การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2557
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย
คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ
ข้อ 1. กฎหมายมีองค์ประกอบกี่ประการ อะไรบ้าง จงอธิบายโดยละเอียด
ธงคำตอบ
องค์ประกอบแห่งกฎหมาย มี 4 ประการ คือ
-
เป็นแบบแผนหรือกฎเกณฑ์ความประพฤติของมนุษย์ในสังคม
-
มีบทบังคับ
-
จัดเอาไว้เป็นระเบียบ
-
วัตถุประสงค์เพื่อความยุติธรรม
หมายเหตุ นักศึกษาต้องอธิบายรายละเอียดในตำรา หน้า 1 – 4 ด้วย
ข้อ 2. นายมะนาวเป็นทนายความ วันหนึ่งมีนายมะพร้าวมาขอคำปรึกษาว่าถูกฟ้องเป็นคดีอาญา โดยมีนายมะยมเป็นทนายความแก้ต่างให้ เมื่อนายมะนาวฟังข้อเท็จจริงแล้วจึงบอกนายมะพร้าวว่าตนมีคนรู้จักที่จะช่วยเหลือให้นายมะพร้าวไม่ต้องติดคุกได้ นายมะพร้าวจึงตกลงใจจะเปลี่ยนทนายความเป็นนายมะนาว และแจ้งให้นายมะยมทราบว่าตนประสงค์จะถอนนายมะยมจากการเป็นทนายความ ดังนี้ นายมะนาวประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
ข้อ 10 “ใช้อุบายอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ เพื่อจูงใจให้ผู้ใดมอบคดีให้ว่าต่างหรือแก้ต่าง
(3) อวดอ้างว่าเกี่ยวเป็นสมัครพรรคพวกรู้จักคุ้นเคยกับผู้ใดอันกระทำให้เขาหลงว่าตนสามารถจะทำให้เขาได้รับผลเป็นพิเศษนอกจากทางว่าความ หรือหลอกลวงว่าจะชักนำจูงใจให้ผู้นั้นช่วยเหลือคดีในทางใด ๆ ได้ หรือแอบอ้างขู่ว่าถ้าไม่ให้ตนว่าคดีนั้นแล้วจะหาหนทางให้ผู้นั้นกระทำให้คดีของเขาเป็นแพ้”
ข้อ 16 “แย่ง หรือทำการใดในลักษณะประมูลคดีที่มีทนายความอื่นว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วมาว่าหรือรับหรือสัญญาว่าจะรับว่าต่างแก้ต่างในคดีที่รู้ว่ามีทนายความอื่นว่าอยู่แล้ว เว้นแต่
(2) มีเหตุผลอันควรเชื่อว่าตัวความได้ถอนทนายความคนก่อนจากการเป็นทนายความของเขาแล้ว หรือ”…..
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายมะนาวเป็นทนายความ แล้วนายมะพร้าวมาขอคำปรึกษาว่าถูกฟ้องเป็นคดีอาญา โดยมีนายมะยมเป็นทนายความแก้ต่างให้ เมื่อนายมะนาวฟังข้อเท็จจริงแล้วจึงบอกนายมะพร้าวว่าตนมีคนรู้จักที่จะช่วยเหลือให้นายมะพร้าวไม่ต้องติดคุกได้นั้น ถือว่าเป็นการใช้อุบายจูงใจให้มีการมอบคดีให้แก้ต่าง เป็นผลให้นายมะพร้าวหลงว่าตนจะได้รับผลเป็นพิเศษนอกจากทางว่าความ ดังนั้น จึงถือได้ว่าการกระทำของนายมะนาวประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 10 (3)
ต่อมานายมะพร้าวจึงตกลงใจจะเปลี่ยนทนายความเป็นนายมะนาว โดยแจ้งให้นายมะยมทราบว่าตนประสงค์จะถอนนายมะยมจากการเป็นทนายความ และการที่นายมะนาวทราบว่านายมะยมเป็นทนายความแก้ต่างให้นั้น ยังใช้อุบายเพื่อแย่งคดี ทั้งที่มีทนายความอื่นแก้ต่างอยู่แล้ว ถือว่านายมะนาวประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 16 ถึงแม้นายมะพร้าวจะแจ้งความประสงค์ถอนนายมะยมจากการเป็นทนายความ แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการใช้อุบายดังกล่าว ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 16 (2)
สรุป การกระทำของนายมะนาวทนายความประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 10 (3) และข้อ 16 โดยไม่เข้าข้อยกเว้นข้อ 16 (2)
ข้อ 3. นายวันชาติเป็นผู้พิพากษาทำการไกล่เกลี่ยคดีที่นายวันรบขับรถยนต์ชนนางสาววันดีได้รับบาดเจ็บระหว่างเจรจานายวันรบยินยอมชดใช้ค่าเสียหายและออกค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด จนนางสาววันดีพอใจไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งอีกต่อไป ส่วนคดีอาญาขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษไปตามที่เห็นสมควร หลังจากนั้นนายวันชาติได้เลื่อนคดีไปนัดฟังคำพิพากษาอีก 1 เดือน และก่อนที่นายวันรบจะเดินทางกลับ นายวันชาติบอกกับทนายความให้เรียกนายวันรบไปพบที่ห้องทำงาน เมื่อนายวันรบไปพบนายวันชาติก็บอกกับนายวันรบว่า “ถ้าไม่อยากติดคุกก็ให้นายวันรบทำประโยชน์กับทางราชการโดยขอให้นำสุราต่างประเทศยี่ห้อ Black Label มามอบให้ศาลจำนวน 1 ลัง เพื่อใช้ในการจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่” นายวันรบเกรงว่าตนเองจะถูกพิพากษาลงโทษจำคุกจึงยินยอมนำสุราต่างประเทศยี่ห้อ Black Label ไปมอบให้นายวันชาติก่อนวันที่นัดฟังคำพิพากษาจำนวน 1 ลัง อยากทราบว่าการกระทำของนายวันชาติเป็นการกระทำที่ผิดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529
ข้อ 1 “หน้าที่สำคัญของผู้พิพากษา คือ การประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจักต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี ทั้งจักต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่าตนปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดครบถ้วน เพื่อการนี้ผู้พิพากษาจักต้องยึดมั่นในความเป็นอิสระของตนและเทิดทูนไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งสถาบันตุลาการ”
ข้อ 41 “ผู้พิพากษาและคู่สมรสจักต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ จากคู่ความหรือจากบุคคลอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา และจักต้องดูแลให้บุคคลในครอบครัวปฏิบัติเช่นเดียวกับด้วย”
วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายวันชาติเป็นผู้พิพากษาทำการไกล่เกลี่ยคดีที่นายวันรบขับรถยนต์ชนนางสาววันดีได้รับบาดเจ็บ ระหว่างเจรจานายวันรบยินยอมชดใช้ค่าเสียหายและออกค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด จนนางสาววันดีพอใจไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง ส่วนคดีอาญาขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษไปตามที่เห็นสมควร หลังจากนั้นนายวันชาติเรียกนายวันรบไปพบที่ห้องทำงานพร้อมกับบอกว่า “ถ้าไม่อยากติดคุกก็ให้นายวันรบทำประโยชน์กับทางราชการโดยขอให้นำสุราต่างประเทศยี่ห้อ Black Label มามอบให้ศาลจำนวน 1 ลัง เพื่อใช้ในการจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่” คำพูดลักษณะเช่นนี้ย่อมถือว่าเป็นการข่มขู่คู่ความให้เกิดความเกรงกลัว เมื่อนายวันรบได้ยินเช่นนี้ ย่อมต้องเกรงกลัวว่าตัวเองจะถูกพิพากษาลงโทษจำคุก จึงยินยอมนำสุราดังกล่าวไปมอบให้นายวันชาติก่อนวันที่นัดฟังคำพิพากษา และเมื่อข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ แม้นายวันชาติผู้พิพากษาจะอ้างว่าต้องการนำสุราไปเลี้ยงฉลองงานปีใหม่ของศาล ไม่ใช่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ประพฤติผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 41 และการกระทำเช่นนี้ของนายวันชาติซึ่งเป็นผู้พิพากษาถือว่าขาดอุดมการณ์ในเรื่องการประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจักต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 1
สรุป การกระทำของนายวันชาติผู้พิพากษาประพฤติผิดจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 1 และข้อ 41