การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2562
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4002 การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัย มี 3 ข้อ
นายท็อป สุดหล่อ หรือเสี่ยท็อปได้รู้จักกับนางสาวดาริน รักมั่น ทางเฟสบุ๊คเกิดการรักใคร่ชอบพอกันนานกว่า 3 เดือน นายท็อปจึงขอนางสาวดารินแต่งงาน โดยทั้งคู่ชักชวนกันไปซื้อแหวนเพชรและทองรูปพรรณเพื่อนำเอามาเป็นสินสอดในงานแต่งงานที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่ห้างทองบัวขาว เลขที่ 1 ถนนท่าน้ำนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งนางสาวดารินรู้จักและสนิทกับเจ้าของห้างทองฯ โดยในวันซื้อขายแหวนเพชรและทองรูปพรรณคือวันที่ 15 ตุลาคม 2561 นั้น ราคารวมทั้งหมดที่ต้องชำระคือ 1,000,000 บาท แต่นายท็อปมีเงินสดเพียง 600,000 บาท ไม่พอชำระอีกจำนวน 400,000 บาท ทางห้างทองฯ จึงได้ทำสัญญาซื้อขายแหวนเพชรและทองรูปพรรณกับทางนายท็อปเอาไว้ โดยระบุจำนวนเงินที่ติดค้างดังในสัญญาและนายท็อปตกลงจะนำเงินมาชำระทั้งหมดในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 พร้อมกับรับมอบแหวนเพชรและทองรูปพรรณในวันดังกล่าว
เมื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2561 นายท็อปได้มารับแหวนเพชรและทองรูปพรรณ แต่ได้ขอร้องพร้อมให้เหตุผลสำคัญกับทางห้างทองฯ ว่าเงินสดถูกใช้กับการจัดงานเลยยังไม่มีเงิน 400,000 บาท มาชำระวันนี้ โดยตนจะนำเงินมาชำระวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เสร็จจากงานแต่งงานทันที วันนี้ขอรับแหวนเพชรและทองรูปพรรณไปใช้ในงานแต่งงานวันพรุ่งนี้ก่อนโดยนำนางสาวดารินมาเพิ่มข้อความต่อท้ายในสัญญาซื้อขายว่า “ข้าพเจ้านางสาวดาริน รักมั่น ขอค้ำประกันหนี้ 400,000 บาทดังกล่าว และจะชำระในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ทันที” พร้อมกับลงชื่อในสัญญาฉบับเดิมในฐานะผู้ค้ำประกัน ทางห้างทองฯ จึงยอมส่งมอบแหวนเพชรและทองรูปพรรณให้กับนายท็อปทั้งหมดในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ตามสัญญาซื้อขายและสัญญาค้ำประกัน
ครั้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 นายท็อปและนางสาวดารินไม่ได้ทำการนำเงินจำนวน 400,000 บาท ไปชำระให้ห้างทองฯ ทางห้างทองฯ จึงได้ทวงถามทางโทรศัพท์ไปยังบุคคลทั้งสองแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จวบจนล่วงเลยมาถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ทางร้านจึงได้ส่งหนังสือทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ เรียกให้นายท็อปผู้ซื้อและนางสาวดารินผู้ค้ำประกันชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแต่ทั้งสองกลับเพิกเฉย ดังนี้ทางห้างทองฯ จึงมอบอำนาจให้นายรณรงค์ ยุติธรรม มาฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินจำนวน 400,000 บาทกับนายท็อปผู้ซื้อและนางสาวดารินผู้ค้ำประกัน
หลังจากแต่งงานอยู่กินกันได้ 5 เดือน นายท็อปมีเจ้าหนี้ติดตามทวงถามให้ชำระหนี้หลายเจ้า จึงหนีไปฮ่องกงทิ้งนางสาวดารินใช้หนี้แทนจนนางสาวดารินทนไม่ไหวและแค้นที่นายท็อปหนีหน้าไม่รับผิดชอบ จึงได้ออกรายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดกับพิธีกรในวันที่ 15 เมษายน 2562 เวลา 10 นาฬิกา ชื่อรายการ “โหนข่าวดัง” ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 10 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยให้สัมภาษณ์กับพิธีกรว่า “นายท็อปเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกลวงว่าตนมีฐานะร่ำรวย ทำธุรกิจมืดหลายอย่าง ตอนนี้ก็หนีหนี้ทิ้งภาระให้ตนจัดการ ตนเพิ่งมาทราบตอนเจ้าหนี้และภรรยาเก่ามาติดตามทวงหนี้และถามหานายท็อป” ซึ่งมีผู้ร่วมชมรายการในห้องส่งพร้อมทีมงานประมาณ 50 คน และทั่วประเทศอีกจำนวนมากเพราะเป็นรายการถ่ายทอดสด
นายท็อปเพิ่งทราบข่าวว่าตนถูกนางสาวดารินหมิ่นประมาทออกรายการโทรทัศน์ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เพราะเพิ่งกลับมาประเทศไทยหลังจากไปอยู่ฮ่องกงระยะยาว จึงได้ตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก โดยแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่าขอแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีและตนจะนำคดีนี้ไปฟ้องเป็นคดีอาญาด้วยตนเองภายหลัง ดังนี้
หากท่านเป็นทนายความของห้างทองบัวขาวให้ท่านทำเอกสารกฎหมายดังต่อไปนี้
-
ทำสัญญาซื้อขายและสัญญาค้ำประกันในฉบับเดียวกัน (20 คะแนน)
-
ร่างคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีแพ่งเรียกให้ชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายและสัญญาค้ำประกัน (35 คะแนน)
หากท่านเป็นทนายความของนายท็อปให้ท่านทำเอกสารกฎหมายดังต่อไปนี้
3. ร่างคำฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท (20 คะแนน)
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ…
ธงคำตอบ
หากข้าพเจ้าเป็นทนายความของห้างทองบัวขาว ข้าพเจ้าจะทำเอกสารกฎหมายเป็นสัญญาซื้อขายและสัญญาค้ำประกันในฉบับเดียวกันดังนี้
1. สัญญาซื้อขาย
เลขที่ 1 ถนนท่าน้ำนนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
วันที่ 15 ตุลาคม 2561
สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง ห้างทองบัวขาว เลขที่ 1 ถนนท่าน้ำนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ขาย” กับ นายท็อป สุดหล่อ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ซื้อ” ได้ทำสัญญาซื้อขายแหวนเพชรและทองรูปพรรณกันขึ้น โดยมีข้อตกลงดังต่อไปนี้
-
ผู้ซื้อได้ทำการซื้อแหวนเพชรและทองรูปพรรณจากผู้ขาย ราคารวมทั้งหมด 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) โดยได้ชำระราคาไปแล้วทั้งสิ้น 600,000 บาท (หกแสนบาท) ยังคงค้างชำระอีก 400,000 บาท (สี่แสนบาท)
-
ผู้ซื้อตกลงจะชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 พร้อมรับแหวนเพชรและทองรูปพรรณในวันดังกล่าวจากผู้ขายแล้ว
-
สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน โดยคู่สัญญาได้อ่านและทำความเข้าใจทั้งหมดแล้วจึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน
ลงชื่อ……ห้างทองบัวขาว……ผู้ขาย
ลงชื่อ……นายท็อป สุดหล่อ……ผู้ซื้อ
ลงชื่อ…………………………..พยาน
ลงชื่อ…………………………..พยาน
หมายเหตุ
“ข้าพเจ้า นางสาวดาริน รักมั่น ขอค้ำประกันหนี้จำนวน 400,000 บาท (สี่แสนบาท) ดังกล่าว และจะชำระในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ทันที”
ลงชื่อ…นางสาวดาริน รักมั่น… ผู้ค้ำประกัน
ธงคำตอบ
2. คำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง
ข้อ 1. โจทก์ในคดีนี้ได้มอบอำนาจให้ นายรณรงค์ ยุติธรรม เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1
ข้อ 2. เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2561 จำเลยที่ 1 ได้ทำการซื้อแหวนเพชรและทองรูปพรรณจากโจทก์ ราคารวมทั้งหมด 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) โดยได้ชำระราคาไปแล้วทั้งสิ้น 600,000 บาท (หกแสนบาท) ยังคงค้างชำระอีกจำนวน 400,000 บาท (สี่แสนบาท) และจำเลยที่ 1 ตกลงจะชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 พร้อมกับรับมอบแหวนเพชรและทองรูปพรรณในวันดังกล่าวจากผู้ขาย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขาย ฉบับลงวันที่ 15 ตุลาคม 2561 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2
ในการทำสัญญาซื้อขายครั้งนี้มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ยอมรับผิดหากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมชำระหนี้ในจำนวน 400,000 บาท (สี่แสนบาท) ทันที ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 รายละเอียดปรากฏตามข้อความ/หมายเหตุต่อท้ายของสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขาย ฉบับลงวันที่ 15 ตุลาคม 2561 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2
ข้อ 3. เมื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 จำเลยที่ 1 ได้มารับแหวนเพชรและทองรูปพรรณ แต่ได้ขอร้องพร้อมให้เหตุผลสำคัญกับทางโจทก์ว่าเงินสดถูกใช้กับการจัดงานเลยยังไม่มีเงิน 400,000 บาทมาชำระวันนี้ โดยตนจะนำเงินมาชำระวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เสร็จจากงานแต่งงานทันที วันนี้ขอรับแหวนเพชรและทองรูปพรรณไปใช้ในงานแต่งงานวันพรุ่งนี้ก่อนโดยนำจำเลยที่ 2 มาค้ำประกันข้างต้น ทางโจทก์จึงยอมส่งมอบแหวนเพชรและทองรูปพรรณให้กับจำเลยที่ 1 ทั้งหมดในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ตามสัญญาซื้อขายและสัญญาค้ำประกัน
ข้อ 4. ครั้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 จำเลยทั้งสองไม่ได้ทำการนำเงินจำนวน 400,000 บาท ไปชำระให้โจทก์ ทางโจทก์จึงได้ทวงถามทางโทรศัพท์ไปยังจำเลยทั้งสองแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จวบจนล่วงเลยมาถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ทางโจทก์ได้ส่งหนังสือทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ เรียกให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแต่ทั้งสองกลับเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทวงถามและไปรษณีย์ตอบรับ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3, 4, 5, 6
จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดในจำนวนเงินที่ติดค้างชำระ 400,000 บาท (สี่แสนบาท) แก่โจทก์ โจทก์ไม่สามารถตกลงกับจำเลยทั้งสองได้จึงขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
คำขอท้ายฟ้อง
-
ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 400,000 บาท (สี่แสนบาท) แก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น
-
ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์
ธงคำตอบ
หากข้าพเจ้าเป็นทนายความของนายท็อป สุดหล่อ ข้าพเจ้าจะร่างคำฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทดังนี้
3. คำฟ้องคดีอาญา
ข้อ 1. เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือจำเลยได้ใส่ความโจทก์ โดยจำเลยได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดต่อผู้ชมรายการในห้องส่งพร้อมทีมงานประมาณ 50 คน พร้อมคนดูทั่วประเทศอีกจำนวนมากซึ่งเป็นบุคคลที่สามด้วยข้อความว่า “โจทก์เป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกลวงว่าตนมีฐานะร่ำรวย ทำธุรกิจมืดหลายอย่าง ตอนนี้ก็หนีหนี้ ทิ้งภาระให้ตนจัดการ จำเลยเพิ่งมาทราบตอนเจ้าหนี้และภรรยาเก่ามาติดตามทวงหนี้และถามหาโจทก์” ซึ่งหมายความว่าโจทก์เป็นคนโกหก ไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกิจการผิดกฎหมาย ไม่รับผิดชอบหนี้สิน โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
เหตุเกิดที่ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร/ทั่วราชอาณาจักร
ข้อ 2. การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถตกลงกันได้ จึงขอศาลออกหมายเรียกจำเลยมาศาลเพื่อไต่สวนมูลฟ้องพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยต่อไป
อนึ่ง โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว และประสงค์จะดำเนินคดีเอง
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด