การสอบซ่อมภาค 1 ปีการศึกษา 2560
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย
คำแนะนำ: ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
ข้อ 1. องค์การวิชาชีพมีหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพกรณีใดบ้าง จงอธิบายโดยละเอียด
ธงคำตอบ
องค์การวิชาชีพมีหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพ 3 กรณี ดังนี้
-
ส่งเสริมความรู้ของผู้ประกอบวิชาชีพให้มีความรู้ความสามารถทันกับวิทยาการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น
องค์การวิชาชีพทุกแห่งจะต้องจัดการเผยแพร่อบรมความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบวิชาชีพอยู่เสมอ นอกจากจะอบรมให้ได้มาตรฐานแล้วยังต้องอบรมให้ทราบเรื่องราวใหม่ ๆ ด้วย เช่น ในขณะนี้มีวิทยาการใหม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ต้องจัดการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ หรือการค้าระหว่างประเทศกำลังมีปัญหาเรื่องการกีดกันสินค้าโดยตั้งเงื่อนไขการนำเข้าหรือตั้งกำแพงภาษี ก็จะต้องพยายามส่งเสริมให้ทนายความในประเทศมีความรู้เพื่อที่จะแนะนำลูกความของตนได้
-
ส่งเสริมการรักษาผลประโยชน์ของวิชาชีพ
คอยดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพได้รับผลประโยชน์ ไม่ใช่ได้รับค่าตอบแทนต่ำจนเกินไป จนกระทั่งไม่สามารถดำรงชีวิตตามสมควรอยู่ได้ ทั้งนี้ค่าตอบแทนเกิดจากผู้ประกอบวิชาชีพกำหนดกันเอง องค์การวิชาชีพต้องเข้ามาดูแลไม่ให้มีการตัดราคากัน
-
ส่งเสริมสถานภาพของผู้ประกอบวิชาชีพให้มีสถานภาพที่ดีของสังคม
โดยสถานภาพในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสภาพความเป็นอยู่หรือจำนวนค่าตอบแทนที่ได้รับ แต่หมายถึงทัศนะของผู้อื่นที่มีต่อผู้ประกอบวิชาชีพด้วย เช่น ในสมัยก่อนคนไทยเรามองทนายความว่าเป็นเจ้าถ้อยหมอความตีนลงตีนศาล หมายความว่า ผู้ประกอบการวิชาชีพทนายความเป็นพวกชอบต่อล้อต่อเถียง เจ้าเล่ห์เจ้ากล องค์การวิชาชีพนักกฎหมายต้องแก้ไขทัศนะเหล่านั้นให้ประชาชนเห็นว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม คอยช่วยเหลือสังคม สมควรได้รับการยกย่องเชื่อถือ
ข้อ 2. นายกรุงรับเป็นทนายความให้นางสาวก้อยในคดีที่นายแก้วฟ้องเรียกรถยนต์คืนจากนางสาวก้อย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้นางสาวก้อยส่งมอบรถยนต์คืน พร้อมทั้งชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 50,000 บาท หลังจากฟังคำพิพากษา นายกรุงไม่พอใจอย่างมากจึงกล่าวกับนางสาวก้อยในห้องพิจารณาคดีว่า “ไม่เข้าใจว่าผู้พิพากษาตัดสินคดีออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ผมไม่ยอม เราต้องอุทธรณ์คำพิพากษา” ดังนี้ นายกรุงประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความหรือไม่ จงอธิบาย
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
ข้อ 6 “ไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล หรือกระทำการใดอันเป็นการดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษา ในศาลหรือนอกศาล อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียอำนาจศาลหรือผู้พิพากษา”
ข้อ 9 “กระทำการใดอันเป็นการยุยงส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องคดีกันในกรณีอันหามูลมิได้”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายกรุงทนายความกล่าวกับนางสาวก้อยลูกความในห้องพิจารณาคดีว่า “ไม่เข้าใจว่าผู้พิพากษาตัดสินคดีออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ผมไม่ยอม เราต้องอุทธรณ์คำพิพากษา” เป็นการบอกว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมายเท่านั้น ไม่มีพฤติกรรมเป็นการดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในศาล หรือยุยงส่งเสริมให้มีการฟ้องคดี
ดังนั้น นายกรุงจึงไม่ได้ประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 6 หรือข้อ 9 แต่อย่างใด
สรุป นายกรุงไม่ได้ประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 6 หรือข้อ 9
ข้อ 3. นายเดชเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง ได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษาของบริษัท อัจฉริยะไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสอนให้นักเรียนไทยไปโอลิมปิค โดยมีนายทับทิมน้องชายของนายเดชเป็นประธานบริษัท ต่อมานายทับทิมได้เชิญนายเดชมาบรรยายให้แก่บริษัทอัจฉริยะไทย โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปบริจาคการกุศล นายเดชเห็นว่าเป็นการทำบุญจึงรับบรรยายในครั้งนี้ ดังนี้ อยากทราบว่านายเดชประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529
ข้อ 26 วรรคหนึ่ง “ผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ที่ปรึกษา หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท ห้างร้าน หรือธุรกิจของเอกชน เว้นแต่จะเป็นกิจการที่มิได้แสวงหากำไร”
ข้อ 28 “ผู้พิพากษาไม่พึงแสดงปาฐกถา บรรยาย สอน หรือเข้าร่วมสัมมนา อภิปราย หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อสาธารณชน ซึ่งอาจกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา และจักต้องไม่กระทำการดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ในทางธุรกิจ”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเดชเป็นผู้พิพากษาได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษาของบริษัท อัจฉริยะไทย โดยมีนายทับทิมน้องชายของนายเดชเป็นประธานบริษัท ถือได้ว่านายเดชประพฤติผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 26 วรรคหนึ่ง เพราะผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นที่ปรึกษาของบริษัท เว้นแต่จะเป็นกิจการที่ไม่แสวงหากำไร
ต่อมานายทับทิมได้เชิญนายเดชมาบรรยายให้แก่บริษัทฯ โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปบริจาคการกุศล นายเดชเห็นว่าเป็นการทำบุญจึงรับบรรยายในครั้งนี้นั้น ถือได้ว่านายเดชประพฤติผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 28 เพราะผู้พิพากษาไม่พึงบรรยายใด ๆ และจักต้องไม่กระทำการดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ในทางธุรกิจ
สรุป นายเดชประพฤติผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 26 วรรคหนึ่ง และข้อ 28