การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย

Advertisement

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. ในการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ คณะกรรมการสอบสวนใช้วิธีพิจารณาคดีแบบใด และมีความแตกต่างกับกระบวนพิจารณาคดีในศาลยุติธรรมอย่างไร จงอธิบาย

ธงคำตอบ

คณะกรรมการสอบสวนคดีมรรยาททนายความใช้วิธีพิจารณาคดีในระบบไต่สวน ซึ่งแตกต่างจากศาลยุติธรรมที่ใช้ระบบกล่าวหา (การให้คะแนนขึ้นอยู่กับการอธิบายของนักศึกษา)

ข้อ 2. นายแดงเป็นทนายความ รับว่าความที่คดีนายชมพูถูกฟ้องเป็นคดีอาญาคดีฉ้อโกง นายแดงได้เรียกค่าทนายความสูงถึง 5 ล้านบาท ในการดำเนินคดี นายชมพูเห็นว่าค่าทนายความที่นายแดงเรียกนั้นสูงมากกว่าทนายคนอื่นถึงสามเท่า แต่นายชมพูตกลงให้นายแดงเป็นทนายว่าความให้ เพราะเห็นว่านายแดงเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงของจังหวัด โดยในวันนัดฟังคำพิพากษา นายแดงไม่ไปฟังคำพิพากษาด้วย เพราะมีธุระด่วนต้องไปงานศพพ่อที่ต่างจังหวัด จึงได้ให้นายชมพูมาฟังคำพิพากษาแต่เพียงผู้เดียว และนายชมพูได้ลงชื่อในปกสำนวนทราบคำพิพากษาเอง โดยนายแดงไม่ได้ลงชื่อด้วย และนายชมพููก็ไม่ได้แจ้งให้นายแดงทราบ นายแดงจึงเข้าใจว่านายชมพูไม่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์จนพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ ดังนี้ นายแดงประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529

ข้อ 12 “กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ อันอาจทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของลูกความ

(2) จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีแห่งลูกความของตน หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ”

ข้อ 18 “ประกอบอาชีพ ดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดีหรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายแดงเป็นทนายความรับว่าความที่คดีนายชมพูถูกฟ้องดังกล่าว นายแดงได้เรียกค่าทนายความสูงถึง 5 ล้านบาท ในการดำเนินคดีนั้น การกระทำของนายแดงถือเป็นการประกอบอาชีพที่มุ่งเอารัดเอาเปรียบประชาชนมากกว่าการให้ความช่วยเหลือรับใช้ประชาชน ไม่ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ของทนายความ ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการประพฤติตนอันเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความข้อ 18

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านายชมพูเห็นว่าค่าทนายความที่นายแดงเรียกนั้นสูงมาก แต่นายชมพูก็ยังตกลงให้นายแดงเป็นทนายว่าความให้เพราะเห็นว่านายแดงเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงของจังหวัด โดยในวันนัดฟังคำพิพากษา นายแดงไม่ไปฟังคำพิพากษาด้วยเพราะมีธุระด่วน จึงได้ให้นายชมพูมาฟังคำพิพากษาแต่เพียงผู้เดียว และนายชมพูได้ลงชื่อในปกสำนวนทราบคำพิพากษาเองโดยนายแดงไม่ได้ลงชื่อด้วย และนายชมพููก็ไม่ได้แจ้งให้

นายแดงทราบ นายแดงจึงเข้าใจว่านายชมพูไม่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์จนพ้นระยะเวลาอุทธรณ์นั้น ถือว่านายแดงจงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีของลูกความ เพราะทนายความมีหน้าที่ติดตามผลของคดีและถามความประสงค์ของลูกความว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์หรือไม่ ถือว่านายแดงผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 12 (2)

สรุป การกระทำของนายแดงทนายความเป็นการประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 12 (2) และข้อ 18

ข้อ 3. นายขาวเป็นผู้พิพากษาได้รับเชิญไปเป็นกรรมการของสมาคมขจัดความรุนแรงในครอบครัว โดยมีนางเรณูเป็นประธานสมาคมฯ ต่อมานายขาวได้นั่งพิจารณาคดีที่นายใช้สามีของนางเรณูถูกฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยาสาหัส ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในโทรทัศน์ ต่อมานายขาวได้พิพากษาและได้ตัดสินให้นายใช้ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว นางเรณูในฐานะประธานสมาคมฯ จึงได้นำเสื้อยืดและนาฬิกาที่มีโลโก้ของสมาคมฯ มามอบให้แก่นายขาวเพื่อแสดงความขอบคุณที่นายขาวช่วยขจัดความรุนแรงในครอบครัว นายขาวจึงรับของไว้ ดังนี้ นายขาวประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529

ข้อ 29 “ผู้พิพากษาไม่พึงเป็นกรรมการ สมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม สโมสร ชมรม หรือองค์การใดๆหรือเข้าร่วมในกิจการใดๆอันจะกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา”

ข้อ 41 “ผู้พิพากษาและคู่สมรสจักต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ จากคู่ความหรือจากบุคคลอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา และจักต้องดูแลให้บุคคลในครอบครัวปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายขาวเป็นผู้พิพากษาได้รับเชิญไปเป็นกรรมการของสมาคมขจัดความรุนแรงในครอบครัว โดยมีนางเรณูเป็นประธานสมาคมดังกล่าวนั้น การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 29

และต่อมานายขาวได้นั่งพิจารณาคดีที่นายใช้ (สามีของนางเรณู) ถูกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยาสาหัส ซึ่งนายขาวได้พิพากษาและได้ตัดสินให้นายใช้ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้วนางเรณูในฐานะประธานสมาคมฯ จึงได้นำเสื้อยืดและนาฬิกาที่มีโลโก้ของสมาคมฯ มามอบให้แก่นายขาวเพื่อแสดงความขอบคุณที่นายขาวช่วยขจัดความรุนแรงในครอบครัว นายขาวจึงรับของไว้นั้น ถือว่าการกระทำของนายขาวผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 41 เพราะผู้พิพากษาและคู่สมรสจักต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ จากคู่ความหรือจากบุคคลอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา

สรุป นายขาวประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 41 แต่ไม่ได้ประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 29

Advertisement