การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2563

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4002 การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย

Advertisement

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

นายดำสั่งจ่ายเช็คธนาคาร เอ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 123456 ฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จำนวนเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อชำระหนี้ค่าสั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยให้กับนายม่วง นายม่วงได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็ค ซึ่งต่อมาธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า “เงินในบัญชีไม่พอจ่าย” เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2562 พร้อมทั้งคืนเช็คและใบคืนเช็คให้กับนายม่วง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 นายม่วงได้มอบหมายให้นายแสด ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวทวงถาม พร้อมใบตอบรับส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปถึงนายดำให้ชำระเงินภายใน 15 วัน ตามหนังสือบอกกล่าวทวงถามฉบับลงวันที่ 1 กันยายน 2563 นายดำได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามแล้วแต่ยังคงเพิกเฉยไม่ชำระเงินตามเช็ค โดยนายแสดมีสำนักงานทนายความ อยู่ที่บ้านเลขที่ 1 ถนนริมทางรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

ต่อมานายม่วงได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายดำเป็นจำเลยต่อศาล เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เพื่อให้นายดำชำระเงินตามเช็คดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องและดอกเบี้ยในอนาคตรวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความตามกฎหมาย โดยนายม่วงได้ยื่นฟ้องต่อศาลและยื่นคำแถลงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปิดหมายพร้อมคำฟ้อง ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้กับจำเลยพร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 567 ถนนริมทางรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรีไปด้วย

ให้นักศึกษาในฐานะทนายความทำหนังสือบอกกล่าวทวงถาม และร่างคำฟ้อง คำขอท้ายฟ้องรวมถึงคำแถลงดังนี้ (ข้อ 2, 3 ให้ทำเฉพาะเนื้อหา ไม่ต้องคำนึงถึงแบบพิมพ์ศาล)

  • ข้อ 1. หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (25 คะแนน)

  • ข้อ 2. คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องแพ่ง (35 คะแนน)

  • ข้อ 3. คำแถลงขอปิดหมายพร้อมคำฟ้อง (15 คะแนน)

ธงคำตอบ

ข้อ 1. หนังสือบอกกล่าวทวงถาม

ทำที่ สำนักงานทนายความ

เลขที่ 1 ถนนริมทางรถไฟ

ตำบลในเมือง อำเภอเมือง

จังหวัดราชบุรี

วันที่ 1 กันยายน 2563

เรื่อง ขอให้ท่านชำระหนี้

เรียน นายดำ

อ้างถึง เช็คธนาคาร เอ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 123456 ฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562

ตามที่ท่านได้สั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยจากนายม่วง และท่านได้ชำระเงินโดยการสั่งจ่ายเช็คธนาคาร เอ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 123456 ฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จำนวนเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อชำระหนี้ค่าสั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยให้กับนายม่วง รายละเอียดปรากฏตามเช็คธนาคาร เอ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 123456 ฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ตามที่ท่านทราบดีแล้วนั้น

ต่อมานายม่วงได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็ค ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า “เงินในบัญชีไม่พอจ่าย” เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 พร้อมทั้งคืนเช็คและใบคืนเช็คให้กับนายม่วง

โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าในฐานะทนายความของนายม่วง จึงขอบอกกล่าวมายังท่าน ขอให้ท่านนำเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี มาชำระแก่นายม่วงภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือฉบับนี้ หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว ท่านยังคงเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ดังกล่าว ข้าพเจ้ามีความจำเป็นจะต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านทราบและดำเนินการดังกล่าวต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

แสด

(นายแสด)

ทนายความผู้รับมอบอำนาจ

ธงคำตอบ

ข้อ 2. คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องแพ่ง

ข้อ 1. เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จำเลยได้สั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยจากโจทก์และได้ชำระเงินโดยการสั่งจ่ายเช็คธนาคาร เอ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 123456 ฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จำนวนเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อชำระหนี้ค่าสั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยให้กับโจทก์

ข้อ 2. ต่อมาโจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินตามระเบียบและวิธีการของธนาคาร เอ จำกัด (มหาชน) แต่ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่า “เงินในบัญชีไม่พอจ่าย” เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 พร้อมทั้งคืนเช็คและใบคืนเช็คให้แก่โจทก์ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาใบคืนเช็ค เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และ 2 ตามลำดับ

ข้อ 3. โจทก์ได้ส่งมอบสินค้าหน้ากากอนามัยให้จำเลยครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินค่าหน้ากากอนามัยดังกล่าวให้กับโจทก์ รวมเป็นเงินจำนวนทั้งหมด 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) การที่จำเลยผิดนัดผิดสัญญาไม่ชำระเงินค่าสินค้าตามคำฟ้องให้กับโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยให้กับโจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดชำระเงินค่าสินค้า ดอกเบี้ยของเงินต้นจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันผิดนัดชำระหนี้จนถึงวันฟ้อง (1 พฤศจิกายน 2562 – 1 พฤศจิกายน 2563) ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี รวมเป็นเงินดอกเบี้ยจำนวน 75,000 บาท (เจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) รวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยทั้งหมดเป็นเงินจำนวน 1,075,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ซึ่งโจทก์ขอถือเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้

ข้อ 4. หลังจากที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทำให้เช็คชำระค่าสินค้าไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ โจทก์ได้ติดต่อทวงถามเกี่ยวกับค่าสินค้าหน้ากากอนามัยกับจำเลยหลายครั้งแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ต่อมาโจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยเพื่อให้ชำระเงินดังกล่าวตามฟ้อง แต่จำเลยยังคงเพิกเฉยไม่ชำระสินค้าตามคำฟ้องให้กับโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือบอกกล่าวฉบับลงวันที่ 1 กันยายน 2563 และหนังสือตอบรับทางไปรษณีย์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 และ 4 ตามลำดับ

การกระทำของจำเลยดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องจำนวน 1,075,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น

โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับจำเลยได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งบังคับจำเลยต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

คำขอท้ายฟ้อง

ข้อ 1. ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,075,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ให้กับโจทก์

ข้อ 2. ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น

ข้อ 3. ให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

ธงคำตอบ

ข้อ 3. คำแถลงขอปิดหมายพร้อมคำฟ้อง

ข้อ 1. คดีโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลในวันนี้

ข้อ 2. โจทก์ขอประทานกราบเรียนต่อศาลที่เคารพว่า เนื่องจากจำเลยมีภูมิลำเนาที่แน่นอนตามฟ้อง คือบ้านเลขที่ 567 ถนนริมทางรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลนี้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านแนบท้ายคำแถลงฉบับนี้

ข้อ 3. ดังนั้น ในการนำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยนั้น หากไม่พบตัวจำเลยหรือไม่มีผู้ใดยอมรับหมายไว้แทนโดยชอบ หรือไม่ว่าในกรณีใด ๆ ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยด้วย

ในการนี้ โจทก์ยินดีเสียค่าธรรมเนียมศาลตามระเบียบ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

Advertisement