การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2567
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4103 (LAW 4003) กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง
ข้อแนะนำ ข้อสอบนี้เป็นข้อสอบอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ
ฟูจิโกะ (Fujiko) เป็นรัฐสมาชิกของสหประชาชาติ (United Nations) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐต่าง ๆ กว่า 80 รัฐทั่วโลก ในกลางดึกของคืนวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2023 นายพลโดรา เอมอน ผู้บัญชาการคณะฟื้นฟูความสุขแห่งชาติ ทำการปฏิวัติยึดอำนาจ ปลดรัฐบาลชุดเดิมออกจากตำแหน่ง แต่งตั้งให้นายพลโดรา เอมอน ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวขึ้นมา อีก 1 เดือนต่อมา คณะฟื้นฟูความสุขแห่งชาติจึงออกประกาศชื่อรัฐใหม่จาก “ฟูจิโกะ” เป็น “โดราเอมอนแลนด์ (Doraemon Land)”
รัฐบาลโดราเอมอนแลนด์ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดรา เอมอน ต้องการผูกมิตรกับบรรดารัฐต่าง ๆ และต้องการแสดงให้สังคมระหว่างประเทศเห็นว่า โดราเอมอนแลนด์มีความสงบเรียบร้อย และทำการเปิดประเทศทำการค้าขายกับต่างชาติ จึงทำการเชิญผู้แทนรัฐต่าง ๆ ทั่วโลก ประธานาธิบดีโดรา เอมอน จึงจัดให้มีการฉลองวันสถาปนาโดราเอมอนแลนด์ขึ้น ปรากฏว่ามีรัฐส่งผู้แทนมาเพียง 10 รัฐ โดยที่ทั้ง 10 รัฐดังกล่าวนั้นต่างมีการปกครองในระบบเผด็จการทหารและเผด็จการคอมมิวนิสต์ทั้งสิ้น ส่วนรัฐที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหากไม่นิ่งเฉยก็ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีอีก 100 รัฐ ที่ทำการคว่ำบาตรไม่ค้าขายและประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับโดราเอมอนแลนด์
จากการที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร ประชาชนในโดราเอมอนแลนด์จึงเกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ประธานาธิบดีโดรา เอมอน จึงต้องการซื้อข้าวสารจากสารขัณฑ์ (Sarkhan) ซึ่งเป็นรัฐสมาชิกใหม่ของสหประชาชาติ แม้ว่าโดราเอมอนแลนด์กับสารขัณฑ์ยังไม่เคยเจริญความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเลย ประธานาธิบดีโดรา เอมอน จึงมอบหมายให้นายโนบิตะ เอมอน ซึ่งเป็นลูกชายเดินทางไปในฐานะผู้แทนของโดราเอมอนแลนด์ ซึ่งได้รับเอกสารการมอบอำนาจเต็ม (Full Power) จากประธานาธิบดีโดรา เอมอน ในการลงนามสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 จำนวน 3,000 ตัน มูลค่า 30 ล้านเหรียญ
ทั้งที่ความจริงแล้วนายโนบิตะ เอมอน เป็นผู้บริหารของกลุ่มบริษัท โซงากุกุ ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชนในโดราเอมอนแลนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด ซึ่งมิได้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ราชการใด ๆ อีกด้วย หากแต่เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปในโดราเอมอนแลนด์ว่า นายโนบิตะ เอมอน เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญของโดราเอมอนแลนด์
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2023 นางสาวมินาโมโตะ ชิซุกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสารขัณฑ์ ให้การต้อนรับนายโนบิตะ เอมอน และเป็นผู้แทนของสารขัณฑ์ในการตกลงร่วมกันด้วยการลงนามแบบเด็ดขาด (Definitive Signature) ในสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2024 เป็นวันที่กำหนดในสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 โดราเอมอนแลนด์ทำการชำระเงิน 30 ล้านเหรียญครบถ้วนแล้ว แต่สารขัณฑ์กลับไม่ส่งมอบข้าวสารให้แก่โดราเอมอนแลนด์ โดยที่แจ้งสาเหตุว่า สนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ไม่ได้ลงนามโดยผู้มีอำนาจเต็ม (Full Power) จากโดราเอมอนแลนด์ จึงมีผลให้การจัดทำสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ไม่สมบูรณ์และมีผลเป็นโมฆะ
เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 2025 สารขัณฑ์จึงฟ้องโดราเอมอนแลนด์ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้ตัดสินว่า การที่โดราเอมอนแลนด์ละเมิดสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 และขอให้ศาลสั่งให้โดราเอมอนแลนด์ชำระเงินค่าข้าวสารและค่าเสียหายจากการละเมิดสนธิสัญญา สารขัณฑ์คัดค้านเขตอำนาจศาลด้วยการอ้างว่า สนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ไม่ได้ทำการจดทะเบียนสนธิสัญญากับสำนักเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดราเอมอนแลนด์จึงไม่สามารถอ้างสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจึงไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวขอให้นักศึกษาพิจารณา ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะสามารถนำบ่อเกิดกฎหมายระหว่างประเทศประเภทใดมาตัดสินข้อพิพาทได้บ้าง โปรดจงอธิบายรายละเอียดของบ่อเกิดกฎหมายระหว่างประเทศแต่ละประเภทเหล่านั้น
ธงคำตอบ
กฎหมายระหว่างประเทศตามมาตรา 38 แห่งธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้กำหนดให้ศาลมีหน้าที่ตัดสินข้อพิพาทตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ถูกนำเสนอขึ้นมา ได้แก่
-
อนุสัญญาระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปหรือเฉพาะเจาะจง ซึ่งวางหลักอันเป็นที่ยอมรับของรัฐ ซึ่งหมายถึงสนธิสัญญา
-
จารีตประเพณีระหว่างประเทศ ที่เป็นหลักฐานของการปฏิบัติทั่วไปที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกฎหมาย
-
หลักกฎหมายทั่วไป ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยอารยประเทศทั้งหลาย
-
คำพิพากษาของศาล และคำสอนของผู้ทรงคุณวุฒิสูงสุดของชาติต่างๆ ในฐานะที่เป็นแนวทางเสริมในการกำหนดหลักกฎหมาย
บทบัญญัติดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนอำนาจของศาลในการวินิจฉัยชี้ขาดคดี โดยอาศัยหลักความยุติธรรมและความรู้สึกผิดชอบอันดี หากคู่ความตกลงให้ปฏิบัติเช่นนั้น
จากบทบัญญัติตามมาตรา 38 แห่งธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ จะเห็นได้ว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศสามารถนำบ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศดังต่อไปนี้ มาใช้ตัดสินข้อพิพาทได้ ได้แก่
-
อนุสัญญาระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปหรือเฉพาะเจาะจง ซึ่งวางหลักอันเป็นที่ยอมรับของรัฐ ซึ่งหมายถึงสนธิสัญญา โดยที่นิยามของสนธิสัญญา คือ ความตกลงระหว่างประเทศที่ทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างบุคคลในระหว่างประเทศ (รัฐกับรัฐ หรือรัฐกับองค์การระหว่างประเทศ หรือระหว่างองค์การระหว่างประเทศกับองค์การระหว่างประเทศ) อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะทำขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือหลายฉบับผนวกกันแบบใดก็ได้ และสนธิสัญญาจะมีผลใช้บังคับในทางกฎหมายตามหลักมีผลผูกพันตามที่ตกลง (Pacta Sunt Servanda)
-
จารีตประเพณีระหว่างประเทศ ที่เป็นหลักฐานของการปฏิบัติทั่วไปที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกฎหมาย ซึ่งจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ คือ
(1) การปฏิบัติของรัฐ (State Practice) หรือทางปฏิบัติของนานาประเทศ (Practice of States) เกิดเป็นกรณีตัวอย่าง (Precedents) ของหลาย ๆ รัฐติดต่อกัน มีความถี่สม่ำเสมอเหมือน ๆ กัน (Repetition) สอดคล้องกัน (Consistency) และแพร่หลายทั่วไป (Widespread)
(2) ความเชื่อของรัฐว่าหลักการในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ปฏิบัตินั้นเป็นกฎหมายและจำเป็นจะต้องปฏิบัติตาม (Opinio Juris Sive Necessitatis)
-
หลักกฎหมายทั่วไป ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยอารยประเทศทั้งหลาย คือ หลักกฎหมายซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันตามกฎหมายภายในของรัฐ โดยที่ปัจจุบันทุกรัฐถือได้ว่าเป็นอารยประเทศทั้งหมดแล้ว โดยที่หลักกฎหมายทั่วไปจึงมีผลใช้บังคับในทางกฎหมายของรัฐส่วนใหญ่โดยหลักอยู่แล้ว เนื่องจากหลักกฎหมายทั่วไปได้แทรกซึมและผสมผสานอยู่ในระบบกฎหมายภายในของรัฐต่าง ๆ ในตัวบทกฎหมายหรือแนวคำพิพากษาของศาล เช่น หลักการชดเชยความเสียหายในคดี หรือหลักกฎหมายปิดปากในคดี (เช่น กรณีคดีปราสาทพระวิหารระหว่างกัมพูชากับไทย ในปี ค.ศ.1962) เป็นต้น
-
คำพิพากษาของศาลในระดับระหว่างประเทศ
-
คำสอนของผู้ทรงคุณวุฒิสูงสุดของชาติต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นเอกสารหรือตำราก็ได้ ไม่ว่าจะมีที่มาจากรายบุคคลหรือองค์กรก็ได้
นอกจากนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะสามารถนำบ่อเกิดกฎหมายระหว่างประเทศนอกเหนือจากข้อ 38 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ค.ศ. 1946 มาใช้ตัดสินข้อพิพาทได้อีกด้วย ได้แก่ หลักกฎหมายระหว่างประเทศที่รัฐต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อยกเว้น (Jus Cogens) มติที่ประชุม (Resolution) ขององค์การระหว่างประเทศ การกระทำฝ่ายเดียวของรัฐ (Unilateral Act) และกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับโดยตรง (Soft Law)
ข้อ 2. โปรดอธิบายขั้นตอนการจัดทำสนธิสัญญา และข้ออ้างของสารขัณฑ์ว่า การที่นายโนบิตะ เอมอนลงนามในสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจเต็ม (Full Power) จากโดราเอมอนแลนด์นั้น ฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
การจัดทำสนธิสัญญาภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ค.ศ. 1969 ว่าด้วยสนธิสัญญา มีขั้นตอนการจัดทำดังนี้ คือ
-
การเจรจา การเจรจาเป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการทำสนธิสัญญาเพื่อกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ในการทำสนธิสัญญา ซึ่งองค์กรที่มีอำนาจในการเจรจาเพื่อทำสนธิสัญญาจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีต่างประเทศก็ได้ หรือในบางกรณีผู้มีอำนาจในการเจรจาอาจจะไม่ทำการเจรจาด้วยตนเองก็ได้แต่มอบอำนาจให้ผู้อื่น เช่น ตัวแทนทางการทูตหรือคณะผู้แทนเข้าทำการเจรจาแทน แต่ต้องทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ซึ่งผู้แทนจะนำมามอบให้แก่รัฐคู่เจรจา หรือต่อที่ประชุมในกรณีที่มีรัฐหลายรัฐร่วมเจรจาด้วย
-
การลงนาม การลงนามในสนธิสัญญา มีวัตถุประสงค์ที่จะกำหนดข้อความเด็ดขาดในสนธิสัญญา และการแสดงความยินยอมที่จะผูกพันในสนธิสัญญาของรัฐคู่เจรจา ซึ่งการลงนามในสนธิสัญญานั้นจะกระทำเมื่อผู้แทนในการเจรจาเห็นชอบกับข้อความในร่างสนธิสัญญานั้นแล้ว
-
การให้สัตยาบัน การให้สัตยาบัน หมายถึง การยอมรับขั้นสุดท้าย เป็นการแสดงเจตนาของรัฐที่จะรับข้อผูกพันและปฏิบัติตามพันธะในสนธิสัญญา และการให้สัตยาบันแก่สนธิสัญญานั้น จะต้องมีการจัดทำสัตยาบันสาร (Instrument of Ratification) ซึ่งกระทำในนามประมุขของรัฐ หรือรัฐบาล หรืออาจจะลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศก็ได้ และในสัตยาบันสารนั้นจะระบุข้อความในสนธิสัญญา และคำรับรองที่จะปฏิบัติตามข้อผูกพันในสนธิสัญญานั้น
-
การจดทะเบียน เมื่อมีการทำสนธิสัญญาเสร็จแล้ว โดยหลักจะต้องนำสนธิสัญญานั้นไปจดทะเบียนไว้กับสำนักเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ (มาตรา 102 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ) แต่อย่างไรก็ดี สนธิสัญญาบางฉบับอาจจะไม่ได้นำไปจดทะเบียนก็ได้ ทั้งนี้เพราะกฎหมายมิได้บังคับว่าสนธิสัญญาจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อต้องจดทะเบียนแล้วเท่านั้น สนธิสัญญาบางฉบับแม้จะไม่ได้จดทะเบียนก็มีผลสมบูรณ์เช่นเดียวกัน
กรณีตามปัญหา การที่ประธานาธิบดีโดรา เอมอน ได้มอบหมายให้นายโนบิตะ เอมอน ซึ่งเป็นลูกชายเดินทางไปในฐานะผู้แทนของโดราเอมอนแลนด์นั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่านายโนบิตะ เอมอน ได้รับเอกสารการมอบอำนาจเต็ม (Full Power) จากประธานาธิบดีโดรา เอมอน ในการลงนามสนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 จำนวน 3,000 ตัน มูลค่า 30 ล้านเหรียญแล้ว แม้ว่านายโนบิตะ เอมอน จะเป็นลูกชายของประธานาธิบดีโดรา เอมอน หรือจะมีสถานภาพใดก็ตาม ก็ถือว่านายโนบิตะ เอมอน เป็นผู้มีอำนาจเต็มแล้ว ดังนั้น การที่สารขัณฑ์อ้างว่า สนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ไม่ได้ลงนามโดยผู้มีอำนาจเต็ม (Full Power) จากโดราเอมอนแลนด์นั้น ข้ออ้างของสารขัณฑ์จึงฟังไม่ขึ้น
ข้อ 3. โปรดอธิบายองค์ประกอบของรัฐตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และการที่ฟูจิโกะเปลี่ยนชื่อรัฐใหม่เป็นโดราเอมอนแลนด์นั้น ต้องมีการรับรองรัฐใหม่ด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
ตามอนุสัญญากรุงมอนเตวิเดโอ (Montevideo Convention) ค.ศ.1933 ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของรัฐ ได้ให้คำจำกัดความคำว่า “รัฐ” ไว้ว่า รัฐ (State) คือ บุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
-
มีประชากรถาวร หมายถึง การมีประชากรที่อยู่อาศัยในรัฐนั้นเป็นการถาวร ไม่เคลื่อนย้ายถิ่นฐานไปมา ซึ่งประชากรในแต่ละรัฐอาจมีจำนวนมากหรือน้อยแตกต่างกันก็ได้ และไม่ว่าประชากรของรัฐจะมีเชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็ตาม
-
มีอาณาเขตที่กำหนดได้ หมายถึง รัฐจะต้องมีดินแดนของรัฐที่กำหนดอาณาเขตแน่นอน อาจเป็นดินแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับรัฐอื่นหรือไม่ก็ได้ โดยอาณาเขตของรัฐประกอบไปด้วยอาณาเขตทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
-
รัฐบาล หมายถึง คณะบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐ เนื่องจากเมื่อรัฐมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว การทำหน้าที่ของรัฐจึงต้องมีตัวแทนของรัฐด้วย ซึ่งรัฐบาลของแต่ละรัฐอาจมีวิธีการได้มาที่แตกต่างกันตามระบอบการปกครองของรัฐ และมีวาระหมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นคราว ๆ ไป
-
ความสามารถในการติดต่อสัมพันธ์กับรัฐอื่น จะเห็นว่าการติดต่อสัมพันธ์กับรัฐอื่นนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของความเป็นรัฐ ซึ่งความสามารถนี้จะต้องไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐอื่น กล่าวคือ รัฐจะต้องมีอำนาจอธิปไตย (Sovereignty) เหนือรัฐนั้นเอง
เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติหรือองค์ประกอบของรัฐตามอนุสัญญากรุงมอนเตวิเดโอฯ ดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า การที่คณะฟื้นฟูความสุขแห่งชาติได้ออกประกาศชื่อรัฐใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อจาก “ฟูจิโกะ” เป็น “โดราเอมอนแลนด์” นั้น ไม่ได้ทำให้ “โดราเอมอนแลนด์” กลายสภาพเป็นรัฐใหม่แต่อย่างใด ยังคงมีสภาพเป็นรัฐเก่าเช่นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อรัฐเท่านั้น ดังนั้น เมื่อไม่ถือว่า “โดราเอมอนแลนด์” เป็นรัฐใหม่ จึงไม่ต้องมีการรับรองรัฐแต่อย่างใด เพราะการรับรองรัฐจะใช้กับกรณีของการเกิดรัฐใหม่โดยประชาคมที่มีระเบียบในทางการเมืองใหม่ หรือประเทศที่หลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมหรือดินแดนที่เคยอยู่ในความดูแลของประเทศอื่น หรือมีการแบ่งแยกดินแดนของรัฐหนึ่งไปก่อตั้งรัฐใหม่เท่านั้น อีกทั้งการรับรองรัฐเป็นเพียงการกระทำในทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ความเป็นรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศจะต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ ตามอนุสัญญากรุงมอนเตวิเดโอฯ เท่านั้น มิได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ว่าจะต้องได้รับการรับรองจากรัฐอื่นด้วยหรือไม่
ดังนั้น กรณีตามปัญหาสรุปได้ว่าจากการเปลี่ยนชื่อรัฐจาก “ฟูจิโกะ” เป็น “โดราเอมอนแลนด์” นั้น ไม่ได้ทำให้ “โดราเอมอนแลนด์” กลายเป็นรัฐใหม่ จึงไม่ต้องมีการรับรองรัฐใหม่
ข้อ 4. ความขัดแย้งภายใต้สนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ระหว่างสารขัณฑ์และโดราเอมอนแลนด์นั้น นอกเหนือจากการนำข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศแล้ว สารขัณฑ์และโดราเอมอนแลนด์สามารถยินยอมที่จะใช้กลไกการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีอื่นใดได้อีกบ้างภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติ โปรดจงอธิบาย
ธงคำตอบ
ตามมาตรา 33 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ได้กำหนดเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ไว้ว่า “ผู้เป็นฝ่ายในกรณีพิพาทใด ๆ ซึ่งหากดำเนินอยู่ต่อไปน่าจะเป็นอันตรายแก่การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ก่อนอื่นจักต้องแสวงหาทางแก้ไขโดยการเจรจา การไต่สวน การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม อนุญาโตตุลาการ การระงับโดยทางศาล การอาศัยองค์การหรือการตกลงส่วนภูมิภาค หรือโดยสันติวิธีอื่นใดที่คู่กรณีเลือกเอง”
ตามมาตรา 33 ดังกล่าว ได้กำหนดกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีไว้ดังนี้ คือ
-
การเจรจาและการปรึกษาหารือ (Negotiation and Consultation)
-
การไต่สวน (Inquiry)
-
การจัดเจรจาโดยคนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Offices)
-
การไกล่เกลี่ย (Mediation)
-
การประนีประนอม (Conciliation)
-
อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (International Arbitration)
-
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice : ICJ)
-
องค์การระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค (Regional International Organizations)
-
วิธีการสันติวิธีอื่น ๆ ที่คู่กรณีเลือกเอง (Other peaceful means of their own choice)
ดังนั้น ตามปัญหา ความขัดแย้งภายใต้สนธิสัญญาซื้อขายข้าว ค.ศ. 2023 ระหว่างสารขัณฑ์และโดราเอมอนแลนด์นั้น นอกเหนือจากการนำข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศซึ่งเป็นกลไกในการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามรูปแบบที่ 7 แล้ว สารขัณฑ์และโดราเอมอนแลนด์ยังสามารถยินยอมที่จะใช้กลไกการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีอื่น ๆ ในอีก 8 รูปแบบที่เหลือได้