การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
ข้อ 1. บุคคลประเภทใดบ้างที่มีสิทธินำคดีเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรรยาททนายความ กล่าวหาว่าทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความ จงอธิบายอย่างละเอียด
ธงคำตอบ
บุคคลที่มีสิทธิกล่าวหาว่าทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความ มี 3 ประเภท คือ
(1) บุคคลผู้ได้รับความเสียหาย หรือ ทนายความ
(2) ศาล พนักงานอัยการ หรือ พนักงานสอบสวน
(3) คณะกรรมการมรรยาททนายความ
ข้อ 2. นายเด่นเป็นเสมียนทนายความในสำนักงานของนายดวงซึ่งเป็นทนายความ นายดวงต้องการให้พนักงานมีส่วนร่วมในการหางานเข้าสำนักงานโดยกำหนดโบนัสพิเศษ 2 เดือน ให้กับบุคคลในสำนักงานที่หาลูกค้าความเข้าสำนักงานได้ไม่น้อยกว่าห้าคนต่อปี นายเด่นทราบว่านายเดือนถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดียาเสพติด จึงสอบถามและทราบว่านายเดือนมีทนายความขอแรงที่ศาลจัดหาให้ นายเด่นได้บอกนายเดือนว่านายดวงเป็นทนายความที่เก่ง มีประสบการณ์ทำคดีมาก มากกว่าทนายความที่ศาลจัดหาให้ คดีชนะแน่นอน นายเดือนเชื่อและตกลงให้สำนักงานทนายความของนายดวงรับหน้าที่เป็นทนายความแก้ต่างให้ ดังนี้ นายเด่นและนายดวงประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
ข้อ 10 “ใช้อุบายอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เพื่อจูงใจให้ผู้ใดมอบคดีให้ว่าต่างหรือแก้ต่าง
(2) อวดอ้างว่าตนมีความรู้ยิ่งกว่าทนายความคนอื่น”
ข้อ 19 “ยินยอมตกลงหรือให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ค่านายหน้าหรือบำเหน็จรางวัลใด ๆ ด้วยทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ แก่ผู้ที่หาคดีความหรือนำคดีความมาให้ หรือมีคนประจำสำนักงานดำเนินการจัดหาคดีความมาให้ว่า โดยทนายความผู้นั้นคิดค่าส่วนลดของค่าจ้างให้หรือให้เงินเดือนหรือเงินจำนวนหนึ่งจำนวนใด หรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใด ๆ แก่ผู้ที่หาคดีความมาให้นั้น แม้บุคคลผู้หาคดีความมาให้โดยลักษณะดังกล่าวจะเป็นเสมียนหรือลูกจ้างประจำสำนักงานของทนายความผู้นั้นก็ตาม”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายดวงซึ่งเป็นทนายความต้องการให้พนักงานมีส่วนร่วมในการหางานเข้าสำนักงานโดยกำหนดโบนัสพิเศษ 2 เดือน ให้กับบุคคลในสำนักงานที่หาลูกค้าความเข้าสำนักงานนั้น เป็นกรณีทนายความมีนายหน้าหาคดี โดยให้ค่านายหน้าหรือบำเหน็จรางวัลใด ๆ แม้บุคคลผู้หาคดีความมาให้โดยลักษณะดังกล่าวจะเป็นเสมียนหรือลูกจ้างประจำสำนักงานของทนายความผู้นั้นก็ตาม ก็ถือว่านายดวงประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 19
ต่อมานายเด่นเสมียนทนายความ ทราบว่านายเดือนถูกฟ้องเป็นจำเลยฯ จึงสอบถามและทราบว่านายเดือนมีทนายความขอแรงที่ศาลจัดหาให้ นายเด่นได้บอกนายเดือนว่า นายดวงเป็นทนายความที่เก่งมีประสบการณ์ทำคดีมากกว่าทนายความที่ศาลจัดหาให้ คดีชนะแน่นอนนั้น ถือว่านายเด่นอวดอ้างว่านายดวงมีความรู้ยิ่งกว่าทนายความคนอื่น แต่ไม่ถือว่าประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 10 (2) เพราะนายเด่นไม่ได้เป็นทนายความ ส่วนนายดวงก็ไม่ถือว่าประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 10 (2) เพราะนายดวงไม่ได้เป็นผู้อวดอ้างว่าตนมีความรู้ยิ่งกว่าทนายความคนอื่นแต่อย่างใด
สรุป นายดวงทนายความประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 19
แต่นายดวงและนายเด่นไม่ประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 10 (2)
ข้อ 3. นายแสงเป็นผู้พิพากษา มีนางทิพย์เป็นภริยา นายสมัยน้องชายนางทิพย์ประกอบธุรกิจในการปล่อยเงินกู้ให้บุคคลทั่วไป คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน โดยนายแสงก็ได้แนะนำบุคคลที่รู้จักให้กู้เงินจากนายสมัยบ้างเป็นบางครั้ง ต่อมานายสมัยฟ้องเรียกเงินกู้ 500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยคืนจากนายสอง มีนายสมานเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน และนายแสงเป็นองค์คณะ นายสมานรับฟังพยานหลักฐานจากคู่ความแล้วได้ปรึกษากับนายแสงเห็นว่าควรพิพากษาให้นายสองชำระหนี้เฉพาะส่วนของต้นเงิน 500,000 บาท นายแสงเห็นด้วย ดังนี้ นายแสงประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529
ข้อ 14 “ผู้พิพากษาพึงถอนตัวจากการพิจารณาและพิพากษาคดีเมื่อมีเหตุที่ตนอาจถูกคัดค้านได้ตามกฎหมาย หรือเมื่อมีเหตุประการอื่นที่เกี่ยวกับตัวผู้พิพากษา อันอาจทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีนั้นเสียความยุติธรรม และจักต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการจูงใจผู้พิพากษา ซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้นในภายหลังในประการที่อาจทำให้เสียความยุติธรรมได้”
ข้อ 40 “ผู้พิพากษาจำต้องระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพ อาชีพ หรือการงานอื่นใดของคู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลซึ่งอยู่ในครัวเรือนของตนมีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรมของผู้พิพากษา”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายแสงผู้พิพากษาทราบว่านายสมัยญาติสนิทประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และยังได้แนะนำบุคคลที่รู้จักให้กู้เงินจากนายสมัยบ้างเป็นบางครั้งนั้น ถือได้ว่านายแสงประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 40 เพราะผู้พิพากษาจักต้องระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพ อาชีพ หรือการงานอื่นใดของญาติสนิท มีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไป
ต่อมานายสมัยฟ้องเรียกเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยคืนจากนายสอง มีนายสมานเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน และนายแสงเป็นองค์คณะนั้น เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนพิจารณาของศาล นายแสงกลับไม่ถอนตัวออกจากการพิจารณาพิพากษาคดี ทั้งที่รู้ว่าอาจมีเหตุคัดค้านได้ตามกฎหมาย ดังนั้น จึงถือว่านายแสงประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 14 อีกด้วย
สรุป การกระทำของนายแสงถือว่าประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 14 และข้อ 40