การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2561
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
ข้อ 1. วิธีสอนกฎหมายมีกี่วิธี อะไรบ้าง จงอธิบายโดยละเอียด
ธงคำตอบ
วิธีสอนกฎหมาย มี 3 วิธี ดังนี้
-
การบรรยาย
-
การสัมมนา
-
การปฏิบัติ
หมายเหตุ นักศึกษาต้องตอบรายละเอียดตามตำราหน้า 40 – 41 ด้วย
ข้อ 2. นายแดงเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนิติกรของกระทรวงแห่งหนึ่ง และได้เข้าร่วมประชุมสอบสวนบริษัท เอเลี่ยน จำกัด ซึ่งถูกกระทรวงกล่าวโทษเรื่องฉ้อโกงประชาชน ต่อมานายแดงลาออกจากกระทรวงและได้เป็นทนายความให้กรรมการของบริษัท เอเลี่ยน จำกัด ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องบริษัท เอเลี่ยน จำกัด และพวก เป็นคดีอาญาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งนายแดงได้ยื่นพยานเอกสารการประชุมของกระทรวงต่อศาลที่ระบุว่าการกระทำของบริษัท เอเลี่ยน จำกัด น่าจะไม่เป็นความผิด ระหว่างพักพิจารณาคดี นายแดงอยู่ในห้องน้ำได้ยินกรรมการของบริษัท เอเลี่ยน จำกัด พูดคุยความลับกันว่านายสมชายซึ่งเป็นประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เอเลี่ยน จำกัด ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและจะลาออกจากบริษัทเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทสั่นคลอนได้ อีกสองวันต่อมานายแดงไปงานเลี้ยงรุ่น จึงเอาข่าวของนายสมชายไปพูดต่อให้เพื่อน ๆ ฟัง จากข้อเท็จจริงดังกล่าว นายแดงประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
ข้อ 11 “เปิดเผยความลับของลูกความที่ได้รู้ในหน้าที่ของทนายความ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากลูกความนั้นแล้ว หรือโดยอำนาจศาล”
ข้อ 13 “ได้รับปรึกษาหารือหรือได้รู้เรื่องกรณีแห่งคดีใดโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องกับคู่ความฝ่ายหนึ่งแล้วภายหลังไปรับเป็นทนายความหรือใช้ความรู้ที่ได้มานั้นช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นปฏิปักษ์อยู่ในกรณีเดียวกัน”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายแดงเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนิติกรของกระทรวงแห่งหนึ่ง และได้เข้าร่วมประชุมสอบสวนบริษัท เอเลี่ยน จำกัด ซึ่งถูกกระทรวงกล่าวโทษเรื่องฉ้อโกงประชาชน ต่อมานายแดงลาออกจากกระทรวงและได้เป็นทนายความให้กรรมการของบริษัท เอเลี่ยน จำกัด ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องบริษัทดังกล่าวและพวกเป็นคดีอาญาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งนายแดงได้ยื่นพยานเอกสารการประชุมของกระทรวงต่อศาลที่ระบุว่าการกระทำของบริษัทดังกล่าวน่าจะไม่เป็นความผิดนั้น ถือว่านายแดงประพฤติผิดมรรยาททนายความข้อ 13 เพราะนายแดงได้ใช้ความรู้ที่ได้รับจากกระทรวงดังกล่าวไปช่วยเหลือบริษัท เอเลี่ยน จำกัด ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับกระทรวงที่อยู่ในกรณีเดียวกัน (คำสั่งสภานายกพิเศษที่ 9/2541)
และระหว่างพักพิจารณาคดี นายแดงอยู่ในห้องน้ำได้ยินกรรมการของบริษัท เอเลี่ยน จำกัด พูดคุยความลับกันว่านายสมชายซึ่งเป็นประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ป่วยเป็นมะเร็งและจะลาออกจากบริษัทฯ เร็ว ๆ นี้ ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทสั่นคลอนได้ อีกสองวันต่อมานายแดงไปงานเลี้ยงรุ่น จึงเอาข่าวของนายสมชายไปพูดต่อให้เพื่อน ๆ ฟังนั้น ถึงแม้ว่านายแดงจะเปิดเผยข้อเท็จจริงของลูกความ แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ลูกความได้แจ้งให้ทนายความทราบ จึงไม่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้ในหน้าที่ของทนายความแต่อย่างใด ดังนั้น นายแดงจึงไม่ประพฤติผิดมรรยาททนายความข้อ 11
สรุป นายแดงประพฤติผิดมรรยาททนายความข้อ 13 แต่ไม่ได้ประพฤติผิดมรรยาททนายความข้อ 11
ข้อ 3. นายเสกได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง ต่อมามีผู้แนะนำให้รู้จักกับนางสาวสมฤดีบุตรสาวของนายสันต์ซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่มีฐานะร่ำรวย และนายเสกได้ทำการแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนางสาวสมฤดี แม้นายเสกจะทราบดีตั้งแต่ก่อนแต่งงานว่านายสันต์ประกอบธุรกิจหลายอย่าง เช่น ไนต์คลับ อาบอบนวด หวยเถื่อน รวมถึงธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบ ซึ่งบุคคลทั่วไปในจังหวัดทราบดีว่านายสันต์กับนางสมฤดีให้บุคคลทั่วไปกู้ยืมเงินในอัตราร้อยละยี่สิบต่อเดือน และนายเสกก็ทราบดีว่านายสันต์กับนางสมฤดีมีคดีฟ้องร้องลูกหนี้เกี่ยวกับการกู้เงินอยู่ในศาลจังหวัดแห่งนั้นจำนวนหลายคดี บางคดีนางสมฤดีเป็นโจทก์เองหรือบางครั้งก็เป็นผู้รับมอบอำนาจจากบิดาไปดำเนินการฟ้องร้องแทน แต่ไม่ห้ามปราม นายเสกกลับขอย้ายไปรับราชการที่ศาลอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกันเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา เมื่อเป็นกรณีเช่นนี้ ขอให้นักศึกษาอธิบายว่าการกระทำของนายเสกและนางสมฤดีจะเป็นการผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529
ข้อ 40 “ผู้พิพากษาจักต้องระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพ อาชีพ หรือการงานอื่นใดของคู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลซึ่งอยู่ในครัวเรือนของตนมีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรมของผู้พิพากษา”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเสกดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง และนายเสกได้แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนางสาวสมฤดีบุตรสาวของนายสันต์ซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ นายเสกทราบมาก่อนแต่งงานว่าครอบครัวของนางสมฤดีคู่สมรสของตนประกอบธุรกิจหลายอย่าง เช่น ไนต์คลับ อาบอบนวด หวยเถื่อน รวมถึงธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยให้บุคคลทั่วไปยืมเงินในอัตราร้อยละสิบต่อเดือน อันถือว่าเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น นายเสกจะต้องห้ามปรามไม่ให้นางสมฤดีคู่สมรสประกอบอาชีพดังกล่าว เพราะถือว่ามีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา และนายเสกก็ทราบดีว่านายสันต์กับนางสมฤดีมีคดีฟ้องร้องลูกหนี้เกี่ยวกับเงินกู้อยู่ในศาลจังหวัดแห่งนั้นจำนวนหลายคดี ซึ่งจะส่งผลกระทบในด้านความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรมของผู้พิพากษา ถึงแม้นายเสกจะขอย้ายไปรับราชการที่ศาลอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกันเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา แต่นายเสกกลับไม่ห้ามปรามปล่อยให้นางสมฤดียังคงประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย ก็ถือว่านายเสกประพฤติผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 40
ส่วนนางสมฤดีเป็นเพียงคู่สมรสของผู้พิพากษา ไม่ได้เป็นผู้พิพากษา ผู้ช่วยผู้พิพากษา ดะโต๊ะยุติธรรม หรือผู้พิพากษาสมทบ แม้จะประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมายก็ไม่ถือว่าผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ
สรุป นายเสกผู้พิพากษาประพฤติผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 40 ส่วนนางสมฤดีคู่สมรสไม่ถือว่าผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ