การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2564
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4102 (LAW 4002) การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 20.00 น. นายสิทธา เบี้ยขยัน ได้ขับรถยนต์แท็กซี่รับจ้าง คันหมายเลขทะเบียน กท 5678 ไปตามถนนเอกมัย แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ด้วยความประมาทเลินเล่อและผิดกฎหมาย กล่าวคือ นายสิทธาฯ ขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะฝนตกถนนลื่นและไม่ระมัดระวังถือพวงมาลัยขับรถให้อยู่ด้านซ้ายของทางตามกฎหมาย โดยขับรถด้วยความประมาทวิ่งกินทางด้านขวาถนนเข้าไปในทางวิ่งของรถที่วิ่งสวนมาเป็นเหตุให้รถยนต์ที่นายสิทธาฯ ขับชนรถยนต์ของนายอัจฉริยะ จริงใจ คันหมายเลขทะเบียน กท 3355 ขับแล่นสวนทางมาและเดินรถอยู่ในทางของตนตามกฎหมายโดยแรง ทำให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าวของนายอัจฉริยะฯ ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 400,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถเอกมัย รวมทั้งมีค่ารักษาพยาบาลอีก 50,000 บาท จากใบเสร็จรับเงินโรงพยาบาลกรุงเทพ
นายอัจฉริยะฯ ได้ให้ทนายความสำนักงานทนายเที่ยงธรรมลูกพ่อขุนราม เลขที่ 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับเรียกให้นายสิทธาฯ ชดใช้สินไหมทดแทนเป็นเงิน 450,000 บาท ดังกล่าวที่สำนักงานกฎหมายของทนายความภายใน 15 วัน แต่นายสิทธาฯ กลับเพิกเฉย นายอัจฉริยะฯ จึงมอบหมายให้ท่านซึ่งเป็นทนายความร่างคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีละเมิดคดีนี้ให้กับนายอัจฉริยะฯ โดยไม่คำนึงถึงแบบพิมพ์ศาล
ในระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่นายสิทธาฯ นั้น นายสิทธาฯ ขอเจรจาใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 250,000 บาท ซึ่งนายอัจฉริยะฯ พอใจ จึงตัดสินใจจะถอนฟ้องคดีนี้
ดังนี้ ขอให้นักศึกษาซึ่งเป็นทนายความให้นายอัจฉริยะฯ ร่างเอกสารทางกฎหมายดังต่อไปนี้
ข้อ 1. หนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยกำหนดวันที่ส่งเอง (20 คะแนน)
ข้อ 2. คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีแพ่งฐานละเมิดและขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยผิดนัด โดยกำหนดวันที่ฟ้องเอง (40 คะแนน)
ข้อ 3. คำบอกกล่าวขอถอนฟ้องคดีแพ่ง (15 คะแนน)
ธงคำตอบ
1. หนังสือบอกกล่าวทวงถาม
ทำที่สำนักงานทนายความเที่ยงธรรมลูกพ่อขุนราม
เลขที่ 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานคร
วันที่ 1 ตุลาคม 2564
เรื่อง ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
เรียน นายสิทธา เบี้ยขยัน ผู้กระทำละเมิด
ตามที่ท่านได้กระทำละเมิดนายอัจฉริยะ จริงใจ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 โดยได้ขับรถยนต์แท็กซี่รับจ้างคันหมายเลขทะเบียน กท 5678 ไปตามถนนเอกมัย แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ด้วยความประมาทเลินเล่อและผิดกฎหมาย กล่าวคือ ท่านได้ขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะฝนตกถนนลื่นและไม่ระมัดระวังถือพวงมาลัยขับรถให้อยู่ด้านซ้ายของทางตามกฎหมาย โดยขับรถด้วยความประมาทวิ่งกินทางด้านขวาถนนเข้าไปในทางวิ่งของรถที่วิ่งสวนมาเป็นเหตุให้รถยนต์ที่ท่านขับชนรถยนต์ของนายอัจฉริยะ จริงใจ คันหมายเลขทะเบียน กท 3355 ขับแล่นสวนทางมาและเดินรถอยู่ในทางของตนตามกฎหมายโดยแรง ทำให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าวของนายอัจฉริยะฯ ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 400,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถเอกมัย รวมทั้งมีค่ารักษาพยาบาลอีก 50,000 บาท จากใบเสร็จรับเงินโรงพยาบาลกรุงเทพ ในขณะนี้ล่วงเลยจากวันเกิดเหตุละเมิดมานานแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่นายอัจฉริยะฯ
โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายอัจฉริยะ จริงใจ จึงขอบอกกล่าวมายังท่าน ขอให้ท่านนำเงินจำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ไปชำระให้แก่นายอัจฉริยะ จริงใจ ที่สำนักงานกฎหมายของข้าพเจ้าภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากท่านไม่ดำเนินการดังกล่าว ข้าพเจ้าจำเป็นต้องดำเนินคดีกับท่านตามกฎหมายต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
………………………………………………
( )
ทนายความผู้รับมอบอำนาจ
ธงคำตอบ
2. คำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง
ข้อ 1. เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 20.00 น. จำเลยได้ขับรถยนต์แท็กซี่รับจ้าง คันหมายเลขทะเบียน กท 5678 ไปตามถนนเอกมัย แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ด้วยความประมาทเลินเล่อและผิดกฎหมาย กล่าวคือ จำเลยได้ขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะฝนตกถนนลื่นและไม่ระมัดระวังถือพวงมาลัยขับรถให้อยู่ด้านซ้ายของทางตามกฎหมาย โดยขับรถด้วยความประมาทวิ่งกินทางด้านขวาเข้า ไปในทางวิ่งของรถที่วิ่งสวนมาเป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนรถยนต์ของโจทก์ คันหมายเลขทะเบียน กท 3355 ขับแล่นสวนทางมาและเดินรถอยู่ในทางของตนตามกฎหมายโดยแรง ทำให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าวของโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) ตามใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถเอกมัย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถเอกมัย เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 และค่ารักษาพยาบาลจำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) จากโรงพยาบาลกรุงเทพ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาใบเสร็จรับเงินโรงพยาบาลกรุงเทพ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2
ข้อ 2. การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยผู้กระทำละเมิดจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แก่โจทก์
โจทก์ได้ให้ทนายความส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนเงิน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ดังกล่าว แต่จำเลยกลับเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือบอกกล่าวทวงถามและไปรษณีย์ตอบรับ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 และ 4
โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับเอาแก่จำเลยได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งเพื่อบังคับจำเลยต่อไป
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
คำขอท้ายฟ้อง
-
ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แก่โจทก์
-
ให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีของค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น
-
ให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์
ธงคำตอบ
3. คำบอกกล่าวขอถอนฟ้อง
ข้อ 1. คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 แต่เนื่องจากอยู่ในระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยและจำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ โจทก์จำเลยสามารถตกลงกันได้ โดยโจทก์ได้รับชำระค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยไว้แล้ว จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องขอศาลได้โปรดอนุญาต
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ลงชื่อ …… (ลายมือชื่อนักศึกษา) …… ทนายโจทก์
คำบอกกล่าวฉบับนี้ข้าพเจ้า …… (ชื่อนักศึกษา) …… ทนายโจทก์เป็นผู้เรียงและพิมพ์
ลงชื่อ …… (ลายมือชื่อนักศึกษา) …… ผู้เรียงและพิมพ์