การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2565

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4103 (LAW 4003) กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง

Advertisement

คำแนะนำ ข้อสอบกระบวนวิชานี้เป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ 

เรื่องราวเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียกลางมีรัฐโนว์แวร์ (Knowhere) และรัฐแอนนี่แวร์ (Anywhere) เป็นรัฐเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน มีระบบการปกครองประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐและมีประธานาธิบดี เป็นประมุข โดยที่รัฐโนว์แวร์เป็นรัฐที่มีทางออกสู่ทะเล ส่วนรัฐแอนนี่แวร์ตั้งอยู่ด้านขวาของทั้งสองรัฐเป็นรัฐ ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล รัฐโนว์แวร์เป็นอดีตอาณานิคมของราชอาณาจักรมาร์เวลและได้รับเอกราชหลังจาก สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1947 และต่างก็ได้เข้ามาเป็นรัฐสมาชิกขององค์การสหประชาชาติใน ปีต่อมา อย่างไรก็ตามรัฐโนว์แวร์เป็นรัฐที่มีแม่น้ำชื่อว่าเซเลสเชี่ยล (Celestial) ตามเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ แบ่งพื้นที่ของรัฐเอาไว้เป็นสองส่วน และทำให้ดินแดนนี้ประกอบด้วยประชากร 2 เชื้อสายหลัก ๆ ด้วยกัน คือ ชาวแดร๊กซ์อยู่อาศัยด้านบนของแม่น้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันกับประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ใน รัฐแอนนี่แวร์อีกด้วย และชาวเดฟอยู่อาศัยด้านล่างของแม่น้ำ

เมื่อปี ค.ศ. 1960 มีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในรัฐแอนนี่แวร์ พบว่าเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยทองคำและธาตุหายาก (Rare Earth Element) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐแอนนี่แวร์กลายมาเป็น รัฐที่ทรงอิทธิพลและร่ำรวยอย่างมหาศาล โดยเป็นรัฐผู้ผลิตธาตุหายากอันดับ 1 ของโลก ปริมาณสูงถึง 78% ของกำลังการผลิตทั่วโลก ซึ่งคาดว่าสามารถผลิตธาตุหายากไปได้อีกประมาณ 360 ปี และปัจจุบันเป็นรัฐที่ บริจาคเงินให้กับองค์การสหประชาชาติมากที่สุดถึง 50% ของยอดเงินบริจาคโดยรวมทั้งหมดอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 1974 ชาวแดร๊กซ์ได้รับการสนับสนุนทางการเมืองและเงินทุนจากรัฐแอนนี่แวร์ จึงขอแบ่งแยกดินแดนออกมาจากรัฐโนว์แวร์โดยสันติ โดยใช้ชื่อดินแดนใหม่นี้ว่า ซัมแวร์ (Somewhere) ท่ามกลางกระแสจากสังคมระหว่างประเทศที่ทั้งสนับสนุนและต่อต้านการเกิดรัฐใหม่นี้อย่างกว้างขวาง ถึงกระนั้นรัฐซัมแวร์ได้รับการยอมรับให้กลายมาเป็นรัฐสมาชิกขององค์การสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1975

รัฐโนว์แวร์กับรัฐซัมแวร์ จึงทำสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างโนว์แวร์กับซัมแวร์ (The Treaty of Amity and Commerce between Knowhere and Somewhere) ค.ศ. 1976 ซึ่งเป็นสนธิสัญญา ที่กำหนดเส้นเขตแดนของรัฐทั้งสอง ในกรณีที่รัฐโนว์แวร์กับรัฐซัมแวร์มีข้อพิพาทใด ๆ จะให้ศาลยุติธรรม ระหว่างประเทศพิจารณา ยกเว้นแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดนที่ต้องใช้กลไกทางการทูตตัดสินเท่านั้น ซึ่งเนื้อหาของสนธิสัญญานี้ยังกำหนดสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพในการเดินเรือในแม่น้ำเซเลสเชี่ยลให้แก่รัฐ ภายนอกด้วย โดยมีการระบุให้ทุก ๆ 10 ปี ต้องมาเจรจาต่ออายุสนธิสัญญากัน ซึ่งปัจจุบันคือสนธิสัญญา ไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างโนว์แวร์กับซัมแวร์ (The Treaty of Amity and Commerce between Knowhere and Somewhere) ค.ศ. 2016

ต่อมา ผลจากการทำสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ธาตุหายากซึ่งเป็นแร่ธาตุ สำคัญสำหรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่ต้องการของตลาดโลกเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาของธาตุหายาก เพิ่มขึ้นถึงสามเท่าตัว ในปี ค.ศ. 2020 รัฐแอนนี่แวร์ต้องการให้การส่งออกธาตุหายากของตนมีความสะดวก มากขึ้น จึงทำข้อตกลงกับรัฐโนว์แวร์ในการให้สัมปทานท่าเรือของเมืองแมนทิส ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองท่าที่ สำคัญและใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ด้วยค่าเช่าปีละ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ แก่รัฐโนว์แวร์

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 รัฐโนว์แวร์มีการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีปรากฏว่า นายแรคคูน ร็อคเก็ต (Raccoon Rocket) จากพรรคกาแล็กซีได้รับชัยชนะจากเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 50.23% ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เอาชนะนายควิลล์ ปีเตอร์ (Quill Peter) อดีตประธานาธิบดีจากพรรค พิทักษ์ ที่ได้คะแนนเสียง 39.01% ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ระหว่างที่พรรคกาแล็กซีประกาศ ชัยชนะจากการเลือกตั้ง นายควิลล์ ปีเตอร์ (Quill Peter) จากพรรคพิทักษ์ จึงทำการรัฐประหารและ ทำการจัดตั้งรัฐบาลทหารชั่วคราวขึ้นมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 ซึ่งสามารถควบคุมรัฐโนว์แวร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Control) เหนือดินแดนทั้งหมดของรัฐ และไม่ต่อสัญญาการให้สัมปทาน ท่าเรือของเมืองแมนทิสแก่รัฐแอนนี่แวร์ ที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม แต่กลับทำข้อตกลงปอม (Pom Agreement) ค.ศ. 2023 ให้สัมปทานท่าเรือของเมืองแมนทิสแก่บริษัท ปอม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนจากรัฐซัมแวร์ เป็นระยะเวลา 5 ปีแทน ด้วยค่าเช่าปีละ 500 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 2023 ทั้งที่ รัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ (Quill Peter) นั้น ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐซัมแวร์แต่ประการใด และ รัฐซัมแวร์ยังประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐโนว์แวร์ นับตั้งแต่ที่นายควิลล์ ปีเตอร์ ทำการ รัฐประหารอีกด้วย

ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติและการประท้วงของประชาชนในรัฐโนว์แวร์ นายควิลล์ ปีเตอร์ จะประกาศยุบพรรคพิทักษ์และหลบหนีออกนอกประเทศ นายแรคคูน ร็อคเก็ตจึงขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีคนที่ 13 ของรัฐโนว์แวร์ ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2023 ประธานาธิบดีร็อคเก็ตจึงทำการ ประกาศยกเลิกสัญญาสัมปทานท่าเรือของเมืองแมนทิสตามข้อตกลงปอม (Pom Agreement) ค.ศ. 2023 แต่นายชุควูดี อิโวลูซันนารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐซัมแวร์ออกแถลงการณ์โต้ตอบ คัดค้านการยกเลิกข้อตกลงปอม ค.ศ. 2023 เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ และทำให้เอกชนของตนเสียหาย

รัฐซัมแวร์และรัฐโนว์แวร์ต่างไม่เคยทำสนธิสัญญาใด ๆ ปฏิเสธเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่าง ประเทศ ทั้งสองรัฐจึงพิจารณาที่จะนำข้อพิพาทนี้ให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาตัดสิน ซึ่ง ต้องการที่จะให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาตัดสินหรือให้ความคิดเห็นเชิงแนะนำ (Advisory Opinion) ด้วยพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างทั้งสองรัฐ

จากข้อเท็จจริงข้างต้น ให้นักศึกษาตอบคำถาม ดังนี้

ข้อ 1. โปรดจงอธิบายว่าตามธรรมนูญของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ข้อ 38 บัญญัติให้ศาลยุติธรรม ระหว่างประเทศสามารถนำกฎหมายระหว่างประเทศประเภทใดมาตัดสินคดีได้บ้าง ให้อธิบาย รายละเอียดด้วย (15 คะแนน) และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะสามารถนำหลักความยุติธรรมและความรู้สึกผิดชอบอันดี (ex aequo et bono) มาตัดสินคดีได้ด้วยหรือไม่ (10 คะแนน)

ธงคำตอบ

ตามธรรมนูญของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ข้อ 38 ได้บัญญัติให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ สามารถนำกฎหมายระหว่างประเทศดังต่อไปนี้มาตัดสินคดีได้ ได้แก่

  1. อนุสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งวางหลักอันเป็นที่ยอมรับของรัฐ

  2. จารีตประเพณีระหว่างประเทศที่เป็นหลักฐานของการปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกฎหมาย

  1. หลักกฎหมายทั่วไป ซึ่งเป็นที่ยอมรับของชาติอารยะ

  2. คำพิพากษาของศาล และคำสอนของผู้ทรงคุณวุฒิสูงสุด ในฐานะที่เป็นแนวทางเสริมใน การกำหนดหลักกฎหมาย

ส่วนหลักความยุติธรรมและความรู้สึกผิดชอบอันดี (ex aequo et bono) นั้น ศาลยุติธรรม ระหว่างประเทศไม่สามารถจะนำมาตัดสินคดีได้ เพราะการจะนำหลักการดังกล่าวมาตัดสินคดีนั้น จะต้องให้ คู่ความตกลงกันก่อนว่าให้ศาลสามารถนำหลักการดังกล่าวมาตัดสินคดี (ข้อ 38 วรรคท้ายของธรรมนูญของ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ)

ข้อ 2. สนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างโนว์แวร์กับซัมแวร์ (The Treaty of Amity and Commerce between Knowhere and Somewhere) ค.ศ. 2016 เป็นสนธิสัญญาตามนิยาม ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา (Vienna Convention on the Law of Treaties) ค.ศ. 1969 หรือไม่ เพราะเหตุใด (25 คะแนน)

ธงคำตอบ

ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญามาตรา 2 นั้น การเป็นสนธิสัญญาภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการ คือ

  1. สนธิสัญญาจะต้องเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ

  2. ข้อตกลงระหว่างประเทศนั้นจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

  3. ข้อตกลงที่กระทำขึ้นจะต้องอยู่ภายใต้บังคับหรือภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมาย ระหว่างประเทศ

  4. สนธิสัญญาที่ทำขึ้นนั้น อาจทำขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือหลายฉบับก็ได้ และอาจทำในรูปแบบใด ก็ได้ เช่น สนธิสัญญา อนุสัญญา หรือพิธีสาร เป็นต้น

  5. สนธิสัญญานั้นต้องกระทำโดยบุคคลระหว่างประเทศซึ่งหมายถึงรัฐ และองค์การระหว่าง ประเทศ

ดังนั้น สนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างโนว์แวร์กับซัมแวร์ ค.ศ. 2016 จึงถือว่าเป็น สนธิสัญญาตามนิยามของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 เนื่องจากมีองค์ประกอบครบในการ เป็นสนธิสัญญาตามมาตรา 2 ของอนุสัญญาฯ ดังกล่าว กล่าวคือ เป็นข้อตกลงระหว่างรัฐที่ทำขึ้นเป็นลายลักษณ์- อักษรภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ และกระทำโดยบุคคลระหว่างประเทศซึ่งหมายถึงรัฐนั่นเอง

ข้อ 3. รัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ เป็นรัฐบาลตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ หรือไม่ (10 คะแนน)

และประธานาธิบดีแรคคูน ร็อคเก็ต ต้องยอมรับข้อตกลงปอม (Pom Agreement) ค.ศ. 2023 ที่รัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ ได้ตกลงเอาไว้กับบริษัท ปอม จำกัด หรือไม่ ทั้งที่รัฐซัมแวร์ ไม่ยอมรับรัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ และบริษัท ปอม จำกัด ก็เป็นบริษัทเอกชนจากรัฐ ซัมแวร์อีกด้วย (15 คะแนน)

ธงคำตอบ

รัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ ถือเป็นรัฐบาลโดยพฤตินัย เนื่องจากสามารถเข้าควบคุมดินแดน ทั้งหมดของรัฐโนว์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นรัฐบาลตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การกระทำใด ๆ ของรัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ จึงมีผลผูกพันทางกฎหมายกับรัฐโนว์แวร์

และแม้ว่ารัฐบาลทหารของนายควิลล์ ปีเตอร์ จะเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่การ กระทำของรัฐบาลดังกล่าวก็ยังคงต้องผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งการที่รัฐบาลของนายควิลล์ ปีเตอร์ สิ้นสุดลงนั้น การดำเนินความสัมพันธ์กับรัฐบาลของประธานาธิบดีแรคคูน ร็อคเก็ตที่มีอำนาจใหม่ ย่อมถือว่า การกระทำของรัฐบาลของนายควิลล์ ปีเตอร์นั้น มีผลทางกฎหมาย รัฐบาลของประธานาธิบดีแรคคูน ร็อคเก็ต ต้องยอมรับผลและความต่อเนื่องของการกระทำของรัฐบาลเดิม ดังนั้น จึงส่งผลให้ประธานาธิบดีแรคคูน ร็อกเก็ต ในฐานะรัฐบาลของรัฐโนว์แวร์ต่อมาจึงต้องยอมรับข้อตกลงปอม (Pom Agreement) ค.ศ. 2023 ที่รัฐบาลทหาร ของนายควิลล์ ปีเตอร์ ได้ตกลงไว้กับบริษัท ปอม จำกัด

ข้อ 4. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะมีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทเรื่อง การยกเลิกข้อตกลง ปอม ค.ศ. 2023 ระหว่างรัฐซัมแวร์กับรัฐโนว์แวร์ได้หรือไม่ (15 คะแนน)

นอกจากนี้รัฐซัมแวร์กับรัฐโนว์แวร์ จะร่วมกันขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้ความคิดเห็น เชิงแนะนำ (Advisory Opinion) ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (10 คะแนน)

ธงคำตอบ

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทระหว่างประเทศหรือรัฐ และ ต้องเกิดจากความสมัครใจของรัฐคู่กรณีด้วย โดยมีเขตอำนาจดังต่อไปนี้ คือ

  1. การปฏิบัติตามสนธิสัญญา

  2. มีข้อตกลงพิเศษระหว่างรัฐคู่กรณีเพื่อนำกรณีพิพาทซึ่งเกิดขึ้นไปสู่ศาล

  3. มีคำประกาศฝ่ายเดียวของรัฐภาคีแห่งธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ประกาศว่า ตนยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่ามีผลบังคับโดยไม่จำต้องมีความตกลงพิเศษกับรัฐอื่นใด

  4. การยอมรับเขตอำนาจศาลในภายหลัง

ตามสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างโนว์แวร์กับซัมแวร์ ค.ศ. 1976 ซึ่งระบุว่า ข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นจะให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณา ยกเว้นแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดนที่ต้องใช้กลไก ทางการทูตตัดสินเท่านั้น ดังนั้น เมื่อข้อพิพาทในเรื่องการยกเลิกข้อตกลงปอม ค.ศ. 2023 ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับเส้นเขตแดน ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจึงสามารถตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐโนว์แวร์กับรัฐซัมแวร์ได้ ซึ่งเป็น เขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในเรื่องการปฏิบัติตามสนธิสัญญา

และตามมาตรา 65 ของธรรมนูญของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศและมาตรา 96 ของกฎบัตร- สหประชาชาติ ได้บัญญัติให้เพียงเฉพาะสมัชชาใหญ่ คณะมนตรีความมั่นคง องค์การหรือทบวงการชำนัญพิเศษ ต่างๆ ของสหประชาชาติที่ได้รับมอบอำนาจจากสมัชชาใหญ่ มีสิทธิยื่นขอความเห็นเชิงแนะนำได้ในกิจการที่ เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตนต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเท่านั้น รัฐสมาชิกสหประชาชาติไม่สามารถ ขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้ความเห็นเชิงแนะนำได้ ดังนั้น รัฐซัมแวร์กับรัฐโนว์แวร์จะร่วมกันขอให้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้ความคิดเห็นเชิงแนะนำไม่ได้

Advertisement