การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4105 (LAW 4005) หลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของนักกฎหมาย

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

Advertisement

ข้อ 1. หน้าที่ของสภาทนายความมีกี่ประการ อะไรบ้าง จงยกมาให้ดูเป็นข้อ ๆ และอธิบายพอสังเขปด้วย

ธงคำตอบ

หน้าที่ของสภาทนายความ (มาตรา 8) ได้แก่

1. จดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ซึ่งรวมไปถึงการดูแลมาตรฐานของผู้ที่
จะเข้ามาเป็นทนายความว่ามีความรู้ความสามารถ มีคุณสมบัติพอหรือไม่

2. ควบคุมมรรยาทของทนายความ ในสภาทนายความมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เรียกว่า
คณะกรรมการการมรรยาททนายความ ช่วยวินิจฉัยคดีมรรยาททนายความทั้งหมด

3. ให้สวัสดิการแก่ทนายความ สภาทนายความจะต้องตั้งกองทุนสวัสดิการทนายความ โดย
จัดสรรรายได้ประจำปีแล้วนำมาให้เป็นสวัสดิการแก่ทนายความหรือทายาท

4. ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ยากจน พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528
มาตรา 77 กำหนดว่า สภาทนายความจะต้องจัดสรรเงินรายได้ประจำปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 เข้ากองทุนช่วยเหลือ
ประชาชนทางด้านกฎหมายแล้วจัดการช่วยเหลือ ได้แก่

1) ให้คำปรึกษาหรือแนะนำ

2) ร่างนิติกรรมสัญญา

3) จัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่างให้แก่ประชาชนผู้ยากจน ลักษณะของวิชาชีพนักกฎหมายมีเจตนารมณ์รับใช้
ประชาชน แม้เขาจะยากจน ผู้ประกอบวิชาชีพก็จำเป็นต้องรับใช้ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายโดยไม่คิดมูลค่า
นับว่าเป็นครั้งแรกที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ประกอบวิชาชีพมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย

 

ข้อ 2. นายวิและนายวาทมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน นายวิมาปรึกษานายแมนซึ่งเป็นทนายความ
และได้เล่าข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทราบ แต่นายวิไม่ได้มอบคดีให้นายแมนดำเนินการ เนื่องจากไม่สามารถ
ตกลงค่าทนายกันได้ ต่อมานายวิจ้างนายเก่งเป็นทนายยื่นฟ้องนายวาท นายวาทมาพบนายแมน
เพื่อขอคำแนะนำ และนายวาทได้มอบหมายให้นายแมนเป็นทนายในคดีที่ตนถูกนายวิฟ้องเป็น
จำเลยดังกล่าว นายแมนได้รับเป็นทนายให้แก่นายวาท เพราะได้ค่าตอบแทนสูง อยากทราบว่า
นายแมนประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด จงยกตัวบทอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529

ข้อ 13 “ได้รับปรึกษาหารือ หรือได้รู้เรื่องกรณีแห่งคดีใดโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องกับคู่ความฝ่ายหนึ่ง
แล้วภายหลังไปรับเป็นทนายความหรือใช้ความรู้ที่ได้มานั้นช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นปรปักษ์อยู่ในกรณี
เดียวกัน”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายแมนรับปรึกษาให้นายวิและนายวิได้เล่าข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทราบ
แต่หลังจากนั้นก็มาว่าความให้นายวาท ซึ่งมีข้อพิพาทกับนายวิเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน แม้ขณะที่ให้คำปรึกษาแก่
นายวิยังไม่ได้มีการฟ้องคดีกัน ก็เป็นกรณีแห่งคดีเดียวกันแล้ว ดังนั้น การกระทำของนายแมนจึงเป็นการ
ประพฤติผิดมรรยาททนายความข้อ 13

สรุป การกระทำของนายแมนประพฤติผิดมรรยาททนายความข้อ 13

 

ข้อ 3. นายนพเป็นผู้พิพากษาได้รับมอบหมายให้พิจารณาพิพากษาคดีแพ่งระหว่างนายฟ้ากับนายส้ม
ปรากฏว่านายส้มเป็นบุตรของลูกพี่ลูกน้องนายนพเอง แต่นายฟ้าไม่ได้ยื่นคำร้องคัดค้านผู้พิพากษา
อยากทราบว่านายนพควรปฏิบัติอย่างไร จงยกตัวบทอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529

ข้อ 14 “ผู้พิพากษาพึงถอนตัวจากการพิจารณาและพิพากษาคดีเมื่อมีเหตุที่ตนอาจถูกคัดค้านได้
ตามกฎหมาย หรือเมื่อมีเหตุประการอื่นที่เกี่ยวกับตัวผู้พิพากษา อันอาจทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีนั้น
เสียความยุติธรรม และจักต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการจูงใจผู้พิพากษา ซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้น
ในภายหลังในประการที่อาจทำให้เสียความยุติธรรมได้”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายนพเป็นผู้พิพากษาที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง
ระหว่างนายฟ้ากับนายส้ม และนายส้มคู่ความเป็นบุตรของลูกพี่ลูกน้องนายนพนั้น ด้วยเหตุนี้ อันอาจทำให้การ
พิจารณาพิพากษาคดีนั้นเสียความยุติธรรม จึงเป็นกรณีที่ผู้พิพากษาถูกคัดค้านได้ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ดังนั้น นายนพจึงต้องถอนตัวจากการพิจารณาพิพากษาคดีนี้โดยไม่ต้องรอให้มีการคัดค้านจากนายฟ้าตามประมวล
จริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 14

สรุป นายนพผู้พิพากษาจึงต้องถอนตัวจากการพิจารณาพิพากษาคดีนี้

 

Advertisement