การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2555
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
ข้อ 1. ความไม่สอดคล้องกันระหว่างความยุติธรรมกับกฎหมายมีขึ้นได้เสมอ ในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย ควรปฏิบัติจนอย่างไร จงอธิบายโดยละเอียด
ธงคำตอบ
นักกฎหมายควรปฏิบัติตน ดังนี้
-
ไม่ใช้วิธีการใด ๆ ที่อยู่นอกตัวบทกฎหมาย (กฎหมู่) เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย
-
ต้องใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ได้แก่ การใช้อำนาจหน้าที่ของตนในทางกฎหมายอย่างเป็นธรรมเท่าที่ตัวเองจะทำได้
-
ต้องดูแลให้กฎหมายเกิดความเป็นธรรม
หมายเหตุ นักศึกษาต้องอธิบายรายละเอียดแต่ละหัวข้อในหน้า 81 – 84 ด้วย
ข้อ 2. นายเหลี่ยมเป็นทนายความและเป็นกรรมการผู้จัดการของ บริษัท นายเหลี่ยมและเพื่อน จำกัด ซึ่งประกอบกิจการทางด้านกฎหมาย นายเหลี่ยมใช้วิธีทางธุรกิจบริหารงานทางวิชาชีพทนายความ ด้วยการจัดการให้มีระบบสมาชิก จัดให้มีฝ่ายการตลาดจัดหาสมาชิกรายปีและตลอดชีพ โดยทำแผ่นพับที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของเสด็จในกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดากฎหมายไทย อยู่ภายใต้ชื่อบริษัท นายเหลี่ยมและเพื่อน จำกัด และอยู่ใต้ชื่อสำนักงานด้วย อยากทราบว่านายเหลี่ยมประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด จงยกตัวอย่างอธิบาย
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
ข้อ 18 “ประกอบอาชีพ ดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดีหรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเหลี่ยมทนายความและเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ซึ่งประกอบกิจการทางด้านกฎหมาย โดยใช้วิธีการทางธุรกิจบริหารงานวิชาชีพทนายความโดยจัดให้มีระบบสมาชิก มีฝ่ายการตลาดจัดหาสมาชิกรายปีและตลอดชีพ เป็นการโฆษณาเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้ามากกว่ามุ่งบริการรับใช้ประชาชน ถือว่านายเหลี่ยมประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 18 ซึ่งดำเนินธุรกิจอันเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ และเป็นการผิดหลักการที่ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายพึงต้องกระทำด้วยเจตนารมณ์รับใช้ประชาชน ไม่ใช่คำนึงถึงแต่ประโยชน์ส่วนตน
สรุป การกระทำของนายเหลี่ยมประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายข้อ 18
ข้อ 3. นายเดชเป็นผู้พิพากษานั่งพิจารณาคดีที่จำเลยถูกฟ้องข้อหาฆ่าข่มขืนอย่างโหดร้ายทารุณ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ต่อมานายเดชพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องและลงโทษประหารชีวิต ชมรมพิทักษ์สิทธิเสรีภาพสตรีจึงนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้เพื่อแสดงความขอบคุณที่นายเดชช่วยกำจัดภัยร้ายของสตรี นายเดชจะรับกระเช้าดอกไม้นี้ไว้ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงยกตัวบทอธิบาย
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529
ข้อ 41 “ผู้พิพากษาและคู่สมรสจักต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ จากคู่ความหรือจากบุคคลอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา และจักต้องดูแลให้บุคคลในครอบครัวปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเดชเป็นผู้พิพากษาพิจารณาคดีที่จำเลยถูกฟ้องข้อหาฆ่าข่มขืนอย่างโหดร้ายทารุณ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ต่อมานายเดชพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องและลงโทษประหารชีวิต ชมรมพิทักษ์สิทธิเสรีภาพสตรีจึงนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้เพื่อแสดงความขอบคุณนั้น นายเดชจะต้องไม่รับกระเช้าดอกไม้นี้ไว้ แม้ชมรมพิทักษ์สิทธิเสรีภาพสตรีไม่ได้เป็นคู่ความในคดี และนายเดชได้พิพากษาคดีเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม จึงถือว่านายเดชประพฤติผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 41 เนื่องจากห้ามผู้พิพากษารับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ จากบุคคลอื่น อันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ไม่ว่าระหว่างการพิจารณาคดีหรือหลังจากพิพากษาคดีแล้ว
สรุป นายเดชไม่สามารถรับกระเช้าดอกไม้นี้ได้ จะถือว่าผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 41