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องมี to ตาม เช่น
– The sad movie always makes me cry.
– Let us go shopping
ฉะนั้นข้อนี้ makes + กรรม (him) + V1 จึงตอบ tidy เป็น V1 ไม่ต้องมี to หรือ -ed -ing

6. They __________ their 11th anniversary at this time last Friday.
1. celebrate
2. have celebrated
3. are celebrating
4. were celebrating
ตอบ 4
มีคำบอกเวลาท้ายโจทย์ที่แสดงถึงอดีตและระบุเวลาที่แน่ชัดลงด้วย ใช้ Past Continuous Tense (S+ was/were + Ving) เช่น (at) this time last year (เวลานี้เมื่อปีที่แล้ว มี at ก็ได้ไม่มี at ก็ได้) , at 6 o’clock last night, at 5 p.m. yesterday เป็นต้น ฉะนั้นข้อนี้มี at this time last Friday จึงตอบ were celebrating

7. If the weather clears up, we __________ for a hike tomorrow.
1. goes
2. will go
3. had gone
4. gone
ตอบ 2
ดูสูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ
1. If S + V1 , S + V1
2. If S + V1 , S + will V1
3. If S + V2 , S + would/could + V1
4. If S + had V3 , S + would have V3
การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น
ตรงกับ If ขึ้นต้นประโยคสูตรที่ 2 โดยสังเกตจากให้มาส่วนหน้าคือ clears เป็นกริยาช่องที่ 1 สามารถคู่กับส่วนหลังคือ V1 หรือ will V1 แต่ goes เป็นกริยาเอกพจน์ใช้กับประธาน We พหูพจน์ไม่ถูกต้อง จึงหันมาตอบ will V1 = will go

8. Jenny and I __________ each other for years.
1. know
2. knew
3. have known
4. were knowing
ตอบ 3
ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) หรือจะตอบ Present Perfect Continuous Tense (S + has/have been + Ving) แสดง เหตุการณ์ที่ เกิดติดต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต ออกสอบทุกเทอมนะคะจำคำบอกเวลาไว้ เช่น for (เป็นเวลา), since (ตั้งแต่), just (เพิ่งจะ), recently (เร็ว ๆนี้), lately, yet, already, ever, never, how long , all day (ตลอดวัน), all evening (ตลอดเย็น) สำหรับข้อนี้ มีคำบอกเวลาคือ for years (เป็นเวลาหลายปี) จึงตอบ have known

9. __________ that he has got a big bonus from his office, Tim couldn’t help smiling all day.
1. To know
2. Knowing
3. Know
4. Known
ตอบ 2
คำที่เติมนั้นทำหน้าที่เป็น Present Participle ในรูปของ Gerund (คือ Ving) ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์มักไว้หน้าประโยคและตามด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,) แล้วตามด้วยประธานหลักที่เป็นคนหรือสิ่งมีชีวิต แสดงอาการกระทำของ Ving (Knowing) นั้น นั่นคือ การรู้ (Knowing)………,ขึ้นด้วยคน แบบนี้ให้ตอบ Vingได้เลย

10. Albert __________ it before 6 o’clock. We’d better leave without him.
1. won’t finish
2. didn’t finish
3. haven’t finished
4. don’t finish
ตอบ 1
ช่องแรกที่ให้เติมนั้นบ่งบอกถึงการกระทำที่ต้องเกิดขึ้นก่อน หกโมง แสดงถึงอนาคตซึ่งใช้รูป will not finish น่าจะทำงานไม่เสร็จก่อนหกโมง เราควรจะออกไปโดยไม่มีเขา ใช้ Future Simple Tense = will + V1 และ will not V1 = will not finish = won’t finish จะไม่เสร็จ

11. __________ United States of America is a very big country.
1. A
2. An
3. The
4. (Blank)
ตอบ 3
หลักการใช้ Article “The” นำหน้าคำนามต่อไปนี้
1. the + คำนามเฉพาะ
2. ใช้ the กับชื่อตระกูล เช่น The Smiths (ตระกูลสมิธ)
3. ใช้ the นำหน้าชื่อประเทศที่มีคำว่า United, Republic เช่นข้อนี้ The United States, The Union, The Republic of China
4. ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีส่วนขยายชี้เฉพาะตามหลังคำนามเช่นเป็นบุพบท (in, on, at, under) หรืออนุประโยคขยายที่มี that, which, who, whom เป็นต้น
สำหรับข้อนี้ใช้ The นำหน้าชื่อประเทศที่มีคำว่า United จึงตอบ The United States of America

12. My brother will have his jeans __________ about 2 inches.
1. shorten
2. shortened
3. shortening
4. to shorten
ตอบ 2
เป็นโครงสร้างในเรื่อง Passive Voice โดยใช้ในรูปของ Verb to have
have/ has/had มีออกบ่อย 2 แบบคือ ดูสูตร
1. S + has/have/had + สิ่งของ + V3
2. S + has/have/had + คน + V1
จากโจทย์ have his jeans (กางเกงยีนส์ เป็นสิ่งของ) จึงตอบกริยาช่องที่ 3 ในที่นี้คือ shortened

13. __________ we __________ up the house next weekend?
1. Do; clean
2. Are; cleaned
3. Have; cleaned
4. Shall: clean
ตอบ 4
ท้ายประโยคมีคำบอกเวลา next weekend (เสาร์อาทิตย์หน้า) เป็นการบ่งบอกถึงอนาคต ใช้รูป Present Simple Tense (S + will/shall + V1) ตรงกับตัวเลือกข้อ 4 ที่มี shall ทำเป็นประโยคคำถามยก Shall ไว้หน้าประธาน we นั่นเอง

14. __________ turn is it to choose the movie for movie night?
1. Who
2. Whom
3. Whose
4. Which
ตอบ 3
ข้อนี้เป็นคำถามแบบ Who-question ดังนี้
Who + Verb + obj, = ถามถึงคน
Whom + Verb + S. = ถามถึงบุคคลที่ 3
Whose + คำนาม + Verb + S…? = ถามถึงการเป็นเจ้าของ? ว่าของใคร
Which + Verb + S = ถามถึงการเลือกของชิ้นใด?
Which + คำนาม + V + S..? = ถามถึงของใดชิ้นหนึ่งแบบเจาะจง?
What + Verb + S…? = ถามถึงสิ่งของ?
When + Verb + S….? = ถามหาเวลา?
Where + Verb + S….? = ถามถึงสถานที่?
How + adj./adv. + V + S…? = ถามลักษณะ/จำนวน?
How/how to + Verb + S…? = ถามถึงความรู้สึก/วิธีการ?
โจทย์ต้องการถามการเป็นเจ้าของ
Whose + คำนาม + Verb + S
= Whose turn is it…? ถึงคิวใครที่จะเลือกหนังสำหรับการดูหนังคืนนี้?

15. I forgot to turn off the light, is __________ still on?
1. them
2. it
3. itself
4. him
ตอบ 2
ส่วนหลังให้ตอบเป็นคำถามและต้องการถามโดยใช้คำสรรพนาม (Pronoun) และใช้เป็นประธานของประโยคคำถาม? โดยคำที่ให้เติมกล่าวซ้ำคำนามที่เอ่ยในประโยคหน้า นั่นคือ the light (ไฟ) เป็นสิ่งของจึงใช้สรรพนาม it แทนและเป็นประธาน จึงตอบ it จากประโยคว่า “ฉันลืมปิดไฟ มันยังเปิดอยู่ใช่ไหม? มันก็คือไฟ”

16. Henry is __________ chef in town.
1. good
2. better
3. as good
4. the best
ตอบ 4
ต้องการให้ตอบการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมีหลักอยู่ 3 ขั้นคือ
1. ขั้นธรรมดา เปรียบเทียบเท่ากันใช้ as…………as ตรงกลางต้องใส่ขั้นธรรมดา
2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบของ 2 อย่าง/คน/สิ่ง เช่นเจอคำว่า of the two หรือ ……than (ออกทุกเทอมนะ) เห็น than ให้ตอบข้างหน้าขั้นกว่าได้เลย
3. ขั้นสุด เป็นการเปรียบเทียบของ 3 สิ่ง/อย่าง/คนหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป มีให้สังเกต เช่นเจอคำว่า of all (ของทั้งหมด), in + สถานที่ เช่น in town (ในเมือง อย่างโจทย์ข้อนี้) in the world (ในโลก) in the family (ในครอบครัว) , of the three , หรือคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น ดูในข้อ 17 ต่อไปเจอเลยค่ะ) ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด
เมื่อรู้ว่าตอบขั้นไหน ก็มาดูตัวเลือกวาให้คำอะไรมาอย่างข้อนี้ให้ good มาเมื่อผันเป็นขั้นกว่าขั้นสุด จะเปลี่ยนรูป ให้จำคำที่เปลี่ยนรูป มักดูยาก ถ้าบางคำพยางค์เดียวอาจลงท้าย -er, -est หรือหลายพยางค์ใส่ more, most นำหน้า ฉะนั้นเมื่อเราเห็น in town ตอบขั้นสุด จาก good better best และใส่ the หน้าขั้นสุดเป็น the best

17. That is __________ movie I’ve ever seen.
1. bad
2. worse
3. the worst
4. more worse
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเห็นคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่เคยเห็น) ให้ตอบขั้นสุด จาก bad ทำขั้นสุดเปลี่ยนรูปเป็น worst และใส่ the นำหน้า เป็น the worst (แย่ที่สุด เลวร้ายที่สุด)

18. Not __________ the president of the association, Doug was very disappointed.
1. elected
2. electing
3. elect
4. having elected
ตอบ 1
ใช้ Perfect participle phrase มาจากประโยคโครงสร้างเต็มว่า Because he was not elected…. เมื่อลดรูปจะตัดตัวเชื่อม,ประธาน he และกริยา was ออก แล้วยกรูปปฏิเสธ Not ขึ้นเป็น Not + V3 คือ Not elected (ไม่ได้รับถูกเลือกเป็นประธานสมาคม) แล้วประโยคที่ตามมามีคอมม่าคั่น (,) หลังคอมม่าจะเป็นคนหรือชื่อคนที่แสดงอาการกระทำกริยาในประโยคต้น
– Not elected the president of the association, Doug was very disappointed.

19. Natalie __________ scared of being left alone at night.
1. stays
2. tastes
3. feels
4. wounds
ตอบ 3
จากตัวเลือกเป็นกริยาที่ต่างความหมายกัน ก็ต้องเลือกกริยาที่เข้ากับโจทย์ได้ ซึ่งกริยาทั้ง 4 ตัวเลือกเป็นกริยาที่มีความหมายต่างกัน ที่โจทย์ scared เป็น adj. หมายถึง หวาดกลัว กริยาที่ใส่ข้างหน้าก็จะเป็น feels (รู้สึก) = รู้สึกหวาดกลัว ตัวกริยาตัวอื่นเช่น stays calm (นิ่งสงบ) tastes sweet (รสชาติหวาน) wounds (บาดเจ็บ)

20. Right now, Tony __________ by his father for causing a big dent on his new car.
1. scolds
2. is scolding
3. scolded
4. is being scolded
ตอบ 4
หน้า 38 ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are Ving) กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด เดามักคำบอกเวลาจำนะออกทุกเทอม เช่น now, right now, at the/this moment , at present เป็นต้นก็คือ is scolding และโจทย์มีคำว่า by….(โดย ….) บ่งบอกถึง ประธานถูกกระทำโดย …………ใช้โครงสร้าง passive voice จาก is/am/are + Ving ถูกกระทำ มาเป็น is/am/are+ being + V3 จึงตอบ is being scolded (โทนี่กำลังถูกพ่อดุ)

21. __________ you please repeat what you just said, Wendy?
1. Could
2. Should
3. May
4. Shall
ตอบ 1
เป็นประโยคคำถามในกริยาช่วย แสดงการขอร้อง สังเกตจากคำว่า please (โปรด กรุณา) ให้ใช้
1. การขอร้อง ใช้ Could you / Would you please + V1……..?
2. การขออนุญาต ใช้ May I, Can I/ Shall I + V1 ……..?
3. การให้คำเสนอแนะ ใช้ Should you / Ought you to + V1 ………..?
ฉะนั้นข้อนี้ จึงตอบ Could หรือไม่ก็ Would ก็ได้

22. We’re considering __________ a new air-conditioner.
1. buy
2. to buy
3. buying
4. bought
ตอบ 3
กริยาที่ตามมาจะเป็น Gerund ก็คือ ตามด้วย Ving ได้แก่
ด้วยคำเฉลยอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ
(ตารางคำศัพท์: admit, allow, appreciate, avoid, consider, delay, defer, deny, dread, dislike, enjoy, endure, escape, excuse, finish, forgive, fancy, imagine, involve, keep, mind, miss, practice, risk, resent, resist, postpone, prefer, prevent, quit, stop, suggest, consider, like, permit, keep, advise, advise, hate, require)
ฉะนั้น consider + Ving จึงตอบ buying

23. If I had known about the flood problems, I __________ a different route.
1. might have taken
2. must have taken
3. shall take
4. should take
ตอบ 1
ดูสูตรการใช้ If ในข้อ 7. ประกอบ ข้อนี้ตรงกับสูตรที่ 4
[ 4. If S + had V3 , S + would/could/might have V3 ]
ให้มา had known (V3) จึงตอบส่วนหลัง might have V3 = might have taken

24. Anne is __________ intelligent student.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 2
ใส่ article มีหลักดังนี้
1. ใช้ “a” นำหน้าคำนามทั่วไปที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ เป็นกล่าวถึง สิ่งหนึ่ง อย่างหนึ่ง โดยทั่วไปไม่เจาะจง เช่น a man (ผู้ชายคนหนึ่ง) หรือ “a” นำหน้าคำนามอาชีพ เช่น a teacher, a doctor, a student
2. ใช้ “an” นำหน้าคำนามที่มีสระนำหน้า (a, e, i, o, u) เช่น an ant, a elephant, an egg และถ้ามีคุณศัพท์ (adj.) มาขยาย ก็ให้ผันตามคำคุณศัพท์นั้น เช่น an important person, an intelligent student

25. __________ young man who is singing is my friend’s brother.
1. A
2. An
3. The
4. (Blank)
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีส่วนขยายชี้เฉพาะตามหลังคำนามเช่นเป็นบุพบท (in, on, at, under) หรืออนุประโยคขยายที่มี that, which, who, whom เป็นต้น อย่างเช่นข้อนี้ ถ้าใช้ a young man หมายถึง คนหนุ่มคนหนึ่ง แต่มีคำว่า who is …….. ขยายต่อ เป็นการชี้เฉพาะว่าเป็นหนุ่มที่กำลังร้องเพลงนะ ไม่ใช่คนอื่นใด จึงเป็นการชี้เฉพาะใช้ the นำหน้า

26. I can’t find Bob here. He __________ already.
1. will leave
2. could have left
3. ought to leave
4. must have left
ตอบ 4
ใช้ must have + V3 เป็นรูปอดีต บอกถึงสิ่งที่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นในอดีต เพราะจากโจทย์ “ผมหาบ๊อบไม่เจอที่นี่ เขาต้องออกจากที่นี่ไปแล้ว” เทียบตัวอย่างอื่น
– I didn’t see you at the wedding. You must have left before I got there.
(ฉันไม่เห็นคุณที่งานแต่งงาน คุณต้องออกไปก่อนที่ฉันจะไปถึงที่นั่น)

27. Lan’s shoes need __________.
1. replace
2. replaced
3. replacing
4. replaces
ตอบ 3
การใช้กริยา want/need ถ้าใช้ในรูปถูกกระทำ จะตอบได้ 2 รูปแบบ ดูจากประธานเป็นสิ่งของใช้รูปถูกกระทำ (passive voice) คือ
[ want/need + Ving หรือ want/need + to be V3 ก็ได้ ]
– The book needs fixing. = The book needs to be fixed.
ฉะนั้นข้อนี้ lan’s shoes need replacing = lan’s shoes need to be replaced.

28. __________ we call on Amily this afternoon?
1. May
2. Shall
3. Would
4. Could
ตอบ 2
ท้ายประโยคมีคำบอกเวลาที่แสดงอนาคตคือ this afternoon (บ่ายนี้) เป็นเหตุการณ์ที่เป็นอนาคต ใช้ Future Simple (S + will/shall + V1) จึงสามารถใช้ shall แสดงอนาคตหรือขออนุญาตก็ได้

29. It’s no use __________ Sam for help.
1. ask
2. to ask
3. asked
4. asking
ตอบ 4
สำนวนต่อไปนี้ ให้ตามด้วย Ving ได้แก่
(ตาราง: can’t bear, can’t stand, can’t resist, can’t help, have a good time, have a hard time, look forward to, object to, adjust to, devote to, it’s no good, it’s worth, be accustomed to, be opposed to, be/get used to, be subjected to, it’s no use, have a difficult time + Ving)
– He can’t help falling in love with her.
– He is accustomed to staying up late at night.
– It’s no use asking him questions because he never answers them.

30. I made the cake __________.
1. itself
2. herself
3. myself
4. themselves
ตอบ 3
คำสรรพนามที่สะท้อนตัวเอง หลักคือดูประธานว่าตัวไหน ก็สะท้อนตัวนั้น เช่น
– I สะท้อนตัวเอง เป็น myself
– Mary สะท้อนตัวเองเป็น herself (เพศหญิง)
– They สะท้อนตัวเองเป็น themselves (พหูพจน์) ดูตัวอย่างเพิ่มเติม
– Tom and Ann blamed themselves for the accident.
(ทอมและแอนโทษตัวเองเรื่องอุบัติเหตุ)
– I made the cake myself.
– She blamed herself for the accident.

31. I have two cats. One is black, and __________ is white.
1. neither
2. a little
3. such
4. the other
ตอบ 4
จากประโยคแรกบอกว่ามีแมว 2 ตัว และประโยคต่อไปบอกความแตกต่างว่าตัวหนึ่งสีดำ อีกตัวหนึ่งสีขาว หลักความแตกต่างของ 2 อย่าง/สิ่งนั้น อันแรกใช้ one แทนตัวแรก และอีกอันหนึ่งใช้ the other หมายถึง อีกอันหนึ่งที่เหลือ ใช้กับความแตกต่าง 2 อย่าง เทียบตัวอย่างอื่น
– I have two brothers. One is a doctor, and the other is a soldier.
(ฉันมีพี่ชายสองคน คนหนึ่งเป็นหมอ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นทหาร)

32. Dan can play __________ piano beautifully.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 3
ใช้ “the” นำหน้าชื่ออุปกรณ์ดนตรีชนิดต่าง ๆ เช่น the guitar (กีตาร์) the violin (ไวโอลิน) the flute (ขลุ่ย) the saxophone (แซคโซโฟน) the xylophone (ระนาด) the piano (เปียโน) แต่ถ้าเป็นเกมกีฬาก็มักออกสอบเหมือนกัน จะไม่มี article นำหน้า เช่น football, tennis, basketball, hockey, volleyball, soccer เป็นต้น

33. __________ is your proudest accomplishment?
1. What
2. When
3. Where
4. Why
ตอบ 1
อยู่ในรูปคำถามประเภท Wh-question ดูคำอธิบายข้อ 14 ประกอบ เมื่อต้องการถามถึงสิ่งของ ใช้ What มาตั้งคำถาม? ว่า “อะไรคือความสำเร็จที่ภาคภูมิใจมากที่สุดของคุณ?”

34. I’m eligible for the sum of 10,000, __________?
1. am I
2. do I
3. aren’t I
4. don’t I
ตอบ 3
เป็นเรื่อง tag ส่วนหาง มีหลักดังนี้ กำหนดว่าถ้าข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าข้างหลังจะต้องเป็นรูปปฏิเสธรูปย่อ มี 2 จุด ที่ต้องดูนั่นคือ 1. เรื่องกริยากับเรื่องคำสรรพนาม เราเห็นประโยคให้ข้อนี้มี ‘m ย่อมาจาก am ทำ tag บอกเล่า ทำส่วนหลังต้องเป็นปฏิเสธรูปย่อ am not มีแต่ตัวเต็มไม่มีรูปย่อ จึงใช้ aren’t แทน และประโยคมีคำสรรพนาม I มาแล้วก็ใช้ตัวเดิมคือ I ดูตัวอย่างอื่นประกอบ
– Jane will be here soon, won’t she?
– There was a lot of rain, wasn’t there?
– Maggi won’t be late, will she?
– I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I
– I am not late, am I?
กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณีนะคะ ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)
– Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we
– Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you
ฉะนั้น ประธาน I’m ย่อมาจาก I am ส่วนหาง จึงตอบเป็น aren’t I

35. If I __________ more free time, I would do some outdoor activities.
1. have
2. had
3. will have
4. would have
ตอบ 2
ตรงกับการใช้ If สูตรที่ 3 ดังนี้
[ 3. If S + V2 , S + would/could + V1 ]
ตอบ had เป็นกริยาช่องที่ 2 โจทย์ให้มา would do

36. A: __________ I keep this pen?
B: Sure.
1. May
2. Must
3. Need
4. Will
ตอบ 1
ประโยคคำถามที่แสดงการขออนุญาต (Permission) ดูคำอธิบายข้อ 21. เพิ่มเติม สามารถใช้กริยาช่วย May ที่ถือว่าสุภาพมากที่สุด เช่น May I come in? (ฉันขอเข้าไปได้ไหม?)

37. The iPad __________ to Linda as a birthday present.
1. is giving
2. gave
3. was given
4. has given
ตอบ 3
เป็นเรื่อง Passive Voice (S + verb to be + V3) จำไว้ว่าถ้าเป็นเรื่องถูกกระทำ กริยาที่จะตอบต้องลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 เสมอไม่ว่าจะในรูปกาล Tense ใดก็ตาม สำหรับข้อนี้เรารู้ว่าเป็นถูกกระทำเพราะ ประธานเป็นสิ่งของคือ ไอแพด ซึ่งให้เองไม่ได้ จะต้องถูกให้กับลินดา ฉะนั้นกริยา ถูกให้ (เมื่อแปลความออกมาก็คือได้รับ) จึงใช้รูป verb to be + V3 = was given ส่วน has given เป็นรูป Present Perfect Tense ไม่ใช่รูปถูกกระทำ (ถ้าถูกกระทำของ Tense นี้จะเป็น has been given)

38. His three dogs __________ care of by his uncle for about two weeks.
1. take
2. have been taken
3. are taking
4. could be taken
ตอบ 2
เมื่อเจอข้อ 37 ก็มาอธิบายต่อว่ารูปกระทำบางโจทย์เราสังเกตจากคำว่า by …. (โดย) ก็ได้ว่าถูกกระทำ โดย และประธานเป็นสุนัข ก็ถูกได้รับการดูแลโดยลุง และมีคำบอกเวลา for ….. (เป็นเวลา) ซึ่งปกติเมื่อเราเจอคำบอกเวลานี้ เราตอบ Present Perfect Tense (S + has/have + V3) ทันที เมื่อทำเป็นรูป passive ถูกกระทำ ก็จะเป็น has/have been + V3 จึงตอบ have been taken

39. It rained heavily; __________, the streets were flooded.
1. thus
2. so
3. because
4. for
ตอบ 1
คำถามมีลักษณะเป็นประโยคสมบูรณ์ 2 ประโยคมารวมกัน ลักษณะนี้เรียกว่า “ประโยคความรวม” (Compound Sentence) เดี๋ยวนี้ข้อสอบอาจทำให้เราเดาได้โดยไม่ต้องแปล นั่นคือดูเครื่องหมายที่ให้มาในโจทย์ สามารถเดาโดยดูได้ดังนี้
ตัวเชื่อมประเภท ,and ,but ,so ,for (เพราะว่า) ,or ,nor ,yet จะมีเครื่องหมายคอมม่า (,) อยู่หน้า
ตัวเชื่อมประเภท ;however, ;thus, ;therefore, ;consequently, ;as a result, ;moreover, ;accordingly, จะมีเครื่องหมาย semi-colon (;) ตัวเชื่อม และปิดหลังด้วยคอมม่า (,)
ส่วน because เชื่อมต่อได้เลย ไม่มีเครื่องหมายใด ๆ คั่น
ดังนั้นข้อนี้มี ; __________, สามารถใช้ตัวเชื่อมได้คือ thus (ดังนั้น)
“ฝนตกอย่างหนัก ดังนั้น ถนนจึงน้ำท่วม”

40. You __________ if you don’t want to.
1. mustn’t have gone
2. mightn’t go
3. needn’t go
4. couldn’t go
ตอบ 3
จะเห็นในประโยคมี if คั่นกลางประโยค และส่วนหลังมีกริยาช่องที่ 1 เป็นรูปปัจจุบันคือ do not want (don’t want ตัวย่อ) ฉะนั้นส่วนหน้าก็ต้องใช้รูปปัจจุบันด้วย มาดูตัวเลือกกัน
1. must have V3 เป็นรูปอดีต จึงไม่ถูกต้อง รูปปัจจุบัน must + V1
2. might not V1 มาจาก may/might + V1 เป็นรูปปัจจุบัน มีความหมายว่า “อาจจะ” ไม่เข้ากับประโยค
3. need not + V1 โดย need เป็นกริยาช่วย มีความหมายว่า “จำเป็น, ต้อง”
4. could not + V1 เป็นอดีตมาจาก can + V1 จึงไม่ถูก
“คุณไม่จำเป็นต้องไป ถ้าคุณไม่ต้องการเช่นนั้น” ใช้กริยาช่วย need not ไม่จำเป็นต้อง

41. If you __________ sugar to tea, it becomes sweet.
1. add
2. added
3. had added
4. will add
ตอบ 1
ตรงกับ If ขึ้นต้นประโยคสูตรที่ 1 (If S + V1, S + V1) ใช้กับความจริงตามธรรมชาติ (Zero Conditional) เมื่อเติมน้ำตาลลงในชา มันก็ต้องหวาน (becomes เป็น V1) ดังนั้นช่องว่างก็ต้องเป็น V1 คือ add

42. The man __________ on the stage is my classmate at RU.
1. sings
2. is singing
3. sang
4. singing
ตอบ 4
เป็นเรื่อง Present Participle (Ving) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามก็ได้ โดยขยายคำนามมีความหมายเป็น ผู้กระทำเอง แบบนี้มีออกทุกเทอม 1 -2 ข้อ เทียบตัวอย่างอื่น
– The crying girl is Sue’s younger sister. (เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้คือน้องสาวของซู)
– The man standing in the field will be our new teacher.
(ผู้ชายที่ยืนอยู่ในสนามจะเป็นครูคนใหม่ของเรา)
– The woman talking with Mr. Benson will be our new manager.
โดย talking อยู่หลังคำนาม ขยายคำนาม The woman ว่าเป็นผู้หญิงที่กำลังคุย
ข้อนี้ก็เช่นกันใช้ singing ขยายคำนาม The man แสดงถึง ผู้ชายที่กำลังร้องเพลง

43. The book is __________ than the move we saw.
1. funnier
2. the funny
3. funniest
4. the funniest
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ ที่ว่า เห็น than ให้ตอบขั้นกว่าได้เลย ออกข้อสอบทุกเทอมนะ แล้วมาดูให้คำอะไรเอาตัวดั้งเดิมคือ funny เมื่อทำเป็นขั้นกว่าต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อนแล้วจึงเติม -er ดังนั้นเมื่อผันจะเป็น funny funnier funniest เราตอบขั้นกว่า จึงเป็น funnier

44. Ought I to __________ a bouquet of flowers to her?
1. sends
2. send
3. sending
4. sent
ตอบ 2
ข้อนี้ไม่ยากนะ กริยาช่วย ought มี to + V1 ตามในรูปปัจจุบันเมื่อทำเป็นคำถามยก Ought ไว้หน้าประธาน และหลังประธาน มี to + V1 คำว่า V1 เป็นกริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องเติมอะไรทั้งสิ้นจึงตอบ send

45. Dan had made some big mistakes; __________, the entire team had to work overtime to meet the project deadline.
1. since
2. for
3. owing to
4. as a result
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 39. ประกอบ เดาจากเครื่องหมาย ; ______, ใช้ได้คือตัวเชื่อม as a result = ผลที่ตามมา ดังนั้น จากประโยค “แดนได้ทำข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ ส่งผลให้ทั้งทีมต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อตรงตามกำหนดเวลาของโครงการ”
since = ตั้งแต่ เพราะว่า ใช้ตัวเชื่อมนี้จะไม่มีเครื่องหมายคั่น
for จากที่กล่าวในข้อ 39 ถ้าใช้ความหมายเพราะว่า มีเครื่องหมายคอมม่า (,) คั่นหน้า
owing to = เนื่องจาก ตามด้วยกลุ่มคำหรือวลี ไม่ใช่ประโยค เช่นตามคำนาม (คือวลี)

46. If he __________ his work early, he’ll join us for dinner.
1. would finish
2. finished
3. finishes
4. would have finished
ตอบ 3
ตรงกับ if สูตรที่ 2
[ 2. If S + V1 , S + will V1 ]
ตอบ finishes ให้มา ‘ll join = will join

47. This drawing is __________ one I’ve ever seen.
1. fine
2. the fine
3. finer
4. the finest
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเห็น I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) ออก 2 ข้อทุกเทอม ให้ตอบขั้นสุด จาก fine ทำขั้นสุดเป็น finest และใส่ the นำหน้า จึงตอบ the finest

48. When I was young, all my clothes __________ by my mother.
1. were sewed
2. sew
3. sewed
4. were sewing
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 6 / 20 ประกอบ เมื่อเห็น by …… แสดงประธานถูกกระทำ (passive voice) ใช้โครงสร้าง verb to be + V3 = were sewed

49. People cut down trees, __________ the natural habitats of many animals are destroyed.
1. for
2. so
3. but
4. or
ตอบ 2
เติมตัวเชื่อมความ ประโยคทั้งสองเป็นเหตุ-เป็นผล ซึ่งประโยคที่ 2 เป็นผลที่ตามมาจากประโยคที่ 2 “ผู้คนโค่นต้นไม้ลง ดังนั้นแหล่งที่อยู่อาศัย (habitats) ตามธรรมชาติของพวกสัตว์จำนวนมากถูกทำลาย”
คำเชื่อม for = because = เพราะว่า ส่วน so = ดังนั้น
but = แต่ แสดงความขัดแย้ง or = หรือ มิฉะนั้น

50. I asked for volunteers, but __________ didn’t respond.
1. yourselves
2. them
3. one
4. many
ตอบ 4
จากตัวเลือกมีให้ตอบหลากหลาย เราต้องดูความหมายของประโยคก่อน “ฉันขออาสาสมัครหลายคน แต่มีจำนวนมากไม่ตอบรับ” คำที่เติมช่องว่างได้เข้ากับประโยคคือ many แสดงจำนวนมาก ส่วนตัวเลือกอื่นไม่เข้ากับโจทย์ เช่น 1. เป็นสรรพนามสะท้อนตัวคุณเอง ใช้กับประธาน I ไม่ได้ และ 2. them เป็นรูปกรรม ไม่ถูกต้อง เพราะประโยคมีกริยา didn’t respond ใช้รูปกรรมไม่ได้ ต้องใช้รูปประธาน ส่วนตัวเลือก 3. one หมายถึง หนึ่งคน หรือคนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้เจาะจง ไม่เข้ากับประโยค

51. She’s made many friends since __________ moved to the new neighborhood.
1. hers
2. her
3. she
4. herself
ตอบ 3
เป็นเรื่องคำสรรพนามดูได้จากตัวเลือก 1. รูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ไม่มีคำนามนาม 2. รูปแสดงความเป็นเจ้าของ ตามด้วยคำนาม ตัวเลือกที่ 3 she รูปประธาน ซึ่งตามด้วยกริยา จากโจทย์มีกริยาตามคือ moved จึงตอบ she ส่วนตัวเลือกข้อ 4. herself สะท้อนตัวเธอเอง มักวางไว้ติดกริยา หรือหลังบุพบท

52. Leonardo DiCaprio is __________ actor in Hollywood.
1. handsome
2. the most handsome
3. more handsome
4. the more handsome
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเราเห็นคำว่า in + สถานที่ แสดงว่าต้องตอบขั้นสุดจากคำคุณศัพท์ handsome หลายพยางค์ทำเป็นขั้นสุดใน the most ข้างหน้า จึงตอบ the most handsome

53. __________ you __________ able to work late next week?
1. Can; are
2. Do; have to be
3. Must; been
4. Will; be
ตอบ 4
ประโยคมีคว่ำ able to ก็ต้องหากริยาที่สามารถนำหน้า able to + V1 ได้ นั่นคือ will be + able to ได้ เมื่อทำเป็นประโยคคำถาม จึงยก Will ไว้หน้าประธาน (you) และ be อยู่หลังประธาน จึงเป็น Will you be able to work

54. In Sweden, all workers must adjust to __________ in all kinds of weather.
1. work
2. working
3. worked
4. be working
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ กลุ่มคำ adjust to + Ving จึงตอบ working

55. David offered __________ the lawn for Cranny Smith, living next door.
1. to mow
2. mow
3. mowing
4. mowed
ตอบ 1
กริยาที่ตามด้วย to + V1 ได้แก่ กริยาต่อไปนี้
(ตาราง: afford, agree, appear, arrange, ask, attempt, beg, care, choose, consent, dare, decide, expect, fail, happen, help, hesitate, hope, intend, manage, mean, need, neglect, offer, prepare, pretend, promise, propose, refuse, seem, swear, want, wish)
– I want to learn how to make clips for YouTube.
– He managed to come first in the race.
– He expects to pass all his exams this semester.
– They hoped to arrive home before dark.
ข้อนี้ กริยา offer ตามด้วย to จึงตอบ offer to mow

56. Lack of communication __________ misunderstandings.
1. results of
2. looks for
3. leads to
4. askes of
ตอบ 3
คำกริยาที่เติมเข้าไปให้ได้ใจความสมบูรณ์กับประโยคที่ให้มา “การขาดการสื่อสารก่อให้เกิดการเข้าใจผิด” กริยา leads to = ก่อให้เกิด นำไปสู่ เป็นผล ส่วนตัวเลือกที่ 1 result มักใช้กับ in เป็นผลให้เกิด ตัวเลือกที่ 2 มองหา ค้นหา ตัวเลือกที่ 4 ร้องขอ เรียกร้อง

57. John hates __________ at school.
1. to bully
2. bullied
3. bullying
4. being bullied
ตอบ 3
โดยทั่วไปแล้ว คำกริยา hate, love, like และ prefer (ชอบมากกว่า) มักจะถูกตามด้วย Ving เมื่อต้องการอธิบายความหมายทั่ว ๆ ไป เช่น
– He loves swimming. (เขาชอบการว่ายน้ำ)
ข้อนี้ก็เช่นกัน กริยา hate + Ving จึงตอบ bullying

58. The music is as __________ as a starry night sky, where each notes twinkles like a distant star.
1. beautiful
2. more beautiful
3. beautiful that
4. most beautiful
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 16. ประกอบ เมื่อเห็น as ………..as เป็นการเปรียบเทียบเท่ากัน ตรงกลาง as ……as ต้องตอบคุณศัพท์ขั้นธรรมดา คือ ไม่ต้องมี more most เลย จึงตอบ beautiful (adj.) ไม่ต้องมี more most หรือ that มาแทรก

59. The tree houses __________ by his father.
1. made
2. was made
3. has made
4. makes
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 20 และ ข้อ 38 ประกอบ เมื่อเห็น by………(โดย) และประธานเป็นสิ่งของ (บ้านไม้) ก็ถูกสร้าง ถูกทำ เพราะต้นไม้ทำเองไม่ได้อยู่แล้ว จึงตอบรูป Passive Voice (S + verb to be + V3) = was made

60. To finish her degree this semester is __________ Sue’s been studying very hard.
1. the outcome of
2. the cause of
3. the reason why
4. the result of
ตอบ 3
ให้ตอบคำเชื่อมความประโยค จากประโยค “การที่ซูเรียนจบภาคเรียนนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมซูถึงเรียนหนักมาก” ประโยคแรกเป็นเหตุผลจึงเชื่อมด้วย the reason why และตามด้วยสาเหตุ และคำเชื่อม the reason why ตามด้วยประโยคตามโจทย์ที่ให้มาได้ ส่วนตัวเลือกอื่นที่ลงท้าย of ในตัวเลือกที่ 1, 2, และ 4 ตามด้วยกลุ่มคำหรือวลี เทียบตัวอย่างอื่น
– Bill told us the reason why he had left the house without telling anyone.
(บิลบอกเราถึงเหตุผลที่เขาออกจากบ้านโดยไม่บอกใคร)
– The result of too much exposure to PM 2.2 can be asthma and disease.
(ผลของการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กมากเกินไปอาจเป็นโรคหืดหอบและโรคภัยไข้เจ็บได้)

61. If you drop something, it __________ to the ground.
1. falls
2. fell
3. had fallen
4. would fall
ตอบ 1
เป็นการใช้ If สูตรที่ 1 แบบเดียวกับข้อ 41
[ 1. If S + V1 , S + V1 ]
ให้มา drop (V1) ตอบ falls เป็นกริยาช่องที่ 1 เอกพจน์

62. __________ were you born, Max?
1. Who
2. What
3. Whom
4. Where
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 14. ประกอบ เป็นประโยคคำถามประเภท Wh-question ใช้ Where ตั้งคำถาม เพื่อถามถึงสถานที่ ว่า “คุณเกิดที่ไหน,แม็กซ์?

63. Derek invited __________ close friends to his wedding reception.
1. a lot
2. little
3. a few
4. the most
ตอบ 3
คำที่เติมบอกปริมาณ นำหน้าคำนาม เราต้องดูก่อนให้คำนามประเภทไหน จากโจทย์ close friends เป็นคำนามพหูพจน์ ก็ต้องดูว่าคำไหนนำหน้าคำนามพหูพจน์ ดังนี้
1. a lot ไม่ถูกต้องมีแต่ a lot of กับ lots of + คำนามได้ทุกประเภท นิยมในประโยคบอกเล่า
2. little, a little + คำนามนับไม่ได้ เช่น little money, a little sugar, little time
3. a few, few + คำนามพหูพจน์ เช่น few friends, few workers, a few close friends ตอบข้อนี้
4. the most เป็นขั้นสุดใช้กับการเปรียบเทียบมากที่สุดใน….. แต่ข้อนี้ไม่ได้เปรียบเทียบ

64. Paul goes to Phuket every year __________ its beautiful beaches.
1. because of
2. because
3. consequently
4. a consequence of
ตอบ 1
จะเห็นว่าส่วนหลังของโจทย์ its beautiful beaches (its + adj.ส่วนขยาย + คำนาม) เป็นกลุ่มคำ หรือกลุ่มวลีไม่ใช่ประโยค จึงตัด because, consequently ออกได้เลยเพราะสองตัวนี้ตามด้วยประโยค ส่วน because of (เพราะว่า เนื่องจาก) ตามด้วยกลุ่มวลี และ a consequence of (ผลลัพธ์ ผลที่ตามมา) จากโจทย์ “พอลไปภูเก็ตทุกปีเนื่องจากชายหาดที่สวยงามของภูเก็ต” จึงตอบ because of ดูตัวอย่างอื่น
– The traffic jams happened because of the heavy rainfall.
(รถติดเพราะฝนตกหนัก) ตัวเชื่อมยกเหตุมาก่อน
– Unemployment is a major consequence of the pandemic.
(การว่างงานเป็นผลให้เกิดปัญหาในวงกว้างตามมา) ตัวเชื่อมยกผลมาก่อน

65. The book on the left is mine, and the one on the right is __________.
1. them
2. his
3. your
4. her
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ คำที่ให้เติมจะเป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ไม่มีคำนามตามหลัง เพราะสังเกตง่าย ๆ ให้ตอบท้ายประโยคไม่มีอะไรตามหลังเลย กลุ่มสรรพนามนี้ได้แก่ mine, yours, his, hers, theirs, ours จึงตอบตัวเลือกที่ 2 คือ his (ซึ่งคำนี้เป็นรูปเดิมกับมีคำนามหรือไม่มีคำนามตามก็ได้) เทียบตัวอย่างอื่น
– The book on the left is mine.
– The book on the right is yours.
– The book on the right is his.

66. __________ you like seafood, Dan?
1. Do
2. Why
3. Are
4. What
ตอบ 1
เป็นประโยคคำถามแบบ Yes/No question โดยสังเกตที่หลังประธานมีกริยาหลักเป็น V1 (like) ทำเป็นคำถามได้คือ Verb to do (do, does, did) ยกไว้หน้าประธาน และหลังประธานมีกริยาหลักช่องที่ 1 เช่น
– Do you like seafood, Dan? “คุณชอบอาหารทะเลไหม,แดน?”
– Are you seeing the doctor this afternoon? ถ้า Verb to be จะตามด้วย Ving/V3 หรือ คำนาม, adj.
– What is Vatican City like? ถ้าใช้ What + กริยาช่วย + ประธาน + กริยาหลัก
– Why did he go home? Why + กริยาช่วย + ประธาน + กริยาหลัก

67. If it had rained, the game __________ canceled.
1. will be
2. was
3. would have been
4. would be
ตอบ 3
การใช้ If ตรงกับสูตรที่ 4
[ 4 If S + had V3 , S + would have V3 ]
ให้มา had rained ตอบ would have been

68. Let’s go inside __________ it’s getting dark now.
1. because
2. since
3. while
4. Both 1 and 2 are correct
ตอบ 4
เติมคำเชื่อมในประโยคที่มีความหมายเป็นเหตุ-ผล กัน คำเชื่อมบอกสาเหตุ คือ because = since = เพราะว่า เนื่องจาก มีความหมายเดียวกัน ส่วน while (ในขณะที่) แสดงความแย้งหรือ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“พวกเราเข้าข้างในกันเถอะ เนื่องจากตอนนี้ใกล้จะมืดแล้ว”

69. Tom is three months __________ than my son.
1. young
2. younger
3. most young
4. more young
ตอบ 2
เห็น than ตอบขั้นกว่าได้เลย จากคุณศัพท์ young เป็น younger

70. If Nancy __________ harder, she would get better grades.
1. studied
2. studying
3. had studied
4. would study
ตอบ 1
เป็นเรื่อง If สูตร 3
[ 3. If S + V2 , S + would/could + V1 ]
ตอบ studied ให้มา would get

71. If I __________ the sign, I would have stopped.
1. see
2. saw
3. will see
4. had seen
ตอบ 4
ลักษณะเดียวกับข้อ 67. if สูตรที่ 4 แต่ให้ตอบข้างหน้า
[ 4 If S + had V3 , S + would have V3 ]
ตอบ had seen ให้มา would have stopped

72. Peter has __________ big house near the park.
1. a
2. an
3. the
4. (blank)
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ ใช้ “a” นำหน้าคำนามนับได้ แสดง จำนวนหนึ่ง บ้านหลังหนึ่ง

73. __________ people will go to the concert at MBK Hall.
1. A lot
2. Much
3. Many
4. Little
ตอบ 3
ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในข้อ 63.
much + คำนามนับไม่ได้ เช่น much money, much time เป็นต้น
many + คำนามพหูพจน์ เช่น people เป็นคำนามรูปพหูพจน์ many people, many friends

74. Jane has __________ sugar left.
1. a lot
2. a few
3. many
4. a little
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 63. ประกอบ sugar (น้ำตาล) เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงตอบ a little

75. __________ his son’s sickness, Jack cancelled the trip to Denmark.
1. Due to
2. As a result
3. Therefore
4. Owing
ตอบ 1
เติมคำเชื่อม “เนื่องจากอาการป่วยของลูกชายของเขา แจ็คจึงยกเลิกการเดินทางไปเดนมาร์ก”
1. Due to + กลุ่มวลีหรือคำนาม อย่างเช่นโจทย์นี้ his son’s sickness เป็นกลุ่มคำนามวลี
2. As a result จะมี of ตามด้วย จึงไม่ถูก
3. Therefore ดังนั้น มักวางไว้กลางประโยค
4. Owing ตามด้วย to = เนื่องจาก ถ้ามี to ก็ถูก เทียบตัวอย่างอื่น
– The flight to Los Angeles was delayed due to/owing to the crew’s strike.
(เที่ยวบินไปลอสแองเจลิสล่าช้าเนื่องจากการนัดหยุดงานของลูกเรือ)

76. Gong is __________ than his friend.
1. the tallest
2. tall
3. taller
4. the tall
ตอบ 3
เจอ than เป็นข้อที่ 3 ออกทุกเทอม ให้ตอบขั้นกว่าจากคุณศัพท์ขั้นธรรมดาคือ tall ทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุดคือ tall taller tallest จึงตอบ taller ไม่ต้องมี the

77. A: __________.
B: Not yet. I need a few more minutes.
1. May I help you, sir?
2. It’s very nice today, isn’t it?
3. Are you ready to order, madam?
4. How’s everything with you today?
ตอบ 3
A ถามอะไร B แสดงการตอบปฏิเสธ Not yet. เป็นการตอบ Yes/No question ซึ่งมีตัวเลือก 2 ข้อ
คือ ข้อ 1 May I … = มีอะไรให้ช่วยไหมครับ ท่าน? (เสนอความช่วยเหลือ)
ข้อ 3 Are you …. = พร้อมที่จะสั่งอาหารหรือยังครับ ท่านผู้หญิง?
เมื่อ B ตอบว่า ยังเลย ฉันขอเวลาอีกสัก 2 – 3 นาที แสดงว่าตัวเลือกข้อ 3 เป็นคำถามที่สัมพันธ์กัน

78. A: __________.
B: It starts at 7:30 p.m. Let’s go now.
1. Doesn’t it start this evening?
2. What time does the film start?
3. Where shall we go at 7:30 p.m.?
4. Let’s start the game at 7:30, shall we?
ตอบ 2
A ถาม….. B ตอบเป็นเวลา แสดงว่า A ถามถึงเวลา? นั่นคือคำถามว่า What time….? กี่โมง
A ถามว่า “หนังเรื่องนี้เริ่มฉายกี่โมง? B ตอบว่า หนังเริ่มฉาย 1 ทุ่มครึ่ง ไปกันได้แล้ว
การถามเวลา ขึ้นต้นด้วย What time ……? หรือ When….? เมื่อไร

79. A: How often do the buses come?
B: __________.
1. 10 miles per hour
2. Very convenient
3. They’re clean and nice
4. Every 15 minutes
ตอบ 4
A ถามขึ้นต้นด้วย How often? เป็นการถามหาความถี่ ความบ่อยครั้งว่า บ่อยแค่ไหน?
ฉะนั้น B ต้องตอบเป็นความถี่ ว่า every 15 minutes = ทุก ๆ 15 นาที จึงตอบตัวเลือกที่ 4
ส่วนตัวเลือกที่ 1 = 10 ไมล์ต่อชั่วโมง ต้องถามเป็น speed (ความเร็ว)
ตัวเลือกที่ 2 – 3 ควรตั้งคำถามแบบ How …..? (อย่างไร)

80. A: __________.
B: Yes, that’s right. Do you have this shirt in blue?
1. You’re looking for a new outfit, aren’t you?
2. Where is the kid’s apparel section?
3. Do you prefer this blouse, miss?
4. Is everything OK, Nick?
ตอบ 1
A ถาม …… B ตอบ Yes เป็นคำถาม Yes/No question มีในตัวเลือก 1, 3, 4
1. คุณกำลังมองหาชุดเสื้อผ้าใหม่สักชุดใช่ไหม?
3. คุณชอบกระโปรงตัวนี้ใช่ไหม คุณผู้หญิง? (ถาม blouse กระโปรง)
4. ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยดีไหม นิค?
A ถามว่า “คุณกำลังมองหาชุดเสื้อผ้าใหม่ใช่ไหม?
B ตอบว่า ใช่แล้ว(เสื้อเชิ้ตแบบตัวนี้)สีฟ้าไหม? จะเห็นว่าตัวเลือกข้อ 1 สอดคล้องกับคำถามมากที่สุด
เมื่อถามถึง outfit = เสื้อผ้า ส่วนข้อ 3 เจาะจงถามกระโปรง ไม่ถูกต้อง และข้อ 4 ไม่สัมพันธ์กับบทสนทนา

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

81. The hikers managed to __________ three days in the wilderness before being rescued.
1. extract
2. release
3. prepare
4. survive
ถาม นักเดินป่าสามารถเอาชีวิตรอดในป่าได้สามวันก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ
ตอบ 4
1. สกัดออก
2. ปล่อย
3. ตระเตรียม
4. อยู่รอด รอดชีวิต

82. The __________ little cafe quickly became a favorite spot for locals and tourists alike.
1. charming
2. foreign
3. original
4. limited
ถาม ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว
ตอบ 1
1. มีเสน่ห์
2. ต่างประเทศ
3. ดั้งเดิม
4. ถูกจำกัด

83. Her extensive __________ in marketing made her an ideal candidate for the position.
1. appearance
2. experience
3. creature
4. hermit
ถาม ประสบการณ์ที่กว้างขวางในด้านการตลาด ทำให้เธอเป็นผู้สมัครในอุดมคติสำหรับตำแหน่งนี้
ตอบ 2
1. ลักษณะภายนอก
2. ประสบการณ์
3. สิ่งมีชีวิต สัตว์โลก
4. ความลึกลับ

84. The old stone __________ where we can pray, stood quietly at the edge of the village.
1. bunch
2. chapel
3. inconvenience
4. seclusion
ถาม โบสถ์หินเก่าแก่ที่เราสวดมนต์ได้ตั้งอยู่อย่างเงียบ ๆ ตรงหัวมุมของหมู่บ้าน
ตอบ 2
1. ช่อ พวง
2. โบสถ์ วิหาร
3. ไม่สะดวก ไม่สบาย
4. สถานที่เงียบสงบ
อาจดูข้างเคียงมาเดาความหมายเช่นคำว่า we can pray = เราสวดมนต์

85. After a(n) __________ day of moving furniture, they collapsed on the coach.
1. immediate
2. refreshing
3. exhausting
4. surprising
ถาม หลังจากวันที่เหนื่อยล้าของการขนเฟอร์นิเจอร์มาทั้งวัน พวกเขาก็ล้มลงบนโซฟา
ตอบ 3
1. ทันทีทันใด
2. สดชื่น
3. เหนื่อยล้า หมดแรง
4. ประหลาดใจ
สังเกตจากกลุ่มคำว่า they collapsed on the coach = พวกเขาล้มลงบนโซฟา

86. Sunee looks very fresh this morning. She must have had a(n) __________ sleep.
1. rolling
2. frightening
3. uninterrupted
4. protected
ถาม เช้านี้สุนีย์ดูสดชื่นมาก เธอคงจะนอนหลับอย่าง __________.
ตอบ 3
1. การกลิ้ง ม้วน
2. น่ากลัว ตื่นตกใจ
3. ต่อเนื่อง ไม่มีการรบกวน
4. ได้รับปกป้อง

87. They have found a well-preserved ancient painting, which is __________ more than two million dollars.
1. standing
2. surprising
3. incredible
4. worth
ถาม พวกเขาได้พบภาพวาดโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านดอลลาร์
ตอบ 4
1. จุดยืน
2. ประหลาดใจ
3. ไม่น่าเชื่อ เหลือเชื่อ
4. มูลค่า มีค่า
สังเกตจากคำว่า more than two million dollars = มากกว่าสองล้านดอลลาร์

88. That movie had __________ subtitles.
1. ancient
2. foreign
3. cause
4. drive
ถาม ภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคำบรรยายต่างประเทศ
ตอบ 2
1. เก่าแก่ โบราณ
2. ต่างประเทศ
3. สาเหตุ ก่อให้เกิด
4. ขับรถ ผลักดัน
สังเกตจากคำว่า subtitle = คำบรรยายใต้เรื่อง

89. Be careful when using a phone during a thunderstorm, for it can __________ the electricity from the lightning.
1. conduct
2. known
3. strike
4. occur
ถาม ระวังการใช้โทรศัพท์ขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองเพราะโทรศัพท์สามารถนำพากระแสไฟฟ้าที่เกิดจากฟ้าผ่า
ตอบ 1
1. นำพา พาหะ
2. รับรู้
3. โจมตี
4. เกิดขึ้น
สังเกตจากคำว่า from lightening = จากการฟ้าผ่า

90. You need to practice a lot to become __________ in a new language.
1. enormous
2. unfortunate
3. limited
4. fluent
ถาม คุณต้องฝึกฝนมากเพื่อที่จะพูดภาษาใหม่ได้อย่างคล่องแคล่ว
ตอบ 4
1. ใหญ่โต มากมาย
2. โชคร้าย
3. จำกัด
4. คล่องแคล่ว
สังเกตจากคำว่า a new language = ภาษาใหม่

91. Although he did the major part of the project, he gave the __________ to his dad.
1. structure
2. credit
3. entrance
4. benefit
ถาม แม้ว่าเขาจะมีส่วนสำคัญของโครงการนี้ แต่เขาก็ให้เครดิตพ่อของเขา
ตอบ 2
1. โครงสร้าง
2. ความเชื่อถือ
3. ทางเข้า
4. ข้อดี ประโยชน์

92. When the police arrived at the __________, the injured had already been went to the hospital.
1. scene
2. fair
3. alteration
4. coincident
ถาม เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว
ตอบ 1
1. สถานที่เกิดเหตุ
2. ยุติธรรม
3. การเปลี่ยน
4. โดยบังเอิญ
สังเกตจากคำว่า police arrived = ตำรวจมาถึง …

93. She’ll __________ her new song in the studio.
1. encourage
2. follow
3. record
4. spin
ถาม เธอจะบันทึกเพลงใหม่ของเธอในห้องบันทึกเสียง
ตอบ 3
1. ส่งเสริม สนับสนุน
2. ทำตาม
3. บันทึก
4. หมุน
สังเกตจากคำว่า studio = ห้องบันทึกเสียง

94. He tried to hide his __________ from his friends.
1. heartbreak
2. possibility
3. activity
4. repair
ถาม เขาพยายามที่จะปกปิด __________ ของเขาไม่ให้เพื่อนของเขาเห็น
ตอบ 1
1. อาการอกหัก
2. ความเป็นไปได้
3. กิจกรรม
4. ซ่อมแซม

95. A good team needs __________ members.
1. reckless
2. flashy
3. furious
4. dependable
ถาม ทีมที่ดีจำเป็นต้องมีสมาชิกที่ __________.
ตอบ 4
1. สะเพร่า ไม่ระมัดระวัง
2. อย่างเงางาม
3. โกรธรุนแรง
4. เชื่อถือได้ ไว้วางใจได้

96. The details were __________, so we had to guess.
1. knowledgeable
2. vague
3. busy
4. furry
ถาม รายละเอียดไม่ชัดเจน ดังนั้นเราจึงต้องเดา
ตอบ 2
1. มีความรู้
2. คลุมเครือ ไม่ชัดเจน
3. ยุ่ง ไม่ว่าง
4. นุ่มฟู
สังเกตจากคำว่า had to guess = ต้องเดา แสดงว่าไม่ชัด

97. It’s __________ to start with the easy tasks first.
1. equal
2. doubtful
3. logical
4. impressive
ถาม มีเหตุผลที่จะเริ่มต้นด้วยงานง่าย ๆ ก่อน
ตอบ 3
1. เท่าเทียมกัน
2. สงสัย ข้องใจ
3. มีเหตุผล
4. น่าประทับใจ
ข้อความข้างเคียงมีความหมายในทางบวก และบอกการทำเป็นขั้นตอน มีเหตุผล

98. __________ can be a difficult struggle to overcome.
1. Addiction
2. Control
3. Attention
4. Habit
ถาม __________ อาจเป็นการต่อสู้ที่ยากต่อการเอาชนะ
ตอบ 4
1. การเสพติด
2. ควบคุม
3. ความตั้งใจ
4. นิสัย

99. Bill started a new __________ to improve his health.
1. post
2. spread
3. diet
4. mind
ถาม บิลเริ่ม __________ ใหม่ เพื่อทำให้สุขภาพของเขาดีขึ้น
ตอบ 3
1. ส่ง
2. แพร่กระจาย
3. อาหาร
4. จิตใจ
มีสังเกตจากคำว่า improve his health = ทำให้สุขภาพดีขึ้น

100. They enjoyed a delicious __________ at the new restaurant.
1. argue
2. meal
3. notice
4. place
ถาม พวกเขามีความสุขกับ __________ ที่แสนอร่อยในร้านภัตตาคารใหม่
ตอบ 2
1. ถกเถียง
2. มื้ออาหาร
3. สังเกต
4. สถานที่
มีสังเกตจากคำว่า delicious = อร่อยและ new restaurant = ภัตตาคารใหม่

101. The children were __________ about the upcoming field trip.
1. usual
2. tough
3. favorite
4. excited
ถาม พวกเด็ก ๆ รู้สึก __________ กับทริปการเดินทางที่กำลังจะมาถึง
ตอบ 4
1. ปกติ
2. ทนทาน แข็งแรง
3. ชื่นชอบ
4. รู้สึกตื่นเต้น
สังเกตจากคำว่า trip = การเดินทาง ทำให้คาดเดาคำศัพท์ excited = รู้สึกตื่นเต้น

102. We should __________ at the airport two hours before the flight.
1. arrive
2. patient
3. complete
4. tasty
ถาม เราควรจะ __________ ที่สนามบิน 2 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบินออก
ตอบ 1
1. มาถึง
2. อดทน
3. ทำให้สมบูรณ์
4. ได้รสชาติ
สังเกตจากคำว่า airport = สนามบิน มักใช้กับเดินทาง arrive = มาถึง

103. The company’s rapid __________ led to the opening of new offices across the country.
1. vessel
2. proof
3. expansion
4. conspiracy
ถาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัทนำไปสู่การเปิดสำนักงานใหม่ทั่วประเทศ
ตอบ 3
1. หลอดเลือด ท่อ
2. หลักฐาน
3. การขยายตัว
4. การสมรู้ร่วมคิด
สังเกตจากคำว่า opening of new offices = เปิดสำนักงานใหม่แสดงถึงการขยาย = expansion

104. The weak radio __________ made it difficult to communicate with the remote research station.
1. signal
2. performer
3. development
4. energy
ถาม สัญญาณวิทยุอ่อนทำให้การสื่อสารกับสถานีวิจัยระยะไกลทำได้ยาก
ตอบ 1
1. สัญญาณ
2. ผู้ปฏิบัติ กระทำ
3. การพัฒนา
4. พลังงาน
สังเกตจากคำว่า communicate = สื่อสาร ทำให้คาดเดาคำว่า signal = สัญญาณ ได้

105. Could you please __________ my coat from the closet before we leave?
1. bother
2. prepare
3. spread
4. fetch
ถาม คุณช่วยเอาเสื้อโค้ทของฉันออกจากตู้เสื้อผ้าก่อนที่เราจะออกไปได้ไหม?
ตอบ 4
1. รบกวน
2. ตระเตรียม
3. แพร่กระจาย
4. ไปเอามา นำเอา
fetch = ไปเอามา โดยสังเกตจากการขอร้องให้หยิบ coat มาให้

106. His explanation didn’t __________ , so we asked him to explain.
1. reply
2. make sense
3. result in
4. mention
ถาม คำอธิบายของเขาไม่ได้ __________ ทำให้พวกเขาต้องถามเขาอีกครั้ง
ตอบ 2
1. ตอบกลับ
2. ทำให้เข้าใจ สมเหตุผล
3. เป็นผล
4. กล่าวถึง พูดถึง
เดาจากคำว่า asked him to explain = ขอให้อธิบายอีกครั้ง แสดงว่า didn’t make sense ไม่สมเหตุผล

107. Sara wanted to attend the concert; __________, she had to work late that night.
1. and
2. so
3. however
4. consequently
ถาม ซาร่าต้องการเข้าชมคอนเสิร์ต แต่ เธอจึงต้องทำงานเลยเวลาไปในคืนนั้นจนดึกดื่น
ตอบ 3
1. และ
2. ดังนั้น
3. อย่างไรก็ตาม
4. ผลลัพธ์
ประโยคนี้ต้องการคำเชื่อมที่แสดงความขัดแย้ง ระหว่างความต้องการของซาร่าและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น นั่นคือคำเชื่อม however (แต่ อย่างไรก็ตาม) ซึ่งใช้คำเชื่อมที่ข้างหน้าเป็นเครื่องหมาย semi-colon ( ; ) และข้างหลังเป็นคอมม่า ( , ) ส่วนคำเชื่อมตัวเลือกอื่น and – ใช้เชื่อมสิ่งที่เป็นไปในทางเดียวกัน , so – (ดังนั้น) ใช้แสดงผลลัพธ์ และ consequently – ใช้แสดงผลลัพธ์ แต่ไม่เข้ากับโจทย์เพราะไม่มีเหตุให้ตามด้วยผล

108. They discovered his __________ for acting at a young age.
1. talent
2. language
3. meaning
4. pattern
ถาม พวกเขาค้นพบพรสวรรค์ในการแสดงของเขาตั้งแต่อายุยังน้อย
ตอบ 1
1. พรสวรรค์
2. ภาษา
3. ความหมาย
4. รูปแบบ
สังเกตจากคำว่า at a young age = ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็คาดเดาคำว่า talent = พรสวรรค์

109. The teacher __________ that there would not be many students coming to her class due to the heavy rain.
1. attracted
2. predicted
3. curled up
4. intended
ถาม ครูทำนายว่าคงมีนักเรียนมาชั้นเรียนไม่มาก เนื่องจากฝนตกหนัก
ตอบ 2
1. ดึงดูดความสนใจ
2. ทำนาย
3. งอตัว คดตัว
4. ตั้งใจ

110. Nancy’s __________ came quickly via text message.
1. reply
2. viewed
3. anxiety
4. effect
ถาม การตอบกลับของแนนซี่เกิดขึ้นมาทางข้อความอย่างรวดเร็ว
ตอบ 1
1. การตอบกลับ
2. มุมมอง
3. ความวิตกกังวล
4. ผลกระทบ
reply = การตอบกลับ คำตอบ

111. They tried to restore the old houses to its __________ look.
1. personal
2. brief
3. popular
4. original
ถาม พวกเขาพยายามซ่อมแซมบ้านเก่าแก่หลังนั้นให้กลับมามีรูปลักษณ์ดั้งเดิม
ตอบ 4
1. เป็นส่วนตัว
2. กระชับ สั้น
3. เป็นที่นิยม แพร่หลาย
4. ดั้งเดิม แรกเริ่ม
สังเกตจากคำว่า restore = ซ่อมแซมให้กลับคืนมาจึงสอดคล้องกับ original = ดั้งเดิม

112. The proposal to painted the entire town pink screened ridiculous to most residents.
1. breathtaking
2. fantastic
3. infinite
4. silly
ถาม ข้อเสนอที่จะทาสีเมืองทั้งเมืองเป็นสีชมพูเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่
ตอบ 4
1. รู้สึกมึนงง
2. มหัศจรรย์
3. ไม่มีสิ้นสุด
4. ไร้สาระ โง่เขลา
ridiculous = silly = โง่เขลา ไร้สาระ น่าขัน

113. Mary refused to give up on her dream of becoming an astronaut.
1. abandon
2. depend on
3. determinate
4. shrink
ถาม แมรี่ปฏิเสธที่จะล้มเลิกตามความฝันที่จะเป็นนักบินอวกาศ
ตอบ 1
1. ล้มเลิก ละทิ้ง
2. พึ่งพา ขึ้นอยู่กับ
3. มุ่งมั่น ตั้งใจ
4. หดตัว ถอย
give up = abandon, stop = ล้มเลิก ยอมแพ้

114. The giant redwood trees in California can grow in over 300 feet tall.
1. flat
2. huge
3. tiny
4. round
ถาม ต้นสนขนาดใหญ่ในแคลิฟอร์เนียสามารถโตได้สูงกว่า 300 ฟุต
ตอบ 2
1. แบนราบ
2. ใหญ่โต มหึมา
3. เล็ก
4. กลม
giant = huge = gigantic = ใหญ่โต ขนาดใหญ่

115. The procedure of making cheese requires patient and attention to detail.
1. effects
2. crust
3. logic
4. process
ถาม กรรมวิธีของการทำเนยแข็งจำเป็นต้องใช้ความอดทนและความตั้งใจต่อรายละเอียด
ตอบ 4
1. ผลกระทบ
2. เปลือกนอก
3. ตรรกะ เหตุผล
4. ขั้นตอน กรรมวิธี
procedure = process = กรรมวิธี ขั้นตอน กระบวนการ

116. The medication had a positive effect on her symptoms.
1. diet
2. outcome
3. gain
4. form
ถาม ยามีผลในทางบวกต่ออาการของโรคของเธอ
ตอบ 2
1. อาหาร
2. ผลที่ได้
3. ได้มา
4. รูปแบบ
effect = outcome = ผลที่ได้ ผลกระทบ ผลที่ออกมา

117. It’s a normal to feel nervous before a big presentation.
1. boring
2. costly
3. usual
4. small
ถาม การรู้สึกประหม่าเป็นเรื่องปกติก่อนการนำเสนอครั้งใหญ่
ตอบ 3
1. น่าเบื่อหน่าย
2. แพง
3. ปกติ ธรรมดา
4. เล็ก
normal = usual = ปกติ ธรรมดา

118. After the floods, all the concerned people rushed to provide the victims with food and necessities.
1. complete
2. inform
3. establish
4. support
ถาม หลังจากน้ำท่วม ผู้คนที่ห่วงใยหลายคนต่างก็เร่งรีบให้การช่วยเหลือแก่ผู้เคราะห์ร้ายทั้งอาหารและของจำเป็น
ตอบ 4
1. ทำให้เสร็จสิ้น สมบูรณ์
2. แจ้งให้ทราบ
3. ก่อตั้ง สร้าง
4. ให้การช่วยเหลือ
provide = support = จัดหาให้ ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน

119. Time is limited to make the most of every moment and focus on what truly matters.
1. addictive
2. fluent
3. separate
4. restricted
ถาม เวลาถูกจำกัด ทำให้การดำเนินการทุกอย่างต้องมุ่งเน้นต่อสาระสำคัญที่แท้จริง
ตอบ 4
1. เสพติด
2. คล่องแคล่ว
3. แยกออก
4. จำกัด เคร่งครัด
limited = restricted = ถูกจำกัด

120. The institute doubts whether these modern dinosaurs will be kept on reservations or not.
1. intends
2. suspects
3. crawls
4. repliers
ถาม สถาบันสงสัยว่าไดโนเสาร์ยุคใหม่เหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในพื้นที่เขตอนุรักษ์หรือไม่
ตอบ 2
1. ตั้งใจ
2. สงสัย
3. คลาน
4. ตอบกลับ
doubts = suspect = สงสัย สังเกตจากการใช้ whether……or not = แสดงความไม่แน่ใจ
ดังนั้นความหมายข้างเคียงคำศัพท์ doubts จึงมีความหมายว่า สงสัย

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน s/2566

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

แนวข้อสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2566

Directions: Choose the best answer.

Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

1. Adam often __________ out with friends after work.
(1) go
(2) goes
(3) has gone
(4) is going

ตอบ 2 ใช้ Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ สม่ำเสมอ ทุกวัน เป็นนิสัย มักมีคำบอกเวลา เช่น always, usually, often (บ่อย), normally (โดยปกติ), regularly(อย่างสม่ำเสมอ), frequently (บ่อย), sometimes (บางครั้ง), every + ช่วงเวลา เช่น every month, every day (ทุกวัน) เป็นต้น สำหรับข้อนี้มีตัวบอกใบ้ให้เดาได้คือ often ตอบ V1 เอกพจน์ ในตัวเลือก goes

2. Alan expects __________ all A’s this semester.
(1) gets
(2) get
(3) to get
(4) getting

ตอบ 3 คำกริยาที่ตาม infinite with to คือ to + V1 ออกทุกเทอม

aim endeavor learn opt seek appear
expect long plan seem arrange fail
manage prepare tend attempt forget mean
pretend want choose happen need prove
wish decide hope neglect resolve

กริยา expect มี to ตาม = expect to get

3. Peter __________ stop eating junk food and exercise more.
(1) must
(2) could
(3) might
(4) would

ตอบ 1 เป็นเรื่องกริยาช่วย (ดูในตัวเลือกจะเป็นประเภทกริยาช่วย) เรามีหลักดังนี้
must แสดงการบังคับ จำเป็นว่า “ต้อง” เช่นข้อนี้ “ปีเตอร์ต้องเลิกกินอาหารขยะและออกกำลังให้มากขึ้น”
could เป็นรูปอดีตของ can ซึ่งมักใช้แสดง “สามารถ” เช่น can/could speak Thai = สามารถพูดภาษาไทย
might เป็นรูปมาจาก may แสดงการคาดคะเน “อาจจะ” เช่น may/might rain = อาจจะฝนตก
would มาจาก will แสดงอนาคต “จะ” เช่น will/would go = จะไป

4. I have five brothers; Andy is __________ one.
(1) young
(2) younger
(3) a young
(4) the youngest

ตอบ 4 เป็นเรื่องการเปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบเท่ากันใช้ as ……as เปรียบเทียบของ 2 อย่าง/คน/สิ่งของ ใช้ขั้นกว่า แต่ถ้าเปรียบเทียบตั้งแต่ 3 อย่าง/คน หรือมีคำว่า of all (ของทั้งหมด), in + สถานที่แสดงถึงขั้นสุดในนั้น เช่น in the world, in my family เป็นต้น ใช้ขั้นสุด ซึ่งในประโยคแรก I have five brothers (ฉันมีพี่ ๆ น้อง ๆ 5 คน) ก็ต้องตอบเป็นขั้นสุด ก็คือ the youngest โดยคุณศัพท์ young ทำเป็นขั้นสุดเติม -est ต่อท้ายคำ เป็น youngest และใส่ “the” นำหน้าขั้นสุด

5. Jack won’t tell anyone about this, __________?
(1) isn’t Jack
(2) will he
(3) may him
(4) does not Jack

ตอบ 2 เป็นเรื่อง tag ส่วนหาง มีหลักดังนี้ กำหนดว่าถ้าข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าข้าง หลังจะต้องเป็นรูปปฏิเสธรูปย่อ มี 2 จุด ที่ต้องดูนั่นคือ เรื่องกริยากับเรื่องคำสรรพนาม เราเห็นประโยคให้ข้อนี้มีกริยาตัวย่อ won’t tell มาจาก will not tell แสดงว่าเป็นปฏิเสธแล้ว ทำส่วนท้ายต้องเป็นบอกเล่าคือ will และ Jack เป็นคำนามเพศชาย (ชื่อแจ็ค) ทำส่วนท้ายต้องเป็นคำสรรพนามเพศชายคือ he จึงตอบ will he ตัวเลือกข้อ 2 เทียบดูตัวอย่างอื่นเพิ่มเติมนะ

  • Jane will be here soon, won’t she?

  • There was a lot of rain, wasn’t there?

  • Maggi won’t be late, will she?

  • I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I

  • I am not late, am I?กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณี ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)
  • Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we

  • Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you

6. The man __________ with a BBA from Cambridge University in 2010.
(1) graduate
(2) graduates
(3) graduated
(4) will graduate

ตอบ 3 ใช้ Past Simple Tense (S + V2) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดไปแล้วในอดีตมักมีคำบอกเวลาเช่น yesterday (เมื่อวานนี้), ago (ที่ผ่านมา), last (year/month/night), in + ปีอดีต เช่นข้อนี้ in 2010 (ปัจจุบันเป็นปี 2024) ฉะนั้น จึงตอบ V2 = graduated

7. I __________ like ice-cream and apple pie.
(1) have
(2) are
(3) shall
(4) do

ตอบ 4 จากตัวเลือกเป็นเรื่องของกริยาต่าง ๆ มีหลักดังนี้

  1. have ใช้กับ have like (ซึ่งเป็นกริยาช่องที่ 1) ไม่ถูกต้อง เพราะกริยา have จะตามด้วยกริยาช่องที่ 3 เสมอ

  2. are ใช้กับประธาน I ผิดไปเลย เพราะ I ใช้กับ am

  3. shall like จะไม่นิยม ที่นิยมใช้มี would like ส่วน

  4. do + V1 (like) ถูกต้อง ซึ่งใช้ do/does/did นำหน้ากริยาช่องที่ 1 ได้ เป็นการเน้นย้ำกริยาช่องที่ 1 เช่น

  • I do like John. ใช้ do like เป็นการเน้นว่าชอบจริง ๆ ฉันชอบจอห์นจริง ๆ

8. What __________ you do after the examination?
(1) could have
(2) have to
(3) ought to
(4) will

ตอบ 4 เป็นประโยคคำถาม กริยาที่สามารถยกไว้หน้าประธาน (you) ก็คือ will ซึ่งแสดง “อนาคต” ว่าจะทำอะไรหลังสอบเสร็จ? What will you do…. ?
1. ใช้ could have ยกไว้หน้าประธานไม่ถูกต้องหรือดูว่า could have +V3 แต่หลัง you มี do เป็น V1 จึงผิด
2. ใช้ have to ยกไว้หน้าประธานไม่ถูกต้อง ถ้าทำเป็นคำถามของ have to ต้องใช้ verb to do มาช่วย เช่น What do you have to do……?

3. ought to ก็เช่นกันทำเป็นคำถามยกไว้หน้าประธานทั้งดุ้นไม่ได้ ถ้ายกๆ ได้แต่ ought เช่น What ought you to do ……..? เป็นต้น

9. A bus to Omaha __________ every three hours.
(1) departs
(2) departed
(3) is departing
(4) was departing

ตอบ 1 ใช้ Present Simple Tense (S + V1) กับตารางการเดินทางที่ทำตามกำหนดเวลาประจำ เช่น รถประจำทางออกทุก 3 ชั่วโมงเป็นประจำทุกวัน ก็ตอบกริยาช่องที่ 1 ในข้อนี้ตอบ V1 เอกพจน์คือ departs

10. When I arrived, I didn’t see __________ in the classroom.
(1) some
(2) anybody
(3) none
(4) no one

ตอบ 2 เป็นเรื่องคำสรรพนาม some (บางจำนวน) นิยมใช้ในประโยคบอกเล่า แต่โจทย์นี้มี didn’t = did not เป็นปฏิเสธ ซึ่ง anybody = “ใครก็ตาม” มักนิยมใช้ในประโยคปฏิเสธ เช่น
– I didn’t see anybody in the classroom. (ฉันไม่เห็นใครสักคนในห้องเรียน) ไม่ว่าใครก็ตาม = anybody
ส่วน none, no one = “ไม่มีใคร” มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่จะไม่ใช้ not ซ้อนอีก เช่นถ้าใช้จะเป็น
– I see no one in the classroom. (จะไม่ต้องมี did not มาซ้อนอีก)

11. You __________ not eat in class!
(1) would
(2) ought to
(3) have to
(4) shall

ตอบ 4 ดูตัวเลือกเป็นเรื่องของกริยาช่วยต่าง ๆ
1. would เป็นรูปอดีตของ will แสดงอนาคต แต่โจทย์นี้จะใช้ในรูปปัจจุบัน เป็นการแนะนำ ใช้ would ไม่ถูก
2. ought to not ผิด ในรูปปฏิเสธ จะวาง not ไว้ตรงกลาง เป็น ought not to
3. have to not ผิด ในรูปปฏิเสธ จะใช้ verb to do จะเป็น do not have to
4. shall ในที่นี้เป็นการเสนอ แนะนำ ว่า shall not eat = ไม่ควรกิน
หรือ ถ้าเราดูจากโครงสร้างแล้วตัวเลือก 2 – 3 ผิดก่อนแล้ว คงเหลือ would /shall + not + V1 ได้ แล้วมาดูโจทย์ว่าจะใช้ would/shall ตัวไหน

12. The woman __________ with Mr. Benson will be our new manager.
(1) talks
(2) talk
(3) talking
(4) to talk

ตอบ 3 รูป Participle ที่เจอบ่อย ๆ ได้แก่
1. Present Participle (Ving) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามที่มันขยาย มีความหมายเป็น ผู้กระทำเอง เช่น
– The crying girl is Sue’s younger sister. (เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้คือน้องสาวของซู)
– The man standing in the field will be our new teacher.
(ผู้ชายที่ยืนอยู่ในสนามจะเป็นครูคนใหม่ของเรา)
– The woman talking with Mr. Benson will be our new manager.
(ผู้หญิงที่คุยกับคุณเบ็นสันจะเป็นผู้จัดการคนใหม่ของเรา)
2. Past Participle (V3) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามหรือหลังคำนามที่มันขยาย มีความหมายเป็น ผู้ถูกกระทำหรือบอกสภาพ เช่น

– Beware of the fallen trees. (ระวังต้นไม้ล้ม)
– The meeting canceled yesterday was about next year’s budget.
(การประชุมที่ถูกยกเลิกเมื่อวานเป็นเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณปีหน้า)

13. Do you want __________ out tonight, Shawn?
(1) go
(2) to go
(3) going
(4) gone

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ กริยา want เป็นกริยาที่มี to ตาม จึงตอบ want to go

14. Joey __________ to see a doctor this afternoon.
(1) went
(2) was going
(3) has gone
(4) is going

ตอบ 4 ที่โจทย์มี to คาอยู่ ต้องหากริยาที่อยู่ข้างหน้าที่มาติดกับ to ได้นั่นคือ is going to + V1 ที่เราเรียนเป็นการแสดง “กำลังจะ” เป็นเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้และค่อนข้างแน่นอน ก็คือใช้ is going to แทน will ได้ ในการแสดงอนาคตที่มีคำบอกเวลา เช่น tomorrow, soon (ในไม่ช้า), this afternoon (บ่ายนี้) เช่น
– Mary is going to see her mother next weekend. (แมรี่กำลังจะไปหาแม่ของเธอสัปดาห์หน้า) เหมือน = Mary will see her mother next weekend.

15. We __________ have trusted them. They’re scammers!
(1) needn’t
(2) can’t
(3) shouldn’t
(4) won’t

ตอบ 3 จะเห็นที่โจทย์มี have trusted (have V3) หาคำที่นำหน้าได้ ซึ่งถ้าข้างหลังเป็น have V3 แสดงถึง รูปอดีตที่น่าจะได้ทำ หรือไม่ได้ก็คือ should have V3 = should have trusted ซึ่ง
– should + have V3 มีความหมายว่า “ควรทำ” (แต่ความจริงไม่ได้ทำในอดีต)
– shouldn’t + have V3 มีความหมายว่า “ไม่ควรทำ” (แต่ความจริงได้ทำไปแล้วในอดีต)
= We shouldn’t have trusted them. They’re scammers!
(เราไม่ควรไว้ใจพวกเขา พวกเขาเป็นพวกหลอกลวง!
ส่วน needn’t = need not + V1 ใช้แสดง “ไม่จำเป็นต้อง” และ can’t / won’t + V1

16. Amanda is very busy with work. She doesn’t have __________ time to relax.
(1) many
(2) much
(3) several
(4) a number of

ตอบ 2 ดูตัวเลือกให้เติมคำบอกปริมาณ นำหน้าคำนาม ก่อนให้ให้ดูว่าเป็นคำนามนับได้หรือนับไม่ได้
– many / several / a number of + คำนามพหูพจน์ เช่น many/several / a number of students
– much + คำนามนับไม่ได้ เช่นข้อนี้ much time (time เวลา เป็นคำนามนับไม่ได้)

17. Elizabeth is __________ nurse at Mayo Clinic in Rochester.
(1) a
(2) an
(3) the
(4) (blank)

ตอบ 1 ใช้ “a/an” นำหน้าคำนามที่แสดงอาชีพ เช่น a singer (นักร้อง), a lawyer (ทนายความ), a doctor (หมอ), a nurse (พยาบาล), a student (นักเรียนนักศึกษา), an engineer (วิศวกรกร), a scientist (นักวิทยาศาสตร์) เป็นต้น

18. Tim __________ at Yale for two years.
(1) studies
(2) is studying
(3) has studied
(4) was studying

ตอบ 3 ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) หรือจะตอบ Present Perfect Continuous Tense (S + has/have been + Ving) แสดง เหตุการณ์ที่ เกิดติดต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต ออกสอบทุกเทอมนะคะคำบอกเวลาไว้ เช่น for (เป็นเวลา), since (ตั้งแต่), just (เพิ่งจะ), recently (เร็ว ๆนี้), lately, yet, already, ever, never, how long , all day (ตลอดวัน), all evening (ตลอดเย็น) สำหรับข้อนี้ มีคำบอกเวลาคือ for two years จึงตอบ has studied

19. The car __________ by my dad next Saturday.
(1) fixes
(2) is fixing
(3) has been fixed
(4) will be fixed

ตอบ 4 ข้อนี้มีให้วิเคราะห์ 2 ประเด็น อันดับแรกเราเห็นคำบอกเวลา next Saturday (วันเสาร์หน้า) เป็นอนาคต ซึ่งใช้โครงสร้าง will + V1 = will fix นั่นเอง แต่จะเห็นว่าตัวเลือกไม่มี เพราะให้คิดอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ดูประธานเป็นสิ่งของ (The car = รถ เป็นสิ่งของ) หรือดูคำว่า “by” (โดย) จะรู้ทันทีว่าประโยคหรือประธานเป็นสิ่งของต้องใช้รูปถูกกระทำ (เพราะรถไปซ่อมเองไม่ได้อยู่แล้ว จะต้องถูกซ่อมโดย….) นั่นคือการตอบรูป Passive Voice ถูกกระทำซึ่งต้องลงท้ายกริยาช่องที่ 3 เสมอ เราก็จะได้ตัวเลือกแคบลงคือ ตัวเลือก 3 /4 แต่เราตอล 4 เพราะมาจากรูปอนาคต will V1 ทำเป็นรูปถูกกระทำจะใช้ will be + V3 = will be fixed

20. Mom wants her bedroom __________.
(1) to be expanded
(2) be expanding
(3) expands
(4) had expanded

ตอบ 1 โครงสร้าง Passive Voice ของกริยา want ซึ่งเราเห็น want + สิ่งของ (her bedroom) ใช้โครงสร้าง want + สิ่งของ + to be V3 = want to be expanded หรือเทียบตัวอย่างอื่น เช่น
– Mom wants the room to be cleaned. = แม่อยากให้ห้องสะอาด

21. Uncooked food __________ harm your health.
(1) does
(2) can
(3) is
(4) need

ตอบ 2 harm เป็นกริยาช่องที่ 1 ต้องหากริยาช่วยที่สามารถตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ได้นั่นคือ can ซึ่งเป็นการแสดง “สามารถ” เช่น
– Mary can speak Thai. (แมรี่พูดภาษาไทยได้)
– Uncooked food can harm your health. (อาหารดิบอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้)
ส่วน does ถึงแม้จะตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เพื่อแสดงการเน้นย้ำ แต่ข้อนี้ใช้เป็นการแสดง “สามารถ” และ is ตามด้วย Ving หรือ V3 ได้ แต่ V1 ไม่ได้ และ need ตามด้วย Ving หรือ to V1 ได้

22. __________ Janet __________ very busy with school lately?
(1) Is ; being
(2) Will ; be
(3) Was ; being
(4) Has ; been

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 18. ประกอบ มีคำบอกเวลา lately (หมู่นี้ ไม่นานมานี้) ตอบ Present Perfect Tense (has/have + V3) ตรงกับตัวเลือกข้อ 4 ทำเป็นประโยคคำถาม ยก Has ไว้หน้า Janet

23. __________ I take your message, sir?
(1) Need
(2) Should
(3) May
(4) Will

ตอบ 3 กริยาช่วย May ใช้ในการขออนุญาตหรือขอร้อง ข้อนี้เป็นการขออนุญาต เช่น
– May I keep this pen? (ฉันขอเก็บปากกาด้ามนี้ไว้ได้มั้ย?)
– May I take your message, sir? (ผมขอรับข้อความของท่านได้ไหมครับ?)
ส่วนกริยาช่วย Need แสดง “จำเป็น/ต้อง” , should “ควรจะ” แสดงการแนะนำ, will แสดงอนาคต

24. Janet __________ born in a small town in Illinois.
(1) was
(2) had
(3) did
(4) None is correct

ตอบ 1 เราเห็นกริยา born เป็นกริยาช่องที่ 3 มาจาก bear bore born (เกิด) สำหรับคำนี้ต้องใช้รูปถูกกระทำเสมอ คือ Passive Voice เพราะทุกคนต้องถูกเกิด ไม่มีใครเกิดเองและเมื่อพูดถึงถูกเกิดก็คือเป็นอดีตด้วยใช้ was born (ถูกเกิด) ส่วนตัวเลือกข้อ 2 had + V3 แต่ไม่ใช่รูปถูกกระทำ เพราะคำว่า born ต้องใช้กับ verb to be (was) เพราะถูกเกิด และ did ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ได้เท่านั้น

25. __________ you gone to Tokyo yet?
(1) Are
(2) Do
(3) Will
(4) Have

ตอบ 4 กริยาหลังประธาน (you) มี gone ซึ่งเป็นกริยาช่องที่ 3 มาจาก go went gone (ไป) กริยา Have เท่านั้นที่ตามด้วยกริยาช่องที่ 3 กับประธาน you แสดงอาการกระทำเอง เช่น You have gone (คุณได้ไป คือไปเอง กระทำเอง) ส่วน are (verb to be) ตามด้วยกริยาช่องที่ 3 ได้แต่ใช้กับประธานถูกกระทำ เช่นในข้อที่ผ่าน Janet was born (เจเน็ตเกิด ก็คือถูกเกิด เพราะเกิดเองไม่ได้) ใช้ถูกกระทำได้ ส่วน do, will ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เท่านั้น จึงไม่ถูกต้อง

26. Joe likes __________ games.
(1) excite
(2) excites
(3) exciting
(4) excited

ตอบ 3 เป็นเรื่องคุณศัพท์ (adj.) ถ้าลงท้ายด้วย -ed แสดง “รู้สึก” เช่น interested (รู้สึกสนใจ), surprised (รู้สึกประหลาดใจ) , excited (รู้สึกตื่นเต้น) แต่ถ้าลงท้าย -ing เช่น interesting (น่าสนใจ), exciting (น่าตื่นเต้น) เป็นต้น ให้ดูว่าใส่วางไว้ตรงไหน หลัง verb to be หรือหน้าคำนาม สำหรับข้อนี้ให้เติมไว้หน้าคำนาม เราใส่คุณศัพท์วางไว้หน้าคำนามที่ขยาย ฉะนั้นคำนามจะตัวกำหนดว่าจะใส่แบบ -ed หรือ -ing ถ้าคำนามเป็นสิ่งมีชีวิตใช้รูป -ed ถ้าสิ่งของ ใช้ -ing ดูตัวอย่าง
– I am interested in this book. This is an interesting book.
– I feel excited. It is an exciting game. (ฉันรู้สึกตื่นเต้น มันเป็นเกมที่น่าตื่นเต้น)

27. Nan lives on the __________ floor of the condo building.
(1) eleven
(2) twelfth
(3) high
(4) (blank)

ตอบ 2 การบอกจำนวนตัวเลข มีดังนี้
1. ตัวเลขทั่วไป (Cardinal Number) คือ ตัวเลขที่บอกจำนวนของสิ่งต่าง ๆ ว่ามีอยู่จำนวนเท่าไร เช่นบอก ราคา จำนวนคน จำนวนสิ่งของ บอกเวลา เช่น one, two, three

2. ตัวเลขอันดับที่ (Ordinal Number) คือ ตัวเลขที่บอกอันดับ เช่น วันที่ ชั้นของอาคาร ลำดับคน ลำดับสิ่งของ เป็นต้น เช่น first, second, third, fourth, ninth, tenth, twelfth, thirteenth ฯลฯ ดูตัวอย่าง
– My friends lends me two books. (เพื่อนของฉันให้ยืมหนังสือสองเล่ม) เลขทั่วไป
– Meet me on the third floor at noon, okay? (เจอฉันที่ชั้น 3 ตอนเที่ยงนะ โอเคมั้ย) เลขอันดับที่
– Nan lives on the twelfth floor on the condo building. (แนนอาศัยอยู่บนชั้นสิบสองของคอนโด)

28. No one likes __________ at.
(1) laugh
(2) to laugh
(3) laughing
(4) to be laughed

ตอบ 3 กริยาที่ตามมาจะเป็น Gerund ก็คือ ตามด้วย Ving ได้แก่

ด้วยคำเฉลยอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ

admit dread fancy resent consider
allow dislike imagine resist like
appreciate enjoy involve postpone permit
avoid endure keep prefer keep
consider escape mind prevent advise
delay excuse miss quit advise
defer finish practice stop hate
deny forgive risk suggest require

เช่น

  • She has finished writing her thesis.

  • He enjoys watching Korean series.

29. __________ is very hot this summer!
(1) One
(2) This
(3) It
(4) Each

ตอบ 3 คำสรรพนามที่ไม่ได้เจาะจง มักขึ้นต้นด้วย It is / It was เป็นประธานตามด้วย Verb to be ใช้กับการบอกอากาศ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ บอกระยะทางและเวลา เป็นต้น เช่น
– It is hot. (อากาศร้อน)
– It is warmer today. (วันนี้อากาศอบอุ่น)
– It is cloudy. (เมฆครึ้ม)
– It is sunny. (แดดจัดดี)
– It is raining. (ฝนกำลังตก)
– It is half past six. (หกโมงครึ่งแล้ว)
– It is Monday today. (วันนี้วันจันทร์)
– It is about five miles from here to Bangapi. (ระยะทางประมาณ 5 ไมล์จากที่นี่ถึงบางกะปิ)

30. While we __________ the concert, this singer fainted.
(1) enjoy
(2) enjoyed
(3) have enjoyed
(4) were enjoying

ตอบ 4 เห็น as หรือ while เป็น 2 เหตุการณ์ ให้เดาปัจจุบันคู่กับปัจจุบัน และอดีตคู่กับอดีต ออกทุกเทอมในการเชื่อม while หรือ as มีทั้งปัจจุบันและอดีต

1. S + V2 while / as S + was/were Ving
2. S + was/were Ving while / as S + was/were Ving
3. S + is/am/are +Ving while S + is/am/are Ving
4. While S + was/were Ving , S + was/were Ving
5. While/As + S + was/were Ving, S + V2
ตอบ were enjoying ให้มา fainted
หรือนึกเมื่อเห็นคำเชื่อม While หรือ As นึกถึงกริยารูป -ing เช่นข้อนี้ตอบ were enjoying

31. We haven’t heard about Teera __________ he left the Line group.
(1) for
(2) consequently
(3) so
(4) because

ตอบ 4 ให้เติมคำเชื่อมความ ดูแต่ละคำเชื่อมว่าเข้ากับประโยคที่ให้มาตัวไหน
1. for = because = เพราะว่า แต่ต้องตามด้วยประโยคก็คือมีประธาน + กริยาหลัก และถ้าใช้คำเชื่อม for จะต้องมีเครื่องหมายคอมม่า (,) คั่นก่อนหน้า for เช่น We haven’t heard about Teera, for he left the Line group. จึงตอบ because ที่เชื่อมได้เลยไม่ต้องเครื่องหมายอะไรคั่น เข้ากับประโยคว่า “เราไม่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเทียร่าเพราะเขาออกจากกลุ่มไลน์แล้ว”
2. consequently = as a result of = ผลที่ตามมา และ so = ดังนั้น ไม่เข้ากับประโยคที่ให้มา

32. __________ tradition, the cathedral offered the full range of services every day.
(1) Since
(2) In accordance with
(3) For
(4) Therefore

ตอบ 2 เรามาดูหลักโครงสร้างของคำเชื่อมก่อนนะ Since, For, Therefore ตามด้วยประโยค ก็คือตามด้วย ประธาน + กริยาหลัก ถ้าเรารู้หลักโครงสร้างเราก็ไม่ต้องแปลประโยคเลย ส่วน In accordance with + คำนามหรือวลีซึ่งเป็นกลุ่มคำนาม ฉะนั้นดูที่โจทย์มีคำนามตัวเดียวคือ tradition ไม่มีกริยา ก็คือนามวลี ก็ตอบ In accordance with ได้เลย ซึ่งมีความหมายว่า “ตาม, ตามที่” รวมประโยค “ตามประเพณี มหาวิหารจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทุกวัน”

33. Brad’s office is in that __________ building.
(1) tall
(2) taller
(3) tallest
(4) tallness

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ เมื่อเราเห็นคำว่า in + สถานที่ แสดงถึงที่สุดในนั้น ให้ตอบขั้นสุด ดังนั้นจากคำคุณศัพท์ธรรมดา tall ทำเป็นขั้นสุดคือ tallest

34. __________ you __________ me up at 5 pm, tomorrow?
(1) Do ; pick
(2) Were ; picking
(3) Will ; pick
(4) Have; picked

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 19. ประกอบ เมื่อเราเห็นคำบอกเวลา tomorrow (พรุ่งนี้) แสดงถึงอนาคต ใช้ตอบ will + V1 = will pick ทำเป็นคำถาม ยก Will ไว้หน้า you จึงตอบตัวเลือกข้อ 3

35. Brian gets used to __________ out at the city’s recreation center.
(1) work
(2) worked
(3) works
(4) working

ตอบ 4 สำนวนต่อไปนี้ ให้ตามด้วย Ving ได้แก่

can’t bear look forward to be accustomed to
can’t stand object to be opposed to + Ving
can’t resist adjust to be/get used to
can’t help devote to be subjected to

ฉะนั้น gest used to + Ving = gets used to working

36. Dinner is as __________ as breakfast.
(1) importance
(2) important
(3) importantly
(4) importancy

ตอบ 2 เมื่อเราเห็น as ……………….as เป็นการเปรียบเทียบเท่ากัน ตรงกลางระหว่าง as ……as ก็ต้องตอบเป็นคุณศัพท์ธรรมดา นั่นคือ important ในตัวเลือกข้อ 2 (ในกรณีถ้าหากไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นคำคุณศัพท์ (adj.) ก็ให้ดูคำวิเศษณ์ (adv.) ที่มักลงท้ายด้วย -ly คือ importantly เมื่อตัด -ly ทิ้งก็เป็น important ก็คือคำคุณศัพท์นั่นเอง

37. The plants would die if we __________ them.
(1) don’t water
(2) haven’t watered
(3) didn’t water
(4) hadn’t watered

ตอบ 3 สูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ ข้อนี้ตรงกับ if อยู่กลางประโยคสูตร 3

  1. If S + V1 , S + V1

  2. If S + V1 , S + will V1

  3. If S + V2 , S + would/could + V1

  4. If S + had V3 , S + would have V3

การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น

  1. S + V1 if/unless S + V1

  2. S + will/can V1 if/unless S + V1

  3. S + would V1 if/unless S + V2

  4. S + would have V3 if/unless S + had V3

↓ ↓

3. S + would V1 if/unless S + V2

↓ ↓

ให้มา would die ตอบ didn’t water

38. My parents let me __________ overnight at Cindy’s house.
(1) stay
(2) staying
(3) to stay
(4) stayed

ตอบ 1 กริยา make/made หรือ let สองตัวนี้เป็นที่นิยมออกสอบออกมาให้ตอบกริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องมี to ตาม เช่น

  • The sad movie always makes me cry.

  • Let us go shoppingฉะนั้นข้อนี้ let + กรรม (me) + V1 จึงตอบ stay

39. __________ able to pass this course, one has to study hard.
(1) Being
(2) To be
(3) Be
(4) 1 and 2 are correct

ตอบ 4 รูป Participle ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ สามารถขึ้นต้นประโยคได้สองอย่างคือขึ้นต้นเป็น Ving หรือ To + V1 แล้วตามด้วยประโยคหลักที่มีประธานเป็นผู้กระทำอาการของกริยาที่อยู่ต้นประโยค เช่น

  • Walking to class, I saw traffic accident.

  • To be able to pass this course, one has to study hard. (การจะผ่านวิชานี้ได้ต้องตั้งใจเรียนหนัก)= Being able to pass this course, one has to study hard.

40. Do you like the play __________ by Samuel Beckett?
(1) write
(2) writing
(3) written
(4) to write

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ เป็น past participle ที่ลดรูปโดยใช้กริยาช่องที่ 3 ถูกกระทำขยาย คำนาม the play (ละคร) ที่ถูกเขียนโดย…. (by) ใช้ V3 คือ written เทียบดูตัวอย่างอื่น ทำนองเดียวกัน เช่น

  • The meeting canceled yesterday was about next year’s budget.canceled เป็นกริยาช่องที่ 3 ในรูป past participle ที่ขยายคำนาม the meeting = การประชุมถูกยกเลิก

41. Doris and Tom have known each other for a long time. __________ were classmates in __________ college years.
(1) We ; our
(2) They ; their
(3) We ; their
(4) They ; our

ตอบ 2 บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun)

รูปประธาน รูปกรรม Possessive adjective Possessive Pronoun สะท้อนตัวเอง
I me my mine myself
you you your yours yourself
he him his his himself
she her her (มีคำนามตามหลัง) hers (ไม่มีคำนามตามหลัง) herself
they them their theirs themselves
we us our ours ourselves
it it its its itself

ช่องแรกตอบรูปประธานเพราะว่าตามด้วยกริยา were ซึ่งมีทั้ง We และ They เป็นรูปประธาน ส่วนหลัง จะเติมสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ เพราะมีคำนาม college ก็สามารถเติม our หรือ their แต่ต้องเติมรูป ประสานกันทั้งประธานและรูปเจ้าของซึ่งควรเป็นบุคคลที่ 3 ที่กล่าวถึงว่า พวกเขา ซึ่งคำสรรพนามแทน Doris and Tom สองคน จึงตอบ They และ their ไม่ได้ใช้ we พวกเรา เพราะกล่าวถึงสองคนนั้น เป็นบุคคลที่ 3

42. Russians are perhaps __________ than Mexicans.
(1) optimistic
(2) the least optimistic
(3) the most optimistic
(4) less optimistic

ตอบ 4 จำ ออกทุกเทอม เมื่อเราเห็นคำว่า than ให้ตอบขั้นกว่า ซึ่งใช้รูปดังนี้

คุณศัพท์ขั้นกว่าที่ลงท้ายด้วย -er หรือ more นำหน้า + adj. + than

คุณศัพท์ธรรมดาให้มาคือ optimistic ทำเป็นขั้นกว่าใช้ more optimistic หรือ less optimistic (less มาจาก little less least น้อย น้อยกว่า น้อยที่สุด) ฉะนั้น less optimistic จึงถูกต้อง ดูตัวอย่างอื่น

  • My car is less expensive than Maria’s.

43. Look at the supercars over there! I really like __________ one in yellow.
(1) this
(2) these
(3) that
(4) None is correct

ตอบ 3 คำนำหน้าคำนามที่ชี้เฉพาะ เช่น this, that, these, those มีหลักดังนี้

this (นี้) แสดงถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ that (นั่น) แสดงถึงสิ่งที่อยู่ไกล ใช้กับนามเอกพจน์
these (เหล่านี้) สิ่งที่อยู่ใกล้ those (เหล่านั้น) แสดงสิ่งที่อยู่ไกล ใช้กับนามพหูพจน์

เราเห็น one อยู่ด้านหลังเป็นเอกพจน์แสดงว่าตอบ this/that และประโยคส่วนหน้ามองให้มองไปที่……ตรงนั้น! แสดงว่าอยู่ไกล จึงตอบ that

44. Andy and Tim never liked __________.
(1) each other
(2) others
(3) another
(4) None is correct

ตอบ 1 เป็นสัมพันธ์สรรพนาม คือ คำสรรพนามที่แสดงความสัมพันธ์ต่อกันและกัน มีความหมายว่า “ซึ่งกันและกัน” มีหลักดังนี้

each other = ซึ่งกันและกัน ใช้กับ 2 คน ส่วน one another = ซึ่งกันและกัน ใช้ตั้งแต่ 3 หรือมากกว่านั้น

จากประโยคมีสองคนคือ Andy และ Tim จึงตอบ each other เทียบดูตัวอย่างอื่น

  • Peter and Mary love each other. (ปีเตอร์และแมรี่รักซึ่งกันและกัน รวมสองคน)

  • The classmates help one another. (เพื่อนๆ ร่วมห้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน)

45. Bribery __________ insecurity in the economy.
(1) conducts
(2) mentions
(3) produces
(4) strikes

ตอบ 3 คำกริยาแสดงสาเหตุ เช่น cause / produce / bring about / result in (ก่อให้เกิด) ตามด้วยคำนาม หรือกลุ่มคำนามวลี เช่น

  • Exposure to fine particles can cause short-term health effects.(การสัมผัสกับอนุภาคขนาดเล็กอาจก่อให้เกิดผลต่อสุขภาพในระยะสั้นได้)
  • The man’s speech produced an angry response from parents.(คำพูดของชายคนนั้นก่อให้เกิดปฏิกิริยาโกรธจากพ่อแม่)
  • Bribery __________ insecurity in the economy(การติดสินบนก่อให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ)

46. Cleo __________ by the experience of living alone in Thailand.
(1) is transforming
(2) was transformed
(3) has transformed
(4) will be transforming

ตอบ 2 เมื่อเห็นคำว่า by (โดย…) แสดงถึงประธานถูกกระทำในรูป passive voice (S + was/were + V3)

  • Kelly was arrested yesterday by the police. (เคลลี่ถูกจับเมื่อวานโดยตำรวจ)

  • Cleo was transformed by the experience of living alone in Thailand(คลีโอได้รับการเปลี่ยนแปลงจากประสบการณ์การใช้ชีวิตคนเดียวในประเทศไทย)

47. We __________ Warren Buffett if we __________ to the campus today.
(1) are seeing; will go
(2) would see; had gone
(3) will see; go
(4) have seen; are going

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ
3. S + will V1 if/unless S + V1
↓ ↓
ตอบ will go go

48. Bill got his housemaid __________ his room every other day.
(1) to make
(2) made
(3) make
(4) making

ตอบ 1 เป็นรูปกริยา get ถ้าตามด้วยสิ่งของ ตอบกริยาช่องที่ 3 ถ้าตามด้วยคน ตอบ to v1 ดูตัวอย่าง
S + get + something + V3 (ถ้าตามด้วยสิ่งของ + V3)
S + get/got + คน + to V1
– Jack gets his elder sister to wash his clothes. (คน ตอบ to V1)
– Jack gets his clothes washed by his elder sister. (สิ่งของ ตอบ V3)
ข้อนี้ got his housemaid (แม่บ้าน เป็นคน) ตามด้วย to + V1 จึงตอบ to make

49. Tipping less than 20 percent __________ not proper nowadays.
(1) is considering
(2) is considered
(3) will consider
(4) were considered

ตอบ 2 ใช้ในรูป passive voice ( S + is/am/are + V3) = is considered ประธานเป็นผู้กระทำ ใช้ is เพราะท้ายประโยคมี nowadays (ปัจจุบัน ) ตัวเลือกที่ 4 ไม่ถูก เพราะประธานเป็นเอกพจน์ใช้ were ไม่ได้อยู่แล้ว
– Switzerland is considered (to be) the most beautiful country by many visitors.
– The general was considered by many (to be) a great leader.
(นายพลผู้นี้มีผู้คนมากมายนับถือว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่)

50. I would travel around the world if I __________ a millionaire.
(1) am
(2) was
(3) were
(4) have been

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ
3. S + would V1 if/unless S + V2
↓ ↓
ให้มา would travel ตอบ were

51. Teera can recall the day __________ he went to see his advisor.
(1) that
(2) which
(3) how
(4) when

ตอบ 4 ให้เติมประพันธ์สรรพนามโดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือสิ่งของหรือสถานที่เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร

คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ is
คน whose + คำนาม + V
คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met
สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.
สถานที่ where + S + V. เช่น where I live
เวลา when + S + V
the reason why + S + V
ประโยคมี the day (วัน) จึงตอบ when

52. Poor time management can __________ failure.
(1) do
(2) lead to
(3) make
(4) relate

ตอบ 2 กริยาที่เข้ากับประโยคได้คือ lead to (นำไปสู่, ก่อให้เกิด)
– Poor time management can lead to failure. (การจัดการเวลาที่ไม่ดีอาจนำไปสู่ความล้มเหลวได้)

53. New York is much __________ than Boston.
(1) big
(2) more big
(3) bigger
(4) biggest

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 42. ประกอบ เมื่อเห็น than ตอบขั้นกว่าจากคุณศัพท์ big เป็น bigger จึงตอบข้อ 3

54. Jim is the person __________ won the award.
(1) whom
(2) who
(3) which
(4) whose

ตอบ 2 the person เป็นคน และส่วนหลังติดกันมี won เป็นคำกริยามาจาก win won won (ชนะ) ก็ตอบ who ได้เลย เพราะ who + กริยาเสมอ ถ้า whom + S + Verb ส่วน whose + คำนาม เสมอ

55. __________ I couldn’t attend the meeting yesterday was that I had a family emergency.
(1) The reason why
(2) In accordance with
(3) As a result of
(4) Because

ตอบ 1 The reason why = “เหตุผลว่า….., เหตุผลที่ ….” เป็นคำเชื่อมตามด้วยปรานและคำกริยา เช่น
– Bill told us the reason why he had left the house without telling anyone.
(บิลบอกเราถึงเหตุผลที่เขาออกจากบ้านโดยไม่บอกใคร)
– The reason why I couldn’t attend the meeting yesterday was that I had a family emergency.
(เหตุผลที่ฉันไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมเมื่อวานนี้ได้ก็คือฉันมีเหตุฉุกเฉินในครอบครัว)

56. If Peter __________ the facts, he would have made a better decision.
(1) knows
(2) knew
(3) has been knowing
(4) had known

ตอบ 4 ดู if ในสูตรที่ 4
4. If S + had V3 , S + would/could have V3
↓ ↓
ตอบ had known ให้มา would have made

57. Ice cream can __________ the blood vessels in the roof of your mouth to shrink.
(1) cause
(2) owe to
(3) reason
(4) show

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ
– Ice cream can cause the blood vessels in the roof of your mouth to shrink.
(ไอศกรีมอาจทำให้หลอดเลือดบนเพดานปากหดตัวได้)

58. __________ I to get a raise, I would renovate my parents’ house.
(1) Am
(2) Were
(3) Will
(4) Did

ตอบ 2 เป็นเรื่อง If แต่ตัด if ออกไปมีสูตร 3 และ 4
3. Were S + ส่วนขยาย , S + would V1
4. Had S + V3 , S + would have V3
ข้อนี้ตรงกับการตัด if ออกในสูตรที่ 3 เราสังเกตจากส่วนหลังมี would V1 ก็ได้ เทียบตัวอย่างอื่น
– If I were a bird, I would fly to New York.
= Were I a bird, I would fly to New York. (ตัด If ออก แล้วยก Were ไว้หน้าประธานหลังเหมือนเดิม)
– If I were to study science, I would study hard.
= Were I to study science, I would study hard.

59. That lady is our new manager. We enjoy working with __________.
(1) she
(2) hers
(3) her
(4) herself

ตอบ 3 ดูตารางในข้อ 41. ประกอบ เป็นเรื่องคำสรรพนามที่จะใช้รูปไหน ในข้อนี้ให้เติมท้ายประโยคและตามหลังบุพบท (with) จะตามด้วยรูปกรรมเสมอ ดังนั้นจากประธาน she รูปกรรมจะเป็น her จึงตอบตัวเลือกข้อ 3
– He seemed to recognized me. (me เป็นรูปกรรมตามหลังกริยา)

60. Nick is __________guitarist; he can play __________guitar very well.
(1) a ; an
(2) a ; the
(3) an ; a
(4) the ; a

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ ใช้ “a/an” นำหน้าคำนามแสดงอาชีพ เช่น a guitarist (นักเล่มกีตาร์) และส่วนหลังเป็นเครื่องดนตรี ใช้ “the” นำหน้า เช่น the guitar, the violin, the piano, the flute (ขลุ่ย), the trumpet, the xylophone (ระนาด), the saxophone ฯลฯ

61. The __________man is a professional basketball player.
(1) six feet
(2) six foot
(3) six-feet
(4) six-foot

ตอบ 4 คุณศัพท์ประสม (Compound Adjectives) เป็นโครงสร้างของคำจำนวน 2 คำขึ้นไปมารวมกัน โดยมีเครื่องหมาย hyphen (-) คั่นระหว่างคำ เช่น
– a ten-pound baby
– the six-foot man
– the two-hundred-dollar shoes
– an all-night party
– a well-built house
– an up-to-date analysis
– a round-the-clock schedule

ให้สังเกตเมื่อนำคำมารวมกับอยู่หน้าคำนาม คำจะอยู่ในรูปเอกพจน์และมี – คั่น ไม่ใช้รูปพหูพจน์

62. __________ coffee in this cup is too cold to drink.
(1) A
(2) An
(3) The
(4) (Blank)

ตอบ 3 ใช้ “the” นำหน้าคำนาม ที่มีส่วนขยายหลังคำนามที่บอกตำแหน่งว่าอยู่ใน หรือที่ นั่นคือ the + คำนาม + มีบุพบทตามหลัง เช่น in ……. at…… on……. เป็นต้น เป็นการชี้เฉพาะ เช่นข้อนี้ ใช้ the นำหน้า coffee เพราะมีชี้เฉพาะว่า in this cup (ในถ้วยนี้) ไม่ใช่ถ้วยอื่น จึงมี the

63. Nancy is as __________ as Mark.
(1) nice
(2) nicer
(3) nicest
(4) the nicest

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 36. ประกอบ ถ้าเราเห็น as ………as เปรียบเทียบเท่ากัน ตรงกลางใส่เป็นคุณศัพท์ธรรมดา ก็คือ nice ไม่ต้องมี -er -est เลย จึงตอบตัวเลือกข้อ 1 nice

64. The tornado in Missouri was __________ storm I’ve ever seen.
(1) bad
(2) worse
(3) the worst
(4) None is correct

ตอบ 3 ข้อนี้ออกซ้ำบ่อยนะ ถ้าเราเห็นคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็นมา) แสดงว่าให้ตอบขั้นสุด ก็คือที่สุดที่ฉันเคยเห็น จากตัวเลือกคุณศัพท์ธรรมดาคือ bad เมื่อทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุดตัวนี้จะเปลี่ยนรูป เป็น worse worst ก็มีบางตัวไม่มากนักที่เปลี่ยนรูปจำนะคะ เช่น
– good better best (ดี ดีกว่า ดีที่สุด)
– bad worse worst (เลวหรือแย่ แย่กว่า แย่ที่สุด)
– far farther/farther farthest/furthest (ไกล ไกลกว่า ไกลที่สุด เป็นต้น

65. Let’s study harder this semester, __________?
(1) can you
(2) will they
(3) does he
(4) shall we

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 5 ประกอบ เรื่อง tag (ส่วนหางหรือส่วนหลัง) มีบางอย่างต้องตอบคงที่เช่นข้อนี้ ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบส่วนหลังว่า shall we เสมอ

66. __________ is your hometown like, Lisa?
(1) What
(2) Where
(3) Which
(4) Whose

ตอบ 1 เป็นประโยคคำถาม Wh-questions
1. Who/What/Which + (คำนาม) + กริยา เช่น
– Who saw him?
– What happened to you last night?
2. Whom/What/Which ใช้เป็นกรรมของประโยค + (คำนาม) + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา
– What did he buy yesterday?
– Which job have you applied for?
3. Whose + คำนาม เสมอ ส่วน When, Why, Where ใช้ตามแบบที่ 2
– Whose book are you reading?
– When will you do?
– Why did he go home?
– Where do you come from?
– How + adj. ใช้ถามเกี่ยวกับ ระดับต่าง ๆ เช่น
– How old is she?
ข้อนี้ถามเป็น What is your hometown like, Lisa? (บ้านเกิดของคุณเป็นยังไงบ้าง ลิซ่า?)

67. Sue bought me __________ blouse from Thailand.
(1) beautiful a pink silk
(2) silk beautiful a pink
(3) pink silk a beautiful
(4) a beautiful pink silk

ตอบ 4 เป็นการเรียงคุณศัพท์ที่มีคุณศัพท์มาขยายคำนามหลายตัว โดยวางไว้หน้าคำนาม คือคำนามหลักจะอยู่ขวามือของเรา ส่วนหน้าคำนามจะเป็นคุณศัพท์เรียงลำดับ ดังนี้

คำคุณศัพท์ + คำนาม

คำนำหน้านาม จำนวน adj. บอกขนาด adj. บอกลักษณะ adj. บอกวัย/อายุ adj.รูปร่าง adj. บอกสี แหล่งที่มาหรือเชื้อชาติ นามขยาย นามหลัก
a, an, the, this, that, those these my, your, his, her, their, some, many one two three four …… small , big, large long, huge beautiful, nice, cheap, lovely strong beautiful new (ใหม่) old (เก่า) oval squar e triangl e white blue, pink, yellow, black, orange brown Italian, Japanese Chinese silk gold cotton metal woode n riding shirt ring dress frame s horse

ถ้าไม่ดูให้ละเอียดเราก็เดาได้ก่อนคำที่ขึ้นอันดับแรกก็คือบอกจำนวน คือ “a” และตามด้วยคุณศัพท์บอกคุณลักษณะ beautiful (สวย) ส่วนคำที่เป็นนามขยายหรือวัตถุนามเช่น gold (ทอง), silk (ไหม) มักจะไม่อยู่หลังสุดจะเป็นนามขยาย

68. Henry ate tons of junk food, __________ now he feels sick.
(1) consequently
(2) therefore
(3) so
(4) thus

ตอบ 3 ให้ตอบคำเชื่อม แบบนี้ต้องโจทย์ว่าให้ประโยคแบบไหนมา และดูคำเชื่อมตาราง

แสดงความหมาย ใช้เครื่องหมาย , _____ ใช้เครื่องหมาย ; _____,
1. แสดงความขัดแย้ง but, yet, or however, instead, whereas, nevertheless, otherwise
2. แสดงการคล้อยตามกัน หรือเพิ่มเติมข้อมูลในทางเดียวกัน and, nor furthermore, moreover, meanwhile, besides, also, similarly
3. แสดงผลหรือสรุปความ so accordingly, finally, consequently, therefore, thus
4. แสดงเหตุ for (เพราะ) because
5. แสดงทางเลือก or (หรือ มิฉะนั้น)

จะเห็นว่าโจทย์นี้มีเครื่องหมายคอมม่า (,) จึงใช้ so (ดังนั้น) นอกนั้นต้องใช้เครื่องหมาย ; _____,

69. If you add 3 to 5, you __________ 8.
(1) get
(2) have gotten
(3) got
(4) are getting

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 37. เรื่อง if ประกอบ ตรงกับสูตรที่ 1
1. If S + V1 , S + V1
↓ ↓
ให้มา add ตอบ gets

70. __________ a lack of exercise, weight gain and health issues arose.
(1) As a result
(2) Through
(3) Because
(4) Due to

ตอบ 4 คำเชื่อม due to / owing to มีความหมายว่า “เนื่องจาก เพราะว่า” ตามด้วยคำนามหรือกลุ่มคำนาม ส่วน because เพราะว่า ตามด้วยประโยค จึงผิด เพราะที่โจทย์มีกลุ่มคำนามอย่างเดียวคือ a lack of exercise
– Derek didn’t go out last night due to the heavy rainfall.
– The flight to Los Angeles was delayed due to the crew’s strike.
– Due to a lack of exercise, weight gain and health issues arose.
– Susan couldn’t get a loan from a bank to buy a condo room as a result of her unemployment.

71. __________ you cleaned the house, you could have gone to the movies.
(1) Are
(2) Did
(3) Had
(4) Have

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 58. ประกอบ ตรงกับการตัด if ออกในสูตรที่ 4 สังเกตจากส่วนหลัง could have V3
4. Had S + V3 , S + would/could have V3
↓ ↓
ตอบ Had you cleaned ให้มา could have gone

72. __________ you brush your teeth, you get cavities.
(1) If
(2) Unless
(3) When
(4) Whether

ตอบ 2 คำเชื่อม If ……not = unless (ถ้า ……ไม่) ดูเปรียบเทียบ
– If you do not brush your teeth, you get cavities.
= Unless you brush your teeth, you get cavities.

73. A : __________ .
B : Not yet. She’s graduating next semester, I believe.
(1) What has Sue been doing in LA?
(2) Will Sue finish it in the future?
(3) Is Sue back to her post?
(4) Has Sue graduated yet?

ตอบ 4 การสนทนา A: B: แบบนี้จะมีออกทุกเทอมเช่นกัน ดูจากที่ B ตอบว่า ยังไม่ แต่ฉันเชื่อว่า เธอจะจบในเทอมหน้านะ? แสดงว่า A ถามว่า “ซูได้เรียนจบหรือยัง? โดยการลงท้ายเชิงคำถามใช้ yet หมายถึงว่า “ยัง หรือ ยัง” ดูตัวเลือก
(1) ซูไปทำอะไรที่แอลเอ?
(2) ซูจะทำมันเสร็จในอนาคตไหม?
(3) ซูกลับมาโพสต์เหมือนเดิมแล้วเหรอ?
(4) ซูเรียนจบยังคะ?

74. Alex __________ in a motorcycle accident last night.
(1) injured
(2) to injure
(3) was injured
(4) had injured

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 46. ประกอบ ใช้รูป passive voice (was/were + V3) ข้อนี้ใช้อดีตเพราะมี last night จึงตอบ was injured (ได้ร้บบาดเจ็บ)ในรูปของ was + V3 หลังประธาน

75. Doug had his hair __________ by a professional barber last week.
(1) cut
(2) cuts
(3) cutting
(4) to cut

ตอบ 1 เป็นเรื่องของ has/have/had
S + have + someone + V1 + O
Has/have/had + คน + V1 (อย่าลืมถ้าตามด้วยคน ตอบ V1)
S + have + something + V3 (ก็คือ have + สิ่งของ + V3)
สำหรับโจทย์นี้ have your hair (ผม) เป็นสิ่งของตอบกริยาช่องที่ 3 คือ cut
กริยาตัวนี้ผันสามช่องใช้รูปเดิม cut cut cut เราตอบ cut ได้เลยเป็นที่รู้กันว่าคือช่องที่ 3

76. Anita is trying to get her work __________ before leaving the office.
(1) do
(2) did
(3) doing
(4) done

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 48. ประกอบ
กริยา get /got + สิ่งของ + กริยาช่องที่ 3 อย่างข้อนี้ her work (งานของเธอ) เป็นสิ่งของจึงตอบ done

77. A : __________ .
B : I love it because there’re many things to do in the city.
(1) Don’t you like Jim?
(2) Do you like things here?
(3) How do you like living in a big city?
(4) You like the countryside, don’t you?

ตอบ 3 เมื่อถามตอบเป็นประโยค I love it because …….. มีคำว่า because (เพราะ…) แสดงถึง A ถามเหตุผล คนตอบจะตอบเป็นรายละเอียด เมื่อดูตัวเลือกจะสังเกตดูว่าตัวเลือก 1, 2 และ 3 เป็นรูปแบบการถาม Yes/No question หมด คือถ้าถาม Don’t you, Do you like หรือลงท้าย don’t you การตอบจะตอบรับเป็น Yes หรือ No ก่อน ฉะนั้นทั้ง 3 ตัวเลือกจึงไม่ถูกต้อง ตัวเลือกที่ถูกคือ 3 ที่ถาม How do you like (คุณชอบ ….อย่างไร? หรือแค่ไหน?) คนตอบ ๆ เป็นรายละเอียด

78. The Indian bride wore __________ on her wedding day.
(1) red elegant her sari
(2) her elegant red sari
(3) sari her red elegant
(4) elegant sari her red

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 67. ประกอบ การเรียงคุณศัพท์ดูตัวเลือกจะคาดเดาได้เลยว่าคำนำหน้าคำนามคือ her ขึ้นมาก่อน และคำที่อยู่หลังสุดจะต้องเป็นคำนามหลัก เพราะ คำนำหน้านาม + คุณศัพท์ + คำนาม เสมอ จับหาคำนามมาอยู่ขวามือก็คือ sari (ผ้าสาหรี) ก็ทำให้เราตอบตัวเลือกข้อ 4 ได้เลย
(หมายเหตุ: คำเฉลยในต้นฉบับระบุข้อ 4 แต่คำอธิบายและตัวอย่างชี้ไปที่ข้อ 2 her elegant red sari)

79. A: __________ .
B : No, there are only three of us: my parents and I.
(1) Do you have a big family?
(2) What qualities do you value?
(3) How many are there in your family?
(4) Have you been living with your parents?

ตอบ 1 จากที่อธิบายข้อ 78. ที่ผ่านมา มาดูข้อนี้จะเห็นว่า B ตอบ No, ก็คือการตอบ Yes/No แสดงว่าต้องมีการถามแบบ Yes/No Question ที่ขึ้นเช่น Do you like…? Can you swim? Is this book yours?

เป็นต้น นั่นคือ ยกกริยาไว้หน้าประธานเป็นการถามให้ตอบ Yes/No ถ้าถามแบบ How many? What….When…Where….. Why… เป็นการตอบรายละเอียด ฉะนั้นตัวเลือกข้อ 1 Do you have….? (คุณมี….มั้ย?) คนตอบเป็น Yes/No

80. A: __________.
B: Twice a week.
(1) Have you eaten out lately?
(2) How often do you play sports?
(3) When did you do your laundry?
(4) What skill would you like to master?

ตอบ 2 B ตอบเป็นรายละเอียดว่า Twice a week (สัปดาห์ละสองครั้ง) แสดงผู้ถาม (A) ถามเป็นความถี่ว่า บ่อยแค่ไหน นั่นคือการถาม How often…? (บ่อยแค่ไหน) ถ้าถาม When จะตอบเป็นเวลา

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

81. Michael prefers to __________ by train because it’s faster than driving.
(1) bother
(2) promote
(3) negotiate
(4) commute
ถาม ไมเคิลชอบเดินทางโดยรถไฟ เพราะมันเร็วกว่าการขับรถ
ตอบ 4 1. รบกวน 2. ส่งเสริม 3. เจรจา ต่อรอง 4. เดินทาง

82. Siripha is __________ in English and Spanish.
(1) fluent
(2) brave
(3) diligent
(4) compassionate
ถาม สิริภาพูดภาษาอังกฤษและสเปนได้คล่อง
ตอบ 1 1. คล่องแคล่ว 2. กล้าหาญ 3. ขยัน 4. ความเห็นอกเห็นใจ

83. The __________ plan was to have the event outdoors, but it rained.
(1) foreign
(2) original
(3) ambitious
(4) experienced
ถาม แผนเดิมคือจัดงานกลางแจ้ง แต่ฝนตก
ตอบ 2 1. ต่างประเทศ 2. เดิม ดั้งเดิม 3. ทะเยอทะยาน 4. ประสบการณ์

84. She gave me a(n) __________ answer when I asked her about her plans for the weekend.
(1) small
(2) unaware
(3) vague
(4) jam-packed
ถาม เธอให้คำตอบที่คลุมเครือแกฉันเมื่อฉันถามเธอเกี่ยวกับแผนการของเธอในช่วงสุดสัปดาห์
ตอบ 3 1. เล็ก 2. ไม่รู้ตัว 3. คลุมเครือ 4. อัดแน่น

85. __________, the sun came out after days of rain.
(1) Surprisingly
(2) Carefully
(3) Confidently
(4) Gently
ถาม น่าแปลกที่ดวงอาทิตย์ออกมาหลังจากฝนตกมาหลายวัน
ตอบ 1 1. อย่างน่าประหลาดใจ 2. อย่างระมัดระวัง 3. อย่างมั่นใจ 4. อย่างอ่อนโยน

86. Bangkok is still the most __________ holiday destination.
(1) fatal
(2) respiratory
(3) chronic
(4) Popular
ถาม กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในวันหยุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ตอบ 4 1. เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต 2. เกี่ยวกับการหายใจ 3. เรื้อรัง 4. เป็นที่นิยม แพร่หลาย

87. I’ll __________ her child when she’s on her business trip.
(1) stand out
(2) look after
(3) conduct
(4) accept
ถาม ฉันจะดูแลลูกของเธอ เมื่อเธอเดินทางไปทำธุรกิจ
ตอบ 2 1. โดดเด่น 2. ดูแล 3. ประพฤติ 4. ยอมรับ

88. I have a duty to __________.
(1) establish
(2) predict
(3) perform
(4) associate with
ถาม ฉันมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ
ตอบ 3 1. จัดตั้ง ก่อตั้ง 2. ทำนาย พยากรณ์ 3. กระทำ ปฏิบัติ 4. เกี่ยวข้อง สัมพันธ์

89. Young people usually have more __________.
(1) condition
(2) energy
(3) passengers
(4) highlight
ถาม คนหนุ่มสาวมักจะมีพลังมากกว่า
ตอบ 2 1. เงื่อนไข สภาวะ 2. พลัง พลังงาน 3. ผู้โดยสาร 4. เด่น

90. She __________ not taking the opportunity to travel when she was younger.
(1) regretted
(2) adapted
(3) evaluated
(4) analyzed
ถาม เธอเสียใจที่ไม่ได้รับโอกาสเดินทางเมื่อตอนที่เธอยังเป็นเด็ก
ตอบ 1 1. เสียใจ 2. ปรับตัว 3. ประเมิน 4. วิเคราะห์

91. He was treated as a hero on his __________ from prison.
(1) blink
(2) release
(3) drawback
(4) tract
ถาม เขาได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นฮีโร่เมื่อได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก
ตอบ 2 1. ขยิบตา 2. ปล่อยตัว 3. ข้อเสีย 4. ทางเดิน

92. It’s true that fine __________ are linked to respiratory problems.
(1) creatures
(2) routes
(3) particles
(4) inconveniences
ถาม เป็นความจริงที่ว่าสิ่งมีชีวิตดี ๆ มักเกี่ยวข้องกับปัญหาระบบทางเดินหายใจ
ตอบ 1 1. สิ่งมีชีวิต สัตว์โลก 2. เส้นทาง 3. ชิ้นส่วนเล็ก ๆ 4. ความไม่สะดวก
(หมายเหตุ: โจทย์เฉลยข้อ 1 แต่คำว่า fine particles หมายถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งตรงกับข้อ 3 particles)

93. I’m strong! I’m powerful! I’m __________!
(1) foreign
(2) exact
(3) obsessed
(4) healthy
ถาม ฉันแข็งแรง! ฉันทรงพลัง! ฉันมีสุขภาพดี!
ตอบ 4 1. ต่างประเทศ 2. ถูกต้อง แน่นอน 3. ครอบงำ 4. สุขภาพดี แข็งแรง

94. They have to __________ expenses this year.
(1) reduce
(2) regret
(3) mention
(4) appear
ถาม ปีนี้พวกเขาจะต้องลดรายจ่ายลง
ตอบ 1 1. ลด 2. เสียใจ 3. กล่าวถึง 4. ปรากฏตัว

95. Her illness was caused mainly by __________.
(1) goal
(2) creature
(3) stress
(4) surprise

ถาม อาการป่วยของเธอเกิดจากความเครียดเป็นหลัก
ตอบ 3 1. เป้าหมาย 2. สิ่งมีชีวิต 3. ความเครียด 4. ประหลาดใจ

96. She purchased a set of __________ tools to handle minor fixes around the house.
(1) real
(2) certain
(3) conditional
(4) home-repair
ถาม เธอซื้อชุดเครื่องมือซ่อมแซมบ้านเพื่อรับมือกับการแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบบ้าน
ตอบ 4 1. จริง แท้ 2. แน่นอน 3. เงื่อนไข 4. ซ่อมแซมบ้าน

97. I have to admit that there’s still a lot in Rome to __________ and do.
(1) explore
(2) obsess
(3) stand out
(4) depend on
ถาม ฉันต้องยอมรับว่ายังมีสิ่งให้สำรวจและทำอีกมากมายในโรม
ตอบ 1 1. สำรวจ ค้นคว้า 2. หมกมุ่น 3. โดดเด่น 4. ขึ้นอยู่กับ

98. The delivery truck took a different __________ to avoid the traffic jam.
(1) route
(2) aggression
(3) adventure
(4) investment
ถาม รถบรรทุกขนส่งเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด
ตอบ 1 1. เส้นทาง 2. ความก้าวร้าว 3. การผจญภัย 4. การลงทุน

99. Whey buying things on sale, no __________ or exchanges are allowed.
(1) crusts
(2) goals
(3) refunds
(4) strategies
ถาม เมื่อซื้อของตอนลดราคา ไม่สามารถรับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้
ตอบ 3 1. เปลือกโลก 2. เป้าหมาย 3. การคืนเงิน 4. กลยุทธ์

100. Just by __________ , Amy unexpectedly met her old schoolmate 40 years later.
(1) bunch
(2) coincidence
(3) refund
(4) shelter
ถาม ด้วยความบังเอิญ 40 ปีต่อมา เอมี่ได้พบกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนเก่าของเธอโดยไม่คาดคิด
ตอบ 2 1. ช่อ (ดอกไม้) 2. ความบังเอิญ 3. การคืนเงิน 4. ที่พักพิง

101. Lily went around the island by riding a(n) __________ she had rented.
(1) blink
(2) experience
(3) moped
(4) passenger
ถาม ลิลลี่เดินทางไปรอบเก่าโดยขี่มอเตอร์ไซค์ที่เธอเช่ามา
ตอบ 3 1. กะพริบตา 2. ประสบการณ์ 3. รถมอเตอร์ไซค์ 4. ผู้โดยสาร

102. This body lotion can cause __________ to sensitive skin.
(1) condition
(2) irritation
(3) mortality
(4) tract
ถาม โลชั่นทางตัวนี้อาจทำให้ผิวบอบบางแพ้ง่ายเกิดการระคายเคืองได้
ตอบ 2 1. สภาพ 2. การระคายเคือง 3. การตาย 4. ทางเดิน

103. A lot of __________ to sunlight may lead to heatstroke and skin cancer.
(1) exposure
(2) regret
(3) depression
(4) energy
ถาม การได้รับแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการโรคลมแดดและมะเร็งผิวหนังได้

ตอบ 1 1. การรับ 2. เสียใจ 3. ความซึมเศร้า 4. พลัง, พลังงาน

104. We’ve selected two possible __________ for our next vacation.
(1) bunches
(2) drawbacks
(3) goals
(4) locations
ถาม เราได้เลือกสถานที่ที่เป็นไปได้สองแห่งสำหรับวันหยุดพักผ่อนครั้งต่อไปของเรา
ตอบ 4 1. ช่อดอกไม้ 2. ข้อเสีย 3. เป้าหมาย 4. ทำเล สถานที่

105. The brown cat was __________ up on the sofa, sleeping happily.
(1) curled
(2) dropped
(3) grown
(4) looked
ถาม เจ้าแมวสีน้ำตาลขดตัวอยู่บนโซฟาอย่างมีความสุข
ตอบ 1 1. ขด, งอ 2. ตก หล่น ร่วง 3. เติบโต 4. มอง

106. It’s __________ to take a shower or bath during a lightning storm.
(1) charming
(2) inadvisable
(3) popular
(4) disappearing
ถาม ไม่สมควรที่จะอาบน้ำขณะที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
ตอบ 2 1. มีเสน่ห์ 2. ไม่สมควร 3. มีชื่อเสียง แพร่หลาย 4. หายไป

107. Allowing Derek to move out of town was a(n) __________ error!
(1) essential
(2) sudden
(3) fatal
(4) limited
ถาม การอนุญาตให้ดิเรกย้ายออกจากเมืองถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรง
ตอบ 3 1. สำคัญ จำเป็น 2. ฉับพลัน ทันที 3. ร้ายแรง 4. ถูกจำกัด

108. Mark’s grandfather is a true __________ . He keeps complaining a lot.
(1) clown
(2) grumbler
(3) passenger
(4) shelter
ถาม ปู่ของมาร์คเป็นคนขี้บ่นมาก เขาชอบบ่นอยู่เรื่อย
ตอบ 2 1. ตัวตลก 2. คนขี้บ่น 3. ผู้โดยสาร 4. ที่พักพิง

109. The result of the votes is still in __________ . We need to re-check it.
(1) audience
(2) circus
(3) doubt
(4) vessel
ถาม ผลการโหวตยังคงไม่ชัดเจน ต้องตรวจสอบใหม่อีกครั้ง
ตอบ 3 1. ผู้ชม ผู้ฟัง 2. ละครสัตว์ 4. ความสงสัย ไม่ชัดเจน 4. เรือ

110. Though I was in Minnesota, the coldest state in the US. I didn’t have a(n) __________ with skiing.
(1) doubt
(2) experience
(3) bunch
(4) grumbler
ถาม แม้ว่าฉันจะอยู่ที่มินนิโซตา ซึ่งเป็นรัฐที่หนาวที่สุดในสหรัฐอเมริกา แต่ฉันก็ไม่มีประสบการณ์เล่นสกีเลย
ตอบ 2 1. ความสงสัย 2. ประสบการณ์ 3. ช่อดอกไม้ 4. คนขี้บ่น

111. You certainly are not supposed to be envious of others who have a bigger house.
(1) athletic
(2) caring
(3) essential
(4) jealous

ถาม แน่นอน คุณไม่ควรอิจฉาคนอื่นที่มีบ้านหลังใหญ่

ตอบ 4 1. แข็งแรง 2. เอาใจใส่ ดูแล 3. สำคัญ จำเป็น 4. อิจฉา

112. The man claimed that he could predict future events.
(1) anticipate
(2) handle
(3) obsess
(4) release

ถาม ชายคนนี้อ้างว่าเขาสามารถทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ตอบ 1 1. การคาดการณ์ 2. จัดการ ยึดถือ 3. ครอบงำ 4. ปล่อย

113. People with limited incomes are hit very hard by inflation, so they’re looking forward to the digital money project.
(1) charming
(2) fatal
(3) Jam-packed
(4) restricted

ถาม ผู้มีรายได้จำกัด ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งตารอโครงการเงินดิจิทัล

ตอบ 4 1. มีเสน่ห์ 2. ร้ายแรง 3. อัดแน่น 4. เข้มงวด จำกัด

114. There’s depression in the sand where Tony’s been lying.
(1) crust
(2) route
(3) ditch
(4) nerve

ถาม มีหลุมบ่อ อยู่ในทรายที่โทนี่นอนอยู่

ตอบ 3 1. เปลือกโลก 2. เส้นทาง 3. หลุมบ่อ 4. เส้นประสาท

115. With this, one can determine whether Iceland is worth visiting or not.
(1) achieve
(2) decide
(3) perform
(4) reduce

ถาม ด้วยวิธีนี้เราสามารถประเมิน ได้ว่าไอซ์แลนด์คุ้มค่าแก่การไปเยือนหรือไม่

ตอบ 2 1. บรรลุ 2. ประเมิน ตัดสิน 3. กระทำ ปฏิบัติ 4. ลด

116. The winner is likely to come from outside the company.
(1) dependably
(2) exactly
(3) probably
(4) essentially

ถาม ผู้ชนะมีแนวโน้ม ที่จะมาจากภายนอกบริษัท

ตอบ 3 1. เชื่อถือได้ 2. อย่างแน่นอน 3. แนวโน้ม เป็นไปได้ 4. โดยพื้นฐาน

117. Could chronic back pain be cured with a simple course of antibiotics?
(1) dependable
(2) fatal
(3) charming
(4) persisting

ถาม อาการปวดหลังเรื้อรัง สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะธรรมดา ๆ ได้หรือไม่?

ตอบ 4 1. พึ่งพาได้ 2. ถึงแก่ชีวิต ตาย 3. มีเสน่ห์ 4. เรื้อรัง เป็นประจำ

118. The two rooms are exactly the same size.
(1) precisely
(2) temporarily
(3) daringly
(4) normally

ถาม ห้องทั้งสองมีขนาดเท่ากันพอดี

ตอบ 1 1. อย่างพอดี อย่างแน่นอน 2. อย่างชั่วคราว 3. อย่างกล้าหาญ 4. โดยปกติ

119. I imagine it’ll rain again this evening.
(1) expand
(2) hurt
(3) mention
(4) Think

ถาม ฉันคิดว่าเย็นนี้ฝนคงจะตกอีก

ตอบ 4 1. ขยาย ยืด 2. ทำให้เจ็บ 3. กล่าวถึง 4. คิด จินตนาการ

infinite = limitless = ไม่มีสิ้นสุด

120. They think it’s an easy job, when in fact, it’s a lot of hard work.
(1) actually
(2) logically
(3) fatally
(4) essentially
ถาม พวกเขาคิดว่ามันเป็นงานที่ง่าย แต่ในความจริงแล้ว มันเป็นงานหนักมาก
ตอบ 1 1. จริง ๆ แล้ว 2. ตามเหตุผล 3. อย่างร้ายแรง 4. โดยพื้นฐานแล้ว

ถาม พวกเขาคิดว่ามันเป็นงานที่ง่าย แต่ในความจริงแล้ว มันเป็นงานหนักมาก

ตอบ 1 1. จริง ๆ แล้ว 2. ตามเหตุผล 3. อย่างร้ายแรง 4. โดยพื้นฐานแล้ว

 

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ s/2567

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ
การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2567

Part I: Language Focus
Direction: Choose the best answer.

1. Sam _________ start a new project next month.
1. is going to 2. shall
3. had 4. has
ตอบ 1
ถามการใช้รูปอนาคต Future Simple Tense = will + V1 = will graduate แสดงเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต มักจะมีคำบอกเวลาเช่น tomorrow, soon, tonight, next (year/week/month), in + เวลา เช่น in (half an hour, a few minutes) เป็นต้น ถ้าในตัวเลือกไม่มีให้ใช้ be going to + V1 (กำลังจะ) แทนอนาคตได้ โดย be going to ใช้ในกรณีที่เป็นเรื่องที่วางแผนหรือตั้งใจที่จะทำ ก่อนที่จะมาบอกกล่าวกัน ณ ตอนนี้ และใช้ในการคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยมีสถานการณ์แวดล้อมประกอบ ซึ่งได้ตัดสินใจว่าจะทำในอนาคต เทียบตัวอย่าง
1. The train will come soon. (มีคำบอกเวลา soon ในไม่ช้าใช้อนาคต will come)
2. We are going to have fun at the party. (พวกเราจะไปสนุกกันในงานปาร์ตี้ใช้ are going to)
ตัวอย่างล่างนี้เทียบคล้ายกับโจทย์ให้มา
– Sam is going to start a new project next month. จะเห็นท้ายโจทย์มีคำบอกเวลา next month (เดือนหน้า) เป็นอนาคต ให้ตอบ will start (สำหรับตัวเลือก shall ไม่นิยมใช้กับชื่อคนบุคคลที่ 3 แต่ shall นิยมใช้กับประธานเช่น I, shall) ดังนั้นจึงตอบ is going to + V1 (start) แทนได้เลย

2. Jane forgot her pencil, so I _________ give her one.
1. are going to 2. would be
3. will 4. may be
ตอบ 3
ถามเกี่ยวกับการใช้กริยาช่วย เพื่อแสดงความตั้งใจหรือการตัดสินใจในสถานการณ์ปัจจุบัน
1. are going to ผิดเพราะประธาน “I” ควรใช้ am going to
2. would be ส่วนใหญ่ใช้กับโครงสร้างเช่น การใช้ “If” ที่บอกเงื่อนไข
3. will ถูกต้องแสดงเจตนาในขณะพูดหรือตัดสินใจ ณ ตอนนั้น เช่น “เจนลืมดินสอ ดังนั้นฉันจะให้เธอหนึ่งแท่ง” จึงตอบ will give
4. may be “อาจจะเป็น” ไม่ใช้โครงสร้างที่จะมาต่อกับกริยา give เพราะหลัง be ปกติจะตามด้วย be + V3 แต่จะตามด้วย give (V1) ไม่ถูกต้อง

3. Sorry, I can’t join you. I _________ watch a movie with my sister.
1. should be 2. could be
3. would be 4. am going to
ตอบ 4
จากโจทย์เป็นเหตุการณ์ที่พูดในปัจจุบันและบอกแผนในอนาคต ว่า “ขอโทษนะ ฉันไปร่วมด้วยไม่ได้ ฉัน______ดูหนังกับน้องสาว) ซึ่งใช้ am going to แทนอนาคตได้จากที่อธิบายในข้อ 1 ที่ผ่านมา
1. should be “ควรจะ” แสดงการแนะนำ ไม่ได้วางแผน
2. could be “อาจจะเป็นไปได้” ไม่เข้ากับโจทย์
3. would be มักใช้ในเงื่อนไขเช่น เรื่อง “If”

4. We _________ play soccer tomorrow afternoon.
1. could be 2. would be
3. are going to 4. is going to
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 1 ประกอบ มีคำบอกเวลาอนาคต tomorrow afternoon (พรุ่งนี้บ่าย) จึงตอบ will be ไม่มีก็ตอบ are going to ได้เลย (ประธาน We ใช้กริยา are)

5. _________ shoes that match your outfit perfectly.
1. Select 2. To select
3. Selected 4. Selecting
ตอบ 1
จำออกสอบแบบนี้จะออกข้อสอบมา 1 ข้อทุกเทอม ให้สังเกตให้ตอบขึ้นต้นประโยค ให้ตอบเป็นกริยาช่องที่ 1 เป็นประโยคคำสั่ง ขอร้อง ตักเตือน แนะนำ ชักชวน ซึ่งเราส่วนที่ตามมาจะไม่มีกริยาเลย เพราะต้องการให้เราต้องขึ้นต้นประโยคเป็นกริยาช่องที่ 1 เทียบดูตัวอย่างอื่น เช่น
– Stop crying. (หยุดร้องไห้นะ)
– Water this plant twice a week. (รดน้ำต้นไม้นี้สัปดาห์ละสองครั้งนะ) water โจทย์นี้ใช้เป็นคำกริยา
– Sit down (นั่งลง)
– Select shoes that match your outfit perfectly. โดย Select เป็นกริยาแท้ในรูปคำสั่ง ว่า “เลือก” (เลือกรองเท้าที่เข้ากับชุดของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ

6. You d’ better _________ early if you want to catch the bus.
1. leave 2. to leave
3. left 4. leaving
ตอบ 1
กลุ่มคำที่ให้คำแนะนำ ให้ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ได้แก่
(had better ตัวย่อ ‘d better / would rather ตัวย่อ ‘d rather / should / ought to) + V1
จากโจทย์ ‘d better มาจาก had better ตอบด้วยกริยาช่องที่ 1 จึงตอบ leave

7. Why don’t you _________ your friends to the picnic tomorrow?
1. invite 2. to invite
3. invited 4. inviting
ตอบ 1
เป็นประโยคคำถาม? รูปแบบคำถามต้องดูว่าโจทย์ให้อะไรมา สำหรับข้อนี้มีกริยาช่วย Verb to do (do, does, did หรือตัวย่อ don’t รูปปฏิเสธ) ยกมาไว้หน้าประธานแล้ว กริยาเมื่อใช้ Verb to do มาช่วยแล้วให้ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ นั่นคือ ตัวเลือกที่ 1 invite (V1) ดูตัวอย่างรูปแบบการทำประโยคคำถามที่ใช้ Verb to be, Verb to do, Verb to have, หรือกริยาช่วยต่าง ๆ เพิ่มเติม

– Is Tom busy? ถ้าใช้ Is กริยาตามด้วยคุณศัพท์ (busy) ส่วนขยายหรือคำนามได้
– Does John play bridge? ใช้ Does แล้วตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอก็คือ play ไว้หลังประธาน
– Don’t you hear the bell? ใช้ Don’t แล้วตามด้วยกริยาช่องที่ 1 คือ hear เทียบข้อนี้เช่นกันเมื่อใช้ don’t ตามด้วย V1 คือ explore
– Haven’t we met each other before? ถ้าใช้ Haven’t ตามด้วยกริยาช่องที่ 3 คือ met (V3)
– Can you swim? ถ้าใช้ Can ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 คือ swim เป็นต้น
– Why don’t you invite your friends to the picnic tomorrow? (ออกทุกเทอมรูปแบบนี้ตอบ V1)

8. How about _________ dinner together after work?
1. cook 2. to cook
3. cooked 4. cooking
ตอบ 4
การขึ้นต้นด้วย How about….? (เป็นอย่างไร) ใช้กับการแนะนะ ถามความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะบางอย่าง ขึ้นต้นด้วย How about + Ving..? หรือ How about + ส่วนขยาย? เทียบตัวอย่าง
– How about going out for lunch? (เราออกไปทานอาหารกลางวันกันดีไหม?)
– How about watching Frozen 2 tonight? (คืนนี้เราไปดูโพรเซ่น 2 กันมั้ย?)
– How about a movie? (ไปดูหนังกันดีมั้ย?)
สรุปขึ้นต้นด้วย How about ตอบตามด้วย Ving ก็คือ cooking

9. Which of the following is a simple sentence?
1. When the sun sets, we light the candles.
2. She enjoys painting in her free time.
3. They danced, and we clapped.
4. I washed the dishes, but he didn’t clean the floor.
ตอบ 2
วิธีง่าย ๆ ในการดูโครงสร้างประโยคใจความเดียว ดังนี้
1. Simple Sentence คือ ประโยคใจความเดียว คือ เจอประธานตัวเดียวกริยาตัวเดียว
2. Compound Sentence คือ ประโยคความรวม มีสองประโยคมาเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำเชื่อมเช่น and, but, or, so, nor, yet
3. Complex Sentence คือ ประโยคความซ้อน ที่มีอนุประโยคตั้งแต่ 2 ประโยคหรือมากกว่านั้นมารวมกัน หรือวิธีสังเกตง่าย ๆ เราเจอคำเชื่อม เช่น because, however, therefore, before, after, until, furthermore, in addition to, although, when, who, which, where, what, whose, how, that เป็นต้น
ข้อ 1. มี When แสดงว่าเป็นประโยคความซ้อน (complex sentence)
ข้อ 2. มีประธานคือ She และมีกริยาแท้ตัวเดียวคือ enjoys ตามด้วยส่วนขยาย เป็น simple sentence
ข้อ 3. มีคำเชื่อม and เป็นประโยคความรวม (compound sentence)
ข้อ 4. มีคำเชื่อม but เป็นประโยคความรวม (compound sentence)

10. Which of the following is a compound sentence?
1. I visited my cousin last weekend.
2. He tried his best because he wanted to win.
3. She studied hard, and she passed the test.
4. They walked home when the bus didn’t come.
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ ข้อ 1. เป็นประโยคใจความเดียว
ข้อ 2. มีคำเชื่อม because แสดงเหตุและผล เป็นประโยคความซ้อน
ข้อ 3. มีคำเชื่อม and เป็นประโยคความรวม compound sentence
ข้อ 4. มีคำเชื่อม when เป็นประโยคความซ้อน

11. Which of the following is a complex sentence?
1. Mike and Joe cleaned the house.
2. They played cards, and we watched a movie.
3. I called her, but she didn’t answer.
4. I took a nap after I finished my homework.
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ
ข้อ 1. เป็นประโยคใจความเดียวประธานเป็นพหูพจน์สองคน (Mike and Joe) มีกริยาตัวเดียวคือ cleaned
ข้อ 2. มีคำเชื่อม and เป็นประโยคความรวม
ข้อ 3. มีคำเชื่อม but เป็นประโยคความรวม
ข้อ 4. มีคำเชื่อม after เป็นประโยคความซ้อน (complex sentence) หากเราเห็นประโยคที่มีคำเชื่อมบอกลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง (before, after, when, while, where, who, whose, which, because, although, however ล้วนเป็นประโยคความซ้อน

12. Which of the following is NOT a simple sentence?
1. He reads books every night.
2. Emma plays piano.
3. John cleaned the room, and Lisa cooked dinner.
4. They bake cookies during holidays.
ตอบ 3
ข้อ 1. มีประธาน He และกริยาตัวเดียวคือ reads เป็น simple sentence
ข้อ 2. มีประธาน Emma และมีกริยาตัวเดียวคือ plays เป็น simple sentence
ข้อ 3. มีคำเชื่อม “and” และมีสองประโยค จึงไม่ใช่ประโยคใจความเดียว
ข้อ 4. มีประธาน They และกริยาตัวเดียวคือ bake จึงเป็น simple sentence

13. That was the _________ movie I’ve ever seen.
1. entertaining
2. more entertaining
3. most entertaining
4. entertainest
ตอบ 3
เป็นการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมี 3 ขั้น ดังนี้
1. ขั้นธรรมดาเปรียบเทียบเท่ากัน ใช้ as ………as ไม่เท่ากันใส่ not เป็น not as/so………as
2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบ 2 อย่าง 2 คน 2 สิ่ง หรือ เจอ than ตอบขั้นกว่าได้เลย
3. ขั้นสุด เปรียบเทียบ 3 อย่างหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป อาจเจอคำว่า of all, in + สถานที่ ที่สุดในนั้น อาจเดาจากโจทย์มักมี “the” อยู่ก่อนให้เติมในช่องว่าง เช่นมีคำว่า I’ve ever seen = เท่าที่เคยเห็นมา, in the world = ในโลก, of my life = ตลอดชีวิตของฉัน เป็นต้น ให้ตอบขั้นสุดได้เลย ออกสอบหลายข้อสำหรับขั้นสุด อย่างโจทย์ข้อนี้มี I’ve ever seen หรือ ข้างหน้าให้เติมมี “the” แสดงว่าตอบขั้นสุด แล้วดูตัวเลือก ว่าให้คุณศัพท์ตัวไหนมา ต้องผันให้ถูกต้องด้วย ตัวเดิมคือ entertaining มี 4 พยางค์ให้ใส่ most นำหน้าคุณศัพท์นั้น จึงเป็น the most entertaining

14. Jake is the _________ player on the team.
1. good 2. better
3. best 4. bestest
ตอบ 3
สังเกตว่ามี “the” และคำว่า on the team = …ในทีม แสดงว่าตอบขั้นสุดและดูคำเดิมให้มาคือ good คำนี้ทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุดจะเปลี่ยนรูป ดังนี้ (ตารางเปรียบเทียบ good-better-best / bad-worse-worst / much-more-most / little-less-least / far-farther-farthest) ฉะนั้นจาก good เป็นขั้นสุดคือ best จึงตอบ the best

15. Mount Everest is the _________ mountain in the world.
1. high 2. higher
3. highest 4. most high
ตอบ 3
เดาได้เลยมี “the” มีคำว่า in the world = … ในโลก ตอบขั้นสุด และคำเดิมคือ high เป็นพยางค์เดียว ทำเป็นขั้นสุด ใส่ -est ท้ายคำ จึงตอบเป็น the highest

16. Daniel told _________ joke I’ve ever heard.
1. the funnier 2. the funniest
3. the more funny 4. the most funny
ตอบ 2
มีคำว่า I’ve ever heard = เท่าที่ฉันเคยได้ยินมา ส่วน “the” ให้ตอบในตัวเลือก คำเดิมคือ funny ทำเป็นขั้นสุดต้องเปลี่ยน y เป็น -i ก่อนแล้วจึงใส่ -est จึงเป็น the funniest

17. The students were _________ when they found out the exam was postponed.
1. surprising 2. surprised
3. surprise 4. surprisingly
ตอบ 2
ถามการใช้คุณศัพท์ (Adjective) ซึ่งทำหน้าที่หลัก 2 อย่าง คือ ตามหลัง Verb to be และนำหน้าคำนามที่ขยาย สำหรับข้อนี้ให้ตามหลัง was (ก็คือ verb to be) จึงตอบรูปคุณศัพท์ และรูปคุณศัพท์มี 2 รูปแบบคือลงท้ายด้วย -ed และ -ing มีหลักให้ดูง่ายดังนี้
– adj. ลงท้ายด้วย -ing มักใช้กับ สิ่งไม่มีชีวิตหรือสิ่งของ “น่าจะ”
– ad. ลงท้ายด้วย -ed มักใช้กับ สิ่งมีชีวิต แสดง “รู้สึก”
(ตัวอย่างในตาราง: interest -> interesting/interested, bore -> boring/bored, etc.)
เช่น – This book is interesting. It is interesting book. (หนังสือน่าสนใจ เป็นหนังสือที่น่าสนใจ)
– I am interested in this book (ฉันรู้สึกสนใจประธานเป็นคน ใช้รูป -ed)
ข้อนี้ประธานเป็นคน The students (นักศึกษา) ใช้แสดงรู้สึก จึงตอบ “surprised”

18. That book is so _________! I couldn’t stop laughing.
1. amused 2. amuse
3. amusedly 4. amusing
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของ (That book = หนังสือ) จึงตอบ amusing

19. The trip to Australia was _________ . We had so much fun!
1. excite 2. excitedly
3. excited 4. exciting
ตอบ 4
ประธานเป็นสิ่งของ (The trip .. = การเดินทางไปออสเตรเลีย) น่าตื่นเต้น จึงลงท้าย -ing

20. Kate was so _________ after studying all night.
1. tire 2. tiring
3. tired 4. tiredly
ตอบ 3
ประธานเป็นคน Kate รู้สึกเหนื่อย จึงตอบลงท้าย -ed คือ tired

21. The book _________ she recommended was really inspiring.
1. who 2. which
3. where 4. whose
ตอบ 2
ให้เติมประพันธ์สรรพนาม โดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือสิ่งของ หรือสถานที่ เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าเป็น
– คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ plays
– คน whose + คำนาม + V
– คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met
– สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.
– สถานที่ where + S + V. เช่น where I live
– เวลา when + S + V
– the reason why + S + V
ประธาน The book (หนังสือ เป็นสิ่งของ) ตอบ which ใช้แทนสิ่งของได้เลย

22. The day _________ we left for Paris was very cold.
1. whose 2. where
3. when 4. who
ตอบ 3
ประธานเป็น The day เกี่ยวกับวัน เวลา เดือน ปี ตอบ when

23. The girl _________ cat disappeared was very upset.
1. when 2. whose
3. who 4. where
ตอบ 2
ประธาน The girl (เด็กผู้หญิง เป็นคน) ใช้ who, whom, whose และดูข้างหลังให้คำนามมาคือ cat (แมว เป็นคำนาม) จึงตอบ whose เพราะ whose + คำนามเสมอ แสดงความเป็นเจ้าของว่าแมวของเด็กผู้หญิง

24. The teacher _________ gave the lecture is an expert in history.
1. whose 2. which
3. where 4. who
ตอบ 4
ประธาน The teacher (ครู เป็นคน) และส่วนหลังเป็นคำกริยา (gave มาจาก give) จึงตอบ who ได้เลย เพราะ who + กริยาเสมอ

25. That novel was _________ by many critics last year.
1. praise 2. praises
3. praised 4. praising
ตอบ 3
ถามเรื่อง passive voice (รูปถูกกระทำ) ให้สังเกตอันดับแรกจากประธานมักเป็นสิ่งของซึ่งจะถูกกระทำ หรืออีกจุดหนึ่งก็คือท้ายประโยคอาจมีคำว่า by (โดย…..) แสดงว่าถูกกระทำ ให้ใช้รูปที่ต้องลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 (V3) เสมอ ถ้าลงท้ายด้วย V1 หรือ Ving ผิดแน่ ๆ โดยประโยคเริ่มแรกมาจาก Active Voice ประธานเป็นผู้แสดงอาการกระทำ เช่นดูตัวอย่าง
– The student returns the book to the library. เมื่อเป็นถูกกระทำยกกรรมมาเป็นประธานและกริยาจะอยู่ในรูป verb to be + V3 และตามด้วย by + กรรม (ที่มาจากประธาน) งง!! ไหม ดูกการกลับประโยคนะ
– The book is returned to the library by the student. ซึ่งเดิมมาจากกริยาช่องที่ 1
ข้อนี้เช่นกันประธาน That novel (นวนิยาย) และมี by แสดงว่าตอบ verb to be (ให้มา was แล้ว) ก็ตอบแค่กริยาช่องที่ 3 คือ praised

26. The email was _________ by the assistant in the morning.
1. send 2. sends
3. sent 4. sending
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ ประธาน The email (อีเมล์เป็นสิ่งของ) ตอบถูกกระทำ was + V3 = sent (มาจากกริยา send sent sent = ส่ง)

27. Customers _________ politely when they have complaints.
1. is handled 2. was handled
3. are handled 4. handled
ตอบ 3
จากข้อ 25. ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของตอบถูกกระทำ แต่ข้อนี้ประธานเป็นคน ก็สามารถถูกกระทำได้เช่นกัน เช่น ถูกปฏิบัติ ถูกให้ (ได้รับ) เป็นต้น สำหรับข้อนี้ประธาน Customers (ลูกค้า)…อย่างสุภาพเมื่อพวกเขามีข้อร้องเรียน)
ข้อ 1. ผิด ใช้กับประธาน Customers เป็นพหูพจน์ต้อง are หรือ were
ข้อ 2. ผิด กริยา was เอกพจน์แต่ประธานเป็นพหูพจน์
ข้อ 3. ถูกต้อง เป็นรูปถูกกระทำ verb to be + V3 = are handled
ข้อ 4. handled เป็นกริยา V2 /V3 ไม่มี verb to be ข้างหน้าจึงผิดโครงสร้าง

28. The concert _________ due to heavy rain.
1. canceled 2. was canceled
3. are canceled 4. were canceled
ตอบ 2
ประธานสิ่งของ (คอนเสิร์ต) ถูกยกเลิกใช้ และประธานเป็นเอกพจน์ จึงใช้ was + V3 = was canceled

29. John _________ to the gym twice a week.
1. go 2. goes
3. have gone 4. are going
ตอบ 2
Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ที่ทำเป็นนิสัย เกิดขึ้นประจำ สม่ำเสมอ ทุกวัน มักมีคำบอกเวลา เช่น usually, always, often, sometimes, normally, whenever, every + ช่วงเวลา เช่น every day, every month, twice a week = สัปดาห์ละสองครั้ง ทำเป็นประจำ จึงตอบกริยาช่องที่ 1 เอกพจน์เพราะประธาน John คนเดียว = goes

30. I usually _________ lunch at noon.
1. has 2. have
3. has had 4. am having
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 29. ประกอบ มีคำบอกเวลา usually จึงตอบ Present Simple Tense (V1) กับประธาน I ใช้กริยา have

31. Tom often _________ his homework at school.
1. forgets 2. forget
3. were forgetting 4. had been forgotten
ตอบ 1
มีคำบอกเวลา often (บ่อย) จึงตอบ Present Simple Tense (V1) = forgets เอกพจน์

32. The bus _________ at the station every 15 minutes.
1. arrive 2. arrives
3. were arriving 4. have arrived
ตอบ 2
มีคำบอกเวลา every 15 minutes (ทุก 15 นาที) เป็นประจำ ตอบ V1 = arrives เอกพจน์

33. Robin and I _________ hiking in the mountains on holidays.
1. go 2. goes
3. play 4. plays
ตอบ 1
มีคำบอกเวลา on holidays (ทุกวันหยุด) เป็นประจำ ตอบ V1 = go ประธานพหูพจน์

34. Tim and Jessica _________ badminton at the sports center.
1. do 2. does
3. play 4. plays
ตอบ 3
การใช้คำกริยา play, do, go ต่างกัน โดยกริยา play ใช้กับการเล่นกีฬา เกมส์หรือการแข่งขัน ส่วน do ใช้ทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือกิจกรรมส่วนตัวอื่น และ go ใช้สำหรับกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing เทียบตัวอย่าง
– They play football.
– Jen enjoys playing basketball with her friends. (เล่นบาสเก็ตบอล)
– I do exercise. (ฉันออกกำลังกาย)
– Does Kate do yoga? (เคทเล่นโยคะมั้ย?)
– We usually go running on Sunday. (พวกเราปกติไปวิ่งวันอาทิตย์)
ข้อนี้ตอบ play badminton ใช้ play กับการเล่นกีฬา และประธานเป็นพหูพจน์

35. Barbara _________ yoga in the mornings.
1. plays 2. does
3. do 4. goes
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ การเล่นโยคะ ใช้ verb to do (do, does) และประธานคนเดียว เอกพจน์ จึงตอบ does

36. Tom and Mary _________ cycling in the park.
1. do 2. go
3. play 4. plays
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ ใช้ go กับกีฬาหรือกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing เช่น cycling, swimming, jogging โดย go cycling = ไปปั่นจักรยาน

37. I _________ a gift to my cousin last week.
1. give 2. gives
3. gave 4. giving
ตอบ 3
ใช้ Past Simple Tense (S + V2) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต มักมีคำบอกเวลาเช่น yesterday, ago, last + ช่วงเวลา เช่น last year, last night เป็นต้น อย่างข้อนี้มี last week (สัปดาห์ที่แล้ว) จึงตอบ กริยาช่องที่ 2 คือ gave (มาจากกริยา give gave given)

38. Mark _________ his driving test last month.
1. pass 2. passes
3. passed 4. passing
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ มีคำบอกเวลา last month (เดือนที่แล้ว) จึงตอบ V2 = passed

39. Anna and Lucy _________ a road trip in 2011.
1. taken 2. took
3. takes 4. taking
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ มีคำบอกเวลา ปี 2011 ถือเป็นอดีตแล้ว ปัจจุบัน ปี 2025 ดังนั้นจึงตอบ กริยาช่องที่ 2 = took (มาจาก take took taken)

40. The manager _________ the schedule two days ago.
1. change 2. changes
3. changed 4. changing
ตอบ 3
มีคำบอกเวลาอดีตคือ two days ago (เมื่อสองวันที่แล้ว) จึงตอบ V2 = changed

——————————————————————————–
Part II: Vocabulary (คำศัพท์)
Directions: Choose the best answer.
——————————————————————————–

41. Thomas tried to _________ a machine that makes food.
1. pack 2. invent
3. disturb 4. relax
โจทย์ โทมัสพยายามประดิษฐ์เครื่องจักรที่ทำอาหารได้
1. แพ็ค/บรรจุ 2. ประดิษฐ์ คิดค้น 3. รบกวน 4. ผ่อนคลาย
ตอบ 2 กริยาในช่องว่างต้องแปลว่า “สร้าง/ประดิษฐ์” เครื่องจักรบางอย่าง จึงตอบ invent

42. John and Bob were _________ because they skipped lunch.
1. religious 2. fashionable
3. serene 4. ravenous
โจทย์ จอห์นและบ๊อบ หิวโซ เพราะพวกเขาข้ามมื้อกลางวัน
1. เคร่งศาสนา 2. ทันสมัย 3. สงบ เยือกเย็น 4. หิวมาก หิวโหย
ตอบ 4 “they skipped lunch” (ไม่ได้กินมื้อเที่ยง) แสดงว่าเป็นอารมณ์หรือสภาพที่เกี่ยวกับความหิวมาก จึงตอบ ravenous = หิวจัด

43. We followed the _________ to make cookies.
1. recipe 2. scholarship
3. beanie 4. weather
โจทย์ พวกเราทำตามสูตรเพื่ออบคุกกี้
1. สูตรอาหาร 2. ทุนการศึกษา 3. หมวกไหมพรม 4. สภาพอากาศ
ตอบ 1 คาดเดาจากโจทย์มีคำว่าทำอาหารหรือขนมอย่าง “คุกกี้” เราจะทำตามสูตร (recipe)

44. Kate _________ the salad with some dressing.
1. embarked 2. complained
3. tossed 4. implemented
โจทย์ เคทคลุกสลัดกับน้ำสลัดเล็กน้อย
1. เริ่มต้น (ใช้กับการเริ่มโครงการหรือการเดินทาง) 2. บ่น
3. คลุก, เขย่า, โยนเบา ๆ 4. ดำเนินการ, นำไปใช้
ตอบ 3 ในโจทย์มีการเตรียมสลัด การใส่น้ำสลัดและคนให้เข้ากันจะใช้คำว่า “toss” แปลว่า “คลุก” หรือ “โยนเบา ๆ” เพื่อให้เข้ากัน

45. The class trip is _________ — you don’t have to go.
1. mild 2. demure
3. optional 4. restrictive
โจทย์ ทัศนศึกษาของห้องเรียนนี้ไม่บังคับ — เธอไม่จำเป็นต้องไปก็ได้
1. อ่อน เบา 2. เรียบร้อย สงบเสงี่ยม 3. ไม่บังคับ เลือกได้ 4. จำกัด , เข้มงวด
ตอบ 3 จากบริบท “you don’t have to go” หมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น /แล้วแต่สมัครใจ คำศัพท์ที่แปลว่า “ไม่บังคับ” คือ optional

46. Cultural _________ are those who prefer multiple and more cultural objects than others do.
1. spectacles 2. referees
3. omnivores 4. portraits
โจทย์ ผู้บริโภควัฒนธรรมหลากหลาย คือ ผู้ที่ชื่นชอบวัตถุทางวัฒนธรรมหลากหลายและมากกว่าคนทั่วไป
1. การแสดง 2. กรรมการตัดสิน 3. ผู้บริโภคหลากหลาย 4. ภาพเหมือน
ตอบ 3 ผู้ที่ชื่นชอบ “หลายรูปแบบของวัฒนธรรม” หรือ “เสพวัฒนธรรมหลายประเภท” เรียกว่า cultural omnivores คำว่า omnivore ผู้ที่กินทุกอย่าง

47. Memory and attention are examples of _________ abilities.
1. separate 2. cognitive
3. productive 4. ravenous
โจทย์ ความจำและความสนใจเป็นตัวอย่างของความสามารถด้านการรู้คิด
1. แยกจากกัน 2. เกี่ยวกับการรู้คิด 3. ที่ก่อให้เกิดผลผลิต 4. หิวโซ
ตอบ 2 “memory” (ความจำ) และ “attention” (ความสนใจ) เป็นหน้าที่ของสมองที่เกี่ยวกับการรับรู้ คิด และการประมวลผลข้อมูล ความสามารถแบบนี้เรียกว่า “cognitive abilities” = ความสามารถด้านการรู้คิด

48. It can be difficult to _________ up a conversation with a complete stranger.
1. deal 2. strike
3. resort 4. figure
โจทย์ มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะเริ่มต้นการสนทนากับคนแปลกหน้าสนิทเลย
1. จัดการ รับมือ 2. เริ่มต้น 3. หันไปใช้ 4. คิดออก คำนวณ
ตอบ 2 สำนวนที่ใช้ว้า “strike up a conversation” แปลว่า เริ่มต้นการสนทนา จึงตอบ strike

49. Jane was late again, and her _________ was that the bus didn’t come.
1. treating 2. difference
3. religious 4. excuse
โจทย์ เจนมาสายอีกแล้ว และข้อแก้ตัวของเธอก็คือรถเมล์ไม่มา
1. การรักษา/การปฏิบัติ 2. ความแตกต่าง 3. เกี่ยวกับศาสนา 4. ข้อแก้ตัว/ข้ออ้าง
ตอบ 4 ในบริบทนี้ กำลังพูดถึง เหตุผลที่เจนใช้เพื่ออธิบายว่าทำไมถึงมาสาย คำที่เหมาะสมที่สุด คือ “excuse” ซึ่งหมายถึง “ข้อแก้ตัว” หรือ “ข้ออ้าง”

50. Tom carried a heavy _________ of books to school.
1. event 2. success
3. load 4. way
โจทย์ ทอมแบกหนังสือหนักจำนวนมากไปโรงเรียน
1. เหตุการณ์ 2. ความสำเร็จ 3. ภาระ, ของที่แบก 4. ทาง, เส้นทาง
ตอบ 3 จากคำว่า “heavy” (หนัก) และ “of books” (ของหนังสือ) ซึ่งต้องการคำนามที่หมายถึง “ปริมาณ/ น้ำหนักของสิ่งของ” คำที่เหมาะที่สุดคือ load แปลว่า ของหนักที่บรรทุกหรือแบก

51. Use your common _________ when you drive.
1. sense 2. tradition
3. region 4. pardon
โจทย์ ใช้สามัญสำนึกของคุณเวลาขับรถนะ
1. ความรู้สึก, สำนึก 2. ขนบธรรมเนียม 3. ภูมิภาค 4. การให้อภัย
ตอบ 1 “common sense” = สามัญสำนึก หรือ เหตุผลพื้นฐาน ที่ควรมีในการตัดสินใจ เช่น ขับรถอย่างมีสติ

52. Math and English are _________ subjects in school.
1. true 2. occasional
3. core 4. detrimental
โจทย์ วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นวิชาหลักในโรงเรียน
1. จริง 2. บางครั้งบางคราว 3. หลัก, ศูนย์กลาง, สำคัญ 4. เป็นอันตราย
ตอบ 3 Math และ English เป็นวิชาหลักที่ทุกคนต้องเรียน ใช้คำว่า core ซึ่งแปลว่า “หลัก/แกน”

53. John’s _________ with video games affects his schoolwork.
1. lesson 2. portion
3. fixation 4. metaphor
โจทย์ ความหมกมุ่นของจอห์นกับวิดีโอเกมส่งผลต่อการเรียนของเขา
1. บทเรียน 2. ส่วน, ปริมาณ 3. ความหมกมุ่น, การยึดติด 4. คำอุปมาอุปมัย
ตอบ 3 ประโยคต้องการคำที่แสดงว่า “John สนใจหรือหมกมุ่นกับวิดีโอเกมมากจนมีผลเสียต่อการเรียน” คำที่เหมาะสมที่สุดคือ fixation = ความหมกมุ่น / ยึดติดทางจิตใจ

54. Laura eats _________ sweets and now has a toothache.
1. difficult 2. productive
3. excessive 4. fashionable
โจทย์ ลอร่ากินขนมหวานมากเกินไปและตอนนี้ก็ปวดฟันแล้ว
1. ยาก 2. ก่อให้เกิดผลผลิต 3. มากเกินไป 4. ทันสมัย
ตอบ 3 ในประโยคต้องการคำที่บ่งบอกว่า ลอร่ากินขนมหวานมากเกินไป จนเกิดผลเสีย (ปวดฟัน) คำที่เหมาะที่สุดคือ excessive = มากเกินไป

55. Meditation is great for emotional _________
1. salute 2. incident
3. deviation 4. wellbeing
โจทย์ การทำสมาธิส่งผลดีต่อสุขภาพทางอารมณ์
1. การคำนับ 2. เหตุการณ์ 3. การเบี่ยงเบน 4. สุขภาพกายและใจที่ดี
ตอบ 4 คำที่ต้องการคือคำนามที่สื่อถึง สุขภาวะทางอารมณ์ หรือ สภาพจิตใจที่ดี คำที่เหมาะที่สุดคือ wellbeing = สุขภาวะ ความเป็นอยู่ที่ดี

56. The oven _________ must be 180 degrees.
1. chant 2. moment
3. weather 4. temperature
โจทย์ อุณหภูมิของเตาอบต้องอยู่ที่ 180 องศา
1. การสวด 2. ช่วงเวลา 3. สภาพอากาศ 4. อุณหภูมิ
ตอบ 4 เมื่อพูดถึง “180 องศา” ต้องการคำที่เกี่ยวกับ อุณหภูมิ นั่นตรงกับคำว่า temperature

57. Tom had to _________ the house during the flood.
1. deserve 2. reprimand
3. abandon 4. offend
โจทย์ ทอมต้องทิ้งบ้านไว้ระหว่างเกิดน้ำท่วม
1. สมควรได้รับ 2. ตำหนิ ว่ากล่าว 3. ละทิ้ง 4. ทำให้ขุ่นเคือง
ตอบ 3 ในสถานการณ์ “flood” (น้ำท่วม) ถ้าต้องออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย จะใช้คำว่า abandon = ละทิ้ง

58. A youth was seriously injured in a shooting _________ on Saturday night.
1. workplace 2. incident
3. poem 4. advertisement
โจทย์ เยาวชนคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์การยิงกันในคืนวันเสาร์
1. สถานที่ทำงาน 2. เหตุการณ์ 3. บทกวี 4. โฆษณา
ตอบ 2 คำที่เหมาะสมต้องหมายถึง เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ตรงกับคำว่า incident แปลว่า เหตุการณ์

59. Robin’s parents were _________ of his good grades.
1. peaceful 2. terrible
3. obvious 4. proud
โจทย์ พ่อแม่ของโรบินรู้สึกภูมิใจกับผลการเรียนที่ดีของเขา
1. สงบ 2. แย่มาก 3. ชัดเจน 4. ภูมิใจ
ตอบ 4 เมื่อพูดถึง “good grades” เป็นสิ่งที่ น่าภูมิใจ คำที่เหมาะสมคือ proud = ภูมิใจ

60. Loud music can _________ the baby’s sleep.
1. recharge 2. disturb
3. create 4. increase
โจทย์ เสียงเพลงดังอาจรบกวนการนอนของทารก
1. ชาร์จพลัง 2. รบกวน 3. สร้าง 4. เพิ่มขึ้น
ตอบ 2 เสียงเพลงดัง รบกวน การนอน คำที่เหมาะสมคือ disturb = รบกวน

61. The _________ gave the script to the director.
1. actor 2. settler
3. playwright 4. audience
โจทย์ นักเขียนบทเป็นคนมอบบทละครให้กับผู้กำกับ
1. นักแสดง 2. ผู้ตั้งถิ่นฐาน
3. นักเขียนบทละคร 4. ผู้ชม
ตอบ 3 script (บทละคร/บทภาพยนตร์) มักถูกเขียนโดย นักเขียนบท คนที่เขียนบทเรียกว่า playwright

62. Jack watched a _________ last night and couldn’t stop laughing.
1. poem 2. sonnet
3. tragedy 4. comedy
โจทย์ แจ็คดูละครตลกเมื่อคืน แล้วก็หัวเราะไม่หยุดเลย
1. บทกวี 2. โซเน็ต
3. โศกนาฏกรรม 4. ตลก เรื่องขำขัน
ตอบ 4 หัวเราะไม่หยุด แสดงว่ารายการนั้นต้องเป็นแนว ตลก คำที่เหมาะคือ comedy = ละครตลก

63. They will _________ a dance at the talent show.
1. trim 2. remain
3. adopt 4. perform
โจทย์ พวกเขาจะแสดงการเต้นในงานแสดงความสามารถพิเศษ
1. ตัดแต่ง (เช่น ผม, ต้นไม้) 2. ยังคงอยู่
3. รับเลี้ยง 4. แสดง
ตอบ 4 เมื่อพูดถึง “การเต้น” ในงานแสดง คำกริยาที่เหมาะสมคือ perform = แสดง

64. The school has a big _________ for plays.
1. feather 2. tradition
3. theater 4. paragon
โจทย์ โรงเรียนมีโรงละครขนาดใหญ่สำหรับการแสดงละคร
1. ขนนก 2. ขนบธรรมเนียม,ประเพณี
3. โรงละคร 4. ตัวอย่างที่ดีเลิศ
ตอบ 3 คำที่ต้องการคือคำนามที่หมายถึง สถานที่สำหรับการแสดงละคร คำตอบคือ theater

65. Soldiers are guarding the _________.
1. lesson 2. border
3. rainfall 4. toast
โจทย์ ทหารกำลังเฝ้าระวังพรมแดน
1. บทเรียน 2. ชายแดน พรมแดน
3. ปริมาณฝน 4. ขนมปังปิ้ง/การชนแก้ว
ตอบ 2 ทหารมัก ป้องกันพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะ พรมแดนของประเทศ ซึ่งก็คือคำว่า border

66. The park is a _________ place to relax.
1. serene 2. commercial
3. cognitive 4. excessive
โจทย์ สวนสาธารณะเป็นสถานที่ที่สงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน
1. สงบ เงียบ 2. เชิงพาณิชย์
3. เกี่ยวกับการรู้คิด 4. มากเกินไป
ตอบ 1 คำที่เหมาะสมที่สุดคือ serene = สงบ ร่มรื่น เงียบสงบ ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของ “สวน”

67. Jane stood on a hill to get a better _________ of the city.
1. hard 2. costume
3. tragedy 4. vantage point
โจทย์ เจนยืนอยู่บนเนินเขาเพื่อให้ได้จุดชมวิวที่ดีกว่าในการเห็นเมือง
1. ยาก, แข็ง 2. เครื่องแต่งกาย
3. โศกนาฏกรรม 4. จุดชมวิว
ตอบ 4 vantage point = จุดชมวิว จุดที่มองเห็นได้ชัดเจน

68. The river runs through a deep _________.
1. author 2. architecture
3. gorge 4. ingredient
โจทย์ แม่น้ำไหลผ่านหุบเขาที่ลึก
1. ผู้เขียน 2. สถาปัตยกรรม
3. ช่องเขา, หุบเขาแคบ 4. ส่วนผสม(อาหาร)
ตอบ 3 คำศัพท์ gorge = ช่องเขา, หุบเขาแคบและลึก ใช้กับแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาแคบ ๆ

69. In old times, kings would _________ people for breaking the law.
1. establish 2. embroider
3. celebrate 4. behead
โจทย์ ในสมัยก่อน กษัตริย์จะตัดหัวผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
1. สถาปนา จัดตั้ง 2. ปักผ้า
3. เฉลิมฉลอง 4. ตัดหัว
ตอบ 4 behead = ตัดหัว (เป็นการลงโทษในอดีต) จากบริบทที่มีคำว่า “ฝ่าฝืนกฎหมาย”

70. Tom and Jessica are not married anymore. They got a _________.
1. flare 2. divorce
3. plunge 4. perform
โจทย์ ทอมและเจสสิก้าไม่ได้แต่งงานกันอีกต่อไปแล้ว พวกเขาหย่ากันแล้ว
1. เปลวไฟ 2. การหย่าร้าง
3. การจุ่ม 4. แสดง, กระทำ
ตอบ 2 จากคำว่า “not married anymore = ไม่ได้แต่งงานกันอีก แสดงถึง divorce = การหย่าร้าง

71. The king, queen and princess are all members of the _________.
1. royalty 2. omnivore
3. metaphor 4. referee
โจทย์ กษัตริย์ ราชินี และเจ้าหญิงล้วนเป็นสมาชิกของราชวงศ์
1. ราชวงศ์, บุคคลในราชสำนัก 2. สัตว์หรือคนที่กินทั้งพืชและเนื้อ
3. คำอุปมา 4. กรรมการตัดสิน
ตอบ 1 royalty = ราชวงศ์ ใช้เรียกกลุ่มกษัตริย์ ราชินี เจ้าชาย ฯลฯ

72. The man had to _________ in the desert for three days.
1. reveal 2. trim
3. survive 4. overshadow
โจทย์ ผู้ชายคนนั้นต้องเอาชีวิตรอดในทะเลทรายเป็นเวลา 3 วัน
1. เปิดเผย 2. ตัดแต่ง
3. เอาชีวิตรอด 4. บดบัง, กลบ
ตอบ 3 survive = เอาชีวิตรอด จากคำว่า “in the desert” ในทะเลทราย

73. A _________ diet does not allow sugar.
1. rational 2. restrictive
3. rectangular 4. radiant
โจทย์ อาหารควบคุมอย่างเข้มงวดไม่อนุญาตให้บริโภคน้ำตาล
1. มีเหตุผล 2. ที่จำกัด ควบคุม
3. เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 4. เปล่งประกาย สดใส
ตอบ 2 restrictive diet = อาหารที่มีข้อจำกัดในการบริโภคบางอย่าง

74. The company was _________ in 1990.
1. entertained 2. explained
3. extinguished 4. established
โจทย์ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1990
1. ให้ความบันเทิง 2. อธิบาย
3. ดับ (ไฟ) 4. ก่อตั้ง จัดตั้ง
ตอบ 4 established = set up = ก่อตั้ง จัดตั้ง ใช้กับบริษัท องค์กร หรือสถาบันที่เริ่มต้นขึ้น

75. There are _________ entrances for staff and visitors.
1. skip 2. snack
3. shout 4. separate
โจทย์ มีทางเข้าสำหรับพนักงานและผู้มาเยือนแยกจากกัน
1. ข้าม 2. ของว่าง
3. ตะโกน 4. แยกออกจากกัน
ตอบ 4 separate = แยกออกจากกัน ใช้เพื่อบอกว่ามีพนักงานกับผู้มาเยือนคนละทางเข้า

76. When she walked, the skirt _________ slightly with each step.
1. flared 2. beheaded
3. ceased 4. amused
โจทย์ เมื่อเธอเดิน กระโปรงก็แผ่ออกเล็กน้อยในแต่ละก้าว
1. บานออก, แผ่ออก 2. ตัดศีรษะ
3. หยุด 4. ทำให้ขำหรือตลก
ตอบ 1 flare = แผ่กว้าง, บานออก ใช้กับเสื้อผ้าหรือกระโปรงที่แผ่หรือสะบัดขณะเคลื่อนไหว

77. I _________ at the gym three times a week.
1. be loyal 2. work out
3. motivate 4. establish
โจทย์ ฉันออกกำลังกายที่ยิมสัปดาห์ละสามครั้ง
1. ซื่อสัตย์ 2. ออกกำลังกาย
3. กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ 4. ก่อตั้ง
ตอบ 2 work out = ออกกำลังกาย เข้ากับคำที่บอกใบ้ “the gym” (ยิม)

78. Please go _________ and bring my phone.
1. downstairs 2. importantly
3. commercially 4. probably
โจทย์ กรุณาลงไปชั้นล่างและหยิบโทรศัพท์ของฉันมาหน่อย
1. ลงไปชั้นล่าง 2. อย่างสำคัญ
3. เชิงพาณิชย์ 4. อาจจะ เป็นไปได้
ตอบ 1 downstairs = ชั้นล่าง ใช้ในบริบทของการบอกทิศทางหรือสถานที่

79. I usually _________ after taking a shower.
1. strike up 2. put off
3. turn down 4. get dressed
โจทย์ ฉันมักจะแต่งตัวหลังจากอาบน้ำ
1. เริ่มต้น (บทสนทนา) 2. เลื่อนออกไป
3. ปฏิเสธ/ลดเสียง 4. แต่งตัว
ตอบ 4 จากคำ take a shower = อาบน้ำ ทำให้เราคาดเดาคำที่ใช้ด้วยกันได้คือ get dressed = แต่งตัว

80. Peter told me to _________ and not worry too much.
1. cut off 2. relax
3. look up 4. play
โจทย์ ปีเตอร์บอกให้ฉันผ่อนคลายและอย่ากังวลมากเกินไป
1. ตัดออก 2. ผ่อนคลาย
3. มองขึ้น 4. เล่น
ตอบ 2 มีคำว่า “don’t worry too much” = อย่ากังวล นั่นคือคำว่า relax = ผ่อนคลาย

◆ Part III: Dialogues (บทสนทนา)
◆ Directions: Choose the best answer.

81. A: Where are you from?
B: ___________________.
1. I’m from Canada.
2. I’m 25 years old.
3. I’m going to the store.
4. I live with my friend.
โจทย์ A: คุณมาจากไหน? B: ______________.
1. ฉันมาจากแคนาดา 2. ฉันอายุ 25 ปี
3. ฉันกำลังจะไปร้านค้า 4. ฉันอาศัยอยู่กับเพื่อน
ตอบ 1 “Where are you from?” เป็นคำถามเกี่ยวกับ บ้านเกิด/ประเทศ/ถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม ดังนั้นคำตอบที่เหมาะสมควรเป็นชื่อประเทศ เมือง หรือถิ่นฐาน จาก ข้อ 1. ตอบแคนาดา สถานที่

82. A: What do you do for work?
B: ___________________.
1. I like chocolate.
2. I go to the gym.
3. I live in an apartment.
4. I’m a graphic designer.
โจทย์ A: คุณทำงานอะไร? B: ______________.
1. ฉันชอบช็อกโกแลต 2. ฉันไปยิม
3. ฉันอยู่ในอพาร์ตเมนต์ 4. ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิก
ตอบ 4 คำถามนี้ถามเกี่ยวกับ อาชีพหรืองานที่เราทำ คำตอบที่ถูกควรเป็นตำแหน่งงานหรือประเภทอาชีพ

83. A: What do you like to do in your free time?
B: ___________________.
1. I work at a bank.
2. I enjoy reading books.
3. I eat lunch at noon.
4. I’m from Thailand.
โจทย์ A: คุณชอบทำอะไรในเวลาว่าง? B: ______________.
1. ฉันทำงานที่ธนาคาร 2. ฉันชอบอ่านหนังสือ
3. ฉันกินข้าวเที่ยงตอนเที่ยง 4. ฉันมาจากประเทศไทย
ตอบ 2 คำถามนี้ถามถึง กิจกรรมยามว่าง หรือ สิ่งที่ชอบทำเมื่อมีเวลาว่าง จึงตอบ ฉันชอบอ่านหนังสือ

84. A: How will you be paying for your order?
B: ___________________.
1. By credit card.
2. At 3 p.m.
3. Two large pizzas.
4. With my friend.
โจทย์ A: คุณจะชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อนี้อย่างไร? B: ______________.
1. ด้วยบัตรเครดิต 2. ตอนบ่ายสามโมง
3. พิซซ่าขนาดใหญ่สองถาด 4. กับเพื่อนของฉัน
ตอบ 1 คำถามนี้ถามถึง วิธีการชำระเงิน เช่น จ่ายด้วยบัตร หรือเงินสด

85. A: Is this for takeout or delivery?
B: ___________________.
1. Pepperoni and cheese.
2. I’m a student.
3. Delivery, please.
4. Around 7 o’clock.
โจทย์ A: สั่งกลับบ้านหรือให้จัดส่งครับ/คะ? B: ______________.
1. เปปเปอโรนีกับชีส 2. ฉันเป็นนักเรียน
3. จัดส่งถึงบ้านค่ะ/ครับ 4. ประมาณหนึ่งทุ่ม
ตอบ 3 คำถามนี้ต้องการคำตอบว่า จะรับอาหารกลับบ้าน (takeout) หรือให้จัดส่งถึงที่ (delivery)

86. A: What’s your phone number for the delivery?
B: ___________________.
1. It’s 555-1234.
2. I’ll pay with cash.
3. I’m from New York.
4. Two medium pizzas.
โจทย์ A: เบอร์โทรศัพท์สำหรับการจัดส่งคือเบอร์อะไรครับ/คะ? B: ______________.
1. เบอร์คือ 555-1234 2. ฉันจะจ่ายด้วยเงินสด
3. ฉันมาจากนิวยอร์ก 4. พิซซ่าขนาดกลางสองถาด
ตอบ 1 คำถามนี้ถามหา หมายเลขโทรศัพท์ ของลูกค้าเพื่อใช้ในการจัดส่งสินค้า/อาหาร

87. A: How can I help you today?
B: ___________________.
1. I went to the park.
2. I’d like to order a pizza.
3. I live in an apartment.
4. It’s 4 o’clock now.
โจทย์ A: วันนี้ฉันสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง? B: ______________.
1. ฉันไปสวนมา 2. ฉันอยากสั่งพิซซ่าหนึ่งถาด
3. ฉันอยู่ในอพาร์ตเมนต์ 4. ตอนนี้สี่โมงแล้ว
ตอบ 2 เป็นคำถามสุภาพ มักใช้ในบริบทของการบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า หรือสายบริการ ลูกค้าคำตอบจะต้องเป็นแจ้งความต้องการช่วยเหลือ เช่นข้อ 2. ฉันอยากจะ …. ใช้ I would like …..

88. A: What size pizzas would you like?
B: ___________________.
1. I’m from Brazil.
2. By debit card.
3. With extra cheese.
4. One large and one small.
โจทย์ A: คุณต้องการพิซซ่าขนาดไหนคะ/ครับ? B: ______________.
1. ฉันมาจากบราซิล 2. จ่ายด้วยบัตรเดบิต
3. พร้อมชีทพิเศษ 4. ใหญ่หนึ่งถาด เล็กหนึ่งถาด
ตอบ 4 เมื่อถามถึงขนาดพิซซ่า ที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าตอบเช่น เล็ก กลาง ใหญ่

89. A: Would you like any additional toppings on your pizzas?
B: ___________________.
1. I’ll take it to go.
2. I’m a teacher.
3. It’s 123 Main Street.
4. Yes, mushrooms and olives, please.
โจทย์ A: คุณต้องการท็อปปิ้งเพิ่มเติมบนพิซซ่าหรือไม่คะ? B: ______________.
1. ฉันจะสั่งกลับบ้าน 2. ฉันเป็นครู
3. ที่อยู่คือ 123 เมนสตรีท 4. ค่ะ/ครับ ขอเพิ่มเห็ดกับมะกอก
ตอบ 4 คำถามนี้ถามว่า ต้องการเพิ่มท็อปปิ้งไหม เช่น มะกอก ไส้กรอก ฯลฯ

90. A: Can I get your address for delivery?
B: ___________________.
1. I want two pizzas.
2. Sure, it’s 456 Maple Street.
3. I don’t like onions.
4. I’ll pick it up.
โจทย์ A: ขอที่อยู่สำหรับจัดส่งด้วยค่ะ/ครับ? B: ______________.
1. ฉันต้องการพิซซ่าสองถาด 2. ได้เลยค่ะ/ครับ ที่อยู่คือ 456 เมเปิลสตรีท
3. ฉันไม่ชอบหัวหอม 4. ฉันจะไปรับเอง
ตอบ 2 คำถามนี้ขอ ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง คำตอบที่ถูกคือ ชื่อถนนหรือที่อยู่ชัดเจน

◆ Part IV: Seen Passages (ภาคเนื้อเรื่องในตำรา)
➢ Directions: Read the following passages and choose the best answer for each question.

Passage 1
“How I Met Your Mother”
Genre: Sitcom
Where to watch: Hulu, Amazon Prime
Synopsis:
The main character is Ted Mosby, and he is retelling the story to his kids of how and when he met his wife (their mom). Ted’s story begins in 2005 when he was 27 years old. He was inspired to get married after his best friend from college got engaged. However, Ted’s friend Barney, who is a big womanizer (like women a lot and dates many), is not very happy about Ted’s plan mainly because he will no longer have anyone to go out with and find dates. The story is retold to his kids over the series and there are a number of different stories related to all of Ted’s friends. Why it’s great for learning English.
It’s an entertaining show and uses a lot of humor and everyday language. For example, you’ll hear words such as “high five,” “legendary,” and “awesome” being used a lot. This is also a great series to watch in order to understand American culture regarding dating and romance. Barney, the womanizing friend, is incredibly funny. You’ll fall in love with his character immediately, which will have you wanting to watch the rest of the series.

ประเภท: ซิทคอม
รับชมได้ที่: Hulu, Amazon Prime
ตัวละครหลักคือ เท็ด มอสบี และเขากำลังเล่าเรื่องให้ลูก ๆ ฟังว่าเขาได้พบกับแม่ของพวกเขาอย่างไรและเมื่อไร เรื่องราวของเท็ดเริ่มต้นในปี 2005 ตอนที่เขาอายุ 27 ปี เขาได้รับแรงบันดาลใจให้แต่งงานเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเขาหมั้นหมาย อย่างไรก็ตาม เพื่อนของเท็ดอีกคนหนึ่งคือ บาร์นีย์ ซึ่งเป็นคนเจ้าชู้มาก (ชอบผู้หญิงและออกเดทกับหลายคน) ไม่ค่อยพอใจกับแผนการของเท็ดเท่าไรนัก สาเหตุหลักคือ เขาจะไม่มีใครไปเที่ยวหรือหาเดทด้วยอีกแล้ว เรื่องราวถูกเล่าให้ลูก ๆ ของเขาฟังตลอดทั้งซีรีส์ และมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับเพื่อน ๆ ของเท็ดทั้งหมด ทำไมถึงยอดเยี่ยมสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
มันเป็นซีรีส์ที่ให้ความบันเทิงและใช้อารมณ์ขันและภาษาพูดในชีวิตประจำวันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น คุณจะได้ยินคำอย่าง “high five” “legendary” และ “awesome” ถูกใช้บ่อยมาก นี่ยังเป็นซีรีส์ที่ดีสำหรับการเข้าใจวัฒนธรรมอเมริกันเกี่ยวกับการออกเดทและความรักอีกด้วย บาร์นีย์ เพื่อนที่เจ้าชู้ เป็นตัวละครที่ตลกมาก คุณจะตกหลุมรักตัวละครนี้ทันที ซึ่งจะทำให้คุณอยากดูซีรีส์นี้ต่อจนจบ

91. What is the genre of How I Met Your Mother?
1. Drama 2. Sitcom
3. Documentary 4. Reality show
โจทย์ How I Met Your Mother? เป็นรายการประเภทอะไร?
1. ละครดราม่า 2. ละครตลกสถานการณ์
3. สารคดี 4. รายการเรียลลิตี้โชว์
ตอบ 2 ด้านซ้ายของเนื้อเรื่องจะมีคำว่า Genre: Sitcom (ประเภท: ซิทคอม) ซึ่งย่อมาจาก situation comedy หรือ “ละครตลกสถานการณ์” ที่มีเนื้อหาตลก ผ่อนคลาย และมักเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของกลุ่มเพื่อน

92. Where can you watch How I Met Your Mother?
1. Netflix only 2. Disney
3. HBO 4. Hulu and Amazon Prime
โจทย์ คุณสามารถรับชม How I Met Your Mother ได้ที่ไหน?
1. เฉพาะ Netflix 2. ดิสนีย์
3. เอชบีโอ 4. ฮูลูและอะเมซอน ไพรม์
ตอบ 4 จากเนื้อหา มีระบุ Where to watch: Hulu , Amazon Prime

93. What is Ted doing throughout the show?
1. Traveling with friends.
2. Looking for a new job
3. Teaching at a university
4. Retelling the story of how he met his wife
โจทย์ ตลอดทั้งเรื่อง เท็ดกำลังทำอะไร?
1. เดินทางกับเพื่อน ๆ
2. หางานใหม่
3. สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย
4. เล่าเรื่องราวว่าเขาได้พบกับภรรยาได้อย่างไร
ตอบ 4 จากสองบรรทัดแรก เนื้อหาหลักของเรื่องคือ เท็ดกำลังเล่าเรื่องราวชีวิตในอดีตให้ลูกฟังว่าเขาได้พบภรรยาอย่างไร ซึ่งเป็นแกนหลักของซีรีส์

94. Who is Ted telling the story to?
1. His kids 2. His students
3. His wife 4. His boss
โจทย์ เท็ดเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง?
1. ลูก ๆ ของเขา 2. นักเรียนของเขา
3. ภรรยาของเขา 4. เจ้านายของเขา
ตอบ 1 จากบทความ เท็ดกำลังเล่าเรื่องนี้ให้ลูกของเขาฟังเพื่อบอกว่าพบแม่ของพวกเขาได้อย่างไร

95. In what year does Ted’s story begin?
1. 2001 2. 2003
3. 2005 4. 2007
โจทย์ เรื่องราวของเท็ดเริ่มต้นในปีไหน?
ตอบ 3 จากบทความ เรื่องของเท็ดเริ่มต้นในปี 2005

96. What event inspired Ted to want to get married?
1. He had a dream about it.
2. His best friend got engaged.
3. His parents forced him.
4. He saw a wedding on TV.
โจทย์ เหตุการณ์ใดเป็นแรงบันดาลใจให้เท็ดอยากแต่งงาน?
1. เขาฝันถึงมัน
2. เพื่อนสนิทของเขาหมั้นหมาย
3. พ่อแม่ของเขาบังคับ
4. เขาเห็นงานแต่งงานในทีวี
ตอบ 2 แรงบันดาลใจของเท็ดในการอยากแต่งงานคือการที่เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเขาหมั้นหมาย

97. Who is Ted’s friend that is not happy about his plan to marry?
1. Marshall 2. Robin
3. Barney 4. Lily
โจทย์ ใครคือเพื่อนของเท็ดที่ไม่พอใจกับแผนการแต่งงานของเขา?
ตอบ 3 เพื่อนของเท็ดชื่อ บาร์นีย์ ไม่พอใจที่เท็ดวางแผนจะแต่งงาน เพราะกลัวว่าเขาจะไม่มีเพื่อนออกไปหาเดทด้วยอีกต่อไป

98. How is Barney described in the article?
1. A family man 2. A shy bookworm
3. A womanizer 4. A doctor
โจทย์ ในบทความ บาร์นีย์ถูกอธิบายว่าอย่างไร?
1. คนที่รักครอบครัว 2. หนอนหนังสือขี้อาย
3. คนเจ้าชู้ 4. หมอ
ตอบ 3 เพื่อนของเท็ดชื่อบาร์นีย์ เป็น womanizer หมายถึง ผู้ชายที่เจ้าชู้ ชอบผู้หญิงหลายคน และออกเดทกับหลายคน ตรงกับตัวเลือกที่ 3

99. What does the word “womanizer” (in bold type) mean?
1. Someone who is married.
2. Someone who is afraid of women
3. Someone who avoids relationships
4. Someone who dates many women
โจทย์ คำว่า “womanizer” (ตัวหนา) หมายความว่าอะไร?
1. คนที่แต่งงานแล้ว 2. คนที่กลัวผู้หญิง
3. คนที่หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ 4. คนที่ออกเดทกับผู้หญิงหลายคน
ตอบ 4 womanizer คือ คนเจ้าชู้ ชอบผู้หญิงมาก และออกเดทกับผู้หญิงหลายคน

100. Why is Barney unhappy with Ted’s marriage plans?
1. He ants to marry first.
2. He dislikes Ted’s future wife.
3. He will lose his dating partner.
4. He thinks marriage is boring.
โจทย์ ทำไมบาร์นีย์ถึงไม่พอใจกับแผนการแต่งงานของเท็ด?
1. เขาอยากแต่งงานก่อน 2. เขาไม่ชอบว่าที่ภรรยาของเท็ด
3. เขาจะเสียเพื่อนไปเที่ยวหาเดทด้วย 4. เขาคิดว่าการแต่งงานน่าเบื่อ
ตอบ 3 บาร์นีย์ไม่พอใจเพราะเขาจะไม่มีเพื่อนไปเที่ยวหรือหาเดทด้วยอีกต่อไป

101. Who are included in Ted’s stories?
1. His coworkers only
2. Only his wife
3. Just his parents
4. All of his friends
โจทย์ ใครบ้างที่รวมอยู่ในเรื่องราวของเท็ด
1. เฉพาะเพื่อนร่วมงานของเขา 2. แค่ภรรยาของเขา
3. แค่พ่อแม่ของเขา 4. เพื่อน ๆ ของเขาทั้งหมด
ตอบ 4 มีเรื่องราวหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับเพื่อน ๆ ของเท็ดทุกคน

102. What makes the show helpful for English learners?
1. It uses British slang.
2. It focuses on grammar.
3. It explains vocabulary with subtitles.
4. It uses humor and everyday language.
โจทย์ อะไรที่ทำให้รายการนี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษ?
1. รายการนี้ใช้คำสแลงแบบอังกฤษ
2. รายการนี้เน้นไวยากรณ์
3. รายการอธิบายคำศัพท์พร้อมคำบรรยาย
4. รายการนี้ใช้ความตลกและภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตอบ 4 เป็นรายการที่ให้ความบันเทิง และใช้ภาษาที่ตลกและใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นเหตุผลที่ดีว่าทำไมผู้เรียนภาษาอังกฤษจึงควรดู

103. What kind of vocabulary can viewers learn from the show?
1. Legal terms
2. Advanced medical terms
3. Technical business terms
4. Everyday phrases like “awesome”
โจทย์ ผู้ชมสามารถเรียนรู้คำศัพท์ประเภทใดจากรายการนี้?
1. คำศัพท์ทางกฎหมาย 2. คำศัพท์ทางการแพทย์ชั้นสูง
3. คำศัพท์เชิงเทคนิคด้านธุรกิจ 4. วลีในชีวิตประจำวัน เช่น “awesome”
ตอบ 4 คุณจะได้ยินอย่าง “high five” “legendary” และ “awesome” บ่อยมาก

104. Which of these is NOT mentioned as a common word in the show?
1. Obviously 2. High five
3. Legendary 4. Awesome
โจทย์ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นคำที่ใช้บ่อยในรายการ?
1. อย่างเห็นได้ชัด 2. การตบมือทักทาย
3. สุดยอด/ระดับตำนาน 4. เจ๋งมาก/สุดยอด
ตอบ 1 มี 3 คำที่ถูกกล่าวถึงคือ high five, legendary, awesome แต่ obviously ไม่ได้ถูกกล่าวถึง

105. What can learners understand better by watching the series?
1. War history
2. Legal systems
3. Science experiments
4. American dating and romance culture
โจทย์ ผู้เรียนสามารถเข้าใจสิ่งใดได้ดีขึ้นจากการชมซีรีส์นี้?
1. ประวัติศาสตร์สงคราม 2. ระบบกฎหมาย
3. การทดลองทางวิทยาศาสตร์ 4. วัฒนธรรมการออกเดทและความรักแบบอเมริกัน
ตอบ 4 จากบทความ ว่า นี่คือซีรีส์ที่ดีสำหรับการเข้าใจวัฒนธรรมของอเมริกันเกี่ยวกับการออกเดทและความรัก

Passage 2

Liverpool’ s anthem ‘You’ll Never Walk Alone’ is one of the most famous songs in the footballing world and, like any great song, has a story behind it. Anfield is renowned for its atmosphere, especially on European nights, and it owes much of this atmosphere to the song that is played just before games kick off.
Liverpool isn’t the only club that uses it, however, as Celtic and Borussia Dortmund also play ‘You’ll Never Walk Alone’ before home games. The song was not written specifically for the Reds, but there is a special reason why it is sung so religiously at Anfield. In fact, the son’s initials ‘YNWA’ are inscribed into the Liverpool captain’s armband.
The song was composed for a Broadway musical by Richard Rodgers and Oscar Hammerstein in 1945. In the show, ‘You’ll Never Walk Alone’ is sung to console a character after a suicide. It got so popular that artist such as Frank Sinatra, Elvis Presley. Johnny Cash, Doris Day, Nina Simone, and Louis Armstrong covered it and made it their own. It wasn’t until 1963 when it became Liverpool’s anthem.
A group from Liverpool called Gerry and the Pacemakers made their own version of the song, which reached number one in the charts and had the whole nation singing along – and pre-match at Anfield it was so different. When the song started falling down the charts, they stopped playing it before games at the stadium, but the fans at the stands, or the Kop, themselves reclaimed it and continued to sing it, even recording a version with Pink Floyd on their album Meddle.
It became so famous with Liverpool fans that it was finally adopted as an official club anthem, and since the 1960s has accompanied Liverpool’s biggest successes – especially their five European Cup wins.

เพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูล “You’ll Never Walk Alone” เป็นหนึ่งในเพลงที่โด่งดังที่สุดในโลกฟุตบอล และเช่นเดียวกับเพลงที่ยอดเยี่ยมอื่น ๆ เพลงนี้ก็มีเรื่องราวเบื้องหลังของมัน สนามแอนฟิลด์มีชื่อเสียงในด้านบรรยากาศอันยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในค่ำคืนของการแข่งฟุตบอลยุโรป ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้ได้รับแรงหนุนอย่างมากจากเพลงที่เปิดก่อนเริ่มเกม
แต่ไม่ใช่แค่ลิเวอร์พูลเท่านั้นที่ใช้เพลงนี้ สโมสรเซลติกและโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ก็เปิดเพลง “You’ll Never Walk Alone” ก่อนเกมเหย้าเช่นกัน เพลงนี้ไม่ได้ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อสโมสรลิเวอร์พูลโดยเฉพาะ แต่มีเหตุผลสำคัญที่ทำให้มันกลายเป็นเพลงที่ถูกร้องอย่างศักดิ์สิทธิ์ที่แอนฟิลด์ ถึงขนาดที่ตัวย่อของเพลง ‘YNWA’ ถูกปักอยู่บนปลอกแขนกัปตันทีมลิเวอร์พูล
เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในละครบรอดเวย์โดยริชาร์ด ร็อดเจอร์ส และออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ เมื่อปี ค.ศ. 1945 ในเรื่องนั้น เพลง “You’ll Never Walk Alone” ถูกขับร้องเพื่อปลอบใจตัวละครหลังจากเกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตาย เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนศิลปินชื่อดังหลายคน เช่น แฟรงค์ ซินาตรา, เอลวิส เพรสลีย์, จอห์นนี่ แคช, ดอริส เดย์, นีน่า ซิโมน และหลุยส์ อาร์มสตรอง ต่างก็นำไปร้องในแบบฉบับของตนเอง
อย่างไรก็ตาม เพลงนี้ยังไม่ถูกใช้เป็นเพลงประจำทีมลิเวอร์พูลจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1963 เมื่อวงดนตรีจากเมืองลิเวอร์พูลชื่อ Gerry and the Pacemakers ได้ทำเพลงนี้ในแบบตนเอง ซึ่งสามารถขึ้นถึงอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลง และทั้งประเทศก็ร้องเพลงนี้กันอย่างกว้างขวาง — และมันก็กลายเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างมากเมื่อถูกเปิดก่อนเริ่มการแข่งขันที่แอนฟิลด์
ต่อมาเมื่อเพลงนี้เริ่มหลุดจากชาร์ตความนิยม สโมสรจึงหยุดเปิดเพลงนี้ก่อนเกมการแข่งขัน แต่แฟนบอลในอัฒจันทร์ฝั่งเดอะค็อป (The Kop) ก็ได้นำเพลงนี้กลับมาร้องกันเองอีกครั้ง และยังเคยร่วมอัดเสียงเพลงนี้กับวง Pink Floyd ในอัลบั้ม Meddle อีกด้วย
เพลงนี้จึงกลายเป็นเพลงประจำสโมสรอย่างเป็นทางการ และตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา เพลงนี้ได้อยู่เคียงข้างความสำเร็จครั้งใหญ่ของลิเวอร์พูล — โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพถึง 5 ครั้ง

106. What is Liverpool’s anthem?
1. “We Are the Champions”
2. “You’ll Never Walk Alone”
3. “Glory Glory Man United”
4. “Hey Jude”
โจทย์ เพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูลคือเพลงใด
ตอบ 2 เพลง “You’ll Never Walk Alone” เป็นเพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูลที่แฟนบอลร้องก่อนเริ่มการแข่งขันที่สนามแอนฟิลด์ เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาและการสนับสนุนทีมไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เพลงนี้มีความหมายลึกซึ้งว่าแฟนบอลและทีมจะไม่เดินเดียวดายไม่ว่าในยามแพ้หรือชนะ

107. Which club is NOT mentioned as using the song?
1. Liverpool 2. Celtic
3. Borussia Dortmund 4. Real Madrid
โจทย์ สโมสรใด “ไม่ได้” ถูกกล่าวถึงว่าใช้เพลงนี้
1. ลิเวอร์พูล 2. เซลติก
3. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4. เรอัล มาดริด
ตอบ 4 ในบทความกล่าวถึง 2 สโมสรที่ใช้เพลง “You’ll Never Walk Alone” ได้แก่
1. Liverpool 2. Celtic 3. Borussia Dortmund

108. Where is “YNWA” written on the Liverpool captain’s gear?
1. On his shirt 2. On his boots
3. On his armband 4. On his shorts
โจทย์ คำว่า “YNWA” ถูกเขียนไว้ที่อุปกรณ์ส่วนใดของกัปตันทีมลิเวอร์พูล?
1. บนเสื้อของเขา 2. บนรองเท้าของเขา
3. บนปลอกแขนของเขา 4. บนกางเกงของเขา
ตอบ 3 จากบทความระบุว่า “ตัวย่อของเพลง ‘YNWA’ ถูกปักไว้บนปลอกแขนของกัปตันทีมลิเวอร์พูล” ซึ่งย่อมาจาก You’ll Never Walk Alone เพลงประจำสโมสรที่เป็นสัญลักษณ์ของทีม จึงตอบว่า ข้อ 3 ถูกต้อง

109. Who originally composed the song?
1. Gerry Marsden
2. Elvis Presley
3. Pink Floyd
4. Rodgers and Hammerstein
โจทย์ ใครเป็นผู้แต่งเพลงนี้ดั้งเดิม?
1. เจอร์รี่ มารสเดน 2. เอลวิส เพรสลีย์
3. วงพิงก์ ฟลอยด์ 4. ร็อดเจอร์ส และแฮมเมอร์สไตน์
ตอบ 4 เพลง “You’ll Never Walk Alone” ถูกแต่งขึ้นครั้งแรกในปี 1945 โดย Richard Rodgers และ Oscar Hammerstein สำหรับละครบรอดเวย์เรื่อง Carousel เพื่อปลอบใจตัวละครหลังเหตุการณ์เศร้า จึงถือว่าเป็นผู้แต่งเพลงต้นฉบับ

110. Why was the song sung in the original musical?
1. To start a journey
2. To celebrate a victory
3. To welcome a character home
4. To comfort someone after a suicide
โจทย์ เหตุใดจึงมีการร้องเพลงนี้ในละครเวทีดั้งเดิม?
1. เพื่อเริ่มต้นการเดินทาง 2. เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ
3. เพื่อต้อนรับตัวละครกลับบ้าน 4. เพื่อปลอบใจตัวละครหลังจากเกิดเหตุม่าตัวตาย
ตอบ 4 ในบทความระบุชัดว่า เพลง “You’ll Never Walk Alone” ถูกขับร้องในละครบรอดเวย์ Carousel ปี 1945 โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ปลอบใจตัวละครหลังจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นฉากที่เต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจ

111. When was the song written?
1. 1945 2. 1955
3. 1963 4. 1972
โจทย์ เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเมื่อใด
ตอบ 1 เพลง “You’ll Never Walk Alone” ถูกแต่งขึ้นในปี 1945 (พ.ศ. 2488) โดย Richard Rodgers และ Oscar Hammerstein สำหรับละครบรอดเวย์เรื่อง Carousel

112. Which of these artists did NOT cover the song?
1. Frank Sinatra 2. Nina Simone
3. Taylor Swift 4. Elvis Presley
โจทย์ ศิลปินคนใดในรายการนี้ ไม่ได้นำเพลงนี้ไปร้อง?
ตอบ 3 จากบทความระบุว่า เพลง “You’ll Never Walk Alone” ถูกศิลปินดังหลายคนในอดีตนำมาร้องเช่น Frank Sinatra, Nina Simone, Elvis Presley และ Johnny Cash, Doris Day, Louis Armstrong ส่วน Taylor Swift ไม่ได้ถูกกล่าวถึง

113. When did the song become Liverpool’s anthem?
1. 1953 2. 1963
3. 1973 4. 1983
โจทย์ เพลงนี้กลายเป็นเพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูลเมื่อปีใด
ตอบ 2 ในบทความระบุว่า เพลง “You’ll Never Walk Alone” กลายเป็นเพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูล ในปี 1963 หลังจากวงดนตรี Gerry and the Pacemakers ซึ่งเป็นวงจากเมืองลิเวอร์พูล นำเพลงนี้มา
ร้องใหม่จนโด่งดังขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต และถูกเปิดในสนามแอนฟิลด์ก่อนการแข่งขัน จนแฟนบอลยึดถือเป็นเพลงประจำใจ

114. Which band in Liverpool had a number one hit with the song?
1. The Beatles 2. Pink Floyd
3. Gerry and the Pacemakers 4. Oasis
โจทย์ วงดนตรีใดจากลิเวอร์พูลที่ทำให้เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต?
ตอบ 3 ในบทความกล่าวชัดเจนว่า วงดนตรีจากลิเวอร์พูลชื่อ Gerry and the Pacemakers เป็นผู้นำเพลง “You’ll Never Walk Alone” มาร้องใหม่ในปี 1963 และทำให้เพลงนี้ ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงของอังกฤษ

115. What happened when the song dropped from the charts?
1. It was banned.
2. It was changed.
3. It became more famous.
4. It stopped being played at the stadium.
โจทย์ เกิดอะไรขึ้นเมื่อเพลงนี้หล่นจากชาร์ตเพลง?
1. เพลงนี้ถูกแบน 2. เพลงนี้ถูกเปลี่ยน
3. เพลงนี้ยิ่งมีชื่อเสียงขึ้น 4. หยุดเปิดเพลงนี้ที่สนามกีฬา
ตอบ 4 จากบทความระบุว่า เมื่อเพลง “You’ll Never Walk Alone” เริ่มหล่นจากอันดับในชาร์ตเพลง สนามแอนฟิลด์ก็หยุดเปิดเพลงนี้ก่อนการแข่งขัน แต่แฟนบอลในอัฒจันทร์ฝั่ง The Kop ยังร้องเพลงนี้กันต่อไปจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรในที่สุด

116. What did the fans in the Kop do when the song stopped playing?
1. They continued singing it.
2. They composed new songs.
3. They left the stadium.
4. They protested.
โจทย์ แฟนบอลฝั่ง The Kop ทำอย่างไรเมื่อเพลงนี้หยุดเปิดในสนาม?
1. พวกเขายังร้องเพลงนี้ต่อไป
2. พวกเขาแต่งเพลงใหม่
3. พวกเขาออกจากสนาม
4. พวกเขาประท้วง
ตอบ 1 ในบทความกล่าวว่า หลังจากเพลง “You’ll Never Walk Alone” หยุดเปิดที่สนามแอนฟิลด์เนื่องจากหลุดจากชาร์ตเพลง แฟนบอลฝั่ง The Kop ยังคง ร้องเพลงนี้กันเองต่อไป จนเพลงนี้กลายเป็นเสียงประจำสนามอย่างแท้จริง และยิ่งตอกย้ำความผูกพันของแฟนบอลกับเพลงนี้

117. Which famous rock band recorded a version with Liverpool fans?
1. The Rolling Stones
2. Pink Floyd
3. Queen
4. Westlife
โจทย์ วงร็อกชื่อดังวงใดที่เคยบันทึกเสียงเพลงนี้ร่วมกับแฟนบอลลิเวอร์พูล?
ตอบ 2 ในบทความกล่าวว่า เมื่อแฟนบอลลิเวอร์พูลร้องเพลง “You’ll Never Walk Alone” กันเองหลังจากสนามหยุดเปิดเพลงนี้ พวกเขาเคย บันทึกเสียงเพลงนี้ร่วมกับวงร็อกชื่อดัง “Pink Floyd” ลงในอัลบั้มชื่อ Meddle ซึ่งแสดงถึงความสำคัญและพลังของแฟนบอลที่ทำให้เพลงนี้คงอยู่

118. How many European Cups has Liverpool won, as mentioned in the passage?
1. Four 2. Five
3. Six 4. Seven
โจทย์ จากบทความ ลิเวอร์พูลคว้า แชมป์ยูโรเปียนคัพทั้งหมดกี่ครั้ง
ตอบ 2 ในบทความระบุว่า เพลง “You’ll Never Walk Alone” ได้อยู่เคียงข้างกับความสำเร็จของลิเวอร์พูล โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ทีม คว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง (ในบทความใช้คำว่า “especially their five European Cup wins”)

119. The phrase “had the whole nation singing alone” (in bold type) suggests what?
1. Only fans liked it.
2. It became very popular.
3. It was part of a campaign.
4. It was played in stadiums only.
โจทย์ วลี “had the whole nation singing alone” (ทำให้ทั้งประเทศร้องตาม) มีนัยว่าอย่างไร?
1. มีแค่แฟน ๆ เท่านั้นที่ชอบเพลงนี้
2. เพลงนี้กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก
3. เพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ
4. เพลงนี้ถูกเปิดเฉพาะในสนามกีฬาเท่านั้น
ตอบ 2 วลี “had the whole nation singing along” บอกเป็นนัยว่าเพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนคนทั้งประเทศร้องตามได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะแฟนฟุตบอลหรือผู้ชมในสนามเท่านั้น

120. Which sentence is true, according to the passage?
1. The song was written by Liverpool FC.
2. The song is used only by English clubs.
3. The song was part of a musical.
4. The song was first used in 1970.
โจทย์ ข้อใดเป็นความจริงตามเนื้อเรื่องในบทความ?
1. เพลงนี้ถูกแต่งโดยสโมสรลิเวอร์พูล
2. เพลงนี้ใช้เฉพาะในสโมสรอังกฤษเท่านั้น
3. เพลงนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของละครเพลง
4. เพลงนี้ถูกใช้ครั้งแรกในปี 1970
ตอบ 3 จากบทความระบุว่าเพลง “You’ll Never Walk Alone” แต่งขึ้นในปี 1945 โดย Rodgers and Hammerstein สำหรับละครบรอดเวย์เรื่อง Carousel จึงเป็นข้อเท็จจริงว่า เพลงนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของละครเพลง

 

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ 1/2567

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ
การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2567

Part I : Language Focus
Direction: Choose the best answer.

1. Why don’t you ________ different genres to discover new authors?
1. explore
2. to explore
3. explored
4. exploring
ตอบ 1 เป็นประโยคคำถาม? รูปแบบคำถามต้องดูว่าโจทย์ให้อะไรมา สำหรับข้อนี้มีกริยาช่วย Verb to do (do, does, did หรือตัวย่อ don’t รูปปฏิเสธ) ยกมาไว้หน้าประธานแล้ว กริยาเมื่อใช้ Verb to do มาช่วยแล้วให้ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ นั่นคือ ตัวเลือกที่ 1 explore (V1) ดูตัวอย่างรูปแบบการทำประโยคคำถามที่ใช้ Verb to be, Verb to do, Verb to have, หรือกริยาช่วยต่าง ๆ
– Is Tom busy? ถ้าใช้ Is กริยาตามด้วยคุณศัพท์ (busy) ส่วนขยายหรือคำนามได้
– Does John play bridge? ใช้ Does แล้วตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอก็คือ play ไว้หลังประธาน
– Don’t you hear the bell? ใช้ Don’t แล้วตามด้วยกริยาช่องที่ 1 คือ hear เทียบข้อนี้เช่นกัน เมื่อใช้ don’t ตามด้วย V1 คือ explore
– Haven’t we met each other before? ถ้าใช้ Haven’t ตามด้วยกริยาช่องที่ 3 คือ met (V3)
– Can you swim? ถ้าใช้ Can ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 คือ swim เป็นต้น
– Why don’t you take a taxi to your job interview? (ออกทุกเทอมรูปแบบนี้ตอบ V1)

2. How about ________ together to improve your overall fitness?
1. train
2. to train
3. trained
4. training
ตอบ 4 การขึ้นต้นด้วย How about…? (เป็นอย่างไร) ใช้กับการแนะนะ ถามความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะบางอย่าง ขึ้นต้นด้วย How about + Ving..? หรือ How about + ส่วนขยาย? เทียบตัวอย่าง
– How about going out for lunch? (เราออกไปทานอาหารกลางวันกันดีไหม?)
– How about watching Frozen 2 tonight? (คืนนี้เราไปดูโฟรเซ่น 2 กันมั้ย?)
– How about a movie? (ไปดูหนังกันดีมั้ย?)
ฉะนั้น ข้อนี้ How about ตามด้วย training

3. ________ sure to choose colors that complement your skin tone for a flattering look.
1. Make
2. To make
3. Made
4. Making
ตอบ 1 ประโยคมีอนุประโยคของ that…… มาขยายคำนามของประโยคส่วนแรก และประโยคส่วนแรกข้างหน้าไม่มีประธานและกริยาหลักเลย แสดงว่าเป็นรูปประโยคคำสั่ง ฉะนั้นหากในรูปประโยคคำสั่ง (Imperative Sentence) ให้ขึ้นต้นเป็นกริยาช่องที่ 1 ได้เลย เช่น
– Come here! (มานี่) ขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่องที่ 1
– Be a good boy. (จงเป็นเด็กดี) ใช้ Verb to be ขึ้นต้นประโยค ด้วย Be
– Don’t touch me. (อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ) เป็นคำสั่งขึ้นต้นด้วย Don’t (อย่า….)

4. We’d better ________ a comedy to lighten the mood for movie night.
1. choose
2. to choose
3. chose
4. choosing
ตอบ 1 กลุ่มคำที่ให้คำแนะนำ ให้ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ได้แก่
had better ตัวย่อ ‘d better
would rather ตัวย่อ ‘d rather + V1
should
ought to
จากโจทย์ ‘d better มาจาก had better ตอบด้วยกริยาช่องที่ 1 จึงตอบ choose

5. The garden was ________, filled with vibrant flowers and singing birds.
1. charm
2. charms
3. charmed
4. charming
ตอบ 4 เป็นเรื่องการใช้คุณศัพท์ (Adjective) ซึ่งทำหน้าที่หลัก 2 อย่าง คือ ตามหลัง Verb to be และ หน้าคำนามที่ขยาย สำหรับข้อนี้ให้ตามหลัง was (ก็คือ verb to be) จึงตอบรูปคุณศัพท์ และรูปคุณศัพท์มี 2 รูปแบบคือลงท้ายด้วย -ed และ -ing มีหลักให้ดูง่ายดังนี้
รูปกริยา | adj. ลงท้ายด้วย -ing มักใช้กับ สิ่งไม่มีชีวิตหรือสิ่งของ “น่าจะ” | ad. ลงท้ายด้วย -ed มักใช้กับ สิ่งมีชีวิต แสดง “รู้สึก”
interest | interesting (น่าสนใจ) | interested (รู้สึกสนใจ)
bore | boring (น่าเบื่อ) | bored (รู้สึกเบื่อ)
annoy | annoying (น่ารำคาญ หงุดหงิด) | annoyed (รู้สึกหงุดหงิด รำคาญ)
charm | charming (น่าประทับใจ มีเสน่ห์) | charmed (ดูดี มีเสน่ห์)
terrify | terrifying (น่ากลัว) | terrified (รู้สึกหวาดกลัว)
worry | worrying (วิตกกังวล) | worried (รู้สึกกังวล)
excite | exciting (น่าตื่นเต้น) | excited (รู้สึกตื่นเต้น)
satisfy | satisfying (น่าพึงพอใจ) | satisfied (รู้สึกพึงพอใจ)
ข้อนี้ประธานเป็น The garden (สวน) เป็นสิ่งของจึงตอบ charming = สวนที่น่าประทับใจ

6. Joseph and Susie were ________ when the movie started late.
1. annoy
2. annoys
3. annoyed
4. annoying
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 5. เพิ่มเติม ประธาน Joseph and Susie เป็น 2 คน ใช้คุณศัพท์รูปลงท้าย -ed แสดงรู้สึก คือ annoyed รู้สึกหงุดหงิด รำคาญ

7. Bruce was ________ of speaking in front of large crowds.
1. terrified
2. terrifying
3. worried
4. worrying
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 5. เพิ่มเติม ประธาน Bruce (ชื่อคน) ใช้ลงท้ายรูป -ed แสดงรู้สึก คงเหลือตัวเลือกที่ 1 และ 3 เข้ากับประโยคได้คือ worried ดูตัวอย่างเพิ่มเติม
– I am terrified of being alone. (ฉันกลัวการอยู่คนเดียว) terrified ตามด้วย of
– I am worried about our match on Friday. (ฉันรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันของเราในวันศุกร์)
คุณศัพท์ worried มักตามด้วย about ฉะนั้นข้อนี้ มี of จึงตอบ terrified of รู้สึกกลัว

8. I ________ with the progress I’ve made in my fitness journey.
1. am excited
2. were excited
3. am satisfied
4. were satisfied
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 5. เพิ่มเติม ประธาน I เป็นคน จึงเลือกตัวเลือกลงท้ายด้วย -ed และประธาน I ใช้กับ am และ was จึงคงเหลือตัวเลือกที่ 1 และ 3 เทียบตัวอย่าง
– I am excited to see you. (ฉันตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอคุณ) คุณศัพท์ excited ตามด้วย of /about
– I am satisfied with the progress… (ฉันรู้สึกพอใจกับความก้าวหน้าที่ฉัน…..) satisfied ตามด้วย with

9. The food is ________ by the chef before it is served.
1. prepare
2. prepared
3. prepares
4. preparing
ตอบ 2 เป็นเรื่อง passive voice (รูปถูกกระทำ) ให้สังเกตจากประธานเป็นสิ่งของที่ถูกกระทำ หรือมี by (โดย) อยู่ท้ายประโยคทำให้เราเดาได้เลยว่าถูกกระทำ ให้ใช้โครงสร้าง verb to be + V3 ถ้ารูปถูกกระทำ จำไว้เลยว่าต้องลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 เสมอ จึงตอบ is prepared by

10. The announcement are ________ over the loudspeaker every morning.
1. made
2. make
3. makes
4. making
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 9. เพิ่มเติม ประธานเป็นสิ่งของ (การประกาศ) ถูก…. หรือเดาว่ามี verb to be (are) แล้วสามารถตามด้วยกริยาช่องที่ 3 หรือ Ving เท่านั้น คงเหลือตัวเลือกที่ 1 และ 4 แต่เนื่องจากประธานเป็นสิ่งของจึงถูกกระทำ = are made …

11. Sarah ________ her favorite song on the radio yesterday.
1. hear
2. hears
3. hearing
4. heard
ตอบ 4 ใช้ Past Simple Tense (S + V2) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต มักมีคำบอกเวลา เช่น yesterday (เมื่อวานนี้), ago (ที่ผ่านมา), in+ ปีอดีต, in the past (ในอดีต), last + ช่วงเวลา เช่น last year, last night เป็นต้น สำหรับข้อนี้มีคำบอกเวลา yesterday จึงตอบกริยาช่องที่ 2 คือ heard (มาจากกริยา hear heard heard)

12. We ________ a delicious meal at the new restaurant last night.
1. eat
2. eats
3. ate
4. eating
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ มีคำบอกเวลา last night (เมื่อคืนนี้) เป็นอดีต จึงตอบกริยาช่องที่ 2 จากกริยา eat ate eaten = กิน จึงตอบ ate (V2)

13. The project is ________ by the students in groups.
1. complete
2. completes
3. completing
4. completed
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ เป็นลักษณะเดียวกันคือ มี by (โดย…) และประธานเป็นสิ่งของ (โครงการ) ถูกทำให้สำเร็จ ใช้ verb to be + V3 = is completed

14. The email is ________ to all the teachers.
1. send
2. sent
3. sends
4. seeing
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของ (อีเมล์) ถูกส่ง ใช้ verb to be + V3 = is sent มาจากกริยา send sent sent (ส่ง)

15. They ________ a beautiful painting during their trip to the art museum.
1. see
2. saw
3. sees
4. seeing
ตอบ 2 ข้อนี้ไม่มีคำบอกเวลาที่ระบุ แต่โจทย์เป็นการเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ว่าพวกเขาเห็นภาพวาดที่สวยงามภาพหนึ่งในระหว่างเดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ซึ่งการเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วถือว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีตใช้ Past Simple Tense (S + V2) = saw (มาจาก see saw seen = เห็น)

16. I ________ my keys on the bus yesterday.
1. lose
2. loses
3. lost
4. losing
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ มีคำบอกเวลา yesterday จึงตอบ V2 = lost มาจาก lose lost lost = สูญหาย

17. Thomas loves to ________ football with his friends every weekend.
1. do
2. play
3. have
4. go
ตอบ 2 คำถามต้องการให้ตอบกริยา go, do, play กับกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักการดังนี้
1. ใช้ go : จะตามหลังด้วยกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing (แต่หลัง go ต้องไม่มี to) เช่น climbing (ปีนเขา), cycling (ปั่นจักรยาน), dancing, diving (ดำน้ำ), fishing, riding, swimming, sailing (ล่องเรือ), hiking (เดินป่า), running, jogging เป็นต้น
2. ใช้ do/does: กับกิจกรรมเพื่อพักผ่อน หรือกิจกรรมส่วนตัว เช่น boxing, weightlifting (ยกน้ำหนัก), bodybuilding (เพาะกาย), aerobics, crossword, karate, yoga, judo, ballet (บัลเล่ต์), athletic (กรีฑา), taekwondo, kung-fu, exercise (ออกกำลังกาย)
3. ใช้ play : กับกีฬาที่เล่นเป็นทีม มีกติกา เกมส์หรือการแข่งขัน เช่น badminton, baseball, basketball, chess (หมากรุก) cricket, hockey, squash, football, tennis, volleyball, soccer, table-tennis, rugby เป็นต้น เทียบตัวอย่าง
– They play football. ฉะนั้นข้อนี้ก็มี football จึงตอบ play
– Jen enjoys playing basketball with her friends. (เล่นบาสเก็ตบอล)
– I do exercise. (ฉันออกกำลังกาย)
– Does Kate do yoga? (เคทเล่นโยคะมั้ย?)
– We usually go running on Sunday. (พวกเราปกติไปวิ่งวันอาทิตย์)
– I don’t go swimming. ฉะนั้นข้อนี้จึงตอบ go swimming จำนะคะ ออกทุกเทอมหลายข้อด้วย

18. I want to ________ swimming at the pool this afternoon.
1. play
2. go
3. make
4. do
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ กริยา go + Ving เช่น go swimming = ไปว่ายน้ำ

19. Anna ________ yoga to relax and stay fit.
1. does
2. goes
3. plays
4. makes
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ กีฬาโยคะ (yoga) ใช้ do/does yoga = เล่นโยคะ

20. We enjoy ________ volleyball at the beach and ________ exercises to build our teamwork.
1. going; playing
2. playing; going
3. doing; playing
4. playing; doing
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ ใช้ play กับเกมกีฬา volleyball และใช้ do/does กับ exercise (การออกกำลังกาย) จึงตอบ playing volleyball และ doing exercises

21. I have a friend ________ plays guitar in the school band.
1. when
2. where
3. who
4. whose
ตอบ 3 ให้เติมประพันธ์สรรพนาม โดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือสิ่งของ หรือสถานที่ เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าเป็น
คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ plays
คน whose + คำนาม + V
คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met
สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.
สถานที่ where + S + V. เช่น where I live
เวลา when + S + V
the reason why + S + V
จากโจทย์ a friend (เพื่อน) เป็นคน และส่วนขวามือมีกริยา (plays) ก็คือคำ who ได้เลย
คน + who + กริยา = a friend who plays

22. Jennie is the artist ________ painting won the national award last year.
1. whose
2. when
3. whom
4. who
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 21. เพิ่มเติม the artist (ศิลปิน เป็นคน) และมีคำนามอยู่ขวามือ painting (เป็นคำนาม ภาพวาด) นั่นคือ คน + whose + คำนาม + Verb = the artist whose painting won…

23. There was a time ________ I believed in fairy tales and magic.
1. where
2. who
3. whose
4. when
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 21. เพิ่มเติม คำนาม a time (เวลา) + when + ประโยค เห็นข้างหน้าเป็นวันเดือนปี ก็คือ เวลา เช่น time, day, month ก็ตอบ when ได้เลย

24. This is the restaurant ________ we had our meeting last month.
1. whose
2. who
3. where
4. what
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 21. เพิ่มเติม คำนาม the restaurant (ภัตตาคาร เป็นสถานที่) จึงตอบ where

25. Jessie ________ eats fast food because she prefers home-cooked meals.
1. always
2. often
3. rarely
4. usually
ตอบ 3 จากตัวเลือกจะรู้ว่าให้มาเป็นคำกริยาวิเศษณ์ (Adv) ซึ่งสามารถแยกความถี่จากมากไปหาน้อยดังนี้
1. ความถี่บ่อยครั้ง เป็นประจำ เช่น always, usually, often, sometimes, frequently, normally
2. ความถี่ไม่ค่อยจะ นาน ๆ ที เช่น rarely (แทบจะไม่), hardly, seldom (นาน ๆ ครั้ง ไม่ค่อยจะ) never
จากโจทย์ “เจสซี่ ___ กินอาหารจานด่วนเพราะเธอชอบทานอาหารที่ทำมาจากบ้านมากกว่า”
แสดงว่าคำที่เติม จะบอกความถี่ว่าไม่ค่อยจะ นาน ๆ ครั้ง ซึ่งตรงกับคำว่า rarely (ไม่ค่อยจะ) หรือดูตัวเลือก ง่าย ๆ ว่าตัวเลือก 1, 2 และ 4 อยู่กลุ่มความถี่ประจำเหมือนกัน มี rarely อยู่กลุ่มถี่น้อย ต่างจากกลุ่มตัวอื่น

26. Jeff ________ the door before leaving his apartment.
1. never forgets to lock
2. forgets never to lock
3. to lock never forget
4. never to forget lock
ตอบ 1 คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกความถี่ เช่น never, always, seldom, sometimes, often, usually จะวางไว้หน้ากริยาหลัก (กริยาแสดงอาการกระทำทั่วไป) และตามหลัง verb to be ดูการวาง
1. วางหน้ากริยาหลัก เช่น
– I always get up early. (always วางไว้หน้ากริยา get เสมอ)
– Pete seldom helps his mother in the kitchen. (seldom วางไว้หน้ากริยา helps)
– You never help me. (never วางไว้หน้ากริยา help)
2. วางหลัง Verb to be
– She is always happy. (always วางไว้หลัง is หรือหลัง verb to be)
– I am never late for work. (never วางไว้หลัง am)
จากตัวเลือก forgets เป็นกริยาหลัก ฉะนั้น never ต้องวางไว้หน้า forgets และกริยา forgets มี s ท้าย เพราะประธาน Jeff เป็นเอกพจน์ forgets เป็นกริยาเอกพจน์ ก็คือ Jeff never forgets

27. Which is correct?
1. Ed always play online games before going to bed.
2. James read always a book before he going to bed.
3. Laura always takes her dog for a walk after dinner.
4. The teacher explains never the homework.
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 26 ประกอบ
1. ที่ถูกต้องคือ Ed always plays online games… Ed เป็นคำนามเอกพจน์กริยาต้องเอกพจน์ plays
2. ที่ถูกต้องคือ James always reads ….. always ต้องวางหน้ากริยา reads
3. ถูกต้องแล้ว always เป็นความถี่ที่วางไว้หน้ากริยาหลักในที่นี้คือ takes ถูกต้อง
4. ที่ถูกต้องคือ The teacher never explains ….

28. Which is correct?
1. How you often go to the library?
2. Does they speaks French?
3. Do you sometimes turn in your homework late?
4. What time you usually go to bed?
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 26. ประกอบ
1. ผิด ต้องแก้เป็น How often do you go to the library? การถาม How often ถามความถี่ว่า บ่อยแค่ไหน
2. ผิด ประธาน They เป็นพหูพจน์ ต้องใช้กริยาช่วย Do ต้องแก้เป็น Do they speak French?
3. ถูกต้อง โดย sometimes วางไว้หน้ากริยาหลัก turn แล้ว
4. ผิด ต้องแก้เป็น What time do you usually go to bed? เป็นคำถามต้องใช้ verb to do ไว้หน้าประธาน you

29. The phone’s ringing. I ________ it.
1. will answer
2. would have answered
3. should have answered
4. answered
ตอบ 1 สองประโยคมีความเชื่อมโยงเวลากัน จะเห็นว่าประโยคแรกใช้ is ringing เป็น Present Continuous Tense (S+ is/am/are + Ving) แสดงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและอีกประโยคหนึ่งตามมาสามารถใช้คู่กันได้ก็คือ รูปปัจจุบันหรือไม่ก็อนาคตก็ได้ (นั่นคือ ปัจจุบันคู่ปัจจุบัน หรือปัจจุบันคู่อนาคตก็ได้) ฉะนั้นทำให้เราสามารถเดาได้จากตัวเลือกให้มาซึ่งมีตัวเลือกข้อ 1 will answer เป็น Future Simple Tense คืออนาคต ตัวเลือกเดียว จึงตอบข้อ 1 นี้ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นอดีตทั้งสิ้น รูป would/should have V3 เป็นอดีตและ answered เป็น V2 ก็อดีต จึงไม่ถูกต้อง

30. I can’t find the article I downloaded last night. I ________ for it online again.
1. had searched
2. will search
3. had search
4. were going to search
ตอบ 2 ลักษณะคล้ายข้อ 29. ที่ผ่านมา มีระบุในปัจจุบันว่า I can’t find (หาไม่เจอบทความที่ฉันดาวน์โหลดเมื่อคืน) ฉันจะค้นหาบทความนั้นทางออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง) แสดงถึงปัจจุบัน กับการกระทำต่อในอนาคตว่า will search ในตัวเลือกข้อ 2 เป็นรูปอนาคตตัวเลือกเดียว นอกนั้นตัวเลือกข้อ 1, 3 และ 4 เป็นอดีตทั้งสิ้นจึงผิด

31. A: ________ to stay overnight there?
B: Yeah, I ________ to stay until Sunday evening.
1. Do you go; am going
2. Will you; will go
3. Are you going; am going to
4. Do you; do
ตอบ 3 A และ B สนทนากัน การตอบรับแบบนี้ตั้งอยู่ในรูปกาลเวลาที่สัมพันธ์กันก็คือเป็นปัจจุบันก็คู่ปัจจุบันรูปเดียวกัน จาก B ตอบว่า until Sunday evening = จนกว่าจะถึงเย็นวันอาทิตย์ แสดงว่าเหตุการณ์จะยังไม่มาถึง เป็นการบ่งบอกถึงในอนาคตเร็ว ๆ นี้ว่าจนกว่าถึงเย็นวันอาทิตย์ ในการใช้รูปอนาคตโดยทั่วไปใช้ will + V1 ไม่มี to คั่น ฉะนั้นจากตัวเลือกข้อ 2 Will you to stay ไม่ถูกต้อง เพราะ will to stay ตัว will ไม่มี to ตามแต่มีอีกตัวหนึ่งที่แทน will ได้ก็คือ be (is/am/are) going to = กำลังจะ เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จ้า!! มีให้ตอบทุกเทอมเช่นกันโครงสร้างนี้ ฉะนั้น
เมื่อ A ถาม “คุณจะพักค้างคืนที่นั่นไหม? B: ตอบ ใช่, ฉันจะพักอยู่จนกว่าจะถึงเย็นวันอาทิตย์ นั่นคือรูป Are you going to stay และ B ตอบ I am going to stay เช่นกัน

32. I’ve been busy. I ________ to work on my project this weekend.
1. am going
2. should
3. will
4. had
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 31. ประกอบ เราเห็น to ที่โจทย์ แสดงว่าต้องตอบโครงสร้างที่มาติดกับ to ได้นั่นคือ am going to work = will work นั่นเอง จึงตอบตัวเลือกที่ 1 ถ้าสังเกตจากกริยาช่วยตัวเลือกที่เหลือ should, will จะไม่มี to ตาม และ had to จะเป็นรูปอดีต ใช้เข้ากันไม่ได้ เพราะประโยคแรกใช้ have been แสดงเหตุการณ์ปัจจุบัน (Present Perfect) ที่ทำต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เอา had to อดีตมาไม่ได้

33. DeBua likes to study English, ________ DePaul prefers singing contest.
1. but
2. and
3. so
4. for
ตอบ 1 ให้เติมคำเชื่อมว่า เราต้องดูความหมายของประโยคว่าต้องการคำเชื่อมใช้ในกรณีไหน เช่น
แสดงความหมาย | ใช้เครื่องหมาย , ___ | ใช้เครื่องหมาย ; ___,
1. แสดงความขัดแย้ง | but, yet, or | however, instead, whereas, nevertheless, otherwise
2. แสดงการคล้อยตามกัน หรือเพิ่มเติมข้อมูลในทางเดียวกัน | and, nor | furthermore, moreover, meanwhile, besides, also, similarly
3. แสดงผลหรือสรุปความ | so | accordingly, finally, consequently, therefore, thus
4. แสดงเหตุ | for (เพราะว่า เนื่องจาก) | because (ไม่มีเครื่องหมายคั่น)
5. แสดงทางเลือก | or (หรือ มิฉะนั้น) |
จากประโยค“เดอบัวชอบเรียนภาษาอังกฤษ แต่เดอพอลชอบประกวดร้องเพลง” ชอบคนละอย่างกัน เป็นประโยคแสดงความแย้งใช้คำเชื่อม but (แต่)

34. Which of the following is a complex sentence?
1. He waits his product until it has been finished.
2. We predict the weather before its changing.
3. High performance has been proved and raised its level better.
4. They earn their life and play soccer.
ถาม ข้อไหนต้องไปนี้เป็นประโยคใจความเดียว
ตอบ 1 วิธีง่าย ๆ ในการดูโครงสร้างประโยคว่า เป็นประโยคแบบไหน ดังนี้
1. Simple Sentence คือ ประโยคใจความเดียว คือเจอประธานตัวเดียวกริยาตัวเดียว
2. Compound Sentence คือ ประโยคความรวม มีสองประโยคมาเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำเชื่อมเช่น and, but, or, so, nor, yet
3. Complex Sentence คือ ประโยคความซ้อน ที่มีอนุประโยคตั้งแต่ 2 ประโยคหรือมากกว่านั้นมารวมกัน หรือวิธีสังเกตง่าย ๆ เราเจอคำเชื่อม เช่น because, however, therefore, before, after, until ,furthermore, in addition to, although, when, who, which, where, what, whose, how, that เป็นต้น
จากตัวเลือกข้อ 1 มี until (จนกระทั่ง) เป็นการขั้นเวลา ดูหลักการเดาที่อธิบายด้านบน ถือว่าเป็น complex sentence
ตัวเลือกข้อ 2 เป็นประโยคใจความเดียว ทั้งแม้มี before แต่ตามด้วยนามวลี its + นาม รวมกันเป็นบุพบทวลี หลัง before ไม่ได้ต่อด้วยประโยค ไม่ได้ถือว่าเป็น complex sentence
ตัวเลือกข้อ 3 มีประธานตัวเดียวคือ High performance แสดงอาการกระทำสองอย่าง จึงมี and คั่นตามด้วยกริยาตามประธานตัวหน้าตัวเดียว ถ้า and เชื่อมด้วย 2 ประโยคจึงจะเป็น compound sentence
ตัวเลือกข้อ 4. เหมือนตัวเลือกข้อ 3 มีประธานตัวเดียวคือ They กริยาสองตัวคือ earn และ play เป็น simple sentence

35. Yupa still improve her living poverty ________ jobs go so far every day.
1. and
2. although
3. unless
4. if
ตอบ 2 ให้ตอบคำเชื่อมตรงกลางประโยคตัวไหน บางข้อก็ต้องดูความหมายประโยค แล้วดูตัวเลือกคำเชื่อม
“ยุพายังคงทำให้ความเป็นอยู่ที่ยากจนดีขึ้น แม้ว่างานที่ทำจะห่างไกลออกไปทุกวัน”
เติมคำเชื่อมที่แสดงความขัดแย้งกัน ก็คือ although = แม้ว่า ถึงแม้ว่า นอกนั้น เป็น and เป็นการบอกเพิ่มเติมข้อความ unless = นอกเสียจาก ถ้า ….ไม่ และ if = ถ้าหากว่า เป็นการแสดงเงื่อนไข

36. ________ Mike smoked very hard, he couldn’t meet II on carcinoma.
1. Even though
2. Hence
3. So
4. As
ตอบ 1 ให้ตอบคำเชื่อมขึ้นต้นประโยคตัวไหน ต้องดูความหมายของประโยคก่อน
“ถึงแม้ว่าไมค์จะสูบบุหรี่อย่างหนัก แต่เขาก็ไม่พบเจอมะเร็งระยะที่ 2 ”
ส่วนหลัง couldn’t meet = ไม่เจอ แสดงความขัดแย้งกับประโยคส่วนหน้าว่าสูบบุหรี่หนัก แต่ไม่เจอ
ก็คือคำเชื่อ Even though = Although = ถึงแม้ว่า นอกนั้น Hence = So = ดังนั้น As = ขณะที่

37. This is ________ summer we’ve experienced in years.
1. a hot
2. hotter
3. the hottest
4. the most hot
ตอบ 3 เป็นการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ (Adj.) ซึ่งมี 3 ขั้น ดังนี้
1. ขั้นธรรมดาเปรียบเทียบเท่ากัน ใช้ as ………as ไม่เท่ากันใส่ not เป็น not as/so………as
2. ขั้นกว่า เปรียบเทียบ 2 อย่าง 2 คน 2 สิ่ง หรือ เจอ than ตอบขั้นกว่าได้เลย
3. ขั้นสุด เปรียบเทียบ 3 อย่างหรือมากกว่า 3 ขึ้นไป อาจเจอคำว่า of all, in + สถานที่ ที่สุดในนั้น หรือ ข้อนี้เจอคำว่า ….we’ve experienced in years = ….ที่เราได้เคยประสบมาหลายปี ให้ตอบขั้นสุด เราดูตัวเลือกให้มาคำว่า hot พยางค์เดียวทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุดเติม -er -est ท้ายคำ ดังนี้ hot hotter hottest (ร้อนที่สุด) และใส่ the ข้างหน้า ก็จะเป็น the hottest summer we’ve experienced… ร้อนที่สุดเท่าที่เราเคยประสบมาหลายปี

38. David gave ________ performance in the competition.
1. good
2. better
3. best
4. the best
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ มีคำว่า in + สถานที่ ให้ตอบขั้นสุด ดูตัวคุณศัพท์ให้มาคือ good การทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุด ตัวนี้จะเปลี่ยนรูป ให้จำตัวเปลี่ยนรูป มีดังนี้
คำคุณศัพท์ (adj.)ขั้นธรรมดา | ขั้นกว่า | ขั้นสุด
good (ดี) | better (ดีกว่า) | best (ดีที่สุด)
bad (เลว แย่) | worse (แย่กว่า เลวกว่า) | worst (แย่ที่สุด)
much/many (มาก) | more (มากกว่า) | most (มากที่สุด)
little (น้อย) | less (น้อยกว่า) | least (น้อยที่สุด)
far (ห่างไกล) | farther/further (ไกลกว่า มากขึ้น เพิ่มเติม) | farthest /furthest (ไกลที่สุด มากที่สุด)
ฉะนั้นจาก good เป็นขั้นสุดคือ the best มี the นำหน้า

39. It was ________ day of my life.
1. happy
2. happier
3. the happiest
4. the most happy
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ มีคำว่า of my life (ที่สุดในชีวิตของฉัน) ตอบขั้นสุด จากคุณศัพท์ happy ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม est ต่อท้าย จึงเป็น the happiest

40. The Northern Lights are ________ natural phenomenon I’ve ever witnessed.
1. breathtaking
2. more breathtaking
3. the more breathtaking
4. the most breathtaking
ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบมีคำว่า I’ve ever witnessed (เท่าที่ฉันเคยเห็นมา) ก็ตอบขั้นสุดเช่นกัน จากคำคุณศัพท์ breathtaking หลายพยางค์ ทำเป็นขั้นกว่า ขั้นสุด ใส่ more most นำหน้า จึงเป็น the most breathtaking

Part II: Vocabulary (คำศัพท์)
Directions: Choose the best answer.

41. You can take the ________ class if you’re interested, but it’s not required.
1. mild
2. demure
3. optional
4. restrictive
ถาม คุณสามารถที่จะดำเนินการ________ชั้นเรียนได้ ถ้าคุณสนใจ แต่ชั้นเรียนไม่ได้บังคับ
ตอบ 3
1. อ่อนโยน ไม่รุนแรง
2. อาย
3. เลือกได้ ทางเลือก
4. เคร่งครัด
เราคาดเดาได้จากคำว่า not required = ไม่บังคับ แสดงว่า optional class = ชั้นเรียนแบบเลือกได้

42. Her ________ on details made it hard for her to see the big picture.
1. gear
2. beanie
3. fixation
4. portrait
ถาม ________ ของเธอในรายละเอียดทำให้ยากต่อเธอที่จะมองเห็นภาพใหญ่
ตอบ 3
1. อุปกรณ์
2. หมวก
3. การยึดติด คงที่
4. ภาพเหมือน
เจอคำว่า details รายละเอียด คาดเดาว่า รายละเอียดที่ฝังแน่น คงที่ หรือยึดติด

43. ________ therapy has been shown to help people manage anxiety.
1. Separate
2. Cognitive
3. Productive
4. Restrictive
ถาม การบำบัด ________ ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าช่วยเหลือผู้คนจัดการความวิตกกังวลได้
ตอบ 2
1. แยกออก
2. การรับรู้ ทางความคิด
3. มีประสิทธิภาพ
4. เข้มงวด
cognitive therapy = การบำบัดด้วยการรู้ บำบัดทางความคิด การรับรู้ ความรู้ความเข้าใจ

44. After careful planning, Gina decided to ________ out on a new business.
1. deal
2. strike
3. resort
4. figure
ถาม หลังจากวางแผนอย่างรอบคอบ จีน่าจึงตัดสินใจ ________ ในธุรกิจใหม่
ตอบ 4
1. การตกลง
2. โจมตี
3. หันไปใช้
4. คิด
figure out = คิด คิดคำนวณ

45. Pigs are excellent ________ that eat almost anything.
1. lessons
2. portions
3. omnivores
4. metaphors
ถาม พวกหมูเป็น ________ ที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่ง ซึ่งกินได้เกือบหมดทุกอย่าง
ตอบ 3
1. บทเรียน
2. สัดส่วน
3. สัตว์กินพืช
4. อุปมาอุปไมย
omnivores = สัตว์กินพืช เช่น หมู ที่กล่าวในโจทย์

46. His ________ spending habits led to financial trouble.
1. difficult
2. productive
3. excessive
4. detrimental
ถาม นิสัยการใช้จ่ายที่ ________ ของเขานำไปสู่ความยากลำบากทางการเงิน
ตอบ 3
1. ยุ่งยาก ลำบาก
2. มีประสิทธิภาพ
3. มากเกินไป
4. เป็นอันตราย
excessive = too much = มากเกินไป (คาดเดาจากคำว่า financial trouble ปัญหาทางการเงิน

47. Spending time in nature has been shown to positively affect ________.
1. salute
2. incident
3. deviation
4. wellbeing
ถาม การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีผลด้านดีต่อ ________
ตอบ 4
1. ทักทาย
2. เหตุการณ์
3. การเบี่ยงเบน
4. ความเป็นอยู่ดี กินดี
ประโยคบ่งบอกถึงด้านดี positive ก็ตอบคำศัพท์ ความอยู่ดีกินดี

48. The forecast predicts a decrease in ________ over the next few weeks.
1. chant
2. moment
3. rainfall
4. temperature
ถาม การพยากรณ์ได้ทำนายถึงการลดลงของ ________ ในช่วงอีก 2 – 3 สัปดาห์หน้า
ตอบ 4
1. การท่องทำนอง
2. ช่วง ชั่วครู่
3. ปริมาณฝนตก
4. อุณหภูมิ
คำบอกใบ้พูดถึง การพยากรณ์ ทำนาย ก็คาดเดาคำ temperature = อุณหภูมิ

49. The ________ told a funny joke during the play, and everyone laughed.
1. audience
2. playwright
3. actor
4. plot
ถาม ________ เล่าเรื่องตลกบนขนะระหว่างการแสดงทำให้ทุกคนหัวเราะ
ตอบ 3
1. ผู้ชม ผู้ฟัง
2. นักเขียนบทละคร
3. นักแสดง
4. เค้าโครงเรื่อง
คาดเดาจากคำว่า during the play = ระหว่างการแสดง ทำให้ตอบคำว่า actor = นักแสดง

50. The school play ended in a ________, and many people in the audience cried.
1. comedy
2. tragedy
3. poem
4. metaphor
ถาม การแสดงของโรงเรียนได้จบลงด้วย ________ ทำให้ผู้คนจำนวนมากในที่ชมละครร้องไห้ออกมา
ตอบ 2
1. ตลกขบขัน
2. โศกนาฏกรรม
3. บทกลอน
4. อุปมาอุปไมย
คาดเดาจากคำว่า audience cried = ผู้ชมร้องไห้ แสดงว่าเป็นเรื่องเศร้า tragedy = โศกนาฏกรรม

51. The soldier was honored for his ________ after the battle.
1. loyalty
2. overthrow
3. disgrace
4. promiscuity
ถาม บรรดาทหารได้รับการเชิดชูเกียรติสำหรับ ________ ของเขาหลังจากการสู้รบ
ตอบ 1
1. ความซื่อสัตย์
2. การล้มล้างการปกครอง
3. การขัดแย้ง
4. ความสำส่อนทางเพศ
เมื่อกล่าวถึงทหาร ก็คาดเดาถึงคำว่า loyalty = ความซื่อสัตย์ จงรักภักดี

52. The government feared the people would ________ the president.
1. reveal
2. overthrow
3. survive
4. glory
ถาม รัฐบาลหวาดกลัวประชาชนอาจจะ ________ ประธานาธิบดี
ตอบ 2
1. เปิดเผย
2. ล้มล้างการปกครอง
3. รอดชีวิต
4. รุ่งโรจน์
บทที่ 10 overthrow = ล้มล้างการปกครอง

53. My teacher asked me to write a short ________ describing the summer season.
1. tragedy
2. comedy
3. poem
4. stage
ถาม ครูของฉันขอร้องให้ฉันเขียน ________ สั้น ๆ 1 บทพรรณนาถึงฤดูร้อน
ตอบ 3
1. โศกนาฏกรรม
2. ตลกขบขัน
3. บทกลอน โคลง
4. เวที
คาดเดาจาก describing the summer = พรรณนาถึงฤดูร้อน ก็เดาคำศัพท์ poem = บทกลอน

54. The ________ watched in silence as the actors performed their roles.
1. playwright
2. audience
3. actor
4. metaphor
ถาม ________ ชมอย่างเงียบ ๆ เมื่อนักแสดงแสดงบทบาทของตนเอง
ตอบ 2
1. นักเขียนบทละคร
2. ผู้ชม ผู้ฟัง
3. นักแสดง
4. อุปมาอุปไมย
คาดเดาจากคำว่า นักแสดง สอดคล้องกับคำว่า audience = ผู้ชม (และคำว่า actor ก็ตอบไปแล้วในข้อที่ผ่านมาก็ไม่น่าตอบซ้ำอีก)

55. The artist drew a ________ of the famous leader.
1. fame
2. behead
3. portrait
4. disgrace
ถาม ศิลปินวาดรูป ________ ของผู้นำที่มีชื่อเสียง
ตอบ 3
1. ชื่อเสียง
2. ตัดศีรษะ
3. ภาพวาด
4. ความอับอายขายหน้า
จากคำว่า ศิลปินวาด…. ก็คาดเดาเติมคำว่า portrait = ภาพ ภาพเหมือน

56. After years of marriage, they decided to ________.
1. divorce
2. overthrow
3. loyalty
4. survive
ถาม หลังจากการสมรสมาหลายปี พวกเขาก็ตัดสินใจ ________.
ตอบ 1
1. หย่าร้าง
2. ล้มล้างอำนาจ
3. ความซื่อสัตย์
4. รอดชีวิต
คาดเดาคำศัพท์ marriage การแต่งงาน ก็คู่กับคำว่า divorce = หย่าร้าง และตัวเลือกข้อ 2 และ 3 ที่ผ่านมาก็ได้ตอบไปแล้ว ไม่ควรตอบซ้ำ

57. After a long discussion, the committee decided to ________ all discussions about the proposed changes for the time being.
1. cease
2. promote
3. initiate
4. enhance
ถาม หลังจากการอภิปรายอย่างยาวนาน คณะกรรมการตัดสินใจ ________ ข้ออภิปรายเรื่องการแลกเปลี่ยนที่ถูกเสนอเข้ามาทั้งหมดให้ทันกับเวลาที่มีอยู่
ตอบ 1
1. ยุติ หยุด
2. สนับสนุน
3. เริ่มต้น
4. สนับสนุน
จากคำว่า for the time being = ให้ทันกับเวลาที่มีอยู่ ทำให้คาดเดาคำว่า cease = หยุด ยุติ

58. To ensure the project’s success, the team needed to ________ the proposed strategies as soon as possible.
1. create
2. desert
3. implement
4. analyze
ถาม เพื่อให้มั่นใจถึงความสำเร็จของโครงการ ทีมจำเป็นต้อง ________ กลยุทธ์ที่ถูกเสนอมาโดยเร็วเท่าที่เป็นไปได้
ตอบ 4
1. สร้างขึ้น
2. ละทิ้ง
3. นำไปปฏิบัติ
4. วิเคราะห์
ประโยคกล่าวถึง กลยุทธ์ที่จะนำไปใช้ให้สำเร็จ จึงต้องวิเคราะห์ก่อน

59. Please be quiet in the library so you don’t ________ those who are studying or reading.
1. encourage
2. disturb
3. support
4. entertain
ถาม โปรดกรุณาเงียบในการใช้ห้องสมุด ดังนั้นคุณต้องไม่ ________ คนที่กำลังค้นหาหรืออ่านหนังสือ
ตอบ 2
1. ส่งเสริม สนับสนุน
2. รบกวน
3. สนับสนุน
4. ให้ความสนุก
คาดเดาจากคำว่า be quiet = ให้เงียบ แสดงว่า ห้ามรบกวน = don’t disturb

60. It’s never a good idea to ________ a pet, as it can lead to suffering and loneliness for the animal.
1. train
2. adopt
3. rescue
4. abandon
ถาม ________ สัตว์เลี้ยงไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะอาจจะนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานและความต้องการของพวกสัตว์
ตอบ 2
1. อบรม สอน
2. รับเลี้ยง
3. ช่วยเหลือจากอันตราย
4. ละทิ้ง
คาดเดาจากคำว่า pet = สัตว์เลี้ยง ทำให้เราตอบ adopt = นำมาเลี้ยง รับเลี้ยง

61. In art class, we learned how to draw a ________ of a friend using different techniques to show their personality.
1. abstract
2. collage
3. sculpture
4. portrait
ถาม ในชั้นเรียนศิลปะ พวกเราเรียนรู้วิธีการวาดรูป ________ ของเพื่อนคนหนึ่งที่ใช้เทคนิคไม่เหมือนใครในการแสดงบุคลิกของผู้คน
ตอบ 4
1. นามธรรม
2. ศิลปการสร้างภาพ
3. การแกะสลัก
4. ภาพวาดรูปคน
portrait = ภาพวาดรูปคน ภาพเหมือน เดาจากคำว่า draw = วาดรูป

62. The gardener needed to ________ the hedges to maintain their shape and encourage new growth in the spring.
1. color
2. dye
3. trim
4. lengthen
ถาม คนทำสวนจำเป็นต้อง ________ พุ่มไม้เพื่อรักษารูปทรงของพุ่มไม้และช่วยให้แตกกอใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ
ตอบ 3
1. ทาสี
2. ย้อมสี
3. ตัดแต่ง เล็มออก
4. ทำให้ยืดยาว
trim the hedges = ตัดแต่งพุ่มไม้

63. The new laws were seen as ________ because they limited people’s freedom to choose how to spend their time.
1. restrictive
2. helpful
3. generous
4. exciting
ถาม กฎหมายใหม่ถูกพบว่ามีลักษณะ ________ เนื่องจากกฎหมายเหล่านั้นจำกัดอิสระภาพของคนในการเลือกที่จะใช้เวลาของผู้คน
ตอบ 1
1. เข้มงวด
2. ช่วยเหลือได้
3. ใจกว้าง
4. น่าตื่นเต้น
คาดเดาจากคำว่า limited people’s freedom = จำกัดเสรีภาพของผู้คน ทำให้ตอบ restrictive = เข้มงวด จำกัด เคร่งครัด

64. The company plans to ________ a branch in another city to reach more customers and grow its business.
1. establish
2. ignore
3. destroy
4. question
ถาม บริษัทวางแผนที่จะ ________ สาขาอีกสาขาหนึ่งในเมืองอื่นเพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นและเพื่อขยายธุรกิจของบริษัท
ตอบ 1
1. ริเริ่ม ก่อตั้ง
2. เพิกเฉย
3. ทำลาย
4. สงสัย ซักถาม
คาดเดาจากคำว่า a branch….. สาขา แสดงว่ามีการก่อตั้ง เริ่ม = establish

65. Tom always ________ quickly in the morning.
1. turns his phone on
2. gets dressed
3. puts sugar in his coffee
4. enjoys to get up
ถาม ทอม ________ อย่างรวดเร็วเสมอในตอนเช้า
ตอบ 2
1. เปิดโทรศัพท์
2. แต่งตัว
3. เติมน้ำตาลในกาแฟของเขา
4. ชอบตื่นขึ้น
โจทย์นี้ถ้าให้คาดเดาควรคาดเดาคำศัพท์ที่เรียนในวิชา RAM1112 มีคำเดียวคือ gets dressed = แต่งตัว ใช้กับคำว่า quickly (อย่างรวดเร็ว) ได้ แต่คำว่า enjoys to get up เรามักใช้ get up early (ตื่นเช้าตรู่) ดังนั้นข้อนี้คาดเดาจากศัพท์ที่มีเรียนคำเดียวคือ gets dressed = แต่งตัว

66. James and Jenny decided to ________ by the beach and enjoy the sunset.
1. get
2. be late
3. relax
4. describe
ถาม เจมส์และเจนนี้เลือกที่จะ ________ ที่ชายหาดและมีความสุขกับพระอาทิตย์ตกดิน
ตอบ 3
1. ได้รับ
2. ล่าช้า สาย
3. พักผ่อน
4. พรรณนา
คาดเดาจากคำว่าชายหาดและมีความสุขกับพระอาทิตย์ตก ทำให้ตอบคำว่า relax = พักผ่อน ผ่อนคลาย

67. I need to ________ my suitcase for the trip tomorrow.
1. make up
2. pack
3. rest
4. work
ถาม ฉันจำเป็นที่จะต้อง ________ กระเป๋าเดินทางของฉันเพื่อเดินทางวันพรุ่งนี้
ตอบ 2
1. สร้างขึ้น
2. เก็บของใส่กระเป๋า
3. พัก หยุดพัก
4. ทำงาน
คาดเดาจากคำว่า suitcase = กระเป๋า ทำให้ตอบคำว่า pack = เก็บของ

68. The movie I saw yesterday was ________ entertaining.
1. often
2. lately
3. recently
4. quite
ถาม ภาพยนตร์ที่ฉันดูเมื่อวาน ________ บันเทิงดี
ตอบ 4
1. บ่อย ๆ
2. เร็ว ๆ นี้ ไม่นานมานี้
3. เร็ว ๆ นี้
4. ค่อนข้าง
quite เป็น adv. ขยายคำคุณศัพท์ adj. entertaining = ค่อนข้างบันเทิงดี

69. The community gathered to ________ the opening of the new theme park.
1. feel
2. celebrate
3. believe
4. excuse
ถาม ชุมชนได้รวมตัวกัน ________ การเปิดสวนสนุกแห่งใหม่
ตอบ 2
1. รู้สึก
2. เฉลิมฉลอง
3. เชื่อ
4. ยกโทษ ให้อภัย
คาดเดาจากคำว่า open of the new…. เปิดใหม่ ก็ตอบคำ celebrate = เฉลิมฉลอง

70. Sam felt a deep ________ of pride after winning the match.
1. reality
2. religion
3. festivity
4. sense
ถาม แซมรู้สึกถึง ________ อย่างลึกซึ้งของความภาคภูมิใจหลังจากได้
ตอบ 4
1. ความจริง
2. ศาสนา
3. การฉลอง
4. ความรู้สึก อารมณ์
deep sense = อารมณ์ลึกซึ้ง บ่งบอกถึงความภูมิใจ หลังจากชนะ

71. Gwen spent hours choosing her gown for the charity ________ next week.
1. load
2. exercise
3. ball
4. belief
ถาม จีวองใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเลือกชุดคลุมยาวสำหรับ ________ การกุศลสัปดาห์หน้า
ตอบ 3
1. การบรรทุก
2. การออกกำลังกาย
3. งานเต้นลีลาศ
4. ความเชื่อ
charity ball = งานเต้นลีลาศการกุศล

72. Physical fitness is a ________ component of a healthy lifestyle.
1. core
2. commercial
3. successful
4. formal
ถาม ความแข็งแรงทางกายคือองค์ประกอบที่ ________ ของวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี
ตอบ 1
1. สำคัญ แกนกลาง
2. ทางการค้า
3. ความสำเร็จ
4. เป็นทางการ
core component = องค์ประกอบสำคัญ

73. His ________ painting captured the essence of the countryside perfectly.
1. commercial
2. authentic
3. tearful
4. ravenous
ถาม ภาพวาดที่ ________ ของเขาได้จับเอาจุดสำคัญของชานเมืองมาใส่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตอบ 2
1. ทางการค้า
2. เสมือนจริง
3. เต็มไปด้วยน้ำตา
4. ตะกละ หิวมาก
authentic painting = ภาพวาดเสมือนจริง

74. The choir’s ________ rendition of the anthem brought the audience to their feet.
1. awe-inspiring
2. commercial
3. claimed
4. tossed
ถาม การถอดความหมายที่ ________ ของคณะขับร้องประสานเสียงในเพลงสรรเสริญทำให้ผู้ชมลุกขึ้นยืน
ตอบ 1
1. เข้าถึงแรงบันดาลใจ
2. ทางการค้า
3. กล่าวอ้าง
4. โยน
awe-inspiring rendition = การถอดความหมายที่เข้าถึงแรงบันดาลใจ

75. The main ________ in making lasagna are pasta, cheese, sauce, and meat.
1. traditions
2. ingredients
3. celebrations
4. recipes
ถาม ________ สำคัญในการทำลาซานญ่าคือ เส้นพาสต้า, เนย, ซอส, และเนื้อ
ตอบ 2
1. ธรรมเนียม
2. ส่วนผสม
3. การเฉลิมฉลอง
4. สูตร
ข้อความด้านหลังกล่าวแจกแจงส่วนผสม จึงตอบ ingredients = ส่วนผสม องค์ประกอบ

76. They ________ to have discovered the ancient artifact themselves.
1. built
2. tossed
3. invented
4. claimed
ถาม พวกเขา ________ ถึงการค้นพบสิ่งประดิษฐ์โบราณว่าเป็นของพวกเขาเอง
ตอบ 4
1. สร้างขึ้น
2. โยน
3. ประดิษฐ์
4. กล่าวอ้าง
claimed = กล่าวอ้าง จากโจทย์พูดถึงตัวของผูพูดเอง (themselves) จึงเดาคำศัพท์นี้

77. His ________ speech at the memorial service left many in tears.
1. serene
2. cultural
3. tearful
4. commercial
ถาม การกล่าวสุนทรพจน์ที่ ________ ของเขาณ อนุสรณ์สถานได้ทำให้คนจำนวนมากเสียน้ำตา
ตอบ 1
1. เยือกเย็น สงบนิ่ง
2. ในทางวัฒนธรรม
3. เต็มไปด้วยน้ำตา
4. การค้า
serene = สงบนิ่ง จากโจทย์กล่าวถึงพิธีที่อนุสรณ์สถาน การกล่าวสุนทรพจน์จึงต้องสงบนิ่ง

78. Sarah made a/an ________ decision when she chose the elegant gown for the gala.
1. commercial
2. authentic
3. tasteful
4. ravenous
ถาม ซาร่าทำการเลือกอย่าง ________ เมื่อเธอเลือกชุดคลุมยาวที่หรูหราสำหรับงานกาล่า
ตอบ 3
1. ทางการค้า
2. เสมือนจริง
3. มีรสนิยม
4. ตะกละ หิวมาก
จากโจทย์ที่ว่า การเลือกชุดคลุมยาวที่หรูหรา (elegant gown) จึงตอบ tasteful = มีรสนิยม

79. The hikers reached the ________ after several hours of trekking through the mountains.
1. racism
2. sense
3. incident
4. border
ถาม พวกนักปีนเขาเข้าถึง ________ หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเดินทางผ่านภูเขาหลายลูก
ตอบ 4
1. การเหยียดสีผิว
2. อารมณ์ ความรู้สึก
3. เหตุการณ์
4. เขตแดน
คาดเดาจากคำว่า การเดินทาง (trekking) ผ่านภูเขา ทำให้ตอบคำ border = เขตแดน

80. The explorers plan to ________ on their expedition at dawn tomorrow.
1. embark
2. plunge
3. visit
4. see
ถาม นักบุกเบิกวางแผน ________ ในการเดินทางช่วงรุ่งอรุณพรุ่งนี้
ตอบ 1
1. ขึ้นเครื่องบิน
2. พุ่งลง
3. เยี่ยมเยือน
4. มองเห็น
ข้อความ การเดินทาง (expedition) สื่อถึงคำศัพท์คำว่า “embark” = ขึ้นเครื่องบิน

Part III: Dialogues (การสนทนา)
Direction: Choose the best answer

81. A: What are you doing this weekend?
B: ________.
1. That’ sound nice!
2. Sounds like a fun plan!
3. I’m going to visit my dad.
4. I think I know.
ถาม A: คุณจะทำอะไรในสุดสัปดาห์นี้?
B: ________.
ตอบ 3 คำถามเป็น Wh-question ที่ขึ้นด้วย What คำตอบจะเป็นรายละเอียดเจาะจงและการถามๆ เป็น are you doing เป็น Present Continuous เพื่อแสดงกำลังกระทำ บอกอนาคตอันใกล้ ผู้ตอบคือ B ก็ตอบรับในเชิง be going to เช่น ว่าจะ…. ซึ่งตรงกับตัวเลือกข้อ 3 ว่า ฉันจะไปเยี่ยมพ่อของฉัน

82. A: Are you excited about Thanksgiving this year?
B: ________.
1. I’m fine really.
2. Absolutely!
3. I’m thinking about you.
4. Happy Thanksgiving.
ถาม A: คุณรู้สึกตื่นเต้นกับการเลี้ยงขอบคุณในปีนี้ไหม?
B: ________.
ตอบ 2 คำถามใช้ Are you… (คือกริยา Are ไว้หน้าประธาน) เป็นคำถาม Yes/No-question คำตอบจะเป็นการตอบรับ/ปฏิเสธ ดังนั้นตัวเลือกข้อ 1 และ 3 ไม่สอดคล้องกับคำถาม
การตอบรับ Absolutely! คือการตอบรับว่า “แน่นอนที่สุด” ตรงประเด็นที่สุด

83. A: Good evening! ________.
B: I think I’m ready. I’ll have the pasta Alfredo, please.
1. What do you prefer?
2. Do you want to eat here?
3. Are you ready to order?
4. Are you ready to pay?
ถาม A: สวัสดีครับ ________.
B: ฉันคิดว่าฉันพร้อมนะ ฉันจะทานพาสต้า อัลเฟรโดนะ
ตอบ 3 การตอบกลับของ B มาคาดเดาคำถามของ A พบว่าคำตอบมีชื่ออาหาร pasta และมีการตอบรับว่า พร้อม “ready” แสดงว่าคนถามคือ A ต้องถามว่า ready มั๊ย และมีคำว่า to order = สั่งอาหาร จึงตอบตัวเลือกข้อ 3

84. A: Have you ever been to Niagara Falls?
B: ________.
1. I haven’t thought about it.
2. I can tell you everything.
3. I have no idea.
4. I went there last summer.
ถาม A: คุณเคยไปน้ำตกไนแองการามาหรือยัง?
B: ________.
ตอบ 4 คำถามเป็น Yes/No question คำตอบต้องตอบกลับว่าเคยหรือไม่เคยไป
1. ฉันไม่เคยคิดถึงน้ำตกนี้ (ไม่สอดคล้อง)
2. ฉันบอกได้ทุกอย่าง (ไม่สอดคล้อง)
3. ฉันไม่มีความเห็น (แม้ว่าจะตอบปฏิเสธ แต่ไม่สอดคล้อง)
4. ฉันเคยไปที่นั่นซัมเมอร์ที่แล้ว ซึ่งกับตัวเลือกที่สอดคล้อง หรือเดาจากกริยา went (go) ว่าเคยเป็นในอดีต

85. A: How’s your day going?
B: ________.
1. Pretty good, just the usual.
2. Today, I have a new proposal.
3. See you later!
4. Bring it back tomorrow.
ถาม A: วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?
B: ________.
ตอบ 1
1. เยี่ยมเลย ปกติดีทุกอย่าง (ข้อนี้สอดคล้องกับคำถาม)
2. วันนี้ ฉันมีข้อเสนอใหม่ (ไม่สอดคล้อง)
3. เจอวันหลัง! (ไม่สอดคล้อง)
4. เดี๋ยวคงดีเหมือนเดิมพรุ่งนี้ (ไม่สอดคล้อง)

86. A: I might watch a movie. What about you?
B: ________.
1. Let me explain it to you.
2. I ate pizza last night.
3. I’m going to read a novel tonight.
4. Call me when you can.
ถาม A: ฉันจะไปดูหนัง แล้วคุณล่ะว่าอย่างไร?
B: ________.
ตอบ 3
1. ฉันขออธิบายหนังให้คุณฟังก่อนนะ
2. ฉันกินพิซซ่าไปเมื่อคืนนี้
3. ฉันจะไปอ่านบทกวีคืนนี้
4. โทรหาฉันนะถ้าคุณสะดวก
คำตอบตัวเลือกข้อ 3 สอดคล้องมากที่สุด

87. A: I’m going to order chicken wings. Do you like them spicy or mild?
B: ________.
1. Definitely spicy.
2. It’s up to you.
3. I like both.
4. All are correct
ถาม A: ฉันจะสั่งปีกไก่มาทาน คุณชอบปีกไก่แบบเผ็ดหรือไม่เผ็ด?
B: ________.
ตอบ 4
1. แน่นอนขอแบบเผ็ด
2. แล้วแต่คุณเลย
3. ฉันชอบทั้ง 2 แบบเลย
4. ถูกทุกข้อ
คำตอบเป็นไปได้ทุกข้อทั้งหมด

88. A: ________ last night?
B: Yeah, I did it was intense, especially in the second half.
1. Were you late
2. Did you watch the football match
3. Did you go out with Dan and Dave
4. Were you aware of the situation
ถาม A: ________ เมื่อคืน?
B: ใช่ ฉันได้ดูแล้วมันมันส์มากโดยเฉพาะครึ่งหลัง
ตอบ 2 ดูจากการตอบรับของ B มีคำบอกใบ้คือ “ครึ่งหลัง” ทำให้เรานึกถึงเกมส์กีฬาการแข่งขัน
ดูจากตัวเลือกน่าจะเป็น football match = การแข่งขันฟุตบอล
นั่นคือ ถามว่าคุณได้ดูการแข่งข้นฟุตบอลเมื่อคืนไหม?

89. A: Have you thought about our trip next summer?
B: ________.
1. Yes, I’m thinking about visiting Italy or Spain.
2. No, I haven’t had time to write back.
3. Yes, I’ll be finishing up my degree next summer.
4. No, I haven’t thought about the deadline.
ถาม A: คุณได้คิดถึงเรื่องการเดินทางของเราในฤดูร้อนหน้ารึยัง?
B: ________.
ตอบ 1 ข้อความในคำถาม พูดถึง trip = การเดินทาง ซึ่งเฉพาะตัวเลือกข้อ 1 เท่านั้นที่สอดคล้อง “ใช่ ฉันกำลังคิดถึงการไปเที่ยวอิตาลีหรือสเปน” ซึ่งการตอบรับสอดคล้องกับคำถามที่มีคำว่า visit = trip = เดินทาง นอกนั้นไม่สอดคล้อง

90. A: How’s your exam preparation going?
B: ________.
1. It’s something we should know.
2. It’s been pretty stressful to be honest.
3. It’s stunning. I’ve never seen it before
4. It’s so obvious. Don’t you get it!
ถาม A: การเตรียมตัวสอบของคุณไปถึงไหนละ?
B: ________.
ตอบ 1
1. มีบางอย่างนะเป็นสิ่งที่เรารู้
2. พูดตามตรงมันค่อนข้างเครียด
3. มันสวยงามมาก ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อนเลย
4. จริงแท้แน่นอน คุณอย่าไปใส่ใจเลย
คำถามใช้ How’s going? ถามถึงความเป็นไปหรือความก้าวหน้า ตัวเลือกข้อ 1 สอดคล้องมากที่สุด

Part IV: Seen Passages (เนื้อเรื่องในตำรา)
Directions: Read the following passages and choose the best answer for each question.

Passage 1
Vivienne Westwood was born in a village in Derbyshire in 1941, the daughter of a factory worker and cotton weave. She moved to London with her family as a teenager, where she trained as a primary school teacher. Having split up with her first husband, it was meeting and later working with art student Malcolm McLaren (born in London in 1946) that gave Westwood a focus for her restless idealism, as well as the opportunity to **harness** a natural flair for dressmaking.
วิเวียน เวสต์วูด เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองเดอบีเชอร์ ปี 1941 เป็นลูกสาวของคนงานโรงงานกับช่างทอผ้าฝ้าย เธอได้ย้ายไปลอนดอนกับครอบครัวของเธอตั้งแต่ายังเป็นวัยรุ่นที่ซึ่งเธอฝึกเป็นครูโรงเรียนประถม เธอได้เลิกรา (split up) กับสามีคนแรกของเธอ ต่อมาเธอได้พบและทำงานกับนักเรียนชื่อ มัลคอม แมคลาเรน (Malcolm McLaren) (เกิดในลอนดอน ปี 1946) ซึ่งทำให้เวสต์วูดมุ่งเน้นเรื่องแนวคิดอุดมคตินิยมที่กระตือรือร้นและยังได้มีโอกาสในการได้ใช้พรสวรรค์ที่มีมาแต่เกิดในการตัดเย็บเสื้อผ้า

Rejecting the hippie ethos that was fashionable towards the end of the 1960s, Westwood and McLaren created clothes that referenced youth culture’s recent past, selling rock’n’roll fashion in a shop unit at 430 King’s Road in Chelsea. In 1974, the shop took on its most notorious identity: SEX, with Westwood and McLaren designing fetish wear that they sold to prostitutes, those with “underground” sexual tastes, and young proto-punks brave enough to take a seriously edgy look out onto the street. The pair enjoyed shocking people, designing garments and shoes that referenced “deviant” sexual practices, including rubber dresses and stilettos bristling with spikes.
การปฏิเสธการร่วมกลุ่มแบบฮิปปี้ซึ่งเป็นที่นิยมมาจนถึงปลายศตวรรษ 1960 เวสต์วูดและแมคลาเลนได้สร้างสรรค์เสื้อผ้าที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมวัยรุ่นในอดีตที่ยังไม่นาน การขายแฟชั่นแบบร็อคแอนด์โรลในร้านค้าแห่งหนึ่งชื่อ 430 คิงส์โรด ที่เมืองเชลซี ในปี 1974 ร้านดังกล่าวดำเนินกิจการที่โชว์เนื้อหนัง (fetish) ซึ่งพวกเขาทั้ง 2 ได้ขายให้กับพวกโสเภณี (prostitutes) พวกมีรสนิยมทางเพศแบบใต้ดิน และพวกพังค์รุ่นเยาว์หัวแถวที่กล้าหาญพอที่จะนำสภาพที่กระเสอะกระเซิงอย่างหนักออกมาโชว์บนถนน ทั้งคู่ชอบที่จะช็อคผู้คน โดยการออกแบบเสื้อผ้าและรองเท้าที่อ้างอิงการมีเพศสัมพันธ์แบบผิดปกติ (deviant) รวมทั้งชุดเดรสยางพร้อมรองเท้าส้นเข็มมีหนามแหลม

In 1976, 430 King’s Road was refitted and renamed Seditionaries: Clothes for Heroes. The collection remained in the same risqué territory as the clothes sold in SEX, featuring the likes of bondage trousers. A punk archetype, these trousers mix references to army combat gear, motorcyclists’ leathers and fetish wear, and **feature** a zippered seam under the crotch, a removable ‘bum flap’ and ‘hobble’ straps that restrict movement. Other key looks that expressed a new ‘distressed’ from of fashion included loose-woven, ‘unravelling’ mohair jumpers and torn-looking dresses and tops decorated with metal chains and safety pins.
ในปี 1976 ร้าน 430 คิงส์โรดได้ถูกปรับปรุงใหม่และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเซ็ดดิชั่นนารี่ เสื้อผ้าสำหรับฮีโร่ คอเลคชั่นยังคงเป็นแนวลามกอนาจาร (risqué) แบบเดิม คือเสื้อผ้าถูกขายในร้านเดิม SEX และยังมีพวกเสื้อผ้าแบบ SEX มีลักษณะคล้ายกางเกงพันธนาการ กางเกงเหล่านี้เป็นต้นแบบสไตล์พังค์ โดยผสมผสานการอ้างอิงถึงอุปกรณ์เสื้อผ้าทหาร ชุดเสื้อหนังของพวกขี่มอเตอร์ไซค์ และชุดโชว์เนื้อหนังและกางเกงแบบรุดซิปที่มีรูร้อยของสายหนัง และแบบติดแถบไว้ดึงสำหรับขยับออกได้ นอกจากนี้ยังมีรูปลักษณ์อื่น ๆ ที่แสดงถึงรูปแบบแนวกรีดลาย เป็นผ้าทอด้วยเส้นใยถักทอ เป็นกางเกงผ้าฝ้ายที่มีลายฉลุ และชุดเดรสและเสื้อที่ดูขาดวิ่นตกแต่งด้วยโซ่โลหะและหมุดนิรภัย

91. When was Vivienne Westwood born?
1. 1942
2. 1943
3. 1940
4. 1941
ถาม วิเวียน เวสต์วูด เกิดเมื่อไร?
ตอบ 4 จากเนื้อเรื่อง ย่อหน้าแรก บรรทัดแรกคือ ปี ค.ศ. 1941

92. Where did Westwood grow up?
1. London
2. Derbyshire
3. Chelsea
4. Manchester
ถาม เวสต์วูดเติบโตที่ไหน
ตอบ 1 จากย่อหน้าแรกประโยคที่ 2 เวสต์วูดย้ายไปลอนดอนในช่วงวัยรุ่น จึงเติบโตในลอนดอน

93. What profession did Westwood train for as a teenager?
1. Primary school teacher
2. Fashion designer
3. Factory worker
4. Artist
ถาม อาชีพใดที่เวสต์วูดได้อบรมในช่วงวัยรุ่น
ตอบ 1 จากย่อหน้าแรก บรรทัดที่ 3 เวสต์วูดเคยอบรมเป็นครูชั้นประถม (Primary School teacher)

94. The word “harness” (in bold type) is closest in meaning to ________.
1. ignore
2. waste
3. utilize
4. equamder
ถาม คำว่า “harness” (อักษรตัวหนา) มีความหมายใกล้เคียงกับ ________.
ตอบ 3 จากข้อความข้างเคียงบรรทัดสุดท้าย “harness” น่าจะหมายถึง การใช้ ได้ใช้
1. เพิกเฉย
2. เสียไป
3. ใช้จ่ายไป
4. อีควอเดอร์
harness = utilize = ใช้

95. What fashion movement did Westwood reject?
1. Punk
2. Gothic
3. Preppy
4. Hippie
ถาม การเคลื่อนไหวแฟชั่นอะไรที่เวสต์วูดปฏิเสธ
ตอบ 4 จากประโยคแรก ย่อหน้าที่ 2 เวสต์วูดและแมคลาเรน ปฏิเสธความนิยมของฮิปปี้ (Hippie)

96. What was the original name of Westwood’s shop in Chelsea?
1. Seditionaries
2. SEX
3. Clothes for Heroes
4. Underground Fetish
ถาม ชื่อดั้งเดิมของร้านเวสต์วูดในเชลซี ชื่ออะไร
ตอบ 2 จากย่อหน้าที่ 2 บรรทัดที่ 4 ร้านที่เป็นตัวตนของเวสต์วูดคือ SEX

97. In what year did Westwood open her first shop in London?
1. 1974
2. 1972
3. 1976
4. 1978
ถาม ปีใดที่เวสต์วูดเปิดร้านค้าร้านแรกที่ลอนดอน?
ตอบ 1 จากย่อหน้าที่ 2 บรรทัดที่ 3 ร้าน SEX ดำเนินกิจการในปี 1974

98. What type of clothing did Westwood and McLaren design at their shop?
1. School uniforms
2. Army uniforms
3. Fetish wear
4. Casual wear
ถาม เสื้อผ้าชนิดใดที่เวสต์วูดและแมคลาเรนออกแบบที่ร้านตัวเอง
ตอบ 3 จากย่อหน้าที่ 2 บรรทัดที่ 5 เสื้อผ้าที่ออกแบบคือ ชุดสวมใส่ที่โชว์เนื้อหนัง (fetish wear)

99. Who were some of Westwood’s customer at her shop?
1. Celebrities
2. School teachers
3. Business executives
4. Prostitute and young proto-punks
ถาม ใครคือลูกค้าของเวสต์วูดที่ร้านของเธอ?
ตอบ 4 จากย่อหน้าที่ 2 ช่วงกลางย่อหน้า เวสต์วูดและแมคลาเรนขายเสื้อผ้าให้พวกโสเภณี (Prostitute) และพวกพังค์แนวหน้า (young proto-punks)

100. What did the clothing from Westwood’ shop reference?
1. Traditional British fashion
2. Deviant sexual practices
3. Victorian styles
4. Minimalism
ถาม เสื้อผ้าจากร้านของเวสต์วูดจะบ่งบอกถึงอะไร
ตอบ 2 จากย่อหน้าที่ 2 บรรทัดท้าย อธิบายเสื้อผ้าของเวสต์วูดบอกถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ผิดปกติ (Deviant sexual practices)

101. What type of clothing became a punk archetype?
1. Cargo trousers
2. Jeans
3. Bondage trousers
4. Dresses with floral prints
ถาม เสื้อผ้าชนิดใดที่กลายมาเป็นต้นแบบของพวกพังค์?
ตอบ 3 จากย่อหน้าที่ 3 บรรทัดที่ 3 เสื้อผ้าแบบที่มีซิปตามขากางเกง
กางเกงแบบ Bondage คือ ทรงทหาร แต่ทำจากหนังและติดซิปรอบตัว

102. How did Westwood and McLaren feel about shocking people?
1. They avoided it.
2. They were indifferent
3. They were embarrassed.
4. They enjoyed it.
ถาม เวสต์วูดและแมคลาเรนรู้สึกอย่างไรในการสร้างความตกใจให้ผู้คน?
ตอบ 4 จากช่วงท้ายย่อหน้าที่ 2 เขาทั้งคู่ (The pair) ชื่นชอบ (enjoy) ที่จะทำให้คนตกใจ

103. The word “feature” (in bold type) is closest in meaning to ________.
1. omit
2. include
3. conceal
4. mask
ถาม คำว่า “feature” (อักษรตัวหนา) มีความหมายใกล้เคียงกับ________.
ตอบ 2 จากบริบทแวดล้อมของคำศัพท์ feature = เกี่ยวกับ เกี่ยวพัน = include

104. What was the purpose of the hobble straps on the trousers?
1. To restrict movement
2. To add style
3. To provide comfort
4. To hold pockets
ถาม จุดประสงค์ของสายรัดที่มีแถบรัดบนกางเกงมีไว้เพื่ออะไร
ตอบ 1 จากบรรทัดที่ 6 ย่อหน้าที่ 3 อธิบายว่า hobble strap ใช้เพื่อยึดการเคลื่อนไหว
restrict movement = ยึดการขยับ เคลื่อนไหว

105. In which decade did Westwood’s influential work primarily occur?
1. 1950s
2. 1960s
3. 1970s
4. 1980s
ถาม ผลงานที่มีอิทธิพลของเวสต์วูดที่เห็นอย่างสำคัญคือทศวรรษใด?
ตอบ 3 จากย่อหน้าที่ 3 ปี ค.ศ. 1976 เป็นเวลาที่มีการตกแต่งร้านใหม่และเปลี่ยนชื่อใหม่ จนเกิดปรากฏการณ์เสื้อผ้าของฮีโร่ ในปี 1976 คือทศวรรษของปี 1970

Passage 2
Aside from nature, there is also plenty of family entertainment to be had under neon lights. Take the kids to visit the Niagara Sky Wheel and nearby themed attractions and arcades. Cross the Rainbow Bridge to the American side to see the Aquarium of Niagara in a serene environment or stay on the Canadian side and enjoy the Niagara Parks Botanical Gardens. Niagara-on-the-Lake is only a short drive away. Visit this pretty 19th-century village to browse boutique shops, play golf or have lunch before you set out to explore Ontario’s wine country. A shuttle bus or taxi can drop you back at the Falls in no time. Scale the Skylon Tower to admire this glorious landscape once more. Less than a two-hour drive from Toronto and only a taxi ride away from Buffalo airport, getting to Niagara is easy. Their accessibility and **splendor** make the Niagara Falls one of the most-photographed natural spectacle in the world. But, of course, no picture can capture the thrill you feel and the roar you hear when you witness Niagara’s astonishing power. It’s an impression that will last a lifetime.
นอกจากธรรมชาติแล้ว ยังมีความเพลิดเพลินสำหรับครอบครัวมากมายภายใต้แสงนีออนอีกด้วย คุณสามารถพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวชมสกายวีลของไนแองการ่า รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้าในละแวกนั้นมีจุดดึงดูดและซุ้มร้านค้า (arcades) ที่แสนสนุก ข้ามสะพานสายรุ้งไปยังฝั่งอเมริกาเพื่อชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไนแองการาในสภาพแวดล้อมอันเงียบสงบ (serene) หรือจะพักอยู่ฝั่งแคนาดาแล้วเพลิดเพลินไปกับสวนพฤกษศาสตร์อุทยานไนแองการา ในไนแองการาทีล้อมด้วยทะเลสาปนั้นเดินทางด้วยรถยนต์ขับรถเพียงไม่นาน เยี่ยมชมหมู่บ้านสมัยศตวรรษที่ 19 ที่สวยงามแห่งนี้ เพื่อเลือกซื้อร้านบูติก เล่นกอล์ฟ หรือรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่คุณจะออกเดินทางเพื่อแสวงหาไวน์ชนบทของออนแทรีโอ มีรถบัสรับส่งหรือแท็กซี่ที่พาคุณมาปล่อยแล้วรับกลับจากน้ำตกได้ในเวลาอันโดยไม่มีกำหนด ปีนขึ้นไปบนหอคอย สกายลอน ทาวน์เวอร์ เพื่อชื่นชมภูมิทัศน์อันงดงามที่ยากจะหาชมได้สักครั้ง ใช้เวลาขับรถไม่ถึง 2 ชั่วโมง จากโตรอนโตและเพียงนั่งแท็กซี่จากสนามบินบัฟฟาโล เพื่อจะเข้าสู่ไนแองการาก็เป็นเรื่องง่ายสะดวก การเข้าถึง (accessibility) และความงดงาม (splendor) ของ 2 ประเทศ (Their) ทำให้น้ำตกไนแองการาเป็นหนึ่งในสภาพน่าตื่นตาตื่นใจ (spectacle) ทางธรรมชาติที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลก แต่แน่นอนว่าไม่มีภาพใดสามารถจับภาพความตื่นเต้น (thrill) ที่คุณรู้สึกและเสียงคำราม (roar) ที่คุณได้ยินเมื่อคุณได้ประจักษ์ถึงพลังอันน่าอัศจรรย์ (astonishing) ของไนแองการา ซึ่งเป็นความประทับใจที่จะคงอยู่ตลอดไป

106. What is one of the attractions mentioned for family entertainment in Niagara?
1. The Great Wall
2. Niagara SkyWheel
3. Niagara-on-the-Lake
4. Disney World
ถาม หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดใจที่ได้กล่าวถึงความเพลิดเพลินแบบครอบครัวในไนแองการาคืออะไร?
ตอบ 2 จากประโยคที่ 1 และ 2 ของเรื่องสิ่งเพลิดเพลินสำหรับครอบครัวคือ neon lights (แสงนีออน) , Niagara Skywheel (สกายวีลของไนแองการา)

107. What can you find on the American side of Niagara?
1. The Niagara SkyWheel
2. Niagara Parks Botanical Gardens
3. Niagara-on-the-Lake
4. The Aquarium of Niagara
ถาม คุณสามารถเจออะไรที่อยู่ทางฝั่งอเมริกาของน้ำตกไนแองการา?
ตอบ 4 จากเนื้อเรื่องบรรทัดที่ 4 ที่ฝั่งอเมริกาจะมี Aquarium of Niagara = พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในแองการา

108. What is the name of the bridge that connects the Canadian and American sides near Niagara Falls?
1. Rainbow Bridge
2. Golden Gate Bridge
3. Brooklyn Bridge
4. Peace Bridge
ถาม สะพานที่เชื่อมฝั่งแคนาดาและอเมริกาใกล้น้ำตกไนแองการามีชื่อว่าอะไร
ตอบ 1 จากบรรทัดที่ 3 ของเรื่อง Cross the Rainbow Bridge = ข้ามสะพานสายรุ้ง

109. How long does it take to drive from Toronto to Niagara Falls?
1. Less than 1 hour
2. Less than 2 hours
3. More than 2 hours
4. About 4 hours
ถาม ใช้เวลาขับรถจากโตรอนโตไปยังน้ำตกไนแองการานานเท่าไร
ตอบ 2 จากบรรทัดที่ 10 ของเรื่อง Less than two-hour drive = น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

110. Which airport is only a taxi ride away from Niagara Falls?
1. Toronto Pearson Airport
2. John F. Kennedy Airport
3. Buffalo Airport
4. Chicago O’Hare Airport
ถาม สนามบินใดที่ใช้เพียงแท็กซี่ขับพาออกมาในแองการาได้
ตอบ 3 มีแท็กซี่ขับบริการจากสนามบิน Buffalo airport (ช่วงท้ายเรื่อง)

111. What type of environment does the Aquarium of Niagara provide?
1. A bustling atmosphere
2. A theme park experience
3. A serene environment
4. A shopping mall vibe
ถาม สิ่งแวดล้อมใดดังต่อไปนี้ตั้งอยู่บนฝั่งของแคนาดาของน้ำตาในแองการา?
ตอบ 3 จากบรรทัดที่ 4 สิ่งแวดล้อมเป็นแบบ a serene environment = สิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ

112. Which of the following attractions is located on the Canadian side of Niagara Falls?
1. Aquarium of Niagara
2. Niagara Parks Botanical Gardens
3. Statue of Liberty
4. Mount Rushmore
ถาม สิ่งน่าดึงดูดใจดังต่อไปนี้ตั้งอยู่บนฝั่งของแคนาดาของน้ำตกในแองการา?
ตอบ 2 จากบรรทัดที่ 5 ฝั่งของแคนาดามี Niagara Park Botanical Gardens = สวนพฤกษศาสตร์

113. What activity is NOT mentioned in Niagara-on-the-Lake?
1. Visiting a museum
2. Playing golf
3. Browsing boutique shops
4. Having lunch
ถาม กิจกรรมใดที่ไม่ได้อธิบายไว้ในทะเลสาปที่อยู่ในไนแองการา?
ตอบ 1 จากบรรทัดที่ 7 เดินเที่ยวชมร้านบูติค (browse boutique shops) เล่นกอล์ฟ (play golf) ทานมื้อเที่ยง (have lunch) ตัวเลือกที่ 1 เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไม่มีในกิจกรรม

114. What is Niagara-on-the-Lake?
1. A botanical garden
2. A wine country
3. A boutique shop
4. A 19th-century village
ถาม ในแองการาทีล้อมด้วยทะเลสาปคืออะไร
ตอบ 4 จากบรรทัดที่ 6 – 7 Visit this pretty 19th-century village; this คือ Niagara-on-the-lake = ที่ที่ล้อมรอบด้วยทะเลสาป นั่นคือ หมู่บ้านศตวรรษที่ 19 ที่สวยงาม

115. What is a recommended way to return to the Falls after visiting Niagara-on-the-Lake?
1. Taking a flight
2. Riding a bike
3. Using a shuttle bus or taxi
4. Taking a boat
ถาม เส้นทางแนะนำในการเดินทางกลับมายังน้ำตกหลังจากกลับจากทะเลสาปในแองการาแล้วคืออะไร?
ตอบ 3 จากบรรทัดที่ 8 ของเรื่อง หลังจากเที่ยวชมหมู่บ้านทะเลสาปในแองการาแล้วมี A shuttle bus or taxi = รถบัสรับส่งหรือแท็กซี่ จะมารับส่งคุณกลับยังน้ำตก

116. What can visitors admire from the Skylon Tower?
1. The aquarium
2. The golf course
3. The landscape
4. The village shops
ถาม นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมอะไรจากหอคอย Skylon?
ตอบ 3 จากบรรทัดที่ 9 Scale the Skylon Tower to admire glorious landscape…. ชื่นชมวิวทิวทัศน์ (landscape)

117. According to the passage, what is one of the most-photographed natural spectacles in the world?
1. Niagara-on-the-Lake
2. The Rainbow Bridge
3. The Skylon Tower
4. Niagara Falls
ถาม ตามเนื้อเรื่องของเรื่องหนึ่งในสิ่งอัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ถูกถ่ายรูปไว้มากที่สุดในโลกคืออะไร?
ตอบ 4 ช่วงท้ายเรื่องอธิบายด้วยการอำนวยความสะดวกและความงดงาม ทำให้ the Niagara Falls…. น้ำตกในแองการา เป็นหนึ่งในสภาพน่าตื่นตาตื่นใจทางธรรมชาติที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลก

118. Which of the following statements is TRUE based on the passage?
1. Niagara Falls is difficult to access.
2. The roar of Niagara is described as thrilling.
3. The passage emphasizes the importance of capturing pictures at Niagara.
4. Visitors are discouraged from exploring Ontario’s wine country.
ถาม ข้อความไหนต่อไปนี้ถูกต้องตามเนื้อหาของเนื้อเรื่อง?
ตอบ 3 ตัวเลือกข้อ 1. น้ำตกในแองการายากต่อการเข้าถึง ไม่ถูกเพราะเข้าถึงง่ายตามเนื้อเรื่อง
ตัวเลือกข้อ 2. เสียงคำรามของไนแองการากถูกพรรณนาว่าเหมือนกับความตื่นเต้น ไม่จริงตามเรื่อง
ตัวเลือกข้อ 3. เนื้อหาของเรื่องมุ่งเน้นความสำคัญของการจับรูปภาพที่น้ำตกในแองการา ถูกต้องเพราะเนื้อหาอธิบายว่าน้ำตกในแองการาเป็นหนึ่งในธรรมชาติที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
ตัวเลือกข้อ 4. นักท่องเที่ยวรู้สึกท้อแท้ (discouraged) จากการแสวงหาไวน์ชนบทของโตรอนโต ไม่ถูกต้องตามเนื้อเรื่อง

119. According to the passage, what is an impression that will last a lifetime?
1. The thrill of Niagara SkyWheel
2. The serenity of the Botanical Gardens
3. Witnessing Niagara’s astonishing power
4. Shopping in Niagara-on-the-Lake
ถาม ตามเนื้อหาของเรื่องอะไรคือความประทับใจที่อยู่ยาวนานไปชั่วชีวิตหนึ่ง?
ตอบ 3 จากบรรทัดท้าย อธิบายถึง you witness Niagara’s astonishing power = คุณได้ประจักษ์ด้วยตาถึงพลังอันน่าทึ่งของไนแองการา

120. In the context of the passage, what does the word “splendor” (in bold type) most nearly mean?
1. Simplicity
2. Dullness
3. Smallness
4. Magnificence or grandeur
ถาม ตามเนื้อหาของเรื่อง คำว่า “splendor” (อักษรตัวหนา) มีความหมายใกล้เคียง
ตอบ 3 ตามเนื้อเรื่องได้กล่าวชื่นชมและพรรณนาในด้านบวกถึงในแองการา ดังนั้นคำนี้จึงมีความหมายในทางบวก ตัวเลือกข้อ 4. magnificence or grandeur = ความงดงามหรือทรงคุณค่าแห่งความงาม ในขณะที่ตัวเลือกอื่นมีความหมายทางลบ เช่น ข้อ 1. = เรียบง่าย ข้อ 2 = ขุ่นมัว ข้อ 3 = ความเล็ก

 

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ 2/2566

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ
การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2566

Part I: Language Focus
Direction: Choose the best answer.

1. Ron and I _______ have a barbecue in the backyard for Lucy’s birthday party.
1. should
2. are going to
3. could
4. had better
ตอบ 2
เป็นการใช้รูปอนาคต Future Simple Tense (S + will + V1) หรือใช้ be going to + V1 (กำลังจะ) แทนอนาคตได้ โดย be going to ใช้ในกรณีที่เป็นเรื่องที่วางแผนหรือตั้งใจที่จะทำ ก่อนที่จะมาบอกกล่าวกัน ณ ตอนนี้ และใช้ในการคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยมีสถานการณ์แวดล้อมประกอบ ซึ่งได้ตัดสินใจว่าจะทำในอนาคต เทียบตัวอย่าง
1. The train will come soon. (มีคำบอกเวลา soon ในไม่ช้าใช้อนาคต will come)
2. We are going to have fun at the party. (พวกเราจะไปสนุกกันในงานปาร์ตี้ใช้ are going to)
ตัวอย่างล่างนี้เทียบคล้ายกับโจทย์ให้มา
3. Ron and I are going to have a barbecue in the backyard for Lucy’s birthday party. (รอนกับฉันจะไปทำบาร์บีคิวในสวนหลังบ้านเพื่อร่วมงานวันเกิดของลูซี่) แสดงเรื่องที่จะวางแผนที่จะทำในอนาคตโดยสังเกตท้ายประโยคจะมีเวลาหรือสถานที่ระบุ
ส่วนตัวเลือก 1. should (ควรจะ) แสดงการแนะนำ 2. could (สามารถ) 4. had better (ควรจะ) แนะนำ

2. My daughter _______ from college next year with a degree in marine biology.
1. is going to graduate
2. will graduate
3. has been graduating
4. should have been graduating
ตอบ 2
เป็นการใช้รูปอนาคต Future Simple Tense = will + V1 = will graduate แสดงเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต มักจะมีคำบอกเวลาเช่น tomorrow, soon, tonight, next (year/week/month), in + เวลา เช่น in (half an hour, a few minutes) เป็นต้น ฉะนั้นข้อนี้มีคำบอกเวลา next year จึงตอบ will graduate

3. A: I don’t understand some of the math problems.
B: No worried! I _______ you with your homework.
1. will help
2. am going to help
3. would have helped
4. have helped
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบใช้ am going to +V1 แสดงความตั้งใจที่จะทำในอนาคต

4. As everyone knows, Mr. Williams _______ our new manager for our new branch in Taiwan.
1. will be
2. will have been
3. would be
4. should have been
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ แสดงอนาคตโดยบอก ณ ตอนนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จากประโยคเป็นการบอกกล่าวว่า “อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า มิสเตอร์วิลเลียมจะเป็นผู้จัดการคนใหม่ของสาขาใหม่ของเราในไต้หวัน” จึงตอบ will be

5. Tanya misses her grandpa, but she _______ visits him on weekends.
1. hardly ever
2. often
3. always
4. usually
ตอบ 1
ใช้ Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ทำทุกวัน เกิดขึ้นสม่ำเสมอ เป็นนิสัย มักมีคำบอกเวลา เช่น always, usually, normally, often, every + ช่วงเวลา เช่น every day, every summer, every week เป็นต้น ก็คือให้กริยามาแล้วคือ visits (ปกติจะต้องตอบกริยา) แต่ข้อนี้ให้ตอบคำบอกเวลาที่เป็นความถี่ให้ถูกต้องเข้ากับประโยคได้ คำบอกเวลา often, always, usually อยู่กลุ่มเดียวกันบอกความถี่ว่าทำเป็นประจำ เป็นปกติ ส่วน hardly ever (แทบจะไม่เคย) ดูความหมายของประโยค “ทันย่าคิดถึงคุณปู่ของเธอ แต่เธอแทบจะไม่เคยไปเยี่ยมเขาเลยในช่วงสุดสัปดาห์” จึงตอบ hardly ever เข้ากับประโยคได้

6. Alan _______ as a software engineer for a renowned tech company.
1. work
2. works
3. has been worked
4. would work
ตอบ 2
ใช้ Present Simple Tense (S + V1) กับประโยคที่เป็นจริงตามธรรมชาติ จริงเสมอ จริงในปัจจุบัน จริงที่เป็นอยู่ หรือข้อเท็จจริงเสมอ เช่น
– The sun rises in the east and sets in the west. (พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออกและตกทิศตะวันตก)
– Alan works as a software engineer for a renowned tech company. ข้อนี้เช่นกัน เป็นการบอกว่า อลันทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ให้กับบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียง

7. Kate and her children _______ the local library every Saturday to borrow books.
1. visit
2. should have visited
3. are going to visit
4. have been visited
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 5. ประกอบ มีคำบอกเวลา every Saturday (ทุกวันเสาร์) ทำเป็นประจำ จึงตอบ Present Simple Tense = S + V1 = visit

8. Anna is _______ available on Saturday night because she _______ eats out with her son.
1. always; usually
2. sometimes; always
3. never; always
4. rarely; never
ตอบ 1
เป็นคำบอกเวลาความถี่ว่าทำเป็นประจำ เช่น always, usually ส่วน sometimes (บางครั้ง) rarely (แทบจะไม่) never (ไม่เลย) จากโจทย์สื่อความว่า “แอนนาพร้อมเสมอในคืนวันเสาร์เพราะเธอมักจะออกไปกินข้าวนอกบ้านกับลูกชายของเธอ” จึงตอบ always เป็นประจำเสมอ และ usually เป็นปกติ

9. The book is _______ to the library by the student.
1. return
2. returns
3. returned
4. returning
ตอบ 3
เป็นเรื่อง passive voice (รูปถูกกระทำ) ให้สังเกตอันดับแรกจากประธานมักเป็นสิ่งของซึ่งจะถูกกระทำ หรืออีกจุดหนึ่งก็คือท้ายประโยคอาจมีคำว่า by (โดย…..) แสดงว่าถูกกระทำ ให้ใช้รูปที่ต้องลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 (V3) ถ้าลงท้ายด้วย V1 หรือ Ving ผิดแน่ ๆ โดยประโยคเริ่มแรกมาจาก Active Voice ประธานเป็นผู้แสดงอาการกระทำ เช่นข้อนี้
– The student returns the book to the library. เมื่อเป็นถูกกระทำยกกรรมมาเป็นประธานและกริยาจะอยู่ในรูป verb to be + V3 และตามด้วย by + กรรม (ที่มาจากประธาน) งง!! ไหม ดูการกลับประโยคนะ
– The book is returned to the library by the student. ซึ่งเดิมมาจากกริยาช่องที่ 1

10. The apple is _______ by the teacher.
1. eat
2. eats
3. eaten
4. eating
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ ข้อนี้ประธานเป็นแอปเปิ้ล ก็ต้องถูกกิน เพราะกินเองไม่ได้ และมี is อยู่ที่โจทย์แล้ว เราก็ตอบตามด้วยกริยาช่องที่ 3 ได้รวม เป็น is eaten by…

11. The mail is _______ by the postman every day.
1. deliver
2. delivers
3. delivered
4. delivering
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ ประธานก็เป็นสิ่งของ (mail = จดหมาย ก็ต้องถูกส่ง) จึงตอบ is delivered ลักษณะเดียวกับข้อ 10.

12. The song is _______ by the choir.
1. sing
2. sings
3. sung
4. singing
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของ และมี by ชัดเจนเลยตั้งข้อ 9 ถึงข้อ 11. รูปแบบเดียวกัน จึงตอบ is sung (มาจาก sing sang sung ร้องเพลง)

13. Lisa _______ a big red balloon at the fair last yesterday.
1. buy
2. buys
3. bought
4. buying
ตอบ 3
ใช้ Past Simple Tense (S + V2) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต มักมีคำบอกเวลาเช่น yesterday (เมื่อวานนี้), ago (ที่ผ่านมา), last + ช่วงเวลา เช่น last year, last night เป็นต้น สำหรับข้อนี้มีคำบอกเวลา last yesterday จึงตอบกริยาช่องที่ 2 คือ bought

14. The kids _______ loudly during the show last night.
1. laugh
2. laughs
3. laughed
4. laughing
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ มีคำบอกเวลา last night จึงตอบกริยาช่องที่ 2 คือ laughed

15. Yesterday she _______ a beautiful shell on the beach.
1. find
2. finds
3. found
4. finding
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ มีคำบอกเวลาต้นโจทย์ yesterday จึงตอบ V2 = found

16. Last week, we _______ a fun game of hide and seek.
1. play
2. plays
3. played
4. playing
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ มีคำบอกเวลา last week จึงตอบ V2 = played

17. The job interview questions were _______ but I did my best to answer them confidently.
1. challenge
2. challenges
3. challenged
4. challenging
ตอบ 4
การใช้คุณศัพท์ในรูปที่ลงท้ายด้วย -ed หรือ -ing ซึ่งรูป -ed แสดงความรู้สึก มักใช้กับประธานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิต รู้สึกได้ เช่น interested (รู้สึกสนใจ) terrified (รู้สึกตกใจ) disappointed (รู้สึกผิดหวัง), bored (รู้สึกเบื่อ) แต่ถ้าลงท้ายด้วย -ing เป็นการบอกลักษณะว่า น่าจะ มักใช้กับประธานสิ่งของ เช่น interesting (น่าสนใจ) terrifying (น่ากลัว) disappointing (น่าผิดหวัง), boring (น่าเบื่อ) แล้วดูโจทย์ประธานคือ They เป็นคน เราตอบแสดงรู้สึกใช้ในรูปของ Verb to be + adj. รูปลงท้าย -ed จึงตอบ were surprised (รู้สึกประหลาดใจ) เพราะสุนัขตัวใหญ่ ไม่ใช้ were bored (รู้สึกเบื่อ เพราะไม่เข้ากับประโยค) เทียบตัวอย่างอื่น
– I am interested in this book. (ฉันรู้สึกสนใจหนังสือเล่มนี้)
– This book is interesting. (หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ)
ข้อนี้ประธานเป็นสิ่งของ job interview questions (คำถามสัมภาษณ์งาน) เป็นที่น่าท้าทาย จึงตอบรูปที่ลงท้ายด้วย -ing = challenging (น่าท้าทาย)

18. Gwen called her friend because she was _______ and wanted to chat.
1. bore
2. bores
3. bored
4. boring
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ ประธานเป็น she เป็นคนแสดงรู้สึกได้ จึงตอบลงท้ายรูป -ed = was bored รู้สึกเบื่อ

19. Todd and Tim are _______ about the safety of their neighborhood after a recent increase in crime.
1. worrying
2. worried
3. surprising
4. surprised
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ ประธานเป็นชื่อคน Todd and Tim แสดงรู้สึกประหลาดใจ จึงตอบลงท้ายด้วยรูป -ed = are worried (รู้สึกวิตกกังวล)

20. Cathy _______ with the feedback she received on her presentation.
1. was shocked
2. were shocked
3. was satisfied
4. were satisfied
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 17. ประกอบ ประธานเป็นชื่อคน แสดงรู้สึกใช้ลงท้ายด้วยรูป -ed จึงเป็น was satisfied = รู้สึกพึงพอใจ ใช้กริยาเอกพจน์ was เพราะประธานคนเดียวเอกพจน์

21. _______ a deep breath and relax.
1. Take
2. To take
3. Took
4. Taking
ตอบ 1
จำออกสอบแบบนี้จะออกข้อสอบมา 1 ข้อทุกเทอม ให้สังเกตให้ตอบขึ้นต้นประโยค ให้ตอบเป็นกริยาช่องที่ 1 เป็นประโยคคำสั่ง ขอร้อง ตักเตือน ซึ่งดูประโยคที่ตามมาจะไม่มีกริยาเลย เพราะต้องการให้เราต้องขึ้นต้นประโยคเป็นกริยาช่องที่ 1 เทียบดูตัวอย่างอื่น เช่น
– Stop crying. (หยุดร้องไห้นะ)
– Water this plant twice a week. (รดน้ำต้นไม้นี้สัปดาห์ละสองครั้งนะ) water โจทย์นี้ใช้เป็นคำกริยา
– Take a deep breath and relax. (ให้หายใจเข้าลึก ๆ และผ่อนคลาย) เป็นคำสั่ง หรือสอน

22. He had better not _______ his doctor’s appointment again.
1. skip
2. to skip
3. skipped
4. skipping
ตอบ 1
การใช้ had better และ had better not ตามด้วย กริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องผันไม่ต้องมี to ไม่มี ing ในความหมายว่า ควรจะ …… ไม่ควรจะ ฉะนั้นจึงตอบ had better not skip ออกทุกเทอมจำ had better not + V1 ไม่ต้องมี to ไม่ต้องมี ed หรือ ing

23. How about _______ the project tomorrow instead?
1. start
2. to start
3. started
4. starting
ตอบ 4
How about + Ving เป็นการแนะนำ หรือความเป็นไปได้ คาดหวังคำตอบว่าจะเป็นไปได้ เช่น
– How about applying for that job at the Central Hotel?
– How about watching a movie at an outdoor cinema?
– How about starting the project tomorrow instead?

24. Why don’t you _______ a jacket? It’s quite chilly outside.
1. wear
2. to wear
3. wore
4. wearing
ตอบ 1
ในประโยคคำถามซึ่งมีกริยาช่วย don’t ยกไว้หน้าประธาน you ถ้าเราทำเป็นบอกเล่าก็คือ you don’t จะตามกริยาช่องที่ 1 ให้จำในรูปประโยคคำถามว่าให้กริยาช่วยตัวไหนมา ถ้าให้ verb to do (do, does, did, ตัวย่อ don’t, doesn’t, didn’t) มาแล้ว ให้ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ จึงตอบ wear
– Why don’t you take a taxi to your job interview? (ออกทุกเทอมรูปแบบนี้ตอบ V1)

25. I love to _______ swimming in the summer.
1. do
2. go
3. play
4. make
ตอบ 2
การใช้คำกริยา play, do, go ต่างกัน โดยกริยา play ใช้กับการเล่นกีฬา เกมส์หรือการแข่งขัน ส่วน do ใช้ทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือกิจกรรมส่วนตัวอื่น และ go ใช้สำหรับกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing เทียบตัวอย่าง
– They play football.
– Jen enjoys playing basketball with her friends. (เล่นบาสเก็ตบอล)
– I do exercise. (ฉันออกกำลังกาย)
– Does Kate do yoga? (เคทเล่นโยคะมั้ย?)
– We usually go running on Sunday. (พวกเราปกติไปวิ่งวันอาทิตย์)
– I don’t go swimming. ฉะนั้นข้อนี้จึงตอบ go swimming จำนะคะ ออกทุกเทอมหลายข้อด้วย

26. We used to _______ baseball together when we were kids.
1. do
2. go
3. play
4. make
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ ใช้ play กับการเล่นกีฬาหรือการแข่งขัน play baseball

27. She decided to _______ yoga to relax and stay flexible.
1. do
2. go
3. play
4. make
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 25 ประกอบ do ใช้ทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ do yoga = เล่นโยคะ

28. Jane isn’t happy because she wants to _______ volleyball, but her friends want to _______ running in the park.
1. make; play
2. go; do
3. play; go
4. do; make
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 25 ประกอบ play เล่นกีฬา และ go + Ving

29. The woman _______ lives next door owns a bakery.
1. whose
2. who
3. why
4. where
ตอบ 2
ให้เติมประพันธ์สรรพนาม โดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือสิ่งของ หรือสถานที่ เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าเป็น
คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ is
คน whose + คำนาม + V
คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met
สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.
สถานที่ where + S + V. เช่น where I live
เวลา when + S + V
the reason why + S + V
ข้อนี้ The woman เป็นคน และมีกริยา lives อยู่หลัง จึงตอบ who ซึ่งตามด้วยกริยาเสมอ

30. I have a friend _______ computer is faster than mine.
1. who
2. when
3. whose
4. which
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 29. ประกอบ a friend เป็นคน และมี computer เป็นคำนาม ตอบ whose ซึ่งตามด้วยคำนามเสมอ whose computer คอมพิวเตอร์ของเด็กผู้หญิง..

31. I can still remember the day _______ I first saw Blackpink in concert.
1. when
2. whose
3. where
4. who
ตอบ 1
ดูคำอธิบายข้อ 29. ประกอบ the day เป็นวัน แสดงถึงเวลา จึงตอบ when

32. The car _______ is parked outside, belongs to my sister.
1. who
2. which
3. when
4. whose
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 29. ประกอบ The car เป็นสิ่งของ จึงตอบ which ใช้แทนสิ่งของ หรือสัตว์ก็ได้

33. She wanted to go to the party, _______ she had to finish her work first.
1. and
2. but
3. or
4. for
ตอบ 2
ให้เติมคำเชื่อมว่า เราต้องดูความหมายของประโยคว่าต้องภาคคำเชื่อมใช้ในกรณีไหน เช่น

1. แสดงความขัดแย้ง | but, yet, or | however, instead, whereas, nevertheless, otherwise |
2. แสดงการคล้อยตามกัน หรือเพิ่มเติมข้อมูลในทางเดียวกัน | and, nor | furthermore, moreover, meanwhile, besides, also, similarly |
3. แสดงผลหรือสรุปความ | so | accordingly, finally, consequently, therefore, thus |
4. แสดงเหตุ | for (เพราะ) | because |
5. แสดงทางเลือก | or (หรือ มิฉะนั้น) | |
จากประโยค “เธออยากไปงานปาร์ตี้แต่เธอต้องทำงานให้เสร็จก่อน” ประโยคแสดงความแย้งใช้คำเชื่อม but(แต่)

34. Which of the following is a simple sentence?
1. Nick loves to read, but his brother prefers to watch TV.
2. Although I love to read, I often find it difficult to find the time.
3. Every year, our family gathers together to celebrate Thanksgiving.
4. I’ll call you when I finish my work.
ถาม ข้อไหนต้องไปนี้เป็นประโยคใจความเดียว
ตอบ 3
วิธีง่าย ๆ ถ้าเราเจอประธานตัวเดียวกริยาตัวเดียว แสดงว่าเป็นประโยคใจความเดียว (Simple Sentence) แต่ถ้ามีสองประโยคมาเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำเชื่อมเช่น and, but, or, so, nor, yet, จะเป็นประโยคใจความรวม (complex sentence) แต่ถ้าเราเจอคำเชื่อม เช่น because, however, therefore, before, after, furthermore, in addition to, although, when, who, which, where, what, whose, how, that เป็นต้น ฉะนั้นจากตัวเลือก
1. มีคำเชื่อม but มี 2 ประโยคมีสองประธานคือ Nick / his brother และกริยา 2 ตัวคือ love / prefers ถ้าไม่ดูมากก็ให้ดูคำเชื่อมว่า but เป็น compound sentence (ประโยคใจความรวม)
2. มีคำเชื่อม Although เป็น complex sentence (ประโยคใจความซ้อน)
3. มีประธานตัวเดียวคือ our family และมีกริยาตัวเดียวคือ gathers เป็น simple sentence
4. มีคำ when เป็น complex sentence ประโยคความซ้อน

35. Which of the following is NOT a compound sentence?
1. The sun was shining brightly, and the birds were singing in the trees.
2. She enjoyed jogging, but she also loved running.
3. I want to go for a walk, and I’d like to grab a coffee on the way.
4. Although it was raining heavily, she decided to go to a restaurant.
ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ได้เป็นประโยคใจความรวม
ตอบ 4
1. มีคำเชื่อม and เป็น compound sentence ประโยคใจความรวม
2. มีคำเชื่อม but เป็น compound sentence
3. มีคำเชื่อม and ก็เป็น compound sentence ส่วน
4. มี Although เป็นประโยคความซ้อน (complex sentence)

36. _______ the traffic was so heavy this morning, he missed an important meeting.
1. Because
2. Although
3. While
4. And
ตอบ 1
ให้ตอบคำเชื่อมขึ้นต้นประโยคตัวไหน ต้องดูความหมายของประโยคก่อน
“เนื่องจากเช้านี้การจราจรติดขัดมาก เขาจึงพลาดการประชุมสำคัญ”
ประโยคแสดงเหตุและผล จึงตอบ because = เพราะว่า, เนื่องจาก
นอกนั้น Although (ถึงแม้ว่า) แสดงความแย้ง While (ในขณะที่) ก็แสดงความแย้ง and (และ)

37. Mount Everest is _______ mountain in the world.
1. the tallest
2. the most tall
3. tallest
4. the tall
ตอบ 1
การเปรียบเทียบ 2 อย่างใช้ขั้นกว่าแต่ถ้า 3 อย่างหรือมากกว่า 3 อย่างให้ตอบขั้นสุดหรือที่สุดในนั้น มักมีคำว่า of all (ของทั้งหมด), of the three (ของสามอย่าง), in + สถานที่, at + สถานที่ ท้ายประโยค
อย่างเช่นข้อนี้มีคำว่า in the world (ในโลก) ก็ตอบขั้นสุดแสดงที่สุดในโลก จึงตอบ the tallest ต้องมี the นำหน้าถ้าขั้นสุด

38. Among all the candidates, Sarah is _______.
1. the most smart
2. the most smarter
3. the smartest
4. smartest
ตอบ 3
ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ มีคำว่า among all the candidates (ในทั้งหมด) แสดงตอบขั้นสุด จากคุณศัพท์ smart ทำเป็นขั้นสุดใส่ -est ไว้ท้าย จึงเป็น the smartest

39. It is _______ chocolate cake I have ever tasted.
1. most delicious
2. the most delicious
3. the delicious most
4. the more delicious
ตอบ 2
ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบ มีคำว่า I have ever (เท่าที่ฉันเคย….) ออกประจำเหมือนกันนะ จำนะ ให้ตอบขั้นสุด นั่นคือ the most delicious คำว่า delicious มี 3 พยางค์ทำขั้นสุดใส่ the most ข้างหน้า

40. The movie is _______ comedy I’ve seen in years.
1. the most funny
2. the most funniest
3. funny the most
4. the funniest
ตอบ 4
ดูคำอธิบายข้อ 37. ประกอบมีคำว่า I’ve seen in years (เท่าที่ฉันเคยเห็นมาในหลายปี) ก็ตอบขั้นสุดเช่นกัน จึงตอบ the funniest มาจากคุณศัพท์ funny ทำเป็นขั้นสุดเปลี่ยน y เป็น i แล้วใส่ est ต่อท้าย

Part II: Vocabulary (คำศัพท์)
Directions: Choose the best answer.

41. My husband tries to _______ at the gym three times a week to lose weight.
1. pack
2. work out
3. stay
4. burn in
ถาม สามีของฉันพยายามออกกำลังกายที่ยิมสัปดาห์ละ 3 ครั้งเพื่อลดน้ำหนัก
ตอบ 2
1. ห่อ บรรจุ
2. ออกกำลังกาย
3. อยู่ พักอยู่
4. เผาไหม้

42. We were thrilled with the show, it was _______ entertaining.
1. rather
2. rarely
3. quite
4. sadly
ถาม เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการแสดง มันค่อนข้างสนุกสนาน
ตอบ 3
1. ค่อนข้าง
2. แทบจะไม่
3. ค่อนข้าง
4. อย่างเศร้า
rather ก็มีความหมายเดียวกับ quite แต่มักใช้ในเชิงลบ ถ้าเดาเลือกคำที่เรียนคือ quite

43. The cooking _______ today was challenging, but I learned a lot.
1. dish
2. morning
3. cereal
4. lesson
ถาม บทเรียนการทำอาหารวันนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ฉันได้เรียนรู้มากมาย
ตอบ 4
1. อาหาร
2. ตอนเช้า
3. ธัญพืช
4. บทเรียน

44. Sam’s not exactly Lisa’s friend, but they’re _______ acquaintances.
1. not extremely
2. real
3. unique
4. sort of
ถาม แซมไม่ใช่เพื่อนของลิซาจริง ๆ แต่พวกเขาค่อนข้างเป็นคนรู้จักกัน
ตอบ 4
1. ไม่พิเศษ ไม่จัดสุด
2. จริง
3. เป็นเอกลักษณ์
4. ค่อนข้าง แบบว่า

45. A: When is _______?
B: March, 17th.
1. Thanksgiving Day
2. St. Patrick’s Day
3. Halloween
4. None is correct
ถาม A: วันนักบุญแพทริคตรงกับวันที่เท่าไหร่
B: วันที่ 17 มีนาคม
ตอบ 2
1. วันขอบคุณพระเจ้า
2. วันนักบุญแพทริค
3. วันฮาโลวีน
4. ไม่มีข้อใดถูก

46. Their wedding _______ lasted for a week, with dancing, feasting, and music.
1. senses
2. specialty
3. migration
4. festivities
ถาม งานเฉลิมฉลองการแต่งงานของพวกเขากินเวลาหนึ่งสัปดาห์ มีการเต้นรำ เลี้ยงอาหารและดนตรี
ตอบ 4
1. ความรู้สึก
2. ความพิเศษ
3. การอพยพ
4. การเฉลิมฉลอง

47. Our organization’s _______ values are to emphasize teamwork and innovation.
1. leading
2. core
3. occasional
4. religious
ถาม ค่านิยมหลักขององค์กรของเราคือ การเน้นการทำงานเป็นทีมและนวัตกรรม
ตอบ 2
1. นำหน้า
2. แกน หลัก
3. เป็นครั้งคราว
4. เกี่ยวกับศาสนา

48. Proper clothing is necessary to stay comfortable in cold _______.
1. celebration
2. dressing up
3. weather
4. land
ถาม เสื้อผ้าที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้รู้สึกสบายในสภาพอากาศหนาวเย็น
ตอบ 3
1. การเฉลิมฉลอง
2. การแต่งตัว
3. สภาพอากาศ
4. ที่ดิน

49. The _______ clapped loudly at the end of the show.
1. audience
2. author
3. theater
4. metaphor
ถาม ผู้ชมปรบมือเสียงดังเมื่อจบการแสดง
ตอบ 1
1. ผู้ชม
2. ผู้เขียน
3. โรงละคร
4. อุปมาอุปมัย

50. Sarah writes and reads her own _______ at the café.
1. stage
2. tragedy
3. poem
4. actor
ถาม ซาร่าห์เขียนและอ่านบทกวีของเธอเองที่ร้านกาแฟ
ตอบ 3
1. เวที
2. โศกนาฏกรรม
3. บทกวี
4. นักแสดง

51. She loves to read books and wants to become an _______ someday.
1. audience
2. author
3. stage
4. theater
ถาม เธอชอบอ่านหนังสือและอยากเป็นนักเขียนสักวันหนึ่ง
ตอบ 2
1. ผู้ชม
2. นักเขียน
3. เวที
4. โรงละคร

52. The _______ at the end was surprising and made everyone cry.
1. actor
2. author
3. tragedy
4. metaphor
ถาม โศกนาฏกรรมในตอนท้ายน่าประหลาดใจและทำให้ทุกคนร้องไห้
ตอบ 3
1. นักแสดง
2. นักเขียน
3. โศกนาฏกรรม
4. อุปมาอุปมัย

53. The dog’s _______ to its owner was nice to see.
1. loyalty
2. fame
3. disgrace
4. divorce
ถาม รู้สึกดีใจที่ได้เห็นความจงรักภักดีของสุนัขที่มีต่อเจ้าของ
ตอบ 1
1. ความจงรักภักดี
2. ความมีชื่อเสียง
3. ความอับอาย
4. หย่าร้าง

54. The train crosses the _______ between Thailand and Malaysia.
1. tradition
2. recipe
3. border
4. omnivore
ถาม รถไฟข้ามชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย
ตอบ 3
1. ประเพณี
2. สูตรอาหาร
3. ชายแดน
4. สัตว์กินพืช

55. Many people admired her as a _______ of virtue and kindness.
1. divorce
2. paragon
3. promiscuity
4. disgrace
ถาม หลายคนชื่นชมเธอในฐานะเป็นตัวอย่างดีเลิศแห่งความมีคุณธรรมและความเมตตา
ตอบ 2
1. การหย่าร้าง
2. ตัวอย่างดีเลิศ
3. ความสำส่อน
4. ความอับอาย

56. In history, many people attempt to _______ dictators.
1. loyalty
2. divorce
3. overthrow
4. survived
ถาม ในประวัติศาสตร์ หลายคนพยายามที่จะโค่นล้มเผด็จการ
ตอบ 3
1. ความจงรักภักดี
2. การหย่าร้าง
3. โค่นล้ม
4. รอดชีวิต

57. We celebrated our anniversary with an _______ trip to our favorite restaurant.
1. annual
2. restrictive
3. productive
4. cognitive
ถาม เราเฉลิมฉลองวันครบรอบด้วยการเดินทางไปร้านอาหารที่เราชื่นชอบเป็นประจำทุกปี
ตอบ 1
1. ประจำทุกปี
2. เข้มงวด
3. มีประสิทธิภาพ
4. การรับรู้เข้าใจ

58. Tony can’t _______ what’s wrong with his computer.
1. resort to
2. relax
3. figure out
4. get dressed
ถาม โทนี่ไม่สามารถคิดออกมีอะไรผิดปกติกับคอมพิวเตอร์ของเขา
ตอบ 3
1. อาศัย
2. ผ่อนคลาย
3. คิดออก
4. แต่งตัว

59. The weather forecast predicted a _______ from the typical weather patterns.
1. portrait
2. deviation
3. omnivore
4. wellbeing
ถาม พยากรณ์อากาศทำนายความเบี่ยงเบนไปจากรูปแบบสภาพอากาศโดยทั่วไป
ตอบ 2
1. ภาพเหมือน
2. การเบี่ยงเบน
3. สัตว์กินพืช
4. ความอยู่ดีกินดี

60. _______ speed while driving can result in accidents and fines.
1. Detrimental
2. Cognitive
3. Excessive
4. Fashionable
ถาม การใช้ความเร็วมากเกินไปในขณะขับขี่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและค่าปรับ
ตอบ 3
1. เป็นอันตราย
2. การรับรู้เข้าใจ
3. มากเกินไป
4. ทันสมัย

61. We experienced heavy _______ during the weekend, causing flooding in some areas.
1. stage
2. temperature
3. plot
4. rainfall
ถาม เราประสบปัญหาฝนตกหนักในช่วงสุดสัปดาห์ทำให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่
ตอบ 4
1. เวที
2. อุณหภูมิ
3. โครงเรื่อง
4. ฝนตก

62. When the _______ drops, don’t forget to wear your winter coat.
1. beanie
2. temperature
3. metaphor
4. costume
ถาม เมื่ออุณหภูมิลดลง อย่าลืมสวมเสื้อกันหนาว
ตอบ 2
1. หมวกกันหนาว
2. อุณหภูมิ
3. อุปมาอุปมัย
4. เครื่องแต่งกาย

63. Smoking is known to be _______ to your health.
1. mild
2. detrimental
3. optional
4. restrictive
ถาม การสูบบุหรี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ
ตอบ 2
1. อ่อนโยน
2. เป็นอันตราย
3. ทางเลือก
4. เข้มงวด

64. Her _______ on her smartphone was causing her to neglect her studies.
1. fixation
2. costume
3. scholarship
4. lesson
ถาม การที่เธอติดสมาร์ทโฟนทำให้เธอละเลยการเรียน
ตอบ 1
1. การติด ลุ่มหลง
2. เครื่องแต่งกาย
3. ทุนการศึกษา
4. บทเรียน

65. The car toy knocked over a vase, creating a small _______ in the living room.
1. talent
2. incident
3. agent
4. document
(ไม่มีคำแปลภาษาไทยในภาพ)
ตอบ 2

66. She _______ customer questions at her job.
1. takes off
2. shows up
3. deals with
4. gives up
ถาม งานของเธอเกี่ยวข้องกับการตอบคำถามลูกค้า
ตอบ 3
1. ถอดออก
2. ปรากฏตัว
3. เกี่ยวข้องกับ
4. ยอมแพ้ ยกเลิก

67. I had to _______ the meeting because many people were not available.
1. turn on
2. look up
3. run out
4. call off
ถาม ฉันต้องยกเลิกการประชุมเพราะคนไม่ว่างจำนวนมาก
ตอบ 4
1. เปิด
2. เงยขึ้นมามอง
3. หมด
4. ยกเลิก ยุติ

68. We should never _______ our friends when they need us.
1. complete
2. discover
3. solve
4. abandon
ถาม เราไม่ควรละทิ้งเพื่อนของเราเมื่อพวกเขาต้องการเรา
ตอบ 4
1. ทำให้สมบูรณ์
2. ค้นพบ
3. แก้ไข
4. ละทิ้ง ทิ้ง

69. Can you _______ the blue blocks from the red blocks?
1. join
2. embroider
3. separate
4. celebrate
ถาม คุณสามารถแยกบล็อกสีน้ำเงินออกจากบล็อกสีแดงได้หรือไม่
ตอบ 3
1. ร่วมมือ
2. ตกแต่ง
3. แยก
4. เฉลิมฉลอง

70. I use scissors to _______ my hair when it gets too long.
1. sleep
2. build
3. trim
4. paint
ถาม ฉันใช้กรรไกรเล็มผมเมื่อผมของฉันยาวไป
ตอบ 3
1. นอนหลับ
2. สร้าง
3. เล็ม ตัดแต่ง
4. ทาสี

71. Please _______ seated until the airplane comes to a complete stop.
1. refill
2. remain
3. renew
4. reassure
ถาม กรุณายังคงนั่งอยู่กับที่จนกว่าเครื่องบินจะจอดสนิท
ตอบ 2
1. ทำให้เต็ม
2. ยังคง
3. สร้างใหม่
4. ทำให้อุ่นใจ

72. After the marathon, the runners were _______.
1. tossed
2. authentic
3. tasteful
4. ravenous
ถาม หลังจากวิ่งมาราธอน นักวิ่งก็หิวมาก
ตอบ 4
1. โยน
2. จริง แท้จริง
3. อร่อย
4. หิวมาก

73. They decorate a Christmas tree as a(n) _______.
1. tradition
2. recipe
3. ingredient
4. architecture
ถาม พวกเขาตกแต่งต้นคริสต์มาสเป็นธรรมเนียมประเพณี
ตอบ 1
1. ธรรมเนียม ประเพณี
2. สูตรอาหาร
3. ส่วนประกอบ
4. สถาปัตยกรรม

74. Thomas Edison _______ many electrical devices.
1. tossed
2. cooked
3. invented
4. built
ถาม โทมัส เอดิสันประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้ามากมาย
ตอบ 3
1. โยน
2. ปรุงอาหาร
3. ประดิษฐ์
4. สร้าง

75. I found a cookie _______ online and decided to bake a batch.
1. celebration
2. recipe
3. tradition
4. architecture
ถาม ฉันพบสูตรทำคุกกี้ออนไลน์จึงตัดสินใจอบชุดหนึ่ง
ตอบ 2
1. การเฉลิมฉลอง
2. สูตรอาหาร
3. ธรรมเนียม
4. สถาปัตยกรรม

76. Soldiers had temporarily closed the _______ between the two countries.
1. crest
2. border
3. gorge
4. vantage point
ถาม ทหารได้ปิดพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศเป็นการชั่วคราว
ตอบ 2
1. ยอด
2. พรมแดน ชายแดน
3. ช่องเขา
4. จุดชมวิว

77. The _______ of the mountain scenery made that particular trip extremely memorable.
1. accessibility
2. attraction
3. splendor
4. impression
ถาม เสน่ห์ของทิวทัศน์ภูเขาทำให้ทริปครั้งนั้นน่าจดจำอย่างยิ่ง
ตอบ 2
1. การเข้าถึง
2. มีเสน่ห์ การดึงดูดใจ
3. ความงดงาม
4. ความประทับใจ

78. The higher we climbed, the more _______ the scenery became.
1. available
2. cultural
3. tearful
4. awe-inspiring
ถาม ยิ่งเราปีนสูงเท่าไร ทิวทัศน์ก็ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นเท่านั้น
ตอบ 4
1. มีอยู่ พร้อมใช้
2. ทางวัฒนธรรม
3. เต็มไปด้วยน้ำตา
4. น่าตื่นตาตื่นใจ

79. The school aims to _______ a stronger connection with parents through regular meetings.
1. destroy
2. establish
3. cease
4. flare
ถาม โรงเรียนมีเป้าหมายที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้ปกครองโดยผ่านการประชุม
ตอบ 2
1. ทำลาย
2. สร้าง ก่อให้เกิด
3. หยุด
4. ลุกเป็นไฟ

80. His character remained _______ and unshaken in dignity.
1. serene
2. wasteful
3. peppery
4. fruity
ถาม อุปนิสัยของเขายังคงสงบและไม่สั่นคลอนอย่างมีศักดิ์ศรี
ตอบ 1
1. สงบ
2. สูญเปล่า
3. เผ็ด
4. ผลไม้

Part III: Dialogues
Direction: Choose the best answer

81. A: Hey, are you excited on Halloween next week?
B: _______.
1. Absolutely, I love it.
2. I am playing with Lay.
3. I’ve never met him.
4. They’re coming to town.
ถาม A: เฮ้ คุณตื่นเต้นกับวันฮาโลวีนในสัปดาห์หน้านี้ไหม?
B: _______.
ตอบ 1
1. แน่นอน ฉันชอบมันมาก
2. ฉันกำลังเล่นอยู่กับเลย์
3. ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อนนะ
4. พวกเขากำลังมาถึงเมือง

82. A: I can’t wait to go trick-or-treating.
B: _______.
1. I’ve got free movie tickets.
2. Me, too.
3. I had no clue why he left.
4. I can lend you 20 bucks.
ถาม A: ฉันแทบจะรอไม่ไหวที่จะเล่นแต่งตัวเป็นผีไปเคาะประตูหน้าบ้าน
B: _______.
ตอบ 2
1. ฉันได้ตั๋วหนังฟรีมาหลายใบ
2. ฉันก็เหมือนกันนะ
3. ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงจากไป
4. ฉันให้คุณยืมได้ 20 เหรียญ

83. A: _______
B: Yes, Ma’ma. How can I help you today?
1. Hi, can you come tomorrow?
2. Hello, have you eaten yet?
3. Hi, where is the canteen?
4. Hello, is this Paula’s Pizza?
ถาม A: _______
B: ครับคุณผู้หญิง วันนี้ผมจะช่วยคุณได้อย่างไรบ้างครับ
ตอบ 1
1. สวัสดี คุณมาพรุ่งนี้ได้ไหม
2. สวัสดี คุณกินข้าวแล้วหรือยัง
3. สวัสดี โรงอาหารอยู่ที่ไหน
4. สวัสดี นี่คือพิซซ่าของพอลล่าใช่ไหม

84. A: I’d like to place an order for delivery, please.
B: _______.
1. Certainly.
2. I don’t have time.
3. I would love to see him.
4. Please come along.
ถาม A: ฉันต้องการสั่งซื้อสินค้าแบบจัดส่งค่ะ
B: _______.
ตอบ 1
1. ได้ครับ
2. ฉันไม่มีเวลา
3. ฉันอยากเจอเขา
4. กรุณามาด้วยกัน

85. A: Can I get a large veggie pizza with 2 cokes?
B: _______.
1. Yes, ma am. Can I have your name and address, please?
2. Sure. Do you want to book a ticket for tomorrow night?
3. Let me check if I can talk to him now.
4. Sure thing! I think you’d better put garlic and olive oil on it.
ถาม A: ฉันขอพิซซ่าผักถาดใหญ่พร้อมโค้ก 2 แก้วได้ไหม
B: _______.
ตอบ 4
1. ครับ คุณผู้หญิง ผมขอชื่อและที่อยู่ของคุณด้วยครับ
2. ได้ครับ คุณต้องการจองตั๋วสำหรับคืนพรุ่งนี้ไหมครับ
3. ผมขอตรวจสอบก่อนว่าผมสามารถพูดคุยกับเขาตอนนี้ได้หรือไม่
4. ได้เลยครับ! ผมคิดว่าคุณควรใส่กระเทียมและน้ำมันมะกอกลงไปนะครับ

86. A: Hey. Are you up for going to see the football game on Saturday night?
B: _______.
1. Sure. Don’t mention it.
2. Definitely! Which teams are playing?
3. Yes, I heard people said it’s gorgeous.
4. I’m absolutely surprised with the decoration.
ถาม A: นี่คุณ คุณพร้อมจะไปดูการแข่งขันฟุตบอลคืนวันเสาร์ไหม?
B: _______.
ตอบ 2
1. แน่นอน อย่าไปเอ่ยถึงมันเลย
2. อย่างแน่นอน! มีทีมไหนเล่นบ้าง
3. ครับ ผมได้ยินคนบอกว่ามันงดงาม
4. ผมประหลาดใจมากกับการตกแต่ง

87. A: _______
B: Well, we could start with Times Square, Central Park, and the Statue of Liberty.
1. What’s the plan?
2. What’s your favorite American dish?
3. What’s your specialty?
4. What do you like to order?
ถาม A: _______
B: อ้อ เราอาจเริ่มต้นด้วยไทม์สแควร์ เซ็นทรัลพาร์ค และเทพีเสรีภาพ
ตอบ 1
1. มีแผนอะไรบ้าง?
2. อาหารอเมริกันที่คุณชื่นชอบคืออะไร
3. คุณมีความสามารถพิเศษอะไร?
4. คุณต้องการสั่งอะไรครับ?

88. A: How about we meet at the café near the stadium an hour before kickoff?
B: _______.
1. I always focus on the food she cooks.
2. Sounds like a plan. I’ll wear my team Dallas to show some support.
3. It’s going to be an amazing project for our students.
4. I have thought you would want to go to see the play in Houston.
ถาม A: เรามาเจอกันที่ร้านกาแฟใกล้สนามกีฬานึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มการแข่งขันไหม?
B: _______.
ตอบ 2
1. ฉันมักจะมุ่งเน้นไปที่อาหารที่เธอทำ
2. ฟังดูแผนนี้ดีเลย ผมจะสวมเสื้อทีมดัลลัสเพื่อส่งแรงเชียร์บ้าง
3. มันจะเป็นโครงการที่น่าทึ่งสำหรับนักเรียนของเรา
4. ฉันคิดว่าคุณอยากจะไปดูละครในฮูสตัน

89. A: It’s our home team versus their biggest rivals.
B: _______.
1. I’ll definitely plan a trip to Mardi Gras.
2. We’ll have your order on its way shortly.
3. Nice. Let’s grab some tickets then.
4. The weather in coastal regions is nice.
ถาม A: มันเป็นทีมบ้านของเราเจอกับคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา
B: _______.
ตอบ 3
1. ฉันวางแผนไปเที่ยวคาร์ดิกราส์อย่างแน่นอน
2. เราจะจัดส่งคำสั่งซื้อของคุณเร็ว ๆ นี้
3. ดี งั้นเราไปซื้อตั๋วกัน
4. อากาศบริเวณชายฝั่งทะเลกำลังดี

90. A: The restaurant is well-known for its fried chicken, biscuits, and gravy.
B: _______.
1. I don’t know where to buy a phone card.
2. I’m absolutely busy cleaning up my apartment.
3. I absolutely love the spirit of the team despite their loss.
4. I’m getting hungry just thinking about it.
ถาม A: ร้านอาหารแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องไก่ทอด บิสกิต และน้ำเกรวี่
B: _______.
ตอบ 4
1. ฉันไม่รู้ว่าจะซื้อบัตรโทรศัพท์ที่ไหน
2. ฉันยุ่งมากกับการทำความสะอาดอพาร์ทเมนต์ของฉัน
3. ฉันรักสปิริตของทีมจริง ๆ แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ก็ตาม
4. แค่คิดก็หิวแล้ว

Part IV: Seen Passages
Directions: Read the following passages and choose the best answer for each question.

Passage 1
Where can you find the world’s best Buffalo Wings? You guessed it – Buffalo, New York! Nearly 60 years ago, Buffalo Wings were invented at the city’s famous Anchor Bar.
Buffalo is famous for a lot of things – from the Buffalo Bills professional NFL Football team to the Albright-Knox Art Gallery, to the Buffalo Botanical Gardens, to stunning architecture like Frank Lloyd Wright’s Darwin Martin House and the Tiffany-designed Shea’s Performing Arts Center. But for most people, Buffalo’s most tasteful claim to fame would probably be those spicy, tasty chicken wings.
With their fame, Buffalo Wings seem like they’ve been around forever. Truth is, they were invented in 1964 at the Anchor Bar. Dominic Bellissimo asked his mother Teressa to cook something for a group of ravenous friends arriving late at night. Without much on hand, she deep-fried a batch of chicken wings and tossed them in hot sauce, butter, and a few secret ingredients. They were an instant hit. Soon people started coming to the bar to a taste of the wings, and a tradition began.
คุณจะพบปีกไก่ทอด (Buffalo Wings บัฟฟาโลวิงส์) ที่ดีที่สุดในโลกได้ที่ไหน? คุณเดาถูกแล้ว – ปีกไก่ทอดในรัฐนิวยอร์ก! เกือบ 60 ปีแล้ว Buffalo Wings (ปีกไก่ทอด) ได้เกิดขึ้นที่ร้านอาหาร แอนซอร์ บาร์ที่มีชื่อเสียงของเมืองบัฟฟาโลว์
บัฟฟาโลมีชื่อเสียงในหลายเรื่อง ตั้งแต่ทีมฟุตบอล NFL มืออาชีพของบัฟฟาโล บิลส์ไปจนถึงหอศิลป์อัลไบรท์-น็อกซ์ สวนพฤกษศาสตร์บัฟฟาโล ไปจนถึงสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เช่น บ้านดาร์วิน มาร์ตินของแฟรงก์ ลอยด์ ไร้ท และศูนย์ศิลปะการแสดงเชียร์ที่ออกแบบโดยทิฟฟานี่ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ คำกล่าวอ้างที่มีรสนิยมมากที่สุดของเมืองบัฟฟาโลที่มีชื่อเสียงน่าจะเป็นปีกไก่ที่มีรสเผ็ดและอร่อย
ด้วยชื่อเสียงของบัฟฟาโลวิงส์ (ปีกไก่ทอด) ดูเหมือนว่าพวกมันจะอยู่ตลอดไป ความจริงก็คือ พวกมันถูกเกิดขึ้นเมื่อปี 1964 ที่แอนซอร์ บาร์ เมื่อโดมินิก เบลลิสซิโม ได้ขอให้เทเรสซา (Teressa) แม่ของเขาทำอาหารให้กลุ่มเพื่อนที่หิวโหยซึ่งมาถึงตอนดึก เธอทอดปีกไก่ชุดหนึ่ง โดยไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เธอทอดปีกไก่ทอดแล้วราดด้วยซอสรสเผ็ด เนย และส่วนผสมสูตรลับเฉพาะ พร้อมเสิร์ฟ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ทุกคนติดใจและชื่นชอบมาก ในไม่ช้าผู้คนก็เริ่มมาที่บาร์เพื่อลิ้มรสปีกไก่ทอดที่มีรสเด็ดและประเพณีก็เริ่มต้นขึ้น

91. Where were Buffalo Wings invented?
1. Buffalo Bills stadium
2. Buffalo Botanical Gardens
3. Albright-Knox Art Gallery
4. Anchor Bar in Buffalo, New York
ถาม ปีกไก่ทอด เริ่มเกิดขึ้นที่ไหน
ตอบ 4
1. สนามกีฬาของทีมบัฟฟ้าโลบิลส์
2. สวนพฤกษศาสตร์ Buffalo Botanical Gardens
3. หอศิลป์ Albright-Knowx
4. ร้านแอนซอร์ บาร์ในเมืองบัฟฟาโล กรุงนิวยอร์ก
จากย่อหน้าที่ 1 ที่ว่า Buffalo Wings were invented at the city’s famous Anchor Bar.

92. Who is credited with inventing Buffalo Wings?
1. Frank Lloyd Wright
2. Dominic Bellissimo
3. Teressa
4. Dominic’s friends
ถาม ใครได้รับเครดิตจากการคิดบัฟฟาโลวิงส์
ตอบ 3
1. แฟรงก์ ลอยด์ ไร้ท
2. โดมินิก เบลลิสซิโม
3. เทเรสซา
4. เพื่อนของโดมินิก
มาจากย่อหน้าสุดท้าย ที่ว่า Dominic Bellissimo asked his mother Teressa to cook something for a group of ravenous friends arriving late at night.

93. Which is NOT mentioned in the passage as a famous attraction in Buffalo, New York?
1. Buffalo Bills NFL football team
2. Albright-Knox Art Gallery
3. Buffalo Botanical Gardens
4. The Empire State Building
ถาม ข้อไหนไม่ได้กล่าวถึงในเนื้อเรื่องว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก
ตอบ 4
1. ทีมฟุตบอลลีกแห่งชาติบัฟฟาโล บิลส์
2. หอศิลป์ Albright-Know
3. สวนพฤกษศาสตร์ Buffalo Botanical Gardens
4. ตึกเอ็มไพร์สเตต

94. What were the main ingredients used to make the original Buffalo Wings?
1. BBQ sauce and ranch dressing
2. Hot sauce butter, and secret ingredients
3. Mustard and ketchup
4. Teriyaki sauce and soy sauce
ถาม ส่วนผสมหลักที่ใช้ทำบัฟฟาโลวิงส์สูตรดั้งเดิมมีอะไรบ้าง
ตอบ 2
1. ซอสบาร์บีคิวและน้ำสลัดแรนซ์
2. ซอสรสเผ็ด เนยและส่วนผสมลับเฉพาะ
3. มัสตาร์ดและซอสมะเขือเทศ
4. ซอสเทอริยากิและซอสถั่วเหลือง

95. What inspired Teressa to create Buffalo Wings?
1. She had a craving for spicy food.
2. She wanted to impress her friends with a new recipe.
3. She had limited ingredients on hand.
4. She was experimenting with different chicken recipes
ถาม อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ Teressa ทำบัฟฟาโลวิงส์ขึ้นมา
ตอบ 3
1. เธอมีความอยากอาหารรสเผ็ด
2. เธอต้องการสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนๆ ด้วยสูตรอาหารใหม่
3. เธอมีวัตถุดิบจำกัดในมือ
4. เธอกำลังทดลองสูตรอาหารต่างๆ ที่ทำจากเนื้อไก่

Passage 2
The Sonoran dog is originally from Mexico but it extremely popular in Arizona. The bacon-wrapped hot dog is topped with beans, onions, tomato, and drizzle of mustard and jalapeno salsa, Arkansas takes its cheese dip very seriously. There’s even a World Cheese Dip Championship in Little Rock every year. 90% of the avocados produced in the US come from California. And it’s not just guacamole and avocado toast that’s being made. There are avocado burgers, fires, chocolate and even beer. Rocky Mountain oysters are a Colorado specialty. And they’re not oysters, they’re deep-fried bull testicles. Some say they taste like gamy calamari. New Haven-style pizza, also known as a pizza, is characterized by its coal-fired thin crust. It originated at the Frank Pepe Pizzeria, which is also known for its white clam pizza, Chicken and slippery dumplings is a Delaware comfort food. These slippery dumplings are rolled out paper thin and cut into large rectangles. The Cuban Sandwich is made with ham, roast pork, Swiss cheese, pickles, and mustard. It was created by Cuban immigrants in Florida. The peach cobbler is one of the most popular desserts in Georgia, especially since the peach is the official state fruit. Poke is native to Hawaii. It consists of diced raw fish, such as salmon or tuna, tossed in sauce. Idaho grows the most potatoes in the US. These potatoes are made into French-fries, chips, and other carb delights. While there is a debate on which restaurant has the best, it’s irrefutable that Chicago deep-dish pizza is a must-have. The gooey treat is baked in a pan and full of cheesy goodness.
ฮอทดอกโซโนรัน (Sonoran dog) มีต้นกำเนิดมาจากเม็กซิโก แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา ฮอทดอกห่อเบคอนโรยหน้าด้วยถั่ว หัวหอม มะเขือเทศ มัสตาร์ดและซัลซ่าฮาลาปีโน (jalapeno salsa) เมืองอาร์คันซอให้ความสำคัญการจิ้มชีสอย่างจริงจัง มีแม้กระทั่งการแข่งขัน World Cheese Dip Championship ที่เมือง Little Rock ทุกปี 90% ของอะโวคาโดที่ปลูกในสหรัฐอเมริกามาจากแคลิฟอร์เนีย และไม่ใช่แค่ขนมปังปิ้งกัวคาโมเลกับอะโวคาโด (guacamole and avocado toast) เท่านั้นที่กำลังทำอยู่ มีเบอร์เกอร์อะโวคาโด ของทอดช็อคโกแลตและแม้กระทั่งเบียร์ อาหารพิเศษของโคโลราโด Rocky Mountain oysters ไม่ใช่หอยนางรม แต่เป็นลูกอัณฑะวัวชุบแป้งทอดกรอบ บางคนบอกว่ารสชาติเหมือนปลาหมึกคาลามา (calamari) มีกลิ่นรุนแรง พิซซ่าสไตล์นิวเฮเวน (New Haven-style pizza) หรือที่รู้จักในชื่อ apizza มีลักษณะพิเศษคือมีแผ่นบาง ๆ ที่ใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง มีต้นกำเนิดที่ร้าน Frank Pepe Pizzeria ซึ่งเป็นที่รู้จักจากพิซซ่าหอยขาว (white clam pizza) ดิ่มซ่ำลื่น ๆ และทำด้วยเนื้อไก่เป็นอาหารเพื่อความสะดวกของเดลาแวร์ ติ่มซ่ำลื่นเหล่านึ้ถูกรีดเป็นแผ่นบางๆ แล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ แซนด์วิชคิวบา (Cuban Sandwich) ทำมาจากแฮม หมูย่าง ชีสสวิส ผักดอง และมัสตาร์ด มันถูกสร้างขึ้นโดยผู้อพยพชาวคิวบาในฟลอริดา พายผลไม้ลูกพีชเป็นหนึ่งในของหวานยอดนิยมในจอร์เจีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากลูกพีชเป็นผลไม้ประจำรัฐ โพเก (Poke) มีถิ่นกำเนิดในฮาวาย ประกอบด้วยปลาดิบหั่นลูกเต๋า เช่น ปลาแซลมอนหรือปลาทูน่าคลุกเคล้ากับซอส ไอดาโฮปลูกในฝรั่งมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา มันฝรั่งเหล่านี้ทำเป็นเฟรนช์ฟรายส์ มันฝรั่งทอด และอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอื่น ๆ แม้ว่าจะมีการถกเถียงกันว่าร้านแห่งใดดีที่สุดแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพิซซ่าจานลึกในชิคาโกเป็นสิ่งที่ต้องกิน อาหารที่เหนียวหนึบถูกอบในกระทะและเต็มไปด้วยความอร่อยแบบพิเศษ

96. What is the main ingredient of the Sonoran dog?
1. Bacon
2. Hot dog
3. Cheese
4. Avocado
ถาม ส่วนผสมหลักของฮอทดอกโซโนรันคืออะไร
ตอบ 1
1. เบคอน
2. ฮอทดอก
3. ชีส
4. อะโวคาโด

97. Where is the World Cheese Dip Championship held every year?
1. California
2. Colorado
3. Arkansas
4. Florida
ถาม World Cheese Dip Championship จัดขึ้นทุกปีที่ไหน
ตอบ 3
1. แคลิฟอร์เนีย
2. โคโลราโด
3. อาร์คันซอ
4. ฟลอริดา

98. What is the primary source of avocados in the United States?
1. Georgia
2. Idaho
3. California
4. Arizona
ถาม แหล่งหลักของอะโวคาโดในสหรัฐอเมริกาคืออะไร
ตอบ 3
1. จอร์เจีย
2. ไอดาโฮ
3. แคลิฟอร์เนีย
4. แอริโซนา

99. What is the main ingredient in Rocky Mountain oysters?
1. Bull testicles
2. Calamari
3. Oyster
4. Deep-fried cheese
ถาม ส่วนผสมหลักใน Rocky Mountain oysters คืออะไร
ตอบ 1
1. ลูกอัณฑะวัว
2. ปลาหมึก
3. หอยนางรม
4. ชีสทอด

100. What is New Haven-style pizza known for?
1. Its thick crust
2. Its coal-fired thin crust
3. Its spicy toppings
4. Its square shape
ถาม พิซซ่าสไตล์นิวเฮวนขึ้นชื่อเรื่องอะไร
ตอบ 2
1. แผ่นหนาของมัน
2. แผ่นบางใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง
3. หน้าพิซซ่ามีรสเผ็ด
4. ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส

101. What is the Cuban sandwich made of?
1. Bacon and eggs
2. Ham, roast pork, Swiss cheese, pickles and mustard
3. Roast beef and cheddar
4. Turkey and cranberry sauce
ถาม แซนวิชคิวบาทำมาจากอะไร
ตอบ 2
1. เบคอนและไข่
2. แฮม หมูย่าง ชีสสวิส ผักดองและมัสตาร์ด
3. เนื้อย่างและเนยแข็งเชดเดอร์
4. ไก่งวงและซอสแครนเบอร์รี่

102. Which state is known for the peach cobbler as its popular dessert?
1. Hawaii
2. California
3. Georgia
4. Florida
ถาม รัฐใดขึ้นชื่อในเรื่องพายลูกพีชเป็นของหวานที่นิยม
ตอบ 3
1. ฮาวาย
2. แอริโซนา
3. เดลาแวร์
4. อาร์คันซอ

103. What is poke typically made of?
1. Grilled chicken with vegetables
2. Diced raw fish tossed in sauce
3. Fried rich with shrimp
4. Seaweed salad
ถาม โดยทั่วไปแล้วโปเกทำมาจากอะไร
ตอบ 2
1. ไก่ย่างกับผัก
2. ปลาดิบหั่นลูกเต๋าคลุกเคล้ากับซอส
3. ข้าวผัดกุ้ง
4. ยำสาหร่าย

104. What state grows the most potatoes in the US?
1. Idaho
2. Arizona
3. Delaware
4. Arkansas
ถาม รัฐใดปลูกมันฝรั่งมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา
ตอบ 1
1. ไอดาโฮ
2. แอริโซนา
3. เดลาแวร์
4. อาร์คันซอ

105. What distinguishes Chicago deep-dish pizza from other pizza?
1. Thin crust
2. Square shape
3. Gooey and baked in a pan
4. Toppings like mushrooms and olives
ถาม พิซซาจานลึกในชิคาโกแตกต่างจากพิซซ่าอื่น ๆ อย่างไร
ตอบ 3
1. แผ่นบาง
2. ทรงสี่เหลี่ยม
3. เหนียวหนึบและอบในกระทะ
4. หน้าพิซซ่าเช่น เห็ดและมะอก

Passage 3
New York has always been the gateway to the Land of the Free, but it is also the city of the spree – the shopping spree! This city is shopaholic heaven, and Fifth Avenue with its eye-popping window displays is the high temple of the retail world. Times Square is one of the most-visited tourist attractions on the planet. Stand here on the corner of Broadway and Seventh avenue, and you stand at the crossroads of the world. It’s also the place to snap up a half-price ticket to a Broadway show. New York has been blessed with generous civic spaces. But there is no greater chill-out space in the Big Apple than Central Park, a beautiful 850-acre network of meadows and lakes. This is the place where New Yorkers come to rest, romance, and express themselves. Over the decades, many New Yorkers made it big and much of that fabulous wealth was reinvested into collecting some of the greatest artworks on the planet. Nowadays, much of this art is available for everyone to enjoy. A walk through into Metropolitan Museum of Art is a walk through 5,000 years of humankind’s greatest creative moments. The Frank Lloyd Wright-designed Guggenheim is a different kind of walk, one which spirals ever-upward through a dizzying collection of 20th and 21st century masterpieces.
นิวยอร์กเป็นประตูสู่ดินแดนแห่งเสรี (Land of the Free) มาโดยตลอด แต่ก็เป็นเมืองแห่งความสนุกสนานเช่นกัน – แหล่งช้อปปิ้งที่สนุกสนาน! เมืองนี้เป็นสวรรค์ของนักช้อป และถนนหมายเลขห้า (Fifth Avenue) มีการจัดแสดงสินค้าหน้าร้านที่ตระการตา ถือเป็นศูนย์สรรพสินค้าระดับแนวหน้าแห่งโลกการค้าปลีก ไทม์สแควร์ (Times Square) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก ยืนอยู่ที่นี่ตรงหัวมุมถนนบรอดเวย์ (Broadway Avenue) และถนนหมายเลขเจ็ด (Seventh Avenue) คุณจะยืนอยู่ตรงทางสี่แยกของโลก (crossroads of the world) นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับซื้อตั๋วครึ่งราคาเพื่อชมการแสดงบรอดเวย์อีกด้วย นิวยอร์กทำให้ผู้คนมีความสุขด้วยพื้นที่สาธารณะที่กว้างขวาง แต่ไม่มีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจใดในบิ๊กแอปเปิล (Big Apple) จะดีไปกว่าเซ็นทรัลพาร์ค (Central Park) ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกันขนาด 850 เอเคอร์ของทุ่งหญ้าและทะเลสาบอันงดงามหลายแห่ง ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งชาวนิวยอร์กมาพักผ่อน พลอดรัก และสื่อความเป็นตัวตนของพวกเขาออกมา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชาวนิวยอร์กจำนวนมากสร้างความยิ่งใหญ่และความมั่งคั่งมหาศาลนั้นได้ถูกนำกลับมาลงทุนใหม่ในการรวบรวมงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทุกวันนี้งานศิลปะจำนวนมากมีให้ทุกคนได้รับความเพลิดเพลิน การเดินชมภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) เป็นการเดินผ่านช่วงเวลาแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติตลอด 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์แสดงงานศิลปะกุกเกนไฮม์ (Guggenheim) ที่ออกแบบโดยแฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ (Frank Lloyd Wright) เป็นการเดินชมที่แตกต่างออกไป ซึ่งเป็นการเดินวนไปเรื่อย ๆ ผ่านคอลเล็กชั่นผลงานชิ้นเอกของศตวรรษที่ 20 และศตวรรษที่ 21

106. What is Fifth Avenue known for in New York?
1. Restaurants
2. Shopping
3. Museums
4. Theaters
ถาม ถนนหมายเลขห้าเป็นที่รู้จักกันในเรื่องอะไรในนิวยอร์ก
ตอบ 2
1. ร้านอาหาร
2. แหล่งช้อปปิ้ง
3. พิพิธภัณฑ์
4. โรงละคร

107. Which famous location in New York is described as the “crossroads of the world”?
1. Central Park
2. Times Square
3. Broadway
4. Seventh Avenue
ถาม สถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งใดในนิวยอร์กที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “ทางสี่แยกของโลก”
ตอบ 2
1. เซ็นทรัลพาร์ค
2. ไทม์สแควร์
3. บรอดเวย์
4. ถนนหมายเลขเจ็ด

108. Where can you buy half-price ticket to Broadway shows in New York?
1. Central Park
2. Fifth Avenue
3. Times Square
4. Metropolitan Museum of Art
ถาม คุณสามารถซื้อตั๋วครึ่งราคาสำหรับการแสดงบรอดเวย์ในนิวยอร์กได้ที่ไหน
ตอบ 3
1. เซ็นทรัลพาร์ค
2. ถนนหมายเลขห้า
3. ไทม์สแควร์
4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิตัน

109. Which place in New York is described as a “chill-out space”?
1. Central Park
2. Bryant Park
3. Square Park
4. Battery Park
ถาม สถานที่ใดในนิวยอร์กที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พื้นที่พักผ่อน”
ตอบ 1
1. เซ็นทรัลพาร์ค
2. ไบรอันพาร์ค
3. สแควร์พาร์ค
4. แบตเตอรี่พาร์ค

110. Where can you find a collection of artworks of human creation?
1. Central Park
2. The Metropolitan Museum of Art
3. The Guggenheim Museum
4. Times Square
ถาม คุณสามารถหาคอลเลกชั่นผลงานศิลปะที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ที่ไหน
ตอบ 2
1. เซ็นทรัลพาร์ค
2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิตัน
3. พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์
4. ไทม์สแควร์

111. Who designed the Guggenheim Museum in New York?
1. Frank Gehry
2. Frank Lloyd Wright
3. Guggenheim
4. Frank Lincoln Wright
ถาม ใครเป็นคนออกแบบพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ในนิวยอร์ก
ตอบ 2
1. แฟรงค์ เกห์รี
2. แฟรงค์ ลอยด์ ไรท์
3. กุกเกนไฮม์
4. แฟรงค์ ลินคอล์น ไรต์

112. What is Central Park often used for by New Yorkers?
1. Shopping
2. Romantic outings
3. Broadway shows
4. Window displays
ถาม เซ็นทรัลพาร์คถูกใช้เพื่ออะไรสำหรับชาวนิวยอร์ก
ตอบ 2
1. ไปช้อปปิ้ง
2. ไปพลอดรัก
3. การแสดงบรอดเวย์
4. จัดแสดงสินค้าหน้าร้าน

113. What is Fifth Avenue described as in the passage?
1. The crossroads of the world
2. The place for Broadway shows
3. Shopaholic heaven
4. A chill-out space
ถาม ถนนหมายเลขห้าได้ถูกอธิบายว่าเป็นอะไรในเนื้อเรื่อง
ตอบ 3
1. ทางสี่แยกของโลก
2. สถานที่แสดงบรอดเวย์
3. สวรรค์ของนักช้อป
4. พื้นที่สำหรับพักผ่อน

114. Which Avenue is mentioned as the location for snapping up half-price Broadway ticket?
1. Guggenheim Avenue
2. Fifth Avenue
3. Seventh Avenue
4. Central Park Avenue
ถาม ถนนอะไรที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นสถานที่สำหรับซื้อตั๋วบรอดเวย์ครึ่งราคา
ตอบ 3
1. ถนนกุกเกนไฮม์
2. ถนนหมายเลขห้า
3. ถนนหมายเลขเจ็ด
4. ถนนเซ็นทรัลปาร์ค

115. Which Museum is known for its spiral design?
1. The Metropolitan Museum of Art
2. The Guggenheim Museum
3. The Museum of Modern Art
4. The Whitney Museum of American Art
ถาม พิพิธภัณฑ์ใดที่ขึ้นชื่อในเรื่องการออกแบบทรงเกลียว
ตอบ 2
1. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิตัน
2. พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์
3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่
4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิทนีย์

Passage 4
The Niagara Falls are located on the border of Ontario Province, Canada, and New York State, USA. The water flows from the Great Lakes, the world’s largest surface fresh water system, all the way down to the Atlantic Ocean. See one of the world’s most awe-inspiring displays of the power of nature from the sky, from the foaming river below, or even from within arm’s reach. The Niagara River connects Lake Erie with Lake Ontario. But before it gets there, the water plunges down almost 170 feet in a straight drop. The volume of water that comes tumbling over the crest is overwhelming. Almost water 170,000 cubic meters, that’s 6 million cubic feet, thunders over these combined falls each minute during the Falls’ peak hours.
น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls) ตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างจังหวัดออนแทริโอ (Ontario Province) ประเทศแคนาดา และรัฐนิวยอร์ก (New York State) ประเทศสหรัฐอเมริกา น้ำไหลจากทะเลสาบเกรตเลกส์ (Great Lake) ซึ่งเป็นระบบน้ำจืดผิวดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ชมการแสดงพลังแห่งธรรมชาติที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจากฟากฟ้า จากแม่น้ำที่มีฟองด้านล่าง หรือแม้แต่จากแขนที่เอื้อมถึง แม่น้ำไนแองการา (Niagara River) เชื่อมต่อทะเลสาบอีรี (Lake Erie) กับทะเลสาบออนแทริโอ (Lake Ontario) แต่ก่อนที่จะไปถึง น้ำจะพุ่งลงไปเป็นแนวตรงเกือบ 170 ฟุต ปริมาณน้ำที่ไหลลงมามีมากมายมหาศาล ปริมาณน้ำเกือบ 170,000 ลูกบาศก์เมตร หรือ 6 ล้านลูกบาศก์ฟุตทำให้เกิดเสียงดังสนั่นเหนือบริเวณที่น้ำตกเหล่านี้ไหลมารวมกัน ทุก ๆ นาทีในช่วงชั่วโมงที่น้ำตกไหลมารวมกัน

116. Where are the Niagara Falls located?
1. Ontario
2. Lake Erie
3. Lake Ontario
4. The Atlantic Ocean
ถาม น้ำตกไนแองการาตั้งอยู่ที่ไหน
ตอบ 3
1. ออนแทริโอ
2. ทะเลสาบอีรี
3. ทะเลสาบออนแทริโอ
4. มหาสมุทรแอตแลนติก

117. What is the source of water that flows over Niagara Falls?
1. Great Lakes
2. Atlantic Ocean
3. Pacific Ocean
4. Lake Erie
ถาม แหล่งน้ำที่ไหลอยู่เหนือน้ำตกในแองการาคืออะไร
ตอบ 1
1. ทะเลสาบเกรตเลกส์
2. มหาสมุทรแอตแลนติก
3. มหาสมุทรแปซิฟิก
4. ทะเลสาบอีรี

118. How much does the water drop in a straight plunge at Niagara Falls?
1. Approximately 50 feet
2. Almost 100 feet
3. Almost 170 feet
4. Over 200 feet
ถาม น้ำตกในแองการาพุ่งลงไปเป็นแนวตรงสูงเท่าไร
ตอบ 3
1. ประมาณ 50 ฟุต
2. เกือบ 100 ฟุต
3. เกือบ 170 ฟุต
4. กว่า 200 ฟุต

119. Which Ocean does the water from Niagara Falls eventually flow into?
1. Pacific Ocean
2. Atlantic Ocean
3. Indian Ocean
4. Arctic Ocean
ถาม ในที่สุดน้ำจากน้ำตกไนแองการาไหลลงสู่มหาสมุทรใด
ตอบ 2
1. มหาสมุทรแปซิฟิก
2. มหาสมุทรแอตแลนติก
3. มหาสมุทรอินเดีย
4. มหาสมุทรอาร์กติก

120. What is one of the ways mentioned in the passage to experience Niagara Falls?
1. From the ocean below
2. From a submarine
3. From the sky
4. From underground tunnels
ถาม วิธีหนึ่งที่กล่าวถึงในเนื้อเรื่องเพื่อสัมผัสน้ำตกไนแองการาคืออะไร
ตอบ 3
1. จากมหาสมุทรด้านล่าง
2. จากเรือดำน้ำ
3. จากฟากฟ้า
4. จากอุโมงค์ใต้ดิน

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ 2/2565

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ
การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2565
ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1112

——————————————————————————–
Part I : Language Focus
Direction: Choose the best answer.
——————————————————————————–

1. Which of the following is correct?
1. The most interesting movie I’ve ever seen is “Avatar”.
2. Jane is one of the beautifulest students in the class.
3. Jack is the good man in the world.
4. This dish is the diliciousest.
ถาม: ข้อไหนถูกต้อง
ตอบ: 1
คำอธิบาย:
1. ถูกต้องเพราะคุณศัพท์ (adj.) interesting ทำเป็นขั้นสุดใส่ most นำหน้าและเป็นการเปรียบเทียบว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) หรือเปรียบเทียบของตั้งแต่ 3 อย่าง 3 คนขึ้นไปใช้ขั้นสุด หรืออาจมีคำว่า in + …… (ที่สุดในสถานที่นั้น ๆ ) จึงใช้ the most interesting ถูกต้อง
2. ผิดเพราะ คุณศัพท์ beautiful สามพยางค์ทำเป็นขั้นกว่าหรือขั้นสุดต้องใช้ more/most นำหน้าเท่านั้น จะต้องแก้เป็น the most beautiful students in the class
3. ผิดเพราะ เราเห็นคำว่า in the world แสดงว่าตอบขั้นสุดคำคุณศัพท์ good ทำเป็นขั้นกว่า/ขั้นสุดจะเปลี่ยนรูปจาก good better best ฉะนั้นจะต้องแก้เป็น the best man in the world.
4. ผิดเพราะ คุณศัพท์ delicious สามพยางค์ต้องใช้ most นำหน้าต้องเป็น the most delicious

2. Do you remember the day _______ we went to the park together?
1. where
2. when
3. whose
4. who
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ให้เติมประพันธ์สรรพนาม โดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือสิ่งของ หรือสถานที่ เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าเป็น
คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ is
คน whose + คำนาม + V
คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met
สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.
สถานที่ where + S + V. เช่น where I live
เวลา when + S + V
the reason why + S + V
what ใช้แทน สิ่งของ
that ใช้แทนได้ทั้งคน สัตว์และสิ่งของ
the day เป็นวันใช้ when แสดงถึงเวลา

3. The man _______ sold me this car is my colleague.
1. who
2. which
3. where
4. whose
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ The man เป็นคน และมีคำกริยา (sold มาจาก sell) แสดงว่าตอบ who + กริยา

4. Last week I _______ a new toy from the store.
1. buy
2. buying
3. bought
4. buys
ตอบ: 3
คำอธิบาย: ใช้ Past Simple Tense (S + V2) กับประโยคที่แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ผ่านไปแล้ว หรือเป็น การเล่าเหตุการณ์ในอดีต มักมีคำบอกเวลาอดีต เช่น yesterday (เมื่อวานนี้), ago (ที่ผ่านมา), last + ช่วงเวลา เช่น last year (ปีที่แล้ว), last week (สัปดาห์ที่แล้ว) ฉะนั้นจึงกริยาช่องที่ 2 ก็คือ bought (มาจาก buy bought bought (ซื้อ)

5. Tom _______ when he heard that there had been an accident.
1. was worried
2. were worried
3. was satisfied
4. were satisfied
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ประธาน Tom ชื่อคน ๆ เดียวเป็นเอกพจน์ กริยาก็ต้องเอกพจน์ก็คือ was แล้วตามด้วยคุณศัพท์ worried (รู้สึกกังวลใจ) กับ satisfied (รู้สึกพึงพอใจ) เข้ากันได้กับประโยคว่า “ทอมรู้สึกกังวลเมื่อเขาได้ข่าวว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น) จึงตอบ was worried

6. Jack and Jill _______ up the hill to fetch a pail of water.
1. go
2. went
3. going
4. gone
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ประโยคไม่ได้มีคำบอกใบ้เกี่ยวกับคำบอกเวลา เราก็ต้องวิเคราะห์ว่าโจทย์นี้จะเป็นปัจจุบันหรืออดีตให้ตอบหลังประธานจะมีเหลือตัวเลือกที่ 1 (go) และกริยาช่องที่ 2 (went) เป็นอดีต จากประโยคกล่าวว่า “แจ๊คและจิลล์ขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อไปตักน้ำ” เป็นการเล่าเหตุการณ์หนึ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วมาเล่าให้ฟังจะใช้เป็นรูปอดีต ก็คือตอบ went เราไม่ตอบกริยาช่องที่ 1 ซึ่งเป็นปัจจุบันกับการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทำทุกวัน เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดทุกวัน แต่เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีตแล้วมาพูด

7. Yesterday, my sister _______ her homework after dinner.
1. do
2. doing
3. does
4. did
ตอบ: 4
คำอธิบาย: โจทย์มีคำบอกเวลาอดีตก็คือ yesterday ฉะนั้นตอบ Past Simple Tense (S + V1) จึงตอบ did (มาจาก do does did done)

8. Which of the following is a simple sentence?
1. I lost my watch yesterday.
2. Tim went to see a doctor because he was sick.
3. Jane smiles when she is happy.
4. I washed a car after I came home.
ตอบ: 1
คำอธิบาย: โจทย์ถามว่าข้อไหนต่อไปนี้เป็นประโยคใจความเดียว? เราจะรู้ว่าเป็นประโยคใจความเดียว (Simple sentence) ก็คือมีประธานตัวเดียว และมีกริยาตัวเดียวนั่นเอง หรืออีกวิธีง่าย ๆ ก็คือมีประโยคเดียวไม่มีคำเชื่อม ให้สังเกตตัวเลือกที่ 2,3 และ 4 มีตัวเชื่อม because, when, after คั่น แสดงและมีประธานสองตัว กริยาสองตัว เชื่อสองประโยค เป็นประโยคใจความซ้อน (complex sentence) จึงตอบตัวเลือกที่ 1

9. During the week, my kids _______ dancing practice on Tuesdays; they _______ judo on Wednesdays and swimming on Fridays.
1. have had; did
2. did; have had
3. have; do
4. were; are doing
ตอบ: 3
คำอธิบาย: ใช้ Present Simple Tense (S + V1) กับเหตุการณ์ที่ทำทุกวัน เกิดขึ้นเป็นประจำ มักมีคำบอกเวลา เช่น always, often, usually, sometimes, normally, frequently, every + เวลา เช่น every day, every month หรือวัน Tuesdays, Wednesdays, Fridays วันที่ลงท้ายด้วย -s แสดงความถี่ว่าทำทุกวันอังคาร วันพุธ วันศุกร์ ทำเป็นประจำ จึงตอบเป็น Present Simple (S + V1) จึงตอบ have; do (V1)

10. Which of the following is not a compound sentence?
1. My legs hurt; however, I kept on hiking.
2. The bell range, and the music began.
3. Daniel is going to New Zealand tomorrow.
4. I drink green tea, but they drink coffee.
ตอบ: 3
คำอธิบาย: ถามว่าข้อไหนต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยคความรวม? ดูคำอธิบายง่าย ๆ นะคะ ถ้าเราเห็นมีประธานตัวเดียว กริยาตัวเดียว แสดงว่าเป็นประโยคใจความเดียว (Simple Sentence) แต่ถ้าเอาสองประโยคมา รวมกันแล้วมีคำเชื่อมเช่น , and, but, or, so, nor, yet, however, otherwise, เป็นประโยคความรวม (Compound Sentence) แต่ถ้าเราเห็นคำเชื่อมเช่น because, however, meanwhile, if, before, after, who, whom, which, what, that เป็นต้นถือว่าเป็นประโยคความซ้อน (complex sentence)
1. มีคำเชื่อม ;however, เป็น Compound Sentence
2. มีคำเชื่อม and เป็น Compound Sentence
3. ไม่มีคำเชื่อมและมีใจความเดียว (Simple Sentence)
4. มีคำเชื่อม but เป็น Compound Sentence

11. In summer, my kid and I usually _______ in the garden.
1. play
2. has played
3. have played
4. were played
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ใช้ Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ทำทุกวัน เกิดขึ้นสม่ำเสมอ เป็นนิสัย มักมีคำบอกเวลา เช่น always, usually, normally, often, every + ช่วงเวลา เช่น every day, every summer, every week เป็นต้น ฉะนั้นจึงตอบกริยาช่องที่ 1 คือ play

12. The letter was _______ by Sarah.
1. write
2. writes
3. written
4. writing
ตอบ: 3
คำอธิบาย: เป็นเรื่อง passive voice (รูปถูกกระทำ) ให้สังเกตจากประธานเป็นสิ่งของที่ถูกกระทำ หรือมี by (โดย) อยู่ท้ายประโยค ใช้โครงสร้าง verb to be + V3 ก็คือ was written

13. Jeff often _______ a break for an hour at noon to eat his lunch and then _______ working.
1. took; continues
2. takes; continues
3. is taken; continues
4. had taken; to be continued
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 11 ประกอบ มีคำบอกเวลา often (บ่อย) ทำเป็นประจำ จึงตอบกริยาช่องที่ 1 คือ takes และมี and คั่นก็ตอบกริยาในรูปคล้อยตามกันคือ กริยาช่องที่ 1 คือ continues

14. Which of the following is a complex sentence?
1. I am a student.
2. When I got home, nobody was there.
3. Jane reads a novel every evening.
4. It can get a little bit messy, but it is totally worth it.
ตอบ: 2
คำอธิบาย: โจทย์ถามว่าข้อไหนต่อไปนี้เป็นประโยคความซ้อน วิธีง่าย ๆ ให้ดูคำเชื่อมนะคะ ถ้าเราเจอประธานตัวเดียวกริยาตัวเดียว แสดงว่าเป็นประโยคใจความเดียว (Simple Sentence) แต่ถ้ามีสองประโยคมาเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำเชื่อมเช่น and, but, or, so, nor, yet, จะเป็นประโยคใจความรวม (compound sentence) แต่ถ้าเราเจอคำเชื่อม เช่น because, however, therefore, before, after, furthermore, in addition to, when, who, which, where, what, whose, how, that เป็นต้น
1. เป็น Simple Sentence
2. เป็น Complex Sentence เพราะ When
3. เป็น Simple Sentence
4. เป็น Compound Sentence เพราะมี but

15. My brother and my uncle _______ around 4 p.m. this afternoon.
1. are going to arrive
2. should be arrived
3. will arrive
4. have been arriving
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ประโยคส่วนหลังมีคำบอกเวลาว่าประมาณ สี่โมงบ่ายนี้ แสดงถึงอนาคตอันใกล้และมีการวางแผนด้วย เราใช้ going to ก็คือ are going to arrive (กำลังจะมาถึง) ระบุเวลาแน่นอนดีกว่าใช้ will arrive

16. Among her classmates, Jane is the _______
1. tall
2. taller
3. tallest
4. the most tall
ตอบ: 3
คำอธิบาย: ในการเปรียบเทียบของ 2 อย่าง 2 สิ่งใช้ขั้นกว่า ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง 3 หรือมากกว่า 3 ใช้ขั้นสุด ฉะนั้นมีคำว่า among her classmates (ในกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียน) มีหลายคนแน่นอน ต้องตอบขั้นสุด หรือดูจากโจทย์ มี the อยู่ก็ต้องขั้นสุด คือ the + adj. ขั้นสุดนั่นคือ the tallest

17. The swimmer _______ records was broken last year is training hard for the upcoming competition.
1. who
2. whom
3. whose
4. where
ตอบ: 3
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ The swimmer (นักว่ายน้ำ) เป็นคน และ records เป็นคำนาม จึงตอบ whose เพราะ whose + คำนามเสมอ แสดงความเป็นเจ้าของ

18. Lionel Messi is the _______ goal scorer in the match.
1. fast
2. fastest
3. faster
4. All are correct
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ขั้นสุด + in …… เช่นที่สุดในครอบครัว … in the family, ที่สุด….ในโลก ในข้อนี้ in the match เราตอบขั้นสุดว่า ที่สุดในการแข่งขัน จึงตอบ the fastest

19. The toy was _______ by John.
1. break
2. broken
3. breaking
4. breaks
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของ The toy (ของเล่น) และท้ายประโยคมี by (โดย) แสดงถึงประธานถูกกระทำ ว่า ของเล่นถูกทำให้แตกหัก จึงตอบ was broken

20. Look at the skies! It looks as if it _______ soon.
1. is going to
2. will be raining
3. rained
4. is raining
ตอบ: 3
คำอธิบาย: เป็นเรื่อง as if/ as though
สูตร:
1. S + V1 as if/as though S + V2
2. S + V2 as if/as though S + hadV3
ตรงสูตร 1 looks ให้มากริยาช่องที่ 1 -> ตอบกริยาช่องที่ 2 ก็คือ rained

21. Tom was absolutely _______ when he heard the phone ringing.
1. terrify
2. terrifies
3. terrified
4. terrifying
ตอบ: 3
คำอธิบาย: การใช้คุณศัพท์ในรูปที่ลงท้ายด้วย -ed แสดงความรู้สึก มักใช้กับประธานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิต รู้สึกได้ เช่น interested (รู้สึกสนใจ) terrified (รู้สึกตกใจ) disappointed (รู้สึกผิดหวัง) แต่ถ้าลงท้ายด้วย -ing เป็นการบอกลักษณะว่า น่าจะ มักใช้กับประธานสิ่งของเช่น interesting (น่าสนใจ) terrifying (น่ากลัว) disappointing (น่าผิดหวัง) แล้วดูโจทย์ประธานคือ Tom เป็นคนและมี was (verb to be) แล้ว เราก็ตอบคุณศัพท์ได้เลย แสดงรู้สึกก็คือ terrified

22. This was very _______ for all the fans watching the game.
1. disappoint
2. disappoints
3. disappointed
4. disappointing
ตอบ: 4
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 21 ประกอบ ประธาน This (สิ่งนี้) เป็นการแทนสิ่งของ เราก็ตอบ “น่า…” นั่นคือ disappointing (น่าผิดหวัง)

23. Jannie loves to _______ basketball with her friends after school.
1. play
2. do
3. go
4. punch
ตอบ: 1
คำอธิบาย: การใช้คำกริยา play, do, go ต่างกัน โดยกริยา play ใช้กับการเล่นกีฬา เกมส์หรือการแข่งขัน ส่วน do ใช้ทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือกิจกรรมส่วนตัวอื่น และ go ใช้สำหรับกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing
เทียบตัวอย่าง ออกทุกเทอมกับกริยา play, do, go จำไปเลยนะ ว่าเล่นอะไรใช้กับอะไร
– They play football.
– Jen enjoys playing basketball with her friends. (เล่นบาสเก็ตบอล)
– I do exercise. (ฉันออกกำลังกาย)
– Does Kate do yoga? (เคทเล่นโยคะมั้ย?)
– We usually go running on Sunday. (พวกเราปกติไปวิ่งวันอาทิตย์)
– I don’t go swimming.

24. Yesterday, we _______ a fun movie together.
1. watch
2. watching
3. watches
4. watched
ตอบ: 4
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 7. ประกอบ มีคำบอกเวลา yesterday แสดงถึงการตอบ Past Simple Tense (S + V2) เหตุการณ์ในอดีต จึงตอบ watched

25. My father will never let me _______ dancing with my boyfriend.
1. go
2. play
3. trim
4. drive
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ กริยา go + Ving เช่น go dancing, go running เป็นต้น

26. They _______ because the dog was very big.
1. was surprised
2. were surprised
3. was bored
4. were bored
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 21. ประกอบ ประธาน They เป็นพหูพจน์กริยาใช้ were แล้วมาดูว่าจะใช้คุณศัพท์คำไหนระหว่าง surprised (รู้สึกประหลาดใจ) กับ bored (รู้สึกเบื่อ) จากประโยค “พวกเขารู้สึกประหลาดเพราะสุนัขตัวใหญ่มาก” จึงตอบ were surprised ไม่ใช้ were bored (รู้สึกเบื่อ) เพราะไม่เข้ากับประโยค

27. Bob is the _______ person on our campus.
1. angry
2. angrier
3. angriest
4. All are correct
ตอบ: 3
คำอธิบาย: เราเห็น the คำที่โจทย์แล้ว และที่ท้ายประโยคมีคำว่า on our campus ถ้ามี on/in หรือมี the ข้างหน้า คาดเดาว่าตอบเป็นขั้นสุดได้เลย จาก angry เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม est เป็นขั้นสุด

28. _______ this pill three times a day.
1. Take
2. To take
3. Took
4. Taking
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ประโยค this pill three times a day ไม่มีกริยาเลย แสดงว่าเราสามารถตอบขึ้นต้นประโยคเป็น กริยาช่องที่ 1 แสดงคำสั่ง ขอร้องได้ เช่นคำสั่ง Stop smoking now! สั่งให้หยุดสูบบุหรี่ ส่วนข้อนี้ขึ้นด้วย กริยาช่องที่ 1 คือ Take ใช้กับการกินยา ใช้กริยา take ไม่ใช่ขึ้นต้นเป็น Ving เพราะถ้า Ving จะเป็นคำนาม ส่วนทีตามมาต้องมีกริยาหลัก แต่ข้อนี้ไม่มี จึงตอบขึ้นต้นเป็นกริยาช่องที่ 1 ได้

29. Asian elephants _______ into four sub-species, including Bornean, Sumatran, Indian and Sri Lankan.
1. categorizes
2. have categorized
3. categorized
4. are categorized
ตอบ: 4
คำอธิบาย: ประธานถูกจัดเป็นหมวดหมู่ กริยาที่ใช้จะอยู่ในรูป verb to be + V3 = are categorized ถูกจัดเป็นหมวดหมู่

30. It’s Chad’s graduation next Monday, so we _______ to buy him a present.
1. may have bought
2. are going
3. will have
4. should have bought
ตอบ: 2
คำอธิบาย: จากประโยคมี next Monday แสดงอนาคต โดยปกติเราใช้ will + V1 เช่น will buy ได้เลย ไม่ต้องมี to คั่น แต่โจทย์นี้มี to เราใช้กริยา are going to กำลังจะ เหมือน will ก็คือ are going to buy = will buy (จะซื้อ กำลังจะไปซื้อ) แทนอนาคตอันใกล้ได้

31. I told her that she had better not _______ about it anymore.
1. talk
2. to talk
3. talked
4. talking
ตอบ: 1
คำอธิบาย: การใช้ had better และ had better not ตามด้วย กริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องผันไม่ต้องมี to ไม่มี ing ในความหมายว่า ควรจะ …… ไม่ควรจะ ฉะนั้นจึงตอบ had better not talk

32. The cake was _______ by Mary.
1. baked
2. bakes
3. baking
4. bake
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 12 ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของ The cake (เค้ก) ถูกอบ และมี by (โดย) ข้างหลัง ใช้ verb to be + V3 จึงตอบ was baked ดูตัวอย่างอื่น
– The flight to Chiang Mai was postponed yesterday because of the heavy storm. (เที่ยวบินไปเชียงใหม่ถูกเลื่อน…)

33. As my exams are tomorrow, I _______ to bed early tonight.
1. will be going
2. will go
3. am going to go
4. am being to do
ตอบ: 3
คำอธิบาย: โจทย์มีคำบอกเวลา tomorrow เป็นอนาคต ปกติใช้ will go แต่หากโจทย์แสดงอนาคตที่มีการวางแผน และเป็นอนาคตอันใกล้จะใช้โครงสร้าง going to ดีกว่า will นั่นคือ am going to + V1 = am going to go

34. The ball was _______ by the boy.
1. kicks
2. kicking
3. kick
4. kicked
ตอบ: 4
คำอธิบาย: คำอธิบายข้อ 12 ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของคือ The ball (ลูกบอล) ถูกเตะโดยเด็กผู้ชาย ใช้รูปถูกกระทำ verb to be + V3 จึงตอบ was kicked

35. How about _______ to the cinema this weekend?
1. go
2. to go
3. went
4. going
ตอบ: 4
คำอธิบาย: ขึ้นต้น How about ใช้เป็นการแนะนำ ถามความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะบางอย่าง เป็นการชักชวนผู้ฟังไปด้วย How about + Ving หรือคำนาม เช่น
– How about a movie? ไปดูหนังกันดีมั้ย
– How about watching Frozen 2 tonight? คืนนี้ไปดูโฟรเซ่น 2 กันมั้ย
– It’s hot today. How about going to the beach? (วันนี้อากาศร้อน ไปเที่ยวทะเลกันเถอะ)

36. Why don’t you _______ a separate account?
1. open
2. to open
3. opened
4. opening
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ในประโยคคำถามซึ่งมีกริยาช่วย don’t ยกไว้หน้าประธาน you ถ้าเราทำเป็นบอกเล่าก็คือ you don’t จะตามกริยาช่องที่ 1 ให้จำในรูปประโยคคำถามว่าให้กริยาช่วยตัวไหนมา ถ้าให้ verb to do (do, does, did, ตัวย่อ don’t, doesn’t, didn’t) ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ จึงตอบ open

37. Nina _______ gymnastics when she was in college, but she doesn’t do that anymore. Now, she likes to _______ tennis.
1. does: go
2. goes; plays
3. did; play
4. went; did
ตอบ: 3
คำอธิบาย: คำถามต้องการให้ตอบกริยา go, do, play กับกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักการดังนี้
1. ใช้ go : จะตามหลังด้วยกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing (แต่หลัง go ต้องไม่มี to) เช่น climbing (ปีนเขา), cycling (ปั่นจักรยาน), dancing, diving (ดำน้ำ), fishing, riding, swimming, sailing (ล่องเรือ), hiking (เดินป่า), running, jogging เป็นต้น
2. ใช้ do/does: กับกิจกรรมเพื่อพักผ่อน หรือกิจกรรมส่วนตัว เช่น boxing, weightlifting (ยกน้ำหนัก), bodybuilding (เพาะกาย), aerobics, crossword, karate, yoga, judo, ballet (บัลเล่ต์), athletic (กรีฑา), taekwondo, kung-fu, exercise (ออกกำลังกาย), gymnastics
3. ใช้ play : กับกีฬาที่เล่นเป็นทีม มีกติกา เกมส์หรือการแข่งขัน เช่น badminton, baseball, basketball, chess (หมากรุก) cricket, hockey, squash, football, tennis, volleyball, soccer, table-tennis, rugby เป็นต้น เทียบตัวอย่าง
– They play football. ฉะนั้นข้อนี้ก็มี football จึงตอบ play
– Jen enjoys playing basketball with her friends. (เล่นบาสเก็ตบอล)
– I do exercise. (ฉันออกกำลังกาย)
– Does Kate do yoga? (เคทเล่นโยคะมั้ย?)
– We usually go running on Sunday. (พวกเราปกติไปวิ่งวันอาทิตย์)
ฉะนั้นข้อนี้จึงตอบ do gymnastics และ play tennis จำนะคะ ออกทุกเทอมหลายข้อด้วย

38. The doctor recommended to _______ yoga to help him my backache.
1. play
2. do
3. move
4. twist
ตอบ: 2
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ ใช้ do กับ yoga

39. Which of the following is a compound sentence?
1. Jessica is writing a letter.
2. His house is huge, but it is dirty.
3. You can find the best fried catfish in Mississippi.
4. I have a new car.
ตอบ: 2
คำอธิบาย: โจทย์ถามว่าข้อไหนเป็นประโยคใจความรวม ดูคำอธิบายข้อ 14 ประกอบ
1. มีประธานตัวเดียวกริยาตัวเดียว เป็นประโยคใจความเดียวคือ Simple Sentence
2. มีคำเชื่อม but (หรือพวก and, but nor, or, so, for, yet) เป็นประโยคใจความรวม (compound sentence)
3. มีประธานตัวเดียวคือ you และกริยา can find ตัวเดียวเป็น simple sentence
4. เป็น Simple Sentence ประโยคใจความเดียว

40. The book _______ I read last week was very interesting.
1. which
2. who
3. where
4. whose
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ดูคำอธิบายข้อ 2 ประกอบ ประธานเป็นสิ่งของ The book ใช้ประพันธ์สรรพนาม which แทนสิ่งของได้เลย

——————————————————————————–
Part II: Vocabulary (คำศัพท์)
Directions : Choose the best answer.
——————————————————————————–

41. The _______ is a play, film or TV show that usually end with a happy ending.
1. comedy
2. metaphor
3. poem
4. tragedy
ถาม: ละครตลกคือละครภาพยนตร์หรือรายการทีวีที่มักจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ละคนตลก 2. อุปมาอุปมัย 3. บทกวี 4. โศกนาฏกรรม

42. The train crosses the _______ between Singapore and Malaysia.
1. omnivore
2. recipe
3. border
4. tradition
ถาม: รถไฟข้ามพรมแดนระหว่างสิงคโปร์และมาเลเซีย
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. สัตว์ที่กินอาหารทุกอย่าง 2 สูตรอาหาร 3. พรมแดน 4. ธรรมเนียม

43. Massage is used to _______ muscles and improve the circulation.
1. stain
2. relax
3. wake
4. turn
ถาม: การนวดใช้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. คราบ รอยด่าง 2. ผ่อนคลาย 3. ตื่น 4. หัน หมุน

44. Ross did _______ well in his thesis defense.
1. get
2. quite
3. moment
4. never
ถาม: รอสทำได้ค่อนข้างดีในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของเขา
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ได้รับ 2. ค่อนข้าง 3. ช่วง 4. ไม่เคย

45. We have to _______ calm and composed during the exam.
1. remain
2. remodel
3. resign
4. reveal
ถาม: เราต้องคงรักษาสงบสติอารมณ์ระหว่างการสอบ
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. คงไว้ รักษาไว้ 2. สร้างใหม่ 3. ลาออก ถอนตัว 4. เปิดเผย

46. When in Buffalo, drop by the Anchor Bar to try some _______ Buffalo Wings.
1. cognitive
2. productive
3. optional
4. authentic
ถาม: เมื่ออยู่ในเมืองบัฟฟาโล แวะไปที่แอนซอร์ บาร์,เพื่อลองบัฟฟาโลวิงส์แท้ ๆ (ปีกไก่ทอด)
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. เกี่ยวกับจิตใจ 2. ประสิทธิภาพในการผลิต 3. ทางเลือก 4. จริง แท้

47. The kitchen and the dining room are _______ rooms in most houses.
1. separate
2. secular
3. secure
4. secretive
ถาม: ห้องครัวและห้องรับประทานอาหารเป็นห้องแยกกันในบ้านส่วนใหญ่
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. แยกจากกัน 2. ฆราวาส 3. มั่นคง 4. เป็นความลับ

48. Mary won a _______ to study at the Pratt Institute of Art.
1. fixation
2. costume
3. scholarship
4. lesson
ถาม: แมรี่ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ Pratt Institute of Art
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. การจับ 3. ชุดแต่งกาย 3. ทุนการศึกษา 4. บทเรียน

49. I need to _______ the bushes in my garden. They are quite long now.
1. transfer
2. trim
3. transmit
4. translate
ถาม: ฉันต้องตัดแต่งพุ่มไม้ในส่วนของฉัน มันค่อนข้างยาวแล้ว
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. โยกย้าย 2. ตัดแต่ง 3. ส่ง 4. แปลความ

50. The king was afraid of being _______ by his enemies.
1. beheaded
2. crowned
3. divorced
4. survived
ถาม: กษัตริย์กลัวที่จะถูกตัดหัวโดยศัตรูของเขา
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ถูกตัดหัว 2. สวมมงกุฎ 3. หย่าร้าง 4. รอดชีวิต

51. The _______ is a person who writes plays for the theatre, television, or radio.
1. poet
2. playwright
3. comedian
4. actor
ถาม: นักเขียนบทละครคือบุคคลที่เขียนบทละครสำหรับโรงละคร โทรทัศน์ หรือวิทยุ
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. กวี 2. นักเขียนบทละคร 3. ตัวตลก 4. นักแสดง

52. The main _______ of this dish is raw fish.
1. ingredient
2. architecture
3. chant
4. border
ถาม: ส่วนประกอบหลักของจานนี้คือปลาดิบ
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ส่วนประกอบ วัตถุดิบ 2. สถาปัตยกรรม 3. สวดมนต์ 4. พรมแดน ชายแดน

53. The news report goes to the _______ of the dispute between the community leader and the villagers.
1. tradition
2. religion
3. core
4. occasion
ถาม: รายงานข่าวไปที่แกนหลักของความขัดแย้งระหว่างผู้นำชุมชนและชาวบ้าน
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ธรรมเนียมปฏิบัติ 2. ศาสนา 3. แกน ส่วนสำคัญ 4. โอกาส

54. The _______ is a building or area for dramatic performances.
1. theater
2. sonnet
3. comedy
4. tragedy
ถาม: โรงละคร คือ อาคารหรือพื้นที่สำหรับการแสดงละคร
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. โรงละคร 2. โคลง 3. เรื่องตลก 4. โศกนาฏกรรม

55. What’s for dinner? I’m absolutely _______.
1. proud
2. ravenous
3. cognitive
4. annual
ถาม: จะกินอะไรเย็นนี้? ฉันหิวมาก
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ภาคภูมิใจ 2. หิวมาก 3. ความรู้ความเข้าใจ 4. ประจำปี

56. We’ve got a/an _______ of exams to grade before the deadline tomorrow.
1. favorite
2. load
3. sense
4. issue
ถาม: เรามีข้อสอบมากมายเพื่อออกเกรดก่อนถึงกำหนดสุดท้ายในวันพรุ่งนี้
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. โปรดปราน 2. ภาระ หน้าที่ 3. ความรู้สึก 4. ประเด็น ปัญหา

57. The company plans to _______ a new branch in the city center.
1. evaluate
2. establish
3. exclaim
4. execute
ถาม: บริษัทมีแผนจัดตั้งสาขาใหม่ใจกลางเมือง
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ประเมิน 2. จัดตั้ง ก่อตั้ง 3. อุทาน 4. กระทำ สำเร็จโทษ

58. The athlete was a _______ of hard work and dedication.
1. disgrace
2. reveal
3. paragon
4. portrait
ถาม: นักกีฬาเป็นตัวอย่างดีเลิศของการทำงานหนักและความทุ่มเท
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ความเสื่อมเสีย 2. เปิดเผย 3. ตัวอย่างดีเลิศ 4. ภาพ

59. Jan looked out over a _______ landscape of gentle hills.
1. serene
2. fashionable
3. restrictive
4. religious
ถาม: แจนมองออกไปเห็นภูมิประเทศอันเงียบสงบของเนินเขาที่เรียบ
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. เงียบสงบ 2. ทันสมัย 3. เข้มงวด 4. เกี่ยวศาสนา

60. I think George went _______ and ate cookie ice cream.
1. viral
2. wild
3. opposite
4. downstairs
ถาม: ฉันคิดว่าจอร์จลงไปข้างล่างและกินไอศกรีมคุกกี้
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. คลิปวิดีโอที่พูดถึงในโลกออนไลน์ 2. ป่าเถื่อน 3. ตรงกันข้าม 4. ข้างล่าง ชั้นล่าง

61. The average _______ in this region is 750 mm.
1. stage
2. temperature
3. plot
4. rainfall
ถาม: ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในภูมิภาคนี้คือ 750 มิลลิเมตร
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. เวที 2. อุณหภูมิ 3. เค้าโครงเรื่อง 4. ปริมาณน้ำฝน

62. After the earthquake, many people had to _______ their homes.
1. determine
2. repeat
3. abandon
4. continue
ถาม: หลังเกิดแผ่นดินไหวผู้คนจำนวนมากต้องละทิ้งบ้าน
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ตัดสินใจ 2. พูดซ้ำ 3. ละทิ้ง 4. ดำเนินไป

63. My daughter spread her _______ with a thick layer of butter and honey.
1. lunchtime
2. juice
3. toast
4. time
ถาม: ลูกสาวของฉันทาขนมปังด้วยเนยและน้ำผึ้งหนา ๆ
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. อาหารกลางวัน 2. น้ำผลไม้ 3. ขนมปังปิ้ง 4. เวลา

64. Those spectacular _______ and jagged cliffs are wonderful.
1. toasts
2. gorges
3. salutes
4. loyalties
ถาม: ช่องเขาที่งดงามและหน้าผาขรุขระนั้นช่างยอดเยี่ยม
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ขนมปังปิ้ง 2. ช่องเขา 3. กล่าวต้อนรับ 4. ความจงรักภักดี

65. _______ can drop well below freezing in midwinter.
1. Beanies
2. Temperatures
3. Metaphors
4. Costumes
ถาม: อุณหภูมิอาจลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในช่วงกลางฤดูหนาว
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. หมวกบินนี่ 2. อุณหภูมิ 3. อุปมาอุปมัย 4. เครื่องแต่งกาย

66. You are not allowed to use this data for _______ purposes.
1. famous
2. expected
3. often
4. commercial
ถาม: คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลนี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. มีชื่อเสียง 2. คาดหวัง 3. บ่อย 4. ทางการค้า

67. As long as the _______ weather holds, you can keep planting.
1. mild
2. detrimental
3. optional
4. restrictive
ถาม: ตราบใดที่สภาพอากาศไม่หนาวจัด คุณก็สามารถปลูกต่อไปได้
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ไม่หนาวจัด อบอุ่น อ่อน 2. เป็นอันตราย 3. ทางเลือก 4. เข้มงวด

68. The queen was known for his _______ and cared deeply for his subjects.
1. disgrace
2. loyalty
3. portrait
4. promiscuity
ถาม: ราชินีเป็นที่รู้จักจากความภักดีและห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อย่างลึกซึ้ง
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ความเสื่อมเสีย 2. ความซื่อสัตย์ ความภักดี 3. ภาพ 4. ความสำส่อน

69. The poet wrote a beautiful _______ about nature.
1. playwright
2. plot
3. poet
4. metaphor
ถาม: กวีได้เขียนเค้าโครงเรื่องที่สวยงานเกี่ยวกับธรรมชาติ
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. นักเขียนบทละคร 2. เค้าโครงเรื่อง 3. กวี 4. อุปมาอุปมัย

70. Please don’t _______ me while I’m studying. I need to focus.
1. disturb
2. recharge
3. beautify
4. increase
ถาม: กรุณาอย่ารบกวนฉันในขณะที่ฉันกำลังเรียน ฉันต้องการสมาธิ
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. รบกวน 2. บรรจุใหม่ 3. ทำให้สวย 4. เพิ่มขึ้น

71. The meeting was _______ of several good ideas.
1. annual
2. restrictive
3. productive
4. cognitive
ถาม: การประชุมได้รับรู้ข้อคิดดี ๆ หลายประการ
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ประจำปี 2. เข้มงวด 3. มีประสิทธิภาพ 4. เกี่ยวกับกระบวนการคิด

72. From our lofty _______ ,we could see the city spread out below us.
1. promiscuity
2. royalty
3. referee
4. vantage point
ถาม: จากจุดชมวิวอันสูงส่งของเรา เราสามารถมองเห็นเมืองที่แผ่ขยายออกไปเบื้องล่าง
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. ความสำส่อน 2. ค่าลิขสิทธิ์ 3. ผู้ตัดสิน 4. จุดที่มองเห็นได้กว้างขวาง

73. I had to _______ to violence to get my money.
1. resort
2. relax
3. figure out
4. get dressed
ถาม: ฉันต้องหันไปใช้ความรุนแรงเพื่อรับเงินของฉัน
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. หันไปใช้ ใช้มาตรการ/วิธีเพื่อให้ได้มา 2. ผ่อนคลาย 3. คิดออก 4. แต่งตัว

74. People doing yoga benefit from an increased feeling of _______.
1. portrait
2. deviation
3. omnivore
4. wellbeing
ถาม: ผู้ที่เล่นโยคะได้รับประโยชน์จากความรู้สึกของความเป็นสุข
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. ภาพ 2. การเบี่ยงเบน 3. กินทุกอย่าง 4. ความเป็นอยู่ดีกินดี

75. Have you _______ your suitcase yet?
1. faced
2. limited
3. summed up
4. packed
ถาม: คุณจัดกระเป๋าเดินทางของคุณแล้วหรือยัง?
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. เผชิญหน้า 2. ถูกจำกัด 3. สรุป 4. จัดกระเป๋า

76. The artist painted a beautiful _______ of the queen.
1. fame
2. paragon
3. glory
4. portrait
ถาม: ศิลปินวาดภาพเหมือนของราชินีได้อย่างสวยงาม
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. ความมีชื่อเสียง 2. เพชรน้ำหนึ่ง 3. ความรุ่งเรือง 4. ภาพเหมือน

77. Could you give me the _______ for that chocolate cake?
1. recipe
2. tragedy
3. disgrace
4. royalty
ถาม: คุณช่วยบอกสูตรสำหรับเค้กช็อกโกแลตนั้นได้ไหม
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. สูตรอาหาร 2. โศกนาฏกรรม 3. ความเสื่อมเสีย 4. บุคคลในราชวงศ์

78. These chemicals have a _______ effect on the environment.
1. detrimental
2. cognitive
3. excessive
4. fashionable
ถาม: สารเคมีเหล่านี้มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากเกินไป
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. เป็นอันตราย เป็นภัย 2. การรับรู้ การคิด 3. มากเกินไป 4. ทันสมัย

79. There was a(n) _______ in the lab when the experiment went wrong and caused an explosion.
1. appointment
2. incident
3. evidence
4. advantage
ถาม: มีหลักฐานในห้องทดลองเมื่อการทดลองผิดพลาดและทำให้เกิดการระเบิด
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. การนัดหมาย 2. เหตุการณ์ 3. หลักฐาน 4. ข้อดี ประโยชน์

80. She was _______ of her daughter’s accomplishments in school.
1. terrible
2. obviously
3. proud
4. separate
ถาม: เธอภูมิใจในความสำเร็จของลูกสาวในโรงเรียน
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. น่ากลัว 2. อย่างเห็นได้ชัด 3. ภูมิใจ 4. แยกออก

——————————————————————————–
Part III: Dialogues
Direction: Choose the best answer
——————————————————————————–

81. A: Does Daylight Saving Time start tomorrow?
B: Yes, _______.
1. Bring an umbrella with you.
2. It’ll be a little bit crowded.
3. Don’t forget to adjust your watch.
4. Check your belongings before leaving.
ถาม: A:
B: ใช่ อย่าลืมปรับนาฬิกาของคุณนะ
ตอบ: 3
คำอธิบาย: Daylight Saving Time คือเวลาออมแสงหรือเวลาฤดูร้อน เป็นข้อตกลงในการปรับนาฬิกาไปข้างหน้าเพื่อให้มีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาบ่ายมากขึ้นและมีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาเช้าน้อยลง
เมื่อ A ถามว่า Daylight Saving Time เริ่มพรุ่งนี้ไหม B ก็ตอบว่า ใช่ อย่าลืมปรับนาฬิกาของคุณนะ ส่วนตัวเลือกอื่นไม่เข้ากัน
1. นำร่มติดตัวไปด้วยนะ 2. มันก็จะแออัดหน่อย ๆ นะ 4. ตรวจสอบสิ่งของของคุณก่อนออกเดินทาง

82. A: _______.
B: Don’t forget to wear gloves.
1. It’s getting colder now.
2. I can’t believe it’s summer already.
3. There’re tons of festivals to go to.
4. The weather is mild, just like your hometown.
ถาม: A:
B: อย่าลืมสวมถุงมือนะ
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. อากาศเย็นลงแล้ว 2. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นฤดูร้อนแล้ว 3. มีเทศกาลมากมายให้ไป 4. อากาศอบอุ่นเหมือนบ้านเกิดของคุณ
เมื่อ B บอกว่าอย่าลืมถุงมือนะ แสดงว่าเอต้องบอกว่า อากาศเย็นลง

83. A: _______.
B: Yes, at Christmas.
1. I don’t really celebrate Christmas.
2. Do you celebrate any festivities?
3. Is it quite popular on campus?
4. Which one’s is your favorite season?
ถาม: A:
B: มีค่ะ ในวันคริสต์มาส
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ฉันไม่ค่อยฉลองคริสต์มาส 2. คุณเฉลิมฉลองวันเทศกาลหรือไม่ 3. มันเป็นที่นิยมมากในมหาวิทยาลัยหรือไม่? 4. ฤดูไหนที่คุณชอบที่สุด?
เมื่อ B ตอบ Yes แสดงการถามต้องเป็นการถามที่ใช้กริยาช่วยขึ้นเป็นคำถามนั่นคือ Do you หรือ Is it สำหรับข้อนี้ตรงกับการตอบว่า มีค่ะ ในวันคริสต์มาส นั่นคือถามว่า คุณมีฉลองวันเทศกาลหรือไม่ ตรงกับตัวเลือกที่ 2 ถ้าเป็นตัวเลือกที่ 4 ถามฤดูที่ชอบตอบจะตอบเป็นฤดูกาล ไม่ใช่เทศกาล

84. A: _______.
B: Me neither. There are too many scientific terms.
1. That movie is entertaining.
2. I don’t understand that film.
3. The plot is so creative.
4. The actors are annoying.
ถาม: A:
B: ฉันก็ไม่เหมือนกัน มีคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มากเกินไป
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. หนังเรื่องนั้นสนุกนะ 2. ฉันไม่เข้าใจภาพยนตร์เรื่องนั้น 3. โครงเรื่องสร้างสรรค์มาก 4. นักแสดงน่ารำคาญ
เมื่อ B ตอบว่าฉันก็ไม่ แสดงว่า A ต้องพูดในเชิงลบว่า ดูเรื่องนั้นแล้วไม่เข้าใจ

85. A: _______.
B: That’s good exercise. We can enjoy the fresh air too.
1. How about rock climbing?
2. I prefer online shopping?
3. Do you like Shakespeare?
4. Let’s prepare our costume for the carnival.
ถาม: A:
B: นั่นเป็นการออกกำลังกายที่ดี เราสามารถเพลิดเพลินกับอากาศบริสุทธิ์ด้วย
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ปีนหน้าผากันดีไหม 2. ฉันชอบซื้อของออนไลน์มากกว่า? 3. คุณชอบเชคสเปียร์ไหม? 4. มาเตรียมเครื่องแต่งกายของเราสำหรับงานรื่นเริงกันเถอะ
เมื่อ B ตอบเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ก็ต้องตอบตัวเลือกเดียวคือข้อ 1 ที่กล่าวถึงการปีนหน้าผา (rock climbing) ชักชวนกันโดยใช้ขึ้นด้วย How about…. (เป็นอย่างไร) เป็นการขอคำแนะนำ

86. A: How do you go to school?
B: _______.
1. I’m good at math.
2. Every day.
3. My dad gives me a ride.
4. I really like it.
ถาม: A: คุณไปโรงเรียนยังไง?
B:
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ฉันเก่งคณิตศาสตร์ 2. ทุกวัน 3. พ่อขับรถไปส่งฉัน 4. ฉันชอบมันจริง ๆ
เมื่อ A ถามว่าไปโรงเรียนยังไง? สามารถตอบไปเอง หรือนั่งรถเมล์ หรือพ่อไปส่ง ตรงกับตัวเลือกที่ 3

87. A: What do you do in your free time?
B: _______.
1. I’m a journalist.
2. I enjoy lunch at school.
3. I love outdoor activities.
4. York is a nice place to live.
ถาม: A: เวลาว่างคุณทำอะไร?
B:
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ฉันเป็นนักข่าว 2. ฉันชอบอาหารกลางวันที่โรงเรียน 3. ฉันชอบกิจกรรมกลางแจ้ง 4. ยอร์คเป็นสถานที่ที่น่าอยู่
เมื่อ A ถามว่าเวลาว่างทำอะไร? สามารถตอบถึงสิ่งที่ชอบทำ เราใช้คำว่า I love…….

88. A: What is the first thing Peter does after waking up?
B: _______.
1. His school starts at 8 a.m.
2. He always makes bed.
3. He enjoys working with computers.
4. He doesn’t like working out.
ถาม: A: สิ่งแรกที่ปีเตอร์ทำหลังจากตื่นนอนคืออะไร?
B:
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. โรงเรียนของเขาเริ่มเวลา 8.00 น. 2. เขาชอบจัดที่นอนเสมอ 3. เขาสนุกกับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ 4. เขาไม่ชอบออกกำลังกาย
เมื่อถามสิ่งแรกที่ทำเมื่อตื่นนอน ก็ตอบว่า ชอบจัดที่นอน (makes bed) ตรงกับตัวเลือกที่ 2

89. A: Would you like some extra ingredients on your noodles?
B: _______.
1. I don’t want chilies.
2. Yes, that’s right.
3. Yes, I’d like two cokes, please.
4. Can you add more meat balls?
ถาม: A: คุณต้องการส่วนผสมพิเศษในบะหมี่ของคุณหรือเปล่า?
B:
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. ฉันไม่ต้องการพริก 2. ใช่ ถูกต้องเลย 3. ใช่ ฉันต้องการโค้กสองแก้ว 4. ขอลูกชิ้นเพิ่มได้ไหม?
A ถามต้องการอะไรเพิ่มพิเศษในบะหมี่ไหม? ตัวเลือกที่ถูกก็คือ ขอเพิ่มลูกชิ้น

90. A: My brother won a lottery?
B: _______.
1. Congrats! He finally did it.
2. Great! I’ll buy him a beanie.
3. Nice! Here are things you need to pack.
4. Cool! It will be warmer.
ถาม: A: พี่ชายของฉันถูกลอตเตอรี่?
B:
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ยินดีด้วย! ในที่สุดเขาก็ทำมันได้ 2. ยอดเยี่ยม! ฉันจะซื้อหมวกให้เขา 3. ดี! นี่คือสิ่งที่คุณต้องแพ็ค 4. เย็น! มันจะอุ่นขึ้น
เมื่อมีคนกล่าวว่าถูกล๊อตเตอรี่ เราก็ต้องแสดงความยินดีก่อนนั่นคือคำว่า Congrats!

——————————————————————————–
Part IV: Seen Passages
Directions: Read the following passages and choose the best answer for each question.
——————————————————————————–

Passage 1
Henry VIII was King of England and Ireland from 21 April 1509 until 28 January 1547, and is perhaps one of the most famous monarchs in English history. Born on 28 June 1941 at Greenwich Palace in London. Henry was the second eldest son to Henry VII and Elizabeth of York. The young prince was never expected to become king, but when his older brother, Arthur, Price of Wales, died unexpected at the age of 15, Henry became heir to the throne. Upon the death of his father, Henry was coronated on 24 June 1509 – he was just 17 years old. He immediately set about marrying his elder brother’s widow, Catherine of Aragon.
Henry VIII’s first wife was Catherine of Aragon, daughter of King Ferdinand and Queen Isabella of Spain. Eight years before her marriage to Henry in 1509, Catherine was in fact married to Henry’s older brother, Arthur, who died of sickness at just 15 years old. Together, Henry and Catherine had a daughter, Mary — but it was a son that Henry wanted. Frustrated that Catherine seemed unable to produce a male heir to the throne. Henry had their married annulled in 1533. But there’s mor to the story, gang – towards the end of their marriage. Henry fell in love with one of Catherine’s ladies-in-waiting (woman who assisted the queen) – Anne Boleyn.
Anne Boleyn became Henry’s second wife after the pair married secretly in January 1533. By this time, Anne was pregnant with her first child to Henry, and by June 1533, she was crowned Queen of England. Together they had a daughter, Elizabeth – the future Queen Elizabeth I. But, still, it was a son – and future king of England – that Henry wanted. Frustrated, he believed his marriage was cursed and that Anne was to blame. And so, he turned his affections to one of Anne’s ladies-in-waiting, Jane Seymour. And Anne’s fate? Following accusations of numerous crimes, including witchcraft and treason (plotting to kill the king), she was arrested and beheaded.

พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษและไอร์แลนด์ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 1509 ถึง 28 มกราคม 1547 และอาจเป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1491 ที่พระราชวังกรีนนิช (Greenwich Palace) ในกรุงลอนดอน พระเจ้าเฮนรี่เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 และเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งยอร์ก เจ้าชายหนุ่มไม่เคยถูกคาดหวังให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่เมื่อพี่ชายของเขา อาเธอร์ เจ้าชายแห่งเวลส์ สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันเมื่ออายุได้ 15 พรรษา เจ้าชายเฮนรี่ได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท เมื่อพระราชบิดาสวรรคต พระเจ้าเฮนรี่ขึ้นครองราชย์และเข้าพิธีราชาภิเษกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1509 ขณะที่พระชนมายุเพียง 17 พรรษา พระองค์เริ่มอภิเษกสมรสกับพระนางแคเธอรีนแห่งอารากอน พระชายาหม้ายของพระเชษฐาพระองค์โดทันที
พระมเหสีพระองค์แรกของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 คือ พระนางแคทเธอรีนแห่งอารากอน ซึ่งเป็นพระธิดาของพระเจ้าเฟอร์ดินานและสมเด็จราชินีนาถอลิซาเบลลา แห่งสเปน เมื่อ 8 ปีก่อนที่พระนางจะอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเฮนรี่ ในปี 1509 ความจริงแล้วพระนางแคทเธอรีนอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอาเธอร์ พระเชษฐาในเจ้าชายเฮนรี่ ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์ด้วยอาการป่วยเมื่อพระชนมายุเพียง 15 พรรษา พระเจ้าเฮนรี่และพระราชินีแคทเธอรีนมีพระราชธิดาด้วยกัน 1 พระองค์ชื่อเจ้าหญิงแมรี่ แต่พระเจ้าเฮนรี่ต้องการพระโอรส ด้วยความผิดหวังที่ดูเหมือนพระราชินีแคทเธอรีนจะไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้ พระเจ้าเฮนรี่จึงทรงยกเลิกการอภิเษกสมรส ในปี 1533 แต่ยังมีเรื่องราวมากกว่านั้น ในช่วงท้ายของชีวิตการอภิเษกสมรส พระเจ้าเฮนรี่ทรงตกหลุมรักกับแอนน์ โบลีน ซึ่งเป็นนางสนองพระโอษฐ์ผู้หนึ่งของพระราชินีแคทเธอรีน
แอนน์ โบลีนกลายเป็นพระมเหสีพระองค์ที่ 2 ของพระเจ้าเฮนรี่หลังจากที่ทั้ง 2 พระองค์อภิเษกสมรสกันแบบลับ ๆ ในเดือนมกราคม 1533 ในเวลานี้ แอนน์ตั้งครรภ์บุตรคนแรกกับพระเจ้าเฮนรี่ และในเดือนมิถุนายน 1533 นางก็ได้รับการสวมมงกุฎเป็นราชินีแห่งอังกฤษ ทั้ง 2 พระองค์มีพระราชธิดาด้วยกัน 1 พระองค์ มีพระนามว่าเอลิซาเบธ ซึ่งก็คือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แต่ถึงกระนั้นพระเจ้าเฮนรี่ทรงต้องการพระราชโอรสและกษัตริย์ในอนาคตของอังกฤษ พระองค์ทรงผิดหวังและเชื่อว่าการอภิเษกสมรสของพระองค์ถูกคำสาป และพระราชินีแอนน์ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นพระองค์จึงหันไปมีความรักใคร่ในเจน ซีมัวร์ นางสนองพระโอษฐ์ผู้หนึ่งของพระราชินีแอนน์และชะตากรรมของพระราชินีแอนน์จะเป็นอย่างไร หลังจากถูกกล่าวหาว่ามีความผิดมหันต์มากมาย ซึ่งรวมถึงการใช้เวทมนตร์คาถาและการกบฏ (วางแผนปลงพระชนม์กษัตริย์) พระราชินีแอนน์จึงถูกจับตัดพระเศียร

91. When did Henry VIII become king of England and Ireland?
1. 21 April 1508
2. 21 April 1509
3. 28 January 1547
4. 28 June 1491
ถาม: พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ขึ้นปืนกษัตริย์แห่งอังกฤษและไอร์แลนด์เมื่อใด
ตอบ: 2
คำอธิบาย: จากข้อความที่ว่า Henry VIII was King of England and Ireland from 21 April 1509 until 28 January 1547 นั่นคือ ตั้งแต่ 21 เมษายน 1509

92. The word “monarchs” (in bold type) means _______.
1. religious leaders
2. city guards
3. teachers or professors
4. kings or queens
ถาม: คำว่า “monarchs” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึง _______.
ตอบ: 4
คำอธิบาย: monarchs = kings = พระมหากษัตริย์

93. Who were Henry VIII’s parents?
1. Henry VII and Mary Tudor
2. Henry VIII and Anne Boleyn
3. Henry VII and Elizabeth of York
4. Henry VIII and Catherine of Aragon
ถาม: พระราชบิดาและพระราชมารดาของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 คือใคร?
ตอบ: 3
คำอธิบาย: จากข้อความ Henry was the second eldest son to Henry VII and Elizabeth of York. = พระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 และเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งยอร์ก

94. How did Henry VIII become heir to the throne?
1. He was the eldest son of Henry VII.
2. He was chosen by the people.
3. His older brother died unexpectedly.
4. He won a war to claim the throne.
ถาม: พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทได้อย่างไร
ตอบ: 3
คำอธิบาย: จากข้อความที่ว่า The young prince was never expected to become king, but when his older brother, Arthur, Prince of Wales, died unexpectedly. เมื่อพระเชษฐาของพระองค์สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน เมื่อพระองค์อายุได้ 15 พรรษา ได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท

95. The phrase “Henry was coronated” (in bold type) means that _______.
1. Henry was married.
2. Henry became king.
3. Henry was exiled.
4. Henry was imprisoned
ถาม: วลีว่า “Henry was coronated” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึง _______.
ตอบ: 2
คำอธิบาย: หมายถึง พระเจ้าเฮนรี่ขึ้นเป็นกษัตริย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1509

96. Who was Henry VIII’s first wife?
1. Anne Boleyn
2. Catherine Parr
3. Catherine of Aragon
4. Jane Seymour
ถาม: ผู้ใดเป็นมเหสีพระองค์แรกในพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8
ตอบ: 3
คำอธิบาย: จากย่อหน้าที่ 2 พระนางแคทเธอรีนแห่งอารากอน = Catherine of Aragon

97. Who was Catherine of Aragon married to before marrying Henry VIII?
1. Henry VIII’s father
2. Henry VIII’s younger brother
3. Henry VIII’s older brother
4. Henry VIII’s cousin
ถาม: พระนางแคทเธอรีนแห่งอารากอน เคยแต่งงานกับใครมาก่อนที่จะอภิเษกสมรสกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8?
ตอบ: 3
คำอธิบาย: แต่งงานกับพระเชษฐาในพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 มาก่อน

98. How old was Henry VIII’s older brother when he died?
1. 10 years old
2. 15 years old
3. 20 years old
4. 25 years old
ถาม: พระเชษฐาของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 มีพระชนมายุกี่พรรษาเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 15 พรรษา จากข้อความ died unexpectedly at the age of 15

99. Why did Henry VIII want to annul his marriage with Catherine of Aragon?
1. She cheated on him.
2. She could not produce a male heir.
3. She wanted a divorce.
4. She was too young.
ถาม: เหตุใดพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 จึงรงต้องการยกเลิกการอภิเษกสมรสกับพระนางแคทเธอรีนแห่งอารากอน?
ตอบ: 2
คำอธิบาย: เพราะพระนางไม่สามารถให้กำเนิดทายาทชายได้

100. The word “annulled” (in bold type) can be replaced by _______.
1. canceled
2. celebrated
3. continued
4. created
ถาม: คำว่า “annulled” (ในตัวพิมพ์หนา) สามารถแทนที่ด้วยคำว่า _______.
ตอบ: 1
คำอธิบาย: annulled = canceled = ถูกยกเลิก

101. The word “she” (in bold type) refers to _______.
1. Anne Boleyn
2. Jane Seymour
3. Elizabeth
4. Mary
ถาม: คำว่า “she” (ในตัวหนา) หมายถึง _______.
ตอบ: 1
คำอธิบาย: ก็คือ แอนน์ โบลีน

102. Who was Henry VIII’s first child with Anne Boleyn?
1. Edward
2. Mary
3. Elizabeth
4. James
ถาม: ผู้ใดคือบุตรคนแรกในพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 กับพระราชินีแอนน์ โบลีน
ตอบ: 3
คำอธิบาย: บุตรคนแรกคือ เอลิซาเบธ

103. Why did Henry VIII turn his affections to Jane Seymour?
1. He believed his marriage to Anne Boleyn was cursed.
2. Jane Seymour was Anne’s sister.
3. Anne Boleyn had passed away.
4. Henry VIII had lost interest in Anne Boleyn.
ถาม: ทำไมพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 จึงหันไปมีความรักใคร่ในเจน ซีมัวร์
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. พระองค์เชื่อว่าการอภิเษกสมรสของพระองค์กับพระราชินีแอนน์ โบลีนถูกคำสาป
2. เจน ซีมัวร์ เป็นพระขนิษฐาในพระราชินีแอนน์ โบลีน
3. พระราชินีแอนน์ โบลีนสิ้นพระชนม์
4. พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ทรงหมดความสนใจในตัวพระราชินีแอนน์ โบลีน

104. The word “affections” (in bold type) can be replaced by _______.
1. actions
2. thoughts
3. words
4. feelings
ถาม: คำว่า “affections” (ในตัวหนา) สามารถแทนที่ด้วย _______.
ตอบ: 4
คำอธิบาย: 1. การกระทำ 2. ความคิด 3. คำพูด 4. ความรู้สึกต่าง ๆ

105. What happened to Anne Boleyn?
1. She was exiled.
2. She was imprisoned.
3. She was beheaded.
4. She was sent to a convent.
ถาม: เกิดอะไรขึ้นกับพระราชินีแอนน์ โบลีน
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. ถูกเนรเทศ 2. ถูกคุมขัง 3. ถูกตัดพระเศียร 4. ถูกส่งไปยังโบสถ์วิหาร

Passage 2
Liverpool’ s anthem ‘You’ll Never Walk Alone’ is one of the most famous songs in the footballing world and, like any great song, has a story behind it.
Anfield is renowned for its atmosphere, especially on European nights, and it owes much of this atmosphere to the song that is played just before games kick off.
Liverpool isn’t the only club that uses it, however, as Celtic and Borussia Dortmund also play ‘You’ll Never Walk Alone’ before home games. The song was not written specifically for the Reds, but there is a special reason why it is sung so religiously at Anfield. In fact, the son’s initials ‘YNWA’ are inscribed into the Liverpool captain’s armband.
The song was composed for a Broadway musical by Richard Rodgers and Oscar Hammerstein in 1945. In the show, ‘You’ll Never Walk Alone’ is sung to console a character after a suicide.
It got so popular that artist such as Frank Sinatra, Elvis Presley. Johnny Cash, Doris Day, Nina Simone, and Louis Armstrong covered it and made it their own. It wasn’t until 1963 when it became Liverpool’s anthem.
A group from Liverpool called Gerry and the Pacemakers made their own version of the song, which reached number one in the charts and had the whole nation singing along – and pre-match at Anfield it was so different.
When the song started falling down the charts, they stopped playing it before games at the stadium, but The Kop themselves reclaimed it and continued to sing it, even recording a version with Pink Floyd.
It became so famous with Liverpool fans that it was finally adopted as an official club anthem, and since the 1960s has accompanied Liverpool’s biggest successes – especially their five European Cup wins.

เพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูล “You’ll Never Walk Alone’ เป็นหนึ่งในหลาย ๆ เพลงที่โด่งดังที่สุดในโลกฟุตบอล เช่นเดียวกับเพลงยอดเยี่ยมอื่น ๆ ที่มีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง
สนามแอนฟิลด์ (Anfield) ของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลมีชื่อเสียงในด้านบรรยากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรปในยามค่ำคืน และบรรยากาศของสนามแอนฟิลด์เกิดขึ้นมาจากบทเพลงนี้ ซึ่งเล่นก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลจะเริ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลไม่ใช่สโมสรเดียวที่ใช้เพลงนี้ เพราะสโมสรฟุตบอลเซลติก (Celtic) และสโมสรฟุตบอลโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ (Borussia Dortmund) ก็เล่นเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ ก่อนการแข่งขันนัดเหย้าด้วยกัน เพลงนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อทีมหงส์แดงโดยเฉพาะ แต่มีเหตุผลพิเศษประการหนึ่งว่าทำไมจึงร้องเพลงนี้อย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอที่นามแอนฟิลด์ อันที่จริงแล้วชื่อย่อ ‘YNWA’ ของเพลงนี้ถูกจารึกไว้ที่ปลอกแขนของกัปตันทีมลิเวอร์พูล
ริชาร์ด ร็อดเจอร์ส (Richard Rodgers) และออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ (Oscar Hammerstein) ได้แต่งเพลงนี้ในปี 1945 สำหรับละครเพลงบรอดเวย์ การแสดงนั้นได้ร้องเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ เพื่อปลอบใจตัวละครตัวหนึ่งหลังจากการฆ่าตัวตาย
เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนศิลปิน อย่างเช่น แฟรงก์ ซินาตร้า (Frank Sinatra) เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) ส่วนจอห์นนี่ แคช (Johnny Cash) ดอริส เดย์ (Doris day) นีน่า ซีโมน (Nina Simone) และหลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ได้นำเอามาขับร้องใหม่ และทำให้เป็นเพลงของพวกเขาเอง จนกระทั่งปี 1963 เพลงนี้กลายมาเป็นเพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูล
วงดนตรีจากลิเวอร์พูลชื่อ Gerry and the Pacemakers ทำเพลงนี้ในเวอร์ชั่นของตัวเอง ซึ่งขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตและคนทั้งประเทศร้องตาม ในการซ้อมก่อนการแข่งขันนัดเหย้าที่สนามแอนฟิลด์บอลต่างก็พากันร้องตามเช่นเดียวกัน
เมื่อเพลงนี้เริ่มร่วงจากชาร์ตที่สนามกีฬาเลิกเล่นเพลงนี้ก่อนการแข่งขัน แต่แฟนบอลลิเวอร์พูล (The Kop) ได้เรียกร้องให้นำกลับมาร้องต่อไป กระทั่งมีการบันทึกเสียงเวอร์ชั่นหนึ่งกับพิงค์ ฟลอยด์ (Pink Floyd)
เพลงนี้โด่งดังมากในหมู่แฟนบอลลิเวอร์พูล จนในที่สุดได้นำไปใช้เป็นเพลงประจำสโมสรอย่างเป็นทางการตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา โดยเล่นเพลงนี้คลอไปพร้อมกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมลิเวอร์พูลโดยเฉพาะการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 5 สมัย

106. What is the name of Liverpool’s anthem?
1. You Will Never Be Alone
2. You Will Always Have Someone
3. You’ll Never Walk Alone
4. You’ll Always Have Someone to Walk
ถาม: เพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูลชื่ออะไร
ตอบ: 3
คำอธิบาย: จากเนื้อเรื่องนี้ ประเด็นคำหลักที่พูดถึงก็คือเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’

107. Which other football clubs use ‘You’ll Never Walk Alone’ before their home games?
1. Arsenal and Tottenham
2. Manchester United and Manchester City
3. Real Madrid and Barcelona
4. Celtic and Borussia Dortmund
ถาม: สโมสรฟุตบอลใดที่ใช้เพลง‘You’ll Never Walk Alone’ ก่อนการแข่งขันนัดเหย้า
ตอบ: 4
คำอธิบาย: จากย่อหน้าที่ 3 บรรทัดที่ 6 ว่า as Celtic and Borussia Dortmund also play ‘You’ll Never Walk Alone’ before home games

108. Which of the following has the closest meaning to the word “specifically” (in bold type)?
1. normally
2. particularly
3. officially
4. actually
ถาม: ข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “specially” (ในตัวหนา)
ตอบ: 2
คำอธิบาย: specially = particularly = โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

109. Are the song’s initials ‘YNWA’ inscribed into the Liverpool captain’s armband?
1. Yes.
2. No.
3. It’s not mentioned
4. It’s a secret.
ถาม: ชื่อย่อ “YNWA” ของเพลงนี้ถูกจารึกไว้ที่ปลอกแขนของกัปตันทีมลิเวอร์พูลใช่หรือไม่
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ใช่ 2. ไม่ใช่ 3. ไม่ได้กล่าวถึง 4. เป็นความลับ

110. When was ‘You’ll Never Walk Alone’ composed?
1. 1945
2. 1963
3. 1970
4. 1955
ถาม: เพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ แต่งขึ้นเมื่อใด
ตอบ: 1
คำอธิบาย: จากย่อหน้าที่ 4 บรรทัดที่ 2 คือ ปี 1945

111. Why was ‘You’ll Never Walk Alone’ sung in the musical?
1. To intimidate the enemy
2. To alert a character
3. To console a character
4. To hurt someone
ถาม: ทำไมเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ จึงถูกร้องในละครเพลง?
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. เพื่อข่มขู่ศัตรู
2. เพื่อกระตุ้นเตือนตัวละครตัวหนึ่ง
3. เพื่อปลอบใจตัวละครตัวหนึ่ง
4. เพื่อทำร้ายใครบางคน
จากย่อหน้าที่ 4 ที่ว่า ‘You’ll Never Walk Alone’ is sung to console a character after a suicide.

112. Who covered ‘You’ll Never Walk Alone’ and made it their own?
1. Beyonce
2. Tom and Jerry
3. Elvis Presley
4. The Beatles
ถาม: ผู้ใดนำเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ มาขับร้องใหม่และทำให้เป็นเพลงของเขาเอง
ตอบ: 3
คำอธิบาย: 1. บียอนเซ่ 2. ทอม แอนด์ เจอร์รี่ 3. เอลวิส เพรสลีย์ 4. เดอะ บีเทิลส์
เดาจากย่อหน้าที่ 5 ตอบได้หลายคน และมีคำให้เทียบเลือก made it their own จึงตอบตัวเลือกที่ 3

113. When did ‘You’ll Never Walk Alone’ become Liverpool’s anthem?
1. 1945
2. 1963
3. 1970
4. 1955
ถาม: เพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ กลายเป็นเพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูลเมื่อใด
ตอบ: 2
คำอธิบาย: จากตอนท้ายของย่อหน้าที่ 5 until 1963 when it became Liverpool’s anthem.

114. Which Liverpool band made their own version of ‘You’ll Never Walk Alone’?
1. The Beatles
2. The Rolling Stones
3. Blackpink
4. Gerry and the Pacemakers
ถาม: วงดนตรีลิเวอร์พูลวงใดที่ทำเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ เป็นเวอร์ชั่นของตัวเอง
ตอบ: 4
คำอธิบาย: จากย่อหน้าที่ 6 Gerry and the Pacemakers made their own version of the song

115. Did ‘You’ll Never Walk Alone’ reach number one in the charts?
1. Yes.
2. No.
3. It’s not mentioned
4. It reached number two.
ถาม: เพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตใช่หรือไม่
ตอบ: 1
คำอธิบาย: 1. ใช่ 2. ไม่ใช่ 3. ไม่ได้กล่าวถึง 4. ขึ้นอันดับสอง

116. What did The Kop do when the song started falling down the charts?
1. They stopped playing it.
2. They continued playing it.
3. They started booing the song.
4. They recorded a version with Pink Floyd.
ถาม: แฟนบอลลิเวอร์พูล (The Kop) ทำอะไรเมื่อเพลงเริ่มร่วงจากชาร์ต
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. พวกเขาหยุดเล่นเพลงนี้
2. พวกเขาเล่นเพลงนี้ต่อไป
3. พวกเขาเริ่มโห่ฮาป่าเพลงนี้
4. พวกเขาบันทึกเวอร์ชั่นหนึ่งกับพิงค์ ฟลอยด์
จากย่อหน้าที่ 7 The Kop themselves reclaimed it and continued to sing it

117. Did The kop record a version of ‘You’ll Never Walk Alone’ Frank Sinatra?
1. Yes.
2. No.
3. It’s not mentioned
4. It’s a secret.
ถาม: แฟนบอลลิเวอร์พูล (The Kop) ได้บันทึกเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ เวอร์ชั่นหนึ่งกับแฟรงก์ ซินาตร้า (Frank Sinatra) ใช่หรือไม่
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ใช่ 2. ไม่ใช่ 3. ไม่ได้กล่าวถึง 4. เป็นความลับ

118. Is ‘You’ll Never Walk Alone’ only associated with Liverpool FC?
1. Yes.
2. No.
3. It’s not mentioned
4. It’s a secret.
ถาม: เพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ มีความเกี่ยวพันกับแฟนคลับสโมสรลิเวอร์พูลเท่านั้นใช่หรือไม่
ตอบ: 2
คำอธิบาย: 1. ใช่ 2. ไม่ใช่ 3. ไม่ได้กล่าวถึง 4. เป็นความลับ

119. When was ‘You’ll Never Walk Alone’ adopted as Liverpool’s official club anthem?
1. In the 1940s
2. In the 1960s
3. In the 1970s
4. In the 1950s
ถาม: เพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ ถูกนำมาใช้เป็นเพลงประจำสโมสรลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการเมื่อใด
ตอบ: 2
คำอธิบาย: จากย่อหน้าสุดท้าย มีให้เทียบ official club anthem จึงตอบ ในทศวรรษที่ 1960

120. Which Liverpool successes has ‘You’ll Never Walk Alone’ accompanied?
1. Their five European Cup wins.
2. Their five FA Cup wins.
3. Their five Premier League wins.
4. Their five League Cup wins.
ถาม: ความสำเร็จใดของลิเวอร์พูลที่มีเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ ควบคู่ไปด้วย
ตอบ: 1
คำอธิบาย: จากย่อหน้าสุดท้าย ลอกมาตอบได้เลย five European Cup wins

RAM1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ s/2565

RAM 1112 ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ
การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2565

Part I : Language Focus
Direction: Choose the best answer.

1. They _________ because of the dog’s big size.
1. was surprised
2. were surprised
3. was bored
4. were bored
ตอบ 2 การใช้คุณศัพท์ในรูปที่ลงท้ายด้วย -ed แสดงความรู้สึก มักใช้กับประธานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิต รู้สึกได้ เช่น interested (รู้สึกสนใจ) terrified (รู้สึกตกใจ) disappointed (รู้สึกผิดหวัง) แต่ถ้าลงท้ายด้วย -ing เป็นการบอกลักษณะว่า น่าจะ มักใช้กับประธานสิ่งของเช่น interesting (น่าสนใจ) terrifying (น่ากลัว) disappointed (น่าผิดหวัง) แล้วดูโจทย์ประธานคือ They เป็นคน เราตอบแสดงรู้สึกใช้ในรูปของ Verb to be + adj.รูปลงท้าย -ed จึงตอบ were surprised (รู้สึกประหลาดใจ) เพราะสุนัขตัวใหญ่ ไม่ใช้ were bored (รู้สึกเบื่อ เพราะไม่เข้ากับประโยค) เทียบตัวอย่างอื่น
– I am interested in this book. (ฉันรู้สึกสนใจหนังสือเล่มนี้)
– This book is interesting. (หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ)

2. Jenna is the _________ girl in the room.
1. beautiful
2. beautifulest
3. most beautiful
4. All are correct
ตอบ 3 โดยทั่วไปตอบขั้นกว่า ดังนี้
1. เมื่อเป็นการเปรียบเทียบของ 2 อย่าง 2 คน 2 สิ่ง
2. เห็นโจทย์มี than ตอบขั้นกว่า
แต่ถ้าเปรียบเทียบ 3 อย่างหรือมากกว่า 3 อย่างใช้ขั้นสุด ซึ่งมักมี the คาที่โจทย์ หรือหลังโจทย์ มี in + สถานที่ เช่น in the world (ในโลก) in the family (ตอบขั้นสุดในครอบครัว) หรือข้อนี้ in the room ก็ตอบขั้นสุด สวยที่สุดในห้องเรียน โดยคุณศัพท์ beautiful สามพยางค์ต้องใช้ most นำหน้า เป็น most beautiful

3. _________ this plant twice a week.
1. Water
2. To water
3. Watered
4. Watering
ตอบ 1 จากประโยคยังไม่มีกริยา เพราะ this plant เป็นคำนาม และ twice a week เป็นคำวิเศษณ์บอกเวลา นั่นแสดงว่าประโยคต้องขึ้นต้นเป็นกริยาช่องที่ 1 ได้ โดยเป็นประโยคคำสั่ง ขอร้องได้ เช่น เราสั่งว่า Stop talking (หยุดพูดนะ) ข้อนี้ขึ้นต้น Water เป็นกริยาว่า รดน้ำต้นไม้ จึงตอบ Water (ภาคต่อไปอีกภาคก็มีตอบขึ้นต้นเป็นกริยาช่องที่ 1 เหมือนกันนะ)

4. Asian elephants _________ into four sub-species, including Bornean, Sumatran Indian, and Sri Lankan.
1. categorizes
2. have categorized
3. categorized
4. are categorized
ตอบ 4 ประธานถูกจัดเป็นหมวดหมู่ กริยาที่ใช้จะอยู่ในรูป verb to be + V3 = are categorized ถูกจัดเป็นหมวดหมู่

5. It’s Annie’s graduation next Monday, so we _________ to buy her a present.
1. may have bought
2. are going
3. will have
4. should have bought
ตอบ 2 จากประโยคมี next Monday แสดงอนาคต โดยปกติเราใช้ will + V1 เช่น will buy ได้เลย ไม่ต้องมี to คั่น แต่โจทย์นี้มี to เราใช้กริยา are going to กำลังจะ เหมือน will ก็คือ are going to buy = will buy (จะซื้อ กำลังจะไปซื้อ) แทนอนาคตอันใกล้ได้

6. You had better not _________ to brush your teeth before going to bed.
1. forget
2. to forget
3. forgot
4. forgetting
ตอบ 1 การใช้ had better และ had better not ตามด้วย กริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องผัน ไม่ต้องมี to ไม่มี ing ในความหมายว่า ควรจะ …… ไม่ควรจะ ฉะนั้นจึงตอบ had better not talk

7. The letter was _________ by Lisa.
1. written
2. writes
3. writing
4. write
ตอบ 1 เป็นเรื่อง passive voice (รูปถูกกระทำ) ให้สังเกตจากประธานเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ หรือมี by (โดย) อยู่ท้ายประโยค ใช้โครงสร้าง verb to be + V3 ก็คือ was written

8. I _________ the first train to London tomorrow. I’ve already bought the ticket.
1. will be catching
2. will catch
3. am going to catch
4. am being to catch
ตอบ 2 ใช้โครงสร้าง going to + V1 เมื่อเราต้องการพูดเกี่ยวกับแผนการที่เราจะทำในอนาคต อย่างข้อนี้ มีคำบอกเวลา tomorrow ปกติใช้ will + V1 (ตัวเลือกที่ 2) แต่ข้อนี้ตอบ am going to catch เนื่องจากแสดงอนาคตอันใกล้ที่แน่นอนกว่า

9. The flower was _________ by the girl.
1. picks
2. picking
3. pick
4. picked
ตอบ 4 ประธานเป็นสิ่งของ The flower (ดอกไม้) เป็นสิ่งของ และมี by ท้ายโจทย์ ให้ตอบโครงสร้าง passive voice คือ รูปถูกกระทำใช้ verb to be + V3 จึงตอบ was picked

10. How about _________ to the park tomorrow?
1. go
2. to go
3. went
4. going
ตอบ 4 How about + Ving เป็นการแนะนำ หรือความเป็นไปได้ คาดหวังคำตอบว่าจะเป็นไปได้ เช่น
– How about applying for that job at the Central Hotel?
– How about watching a movie at an outdoor cinema?
(ลองไปชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์กลางแจ้งดูไหม?) ข้อนี้เช่นกันตอบ How about going…

11. Why don’t you _________ take a taxi to your job interview?
1. take
2. to take
3. took
4. taking
ตอบ 1 ในประโยคคำถามซึ่งมีกริยาช่วย don’t ยกไว้หน้าประธาน you ถ้าเราทำเป็นบอกเล่าก็คือ you don’t จะตามกริยาช่องที่ 1 ให้จำในรูปประโยคคำถามว่าให้กริยาช่วยตัวไหนมา ถ้าให้ verb to do (do, does, did, ตัวย่อ don’t, doesn’t, didn’t) ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ จึงตอบ take

12. Kate _________ volleyball in high school, but she doesn’t do that anymore. Now, she likes to _________ yoga.
1. does; did
2. goes; plays
3. played; do
4. went; did
ตอบ 3 การใช้คำกริยา play, do, go ต่างกัน โดยกริยา play ใช้กับการเล่นกีฬา เกมส์หรือการแข่งขัน ส่วน do ใช้ทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือกิจกรรมส่วนตัวอื่น และ go ใช้สำหรับกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing เทียบตัวอย่าง
– They play football.
– Jen enjoys playing basketball with her friends. (เล่นบาสเก็ตบอล)
– I do exercise. (ฉันออกกำลังกาย)
– Does Kate do yoga? (เคทเล่นโยคะมั้ย?)
– We usually go running on Sunday. (พวกเราปกติไปวิ่งวันอาทิตย์)
– I don’t go swimming.

13. The doctor recommended to _________ exercise to help with my weight issue.
1. play
2. do
3. move
4. twist
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ

14. Which of the following is a compound sentence?
1. Tomas is finishing his dinner.
2. Her car is new, and it has advanced technology.
3. You can find the best fried catfish in Mississippi.
4. I have a new computer.
ตอบ 2 โจทย์ถามว่าข้อไหนต่อไปนี้เป็นประโยคความรวม
วิธีง่าย ๆ ให้ดูคำเชื่อมนะคะ ถ้าเราเจอประธานตัวเดียวกริยาตัวเดียว แสดงว่าเป็นประโยคใจความเดียว (Simple Sentence) แต่ถ้ามีสองประโยคมาเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำเชื่อมเช่น and, but, or, so, nor, yet, จะเป็นประโยคใจความรวม (complex sentence) แต่ถ้าเราเจอคำเชื่อม เช่น because, however, therefore, before, after, furthermore, in addition to, when, who, which, where, what, whose, how, that เป็นต้น ฉะนั้นจากตัวเลือก
1. เป็น Simple Sentence
2. มี and คั่น เป็นประโยคความรวม (compound sentence)
3. เป็น Simple Sentence
4. เป็น Simple Sentence ประโยคใจความเดียว

15. The movie _________ I saw last week was very interesting.
1. who
2. which
3. where
4. whose
ตอบ 2 ให้เติมประพันธ์สรรพนาม โดยให้สังเกตจากข้างหน้าคำที่ให้เติมช่องว่างว่าเป็นคนหรือสิ่งของ หรือสถานที่ เราดูคำนามข้างหน้าก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าเป็น
คน who + verb (คำกริยา) ในที่นี้คือ is
คน whose + คำนาม + V
คน whom + S + Verb คำว่า S มักเป็นคำสรรพนามเช่น I saw, you met
สิ่งของ which + Verb หรือ which + S + V.
สถานที่ where + S + V. เช่น where I live
เวลา when + S + V
the reason why + S + V
what ใช้แทน สิ่งของ
that ใช้แทนได้ทั้งคน สัตว์และสิ่งของ
the movie (ภาพยนตร์) เป็นสิ่งของใช้ which

16. Which of the following is correct?
1. Jane is one of the beautifulest students in the class.
2. Jack is the good man in the world.
3. This dish is the deliciousest.
4. The most interesting movie I’ve ever seen is “The Avengers”.
ตอบ 4 ถามว่า ข้อไหนถูกต้อง? ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ ว่าโจทย์ไหนที่ใช้ขั้นสุดที่ถูกต้อง
1. มี in the class ใช้ขั้นสุด ต้องแก้เป็น the most beautiful students in the class
2. มี in the world ใช้ขั้นสุด คุณศัพท์ good เปรียบเทียบจะเปลี่ยนรูป good better best ฉะนั้น จะต้องแก้เป็น the best man in the world จึงจะถูกต้อง
3. ผิดตรงคุณศัพท์ delicious สามพยางค์ทำเป็นขั้นสุดต้องใส่ most ข้างหน้าคือ most delicious
4. ถูกต้อง มีคำว่า I’ve ever seen (เท่าที่ฉันเคยเห็น) ต้องตอบเป็นขั้นสุด ก็คือ The most interesting ถูก

17. I can remember the day _________ I first learned how to ride a bike.
1. where
2. when
3. whose
4. who
ตอบ 2 the day (วัน) เป็นวัน เวลา เราใช้ when ออกแทบทุกเทอม

18. The person _________ taught me to cook is my grandmother.
1. who
2. whom
3. where
4. whose
ตอบ 1 The person เป็นคน และ taught (มาจาก teach taught) เป็นคำกริยา จึงต้อง who ได้เลย เพราะ คน + who + กริยา

19. Last month, I _________ my new dress from this shop.
1. get
2. getting
3. got
4. gets
ตอบ 3 ใช้ Past Simple Tense (S + V2) แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต มักมีคำบอกเวลาเช่น yesterday, ago, last + ช่วงเวลา เช่น last year, last night เป็นต้น อย่างข้อนี้มี last month จึงตอบ กริยาช่องที่ 2 ก็คือจาก get got got/gotten จึงตอบ got (V2)

20. He _________ about his exam results.
1. was worried
2. were worried
3. worry
4. were worries
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 1 ประกอบ ประธาน He เป็นคน แสดงรู้สึก ใช้โครงสร้าง verb to be + adj. ลงท้าย -ed ก็คือ worried ประธาน He เอกพจน์ จึงตอบ was worried + about

21. They _________ to the concert and enjoyed the performance.
1. go
2. went
3. going
4. gone
ตอบ 2 เราสามารถเดาได้จากโจทย์หลัง and มีกริยาช่องที่ 2 คือ enjoyed เป็นอดีต แสดงว่ากริยาข้างหน้าก็ต้องเป็นอดีตคล้อยตามด้วยก็คือกริยาช่องที่ 2 จึงตอบ went

22. Which of the following is not a compound sentence?
1. The cat climbed up the tree, so the dog couldn’t catch it.
2. The bell rang, and the music began.
3. Nina is going to London tomorrow.
4. I drink green tea, but they drink coffee.
ตอบ 3 ถามว่า ข้อไหนไม่ใช่ ประโยคใจความรวม?
ประโยคที่เป็น compound sentence ประโยคใจความรวม ให้ดูง่าย ๆ ก็เดาจากคำเชื่อมที่มี and, but, or, nor, so, yet, for ดังนั้น
ตัวเลือกที่ 1 มีคำเชื่อม so เป็น compound sentence ตัวเลือกที่ 2 มี and เป็น compound sentence
ตัวเลือกที่ 3 เป็นประโยคที่ไม่มีคำเชื่อมมีประธาน Nina มีกริยา is going to มีตัวเดียวถือว่าเป็นประโยคใจความเดียวคือ Simple Sentence ส่วนตัวเลือกที่ 4 มีคำเชื่อม but เป็น compound sentence

23. He usually _________ video games in his free time.
1. plays
2. play
3. have played
4. was played
ตอบ 1 Present Simple Tense (S + V1) แสดงเหตุการณ์ที่ทำเป็นนิสัย เกิดขึ้นประจำ สม่ำเสมอ ทุกวัน มักมีคำบอกเวลา เช่น usually, always, often, sometimes, normally, whenever, every + ช่วงเวลา เช่น every day, every month เป็นต้น จึงตอบ plays กริยาช่องที่ 1 เอกพจน์

24. During the week, my kids _________ dancing practice on Tuesdays: they _________ judo on Wednesdays and swimming on Fridays.
1. have had; did
2. did; have had
3. have; do
4. were; are doing
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ มีคำบอกเวลา Tuesdays, Wednesdays, Fridays วันที่ลงท้ายด้วย -s แสดงความถี่ว่าทำทุกวันอังคาร วันพุธ วันศุกร์ ทำเป็นประจำ จึงตอบเป็น Present Simple (S + V1) จึงตอบ have; do (V1)

25. Vicky often _________ a nap after lunch to and then _________ working on her projects.
1. took, continues
2. takes, continues
3. is taken, continues
4. had taken, to be continued
ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ มีคำบอกเวลา often (บ่อย) ใช้กริยาช่องที่ 1 กับคำกริยา take a nap = งีบหลับ และส่วนหลังก็ใช้กริยาช่องที่ 1 ขนานกัน คือ continues

26. Jamie _________ his homework last night.
1. do
2. doing
3. does
4. did
ตอบ 4 มีคำบอกเวลา last night เป็นอดีตใช้ Past Simple Tense (S + V2) ก็คือ did

27. Which of the following is a simple sentence?
1. He went to see a doctor because he was sick.
2. Kate smiles when she is happy.
3. Pam lost her wallet last week.
4. I washed a car after I came home.
ตอบ 3 ข้อไหนเป็นประโยคใจความเดียว
1. มีคำเชื่อม because เป็นประโยคความซ้อนจะเห็นว่ามีสองประโยคหน้าหลังแล้วเชื่อม because
2. มีคำเชื่อม when เป็นประโยคความซ้อน
3. เป็น Simple Sentence เพราะมีประธาน Pam ตัวเดียว กริยา lost ตัวเดียว ส่วนหลังเป็นขยาย
4. มีคำเชื่อม after เป็นประโยคความซ้อน

28. The book was _________ by a famous author.
1. write
2. writes
3. written
4. writing
ตอบ 3 เมื่อเห็น by……. (โดย) หรือประธานเป็นสิ่งของ เช่นข้อนี้ (The book = หนังสือ) ก็ตอบรูป passive voice คือถูกกระทำใช้โครงสร้าง verb to be + V3 = was written by….

29. Which of the following is a complex sentence?
1. The house is situated on a quiet street with beautiful flower gardens.
2. After I eat breakfast, I like to go for a walk.
3. He reads a novel every evening.
4. It can get a little bit messy, but it is totally worth it.
ตอบ 2 ข้อไหนที่เป็นประโยคใจความซ้อน
1. เป็นประโยคเดี่ยว เพราะมีประธาน The house ตัวเดียวและกริยา is situated ส่วนหลังขยาย
2. มีคำเชื่อม After เป็นประโยคความซ้อน (Complex Sentence)
3. เป็นประโยคเดี่ยว (Simple Sentence)
4. มีคำเชื่อม but เป็นประโยคความรวม (compound sentence)

30. We _________ dinner at the newly opened restaurant tonight. My brother makes a reservation.
1. are going to have
2. should be had
3. will have
4. have been having
ตอบ 1 เห็นคำบอกเวลา tonight (คืนนี้) แสดงเหตุการณ์ในอนาคตอันใกล้และมีการวางแผนไว้ว่าจะไปทานอาหารร้านเปิดใหม่ ใช้ are going to (กำลังจะ….)

31. John is the _________ student in our class.
1. tall
2. taller
3. tallest
4. the most tall
ตอบ 3 มีคำว่า in our class ให้ตอบขั้นสุด จาก tall เป็น tallest

32. I met a student _________ father is a famous actor.
1. who
2. whom
3. whose
4. where
ตอบ 3 a student เป็นคน และ มี father เป็นคำนาม ตอบ whose ซึ่งตามด้วยคำนามเสมอ แสดงความเป็นเจ้าของว่า พ่อของนักเรียน

33. The cheetah is the _________ land animal.
1. fast
2. fastest
3. faster
4. All are correct
ตอบ 2 เราเห็น the คาที่โจทย์ไว้แล้ว ตอบขั้นสุดได้เลยจาก fast เป็นขั้นสุด fastest

34. The toy was _________ after it was dropped on the floor.
1. break
2. broken
3. breaking
4. breaks
ตอบ 2 ประธานเป็นสิ่งของ (The toy = ของเล่น) และมีกริยา was อยู่ให้เดาว่าตอบรูปถูกกระทำ (passive voice) ก็คือตามด้วยกริยาช่องที่ 2 จาก break เป็น broken รวมกัน was broken (ของเล่นถูกทำให้แตกหัก)

35. The car speeds up as if it _________ the race.
1. is going to win
2. will be winning
3. won
4. is winning
ตอบ 3 เป็นเรื่อง as if/ as though
1. S + V1 as if/as though S + V2
2. S + V2 as if/as though S + hadV3
ตรงสูตร 1 (speeds ให้มากริยาช่องที่ 1) ตอบกริยาช่องที่ 2 ก็คือ won

36. Jane was absolutely _________ when she heard the phone ringing.
1. terrify
2. terrifies
3. terrified
4. terrifying
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 1 ประกอบ ประธาน Jane เป็นคน แสดงความรู้สึก มี was ก็ตามด้วย adj. รูป -ed ก็คือ terrified

37. I was very _________ when I didn’t win the game.
1. disappoint
2. disappoints
3. disappointed
4. disappointing
ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ ประธาน I เป็นคน แสดงรู้สึกผิดหวัง ตอบ disappointed

38. Ryan loves to _________ football with his friends after school.
1. play
2. do
3. go
4. punch
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ ใช้กริยา play กับกีฬา เช่น play basketball

39. Last night, I _________ a scary movie with my friends.
1. watch
2. watching
3. watches
4. watched
ตอบ 4 มีคำบอกเวลา last night (เมื่อคืนนี้) แสดงเหตุการณ์ในอดีต ตอบ Past Simple Tense คือ กริยาช่องที่ 2 ในตัวเลือกที่ 4 watched

40. They _________ dancing at the pub every Friday night.
1. go
2. play
3. trim
4. drive
ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 12. ประกอบ ใน go + Ving จึงตอบ go dancing

Part II: Vocabulary (คำศัพท์)
Directions : Choose the best answer.

41. I don’t like Valentine’s Day these days. It’s very _________ with excessive marketing.
1. famous
2. expected
3. commercial
4. often
ถาม ฉันไม่ชอบวันวาเลนไทน์ในทุกวันนี้ เป็นเชิงพาณิชย์มากและมีการตลาดมากเกินไป
ตอบ 3 1. มีชื่อเสียง 2. คาดหวัง 3. เป็นการค้า เชิงพาณิชย์ 4. บ่อย

42. I enjoy going for a bike ride in the _________ weather.
1. detrimental
2. mild
3. optional
4. restrictive
ถาม ฉันสนุกกับการขี่จักรยานท่ามกลางอากาศที่ไม่หนาวจัด
ตอบ 2 1. เป็นอันตราย 2. อากาศไม่หนาวจัด ไม่รุนแรง อ่อน 3. ทางเลือก 4. มีข้อจำกัด

43. I admire the _________ of sports fans who support their team through thick and thin.
1. disgrace
2. loyalty
3. portrait
4. promiscuity
ถาม ฉันชื่นชมความภักดีของแฟนกีฬาที่สนับสนุนทีมของพวกเขาแม้จะมีความทุกข์และอุปสรรค
ตอบ 2 1. สิ่งน่าอับอาย 2. ความภักดี 3. ภาพเหมือน 4. ความสำส่อน

44. We discussed the main characters and the _________ of the movie in our film club.
1. playwright
2. metaphor
3. poet
4. plot
ถาม เราได้พูดคุยถึงตัวละครหลักและเค้าโครงเรื่องของภาพยนตร์ในชมรมภาพยนตร์ของเรา
ตอบ 4 1. นักเขียนบทละคร 2. อุปมาอุปมัย 3. นักกวี 4. เค้าโครงเรื่อง

45. The loud noise from the construction site _________ my sleep.
1. disturbed
2. recharged
3. beautified
4. increased
ถาม เสียงดังจากสถานที่ก่อสร้างรบกวนการนอนหลับของฉัน
ตอบ 1 1. รบกวน 2. บรรจุใหม่ 3. สวยงาม 4. เพิ่มขึ้น

46. I had a _________ day at work, completing all my tasks on time.
1. annual
2. restrictive
3. productive
4. cognitive
ถาม ฉันมีวันที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถทำงานทั้งหมดให้เสร็จตรงเวลา
ตอบ 3 1. ประจำปี 2. จำกัด เข้มงวด 3. ให้ผลผลิต มีประสิทธิภาพ 4. เกี่ยวกับการคิด

47. From my _________ on top of the hill, I could see the entire city.
1. promiscuity
2. royalty
3. vantage point
4. referee
ถาม จากจุดชมวิวของฉันบนยอดเขา ฉันมองเห็นเมืองทั้งเมือง
ตอบ 3 1. ความสำส่อน 2. บุคคลในราชวงศ์ 3. จุดชมวิว 4. ผู้ตัดสิน

48. The company faced financial difficulties and had to _________ to laying off some employees.
1. resort
2. relax
3. figure out
4. get dressed
ถาม บริษัทประสบปัญหาทางการเงินและต้องคิดการเลิกจ้างพนักงานบางส่วน
ตอบ 3 1. ใช้วิธี หันไปใช้ 2. ผ่อนคลาย 3. คิด 4. แต่งตัว
(หมายเหตุ: คำอธิบายข้อนี้ระบุ “คิด” (figure out) แต่บริบทภาษาอังกฤษ “resort to” แปลว่า “ต้องหันไปพึ่ง/ใช้วิธี” ซึ่งเข้ากับบริบทมากกว่า แต่เอกสารเฉลยข้อ 3)

49. Eating good food is important for your _________.
1. portrait
2. deviation
3. wellbeing
4. omnivore
ถาม การรับประทานอาหารที่ดีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ
ตอบ 3 1. ภาพเหมือน 2. การเบี่ยงเบน 3. ความเป็นอยู่ที่ดี 4. สัตว์กินเนื้อ

50. Janna needs to _________ her suitcase for the vacation.
1. face
2. limit
3. sum up
4. pack
ถาม แจนนาต้องจัดกระเป๋าเดินทางเพื่อไปเที่ยวพักผ่อน
ตอบ 4 1. เผชิญหน้า 2. จำกัด 3. สรุป 4. บรรจุ หีบห่อ

51. I drew a _________ of my best friend as a birthday gift.
1. fame
2. paragon
3. glory
4. portrait
ถาม ฉันวาดรูปเพื่อนสนิทของฉันเป็นของขวัญวันเกิด
ตอบ 4 1. ชื่อเสียง 2. ตัวอย่างดีเลิศ 3. ความมีชื่อเสียง 4. ภาพ

52. I followed the _________ to make blueberry muffins.
1. recipe
2. tragedy
3. disgrace
4. royalty
ถาม ฉันทำตามสูตรเพื่อทำมัฟฟินบลูเบอรี่
ตอบ 1 1. สูตรอาหาร ตำรา วิธีปรุง 2. โศกนาฏกรรม 3. ความเสื่อมเสีย 4. บุคคลในราชวงศ์

53. Eating too much junk food can be _________ to your health.
1. detrimental
2. cognitive
3. excessive
4. fashionable
ถาม การรับประทานอาหารขยะมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้
ตอบ 1 1. เป็นอันตราย 2. รับรู้ คิด 3. มากเกินไป 4. ทันสมัย

54. The _________ at the store caused some items to fall off the shelves and break.
1. appointment
2. incident
3. evidence
4. advantage
ถาม เหตุที่ร้านทำให้สินค้าบางชิ้นหลุดจากชั้นวางและแตกหัก
ตอบ 2 1. การนัดหมาย 2. เหตุการณ์ 3. หลักฐาน 4. ข้อดี ประโยชน์

55. She was _________ of her daughter’s accomplishments in school.
1. terrible
2. obviously
3. proud
4. separate
ถาม เธอภูมิใจกับความสำเร็จของลูกสาวในโรงเรียน
ตอบ 3 1. น่ากลัว 2. อย่างชัดเจน 3. ภูมิใจ 4. แยกจากกัน

56. The _________ is a play, film or TV show that is usually intended to make people laugh.
1. comedy
2. metaphor
3. poem
4. tragedy
ถาม เรื่องตลกคือละคร ภาพยนตร์ หรือรายการทีวีที่มักจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้ผู้คนหัวเราะ
ตอบ 1 1. ละครตลก เรื่องน่าขำ 2. อุปมาอุปมัย 3. ร้อยกรอง 4. โศกนาฏกรรม

57. The train crosses the _________ between Thailand and Malaysia.
1. omnivore
2. recipe
3. border
4. tradition
ถาม รถไฟข้ามพรมแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย
ตอบ 3 1. สัตว์กินเนื้อ 2. สูตรอาหาร 3. พรมแดน ชายแดน 4. ธรรมเนียม

58. In midwinter, _________ can drop well below freezing.
1. beanies
2. temperatures
3. metaphors
4. costumes
ถาม ในกลางฤดูหนาว อุณหภูมิอาจลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้
ตอบ 2 1. หมวกไหมพรม 2. อุณหภูมิ 3. อุปมาอุปมัย 4. ชุดแต่งกาย

59. Massage is used to _________ muscles and improve the circulation.
1. stain
2. relax
3. wake
4. turn
ถาม การนวดใช้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและปรับปรุงการไหลเวียน
ตอบ 2 1. เปื้อน 2. ผ่อนคลาย 3. ตื่น 4. หัน

60. The movie was _________ funny, and it made me laugh a lot.
1. fast
2. quite
3. boringly
4. never
ถาม หนังเรื่องนี้ค่อนข้างตลกและมันทำให้ฉันหัวเราะมาก
ตอบ 2 1. รวดเร็ว 2. ค่อนข้าง 3. อย่างน่าเบื่อ 4. ไม่เคย

61. You should _________ quiet during the library’s reading time.
1. remain
2. remodel
3. resign
4. reveal
ถาม คุณควรอยู่เงียบ ๆ ระหว่างอ่านหนังสือในห้องสมุด
ตอบ 1 1. คงไว้ รักษาไว้ 2. สร้างใหม่ 3. ลาออก ถอนตัว 4. เปิดเผย

62. We bought _________ souvenirs from our trip to Japan, including traditional kimonos.
1. cognitive
2. productive
3. optional
4. authentic
ถาม เราซื้อของที่ระลึกของแท้จากการเดินไปญี่ปุ่น รวมถึงชุดกิโมโนแบบดั้งเดิมด้วย
ตอบ 4 1. เกี่ยวกับการคิด 2. ประสิทธิภาพในการผลิต 3. ทางเลือก 4. แท้ จริง

63. We need to _________ the recycling from the regular trash.
1. separate
2. secular
3. secure
4. secretive
ถาม เราต้องแยกการรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไป
ตอบ 1 1. แยกจากกัน 2. เกี่ยวกับทางโลก 3. มั่นคง ปลอดภัย 4. เป็นความลับ

64. Emily applied for a _________ to study abroad next year.
1. fixation
2. costume
3. scholarship
4. lesson
ตอบ เอมิลี่สมัครทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศในปีหน้า
ตอบ 3 1. การกำหนด 2. เครื่องแต่งกาย 3. ทุนการศึกษา 4. บทเรียน

65. My sister needs to _________ her hair because it’s getting too long.
1. trick
2. trim
3. transmit
4. translate
ตอบ น้องสาวของฉันต้องตัดผมเพราะว่ามันยาวเกินไป
ตอบ 2 1. กลอุบาย 2. ตัด เล็ม 3. ถ่ายทอด 4. แปลความ

66. The knight _________ the evil dragon with one swift swing of his sword.
1. beheaded
2. crowned
3. divorced
4. survived
ถาม อัศวินตัดหัวมังกรชั่วร้ายด้วยการเหวี่ยงดาบอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว
ตอบ 1 1. ตัดหัว 2. สวมมงกุฎ 3. หย่าร้าง 4. รอดชีวิต

67. The _________ is a person who writes plays for the theatre, television, or radio.
1. poet
2. playwright
3. comedian
4. actor
ถาม นักเขียนบทละครคือ บุคคลที่เขียนบทละครให้กับละครโทรทัศน์หรือวิทยุ
ตอบ 2 1. กวี 2. นักเขียนบทละคร 3. นักแสดงตลก 4. นักแสดง

68. Tomato sauce is a key _________ in making pizza.
1. ingredient
2. architecture
3. chant
4. border
ถาม ซอสมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำพิซซ่า
ตอบ 1 1. ส่วนประกอบ 2. สถาปัตยกรรม 3. สวดมนต์ 4. เขตแดน

69. The sun is the _________ of our solar system.
1. tradition
2. core
3. religion
4. occasion
ถาม ดวงอาทิตย์เป็นส่วนสำคัญของระบบโซล่าร์ของเรา
ตอบ 2 1. ธรรมเนียม 2. แกนกลาง ส่วนสำคัญ 3. ศาสนา 4. โอกาส

70. The _________ is a building or area for dramatic performances.
1. theater
2. sonnet
3. comedy
4. tragedy
ถาม โรงละครเป็นอาคารหรือพื้นที่สำหรับการแสดงละคร
ตอบ 1 1. โรงละคร 2. โคลง 3. เรื่องตลก 4. โศกนาฏกรรม

71. After the long trip, the tired travelers were _________ and couldn’t wait to eat.
1. proud
2. ravenous
3. cognitive
4. annual
ถาม หลังจากการเดินทางอันยาวนาน นักเดินทางที่เหนื่อยล้าต่างหิวโหยและแทบรอไม่ไหวที่จะกิน
ตอบ 2 1. ภูมิใจ 2. หิวมาก อยากมาก 3. กระบวนการคิด 4. ประจำปี

72. The truck carried a heavy _________ of boxes to the warehouse.
1. favorite
2. load
3. sense
4. worry
ถาม รถบรรทุกบรรทุกกล่องจำนวนมากไปยังโกดัง
ตอบ 2 1. โปรดปราน ชื่นชอบ 2. ของบรรทุก 3. ความรู้สึก 4. วิตกกังวล

73. The company decided to _________ a recycling program to protect the environment.
1. evaluate
2. exclaim
3. establish
4. execute
ถาม บริษัทตัดสินใจจัดตั้งโครงการรีไซเคิลเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม
ตอบ 3 1. ประเมิน 2. อุทาน 3. จัดตั้ง ก่อตั้ง เริ่ม 4. ประหารชีวิต

74. Jennie is a _________ of kindness because she always helps others.
1. portrait
2. reveal
3. paragon
4. disgrace
ถาม เจนนี่เป็นตัวอย่างดีเลิศของความใจดีเพราะเธอช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ
ตอบ 3 1. ภาพ 2. เปิดเผย 3. ตัวอย่างดีเลิศ 4. ความเสื่อมเสีย

75. This park is a _________ place to relax and enjoy nature.
1. fashionable
2. serene
3. restrictive
4. religious
ถาม อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่เงียบสงบสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ
ตอบ 2 1. ทันสมัย 2. เงียบสงบ สงบ 3. จำกัด 4. เกี่ยวกับศาสนา

76. The party got _________ as people danced and laughed loudly.
1. calm
2. wild
3. opposite
4. downstairs
ถาม งานปาร์ตี้เริ่มดุเดือดเมื่อผู้คนเต้นรำและหัวเราะเสียงดัง
ตอบ 2 1. สงบเงียบ 2. ดุเดือด คลั่ง 3. ตรงกันข้าม 4. ข้างล่าง

77. Don’t forget your umbrella. The weather report said that there would be heavy _________ in the afternoon.
1. stage
2. temperature
3. plot
4. rainfall
ถาม อย่าลืมร่มของคุณนะ รายงานสภาพอากาศแจ้งว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงบ่าย
ตอบ 4 1. เวที 2. อุณหภูมิ 3. เค้าโครงเรื่อง 4. ฝนตก

78. Kan likes to spread butter and jam on his _________.
1. lunchtime
2. juice
3. toast
4. time
ถาม กานต์ชอบทาเนยและแยมบนขนมปังปิ้งของเขา
ตอบ 3 1. อาหารกลางวัน 2. น้ำผลไม้ 3. ขนมปัง 4. เวลา

79. The river flowed through the _________, creating a stunning display of nature’s power.
1. loyalties
2. toasts
3. salutes
4. gorges
ถาม แม่น้ำไหลผ่านช่องเขาทำให้เกิดการแสดงพลังอันน่าทึ่งของธรรมชาติ
ตอบ 4 1. ความจงรักภักดี 2. ขนมปัง 3. คำนับ 4. ช่องเขา

80. We had to _________ our picnic plan because it started to rain heavily.
1. determine
2. repeat
3. abandon
4. continue
ถาม เราต้องละทิ้งแผนการปิกนิกเพราะฝนเริ่มตกหนัก
ตอบ 3 1. ตัดสินใจ 2. พูดซ้ำ 3. ละทิ้ง เลิก 4. ดำเนินต่อไป

Part III: Dialogues
Direction: Choose the best answer

81. A: What is the first thing Peter does after waking up?
B: ________________.
1. His school starts at 8 a.m.
2. He enjoys working with computers.
3. He always makes bed.
4. He doesn’t like working out.
ถาม A: สิ่งแรกที่ปีเตอร์ทำหลังจากตื่นนอนคืออะไร?
ตอบ 3 1. โรงเรียนของเขาเริ่มเวลา 8.00 น. 2. เขาสนุกกับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ 3. เขาชอบจัดที่นอนเสมอ 4. เขาไม่ชอบออกกำลังกาย
เมื่อถามสิ่งแรกที่ทำเมื่อตื่นนอน ก็ตอบว่า ชอบจัดที่นอน ตรงกับตัวเลือกที่ 3

82. A: Would you like some extra ingredients in your pizza?
B: ________________.
1. I don’t wat chilies.
2. Yes, that’s right.
3. Yes, I’d like two cokes, please
4. Can you add more pepperoni?
ถาม A: คุณต้องการส่วนผสมพิเศษในพิซซ่าของคุณหรือเปล่า?
ตอบ 4 1. ฉันไม่ต้องการพริก 2. ใช่ ถูกต้องเลย 3. ใช่ ฉันต้องการโค้กสองแก้ว 4. ขอเพิ่มเปปเปอโรนีอีกได้ไหม?
A ถามต้องการอะไรเพิ่มพิเศษในพิซซ่าไหม? ตัวเลือกที่ถูกก็คือ ขอเปปเปอโรนี่เพิ่มอีกได้ไหม

83. A: My brother won a lottery?
B: ________________.
1. Congrats! He finally did it.
2. Great! I’ll buy him a beanie.
3. Nice! Here are things you need to pack.
4. Cool! It will be warmer.
ถาม A: พี่ชายของฉันถูกลอตเตอรี่?
ตอบ 1 1. ยินดีด้วย! ในที่สุดเขาก็ทำมันได้ 2. ยอดเยี่ยม! ฉันจะซื้อหมวกให้เขา 3. ดี! นี่คือสิ่งที่คุณต้องแพ็ค 4. เย็น! มันจะอุ่นขึ้น

เมื่อมีคนกล่าวว่าถูกล็อตเตอรี่ เราก็ต้องแสดงความยินดีก่อนนั่นคือคำว่า Congrats!

84. A: Does Daylight Saving Time start tomorrow?
B: Yes, ________________.
1. Bring an umbrella with you.
2. It’ll be a little bit crowded.
3. Check your belongings before leaving.
4. Don’t forget to adjust your watch.
ถาม A: _________
B: ใช่ อย่าลืมปรับนาฬิกาของคุณนะ
ตอบ 4 Daylight Saving Time คือเวลาออมแสงหรือเวลาฤดูร้อน เป็นข้อตกลงในการปรับนาฬิกาไปข้างหน้าเพื่อให้มีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาบ่ายมากขึ้นและมีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาเช้าน้อยลง
เมื่อ A ถามว่า Daylight Saving Time เริ่มพรุ่งนี้ไหม B ก็ตอบว่า ใช่ อย่าลืมปรับนาฬิกาของคุณนะ ส่วนตัวเลือกอื่นไม่เข้ากัน
1. นำร่มติดตัวไปด้วยนะ 2. มันก็จะแออัดหน่อย ๆ นะ 3. ตรวจสอบสิ่งของของคุณก่อนออกเดินทาง

85. A: ________________.
B: Don’t forget to wear thick jacket.
1. I can’t believe it’s summer already.
2. It’s getting colder now.
3. There’re tons of festivals to go to.
4. The weather is mild, just like your hometown.
ถาม A: _________
B: อย่าลืมสวมแจ็กเก็ตหนา ๆ นะ
ตอบ 2 1. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นฤดูร้อนแล้ว 2. อากาศเย็นลงแล้ว 3. มีเทศกาลมากมายให้ไป 4. อากาศอบอุ่นเหมือนบ้านเกิดของคุณ
เมื่อ B บอกว่าอย่าลืมสวมแจ็กเก็ตนะ แสดงว่าเอต้องบอกว่า อากาศเย็นลง

86. A: ________________.
B: Yes, at Christmas.
1. I don’t ready celebrate Christmas.
2. Do you celebrate any festivities?
3. Is it quite popular on campus?
4. Which ones is your favorite season?
ถาม A: _________
B: มีค่ะ ในวันคริสต์มาส
ตอบ 2 1. ฉันไม่ค่อยฉลองคริสต์มาส 2. คุณเฉลิมฉลองเทศกาลใด ๆ หรือไม่ 3. มันเป็นที่นิยมมากในมหาวิทยาลัยหรือไม่? 4. ฤดูไหนที่คุณชอบที่สุด?
เมื่อ B ตอบ Yes แสดงการถามต้องการถามที่ใช้กริยาช่วยขึ้นเป็นคำถามนั่นคือ Do you หรือ Is it สำหรับข้อนี้ตรงกับการตอบว่า มีค่ะ ในวันคริสต์มาส นั่นคือถามว่า คุณมีฉลองเทศกาลไหม ตรงกับตัวเลือกที่ 2 ถ้าเป็นตัวเลือกที่ 4 ถามฤดูที่ชอบการตอบจะตอบเป็นฤดูกาล ไม่ใช่เทศกาล

87. A: ________________.
B: Me neither. There are too many scientific terms.
1. I don’t’ understand that film.
2. That movie is entertaining.
3. The plot is so creative.
4. The actors are annoying.
ถาม A: _________
B: ฉันก็ไม่เหมือนกัน มีคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มากเกินไป
ตอบ 1 1. ฉันไม่เข้าใจภาพยนตร์เรื่องนั้น 2. หนังเรื่องนั้นสนุกนะ 3. โครงเรื่องสร้างสรรค์มาก 4. นักแสดงน่ารำคาญ

เมื่อ B ตอบว่าฉันก็ไม่ แสดงว่า A ต้องพูดในเชิงลบว่า ดูเรื่องนั้นแล้วไม่เข้าใจ

88. A: ________________.
B: That’s good exercise. We can enjoy the fresh air too.
1. I prefer playing volleyball.
2. How about running in the park?
3. Do you like Shakespeare?
4. Let’s order pizza.
ถาม A: _________
B: นั่นเป็นการออกกำลังกายที่ดี เราสามารถเพลิดเพลินกับอากาศบริสุทธิ์ด้วย
ตอบ 2 1. ฉันชอบเล่นวอลเลย์บอลมากกว่า? 2. วิ่งสวนสาธารณะเป็นไงบ้าง? 3. คุณชอบเชคสเปียร์ไหม? 4. มาสั่งพิซซ่ากันเถอะ
เมื่อ B ตอบว่านั่นเป็นการออกกำลังกายที่ดี แสดงว่า A ต้องนำเสนอกีฬาอย่างหนึ่งก็คือตัวเลือกที่ 2

89. A: How do you go to school?
B: ________________.
1. I’m good at French.
2. Every day.
3. My mother gives me a ride.
4. I really like it.
ถาม A: คุณไปโรงเรียนยังไง?
B: _________
ตอบ 3 1. ฉันเก่งภาษาฝรั่งเศส 2. ทุกวัน 3. แม่ขับรถไปส่งฉัน 4. ฉันชอบมันจริง ๆ
เมื่อ A ถามว่าไปโรงเรียนยังไง? สามารถตอบไปเอง หรือนั่งรถเมล์ หรือแม่ไปส่ง ตรงกับตัวเลือกที่ 3

90. A: What do you do in your free time?
B: ________________.
1. I’m a journalist.
2. I enjoy lunch at school.
3. I love outdoor activities.
4. York is a nice place to live.
ถาม A: เวลาว่างคุณทำอะไร?
B: _________
ตอบ 3 1. ฉันเป็นนักข่าว 2. ฉันชอบอาหารกลางวันที่โรงเรียน 3. ฉันชอบกิจกรรมกลางแจ้ง 4. ยอร์กเป็นสถานที่ที่น่าอยู่
เมื่อ A ถามว่าเวลาว่างทำอะไร? สามารถตอบถึงสิ่งที่ชอบทำ เราใช้คำว่า I love…….

Part IV: Seen Passages
Directions: Read the following passages and choose the best answer for each question.

Passage 1
New York Buffalo Wings

Where can you find the world’s best Buffalo Wings? You guessed it – Buffalo, New York! Nearly 60 years ago, Buffalo Wings were invented at the city’s famous Anchor Bar.
Buffalo is famous for a lot of things – from the Buffalo Bills professional NFL Football team to the Albright-Knox Art Gallery, to the Buffalo Botanical Gardens, to stunning architecture like Frank Lloyd Wright’s Darwin Martin House and the Tiffany-designed Shea’s Performing Arts Center. But for most people, Buffalo’s most tasteful claim to fame would probably be those spicy, tasty chicken wings.
With their fame, Buffalo Wings seem like they’ve been around forever. Truth is, they were invented in 1964 at the Anchor Bar. Dominic Bellissimo asked his mother Teressa to cook something for a group of ravenous friends arriving late at night. Without much on hand, she deep-fried a batch of chicken wings and tossed them in hot sauce, butter, and a few secret ingredients.

They were an instant hit. Soon people started coming to the bar to a taste of the wings, and a tradition began.

When in Buffalo, drop by the Anchor Bar to try some authentic Buffalo Wings and see where it all happened. Other great wing restaurants serve up their own recipes. Now, you’ll find Buffalo Wings all over the world, but thousands of Anchor Bar fans insist theirs are the best. And with over 80,000 annual guests, Buffalo’s National Buffalo Wing Festival every Labor Day weekend is the world’s most popular celebration of the chicken wing.

ปีกไก่ทอดแห่งนิวยอร์ก
คุณจะพบปีกไก่ทอด (Buffalo Wings บัฟฟาโลวิงส์) ที่ดีที่สุดในโลกได้ที่ไหน? คุณเดาถูกแล้ว – ปีกไก่ทอดในรัฐนิวยอร์ก! เกือบ 60 ปีแล้ว Buffalo Wings (ปีกไก่ทอด) ได้เกิดขึ้นที่ร้านอาหาร แอนซอร์ บาร์ที่มีชื่อเสียงของเมืองบัฟฟาโลว์
บัฟฟาโลมีชื่อเสียงในหลายเรื่อง ตั้งแต่ทีมฟุตบอล NFL มืออาชีพของบัฟฟาโล บิลส์ไปจนถึงหอศิลป์อัลไบรท์-น็อกซ์ สวนพฤกษศาสตร์บัพพาโล ไปจนถึงสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เช่น บ้านดาร์วิน มาร์ตินของแฟรงก์ ลอยด์ ไร้ท และศูนย์ศิลปะการแสดงเชียส์ที่ออกแบบโดยทิฟฟานี่ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ คำกล่าวอ้างที่มีรสนิยมมากที่สุดของเมืองบัฟฟาโลที่มีชื่อเสียงน่าจะเป็นปีกไก่ที่มีรสเผ็ดและอร่อย
ด้วยชื่อเสียงของบัฟฟาโลวิงส์ (ปีกไก่ทอด) ดูเหมือนว่าพวกมันจะอยู่ตลอดไป ความจริงก็คือ พวกมันถูกเกิดขึ้นเมื่อปี 1964 ที่แอนซอร์ บาร์ เมื่อโดมินิก เลบลิสซซิโม ได้ขอให้เทเรสซา (Teressa) แม่ของเขาทำอาหารให้กลุ่มเพื่อนที่หิวโหยซึ่งมาถึงตอนดึก เธอทอดปีกไก่ชุดหนึ่ง โดยไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เธอทอดปีกไก่ทอดแล้วราดด้วยซอสร้อนๆ เนย และส่วนผสมสูตรลับเฉพาะ พร้อมเสิร์ฟ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ทุกคนติดใจและชื่นชอบมาก ในไม่ช้าผู้คนก็เริ่มมาที่บาร์เพื่อลิ้มรสปีกไก่ทอดที่มีรสเด็ดและประเพณีก็เริ่มต้นขึ้น
เมื่ออยู่ในเมืองบัฟฟาโล แวะมาที่ แอนซอร์ บาร์เพื่อลองบัฟฟาโลวิงส์แท้ๆ และดูว่าทุกอย่างเกิดขึ้นที่ไหน ร้านอาหารปีกไก่ทอดใหญ่อื่น ๆ เสิร์ฟสูตรของตัวเอง เดี๋ยวนี้คุณจะพบบัฟฟาโลวิงส์ได้ทั่วโลก แต่แฟนแอนซอร์ บาร์ หลายพันคนยืนยันว่าร้านของพวกเขาคือร้านคือร้านที่ดีที่สุด และมีแขกมากกว่า 80,000 คนต่อปี เทศกาลบัฟฟาโลวิงแห่งชาติของบัฟฟาโลทุกสุดสัปดาห์วันแรงงานจึงเป็นงานเฉลิมฉลองปีกไก่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

91. In which state were Buffalo Wings invented?
1. California
2. Chicago
3. Nebraska
4. New York
ถาม บัฟฟาโลวิงส์ เกิดขึ้นที่รัฐไหน?
ตอบ 4 จากหน้าแรกมีคำว่า New York

92. The word “invented” (in bold type) is closest in meaning to _________ according to the passage.
1. created
2. washed
3. tossed
4. lifted
ถาม คำว่า “invented” (ในตัวหนา) มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับคำ______ตามเนื้อเรื่อง
ตอบ 1 invented = created = ริ เริ่ม ก่อ เกิด 2. ล้าง ซัก 3. โยน 4. ยกขึ้น

93. When were Buffalo Wings invented?
1. 1960
2. 1983
3. 1975
4. 1964
ถาม บัฟฟาโลวิงส์ เกิดขึ้นเมื่อไร
ตอบ 4 จากย่อหน้าที่ 3 ว่า Truth is, they were invented in 1964 ความจริงมันเกิดขึ้นในปี 1964

94. What did Teressa Bellissimo use to season the chicken wings?
1. Barbecue sauce, ketchup, and salt
2. Mustard, butter, and mayonnaise
3. Pepper, vinegar, and chili
4. Hot sauce, butter, and secret ingredients
ถาม เทเรสซา เบลลิสซิโม ใช้อะไรปรุงรสปีกไก่
ตอบ 4 จากย่อหน้าที่ 3 ที่ว่า she deep-fried a batch of chicken wings and tossed them in hot sauce, butter, and a few secret ingredients.

95. Who designed the Darwin Martin House?
1. Dominic Bellissimo
2. Lalisa Manoban
3. Albright Knox
4. Frank Lloyd Wright
ถาม ใครเป็นคนออกแบบ ดาร์วิน มาร์ติน เฮ้าท์ส?
ตอบ 4 จากข้อความที่ว่า Frank Lloyd Wright’s Darwin Martin House มีเครื่องหมาย ‘ แสดงความเป็นเจ้าของ ก็คือผู้ออกแบบคือ Frank Lloyd Wright

96. What is the main ingredient of Buffalo Wings?
1. Beef
2. Pork
3. Chicken
4. Fish
ถาม ส่วนผสมหลักของบัฟฟาโลวิงส์คืออะไร
ตอบ 3 ทำมาจากปีกไก่ ก็ต้องเป็น Chicken (ไก่)

97. According to the passage, how were the Buffalo Wings cooked?
1. Grilled
2. Baked
3. Deep-fried
4. Steamed
ถาม ตามเนื้อเรื่อง บัฟฟาโลวิงส์ปรุงอย่างไร
ตอบ 3 ด้วยวิธี fry หมายถึง ทอด 1. ย่าง 2. อบ 4. อบไอน้ำ

98. What event led to the invention of Buffalo Wings?
1. A wedding reception
2. A sporting event
3. A late-night gathering
4. A birthday party
ถาม เหตุการณ์ใดนำไปสู่การเกิดขึ้นของบัฟฟาโลวิงส์
ตอบ 3 จากข้อความที่ว่า a group of ravenous friends arriving late at night 1. การจัดงานแต่งงาน 2. งานกีฬา 3. การรวมตัวตอนดึก 4. งานวันเกิด

99. What event takes place every Labor Day weekend in Buffalo?
1. Buffalo Bill game
2. National Buffalo Wing Festival
3. Buffalo Botanical Gardens tour
4. Albright-Knox Art Gallery exhibition

ถาม กิจกรรมใดที่เกิดขึ้นทุกสุดสัปดาห์วันแรงงานในบัฟฟาโล
ตอบ 2 จากท้ายเรื่องที่ว่า Buffalo’s National Buffalo Wing Festival every Labor Day weekend

100. The word “ravenous” (in bold type) is closest in meaning to ____, according to the passage.
1. very relieved
2. very angry
3. very hopeless
4. very hungry
ถาม คำว่า “ravenous” (ในตัวหนา) มีความหมายใกล้เคียงกับ____ ตามเนื้อเรื่อง
ตอบ 4 ravenous = very hungry = หิวโหย หิวมาก

101. The word “their” (in bold type) refers to _________.
1. art galleries
2. botanical gardens
3. other restaurants
4. famous cities
ถาม คำว่า “their” (ในตัวหนา) อ้างอิงถึง ________.
ตอบ 3 มาจากข้อความ Other great wing restaurants serve up their own = ร้านอาหารปีกไก่ทอดใหญ่อื่น ๆ เสิร์ฟสูตรของตัวเอง ฉะนั้นคำว่า their ก็คือร้านอาหารปีกไก่อื่น ๆ

102. Where can you find authentic Buffalo Wings?
1. The Anchor Bar
2. Buffalo Botanical Gardens
3. Shea’s Performing Arts Center
4. Buffalo Bill Stadium
ถาม คุณสามารถหาบัฟฟาโลวิงส์ของแท้ได้ที่ไหน
ตอบ 1 จากย่อหน้าสุดท้ายที่ว่า When in Buffalo, drop by the Anchor Bar to try some authentic Buffalo Wings ก็คือที่ แอนซอร์ บาร์

103. The word “annual” (in bold type) refers to _________.
1. monthly
2. yearly
3. daily
4. hourly
ถาม คำว่า “annual” (ในตัวหนา) อ้างอิงถึง ________.
ตอบ 2 annual = yearly = ประจำปี

Passage 2
Thanksgiving

The history of Thanksgiving
Thanksgiving combines the traditions of different groups of people. Travelers and migrants brought different religious traditions from Europe to the United States and Canada. Several celebrations are claimed as the first Thanksgiving. The best known is the celebration held by the pilgrims in what is now Plymouth, Massachusetts after their journey across the Atlantic Ocean on the famous Mayflower ship. Like the pilgrims, many groups held days of prayer, fasting or feasting to give thanks for successfully making the long boat journey. Later, settlers celebrated their successful harvest in a new land by holding feasts with their Native American neighbors. Over time, the Canadian and American traditions have become similar and developed into the modern holiday of Thanksgiving.

Thanksgiving today
In Canada, Thanksgiving is celebrated on the second Monday in October. In the United States, it is on the fourth Thursday in November. Although its origins are religious, today, Thanksgiving is a largely secular holiday. For most Americans and Canadians, it is a day for coming together with family and friends to share a large meal. It is an occasion to spend time with loved ones and express gratitude for the year that has passed. In many households there is a tradition of everyone seated at the table sharing what they are most grateful for.

Thanksgiving food
Thanksgiving is also about food. Thanksgiving dinner traditionally includes roast turkey, mashed potatoes, cranberry sauce and, for dessert, apple, pumpkin or pecan pies. Every family has its own recipes, sometimes secret recipes handed down through generations. Turkey, a bird native to North America, is the unofficial mascot of Thanksgiving, with roast turkey on the menu and turkey decorations on the wall. In the United States, a tradition of gifting turkeys to the President has more recently evolved into a humorous turkey ‘pardoning’. At this light-hearted ceremony, the President issues an official pardon for one or two turkeys, saving them from being cooked for supper.

วันขอบคุณพระเจ้า
ประวัติวันขอบคุณพระเจ้า
วันขอบคุณพระเจ้าเป็นการผสมผสานประเพณีของกลุ่มคนต่างๆ นักเดินทางและผู้อพยพนำประเพณีทางศาสนาที่แตกต่างจากยุโรปมาสู่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา การเฉลิมฉลองที่นักแสวงบุญจัดขึ้นในเมืองพลีมัธ รัฐแมสซาชูเซตส์ หลังจากเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกบนเรือเมย์ฟลาวเวอร์อันโด่งดัง เช่นเดียวกับนักแสวงบุญที่จัดงานสวดมนต์ อดอาหาร หรือเลี้ยงฉลองเพื่อขอบคุณที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางด้วยเรือยาว ต่อมาผู้ตั้งถิ่นฐานได้เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวในดินแดนใหม่โดยจัดงานเลี้ยงร่วมกับเพื่อนบ้านชาวอเมริกันพื้นเมือง เมื่อเวลาผ่านไป ประเพณีของแคนาดาและอเมริกันก็มีความคล้ายคลึงกันและพัฒนาเป็นวันหยุดวันขอบคุณพระเจ้าสมัยใหม่

วันขอบคุณพระเจ้าทุกวันนี้
ในแคนาดา วันขอบคุณพระเจ้ามีการเฉลิมฉลองในวันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคม ในสหรัฐอเมริกาจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน แม้ว่าต้นกำเนิดจะเป็นเรื่องศาสนา แต่ในปัจจุบันวันขอบคุณพระเจ้าถือเป็นวันหยุดของโลกเป็นส่วนใหญ่ สำหรับชาวอเมริกันและชาวแคนาดา ส่วนใหญ่เป็นวันที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงจะมาร่วมรับประทานอาหารมื้อใหญ่ร่วมกัน เป็นโอกาสที่จะใช้เวลากับคนที่รักและแสดงความขอบคุณสำหรับปีที่ผ่านมา ในหลายครัวเรือน มีประเพณีที่ทุกคนจะนั่งร่วมโต๊ะแบ่งปันสิ่งที่พวกเขารู้สึกขอบคุณมากที่สุด

อาหารวันขอบคุณพระเจ้า
วันขอบคุณพระเจ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารด้วย อาหารค่ำวันขอบคุณพระเจ้าตามประเพณีประกอบด้วยไก่งวงย่าง มันบด ซอสแครนเบอร์รี่ และสำหรับของหวาน จะเป็น พายแอปเปิ้ล ฟักทอง หรือถั่วพีคาน ทุกครอบครัวมีสูตรเป็นของตัวเอง ซึ่งบางครั้งสูตรลับก็สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไก่งวง ซึ่งเป็นนกที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ เป็นสัญลักษณ์นำโชคอย่างไม่เป็นทางการของวันขอบคุณพระเจ้า โดยมีเมนูไก่งวงย่างและการตกแต่งไก่งวงบนผนัง ในสหรัฐอเมริกา ประเพณีการให้ไก่งวงเป็นของขวัญแก่ประธานาธิบดีได้พัฒนาไปสู่การ ‘ให้อภัย’ ไก่งวงที่มีอารมณ์ขัน ในพิธีอันแสนอบอุ่นนี้ ประธานาธิบดีจะออกคำสั่งอภัยโทษอย่างเป็นทางการสำหรับไก่งวงหนึ่งหรือสองตัว เพื่อช่วยไม่ให้พวกมันถูกปรุงเป็นมื้อเย็น

104. What brought different religious traditions from Europe to the United States and Canada?
1. Native Americans
2. Travelers and migrants
3. Settlers
4. Mayflower ship
ถาม อะไรทำให้ประเพณีทางศาสนาที่แตกต่างจากยุโรปมาสู่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ตอบ 2 จากประโยคที่ 2 Travelers and migrants brought different religious traditions from Europe to the United States and Canada
1. ชาวอเมริกันพื้นเมือง 2. นักเดินทางและผู้อพยพ 3. ผู้ตั้งรกราก 4. เรือเมย์ฟลาวเวอร์

105. Which celebration is widely known as the first Thanksgiving?
1. Plymouth celebration
2. Canadian Thanksgiving
3. Mayflower journey
4. Harvest feast
ถาม งานเฉลิมฉลองใดที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นวันขอบคุณพระเจ้าครั้งแรก
ตอบ 1 จากข้อความที่ว่า The best known is the celebration held by the pilgrims in what is now Plymouth, Massachusetts ที่รู้จักกันดีคือการเฉลิมฉลองที่นักแสวงบุญจัดขึ้นในเมืองพลีมัธ รัฐแมสซาชูเซตส์ หลังจากเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกบนเรือเมย์ฟลาวเวอร์อันโด่งดัง

106. The word “traditions” (in bold type) is closest in meaning to ___, according to the passage.
1. customs
2. desserts
3. maturity
4. success
ตอบ 1 คำว่า “traditions” มีความหมายใกล้เคียงกับ customs = วัฒนธรรม ประเพณี

107. How did settlers celebrate their successful harvest in a new land?
1. By organizing religious ceremonies
2. By holding feasts with Native American neighbors
3. By fasting and praying
4. By planting new crops
ถาม ผู้ตั้งถิ่นฐานเฉลิมฉลองความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวในดินแดนใหม่อย่างไร
ตอบ 4 (เฉลยเป็น 4 แต่คำอธิบายคือ choice 2) จากข้อความ settlers celebrated their successful harvest in a new land by holding feasts with their Native American neighbors ผู้ตั้งถิ่นฐานได้เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวในดินแดนใหม่โดยจัดงานเลี้ยงร่วมกับเพื่อนบ้านชาวอเมริกันพื้นเมือง

108. According to the passage, what is the historical significance of the Mayflower ship?
1. It brought the first settlers to North America.
2. It marked the beginning of Thanksgiving celebrations.
3. It kicked off the tradition of turkey pardoning by the President.
4. It carried the pilgrims from Europe to Plymouth, Massachusetts.
ถาม ตามเนื้อเรื่อง ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเรือเมย์ฟลาวเวอร์คืออะไร
ตอบ 4 จากเนื้อเรื่องย่อหน้าแรก ดูคำอธิบายข้อ 105. ประกอบ
1. มันนำผู้ตั้งถิ่นฐานกลุ่มแรกมายังทวีปอเมริกาเหนือ
2. มันเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองวันขอบคุณพระเจ้า
3. มันเป็นการเริ่มต้นประเพณีการอภัยโทษไก่งวงโดยประธานาธิบดี
4. มันนำนักจาริกแสวงบุญเดินทางจากยุโรปไปยังเมืองพลีมะ รัฐแมสซาชูเซตส์

109. In which month is Thanksgiving celebrated in Canada?
1. December
2. September
3. October
4. October
ถาม วันขอบคุณพระเจ้าเฉลิมฉลองในแคนาดาในเดือนใด
ตอบ 3 จากย่อหน้าที่ 2 ประโยคแรก In Canadian, Thanksgiving is celebrated on the second Monday in October

110. When is Thanksgiving celebrated in the United States?
1. Second Monday in October
2. Fourth Friday in December
3. Last Sunday in September
4. Fourth Thursday in November
ถาม วันขอบคุณพระเจ้ามีการเฉลิมฉลองในสหรัฐอเมริกาเมื่อใด
ตอบ 4 จากย่อหน้าที่ 2 ประโยคที่ 2 In the United States, it is on the fourth Thursday in November

111. What is the current nature of Thanksgiving as a holiday?
1. Primarily secular
2. Primarily religious
3. A mix of religious and secular
4. Primarily cultural
ถาม ปัจจุบันวันขอบคุณพระเจ้าเป็นวันหยุดลักษณะอย่างไร
ตอบ 1 จากย่อหน้าที่ 2 Although its origin are religious, today, Thanksgiving is a largely secular holiday. (เป็นวันหยุดทางโลกเป็นส่วนใหญ่) ตรงกับตัวเลือกที่ 1 primarily secular

112. What is a common tradition during Thanksgiving meals?
1. Offering prayers and blessing
2. Sharing gratitude with loved ones
3. Singing hymns and carols
4. Playing football games
ถาม ประเพณีทั่วไปในช่วงมื้ออาหารวันขอบคุณพระเจ้าคืออะไร
ตอบ 2 จากย่อหน้าที่ 2 It is an occasion to spend time with loves one and express gratitude for the year that has passed
1. ถวายคำอธิษฐานและขอพร
2. แบ่งปันความขอบคุณกับคนที่รัก
3. ร้องเพลงสวดและเพลงคริสต์มาส
4. เล่นเกมฟุตบอล

113. The word “secular” (in bold type) is closest in meaning to ___, according to the passage.
1. spiritual
2. faithful
3. nonreligious
4. confident
ถาม คำว่า “secular” (ในตัวหนา) มีความหมายใกล้เคียงกับ____ ตามเนื้อเรื่อง
ตอบ 3 secular = not connected to religion, nonreligious = ทางโลก ไม่มีเกี่ยวกับศาสนา

114. Which animal is considered the unofficial mascot of Thanksgiving?
1. Goose
2. Raccoon
3. Turkey
4. Buffalo
ถาม สัตว์ชนิดใดที่ถือเป็นตัวนำโชคอย่างไม่เป็นทางการในวันขอบคุณพระเจ้า
ตอบ 3 จากย่อหน้าที่ 3 Turkey, a bird native to North America, is the unofficial mascot of Thanksgiving

115. What is a common dessert served during Thanksgiving?
1. Chocolate cake
2. Apple pie
3. Lemon tart
4. Fruit salad
ถาม ของหวานทั่วไปที่เสิร์ฟในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าคืออะไร
ตอบ 2 จากย่อหน้าที่ 3 for dessert, apple, pumpkin or pecan pies

116. The word “it” (in bold type) refers to _________.
1. praying
2. Thanksgiving
3. pardoning
4. fasting and feasting
ตอบ 2 คำว่า “it” ในตัวหนา อ้างถึง วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ในย่อหน้าที่ 2 โดยสรรพนาม it มีใช้หลายครั้ง อ้างถึงประโยคแรก Thanksgiving

117. What happens in the turkey pardoning?
1. The President spares the turkeys from being cooked
2. The President cooks the turkeys for supper.
3. The President sends the turkeys to a sanctuary.
4. The President eats the turkeys with the family.
ถาม จะเกิดอะไรขึ้นในการอภัยโทษไก่งวง?
1. ประธานาธิบดีงดเว้นไก่งวงจากการปรุงเป็นอาหาร
2. ประธานาธิบดีปรุงไก่งวงเป็นมื้อเย็น
3. ประธานาธิบดีส่งไก่งวงไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
4. ประธานาธิบดีกินไก่งวงกับครอบครัว
ตอบ 1 จากย่อหน้าที่ 3 the President issues an official pardon for one or two turkeys, saving them from being cooked for supper

118. Which item is not typically part of a Thanksgiving dinner?
1. Sushi roll
2. Cranberry sauce
3. Pumpkin pie
4. Mashed potatoes
ถาม รายการใดที่มักไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารค่ำวันขอบคุณพระเจ้า
ตอบ 1 จากย่อหน้าที่ 3 ประโยคแรก Thanksgiving dinner traditionally includes roast turkey, mashed potatoes, cranberry sauce

119. The word “evolved” (in bold type) is closest in meaning to _____, according to the passage.
1. decreased
2. developed
3. plunged
4. reversed
ตอบ 2 คำว่า “evolved” มีความหมายใกล้เคียงกับ developed = พัฒนา วิวัฒนาการ

120. The word “issues” (in bold type) is closest in meaning to _____, according to the passage.
1. inquires
2. grants
3. destroys
4. floods
ตอบ 2 คำว่า “issued” มีความหมายใกล้เคียงกับ grants = ให้ อนุญาต ยอมให้ ปล่อยออกมา

RAM1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 2/2566

แนวข้อสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2566

ข้อสอบกระบวนวิชา RAM 1111 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Directions: Choose the best answer.

Part I: Structure (ภาคโครงสร้าง)

  1. The book that is on the table is __________.

    (1) mine

    (2) him

    (3) her

    (4) our

ตอบ 1 บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun) ง่าย ๆ ตามสูตร

รูปประธาน รูปกรรม Possessive adjective Possessive Pronoun สะท้อนตัวเอง
I me my mine myself
you you your yours yourself
he him his his himself
she her her hers herself
they them their theirs themselves
we us our ours ourselves
it it its its itself

 

ประโยคท้ายไม่มีคำนามตามหลัง และต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ เลือกคำสรรพนามที่อยู่ที่ 4

เช่น mine, yours, his, hers, theirs, ours เป็นต้น ตรงกับตัวเลือกที่ 1 คือ mine (ไม่มีคำนามตามหลัง)

นอกนั้น him, her รูปกรรมนิยมวางไว้หลังกริยาทั่วไป และ our ต้องมีคำนามตามหลัง

  1. Cindy __________ a tough day today. She had to attend three meetings!

    (1) has

    (2) had

    (3) have

    (4) will have

ตอบ 2 เราสามารถเดาได้โดยดูคำกริยาในประโยคหลังมี had เป็นกริยาช่องที่ 2 รูปอดีต แสดงว่าประโยคหน้าก็ต้องเป็นอดีตตามไปด้วยเพราะเป็นการเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา จึงตอบกริยาช่องที่ 2 ตามไปด้วย นั่นคือ had ในตัวเลือกมีรูปอดีตข้อเดียว

  1. __________ movie is perfect.

    (1) A

    (2) An

    (3) The

    (4) (Blank)

ตอบ 3 ใช้ “The” นำหน้าคำนามที่เฉพาะเจาะจง หรือสิ่งที่ผู้พูดผู้ฟังรู้กันว่าคำนามนั้นหมายถึงอะไร อย่างข้อนี้ผู้พูดและผู้ฟังพูดถึง The movie (ภาพยนตร์) รู้เข้าใจกันว่าเอ่ยถึงภาพยนตร์ไหน จึงตอบ “the” แต่ถ้าเราตอบ “a” จะหมายถึงคำนามทั่วไป หมายถึง สิ่งหนึ่ง ที่ไม่ได้เจาะจง เป็นการกล่าวถึง ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่กว้างไปไม่ว่าเรื่องไหน

  1. Jenny’s dirty clothes need __________.

    (1) to wash

    (2) washing

    (3) be washed

    (4) Washed

ตอบ 2 การใช้กริยา want/need ถ้าใช้ในรูปถูกกระทำ จะตอบได้ 2 รูปแบบ คือ

want/need + Ving หรือ want/need + to be V3 ก็ได้

  • The book needs fixing. = The book needs to be fixed.

    ฉะนั้นข้อนี้หลักเดียวกันประธาน clothes (เสื้อผ้า) เป็นสิ่งของตอบ need + Ving = washing

  1. Mary’s car broke down when she __________ the house yesterday.

    (1) leave

    (2) will leave

    (3) leaves

    (4) was leaving

ตอบ 4 เป็นเรื่อง Tense 2 เหตุการณ์ ดูคำอธิบายแบบง่าย ๆ ไม่ต้องไปดูสูตรหรือท่องอะไรเราเห็น broke (เป็นกริยาช่องที่ 2 รูปอดีต) แสดงว่าอีกประโยคหลังก็ต้องตามรูปอดีตไปด้วย ดูตัวเลือกได้เลย ว่ามีตัวเลือกข้อ 4 เท่านั้นที่เป็นอดีต was leaving เป็น Past Continuous Tense ก็ตอบได้เลย

  1. __________ idea was it to have a picnic?

    (1) Who

    (2) When

    (3) Whose

    (4) Which

ตอบ 3 เป็นประโยคคำถาม Wh-questions

  1. Who/What/Which + (คำนาม) + กริยา เช่น

  • Who saw him?

  • What happened to you last night?

  • Which bus goes to town?

  1. Whom/What/Which ใช้เป็นกรรมของประโยค + (คำนาม) + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา

  • What did he buy yesterday?

  • Which job have you applied for?

  1. Whose + คำนาม เสมอ ส่วน When, Why, Where ใช้ตามแบบที่ 2

  • Whose book are you reading?

  • When will you do?

  • Why did he go home?

  • Where do you come from?

  • How + adj. ใช้ถามเกี่ยวกับ ระดับต่าง ๆ เช่น – How old is she?

    ข้อนี้ตอบ Whose + คำนาม คือ idea แสดงความเป็นเจ้าของว่า ความคิดของใคร

  1. Jim was always late for work, __________ his boss fired him.

    (1) but

    (2) or

    (3) for

    (4) so

ตอบ 4 ให้ตอบคำเชื่อม แบบนี้ต้องตีความโจทย์ว่าใช้คำเชื่อมไหนมา

แสดงความหมาย ใช้เครื่องหมาย , ใช้เครื่องหมาย ;
1. แสดงความขัดแย้ง but, yet, or however, instead, whereas, nevertheless, otherwise
2. แสดงการคล้อยตามกัน หรือเพิ่มเติมข้อมูลในทางเดียวกัน and, nor furthermore, moreover, meanwhile, besides, also, similarly
3. แสดงผลหรือสรุปความ so accordingly, finally, consequently, therefore, thus
4. แสดงเหตุ for (เพราะ) because
5. แสดงทางเลือก or (หรือ มิฉะนั้น)

“จิมไปทำงานสายเสมอ ดังนั้น เจ้านายของเขาไล่เขาออก” จึงตอบ so = ดังนั้น

  1. If she __________ a car, she could drive to work.

    (1) had

    (2) has

    (3) had had

    (4) would have

ตอบ 1 สูตรการใช้ If มี 4 แบบ จำให้ได้ออกสอบทุกเทอมหลายข้อ ข้อนี้ตรงกับสูตรที่ 2

  1. If S + V1 , S + V1

  2. If S + V1 , S + will V1

  3. If S + V2 , S + would/could + V1

  4. If S + had V3 , S + would have V3

การเชื่อม if ตรงกลางก็สลับท่อนหน้าไปหลัง หลังไปหน้าเท่านั้น

  1. If S + V2 , S + would/could + V1

    ตอบ had could drive

  1. Tony __________ me. He was looking at the other side of the street.

    (1) mustn’t have seen

    (2) couldn’t have seen

    (3) shall not have seen

    (4) wouldn’t have seen

ตอบ 1 เป็นเรื่องกริยาช่วยในรูปอดีตเรารู้เพราะมี was looking แสดงว่าส่วนหน้าก็ต้องใช้เป็นอดีต สำหรับกริยาช่วยรูปอดีตจะลงท้าย have V3 กริยาช่วยที่เข้ากับประโยคได้คือ mustn’t have V3 = mustn’t have seen = “ต้องไม่เห็น” จากประโยค “โทนี่ต้องไม่เห็นฉัน เพราะเขากำลังมองไปอีกฝั่งของถนน”

  1. It was __________ of all.

    (1) worse

    (2) bad

    (3) the worst

    (4) the more bad

ตอบ 3 เป็นเรื่องการเปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบกันใช้ as……as ถ้าเปรียบเทียบของ 2 อย่างใช้ขั้นกว่า แต่ถ้าเปรียบเทียบของตั้งแต่ 3 หรือมากกว่า 3 อย่างใช้ขั้นสูงสุด เช่นใช้ขั้นสูงสุดอาจเจอคำว่า of the three (ของ 3 อย่าง/คน), of all (ของทั้งหมด) หรือ in + สถานที่ เช่น in the family เราใช้ขั้นสูงสุดในนั้น เป็นต้น อย่างข้อนี้มี of all ตอบขั้นสูงสุด แล้วมาดูตัวศัพท์ที่ให้มาคือ bad ทำเป็นขั้นกว่าหรือขั้นสูงสุด จะเปลี่ยนรูปเป็น worse worst ดังนั้นจึงตอบ the worst

  1. If he __________ here, we would have a great time together.

    (1) am

    (2) were

    (3) have been

    (4) will be

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ เรื่องการใช้ If สูตร 3 เรื่อง If นี้ดูให้แม่น ๆ ออกหลายข้อ

  1. If S + V2 , S + would/could + V1

    ตอบ were would have

    ในเรื่องการสมมติเช่นเรื่อง if, as if ถ้ามี was/were ต้องตอบ were ไม่ว่าประธานจะเป็นเอกพจน์นั่นคือ ประธาน he ก็ใช้ were, I were เป็นต้น

  1. Laura and Gale __________ friends since high school.

    (1) are

    (2) were

    (3) have been

    (4) will be

ตอบ 3 ใช้ Present Perfect (S + has/have + V3) หรือจะตอบ Present Perfect Continuous Tense (S + has/have been + Ving) แสดง เหตุการณ์ที่ เกิดติดต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต ออกสอบทุกเทอมนะคะจำคำบอกเวลาไว้เช่น for (เป็นเวลา), since (ตั้งแต่), just (เพิ่งจะ), recently (เร็ว ๆ นี้), lately, yet, already, ever, never, how long , all day (ตลอดวัน), all evening (ตลอดเย็น) สำหรับข้อนี้ มีคำบอกเวลาคือ since จึงตอบ have been

  1. That’s __________ excellent pencil.

    (1) a

    (2) an

    (3) the

    (4) (blank)

ตอบ 2 ใช้ “an” นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ (a, e, i, o, u) เช่น an ant, an elephant, an interest, an engineer, an egg หรือมีคุณศัพท์มาขยายนำหน้าคำนาม article นั้นก็จะผันไปตามคุณศัพท์ที่ใกล้ เช่น a person, an important person มี important นำหน้า person ก็ใช้ an ตาม important ข้อนี้เช่นกัน ใช้ a pencil แต่มีคุณศัพท์ excellent (สระ e) ก็ใช้ an excellent pencil

  1. The make-up on Cheryl’s face wants __________ up.

    (1) to be touched

    (2) touched

    (3) be touching

    (4) touch

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ กริยา want ใช้รูปถูกกระทำ จะตามด้วย Ving เลย หรือ to be + V3 ก็ได้จึงตอบ to be touched

  1. The cat licked its paws to clean __________.

    (1) those

    (2) it

    (3) itself

    (4) he

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 1 ประกอบ เป็นเรื่องสรรพนามที่สะท้อนตัวเอง จากประโยคมีประธานคือ The cat (แมว) และให้ตอบหลังกริยา clean ใช้รูปสะท้อนตัวเองว่า ทำความสะอาดตัวมันเอง ก็คือ itself

  1. We’ll __________ our trip tomorrow.

    (1) start

    (2) would start

    (3) started

    (4) have started

ตอบ 1 มีคำบอกเวลา tomorrow (พรุ่งนี้) เป็นอนาคตใช้รูป will + V1 จะเห็นที่โจทย์มี We’ll ย่อมาจาก We will นั่นคือให้ will มาแล้ว ก็ตอบกริยาช่องที่ 1 อย่างเดียว จึงตอบ start

  1. Betty is __________ person I’ve ever known.

    (1) wonderful

    (2) more wonderful

    (3) the more wonderful

    (4) the most wonderful

ตอบ 4 โครงสร้างแบบนี้เคยออกซ้ำ เมื่อเห็นส่วนหลังว่า I’ve ever known. (เท่าที่ฉันเคยเห็น) แสดงถึงที่สุดเท่าที่เคยเห็น ตอบขั้นสูงสุด จากตัวเลือกให้คุณศัพท์ wonderful มา ทำเป็นขั้นสูงสุดใช้ most นำหน้า และมี the นำหน้ารวมกัน the most wonderful person

  1. A: __________.

    B: My name is John William Smith.

    (1) Who are you?

    (2) May I have your full name, please?

    (3) Are you John Smith?

    (4) What is your father’s name?

ตอบ 2 บีตอบว่า ผมชื่อ จอห์น วิลเลี่ยม สมิธครับ แสดงว่า เอ ถ้าถามว่าชื่ออะไร ดูตัวเลือก

(1) คุณเป็นใคร? การถามอันนี้ คนตอบจะตอบว่า I am John Smith. ผมชื่อจอห์น สมิธ

(2) ฉันขอทราบชื่อเต็มของคุณได้ไหม? คนตอบก็บอกชื่อเต็มของผมคือ….ตรงตัวเลือกข้อ 2 ถูก

(3) คุณคือจอห์น สมิธใช่ไหม คนตอบจะตอบว่า Yes, I am.

(4) พ่อของคุณชื่ออะไร? คนตอบจะตอบชื่อของพ่อ แต่บีตอบเป็นชื่อตัวเอง My name จึงไม่ถูก

  1. They always go __________ during their summer vacation.

    (1) fish

    (2) to fish

    (3) fishing

    (4) fishes

ตอบ 3 ใช้ go + Ving โดย Ving ทำหน้าที่เป็นคำนาม เพื่อบอกว่าไปทำกิจกรรมนั้น ๆ มักเป็นกิจกรรมและกีฬา เช่น go shopping (ไปช้อปปิ้ง), go running, go skiing, go dancing, go fishing (ไปตกปลา), go camping, go drinking เป็นต้น

  1. __________ closing the door, Max?

    (1) Would you mind

    (2) May I

    (3) Can we

    (4) Will be

ตอบ 1 กลุ่มคำ Would you mind …..ใช้ขออนุญาตในรูปแบบที่เป็นทางการหรือขอร้องอย่างสุภาพ โดยมีโครงสร้างได้ 2 แบบดังนี้

  • Would you mind + if + S + กริยา…?

    เช่น Would you mind if I used your cell phone?

    คุณจะว่าอะไรไหมถ้าฉันขอใช้มือถือของคุณหน่อย

  • Would you mind + Ving

    Would you mind turning off the TV?

    คุณจะช่วยปิดทีวีให้หน่อยได้ไหม

    เทียบข้อนี้ที่โจทย์มี closing แสดงว่าตอบ Would you mind ได้เลย

    ส่วน May I หรือ Can we ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เช่น May I smoke? Can we come with you?

    ตัวเลือกข้อ 4 will be เป็นกริยาอย่างเดียวไม่มีประธานก็ไม่ถูกต้อง

  1. They __________ by the teacher because they cheated on the exam.

    (1) punished

    (2) are punishing

    (3) have punished

    (4) were punished

ตอบ 4 เราเห็นคำว่า by (โดย) แสดงถึงการถูกกระทำ ก็คือเรื่อง passive voice ซึ่งโครงสร้างถูกกระทำจะลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 เสมอ คือ verb to be + V3 = were punished ถูกลงโทษ ใช้เป็นอดีตเพราะเราเห็น cheated เป็นอดีตด้วย จึงใช้ were ส่วน have punished เป็นรูป have + V3 ในรูป Present Perfect ไม่ใช่รูปถูกกระทำ ถ้าถูกกระทำจะเป็น have been V3 ฉะนั้นโครงสร้างถูกกระทำที่ถูกต้องคือ were punished

  1. __________ you come early tomorrow? A visitor is arriving at 8 a.m.

    (1) Can

    (2) Must

    (3) Need

    (4) Shall

ตอบ 1 เป็นเรื่องกริยาช่วยในการขอร้องที่สุภาพใช้ขึ้นต้นด้วย Can you หรือ May you ส่วน must (ต้อง) และ need เป็นการบังคับไม่สุภาพ และ shall นิยมใช้กับประธาน I หรือ We

  1. __________ blamed herself for the mistake.

    (1) It

    (2) Our

    (3) She

    (4) His

ตอบ 3 เราเห็นคำว่า herself เป็นสรรพนามที่สะท้อนตัวเธอเอง แสดงประธานต้องเป็น She เทียบตัวอย่าง

  • She blamed herself for the accident. (เธอโทษตัวเองที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ)

  • You are not yourself today. (วันนี้ ดูไม่เหมือนตัวเธอเลย)

  1. It’s a bit warmer today. Still, it __________ snow later this evening.

    (1) had to

    (2) might

    (3) should

    (4) would

ตอบ 2 เป็นเรื่องกริยาช่วย ดูตัวเลือกที่เราตัดออกไปก่อนคือ had to เป็นอดีต แต่โจทย์นี้เป็นปัจจุบัน ดูจาก It’s มาจาก It is โจทย์ต้องการสื่อว่า “วันนี้อากาศอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่เย็นนี้อาจมีหิมะตก” กริยาช่วยที่แสดงถึงความเป็นไปได้ น่าจะเป็นคือ might มาจาก may กริยาช่วย might ไม่ใช่อดีตเสมอไป เป็นรูปปัจจุบันก็ได้ใช้แทน may ได้เลย (อาจจะ) จึงตอบ might ส่วน should (ควรจะ) เป็นการแนะนำ และ would เป็นอดีตของ will

  1. Would you like __________ glass of milk?

    (1) a

    (2) an

    (3) the

    (4) (blank)

ตอบ 1 ใช้ “a” นำหน้าคำนาม แสดงถึง จำนวนหนึ่งเช่น a glass of milk (นมแก้วหนึ่ง)

  1. They are accustomed to __________ to bed late and __________ up early.

    (1) go; get

    (2) going; getting

    (3) going; to get

    (4) to go; getting

ตอบ 2 สำนวนต่อไปนี้ให้ตามด้วย Ving ได้แก่

can’t bear look forward to be accustomed to
can’t stand object to be opposed to + Ving
can’t resist adjust to be/get used to
can’t help devote to be subjected to

ฉะนั้น are accustomed to + Ving จึงตอบ going และหลัง and ก็ใช้ Ving ด้วย = getting

  1. When the teacher is __________, the students are __________.

    (1) boring; bored

    (2) bored; boring

    (3) boring; boring

    (4) bored; bored

ตอบ 1 คุณศัพท์ ที่ลง้ายด้วย -ed แสดงรู้สึก เช่น bored (รู้สึกเบื่อ), interested (รู้สึกสนใจ), surprised (รู้สึกประหลาดใจ) และลงท้ายด้วย -ing เช่น boring (น่าเบื่อ), interesting (น่าสนใจ), surprising (น่าประหลาดใจ) จากโจทย์ช่องแรก the teacher is boring (ครูทำตัวน่าเบื่อ) the students are bored (นักเรียนก็รู้สึกเบื่อ)

  1. A: __________ about some good deals on produce?

    B: The mangoes are on sale today.

    (1) Do you know

    (2) Where are

    (3) Can you tell me

    (4) Which of these

ตอบ 3 เอถาม คุณพอจะบอกฉันเกี่ยวกับการซื้อขายดี ๆ ในผลิตผลได้ไหม?

บีตอบว่า วันนี้มีมะม่วงขายครับ คำถามแบบเปิดให้ผู้ตอบสามารถอธิบายได้เช่น

  • Can you tell me…..?

  • Do you know….?

  • May I ask….?

  • Do you mind if I ask….? ตัวอย่าง

  • Can you tell me where the bus station is? (คุณพอจะบอกได้ไหมว่าป้ายรถเมล์อยู่ที่ไหน?)

  • May I ask what are you doing? (ฉันถามได้ไหมว่าคุณทำอะไรอยู่?)

  • Do you know why he didn’t tell us? (คุณรู้ไหมว่าทำไมเขาไม่บอกเรา?)

    การถาม Can you tell me…. ดูสุภาพกว่า Do you know….. ซึ่งเป็นการถามห้วน ๆ

  1. He wants a notebook computer __________ on.

    (1) works

    (2) working

    (3) be worked

    (4) to work

ตอบ 4 หน้าที่หนึ่งของ Infinitive ที่มี to นำหน้า คือ ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยายคำนาม เช่น

  • She gave the kitten something to eat.

  • He wants a book to write on. ก็คือ กริยา want + กรรม + to V1 เช่นเดียวกับข้อนี้

    กริยา want + กรรม (a notebook computer) + to V1 จึงตอบ to work

  1. Bob didn’t change his field of study __________ the new report on future career trends.

    (1) because of

    (2) through

    (3) for

    (4) since

ตอบ 1 ให้ตอบคำเชื่อมความก็ต้องตีความโจทย์ว่าจะใช้คำเชื่อมไหนที่เข้ากันได้

because of = เพราะ ตามด้วยวลี

through = ผ่าน โดย

for = because ตามด้วยประโยคแต่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่นก่อน for ก็คือ ,for

since = ตั้งแต่ เพราะ สามารถใช้ since = because ในความหมาย เพราะว่าตามด้วยประโยค

“บ็อบไม่ได้เปลี่ยนสาขาวิชาเรียนเพราะรายงานใหม่เกี่ยวกับแนวโน้มอาชีพในอนาคต”

ตอบ because of เพราะตามหลังเป็นกลุ่มคำวลี มีแต่คำนามและส่วนขยาย ไม่มีกริยา ก็ถือว่าวลี

  1. Jane looks as sweet as Candy in __________.

    (1) lovely this pink dress

    (2) this lovely pink dress

    (3) lovely pink this dress

    (4) this lovely dress pink

ตอบ 2 เป็นการเรียงคุณศัพท์ที่มีคุณศัพท์มาขยายคำนามหลายตัว โดยวางไว้หน้าคำนาม คือ คำนามหลักจะอยู่ขวามือของเรา ส่วนหน้าคำนามจะเป็นคุณศัพท์เรียงลำดับ ดังนี้

คำคุณศัพท์ + คำนาม

คำนำหน้านาม จำนวน adj. ขนาด adj. บอกลักษณะ adj. บอกอายุ adj. รูปร่าง adj. บอกสี แหล่งที่มาหรือชื่อชาติ นามขยาย นามหลัก
a, an, the, this, that, those, these, my, your, his, her, their, some, many one, two, three, four, …… small, big, large, long, huge beautiful, nice, cheap, lovely, strong new (ใหม่), old (แก่) oval, square, triangle white, blue, pink, yellow, black, orange, brown Italian, Japanese, Chinese silk, gold, cotton, metal, wooden, riding shirt, ring, dress, frames, horse

คุณศัพท์มาก่อนมีหลายชนิด เราไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกตัวที่ให้มา ถ้าเราเอาคำนำหน้านามขึ้นก่อนก็คือ this มาก่อนใคร และ dress (ชุด) เป็นคำนามหลักไว้หลังสุด เราก็ตอบตัวเลือกข้อ 2 ได้เลย

  1. Tomorrow, Criseyde __________ care of by her grandparents because her parents won’t be available.

    (1) will take

    (2) is taking

    (3) will be taken

    (4) takes

ตอบ 3 เราเห็นคำบอกเวลา tomorrow (พรุ่งนี้) เป็นอนาคตใช้โครงสร้าง will + V1 แต่จากโจทย์มี by (โดย) จะทำให้เรารู้ว่าเป็นประโยค passive voice (รูปถูกกระทำ) ต้องใช้ลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 นั่นคือ

Criseyde เป็นชื่อคน จะได้รับการดูแลโดยปู่ย่าของเธอ จึงใช้โครงสร้าง will be + V3 = will be taken care of by …..

  1. Pamela told us __________ she left her last job at ABC Co., Ltd.

    (1) the result

    (2) the consequences

    (3) the cause

    (4) the reason why

ตอบ 4 ให้ตอบคำเชื่อม “พาเมล่าเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมเธอถึงลาออกจากบริษัท เอบีซี จำกัด”

the result = the consequences = ผลลัพธ์ ส่วน the reason why = เหตุผล และ the cause = สาเหตุ ควรใช้ the cause of why = สาเหตุ จึงจะถูกกว่า

  • Bill told us the reason why he had left the house without telling anyone.

    (บิลบอกเราถึงเหตุผลที่เขาออกจากบ้านโดยไม่บอกใคร)

  1. That handbag __________ beautiful.

    (1) tastes

    (2) looks

    (3) turns

    (4) smells

ตอบ 2 ในตัวเลือกล้วนเป็นกริยาประเภท linking verb (look, feel, seem, keep, taste, smell, turn, appear, become เป็นต้น) ตามด้วย adj. (beautiful) แล้ว มาดูกริยาตัวไหนที่เข้ากับโจทย์ได้ นั่นคือ looks (มองดู) สวย = looks beautiful ส่วน tastes, smell มักใช้กับโจทย์อาหารการกิน และ turns เช่น His face turns red. (ใบหน้าแดง) เป็นต้น

  1. Blue-collar workers in the future will not have much education and skill, __________ their pay will be low.

    (1) so

    (2) since

    (3) for

    (4) because

ตอบ 1 “คนทำงานปกน้ำเงิน (คนที่ใช้แรงงาน) ในอนาคตจะไม่ค่อยมีการศึกษาและทักษะมากนัก ดังนั้น ค่าจ้างของพวกเขาจะต่ำ” คำเชื่อม so = ดังนั้น ส่วน since, for, because = เพราะว่า

  1. __________ there a photocopier machine in the library?

    (1) Were

    (2) Is

    (3) Does

    (4) Have

ตอบ 2 เป็นประโยคคำถาม ถ้าลองกลับมาให้เป็นบอกเล่าก่อนจะดูง่ายกว่าค่ะ

  • There __________ a photocopier machine in the library. จะเห็นชัดว่าเราอาจเคยชินกับคำว่า There is/There are / There was/There were หมายถึง มี และกริยาจะผันตามคำนามด้านขวาคือ a photocopier เป็นนามเอกพจน์ ฉะนั้นกริยาก็ต้องเป็นเอกพจน์นั่นคือตอบ is ทำเป็นคำถามก็ยก is ไว้หน้า there จึงตอบข้อ 2 ส่วน does กับ have ไม่ถูกต้อง

  1. Which way __________ I to go? This way or that way?

    (1) will

    (2) might

    (3) ought

    (4) shall

ตอบ 3 ดูจากตัวเลือกจะรู้ว่าเป็นเรื่องของกริยาช่วย แล้วดูว่าแต่ละตัวตามด้วยอะไร เช่น will, might, shall ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ไม่มี to แต่ที่โจทย์มี to เห็นจากหลังประธาน I นั่นคือ I to go ยกมาเป็นบอกเล่าจะเป็น I __________ to go เห็นชัดว่า ต้องตอบ ought to เพราะ ought มี to ตามเสมอ ทำเป็นคำถามก็ ought I to go?

  1. The police made the gunman __________ the gun down and step back.

    (1) put

    (2) to put

    (3) putting

    (4) puts

ตอบ 1 กริยา make/made หรือ let สองตัวนี้เป็นที่นิยมออกสอบออกมาให้ตอบกริยาช่องที่ 1 ไม่ต้องมี to ตาม เช่น

  • The sad movie always makes me cry.

  • Let us go shopping

    ฉะนั้นข้อนี้ made + กรรม (the gunman) + V1 จึงตอบ put

  1. The black and white cat is Tony’s, __________?

    (1) is it

    (2) is not it

    (3) isn’t he

    (4) isn’t it

ตอบ 4 เป็นเรื่อง tag ส่วนหาง มีหลักดังนี้ กำหนดว่าถ้าข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าข้างหลังจะต้องเป็นรูปปฏิเสธรูปย่อ มี 2 จุด ที่ต้องดูนั่นคือ 1. เรื่องกริยากับเรื่องคำสรรพนาม เราเห็นประโยคข้อนี้มี don’t like เป็นปฏิเสธรูปย่อ ทำ tag ต้องเป็นบอกเล่าคือ do และ 2. ดูประธาน ถ้าให้คำนามมาเป็นเพศชาย เช่น ชื่อ John ก็เปลี่ยนเป็นสรรพนาม he แต่ถ้าให้สรรพนามมาตัวไหนก็ยกตัวนั้นมาเลยในรูปประธาน ตัวอย่างอื่นเช่น

  • Jane will be here soon, won’t she?

  • There was a lot of rain, wasn’t there?

  • Maggi won’t be late, will she?

  • I am late, aren’t I? กรณีถ้าเป็น am ทำเป็นปฏิเสธส่วนหลังต้องใช้ aren’t I

  • I am not late, am I?

    กรณียกเว้น ถ้าขึ้นต้นประโยคมี 2 กรณีนะคะ ให้ตอบส่วนหลังคงที่ เช่น (ออกบ่อยเหมือนกัน)

  • Let’s go home, shall we? ขึ้นต้นด้วย Let’s ให้ตอบ shall we

  • Clean the table, will you? ขึ้นต้นด้วย กริยาช่องที่ 1 ให้ตอบ will you

ข้อนี้มีกริยา is ทำส่วนหางเป็นปฏิเสธรูปย่อคือ isn’t และประธานคือ The black and white cat (แมวขาวดำ) เป็นสัตว์เอกพจน์ใช้คำสรรพนามแทนคือ it จึงตอบ isn’t it

  1. The house is rather __________ than we thought.

    (1) bigger

    (2) the bigger

    (3) biggest

    (4) the biggest

ตอบ 1 เดาได้เลยเห็น than ให้ตอบขั้นกว่า จากคุณศัพท์ big ทำเป็นขั้นกว่าคือ bigger ไม่ต้องมี the สำหรับ ขั้นกว่า ที่อยู่หน้า than เป็น bigger than

  1. We should do what we can __________ help reduce global warming.

    (1) due to

    (2) in order to

    (3) owing to

    (4) for

ตอบ 2 “เราควรทำสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน” ตอบคำเชื่อม in order to + V1 (help) หมายถึง เพื่อที่จะ เพื่อ…. เป็นการบอกวัตถุประสงค์ ส่วน due to, owing to + วลี หมายถึง เนื่องจาก และ for = because = เพราะว่า

  1. Bob __________ last night. The kitchen is still smelly.

    (1) may cook

    (2) could cook

    (3) should have cooked

    (4) must have cooked

ตอบ 4 เป็นเรื่องกริยาช่วย และต้องใช้รูปอดีตเพราะมี last night เราใช้ must have + V3 บอกสิ่งที่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นในอดีต “บ็อบน่าจะทำอาหารไว้เมื่อคืนนี้ ห้องครัวยังคงมีกลิ่นเหม็นอยู่” ส่วนข้อเลือกที่ 1 และ 2 เป็นปัจจุบันไม่ถูกต้อง และ should have cooked ในกรณี should have V3 ใช้บอกสิ่งที่ควรจะทำแต่ไม่ได้ทำในอดีต ไม่เข้ากับโจทย์

  1. Unless they __________, I won’t forgive them.

    (1) apologize

    (2) apologized

    (3) has apologized

    (4) would apologize

ตอบ 1 ตัวเชื่อม Unless เหมือน If ในการตอบกริยาทั้งสองส่วน Unless = If….not

2. If S + V1 , S + will V1

ตอบ apologize ให้มา will not = won’t forgive

  1. She regrets __________ at him to public. Now, he won’t talk to her anymore.

    (1) to yell

    (2) yell

    (3) yelling

    (4) being yelling

ตอบ 3 กริยาเหล่านี้ตามด้วย Ving ได้แก่

avoid admit delay miss resist put off
enjoy dread carry on postpone risk keep
carry fancy regret practice stop go on
deny keep on finish recall suggest like

กริยา regret + Ving จึงตอบ yelling

  1. I’m __________ English teacher.

    (1) a

    (2) an

    (3) the

    (4) (blank)

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ English ใช้ an นำหน้า an English teacher

  1. A: Excuse me. __________.

    B: The dress was on sale yesterday, madam.

    (1) Is this dress on sale?

    (2) Where is the dress?

    (3) When was the sale over?

    (4) Who bought the blue dress?

ตอบ 1 เอถาม ขอโทษค่ะ ชุดนี้ลดราคาอยู่ไหม? บีตอบ ชุดนี้ลดราคาไปแล้วเมื่อวานครับ คุณผู้หญิง?

คำถามที่เข้ากับบทสนทนาคือตัวเลือกข้อ 1 Is this dress on sale? = ชุดนี้ลดราคาอยู่ไหม นอกนั้นไม่เข้ากับบทสนทนา เช่นตัวเลือกข้อ 2 ชุดอยู่ที่ไหน? ต้องตอบเป็นสถานที่ ตัวเลือกข้อ 3 การลดราคานี้หมดเมื่อไร? ต้องตอบเป็นเวลา แต่จะกล่าวถึง The dress (ชุดเลยไม่ถูกต้องตามที่ B ตอบมา) ตัวเลือกข้อ 4 ใครซื้อชุดสีฟ้าไป? ตอบเป็นชื่อคนซื้อ

  1. This is __________ part of the story.

    (1) important

    (2) the most important

    (3) more important

    (4) most important

ตอบ 2 คุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม และมีคำว่า of the story (ของเรื่อง) ตอบขั้นสูงสุด เป็นส่วนสำคัญที่สุด ใช้ขั้นสูงสุดจะมี the นำหน้าคุณศัพท์ขั้นสูงสุดด้วย จึงเป็น the most important

  1. The principal is getting the auditorium __________.

    (1) to repaint

    (2) repainting

    (3) repaint

    (4) repainted

ตอบ 4 เป็นรูปกริยา get ถ้าตามด้วยสิ่งของ ตอบกริยาช่องที่ 3 ถ้าตามด้วยคน ตอบ to v1 ดูตัวอย่าง

  • S + get + something + V3 (ถ้าตามด้วยสิ่งของ + V3)

  • S + get/got + คน + to V1

  • Jack gets his elder sister to wash his clothes. (คน ตอบ to V1)

  • Jack gets his clothes washed by his elder sister. (สิ่งของ ตอบ V3)

ข้อนี้ getting the auditorium (หอประชุม เป็นสิ่งของ) จึงตอบกริยาช่องที่ 3 = repainted

  1. Mary illnesses are __________ by poor diet and lack of exercise.

    (1) brought about

    (2) resulted

    (3) due to

    (4) because of

ตอบ 1 “อาการเจ็บป่วยของแมรี่เกิดขึ้นจากการกินอาหารไม่ดีและขาดการออกกำลังกาย”

brought (bring) about = “เป็นสาเหตุให้เกิด” หรือ “ทำให้เกิดขึ้น” resulted ต้องตามด้วย “in” หรือ “from” = เป็นผล, due to = เนื่องจาก ใช้เพื่อแสดงสาเหตุ แต่ต้องตามหลัง verb to be และหน้าคำนาม ส่วน because of = เพราะว่า คล้ายกับ “due to” แต่ไม่ใช้กับรูปถูกกระทำ

  1. Augustin loves to play __________ guitar.

    (1) a

    (2) an

    (3) the

    (4) (blank)

ตอบ 3 ใช้ “the” กับชื่อเครื่องดนตรี เช่น the guitar, the piano, the violin, the saxophone, the drum, the trumpet เป็นต้น

  1. Sound travels __________ than light.

    (1) slow

    (2) slower

    (3) the slower

    (4) slowest

ตอบ 2 เห็น than ตอบขั้นกว่าได้เลย จาก slow เป็น slower ไม่ต้องมี the

  1. The food at the restaurant __________ heavenly. Let’s go there next Monday.

    (1) smells

    (2) appears

    (3) sounds

    (4) feels

ตอบ 1 ตัวเลือกให้ตอบคำกริยาที่เข้ากับโจทย์ได้ เราเห็นประธาน The food อาหาร ก็คาดเดาว่าตอบกริยา smell (กลิ่น) ได้เลย นอกนั้นไม่เข้า เช่น appear = ปรากฏออกมา sounds = เสียง และ feels = รู้สึก

  1. If Thomas had bought the tickets earlier, he __________ better seats.

    (1) will get

    (2) got

    (3) would get

    (4) would have gotten

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ เป็น If ในสูตรที่ 4 ดังนี้

4 If S + had V3 , S + would have V3

ให้มา had bought ตอบ would have gotten

  1. You __________ Jack if you go to the campus today.

    (1) will see

    (2) saw

    (3) sees

    (4) would have seen

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 8. ประกอบ เป็น if อยู่กลางประโยคตรงกับสูตรที่ 2 ดังนี้

2. S + will/can V1 if/unless S + V1

ให้มา go ตอบ will see

  1. The scarf __________ by Joan is very beautiful.

    (1) knits

    (2) knitting

    (3) having knitted

    (4) knitted

ตอบ 4 เราเห็น by แสดงถึงประธานถูกกระทำ เป็น passive voice ต้องลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 ในประโยคเต็มมาจาก The scarf was knitted by Joan สามารถลดรูปโดยตัด verb to be คือ was ออกได้ คงไว้แต่กริยาช่องที่ 3 ได้

  1. Your office is not in that brick building, __________?

    (1) is your office

    (2) is it not

    (3) is it

    (4) is not the office

ตอบ 3 เป็นเรื่องส่วนหาง (tag) กริยาให้ is not ปฏิเสธ ส่วนหางทำเป็นบอกเล่าคือ is และประธานคือ Your office (สำนักงานของคุณ) ใช้สรรพนาม it เพราะเป็นสิ่งของ

  1. __________ her report before the due date. Nora is very proud of herself.

    (1) Finish

    (2) Having finished

    (3) Finished

    (4) Being finished

ตอบ 2 ใช้รูป Perfect Participle (Having + V3) ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ของประธานหลักที่ตามมาเพื่อขยายความว่าการกระทำหนึ่งในประโยคหลักเกิดตามอีกการกระทำที่เป็น Perfect participle ทันที โดยมีประธานคนเดียวกัน และมีเครื่องหมาย comma คั่น เช่น

  • Having finished her report before the due date. Nora is very proud of herself.

    (โนราภูมิใจตัวเองมาก หลังจากเสร็จสิ้นรายงานก่อนถึงกำหนด)

  1. The tree __________ right now is a Japanese maple tree.

    (1) being cut

    (2) cuts

    (3) has cut

    (4) cutting

ตอบ 1 ประธาน The tree (ต้นไม้) เป็นสิ่งของจะถูกกระทำ ตามมาด้วยลักษณะ passive voice คือถูกกระทำให้กำลังถูกตัดตอนนี้ มาจาก The tree is being cut right now สามารถลดรูปตัด is ออกเป็น The tree being cut right now

  1. We __________ leave the door unlocked before leaving the house.

    (1) couldn’t

    (2) might not

    (3) wouldn’t

    (4) shouldn’t

ตอบ 4 กริยาช่วยที่แสดงการแนะนำ คือ should (ควรจะ) หรือ should not = shouldn’t (ไม่ควรจะ) จากประโยค “เราไม่ควรปลดล็อคประตูทิ้งไว้ก่อนออกจากบ้าน” ส่วน couldn’t = ไม่สามารถ, might not = อาจจะและ wouldn’t = จะไม่

  1. Maria has สอง job offers. __________ hasn’t decided which jobs to accept.

    (1) Hers

    (2) Her

    (3) She

    (4) Herself

ตอบ 3 คำสรรพนามประเภทไหนที่ใส่ในช่องว่างได้ ให้เติมขึ้นต้นประโยคก็คือรูปประธาน She เพราะตามด้วยกริยา (hasn’t…) ได้เลย ถ้าเป็นตัวอื่นเช่น hers, her แสดงความเป็นเจ้าของ และ herself เป็นสรรพนามสะท้อนตัวเอง

  1. You can go first, as you’re __________.

    (1) more old

    (2) most old

    (3) oldest

    (4) the oldest

ตอบ 4 ดูจากตัวเลือกให้คำคุณศัพท์ old มา สามารถทำเป็นขั้นสูงสุดได้คือ oldest ที่ถูกต้อง และมี the นำหน้าขั้นสูงสุดด้วย จึงเป็น the oldest (แก่/อายุมากที่สุด)

  1. We should always believe in __________.

    (1) ourselves

    (2) herself

    (3) oneself

    (4) themselves

ตอบ 1 คำสรรพนามที่แสดงสะท้อนตัวเองนั้นดูไม่ยาก ให้ดูประธานว่าเป็นคำไหนก็สะท้อนตัวนั้น เช่น She ก็เป็น herself, I เป็น myself, He เป็น himself ในโจทย์เป็น We ก็เป็น ourselves

  1. That was __________ day in my life.

    (1) good

    (2) better

    (3) the best

    (4) a best

ตอบ 3 ถ้ามี in my life (ตลอดชีวิตของฉัน) การตอบจะเป็นขั้นสูงสุด คือ ที่สุดในนั้น แล้วตัวเลือกให้คำคุณศัพท์ตัวไหน เราจะเห็นคำคุณศัพท์ good ทำเป็นขั้นกว่าคือ better ขั้นสูงสุดเปลี่ยนรูปเป็น best ฉะนั้นตอบ best และใส่ the นำหน้าขั้นสูงสุดด้วย จึงตอบ the best

  1. The by-election was set up immediately __________ the representative died in a car accident.

    (1) for

    (2) because

    (3) hence

    (4) consequently

ตอบ 2 “จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมทันทีเพราะผู้แทนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์” คำเชื่อมที่เข้ากับโจทย์คือ because (เพราะ) ส่วน for มีความหมายเดียวกับ because แต่ถ้าตอบต้องมีเครื่องหมาย comma ขั้น นั่นคือ , for ส่วน hence = ดังนั้น และ consequently = as a result of = ผลที่ตามมา

  1. Whitney’s documents __________ before she could get into the exam room.

    (1) had been checked

    (2) had checked

    (3) were checking

    (4) checked

ตอบ 1 ประธาน documents (เอกสาร) เป็นสิ่งของ และสิ่งของถูกตรวจสอบ ก็ใช้รูป passive voice รูปถูกกระทำจะลงท้ายด้วยกริยาช่องที่ 3 เสมอ ดูตัวเลือกที่มี V3 คือตัวเลือก 1 และ 2 แต่ตัวเลือกที่ 2 ไม่ใช่ passive เป็น Past Perfect Tense = had V3 = had checked ถ้าเป็นรูปถูกกระทำจะเป็น had been V3 = had been checked ดังนั้นตัวเลือกข้อ 1 ถูกต้อง

  1. You __________ take the umbrella. It’s not going to rain this afternoon.

    (1) won’t

    (2) may not

    (3) needn’t

    (4) mustn’t

ตอบ 3 “คุณไม่จำเป็นต้องเอาร่มไป ฝนจะไม่ตกบ่ายนี้” กริยาช่วยที่แสดงถึงความจำเป็น ไม่จำเป็นคือ need, needn’t = need not ตรงกับตัวเลือกข้อ 3 ส่วนตัวเลือกอื่นไม่ถูกต้อง won’t = will not แสดงอนาคต may not = อาจจะไม่ และ mustn’t = ต้องไม่ เป็นการบังคับ ไม่เข้ากับประโยค

  1. A: Sorry, sir. We’re currently out of filet mignon. __________.

    B: I’d prefer the filet, but the porterhouse will do.

    (1) Anything else?

    (2) Do you like that?

    (3) What is your order, sir?

    (4) May I suggest the porterhouse instead?

ตอบ 4 เอ: ขออภัยครับ ขณะนี้เราไม่มีเนื้อสันในแล้ว __________

บี: ฉันชอบเนื้อสันในมากกว่า แต่เนื้อสันนอกติดกระดูกก็ได้ค่ะ

เมื่อเอ บอกว่าเนื้อสันในหมด ก็น่าจะพูดต่อว่า “ผมขอแนะนำเนื้อสันนอกแทนได้ไหมครับ? ตรงกับตัวเลือกข้อ 4 ส่วนตัวเลือกไม่เข้าบทสนทนาเช่น ข้อ 1 อย่างอื่นไหม? ข้อ 2. คุณชอบนั้นไหม? ข้อ 3. รับสั่งอะไรครับท่าน?

  1. Wilson’s car __________ at Hack’s automatic shop right now.

    (1) is servicing

    (2) is being serviced

    (3) is serviced

    (4) services

ตอบ 2 เราเห็นคำบอกเวลา right now (ตอนนี้ เดี๋ยวนี้) เราใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are + Ving) คือ is servicing แต่ยังมีข้อสังเกตอีกว่าประธานมี car (รถ) เป็นสิ่งของ จะต้องกำลังถูกบริการ จึงใช้รูป passive (ถูกกระทำ) กลายเป็น is being + V3 = is being serviced

  1. She’s eating __________ apple that you brought.

    (1) the

    (2) an

    (3) a

    (4) (blank)

ตอบ 1 มีส่วนขยาย that you brought (ที่คุณเอามา) หรือมีวลีตัวอื่นเช่น who…..which….หรือ in…. บุพบทวลีว่าอยู่ไหน แสดงถึงการชี้เฉพาะเจาะจง ต้องใช้ “the” นำหน้าคำนามนามนั้น ดูตัวอย่างอื่น

  • The bicycle that Joseph bought is black. ใช้ the นำหน้า bicycle เพราะมีชี้เฉพาะ that….

    ฉะนั้นข้อนี้เหมือนกันใช้ the apple that you brought เป็นแอปเปิ้ลที่คุณเอามา แสดงชี้เฉพาะ

  1. If you heat ice, it __________.

    (1) would melt

    (2) melted

    (3) melt

    (4) melts

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 8. เรื่อง if ประกอบ ตรงกับสูตรที่ 1

ให้มา heat ตอบ melts กริยาเอกพจน์ตามประธานเอกพจน์ (it)

  1. You won’t cause any problem, __________ you’re informed the manager ahead of time.

    (1) so

    (2) consequently

    (3) for

    (4) if

ตอบ 3 “คุณจะไม่ก่อปัญหาใดๆ เพราะคุณแจ้งผู้จัดการล่วงหน้า” คำเชื่อมสอดคล้องกับประโยค คือ for = because หมายถึง “เพราะว่า” และหน้า for มีเครื่องหมายคอมม่าคั่น (,) ถ้าเป็นตัวเลือกอื่นเช่น so = ดังนั้น , consequently = ผลที่ตามมา และ if = ถ้าหากว่า (ตัวเลือก if ก็ใช้ได้เหมือนกันแต่ถ้าอยู่กลางประโยคจะไม่มีเครื่องหมายคอมม่าคั่น)

  1. Actually, the weather in Switzerland __________ very nice of this time of year.

    (1) was

    (2) is

    (3) are

    (4) will be

ตอบ 2 ประธานของประโยคคือ the weather เป็นเอกพจน์คงเหลือกริยาเอกพจน์คือ is/was ก็มาวิเคราะห์ว่าประโยคนี้จะเป็นปัจจุบันหรืออดีต วิเคราะห์จากโจทย์ “จริงๆ แล้ว สภาพอากาศในสวิตเซอร์แลนด์ดีในช่วงเวลานี้ของปี” มีคำบอกเวลา this time of year (เวลานี้ของปี) ผู้พูดๆ ในกำลังพูดแสดงความเห็นในปัจจุบันที่เป็นจริง จึงตอบ is

  1. The new glass-bridge project __________ by next month.

    (1) will have been finished

    (2) will have finished

    (3) will finish

    (4) will be finishing

ตอบ 1 เมื่อเราเห็นคำบอกเวลาที่มี by + ช่วงเวลา (อย่าสับสนกับ by (โดย) ที่ผ่านมานั่นใช้ passive นะ)

อันนี้ by next month เราตอบ Future Perfect Tense (S + will have V3) และประธานเป็นสิ่งของคือ project (โครงการ) จะต้องถูกทำให้เสร็จ (ราวเดือนหน้า) ต้องทำเป็น passive ถูกกระทำจาก will have V3 เป็น passive คือ will have been V3 = will have been finished ตรงตัวเลือกข้อ 1

  1. If I __________ you were coming, I would have baked a cake.

    (1) knew

    (2) had known

    (3) know

    (4) would know

ตอบ 2 คำอธิบายข้อ 8. ประกอบ เป็น If ในสูตรที่ 4 ดังนี้

การใช้ If ตรงกับสูตรที่ 4

4 If S + had V3 , S + would have V3

ตอบ had known ให้มา would have baked

  1. Please answer the phone for me. It __________ be John, for he said he would call me back.

    (1) would

    (2) ought to

    (3) need

    (4) must

ตอบ 4 “กรุณารับโทรศัพท์ให้ฉันด้วย ต้องเป็นจอห์นแน่ ๆ เพราะเขาบอกว่าจะโทรกลับหาฉัน”

กริยาช่วย must be = ต้องเป็น แสดงความมั่นใจ

  1. The first step is always __________ hardest.

    (1) a

    (2) an

    (3) the

    (4) blank

ตอบ 3 hardest เป็นขั้นสูงสุด ตอบ the ได้เลย ซึ่งปกติ the นำหน้าขั้นสูงสุด เช่น the longest, the best, the biggest, the most beautiful, the hardest เป็นต้น

  1. The classmates helped __________ prepare for the exam.

    (1) yourselves

    (2) them

    (3) ones

    (4) one another

ตอบ 4 ถ้าตอบแบบสะท้อนตัวเอง ประธานเป็น The classmates (เพื่อนร่วมห้องหลายคน) ต้องเป็น themselves แต่ไม่มีในตัวเลือก เพราะมีคำสรรพนามที่ใช้เมื่อประธานทำสิ่งต่างๆ ร่วมกับผู้อื่น ก็คือ each other = ซึ่งกันและกันใช้กับสองคน และ one another = ซึ่งกันและกัน ใช้กับหลายคน สองคนขึ้นไป ดูตัวอย่างอื่นนะคะ

  • Peter and Mary love each other. (ปีเตอร์และแมรี่รักซึ่งกันและกัน รวมสองคน)

  • The classmates help one another. (เพื่อนๆ ร่วมห้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน)

  1. When the sun sets, it __________ very dark.

    (1) gets

    (2) would get

    (3) had gotten

    (4) got

ตอบ 1 ข้อนี้ไม่ยากนะ เราเห็นประโยคหน้ามีกริยา sets เป็นกริยาช่องที่ 1 รูปปัจจุบัน เราก็เดาว่าอีกประโยคหนึ่งคู่กันได้จะเป็นปัจจุบันหรือไม่ก็อนาคตก็ได้ที่คู่กันได้ แล้วมาดูตัวเลือกจะเห็นว่าเป็นปัจจุบันตัวเลือกเดียวคือ gets ที่ตอบข้อ 1 ได้เลย นอกนั้น เป็นอดีตหมด

  1. I have two pens, a blue one and a red one. You can borrow __________ if you need.

    (1) another

    (2) either

    (3) such

    (4) other

ตอบ 2 “ฉันมีปากกา 2 ด้าม มีสีน้ำเงินและสีแดง คุณสามารถยืมอันใดอันหนึ่งได้ ถ้าคุณต้องการ” ใช้คำสรรพนามที่เจาะจง either = อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เลือกเอา

  1. Dang __________ the door now. It’s difficult to close.

    (1) fixes

    (2) fixed

    (3) is fixing

    (4) was fixing

ตอบ 3 ใช้ Present Continuous Tense (S + is/am/are Ving) กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด เดามักคำบอกเวลาจะออกทุกเทอมเช่น now, right now, at the/this moment, at present ที่โจทย์มีคำบอกเวลาคือ now จึงตอบ is fixing

Part II: Vocabulary (ภาคคำศัพท์)

  1. No one __________ her ability.

    (1) doubted

    (2) thought

    (3) stopped

    (4) worried

ถาม ไม่มีใครสงสัยในความสามารถของเธอ

ตอบ 1

(1) สงสัย

(2) คิด

(3) หยุด

(4) วิตกกังวล

บทที่ 1 ถ้าดูในตัวเลือกจะเห็นว่ามีคำศัพท์ที่เราเรียนในวิชานี้เพียงตัวเลือกเดียว เราก็เดาตอบได้เลย นั่นคือ doubted = สงสัย, ไม่แน่ใจ

  1. A tiger was accidentally __________ this morning. Be careful, everyone!

    (1) overacted

    (2) released

    (3) classified

    (4) destroyed

ถาม เช้านี้เสือถูกปล่อยโดยไม่ได้ตั้งใจ ระวังกันด้วยนะครับทุกคน!

ตอบ 2

(1) มากเกินไป

(2) ถูกปล่อย

(3) จัดหมวดหมู่

(4) ทำลาย

บทที่ 1 มีเรียนคำศัพท์ released = ปล่อย

  1. I kept my __________ so take the kids to the amusement park over the weekend.

    (1) promise

    (2) finished

    (3) went

    (4) repaired

ถาม ฉันรักษาสัญญา ดังนั้นจะพาเด็กๆ ไปสวนสนุกในช่วงสุดสัปดาห์กัน

ตอบ 1

(1) สัญญา

(2) เสร็จ จบ

(3) ไป

(4) ซ่อมแซม

กลุ่มคำที่นิยมใช้ keep my promise = ฉันรักษาสัญญา

  1. The crisis had a negative __________ on trade.

    (1) diet

    (2) effect

    (3) gain

    (4) form

ถาม วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลเสียต่อการค้า

ตอบ 2

(1) อาหาร

(2) ผลกระทบ

(3) ได้รับ

(4) รูปแบบ

บทที่ 5 มีเรียนคำศัพท์ effect = ผลกระทบ

  1. He had a(n) __________ to heroin.

    (1) addiction

    (2) control

    (3) attention

    (4) habit

ถาม เขามีอาการติดเฮโรอีน

ตอบ 1

(1) การติดยา

(2) ควบคุม

(3) ความตั้งใจ

(4) นิสัย

บทที่ 5 มีเรียนคำศัพท์ addiction = การติดยา, การเสพติด (ยา, เหล้า, ทีวี, เกม) เป็นต้น

  1. My mother had a very strict __________.

    (1) poet

    (2) spread

    (3) diet

    (4) mind

ถาม แม่ของฉันควบคุม__________ที่เข้มงวดมาก

ตอบ 3

(1) กวี นักประพันธ์

(2) กระจาย

(3) อาหาร

(4) จิตใจ

  1. I want an immediate __________.

    (1) pretend

    (2) anxiety

    (3) effect

    (4) reply

ถาม ฉันต้องการคำตอบทันที

ตอบ 4

(1) เสแสร้ง

(2) ความวิตกกังวล

(3) ผลกระทบ

(4) การตอบรับ

บทที่ 5 มีเรียนคำศัพท์ reply = ตอบรับ

  1. Don’t __________ with your mother.

    (1) argue

    (2) normal

    (3) notice

    (4) highlight

ถาม อย่าเถียงกับแม่ของคุณ

ตอบ 1

(1) โต้เถียง

(2) ปกติ ธรรมดา

(3) สังเกต

(4) ทำให้เด่น

บทที่ 6 มีเรียนคำศัพท์ argue = โต้แย้ง, โต้เถียง

  1. She doesn’t know what __________ happened that night.

    (1) purposely

    (2) normally

    (3) actually

    (4) personally

ถาม เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงในคืนนั้น

ตอบ 3

(1) อย่างจงใจ

(2) อย่างปกติ

(3) อย่างแท้จริง

(4) อย่างส่วนตัว

  1. Ann, stop being a(n) __________. You’ve been complaining a lot lately?

    (1) passenger

    (2) applicant

    (3) think-tank

    (4) grumbler

ถาม แอน หยุดเป็นคนขี้บ่นได้แล้ว คุณได้บ่นมากหมู่หนึ่ง?

ตอบ 4

(1) ผู้โดยสาร

(2) ผู้สมัคร

(3) คนที่ชาญฉลาด

(4) คนขี้บ่น

บทที่ 1 grumbler = คนขี้บ่น คนบ่น

  1. You need to __________ yourself for a long wait. It’s business as usual.

    (1) explore

    (2) prepare

    (3) determine

    (4) complete

ถาม คุณต้องเตรียมตัวสำหรับการรอที่ยาวนาน มันเป็นธุรกิจตามปกติ

ตอบ 2

(1) สำรวจ

(2) เตรียมตัว

(3) ประเมิน ตัดสิน

(4) ทำให้สมบูรณ์

บทที่ 2 prepare = จัดเตรียม, เตรียมตัว, เตรียมพร้อม

  1. It’s __________ to expect a two-year-old to be able to write!

    (1) ridiculous

    (2) worth

    (3) spinning

    (4) spherical

ถาม มันไร้สาระที่คาดหวังว่าเด็กอายุ 2 ขวบจะเขียนได้!

ตอบ 1

(1) ไร้สาระ น่าขัน

(2) คุ้มค่า มีมูลค่า

(3) การหมุน/ปั่น

(4) เป็นลูกกลม

บทที่ 7 ridiculous = น่าขัน ไร้สาระ

  1. The __________ handwritten copy of Vincent’s bestselling novel has been found in his attic.

    (1) extreme

    (2) brief

    (3) popular

    (4) original

ถาม พบสำเนาต้นฉบับของนวนิยายขายดีของวินเซ็นต์ที่เขียนด้วยลายมือในห้องใต้หลังคาของเขา

ตอบ 4

(1) สุดโต่ง

(2) ย่อ สั้น

(3) เป็นที่แพร่หลาย

(4) ต้นฉบับ ดั้งเดิม

  1. Wisunu was __________ from prison after the police found that he has nothing to do with the murder.

    (1) captured

    (2) released

    (3) treated

    (4) informed

ถาม วิษณุได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว หลังตำรวจพบว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม

ตอบ 2

(1) ถูกจับกุม

(2) ถูกปล่อย

(3) ถูกปฏิบัติ

(4) ถูกแจ้ง

  1. After the accident, the truck driver left the __________ immediately.

    (1) scene

    (2) structure

    (3) surrounding

    (4) fair

ถาม หลังเกิดอุบัติเหตุคนขับรถบรรทุกออกจากที่เกิดเหตุทันที

ตอบ 1

(1) ที่เกิดเหตุ

(2) โครงสร้าง

(3) บริเวณรอบๆ

(4) ยุติธรรม

  1. Bob and his family were forced to __________ their home because they couldn’t pay the mortgage.

    (1) explore

    (2) determine

    (3) prove

    (4) give up

ถาม บ็อบและครอบครัวของเขาถูกบังคับให้สละบ้านเพราะพวกเขาไม่สามารถชำระค่าจำนองได้

ตอบ 4

(1) สำรวจ

(2) ตัดสินใจ

(3) พิสูจน์ให้เห็น

(4) ละทิ้ง, หยุด ล้มเลิก

บทที่ 7 give up = ละทิ้ง, หยุด ล้มเลิก

  1. The __________ price of gasoline hasn’t affected auto sales at all.

    (1) soaring

    (2) breathtaking

    (3) amazing

    (4) relaxing

ถาม ราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์แต่อย่างใด

ตอบ 1

(1) พุ่งสูงขึ้น

(2) น่าทึ่ง, งดงาม

(3) น่าทึ่ง

(4) ผ่อนคลาย

บทที่ 3 soar (adj.) = พุ่งขึ้น ที่ทะยานขึ้น, ถีบตัวขึ้น

  1. They spend the morning __________ around the old part of Phuket.

    (1) howling

    (2) spotting

    (3) rolling

    (4) wandering

ถาม พวกเขาใช้เวลาช่วงเช้าเดินเล่นในย่านเก่าแก่ของภูเก็ต

ตอบ 4

(1) หอน

(2) จุด สถานที่

(3) ม้วน

(4) เดินเที่ยว เตร่

  1. She’s proud that both her children have a __________ for music.

    (1) talent

    (2) language

    (3) meaning

    (4) pattern

ถาม เธอภูมิใจที่ลูกๆ ของเธอทั้งคู่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี

ตอบ 1

(1) พรสวรรค์

(2) ภาษา

(3) ความหมาย

(4) รูปแบบ

  1. Take a few minutes to __________ your application to make sure that it is accurate.

    (1) repeat

    (2) reread

    (3) cease

    (4) drive

ถาม ใช้เวลาสักครู่เพื่ออ่านใบสมัครของคุณอีกครั้งเพื่อแน่ใจว่าถูกต้อง

ตอบ 2

(1) พูดซ้ำ

(2) อ่านซ้ำ อ่านใหม่อีกครั้ง

(3) หยุด

(4) ขับรถ

  1. Get a relative to __________ the children.

    (1) feel

    (2) bore

    (3) look after

    (4) put down

ถาม หาญาติมาดูแลลูกๆ

ตอบ 3

(1) รู้สึก

(2) น่าเบื่อ

(3) ดูแล, เฝ้าดูแล

(4) วางลง

  1. Jane’s father had a __________ heart attack while he was on holiday.

    (1) spherical

    (2) disappearing

    (3) phenomenal

    (4) sudden

ถาม พ่อของเจนหัวใจวายกะทันหันในขณะที่เขาไปเที่ยวพักผ่อน

ตอบ 4

(1) เป็นลูกกลม

(2) หายไป

(3) ยอดเยี่ยม

(4) กะทันหัน ฉับพลัน

บทที่ 8 sudden = ทันที, กะทันหัน, ฉับพลัน

  1. A lot of businesses are being __________ by the current high interest rate.

    (1) hurt

    (2) shrunk

    (3) intended

    (4) curled up

ถาม ธุรกิจจำนวนมากกำลังหดตัวกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงในปัจจุบัน

ตอบ 2

(1) ทำให้เจ็บปวด

(2) ทำให้หดตัว ถอย

(3) ตั้งใจ

(4) ขดตัว

  1. Repairing damaged __________ is a very delicate operation.

    (1) antennas

    (2) nerves

    (3) experience

    (4) see

ถาม การซ่อมแซมเส้นประสาทที่เสียหายเป็นการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนมาก

ตอบ 2

(1) เสาอากาศ

(2) เส้นประสาท

(3) ประสบการณ์

(4) เห็น

บทที่ 8 nerve = เส้นประสาท เส้นเอ็น

  1. We can’t __________ the future. Just roll with it, and it’ll be fine.

    (1) afford

    (2) mention

    (3) predict

    (4) support

ถาม เราไม่สามารถทำนายอนาคตได้ แค่ยอมรับมัน แล้วมันก็จะดีเอง

ตอบ 3

(1) จับจ่ายซื้อได้

(2) กล่าวถึง

(3) ทำนาย พยากรณ์

(4) สนับสนุน

บทที่ 2 predict = ทำนาย พยากรณ์

นี่คือข้อมูลการถอดข้อความ (OCR) จากรูปภาพหน้าที่ 117 ถึง 119 แบบคำต่อคำ โดยจัดรูปแบบตัวเลือกแยกบรรทัด และตัดส่วนหัวกระดาษออกตามที่ต้องการครับ

  1. It’s been a(n) __________ day. Let’s go home and get some rest.

    (1) simple

    (2) relaxing

    (3) wonderful

    (4) exhausting

    ถาม มันเป็นวันที่เหนื่อยล้า กลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ

    ตอบ 4 1. ง่าย เรียบ 3. ผ่อนคลาย 3. มหัศจรรย์ 4. เหนื่อยล้า

    บทที่ 2 exhausting = เหน็ดเหนื่อย, เหนื่อยล้า

  2. Drawing is my __________ lesson.

    (1) favorite

    (2) enjoy

    (3) slow

    (4) usual

    ถาม การวาดภาพเป็นบทเรียนที่ฉันชอบ

    ตอบ 1 1. ชื่นชอบ 2. สนุกสนาน 3. ช้า 4. ปกติ

    บทที่ 6 favorite = ชื่นชอบ, โปรดปราน

  3. I thought the food was very __________.

    (1) meal

    (2) patient

    (3) tasty

    (4) example

    ถาม ฉันคิดว่าอาหารอร่อยมาก

    ตอบ 3 1. มื้ออาหาร 2. ผู้ป่วย อดทน 3. เอร็ดอร่อย 4. ตัวอย่าง

    บทที่ 6 คำศัพท์ที่เรียน tasty = เอร็ดอร่อย, มีรสชาติ

  4. The most __________ part of Spiderman 2 is his ability to swing freely.

    (1) talented

    (2) unfortunate

    (3) limited

    (4) enjoyable

    ถาม ส่วนที่สนุกที่สุดของสไปเดอร์แมน 2 คือ ความสามารถในการแกว่งได้อย่างอิสระ

    ตอบ 4 1. พรสวรรค์ 2. โชคร้าย 3. ถูกจำกัด 4. สนุกสนาน

  5. Local authorities should __________ householders to compost at home.

    (1) encourage

    (2) follow

    (3) repeat

    (4) spin

    ถาม หน่วยงานท้องถิ่นควรสนับสนุนให้เจ้าของบ้านทำปุ๋ยหมักที่บ้าน

    ตอบ 1 1. สนับสนุน 2. ติดตาม 3. กล่าวซ้ำ 4. หมุน

  6. It’s __________ to tip waiter, guides and drivers.

    (1) equal

    (2) alternate

    (3) usual

    (4) impressive

    ถาม มันเป็นเรื่องปกติที่จะให้ทิปพนักงานเสิร์ฟ, มัคคุเทศก์ และคนขับรถ

    ตอบ 3 1. เท่ากัน 2. สลับกัน 3. ปกติ ธรรมดา 4. ประทับใจ

  7. They’ve __________ of ideas.

    (1) enjoyed

    (2) run out

    (3) come

    (4) started

    ถาม พวกเขาหมดความคิดแล้ว

    ตอบ 2 1. สนุกสนาน 2. หมด 3. มา 4. เริ่มต้น

  8. With parents working today, __________ childcare is simply a necessary fact of life.

    (1) wreck

    (2) heavy

    (3) furious

    (4) dependable

ถาม เนื่องจากพ่อแม่ต้องทำงานในปัจจุบัน การดูแลเด็กที่เชื่อถือได้จึงเป็นเพียงความจริงที่จำเป็นของชีวิต

ตอบ 4 1. ทำลาย 2. หนัก 3. เกรี้ยวกราด 4. เชื่อถือได้

  1. It’s true that a(n) __________ person is pleasant and behaves in a friendly way.

    (1) envious

    (2) daring

    (3) charming

    (4) valid

    ถาม เป็นเรื่องจริงที่บุคคลที่สวยงามย่อมประพฤติดีและประพฤติตนเป็นมิตร

    ตอบ 3 1. อิจฉา 2. กล้าหาญ 3. มีเสน่ห์ สวยงาม 4. ใช้ได้

    บทที่ 1 charming = มีเสน่ห์ สวยงาม ดึงดูดใจ

  2. Could you __________ my pen for me? I left it on the desk in the meeting room.

    (1) fetch

    (2) credit

    (3) notice

    (4) spread

    ถาม คุณช่วยเอาปากกาของฉันมาให้ฉันได้ไหม? ฉันทิ้งมันไว้บนโต๊ะในห้องประชุม

    ตอบ 1 1. เอามา 2. เชื่อถือ 3. สังเกตเห็น 4. การจ่าย

    บทที่ 2 fetch = ไปเอามา, รับมา, เอามา

  3. In geology, the crust is the outermost solid shell of a rocky planet, or natural satellite.

    (1) destination

    (2) surface

    (3) conspiracy

    (4) stadium

    ถาม ในทางธรณีวิทยา เปลือกโลกเป็นเปลือกแข็งชั้นนอกสุดของดาวเคราะห์หินหรือดาวเทียมธรรมชาติ

    ตอบ 2 1. จุดหมายปลายทาง 2. พื้นผิว 3. การสมรู้ร่วมคิด 4. เวที

    บทที่ 7 crust = shell, skin, surface = เปลือกโลก

  4. Your sweater will shrink if you wash it at too high a temperature.

    (1) become smaller

    (2) expand

    (3) roll over

    (4) acquire

    ถาม เสื้อสเวตเตอร์ของคุณจะหดตัวหากคุณซักด้วยอุณหภูมิสูงเกินไป

    ตอบ 1 1. เล็กลง 3. ขยาย 3. ม้วน กลิ้งไป 4. ได้รับ

    บทที่ 8 shrink = become smaller = หด (ตัว)

  5. Chiang Rai has some of the most awesome scenery in Thailand.

    (1) spot

    (2) journey

    (3) landscape

    (4) picture

    ถาม เชียงรายมีทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

    ตอบ 3 1. จุด สถานที่ 2. การเดินทาง 3. ทิวทัศน์ 4. ภาพ

    บทที่ 3 scenery = landscape, prospect = ทิวทัศน์, ทัศนียภาพ, ภาพภูมิประเทศ

  6. He reluctantly took on the extra work without more pay.

    (1) willingly

    (2) unwillingly

    (3) surprisingly

    (4) regretfully

    ถาม เขารับงานพิเศษโดยไม่ได้รับค่าจ้างเพิ่มอย่างไม่เต็มใจ

    ตอบ 2 1. อย่างเต็มใจ 2. อย่างไม่เต็มใจ 3. อย่างประหลาดใจ 4. อย่างเสียใจ

    reluctantly = unwillingly = อย่างไม่เต็มใจ

  7. It took us exactly ten hours to get to Chiang Mai.

    (1) fairly

    (2) surprisingly

    (3) precisely

    (4) immediately

    ถาม เราใช้เวลาสิบชั่วโมงพอดีจะถึงเชียงใหม่

    ตอบ 3 1. อย่างยุติธรรม 2. อย่างประหลาดใจ 3. อย่างแน่นอน พอดี 4. ทันทีทันใด

    บทที่ 7 exactly = precisely = อย่างแน่นอน อย่างแน่ชัด พอดี