การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2562

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย

Advertisement

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. องค์ประกอบของวิชาชีพนักกฎหมายประการหนึ่ง คือ เป็นเจ้าหน้าที่ของศาล นักศึกษาเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย

ธงคำตอบ

องค์ประกอบของวิชาชีพนักกฎหมายที่สำคัญประการหนึ่ง คือ เป็นเจ้าหน้าที่ของศาลนั้น ถือเป็นองค์ประกอบเฉพาะของวิชาชีพนักกฎหมาย เนื่องจากการประกอบวิชาชีพนี้งานหลักต้องไปทำงานร่วมกันอยู่ที่ศาล จึงถือว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของศาล ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันเพื่อรับใช้ประชาชนในด้านความยุติธรรมซึ่งต่างจากวิชาชีพอื่น เช่น ถ้าแพทย์เอกชนที่เปิดคลินิกส่วนตัวก็ไม่ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล แต่ทนายความนั้นถึงแม้จะประกอบวิชาชีพของตนเองก็ต้องมาทำงานที่ศาล เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ในห้องพิจารณาคดีต้องมีผู้พิพากษา อัยการ และทนายความเข้าร่วมเพื่อค้นหาความจริงแห่งคดี เพื่อวินิจฉัยให้ถูกต้องว่าความยุติธรรมควรจะเป็นอย่างไรในคดีนั้น เมื่อผู้พิพากษา อัยการ และทนายความต่างคำนึงว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ของศาลต้องทำงานร่วมกัน การทำงานในศาลก็จะกลมเกลียวไม่ขัดแย้งกัน ผู้พิพากษาจะไม่มีอารมณ์เกรี้ยวกราดกับอัยการและทนายความ อัยการและทนายความก็จะไม่รู้สึกว่าผู้พิพากษาจู้จี้เรื่องมาก เพราะเห็นว่าต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน แสดงบทบาทเพื่อแสวงหาความจริง แต่ละคนมีหน้าที่ของตน ถือว่าเป็นกลไกตัวหนึ่งในระบบเคารพหน้าที่ซึ่งกันและกัน การทำงานในศาลก็ไม่เกิดข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม

ข้อ 2. นางสาวบัวถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีแพ่งเรื่องหนึ่ง จึงได้แต่งตั้งให้นายกุหลาบมาเป็นทนายความในคดีนี้ นายกุหลาบเห็นว่านางสาวบัวไม่รู้ข้อกฎหมายจึงกล่าวว่าตนรู้จักเจ้าพนักงานที่สามารถช่วยเหลือทางคดีให้นางสาวบัวไม่ต้องรับผิดได้อย่างแน่นอน แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการดำเนินการ 20,000 บาท นางสาวบัวตกลงและได้นำเงินมาชำระให้นายกุหลาบ ต่อมาศาลพิพากษาให้นางสาวบัวจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ 500,000 บาท โดยเห็นว่าพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์น่าเชื่อถือ ประกอบกับนางสาวบัวไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์โต้แย้งพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ เพราะนายกุหลาบไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ นายกุหลาบประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความหรือไม่ จงอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529

ข้อ 12 “กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ อันอาจทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของลูกความ

(1) จงใจขาดนัด หรือทอดทิ้งคดี

(2) จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีแห่งลูกความของตน หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ”

ข้อ 14 “ได้รับเป็นทนายความแล้ว ภายหลังใช้อุบายด้วยประการใด ๆ โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เพื่อจะให้ตนได้รับประโยชน์นอกเหนือจากที่ลูกความได้ตกลงสัญญาให้”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นางสาวบัวถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีแพ่งเรื่องหนึ่ง จึงได้แต่งตั้งให้นายกุหลาบมาเป็นทนายความในคดีนี้ นายกุหลาบเห็นว่านางสาวบัวไม่รู้ข้อกฎหมายจึงกล่าวว่าตนรู้จักเจ้าพนักงานที่สามารถช่วยเหลือทางคดีให้นางสาวบัวไม่ต้องรับผิดได้อย่างแน่นอน แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการดำเนินการ 20,000 บาท นางสาวบัวตกลงและได้นำเงินมาชำระให้นายกุหลาบนั้น ถือเป็นกรณีที่นายกุหลาบทนายความใช้อุบายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเพื่อให้ตนได้รับประโยชน์นอกเหนือจากที่ลูกความได้ตกลงสัญญาให้ จึงถือว่านายกุหลาบประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 14

และต่อมาศาลได้พิพากษาให้นางสาวบัวจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ 500,000 บาท โดยเห็นว่าพยานหลักฐานน่าเชื่อถือ ประกอบกับนางสาวบัวไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์โต้แย้งพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ เพราะนายกุหลาบไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามที่กฎหมายกำหนดนั้น การที่นายกุหลาบไม่ยื่นบัญชีระบุพยานตามที่กฎหมายกำหนด ย่อมถือว่าเป็นการละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีแห่งลูกความของตน จึงถือว่านายกุหลาบประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 12 (2)

สรุป นายกุหลาบประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 12 และข้อ 14

ข้อ 3. ในการพิจารณาคดีอาญา พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องนายเก่งเป็นจำเลยในความผิดฐานมีอาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) จำนวน 4 กระบอก ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) จำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 94 นัด นำติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา สาเหตุเพราะในวันเกิดเหตุ นายเก่งเสพยาบ้าเกิดอาการมึนเมา ได้ใช้อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) จำนวน 4 กระบอก ที่นำติดตัวมายิงเข้าไปยังบ้านเรือนหลายหลัง จำนวน 21 นัด แต่มีบ้านหลังหนึ่งขณะนั้นนายไก่นอนหลับพักผ่อนอยู่ในบ้าน ทำให้กระสุน 1 นัด ยิงถูกปลายนิ้วโป้งเท้าซ้ายของนายไก่ได้รับบาดเจ็บ นายไก่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน 5,000 บาท เมื่อถึงวันนัดสอบคำให้การจำเลย นายไก่ผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และยื่นคำร้องขอให้นายเก่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายไก่จำนวน 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย นายกริชผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของนายไก่ ขณะที่นายกริชผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนและนายเกริกผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะในคดีดังกล่าวนอกนั่งพิจารณาคดี ในวันนั้นมีพนักงานอัยการ นายไก่ซึ่งเป็นโจทก์ร่วม นายเก่งซึ่งเป็นจำเลย และทนายจำเลยมาศาล นายกริชและนายเกริกได้ทำการไกล่เกลี่ยโดยนายกริชพูดกับนายเก่งว่าได้ตรวจสำนวนและพยานหลักฐานของโจทก์แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์มีความชัดเจนมากเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่กระทำความผิดทั้งสามข้อหาตามฟ้องจริง หากนายเก่งไม่ยอมให้การรับสารภาพตามฟ้องและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายไก่จำนวน 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนเป็นที่พอใจของนายไก่แล้ว นายเก่งอาจถูกลงโทษสถานหนักต้องรับโทษจำพุก หลังจากนั้นนายเกริกพูดกับนายเก่งว่าหากนายเก่งสำนึกว่ากระทำความผิดจริงก็ให้การรับสารภาพในตอนนี้ ศาลจะยอมลดโทษจำคุกให้กึ่งหนึ่งในทันที โทษหนักจะได้เบาลง

ดังนี้ การกระทำของนายกริชผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน และนายเกริกผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะนั้น มีความผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อใดหรือไม่ จงอธิบาย พร้อมยกหลักประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการประกอบ

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529

ข้อ 8 “การเปรียบเทียบหรือไกล่เกลี่ยคดีจักต้องกระทำในศาล ผู้พิพากษาพึงชี้แจงให้คู่ความทุกฝ่ายตระหนักถึงผลดีผลเสียในการดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ จักต้องไม่ให้คำมั่น หรือบีบบังคับให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอใด ๆ หรือให้จำเลยรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ และจักต้องไม่ทำให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระแวงว่าผู้พิพากษาฝักใฝ่ช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การกระทำของนายกริชผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน และนายเกริกผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะนั้น เป็นการกระทำผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการหรือไม่ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

กรณีแรก การที่นายกริชผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนพูดกับนายเก่งหรือจำเลยว่าได้ตรวจสำนวนและพยานหลักฐานของโจทก์แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์มีความชัดเจนมากเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่กระทำความผิดทั้งสามข้อหาตามฟ้องจริง หากนายเก่งไม่ยอมให้การรับสารภาพและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายไก่จำนวน 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จนเป็นที่พอใจของนายไก่แล้ว นายเก่งอาจถูกลงโทษสถานหนักต้องติดคุกหัวโตนั้น การกระทำของนายกริชเป็นการพูดกับนายเก่งที่เป็นจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีในทำนองบีบบังคับให้นายเก่งที่เป็นจำเลยให้การรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ เป็นการกระทำผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 8

กรณีที่สอง การที่นายเกริกผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพูดกับนายเก่งหรือจำเลยว่าหากรู้สำนึกว่ากระทำความผิดจริงก็ให้การรับสารภาพในตอนนี้ ศาลจะยอมลดโทษให้กึ่งหนึ่งทันที โทษหนักจะได้เบาลงนั้น การกระทำของนายเกริกเป็นการให้คำมั่นแก่นายเก่งที่เป็นจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีเพื่อให้นายเก่งที่เป็นจำเลยให้การรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ เป็นการกระทำผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 8 เช่นกัน

สรุป การกระทำของนายกริชและนายเกริกเป็นการกระทำผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 8 ทั้งสองคน ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

Advertisement