การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2551
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW3007 (LA 307),(LW 307) กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี 4 ข้อ
ข้อ 1 ในคดีแพ่งเรื่องหนึ่ง ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องโจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์ได้ร้องขอบังคับคดี ให้ยึดที่ดินของจำเลยที่อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดชลบุรี ศาลแพ่งได้ออกหมายบังคับคดีส่งไปให้ศาลจังหวัดชลบุรีบังคับคดีแทน เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรีขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย ต่อมาจำเลยได้ร้องขอให้ศาลจังหวัดชลบุรีเพิกถอนการขายทอดตลาด จำเลยอ้างว่าการขายได้ราคาต่ำกว่าราคาจริงมาก การขายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจังหวัดชลบุรีไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย จำเลยอุทธรณ์โดยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดชลบุรีตรวจฟ้องอุทธรณ์แล้วสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคำสั่งรับอุทธรณ์ของศาลจังหวัดชลบุรีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
อ้างหลัก ป.วิ.แพ่ง มาตรา 229 ครบถ้วน (10 คะแนน)
ศาลจังหวัดชลบุรีได้รับมอบหมายจากศาลแพ่งให้ดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์และขายทอดตลาดแทน จึงมีอำนาจสั่งไต่สวนเพื่อมีคำสั่งขอเพิกถอนการขายทอดตลาดได้ สำหรับการยื่นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 229 คู่ความจะต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเมื่อศาลจังหวัดชลบุรีเป็นศาลที่ดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีของจำเลย ๆ ชอบที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดชลบุรีได้ (นัย ฏ.1354/2550) คำสั่งรับอุทธรณ์จำเลยของศาลจังหวัดชลบุรีชอบด้วยกฎหมาย (15 คะแนน)
ข้อ 2 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อจากโจทก์ราคา 100,000 บาท หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 100,000 บาท จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเกิดขึ้นจากเจตนาลวง ความจริงจำเลยซื้อรถยนต์พิพาทจากโจทก์และชำระราคาครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อแต่ราคาสูงเกินไป จึงพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์หรือให้ใช้ราคา 50,000 บาท
ธงคำตอบ(ก) จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเกิดจากการแสดงเจตนาลวงเท่ากับจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวจริง แต่อ้างว่าสัญญาซื้อเป็นนิติกรรมอำพรางการซื้อขาย อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า จำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อและเป็นลายมือชื่อปลอม อันเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่นอกเหนือจากที่ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นอุทธรณ์ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 225 วรรคหนึ่ง
(ข) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อหรือให้ใช้ราคา 50,000 บาท แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นกำหนดราคารถยนต์ที่เช่าซื้อต่ำเกินไป สมควรกำหนดให้ 100,000 บาท ตามฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์เท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดราคาทรัพย์สินพิพาทของศาลชั้นต้นจากราคา 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท อันเป็นข้อเท็จจริง และถือว่าเป็นอุทธรณ์ในคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ของโจทก์จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว (10 คะแนน)
ดังนั้น ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและโจทก์ในแต่ละกรณีดังกล่าวมิได้
ข้อ 3 โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นเงิน 10 ล้านบาทฐานกระทำผิดสัญญา จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดสัญญา ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดสัญญา และมี คำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ ต่อมาก่อนที่ศาลชั้นต้นจะส่งสำนวนความที่อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่า โจทก์ไม่มีภูมิลำเนาและไม่มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงิน 5 แสนบาทต่อศาลเพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียม ศาลให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ โจทก์ไม่แถลงคัดค้าน ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่คัดค้านและมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลตามคำร้องของจำเลย
ดังนี้ ศาลใดเป็นศาลที่มีคำสั่งให้โจทก์วางเงิน และคำสั่งของศาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย มาตรา 253 วรรค 2 และมาตรา 253 ทวิ
การที่จำเลยร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลเพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียม เป็นคำขอวิธีการชั่วคราวตามมาตรา 253 ทวิ ในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลที่คดีนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาเป็นศาลที่มีคำสั่งให้โจทก์วางเงิน และกรณีนี้จะนำมาตรา 253 ทวิ วรรค 2 มาใช้ไม่ได้
ในกรณีศาลจะมีคำสั่งให้โจทก์วางเงิน ศาลจะต้องทำการไต่สวนก่อน ให้ศาลเชื่อว่ามีเหตุใดเหตุหนึ่งตามมาตรา 253 วรรค 2 ประกอบมาตรา 253 ทวิ วรรค 3 แต่ศาลหาได้ทำการไต่สวนไม่ คำสั่งของศาลไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตรา 253 วรรค 2
ข้อ 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทหรือมิฉะนั้นให้ใช้ราคา 500,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ร้องขอให้บังคับคดีต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์ไม่ประสงค์จดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาท แต่จะขอให้จำเลยใช้ราคา 500,000 บาท แทนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท จำเลยแถลงคัดค้านว่าหากจำเลยจะใช้ราคา ก็จะขอใช้ราคาตามราคาในปัจจุบันเพียง 200,000 บาท
ให้วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นจะบังคับคดีตามคำร้องขอของโจทก์หรือไม่
ธงคำตอบ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติว่า คู่ความหรือบุคคลที่เป็นฝ่ายแพ้ (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือแต่บางส่วน คู่ความหรือบุคคลที่เป็นฝ่ายชนะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีได้ภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น (5 คะแนน)
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินพิพาทหรือมิฉะนั้นให้ใช้ราคา 500,000 บาท ให้แก่โจทก์นั้น เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาให้เป็นไปตามลำดับในคำพิพากษา กล่าวคือ เมื่อจำเลยยังอยู่ในวิสัยที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาในลำดับแรกที่ต้องโอนที่ดินพาทให้แก่โจทก์ได้ โจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาในลำดับหลังได้ ทั้งนี้ เพราะการบังคับตามคำพิพากษาต้องอาศัยตามคำบังคับที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น มิใช่เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะเลือกให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาอย่างหนึ่งอย่างใด โดยจำเลยมิได้ตกลงยินยอมด้วยมิได้ ดังนั้น ศาลชั้นต้นจะบังคับคดีตามคำร้องขอของโจทก์หาได้ไม่ (15 คะแนน)